RSS

[KHR AuFic] Midnight Liar (10027) CH.2

10 ก.ค.

 

หญิงสาวลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด

.

.

.

ราวกับได้ยินเสียงกระซิบและเสียงระฆังเที่ยงคืน

.

.

.

                หญิงสาวหันมองบานหน้าต่างที่แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา  … เจ้าปีศาจปีกสีดำ….  ส่งมือยื่นมาหา… ราวกับต้องมนต์ให้ยื่นมือตนเองกลับไปสัมผัสมือนั่น    รู้ตัวว่าเป็นปีศาจ…  แต่ราวกับมีเวทมนต์อะไรหว่านล้อมให้ตามไป……

 

 

 

 

“ต้องการอะไรกัน…  เจ้าต้องการอะไรจากข้า”

.

.

.

ล่อลวงให้เฝ้าเดินตามไปในความเงียบงัน

.

.

.

“ถ้าบอกว่าต้องการความรัก จะเชื่อรึเปล่า”

.

.

.

ความจริงหรือคำลวง เจ้าปีศาจ

.

.

                ร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลนั่งหน้ามุ่ยท้าวคางไม่ได้สนใจอาจารย์ที่กำลังสอนในห้องเลคเชอร์ใหญ่    เหตุการณ์เมื่อเช้าวันวนเวียนในสมองซ้ำๆจนไม่มีอารมณ์จะเรียน    โมโหจนลืมไปสิ้นว่าตัวเองเพิ่งจะสร่างเมามา  อาการปวดหัวแทบไม่อยู่ในสมอง

 

 

 

“นายเป็นอะไรรึเปล่าน่ะสึนะ?”    ร่างสูงข้างกายหันมาถามด้วยสีหน้าประดับรอยยิ้ม    ร่างบางนั่งทำหน้าบิดเบี้ยวมาตลอดคาบ  ห่วงก็ห่วง  ตลกก็ตลก

 

“ไม่มีอะไรหรอกยามาโมโตะ  อยากฆ่าคนซักสองคน”   สึนะจับปากกามาจิ้มลงบนสมุดมือสั่นระริก   เพื่อนสนิทได้แต่มองด้วยสายตาอึ้งๆ

 

“คนนึงพอจะเดาได้ แต่อีกคนคงเดาไม่ถูกแฮะ”   ยามาโมโตะนั่งมองพฤติกรรมของร่างบางก็ได้แต่ถอนใจ   ท่าทางจะแค้นจัด

 

ร่างบางนั่งนึกถึงเรื่องที่ตัวเองถูกทิ้ง แล้วต่อด้วยเรื่องเมื่อคืน  ความอดทนราวกับจะขาดสะบั้น   “ต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใคร…….”    เรือนผมสีขาว… นัยน์ตาสีอเมทิสต์…. หลอกลวง…  เจ็บใจนัก….

 

 

 

 

เจ้าผีเสื้อสีสวยสดที่บินล่อลวงฉัน

.

.

ฉันจะเด็ดปีกของแกซะ แล้วฝังไว้ใต้มวลดอกไม้อันสวยงามที่แกชอบ

.

.

.

            “สึนะ… นายในตอนนี้อย่างกับปฐมบทของฆาตกรโรคจิตเลยอ่ะ…”   ยามาโมโตะรู้สึกขนลุกแม้จะไม่ได้ล่วงรู้ความคิดของอีกฝ่าย  แต่ท่าทางที่แสดงออกมันชวนให้หวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก

 

“ไปกินข้าวกันเถอะ ไม่อยากเรียนแล้ว”   มือเล็กคว้าแขนเพื่อนสนิทเดินออกไปจากห้องเลคเชอร์   ร่างสูงเรือนผมสีดำกุมขมับ…    ถ้าเพื่อนเขาทำตัวเหมือนคนเพิ่งอกหักบ้างก็จะดีหรอก

 

 

 

 

อกหัก..มันก็แค่นั้น…เสียตัวมันคงร้ายแรงกว่า

.

.

รักมากเกลียดมาก .. แค้นมาก โทสะยิ่งทวีคูณ

.

.

                ร่างบางเดินลงบันไดพร้อมกับเพื่อนสนิท   ยามาโมโตะพยายามชวนสนทนาในเรื่องที่ชวนให้สบายใจ   สึนะยืนดูดน้ำในแก้วไม่ได้สนใจฟังเท่าที่ควร  แล้วนัยน์ตากลมโตกลับเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งกำลังจะเดินสวนมาจากบันไดด้านล่าง    ผมสีน้ำเงิน….  นัยน์ตาสองสีเจ้าเล่ห์แบบนั้น…..

 

 

 

เห็นแล้วชวนให้หัวใจอึดอัด… ห้วงลึกปะทุด้วยโทสะ

.

.

.

ทำไมถึงได้เจอแต่เรื่องเฮงซวยนักนะ

.

.

                แก้วน้ำในมือถูกยื่นออกไปนอกราวบันได เทราดใส่ศีรษะคนข้างล่างจนเปียกปอน    ร่างสูงเรือนผมดำเบิกตากว้าง…  เพื่อนของเขาบ้าไปแล้วรึไงกันน่ะ….      เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินที่ปมเปียกลู่ปัดปอยผมแล้วเงยหน้าขึ้นหมายจะมองหน้าผู้กระทำ

 

 

 

“สึนะ!!!”  ยามาโมโตะรีบโฉบตัวเพื่อนร่างเล็กวิ่งหนีไป   ทำไมร่างเล็กถึงได้บ้าบิ่นอย่างกับคนบ้าได้ถึงขนาดนี้!

 

“ปล่อยซี่ยามาโมโตะ!!  ยังไม่สะใจเลยยย”    ร่างเล็กดิ้นดุ๊กดิ๊กจนเพื่อนสนิทต้องรีบยกขึ้นพาดบ่าวิ่งหายไป

 

“มันไม่ใช่สะใจแล้ว จะบ้ารึไง!”   ร่างสูงแบกร่างเล็กวิ่งหายไป   เหลือเพียงร่างสูงเรือนผมสีน้ำเงินยืนปาดน้ำและปอยผมปรกหน้าปรกตา

 

“ฮะๆ  ดูไม่ได้เลยมุคุโร่”   เพื่อนข้างกายเห็นสภาพก็กลั้นหัวเราะไม่ไหว   เจ้าของนัยน์ตาสองสีหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดอย่างเหนื่อยหน่าย

 

“แฟนเก่าโมโหแรงใช่เล่นน่ะครับ”    มุคุโร่เหยียดยิ้ม  ใครจะนึกว่าอีกฝ่ายจะเป็นได้มากถึงขนาดนี้…

 

 

 

 

 

โทสะบังตา… ราวกับปลุกตัวตนอีกด้านของตนขึ้นมา

.

.

.

เวทมนตร์ใดกันทำให้ตนเป็นแบบนี้

.

.

                สึนะเดินกลับอพาร์ตเมนต์ของตัวเองด้วยสีหน้าบูดบึ้ง     ตลอดทางเดินส่งเสียงสบถกระฟัดกระเฟียด เจ็บใจที่ยามาโมโตะมาห้ามเอาไว้    เขารู้สึกว่ามันยังไม่สาสมกับที่อีกฝ่ายทำกับเขาเลยซักนิด  …  หลายสิ่งหลายอย่างทับถม..  ราวกับด้านมืดของตัวเองมันตื่นขึ้นมา….

 

 

 

 

“หืม?”   นัยน์ตากลมโตมองไปยังหน้าประตูห้องของตัวเอง  ชายเรือนผมสีดำนัยน์ตาสีรัตติกาลในชุดสูทสีเดียวกันยืนพิงผนังอยู่ตรงนั้น

 

“คุณฮิบาริ  มีธุระอะไรเหรอครับ?”    ร่างบางเดินตรงไปหา   อีกฝ่ายเสตามองมองด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

 

“คุณพ่อของนาย  ให้ฉันมาหา”   ใบหน้าหวานขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน    ส่งเลขามาแบบนี้หรือว่าจะมีเรื่องสำคัญ

 

นัยน์ตาคมมองจ้องตอบด้วยสีหน้าเย็นชา   “แสดงท่าทีก้าวร้าวแบบนั้น  ไม่เป็นผู้ใหญ่เอาซะเลยนะครับ คุณหนู”  คำพูดประชดประชัน และสรรพนามที่เปลี่ยนไปยิ่งส่อเจตนาเสียดสีฐานะตนให้สำนึก

 

 

หลังเที่ยงคืนเป็นต้นมา โลกราวกับเปลี่ยนเส้นทางโคจร

.

.

.

ผลักดันเขาไปที่แห่งใดกัน

.

.

                “แล้วธุระอะไรเหรอครับ?”    สึนะเดินไปไขกุญแจห้อง   แม้ว่าจะรู้สึกไม่พอใจการประชดประชันอยู่บ้าง  แต่สิ่งที่ฮิบาริพูดก็เป็นความจริง

 

“คงไม่ต้องเข้าไปคุยกันกันหรอก  ตามไปเห็นสภาพจริงจะดีกว่า”    มือใหญ่คว้าเสื้อร่างบางให้เดินตามมาด้วยกัน    สึนะเกือบเซถลาล้มไป แต่จำต้องเดินตามอีกฝ่ายไปในสภาพนั้น

 

“สภาพจริงอะไรครับ?   แล้วนี่พ่อให้ทำอะไรกันแน่????”   เสียงหวานเอ่ยอย่างงุนงง      ไร้คำตอบใดออกจากปากของชายหนุ่ม

 

 

 

เส้นทางนำทางเขาไปยังแสงสี มายา

.

.

รังของผีเสื้องามแห่งราตรีกาลแสนลวงหลอก

.

.

                “ที่นี่มัน….”   นัยน์ตากลมโตทอดมองสถานที่เบื้องหน้า…  ภายนอกก็เหมือนผับบาร์ทั่วไปดั่งร้านโดยรอบ

 

“พ่อของนายอยากให้นายลองงานบริหาร   นี่เป็นหนึ่งในธุรกิจของบ้านนาย”    ฮิบาริกอดอกมองดูแสงสีไร้ซึ่งอารมณ์      สึนะยืนอ้าปากค้างอึ้งทึ่งกับธุรกิจของบ้านตัวเองที่ไม่เคยล่วงรู้…..

 

“เพิ่งรู้นี่แหละ… ว่าพ่อมีธุรกิจบาร์ด้วย…”   คิดอะไร… คิดอะไรอยู่… ให้เขามาลองบริหารงานแบบนี้น่ะเหรอ?    แล้วรูปถ่ายข้างหน้าร้านนั่น… รูปถ่ายที่เรียงรายมีแต่ชายหนุ่มหน้าตาดี..มันอะไรกัน..

 

“ใครบอกนายกันว่าเป็นบาร์    นี่โฮสคลับ”   สิ้นคำของฮิบาริ ใบหน้าหวานหันขวับมาหา… โฮสคลับ…  ไม่จริงใช่มั้ย….

 

“อะไรนะครับ!? โฮสคลับเหรอ!!??”  บ้าไปกันใหญ่แล้ว  นี่พ่อของเขาทำธุรกิจที่ล่อลวงเงินจากหญิงสาวงั้นเหรอ….

 

 

กุหลาบงามผลิดอกสวยงามพร้อมผีเสื้อบินหลอกล่อ

.

.

.

เหยื่อถูกดึงดูดเข้าในกรงหนามแหลมคม บาดลึกช้าๆ…

.

.

.

                “ตอนนี้ร้านยังไม่เปิด  ฉันจะพานายไปดูข้างใน”    ว่าแล้วมือใหญ่ก็จับคอเสื้อเชิ้ตของสึนะลากพาเข้าไปในร้าน   รอบตัวเขา…มีแต่ผู้ชาย…. เฮงซวย….

 

“พาเดินดีๆไม่ได้รึไง….”    น้ำเสียงหวานพึมพำเบาๆพอให้อีกฝ่ายไม่ได้ยิน     มั่นใจเลยว่าถ้าได้ยิน.. ต่อให้เป็นลูกชายเจ้านายก็โดนเล่นงานแน่ๆ….

 

 

 

ฤดูใบไม้ผลินี้…จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของฉัน

                สึนะตามฮิบาริเข้ามาในร้าน   เข้ามาเห็นข้างในยิ่งรู้สึกสั่นกลัว   เหล่าชายหนุ่มหน้าตาดีแต่แผ่รังสีอันตราย    ร่างสูงเดินนำสึนะไปหลังร้านเพื่อพาไปดูห้องทำงาน    ระหว่างทางเดินไปห้องทำงาน…   ราวกับภาพตรงหน้าติดตา…   ผู้ชายคนนั้น…   ชายผมสีขาว…  นัยน์ตาสีม่วงเจ้าเสน่ห์…  และรอยสักสีดำใต้ดวงตานั่น…  ผู้ชายคนนั้น…

 

 

 

“หืม?   ฮิบาริคุงพาเด็กใหม่งั้นเหรอ”   น้ำเสียง… ที่จดจำได้ขึ้นใจ…    สึนะกำหมัดแน่น…

 

“ผู้จัดการร้านคนใหม่  ลูกชายเจ้านายฉัน”    ร่างสูงเรือนผมขาวพยักหน้ารับรู้…  ใยทำเหมือนเรื่องเมื่อคืนวานไม่มีอะไรเกิดขึ้น….

 

เสียงโทรศัพท์ของฮิบาริดังขึ้น   ร่างสูงละความสนใจจากทั้งสองหยิบโทรศัพท์ของตนออกมา  “ฉันจะออกไปคุยโทรศัพท์   คุยกันไปก่อนก็แล้วกัน”    ฮิบาริเดินหลบออกไปทางหน้าร้าน     เหลือเพียงคนสองคนยืนอยู่ที่เดิม

 

 

อากาศสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิ… กำลังเดือดดาษ….

 

“คุณ…..”    ร่างบางเงยหน้าขึ้นจ้องนัยน์ตาสีม่วงนั่น    พยายามรักษามารยาทแม้ความอดทนใกล้จะหมด…

 

“เรียกเบียคุรันก็ได้”      รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ระบายไปทั่วใบหน้า.. เห็นแล้วความโกรธมันแล่นพล่านไปทั่ว

 

“เมื่อคืนคุณมอมเหล้าผม!!”   ร่างบางเหวี่ยงหมัดเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างโกรธเกรี้ยว   แต่กลับถูกจับมือไว้อย่างง่ายดาย…  เรี่ยวแรง…คนละเรื่องกันเลย..

 

“ไม่ได้มอมนะ  เธอเมาแล้วลากฉันไปโรงแรมเองด้วยซ้ำ”   พูดออกมาได้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวยิ่งปลุกอารมณ์โกรธของอีกฝ่ายให้รุนแรงขึ้น

 

“จะโกหกก็พูดดีๆหน่อย!  มันฟังขึ้นรึไงน่ะ!?”    เบียคุรันผ่อนลมหายใจน้อยๆ  มองสบดวงตาเกรี้ยวกราดของร่างบาง

 

“ฉันไม่ได้วางยาเธอ เพราะงั้นเธอลองนึกย้อนไปสิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง นึกดีๆ”    ช่างสมกับที่ทำงานเป็นโฮสพูดจาหว่านล้อมให้จนมุมง่ายเหลือเกิน… จริงอยู่เขาจำได้ว่าเขาลากชายหนุ่มเข้าร้านนั้นออกร้านนี้…..แล้ว…..

 

 

 

ความทรงจำเลือนรางพลันกลับคืนมาในหัว

.

.

ยามตนไร้สติทำอะไรลงไปบ้าง

.

.

                “ถึงยังงั้นก็เถอะ!  คุณก็ไม่น่าทำอะไรคนเมา!”     สึนะพยายามดึงมือกลับแต่มือใหญ่ก็เลื่อนมาจับข้อมือเล็กแทน

 

เบียคุรันรวบมือของสึนะไว้  ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้    “ผู้ชายน่ะ  ถ้ามีคนยั่วแล้วไม่ทำอะไรก็ไม่ใช่ผู้ชายสิ”

 

“หา????”   ร่างเล็กพยายามสลัดมือให้หลุด   เบี่ยงมองไปทางอื่น…  สายตานั่น…  ไม่อยากมอง.. มองแล้วราวกับถูกดึงดูดไปที่ไหนซักแห่ง….

 

“งานของพวกเราคือหลอกลวงให้คนมีความสุข”  ใบหน้าคมอยู่ห่างเพียงแค่คืบ สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นรินรดใบหน้าตน   ทำเอาร่างเล็กเกร็ง

 

 

 

คำลวงดั่งมนต์ตราสะกดผู้คนให้หลงใหล…..

 

“เธอเองก็ลืมความเจ็บปวดไม่ใช่เหรอ”    สัมผัสแผ่วเบาลงที่กลีบปากสีชมพูอวบอิ่ม    นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกตากว้าง

 

สะกดให้เหยื่อนิ่งงัน….  ไม่กล้าขัดขืน….

 

 

เห็นร่างเล็กยืนตัวแข็งไปแบบนั้น  ช่างบ่งบอกว่าไร้เดียงสาจนไม่น่าเชื่อว่ามาทำธุรกิจแบบนี้    ได้ทีร่างสูงรุกรานหนักหน่วงขึ้นไปอีก  ลิ้นร้อนเข้ารุกรานหาความหวานล้ำในโพรงปาก…..

 

 

 

จุมพิต…ราวกับยาพิษ……..

 

 

“อื้อ!!!!”   มือเล็กข้างที่ว่างพยายามทุบตีให้ปล่อยตน    ตั้งใจจะเล่นงานอีกฝ่ายให้ได้กลับเป็นฝ่ายโดนเล่นงานซะเอง บ้าที่สุด!!

 

ยามเมื่อถอนริมฝีปากออก  ร่างบางรู้สึกอย่างกับโลกมันหมุนไปหมด   “เธอนี่ไร้เดียงสาจริงๆนะ”  ลิ้นอุ่นสัมผัสพวงแก้ม   ร่างบางถึงกับขนลุกชันไปทั้งตัว

 

 

 

สัมผัส….ราวกับคำสาป……

 

 

“ดีๆกันไว้ จะได้ทำงานด้วยกันได้ ”   มือใหญ่ปล่อยข้อมือเรียวเล็ก    สึนะได้แต่ยืนอึ้งแข็งทื่อเป็นก้อนหิน

 

 

 

มั่นใจเหรอว่าจะทำงานกับพวกฝูงผีเสื้อเหล่านี้ได้

            “ยังไงก็ขอโทษเรื่องนั้นด้วย”   เสียงทุ้มกระซิบข้างหูแล้วเดิน  ใบหน้าหวานซับสีเลือด  ตบหัวแล้วลูบหลังรึไง…..     มองเห็นเพียงแผ่นหลังของอีกฝ่ายและมือที่โบกไปมา…..

 

“จะบ้ารึไง…..”  แล้วทำไมเขาไม่กล้าโวยวายเสียงดังออกไป….  กลัวว่าคนอื่นจะได้ยินงั้นเหรอ..   มือเล็กกำแน่น

 

 

 

เจ้าผีเสื้อ….  แกมันปีศาจชัดๆ……

            “ยืนแข็งทื่อเป็นอะไรน่ะ?”  ฮิบาริเดินกลับมา     สึนะยืนบ่นมุบมิบๆชวนให้อยากตบเรียกสติ

 

“นี่ผมต้องมาดูแลร้านนี้จริงๆเหรอ?”    ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน….แห่งมายา…   เส้นทางใหม่ของตนเอง…

 

“เงินที่นายใช้ก็มาจากธุรกิจพวกนี้  ไม่ทำก็ไม่มีเงินค่าขนม เข้าใจใช่มั้ย?”    คำพูดดั่งคมดาบปักแทงทะลุขั้วหัวใจ

 

“เข้าใจแล้วครับ…..”   สึนะคอตกปลงชีวิตตัวเองในทันใด

 

 

เส้นขั้นบางๆระหว่างกลางวันกลางคืนถูกขีด

                สุดท้ายก็จำใจต้องทำตามที่อีกฝ่ายบอก    ไม่งั้นเขาเองก็สู้หน้าที่บ้านไม่ได้    ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องมาดูแลงานโฮสคลับด้วย..   ธุรกิจที่ยืนอยู่บนการหลอกลวงคนมากมาย…   เหล่าชายหนุ่มรูปงามพูดจาหวานหู…แล้วค่อยๆสูบเลือดเหยื่อทีละน้อย….

 

 

 

“ที่แย่กว่าคือ…..”     นัยน์ตากลมโตมองดูชายเรือนผมขาวท่ามกลางบรรดาสาวๆวัยทำงาน   ได้ยินจากฮิบาริว่าเป็นโฮสอันดับหนึ่ง…ก็สมควรแล้ว…

 

“ถ้ามีอะไรสงสัยก็ไปถามเบียคุรันเอา”  ฮิบาริตบบ่าเล็กของสึนะ    พูดมาแบบนี้แสดงว่าตั้งใจจะทิ้งกันสินะ….

 

“แล้วคุณฮิบาริไม่มาดูแลที่นี่เหรอครับ?”   มีเพียงรอยยิ้มที่มุมปากเป็นคำตอบ   แค่นั้นร่างเล็กก็เข้าใจคำตอบเป็นอย่างดีแล้ว

 

 

 

ต่อไปเขาต้องอยู่ท่ามกลางกรงกุหลาบ

.

.

เฝ้ามองคนมากมายค่อยๆถูกทิ่มแทงบาดลึก

.

.

                เริ่มแรกที่ต้องทำสึนะเข้ามานั่งอ่านเอกสารในห้องทำงาน  ทำไมเด็กมหาลัยแบบเขาต้องมาทำแบบนี้ด้วย คิดแล้วก็อยากจะโทรไปโวยวายกับที่บ้าน   ดูเหมือนงานจะไม่มีอะไรมากแค่ดูแลความเรียบร้อย ที่เหลือฺฮิบาริจะมาจัดการให้เมื่อร้านใกล้ปิด…    แค่มาศึกษางานสินะ….

 

 

 

แสงสี  เสียงดนตรี  ความบันเทิง ความสุขปลอมๆ

                “ไม่อยากจะเชื่อเลย….”    มือเล็กยกขึ้นนวดขมับตัวเอง    มันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ที่เป็นแค่ผู้จัดการร้าน..  ถ้าเป็นโฮสเองคงจะขำไม่ออก

 

“นั่งหน้ามุ่ยแบบนั้น  ไม่น่ารักเลยนะ”    เสียงคุ้นเคยดังมาจากประตู    แถมเดินเข้ามาแบบไม่เคาะอีก..  ชวนให้สึนะหงุดหงิดมากขึ้นๆ

 

“ผมไม่ใช่ลูกค้านี่ครับ”   ที่จะมีความสุขเมื่อเข้ามาในโฮสคลับแบบนี้    แล้วก็ไม่ใช่โฮสที่มีความสุขเมื่อลูกค้าเหล่านั้นมอบสิ่งของให้

 

“เธอตอนเมากับเวลาปกติไม่ต่างกันเท่าไหร”   เบียคุรันเดินมานั่งเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงาน ท้าวคางมองดูร่างเล็กกระฟัดเฟียดอย่างสนุกสนาน    หลอกด่าว่าเขาเหมือนคนเมาตลอดเวลารึเปล่าน่ะ….

 

“หนอย……..”   ชั่วครู่หนึ่งสึนะรู้สึกอย่างกับภาพโดยรอบมันหมุนได้…

 

“หน้าซีดเชียว เป็นอะไรรึเปล่า?”    ก็แน่ล่ะ..  วันนี้ทั้งวัน.. ได้พักผ่อนบ้างรึไง…  เมาค้างแล้วต้องไปเรียน…

 

“……ธ….อ….”    ราวกับได้ยินเสียงของเจ้าผีเสื้อตนนั้นห่างไกลออกไป

 

 

 

 

หลังจากนี้ไปต้องเฝ้ามองผีเสื้อลวงหลอก

.

.

แล้วตัวฉัน…จะถูกลวงหลอกบ้างรึเปล่านะ

.

.

.

                ได้กลิ่นน้ำหอม….   หรือกลิ่นดอกไม้…..   กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย..ราวกับเคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อน….    เปลือกตาบางปรือมองภาพตรงหน้า   ภาพใบหน้าคมหล่อเหลาของผู้ชายคนนั้น…  ระยะประชิดขนาดนี้….  ได้กลิ่นหอม…..

 

 

 

“ทำหน้าน่ารักเชียวนะ”  มือใหญ่วางผ้าชุบน้ำลงบนหน้าผาก   สึนะรีบเบิกตากว้าง คำพูดนั้นเรียกสติกลับมาเต็มร้อยในพริบตา

 

สิ่งที่แลเห็นคือตัวเองนอนหนุนตักแกร่งของอีกฝ่ายบนโซฟา     “คงไม่ได้ฉวยโอกาสคนป่วยด้วยหรอกนะครับ…”    ได้ยินดังนั้นร่างสูงแอบขำ

 

“มองฉันในแง่ร้ายเกินไปแล้ว  เธอไม่ใช่ลูกค้าใช่มั้ยล่ะ?”   พูดจริงหรือพูดเล่น?   คาดเดาไม่ถูก… ว่าเป็นแค่การประชดประชันหรือพูดจริงกันแน่…

“ฉันจะกลับไปทำงาน  เธอก็นอนพักแล้วกลับบ้านซะ”   มือใหญ่เอื้อมไปหยิบหมอนมารองใต้ศีรษะของสึนะ แล้วประคองวางลงอย่างอ่อนโยน

 

 

 

ไม่เข้าใจ…. ไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย

                “ขอบคุณ…..”  พูดออกไปไม่เต็มเสียง…   ความโกรธและทิฐิยังคงอยู่…   แม้อีกฝ่ายจะอ่อนโยน…  แต่ก็เป็นภาพลักษณ์ของโฮสทั่วไปรึเปล่า…

 

“ถ้าบอกว่าช่วยเพราะน่ารักจะเชื่อมั้ย?”   ใบหน้าหวานซับสีแดงเรื่อขึ้นมาทันที   นี่แสดงว่าถ้าหน้าตาไม่ดี ไม่ใช่ลูกค้านี่จะเป็นอีกอย่างใช่มั้ยน่ะ??

 

 

 

ไม่เข้าใจ… ไม่เข้าใจว่าแท้จริงเป็นคนยังไงกันแน่

 

“ความผิดใครล่ะ….”    สึนะพึมพำกับตัวเอง  ใครกันทำให้เขาเมาค้าง… ใครกันทำให้เขามาอยู่ในสภาพแบบนี้…   อีกฝ่ายก็มีส่วน…

 

“จะว่าไปแล้วยังไม่รู้จักชื่อของเธอเลย?”   เบียคุรันหันมาถามก่อนจะออกไป     นัยน์ตากลมโตมองสบนัยน์ตาสีม่วง…

 

ไม่เข้าใจ…. ไม่เข้าใจว่าทำไมดวงตานั่นดึงดูดและสะกดเรา

                “ซาวาดะ สึนะโยชิ”   เสียงหวานเอ่ยตอบ     ริมฝีปากได้รูปของร่างสูงหยักยิ้มรับคำตอบนั้นอย่างพึงพอใจ

 

“สึนะโยชิคุงสินะ   พักผ่อนเยอะๆ รักษาสุขภาพล่ะ”     บอกกล่าวเพียงแค่นั้นก็เปิดประตู โบกมือลาแล้วเดินออกไปเช่นเดิม…..

 

 

 

เป็นคนยังไงกันแน่….  เจ้าผีเสื้อ….

 

“เดี๋ยวก็พูดจาดี…  เดี๋ยวก็เจ้าเล่ห์อะไรกันน่ะ……”    มือเล็กหยิบผ้าชุบน้ำเย็นผืนนั้นมาวางผิดหน้าผากและดวงตา…..    คาดเดาไม่ถูก….  ด้านไหนคือตัวจริง…..

 

 

 

ผีเสื้อสีขาว… หรือปีศาจ…..

.

.

คำลวงมากมายของเจ้า… ตัวจริงอยู่ที่ไหน

.

.

ตัวจริงของเจ้าเป็นเช่นไร

.

.

                เช้าวันรุ่งขึ้น   ร่างเล็กเรือนผมสีน้ำตาลเดินเหม่อไปตามเส้นทางในมหาวิทยาลัย   นอนดึกตื่นเช้าเหนื่อย…  คงต้องไปปรับเปลี่ยนตารางเรียนใหม่ซะแล้ว    พ่อช่างสร้างภาระให้เขา   คุณฮิบาริก็ช่างทิ้งภาระ   ไอ้หมอนั่น..เจ้ามุคุโร่ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ชีวิตของเขาวุ่นวาย….   ส่วนคุณเบียคุรัน…

 

 

 

 

“โฮสนี่เป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่านะ”    สึนะยกมือขึ้นนวดขมับ    เขาเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะโง่มากมาย   การจะแยกคำจริงกับคำลวงมันทำได้…  แต่ทำไมคนๆนั้นพูดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติเหลือเกิน… คุณสมบัติของโฮสที่ดีรึไงน่ะ

 

“หืม?”    สายตาเหลือบเห็นใครบางคนนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้    เรือนผมสีขาว….  สวมแว่นตา…. ผมปรกลงมาดูเคร่งขรึม….

 

“หลอนรึไงน่ะเรา…”    สึนะสะบัดหน้าไปมา   ผู้ชายคนนั้นไม่มีรอยสักใต้ตาซักหน่อย  เห็นอะไรหัวขาวๆหลอนไปถึงอีกคนซะได้

 

 

 

 

แท้จริงแล้วเจ้าเป็นคนยังไงกัน….?

                เพียงช่วงเวลาหนึ่ง ร่างสูงคนนั้นเหลือบมองมา    นัยน์ตาสีอเมทิสต์ใต้กรอบแว่นช่างคุ้นเคยนัก    สองขานั้นก้าวมาใกล้ในระยะประชิด….    เวลานั้นสึนะมองดูใบหน้าของอีกฝ่าย…  จะว่าใช่ก็ใช่ … จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่…  ไม่มีรอยสัก… ผมก็ปรกลงมาไม่ได้ชี้แบบนั้น…

 

 

 

“จ้องอะไรกันน่ะ?”   เสียงทุ้มเอ่ยถาม    ร่างบางสะดุ้งเฮือก     ท่าทางเลิกลั่กขึ้นมาทันที

 

“ขอโทษครับ แค่คิดว่าคล้ายคนรู้จัก”   ร่างบางรีบโบกมือไปมา   อีกฝ่ายยิ้มกลับมา.. รอยยิ้มเคร่งขรึม…แต่เปี่ยมเสน่ห์….

 

“งั้นเหรอ…..”     ชายหนุ่มก้าวเดินผ่านไป   ชั่วครู่หนึ่งเขาเหมือนได้ยินเสียง…. เสียงเรียกชื่อ….

 

 

 

แท้จริงแล้วเจ้าเป็นปีศาจ…หรือเทวดา…?

.

.

“สึนะโยชิคุง”

                ร่างบางรีบผินกายหันกลับไปมอง…   แผ่นหลังนั่น… ท่าทางโบกไม้โบกมือแบบนั้น…  ราวกับเห็นภาพซ้อนของคนสองคน….    การแสดง….   แสดงบทบาทอะไรกันน่ะ….. บ้าน่า…

 

 

 

“คุณเบียคุรัน…….?”     ไม่อยากจะเชื่อ…เป็นไปไม่ได้…   ทำไมแตกต่างราวกับเป็นคนละคน…  กลางวันกับกลางคืน…   เส้นขีดขั้นแห่งห้วงเวลา…   ตัวจริงของคุณ… คือคนไหน…

 

 

 

 

 

 

Lies or Truth

.

.

.

เจ้าผีเสื้อสีขาว คือปีศาจ หรือ เทวดา

.

.

.

กว่าจะรู้ตัว  ตัวเองก็อยู่ในกรงกุหลาบเสียแล้ว

.

.

.

About these ads
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 07/10/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 120 other followers

%d bloggers like this: