RSS

[KHRFic] แก้วตาฮาเร็ม ตอน 11

30 ก.ย.

“ผมรู้สึกว่าตัวเองออกห่างจากการตามความฝัน”

“เหมือนโดนผู้กำกับสั่งให้เข้าบทอื่นบ้าง”

                สีน้ำ สวัสดีเคยมีชีวิตที่แสนราบเรียบมาตั้งแต่สมัยอนุบาล  จนกระทั่งวันที่เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็ได้เจอเรื่องราวแปลกใหม่มากเสียจนตามไม่ทัน.. ทุกๆวันที่เขาเดินไปนั้นพบเจอแต่เรื่องที่ไม่เคยได้เจออยู่เสมอ   พี่ชายเคยบอกเอาไว้ว่าชีวิตของคนเราน่ะจะไม่หยุดนิ่ง ต้องมีการเดินทางและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ   แล้วสิ่งเหล่านั้นจะมาพัฒนาตัวเอง หากแต่… เรื่องเหล่านี้จะทำให้เขาพัฒนาไปในทางไหนกันนะ

 

 

บทที่สิบเอ็ด :   โลกนี้เต็มไปด้วยบททดสอบให้ผ่านไป

 

 

            ช่วงเวลาในการท่องเที่ยวเชียงใหม่ในวันแรกมาถึงช่วงเวลาพักผ่อนหลังการเดินทางมาหลายสิบชั่วโมง   ทัวน์นี้เป็นทัวน์ตามใจฉันมากกว่าจะอัดตารางท่องเที่ยวลงไปให้   ท้องฟ้าเหนือฟาร์มม้าคารมดีแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินและสีน้ำเงินเข้ม   เพราะความเหน็ดเหนื่อยทุกคนจึงแยกย้ายกันไปห้องพักของตัวเอง ยกเว้นเพียงตัวเอกผมสีน้ำตาลไหม้ฟูฟ่องซึ่งยืนถอนหายใจอยู่ที่ระเบียงกว้างประดับด้วยกระถางต้นไม้

 

“ทำไมเปลี่ยนห้องไม่ได้เนี่ย….”  บ่นความเศร้าในชีวิตอย่างปลงๆ   มันคือฝันร้ายในเวลาตื่นเมื่อต้องนอนค้างกับคู่อริที่ไม่เคยถูกกัน

 

เมื่อไล่เรียงรายชื่อห้องพักทุกคนอาจไม่ห่วงร่างเล็กและหันไปห่วงคนอื่นแทน   ห้องพักแบ่งออกเป็น  ห้องไม่นับห้องของเจ้าของฟาร์มอย่างดนัย   ห้องพักหมายเลข 1 เป็นที่พักของขวานและคุณศักดิ์  ห้องพักหมายเลข 2 เป็นที่พักของโฬมและสีน้ำ  ห้องพักหมายเลข 3 เป็นที่พักของคทาชิตและโกมล  ห้องพักหมายเลข 5 เป็นที่พักของหินบุรีและหินน้อย  ส่วนเบียร์นั้นไม่ได้ค้างแรมด้วยกันและจะกลับมาตอนเช้าหลังรับจ๊อบเสร็จสิ้น…

 

 

มันไม่ใช่สถานการณ์น่าห่วงแต่เป็นน่าจิ้นตะหาก

                ร่างเล็กผ่อนลมหายใจซ้ำๆรอให้เวลาผ่านไป  อยากเข้าไปอาบน้ำแต่ก็ต้องรอจังหวะที่ดี    ความหนักใจของนักศึกษาหนุ่มไปสะดุดตาชายคนหนึ่งเข้า   ร่างสูงเรือนผมสีทองอร่ามกลับเข้ามาในห้องพักหลังออกไปสั่งงานพวกลูกน้องพลันเหลือบเห็นรุ่นน้องเข้าที่ระเบียงพอดีจึงเดินมาสนทนาด้วย

 

 

“ยังไม่เข้าห้องพักเหรอสีน้ำ หรือว่ามีอะไรไม่สะดวก?”   เจ้าของบ้านเป็นห่วงว่าแขกจะไม่ได้รับความไม่สะดวกสบาย   ใบหน้าใสส่ายไปมาปฏิเสธ

 

“ไม่ใช่หรอกครับ  นี่ก็รบกวนจะแย่แล้ว บริการก็ดีด้วย  ผมก็แค่มีปัญหาเรื่องอื่น…”  เรื่องเพื่อนร่วมห้องที่ไม่อาจเปลี่ยนได้ราวกับมีคนบังคับอยู่นอกจออย่างนั้น

 

“สีน้ำกับโฬมอุดมไม่ถูกกันมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”   รุ่นพี่สูงวัยนึกแปลกใจที่เด็กซื่อๆอย่างคนตรงหน้าจะมีปัญหาฝังลงตับกับชายปากร้ายได้มากขนาดนั้น

 

“ตัวผมน่ะไม่มีอะไรหรอกครับ แต่หมอนั่นน่ะสิชอบหาเรื่อง…..”  ได้แต่ปลง ปลงแล้วปลงอีก  ไปแค้นกันมาตั้งแต่ชาติไหนก็ไม่อาจทราบได้…

 

ใบหน้าคมแย้มยิ้มและหัวเราะเบาๆ  “นายอย่าไปใส่ใจเลยน่ะ  รุ่นพี่รุ่นน้องมหาลัยเดียวกันรักกันไว้ๆ”  ตบบ่าเล็กให้กำลังใจ  สมาคมเมะและเคะแห่งมหาวิทยาลัยนานมีบุรี…

 

“จะพยายามครับ…” รักในแง่มิตรภาพของลูกผู้ชายล่ะนะ  ไม่ใช่มิตรภาพในแบบอื่นหรือว่าชายรักชาย…  เขาทำใจไม่ได้!!

 

สีหน้าอันแสนห่อเหี่ยวปลงโลกนั่นไม่รู้จะเห็นใจหรือว่าขำดี พ่อเลี้ยงฟาร์มม้าจึงเปลี่ยนเรื่องคุย  “ฉันได้อ่านนิยายที่นายให้อ่านแล้วนะ…มันก็….อืม…ฉันคงโตเกินวัยจะอ่านนิยายแบบนั้นแล้วล่ะ  ฮ่ะๆ”  เป็นการหลีกเลี่ยงการวิจารณ์อย่างมีมารยาทและฉลาด  นิยายอีโมชั่นนั้นไม่เหมาะกับหนุ่มใหญ่อายุ 3X หรอก

 

เป็นบทสนทนาที่ยังคงเหี่ยวเล็กน้อย  “เหรอครับ.. ไม่เป็นไรหรอกครับ  ก็มันเป็นเรื่องแนววัยรุ่นนี่นา”  ยิ้มออกมาได้ด้วยกำลังใจจากแฟนอวยอีกมากมายที่มีอายุตั้งแต่หลักสิบและไม่เกินเลขสอง!

 

โดนตอกย้ำความแก่นักศึกษาปริญญาโทหัวเราะแก้เก้อ  “พรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวสวนสัตว์  เดี๋ยวนายไปนอนเหอะ”  ขยี้ผมฟูฟ่องอย่างเอ็นดู

 

แม้ไม่อยากไปจำต้องยอมรับและเตรียมเผชิญหน้ากับคู่อริในห้องนอน  “แล้วพบกันตอนเช้าครับคุณดนัย”  เพื่อไปท่องเที่ยวสวนสัตว์อันเป็นที่อาศัยของแพนด้าที่น่ารักของคนทั่วประเทศ และน่าหมั่นไส้ของชาวสมาคมเบื่อแพนด้า…

 

 

ดนัยผู้หวังดีพาร่างเล็กเดินไปส่งที่ห้อง  ระหว่างทางที่เดินผ่านหน้าประตูแต่ละบานล้วนได้ยินเสียงที่แตกต่างกันออกไป   บางห้องนั้นเงียบ บางห้องมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง และแน่นอนว่านั่นคือห้องของเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง… เริ่มเป็นห่วงชะตากรรมของคทาชิตซึ่งอาจพบเรื่องไม่ต่างกัน…  เอาน่ะ… นิมิตหมายอันดีที่สองคนนั้นจะสามัคคีกันสมเป็นเพื่อนของเขาบ้าง

 

 

“ราตรีสวัสดิ์”  ลูบศีรษะให้กำลังใจอีกครั้งก่อนจากไป    เด็กหนุ่มเพิ่งพ้นวัยมัธยมมองส่งรุ่นพี่จนกระทั่งลับสายตาไปจึงหันกลับมาจับลูกบิดประตูห้องพักหมายเลขสองเอาไว้แน่น

 

“ต่างคนต่างอยู่  สู้เว้ยสีน้ำ!”   เปิดบานประตูเข้าไปภายในห้อง  ห้องที่มีเสียงโทรทัศน์ละครหลังข่าวและแสงไฟสลัวๆจากไฟสีส้ม   เตียงนอนสองเตียงแบ่งเขตแดนกันอย่างชัดเจนว่าตัวใครตัวมัน…

 

“โถ่..  ไม่อยู่นี่นาโล่งอก”   เดินทอดน่องเข้าห้องไปอย่างสุดแสนสบายใจ   เจ้าตัวอาจจะไปอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำก็ได้  เขาต้องรีบชิ่งเปลี่ยนชุดนอนแล้วนอนซะ!

 

ทว่าทันใดนั้นแสงไฟในห้องนั้นเริ่มติดๆดับๆราวกับไฟตกถี่ๆ    ร่างเล็กผมน้ำตาลยืนนิ่งอยู่กลางห้อง  โทรทัศน์มีคลื่นแทรกขับความน่ากลัวให้เพิ่มพูนขึ้น   “….มีคนใช้ไฟมากเกินไป…?”  คิดในแง่ดีเข้าไว้….

 

 

ยามนั้นเมื่อไฟตกครั้งสุดท้ายให้ตกอยู่ในความมืดมิดกว่า 3 นาที   ขนแขนพากันลุกจากความเสียวสันหลัง  และในที่สุดไฟฟ้าในห้องก็กลับมาใช้งานได้ปกติสร้างความโล่งใจ  แต่ทว่า…  เมื่อหันไปมองยังประตูห้องน้ำภายในนั้น ดวงตากลมโตนั้นเบิกกว้างเป็นไข่ห่าน  การปรากฏตัวของวิญญาณในชุดขาวโบกหน้าตาสีขาวและผมยาวระเรี่ยคอ   มองเห็นเพียงแค่ดวงตาที่ดูลึกลงไปเมื่อแสงไฟส่องมาจากด้านหลัง

 

 

“แว๊ก!!!!!!!!!!!!”   เสียงใสกรีดร้องสุดเสียงก่อนสติสัมปชัญญะจะตัดการทำงานให้ร่วงลงไปนอนแผ่หลาอยู่กับพื้น  ค่ำคืนแรกในการท่องเที่ยวเชียงใหม่ได้เจอเรื่องลี้ลับเข้าจนได้….

 

มือสีขาวซีดนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้แฝงอันตราย…

แล้วภาพทุกอย่างก็ขาวโพลนเป็นปริศนาไป…

 

 

“ฮ่าๆๆๆ  เมื่อคืนนายเข้าใจผิดว่าโฬมอุดมเป็นผีเหรอ!!”

 

เสียงหัวเราะภายในรถตู้ดังก้องไม่เกรงใจสองหน่อที่ตกเป็นเป้าเสียงขำขัน    แม้เสียงจะดังมากเพียงใดก็เกิดจากคนเส้นตื้นสองคนอย่างคทาชิตและขวานเท่านั้น  คนที่เหลือยังคงรักษามารยาทในการหัวเราะเบาๆหรือแอบขำอยู่ในใจ  ยามเช้าอันแสนสดใสบนรถตู้ 14 ที่นั่งของคณะทัวน์ซึ่งเตรียมตัวไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ช่างรื่นเริง

 

 

“……ก็คนมันตกใจนี่..ถ้าเป็นนายมาเห็นในสภาพแบบนั้นนายก็ต้องคิดว่าเป็นผีเหมือนกันล่ะ…” สีน้ำนั่งซุกใบหน้าลงกับหน้าตักด้วยความอับอาย   การหมดสติไปทั้งคืนแทนการนอนหลับมันสุดยอดจริงๆ…

 

“จินตนาการล้ำเลิศจังนะครับ  คุณนี่ขี้ขลาดจริงๆ”   โฬมกอดอกและมองออกไปนอกหน้าต่างวางมาดขรึมแกมไม่พอใจ  แท้จริงก็มีอาการเสียเซลฟ์(?)อยู่บ้างเหมือนกัน…

 

“ไม่ใช่คนแรกที่เข้าใจผิดหรอกสีน้ำ ไม่ต้องอายไป”  ผู้ดูแลหอพักซึ่งมีประสบการณ์สยองมาแล้วจับไหล่คนนั่งข้างหน้า  มันเคยเป็นตำนานของหอพักเช่นกัน…..

 

 

ในค่ำคืนที่เงียบเหงาจะมีวิญญาณในชุดขาวและใบหน้าที่ขาวซีดเป็นกระดาษออกเดินไปตามทางเดินทรุดโทรม… ความเป็นจริงนั้นไซร้คือลูกชายเจ้าของหอพักที่ไปอาบน้ำในห้องน้ำรวมตอนที่คนอื่นหลับกันหมดแล้ว  ชุดขาวนั้นคือชุดคลุมอาบน้ำสีขาว  ใบหน้าสีขาวนั้นคือมาส์กหน้าสีเผือก  ผมที่เปียกปอนจากการสระผมทำให้ดูคล้ายวิญญาณเคะที่ฆ่าตัวตายในห้องส้วม…

 

 

“ไม่ต้องกลัวหรอกครับคุณสีน้ำ  ผีก็แค่พลังงานประเภทหนึ่งแค่นั้นเอง”  โกมลปลอบใจด้วยแง่วิทยาศาสตร์  ใบหน้าใสจึงเหล่หันมอง

 

“เมื่อคืนนายกับคทาชิตคงไม่ทะเลาะกันทั้งคืนนะ?”    ลึกในใจนอกจากเรื่องตัวเองนั้นก็เป็นห่วงคนอื่นไปด้วย  หันมองใบหน้าคนทั้งสองสลับไปมา

 

“โอ้ ไม่มีอะไรเลยสีน้ำ เพราะว่าเอาเทปกาวแปะผ่าครึ่งห้องเลยล่ะ ฮ่ะๆๆ”    ชายรักตะกร้อหัวเราะร่วน  หนทางที่คนทั้งจะมาสามัคคีกันนั้นช่างห่างไกลเกินจะจินตนาการ

 

พ่อเลี้ยงวัยหนุ่มหันมองความร่าเริงของเหล่านักศึกษาพร้อมกับวาดระบายรอยยิ้มสดใส  “ดีแล้วล่ะนะที่ทุกคนได้พักผ่อนกันเต็มที่  วันนี้จะได้เที่ยวกันทั้งวัน”   เริ่มจากโปรแกรมแรกที่สวนสัตว์

 

“มีข่าวแจ้งให้ทราบหนึ่งเรื่องนะครับ  วันนี้ผมจะเป็นคนขับรถแทนคุณเบียร์  เพราะว่าคุณเบียร์ติดธุระเรื่องงานจ๊อบเลยมาดูแลขับรถให้ช่วงเช้าไม่ได้”  ร่มโมกข์เข้าประจำการตำแหน่งคนขับรถแทน    เหตุการณ์ธุระที่บอกกล่าวนั้นมองได้สองทางคือทำงานจริงๆ กับสาวยังไม่ตื่น(?)

 

“มากันครบแล้วก็เดินทางกันเลยครับ”  ดวงตาสีน้ำตาลมองไปรอบๆรถเพื่อนับจำนวนคน  แน่นอนว่าประธานสโมสรนักศึกษาก็ติดสอยห้อยตามมาเช่นเดิม  เพื่อจับตามองไม่ใช่แพร่งพรายความลับ….

 

 

รถตู้สีขาวบริสุทธิ์ออกเดินทางจากฟาร์มคารมดี ไม่ทราบอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อไปยังสวนสัตว์เชียงใหม่  สถานที่ท่องเที่ยวซึ่งนักท่องเที่ยวต้องแวะไปเยี่ยมแพนด้าลูกรักของสื่อวิทยุโทรทัศน์    การท่องเที่ยวของคณะทัวน์ฮาเร็ม(?)จะมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะไปถึงเมื่อใดกัน….?

 

 

เซียมซีเพนกวินบอกว่า

เพนกวินรับไม่ได้ ผลที่ออกมาจากสิ่งที่ทำนั้นรับไม่ได้จริงๆ คงต้องเริ่มกันใหม่แล้วล่ะ

                คำทำนายของเซียมซีเพนกวินจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ต้องติดตามต่อ(?)    ถนนทอดยาวนำทางเหล่านักศึกษาโดดเรียนจากมหาวิทยาลัยนานมีบุรีมาจนกระทั่งถึงแหล่งรวมสัตว์เล็กสัตว์น้อยและอควอเรี่ยม   เพราะเป็นวันธรรมดาจึงไม่พบเห็นเด็กเล่นซนให้สมาชิกผู้ไม่รักเด็กในกลุ่มขัดใจ

 

สวนสัตว์เชียงใหม่แบ่งพื้นที่เป็นส่วนต่างๆตามประเภทของสัตว์  สถานที่ยอดนิยมคือโดมน้ำแข็งแพนด้าและอควอเรี่ยมซึ่งอยู่ลึกเข้าไปภายใน   ด้วยความเป็นอภิสิทธิ์ชนเหล่าคณะโดดเรียนนั้นไม่ต้องซื้อตั๋วเพราะมีการติดต่อเอาไว้ก่อนแล้ว   รถตู้หาที่จอดได้ก็ถึงเวลาออกเดินชม….

 

 

“ถ้าพวกเราไปกันเป็นกลุ่มคงได้ดูไม่มาก  เอาเป็นว่าให้แยกย้ายแล้วกลับมาเจอกันที่รถน่าจะดีกว่านะ”   ดนัยประเมินเหล่าสมาชิก   คนกลางอย่างสีน้ำจึงเริ่มคิดหนักว่าจะไปกับใคร..ในเมื่อตนเป็นคนชวนมา

 

“สีน้ำนายไปกับคุณดนัยเหอะ  เดี๋ยวฉันชิลๆไปเรื่อยๆกับพวกขวานเอง~”  เพื่อนสนิทผู้รู้งานกอดไหล่  ไม่ได้อยากให้เพื่อนเป็นเกย์แต่มันเกรงใจคนชวนมา…

 

“เฮ้ยเจ้าบ้าเศษสตางค์!!  แกมาตัดสินใจแทนคุณสีน้ำได้ยังไง!!”  ชายผมเงาตาสีเขียวร้องโวยวายไม่ได้ดั่งใจ  ออกนอกหน้าว่าอยากไปกับเทพเจ้าอีโมชั่นยิ่งนัก

 

“จะ..ใจเย็นๆโกมล   คทาชิตไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”  คนกลางออกโรงห้ามทัพคนทั้งสองไว้   แมวห้าวกับสุนัชซื่อๆจะเข้ากันได้เมื่อไหรกันนะ…

 

ชายผมสีน้ำเงินสับปะรดเดินได้เดินผ่านหน้าเหล่มองด้วยปลายทางจิกกัด   “คุมเพื่อนตัวเองให้ดียังไม่ได้เลยนะครับ  คุณมีอะไรดีๆในตัวบ้าง”  จากไปเดินเที่ยวเล่นคนเดียวไม่สนใจใครอีก…

 

เมื่อมองสภาพตัวเอง สีน้ำก็ได้แต่ปลงตกว่าจะไปห้ามเพื่อนได้ไงในเมื่อตัวเองยังแก้ปัญหาเจ้าของหอปีศาจร้ายไม่ได้  “โดนสิงโตกัดเข้าโรงพยาบาลไม่ต้องโผล่มานานๆก็ดีนะ….”  สาปแช่งมุบมิบไม่ให้ได้ยิน

 

“ถ้าแช่งให้ผมโดนสิงโตกัด  ผมก็ขอให้คุณโดนนกกระจอกเทศจิกเอาความห่วยออกจากหัวซะบ้างนะครับ”   หูผีของมารร้ายใส่คอนแท็กเลนส์ให้เป็นสีเดียวกันไม่ได้ช่างดีเกินไป

 

พฤติกรรมของแต่ละครล้วนอยู่ในสายตาของพี่ใหญ่  จุดศูนย์กลางของความสัมพันธ์อยู่ที่สีน้ำ สวัสดี หากแต่เป็นความสัมพันธ์ที่วุ่นวายสับสนนัก    “เอาแบบนี้ก็แล้วกัน  เดี๋ยวสีน้ำไปกับเพื่อนๆ แล้วเดี๋ยวใกล้ๆเที่ยงมาเจอฉันที่อควอเรี่ยมนะ”   จัดตารางเวลาการใช้อุปกรณ์วาดเขียนให้แต่ละคน

 

“อะ..แบบนั้นก็ได้ครับ  ขอโทษด้วยนะครับคุณดนัย ทั้งๆที่คุณเป็นคนชวนมาเที่ยวเชียงใหม่”  รุ่นน้องผมน้ำตาลฟูฟ่องรู้สึกผิด

 

“ไม่เป็นไรๆ  เที่ยวกับเพื่อนๆก่อนก็ได้ ว่าแต่….  เขี้ยวยักษ์น่ะดูท่าทางเหมือนสายลับเลยนะเนี่ย”   ขยับเข้ามาใกล้และซุบซิบ

 

ดวงตากลมโตมองไปยังร่างสูงผมดำและลูกน้องซึ่งยืนอยู่ในระยะเพียงพอที่จะสะกดรอยตาม..   ฉีกยิ้มเหี่ยวๆออกมา ความลับที่ไม่อาจบอกใครได้  “เป็นการเข้าสังคมแบบหนึ่งมั้งครับ ฮ่ะๆ….”  ใช่ซะที่ไหนล่ะ  เขาโดนสะกดรอยตามอยู่…

 

“ไปดูทางโน้นกันเหอะ!!”   ชายอารมณ์ดีและรื่นเริงโดดเข้ามาคว้าตัวเพื่อนซี้ไปตามแผนที่  มุ่งหน้าไปหาหมีโคอาล่าและฮิปโป…

 

“เฮ้ย!! แกจะลากคุณสีน้ำไปไหน!!”   คู่ปรับเพื่อนในกลุ่มวิ่งตามไป   ตามหลังด้วยผู้ดูแลหอพักลุกคู่คณะตลก และตามหลังออกไปแบบมีระยะโดยสายลับสโมสรนักศึกษา….

 

ภาพมิตรภาพของวัยหนุ่มซึ่งเต็มไปด้วยพลังชีวิตเรียกเสียงหัวเราะและใบหน้าคมเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม  มันช่างทำให้เขานึกถึงสมัยเรียนจริงๆ  โรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย กลุ่มเพื่อนสนิทของเขา   “พวกคุณสีน้ำดูสนิทกันดีนะครับ”  ร่มโมกข์ยื่นแก้วน้ำกระดาษให้เจ้านาย

 

“นั่นสิร่มโมกข์   นึกถึงสมัยเรียนขึ้นมาเลย”   หวนรำลึกแล้วความระทมบางอย่างได้เข้ามาเกาะกุมให้ใบหน้าห่อเหี่ยว    ความหลังที่ทำให้ชายหนุ่มต้องกลับมาพักใจที่บ้านเกิด…. กดโทรศัพท์เล่นเฟซบุ๊คและเมื่อลองเล่นเซียมซีเพนกวินอันแสนโด่งดัง  คำทำนายก็ทำให้เขายิ้มเจื่อนๆออกมา

 

คนเราเมื่อกลุ้มใจมักหันเข้าหาหมอดู

เพนกวินพยากรณ์นอกจากไม่ช่วยแล้วมักชอบซ้ำเติม…

                สีน้ำตัวเอกร่างเล็กโดนลากไปลากมาปานเป็นเพียงสัมภาระ  พ้องเพื่อนคณะมนุษย์ศาสตร์พ่วงผู้ดูแลหอพักใบหน้าเบื่อโลกเดินเที่ยวชมสัตว์ต่างๆพร้อมทั้งเก็บภาพด้วยกล้องถ่ายรูป  ฝั่งโฬมอุดมผู้เย่อหยิ่งนั้นนั่งดื่มกาแฟไม่ออกแดดให้ร้อนต้องมาส์กผิว…  ผู้ชายเจ้าสำอางช่างไม่เหมาะกับสถานที่ท่องเที่ยวแบบสมบุกสมบัน..

 

 

“แกจะถ่ายรูปเหมือนคนบ้าเห่อไปถึงไหนฟะ!”  แมวโกมลเริ่มหาเรื่องเจ้าสุนัขซื่อคทาชิตอีกครั้ง   นักวาดไม่พูดอะไรเพียงแค่หัวเราะและกระหน่ำถ่ายต่อไป

 

“คทาชิตเค้าเก็บข้อมูลไว้วาดรูปน่ะ  อย่าไปขัดคอเลย”   เรื่องแบบนี้เพื่อนสนิทตั้งแต่วัยมัธยมไม่คิดจะเข้าไปขัด  เพราะยิ่งข้อมูลใช้วาดรูปเยอะก็ยิ่งดี จะได้เอามาวาดภาพประกอบให้เขาไง…

 

สวนสัตว์กว้างใหญ่ ตัวละครในการ์ตูนและละครชอบมาเที่ยวเล่นกัน เป็นสถานที่เดทยอดฮิต… ในความคิดของเขามันเหนื่อยชะมัดเลยน่ะ   “คุณสีน้ำเหนื่อยไหมครับ ผมไปซื้อน้ำมาให้ก็ได้”   แฟนอวยรีบเข้ามาดูแล

 

“ฉันเหนื่อยอยากได้น้ำเหมือนกันนะ”   มือกระชับหมวกกบกันแดดที่เต็มไปด้วย UV   ดวงตาสีมรกตตวัดมองในทันทีว่าใครถาม…

 

“ไม่ต้องหรอกๆ  สบายมากไม่ได้ใช้พลังงานเยอะเท่าคทาชิต”   ชี้ไปทางชายหนุ่มซึ่งแทบจะปีนเข้าไปถ่ายรูปสัตว์กรงนั่น   นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาต่างหัวเราะและชื่นชมในสปิริตนักถ่ายรูปของนักกีฬามากด้วยพลังงาน  ตกเป็นเป้าสายตาในทันที

 

“แกทำอะไรของแกวะไอ้บ้าเศษสตางค์!   อย่าทำให้คุณสีน้ำต้องอายสิวะ!!”   โต้เถียงกันเสียงดังขนาดนี้ไม่น่าอายกว่างั้นหรือ…  คนมองอย่างคนกลางเหงื่อตก

 

ปล่อยแมวกับสุนัขกัดกันไป ดวงตากลมสีน้ำตาลเหลือบมองไปเบื้องหลังตน  สายลับคอยรักษาความลับคนนั้นช่างเดินตามไปทุกหนทุกแห่ง  จะเห็นใจหรือจะปล่อยไว้แบบนั้นดีล่ะเนี่ย…  สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหา   “คุณหินบุรีไม่เหนื่อยเหรอครับ?”

 

สายตาคมจ้องมองเขม็ง   “เหนื่อยอะไร”  ความเหนื่อยก็เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติเช่นกัน…   เสื้อสูทสีดำท่ามกลางบรรยากาศร้อนระอุในสวนสัตว์ เข้ากันจริงๆ…  ส่วนหินน้อยนั้นสงบเสงี่ยมผิดปกติ.. ดูเหมือนมันจะกลัวเจ้าหน้าที่สวนสัตว์จับไปใส่กรงสัตว์ปีก…

 

สีน้ำหมดมุขที่จะคุย  พลันเหลือบไปเห็นป้ายโฆษณา  “ไป…เอ่อ…. ไปดูแพนด้ากันมั้ยครับ?”   ออกปากชวนและชี้ไปยังโดมซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว..

 

หินบุรีตวัดมองสุดแสนเย็นชา   เห็นเป็นคำพูดลอยออกมาจากการจ้องหน้านั่นเลยทีเดียว  “ก็ไม่ได้คิดหรอกครับว่าชอบแพนด้า…..”  แต่หนุ่มแหววมักชอบอะไรน่ารักๆนี่…

 

เหนือความคาดหมายของร่างเล็ก   รุ่นพี่เคร่งขรึมนั้นเดินตรงไปทางโดมแพนด้าไม่บอกกล่าว   ปากไม่ตรงกับใจรึไงเนี่ย  “รอผมด้วยสิครับ!”  ออกวิ่งตามเจ้านายและผู้ติดตามคู่นั้นไป..

 

โกมลหันกลับมามองอีกครั้งพบเพียงความว่างเปล่า  เทพเจ้าอีโมชั่นนั้นหายตัวไปแล้ว  “คุณสีน้ำหายไปไหนแล้ว!?”    เหลือไว้เพียงคู่หูคู่ฮาและหนึ่งคนผู้ไม่เคยชอบใจอะไรทั้งสิ้น…. จบกัน….

 

“สีน้ำไปตั้งนานแล้ว”   ยียวนไร้อารมณ์สมเป็นผู้ดูแลหอพักคู่ปรับของโฬมอุดม   ไม่ยอมบอกว่าไปไหน ทิ้งให้เป็นปริศนาของโลก…  ปล่อยคู่คนยังไม่เกย์ไปสานสัมพันธ์เกย์ๆกันซะบ้าง(?)

 

 

คนที่ไม่ใช่เกย์~   ก็ชอบผู้ชายไม่ได้~

จงรีบก้าวเกินกำแพงความเป็นชายธรรมดาไปซะ!

                ขวานมีเสาอากาศลึกลับรับเรตติ้งจากทางบ้าน ปริศนาข้อนี้คงไม่มีคนอยากรู้   ณ โดมแพนด้าจุดเด่นจุดที่หนึ่งอันเป็นจุดขายของสวนสัตว์เชียงใหม่    หินบุรีและสีน้ำเดินออกมาจากร้านขายของที่ระลึกและเข้าไปดูแพนด้าข้างใน  คนมากมายกำลังรุมล้อมและชื่นชมไปกับสองแพนด้าที่กำลังนอน… เดิน… กิน.. เคี้ยวไผ่ แล้วก็นอน…

 

 

“คนเยอะจังเลยนะครับ”   สองมือโอบตุ๊กตาแพนด้าเอาไว้ในอ้อมกอด  ตุ๊กตายัดนุ่นขนนุ่มนิ่ม  ไม่ได้อยากซื้อหรอกนะแต่ถ้าไม่ซื้อเหมือนมาไม่ถึง….

 

“น่ารำคาญจริง…”    แผ่รังสีไล่คนไปรอบๆตัว  เหล่านักท่องเที่ยวคนอื่นรู้สึกเย็นและกลัวอย่างไม่ทราบสาเหตุจึงพากันเดินออกไปทีละคนสองคน

 

ดวงตากลมจ้องมองไปตรงหน้า  แพนด้าขาวดำกำเคี้ยวไผ่…  จิตใจที่ด้านชา(?)ของนักเขียนนิยายไม่อาจเข้าใจได้ว่ามันน่ารักตรงไหน…  “ดูเฉยๆยังไงก็ไม่รู้…”  แล้วก็หยิบแพนด้าตุ๊กตาในมือมาจ้อง..อืม…ไม่ต่างกัน…

 

“แพนด้าในกรงมันจะไปมีอะไรน่าสนใจ”  แต่ท่าทางสนอกสนใจในความน่ารักของคุณพี่แม้จะทำขรึมนั่น… ผมว่ามันน่าสนใจกว่าดูแพนด้าอีกนะ.. การวิจัยหนุ่มแหววเนี่ย

 

ปากเรียวทำปากบู่ปากเบี้ยวจ้องหน้าตุ๊กตาและจับมันมากอดไว้ดังเดิม  “ผมว่าแพนด้าที่คุณหินบุรีถักน่ะ น่ารักกว่าพวกนี้อีกนะครับ”   ผินหันไปยิ้มให้คนข้างๆโดยไม่รู้ตัว  ภาพใบหน้าซื่อบื้อซึ่งมักเห็นว่างั้นๆ ใยวันนี้มันจึงเปล่งประกายขึ้นกว่าปกติ… เพราะไฟนีออน?

 

อึ้งไปพักหนึ่งจึงได้สติ   “เพราะว่าฉันเก่ง”   รับคำชมไปง่ายๆไม่ถ่อมตัวและไม่ยอมใบหน้าใสอ่อนวัยนั้นอีก   ดวงตาจ้องเขม็งไปยังไพ่ในมือของแพนด้าแทนที่จะเป็นตัวแพนด้า….

 

“นั่นสิครับ คุณหินบุรีเก่งจริงๆด้วย”  หัวเราะร่วนอารมณ์ดี  คนข้างๆเบียดมาร่างเล็กเผลอเซไปโดนแขนแกร่งเข้า…  ปฏิกิริยาทางไฟฟ้าเกิดขึ้นให้ขยับหนีประหนึ่งโดนไฟช้อต..

 

“อ๊ะ นี่จะเที่ยงแล้วผมไปที่อควอเรี่ยมก่อนนะครับ!”  สีน้ำมองนาฬิกาข้อมือพบว่าถึงเวลาที่นัดไว้กับพ่อเลี้ยงฟาร์มม้าแล้ว   กันไปโค้งลาประธานสโมสรนักศึกษาและลูกน้องก่อนกุลีกุจรออกไป

 

ร่างหนาทรงผมรีเจนท์หันมองเจ้านายที่ไม่ยอมขยับออกไปจากสถานที่เต็มไปด้วยผู้คน   “คุณเขี้ยวครับ?  เป็นอะไรรึเปล่าครับ?”   ยิ่งงุนงงเมื่อจู่ๆมือแกร่งของชายผมดำยกขึ้นมาจับอกอย่างงๆคล้ายวัดจังหวะการเต้นของหัวใจ

 

หัวใจมันเต้นตึกตักขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ…..

                หนุ่มแหววโหดขึ้นมองไผ่ของแพนด้าค้างเหม่อลอยไปหลายวินาที    คุณศักดิ์และหินน้อยต่างเอียงคอมองหน้าเจ้านาย    “คุณเขี้ยว?”   อาการหัวใจเต้นตึกตักผิดจังหวะมาจากไหนกัน…   มันคืออาการเมื่อเห็นของที่น่ารัก  อาการธรรมชาติของหนุ่มแหววตอนเห็นของน่ารัก….

 

“ออกไปกันได้แล้ว”  ตวัดกายหันหลังจากแพนด้าไปยังทางออก     สลัดภาพรอยยิ้มและเสียงใสนั่นออกไปเสีย  อย่ามาทำให้วุ่นวายใจเหมือนเรื่องเหนือธรรมชาตินะ!?   เขาเกลียด!!

 

 

ใช่….หัวใจมันสั่นไหวเพราะแพนด้าน่ารัก….

เต้นตึกตักเพราะท่าเคี้ยวไผ่ที่น่ารักนั่น

 

 

                กระบวนการหลอกตัวเองเป็นกระบวนการป้องกันภัยทางจิตใจของมนุษย์    อาการเหล่านี้จะรักษาหายได้ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยทำการยอมรับความจริงได้  กระนั้นแล้วกรณีศึกษาในครั้งนี้ก็ไม่อาจบอกได้ว่ามันคือแพนด้าหรืออาการเริ่มต้นของการเป็นเกย์กันแน่….

 

 

คำถามชิงรางวัลประจำวันที่ X เดือน O   หินบุรี เขี้ยวยักษ์หัวใจเต้นตึกตักเพราะอะไรกันแน่

  1. แพนด้ามันน่ารักเกินไป
  2. คนกอดตุ๊กตาแพนด้าน่ารักเกินไป
  3. คุณเขี้ยวป่วยเป็นโรคหัวใจ

ส่งคำตอบได้ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์นานมีบุรี ฝ่ายละครน้ำเน่าได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

                ขาเรียวออกวิ่งและเมื่อหันไปเห็นรถที่นำทางไปส่งที่อควอเรี่ยมจึงรีบขึ้นนั่งคลายความเหนื่อยล้า    เที่ยววันเดียวรู้สึกเหมือนมาเล่นแรลลี่กับครอบครัวเลยทีเดียว…   อควอเรี่ยมของสวนสัตว์เชียงใหม่เป็นจุดสนใจเทียบเท่ากับโดมแพนด้าซึ่งอยู่ใจกลางสวนสัตว์    รถบริการของสวนสัตว์พานักท่องเที่ยวและตัวเอกของเรามาถึงตรงหน้าอาคารอย่างปลอดภัย  สีน้ำมาถึงจึงรีบมองหาคู่เดทรอบเที่ยงของวัน(?)

 

 

“คุณดนัย~~  ขอโทษครับที่มาสาย!”   รีบวิ่งมายังทางเข้าและที่ขายตั๋ว   ชายผมทองแต่งตัวดีคลี่ยิ้มกว้างให้อภัยคู่เดทที่น่ารัก(?)

 

“ฉันก็เพิ่งมาเองล่ะ  ไม่ต้องคิดมากๆ”  ข้ออ้างดาษๆของคาแร็กเตอร์ประเภทดีแสนดี  เป็นการแก้เก้อรักษาน้ำใจที่ดีแต่ใช้บ่อยมันคือเรื่องโกหก…

 

“จะเข้าไปข้างในกันเลยมั้ยครับ?   ข้างนอกร้อนจัง”  นิ้วเรียวชี้ไปยังทางเข้า   เขาต้องการเครื่องปรับอากาศยิ่งกว่าเงินเสียอีกในตอนนี้

 

“อืม งั้นเข้าไปกันเถอะ”   ผายมือให้แขกที่ต้องดูแลจับเผื่อจะหลง   คนไม่เข้าใจและยังซื่อบื้ออย่างเจ้าของผมสีน้ำตาลฟูฟ่องใช้สายตาแฝงความงุนงง  คนไม่ใช่เกย์ไม่อาจเข้าใจการกระทำนี้…

 

ดนัยหัวเราะออกมาและเป็นฝ่ายคว้ามือเรียวนั้นไว้เอง  “เผื่อจะหลงน่ะก็ข้างในมันสลัวๆหน่อย ไปกันเถอะ”  เจ้าชายและสุภาพบุรุษคงมีลักษณะแบบนี้นี่เอง

 

 

ทางเดินเมื่อเข้ามาถึงมีตู้กระจกแสดงสัตว์น้ำประเภทต่างๆ  ลักษณะการจัดแต่งคล้ายกับนิทรรศการโชว์  เข้าไปอีกหน่อยจึงเป็นสัตว์เลื้อยคลานและแมงมุม…   ผ่านเข้าไปอีกหน่อยจึงเริ่มมีลักษณะที่เหมาะกับคู่เดทมากขึ้น  มีสัตว์น้ำมากมายก่อนที่จะเข้าไปยังสวนของทางเดินใต้น้ำ

 

 

“อควอเรี่ยมเป็นที่ๆดีเหมือนในหนังสือหรือนิยายเลยนะครับ”  แสงสลัวและบรรยากาศที่เงียบสงบ  เหมาะกับคู่รักใช้เวลาอยู่ด้วยกันจริงๆ

 

“จะนั่งพักก่อนมั้ยสีน้ำ?”  ใบหน้าใสสะบัดไปมารีบวิ่งไปเกาะตู้กระจกตรงกลางห้อง   ปลาข้างในราวกับเรืองแสงอยู่อย่างนั้น…

 

มีความรู้สึกผูกพันปานชาติก่อนเคยเป็นปลามาก่อน  “คุณดนัยมาที่นี่บ่อยรึเปล่าครับ?”  ชายหนุ่มเดินมายืนเคียงข้างกัน  ภาพสะท้อนคนสองคนบนกระจกใสนั้นช่างดูสมกันในหลายๆความหมาย

 

“เมื่อก่อนน่ะมาบ่อยเลยล่ะ  แต่ช่วงที่ทำฟาร์มด้วยตัวเองก็ไม่ค่อยได้มาแล้ว”   แม้ดวงตาจะมองไปยังปลาที่อยู่ภายใน  ความคิดคำนึงราวกับล่องลอยไปไกลแสนไกลกว่านั้น

 

“มากับแฟนเหรอครับ?”  เจ้ารุ่นน้องผู้อยากรู้อยากเห็นรีบถามเจาะลึก  พ่อเลี้ยงฟาร์มม้าหลุดหัวเราะออกมาเบาๆแก้เขิน

 

“เมื่อก่อนล่ะนะ”   ไม่อาจพูดถึงปัจจุบันได้  ใบหน้าคมนั้นช่างแฝงความรู้สึกมากมายยากที่จะอ่านออก   ฉับพลันใบหน้าคมที่จมอยู่กับความคิดของตัวเองนั้นกลับมีสีหน้าตกใจ

 

“คุณดนัย?”  สีน้ำจ้องมองประหลาดใจ  และเมื่อมองไปอีกฝั่งหนึ่งของตู้ปลาอีกด้านจึงมองเห็นชายหนุ่มสองคนซึ่งน่าจะมีวัยเดียวกับนักศึกษาปริญญาโทคนนี้   คนหนึ่งในสองคนนั้นเป็นคนที่เขาคุ้นเคยและเคยเจอมาก่อน   ร่างโปร่งและเส้นผมสีเงินยาวยวงแบบนั้น

 

“นั่นมัน?”   และในตอนนั้นตัวเขาเองก็คงไม่นึกว่าจะเข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องทุกข์ใจของชายหนุ่มผมทองซึ่งมักร่าเริงตลอดเวลาคนนี้เข้า….

 

“เจ้าสวะดนัยนี่”   เสียงทุ้มจากฝั่งตรงข้ามเรียกขาน  คำพูดหยาบคายนั่นทำเอาคนยืนข้างๆตกใจในความเถื่อน  กำลังโดนหาเรื่องรึเปล่าเนี่ย….

 

“ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกันที่นี่ บังเอิญชะมัดเลย ฮ่ะๆ”  ริมฝีปากคมคลี่ยิ้มให้กับสองคนนั่น  ร่างสูงผมสีดำขลับสุดร็อคใบหน้ามีรอยแผลเป็น  ส่วนอีกคนนั้นคือแม่ค้า(?)ส้มตำที่อยู่ท้ายซอยหอพักเขานั่นเอง

 

“มาเที่ยวเหมือนกันเหรอวะ?”  หนุ่มผมเงินทักตอบ  เป็นการทักทายที่เป็นกันเองเสียจนคนสุภาพเข้าไม่ถึง  บางทีสามคนนี้อาจจะเป็นเพื่อนกันมาก่อนล่ะมั้ง….

 

 

ดวงตากลมเหลือบมองหน้าผู้ที่ชวนตนมาเชียงใหม่  แม้จะมีรอยยิ้มประดับบนหน้าใยเขาจึงรับรู้ว่ามีต่อมดราม่าลอยไปลอยมาแบบนั้น   สายตาที่นักแต่งนิยายคาดเดาไปถึงพล็อตนิยายน้ำเน่า   คำพูดเรื่องของอควอเรี่ยม… นี่มันเหตุการณ์ของแฟนเก่าชัดๆ เขาคิดมากไปรึเปล่า?

 

 

“ตอนแรกก็ได้ยินจากสะออนแล้วว่าพวกนายจะไปเที่ยวกัน แต่ไม่นึกว่าจะมาเชียงใหม่”   ดนัยชวนพูดคุยด้วยท่าทีกระตือรือร้นไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย   เทพอีโมชั่นขัดใจ(?)

 

“พวกเราก็ไม่นึกว่าจะมาแกที่นี่เหมือนกันล่ะวะไอ้สวะ”  หนุ่มมีแผลบนหน้าช่างไม่รับแขก   มือเล็กกำหมัดแน่นอยากมีเรื่องแทนขึ้นมาแต่ก็ป๊อด…

 

“แต่เจอก็ดีแล้วว่ะ  ว่าจะบอกข่าว”   สะออนยืนกอดอกมอง  มือแกร่งของพ่อเลี้ยงฟาร์มม้ามาจับมือเรียวเอาไว้ตั้งแต่เมื่อใดสีน้ำนั้นไม่ทันรู้ตัว    ดวงตากลมเหลือบมองข้างใบหน้านั่น  แรงที่กอบกุมมือของตนนั้นมันแน่นและเขารู้สึกถึงมือชุ่มเหงื่อ…  ระหว่างสามคนนี้มีอะไรกัน..?

 

“รีบๆบอกมันก็ดี  ไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์”   แสนศักดิ์ยืนพิงกระจกตู้ปลารอ   บรรยากาศไม่ชวนให้คิดว่าเป็นข่าวดีสำหรับฝั่งนี้…

 

“ฉันกับแสนศักดิ์กำลังจะไปแต่งงานกันที่สวีเดน”    อุปกรณ์วาดเขียนประกอบฉากช็อกและตกใจ   เพิ่งจะมีคู่รักชายชายมาบอกข่าวแต่งงานต่อหน้านี่แหละ!!?

 

“จริงเหรอ!  ยินดีด้วยนะ  พวกนายตกลงกันได้ซะที ยินดีด้วย”  เสียงทุ้มสดใสแสดงความยินดีออกมาจากใจ  ช่างไม่เข้ากับมือแกร่งที่ทั้งเย็นและสั่นไหวน้อยๆนั้น….

 

 

เขามาเชียงใหม่โดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรแม้เพียงนิด…

รู้เพียงแค่คำพูดของคนรู้จักของเขานั้นไม่ใช่การแสดงความยินดีจากใจ..

                “เออ ขอบใจ”    ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวยิ่งขับความสงสัยในสมองเล็กๆซึ่งมักโดนหยามว่าห่วย  สามคนนี้อาจจะไม่ใช่เพื่อนกันเฉยๆ… อาจเป็นเพื่อนอย่างอื่น?….

 

“ฉันพารุ่นน้องมาเที่ยวคงไม่รบกวนเวลาเดทของพวกนายล่ะ  เที่ยวให้สนุกจะแวะมาที่ฟาร์มฉันก็ได้”  ชวนไปตามมารยาทผิดกับสองมือที่ชุ่มเหงื่อนั่น..  ร่มโมกข์ซึ่งพวกเราลืมไปแล้วมองจากที่ไกลๆด้วยความเป็นห่วง…

 

“ไม่ดีกว่าว่ะ ไม่รบกวน  แขกแกเยอะแล้วนี่หว่า”   ดวงตาสีฟ้าหันมองใบหน้าใสอ่อนเยาว์ผมฟูฟ่อง   รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาคล้ายกับเจอกันที่ไหน

 

สีน้ำผงกศีรษะทักทายแบบหวั่นๆตอบไป   “ไปกันได้แล้วไอ้สวะหัวเน่า”  ฉุดดึงแฟนของตัวเองให้ตามไปแบบหยาบๆ  ให้ตายเถอะ…  ผู้ดี(?)แบบเขาไม่อาจเข้าถึงโลกนั้นได้….

 

เมื่อออกห่างไปแล้ว เสียงใสนั้นจึงเริ่มนินทา…  “เพื่อนคุณดนัยมีเอกลักษณ์ดีนะครับ ฮ่ะๆ…”  มานินทากับเพื่อนเขามันเป็นมารยาทที่ไม่ดี…

 

“พวกเขาเป็นคนดีล่ะ  ต่อให้พูดจาแบบนั้นก็เถอะ  บางที…อาจจะดีกว่าฉันก็ได้”   ดนัยเงียบขรึมลงไป  ตกอยู่ภวังค์ที่คนอื่นไม่อาจเข้าใจ..

 

ร่างเล็กเกิดอาการทำอะไรไม่ถูก  หันไปมองที่นั่งพักเบื้องหน้าโดมน้ำเลี้ยงฉลามและปลาน้ำลึก  “ไปนั่งพักกันเถอะครับ  ผมหิวน้ำแล้วด้วย”

 

“ได้สิ  นั่งพักก่อนก็ได้”   คลี่ยิ้มอย่างฝืนๆให้แลดูสดใส  กระนั้นในสายตาคนมองนั้นมองออกเป็นอย่างดีว่ามันไม่ใช่เลย….

 

 

สองหนุ่มนั่งลงตรงหน้าตู้กระจก   แสงสลัวๆนั้นปิดบังสีหน้าให้ยากจะอ่านออกว่ากำลังเศร้าหรือนิ่งเฉย  ป้ายข้างๆนั้นบอกเวลาการให้อาหารปลากระเบนและปลาตัวอื่นๆในอีก 5 นาทีนี้    ต่างฝ่ายต่างจดจ้องแก้วน้ำในมือของตัวเอง  ตั้งแต่พบเจอกับคู่รักคู่นั้นความสนุกกลับลดลงไปทันตา… อยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าถามในเวลาเดียวกัน มันละลาบละล้วงมากเกินไป…

 

 

“สองคนนั้นเป็นเพื่อนสมัยเรียนของคุณดนัยเหรอครับ”   คำตอบคือการพยักใบหน้าตอบและไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมให้เข้าใจ

 

“พวกเขาคงรักกันดี  นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นผู้ชายสองคนบอกว่าจะแต่งงานกัน ฮ่ะๆ”  พี่ชายเขาเคยบอกรึเปล่าหว่า?  อาจจะเคยแต่ลืม?  เอ…แต่พี่เขายังโสดนี่…

 

“เป็นครั้งแรกของฉันเหมือนกันล่ะ  ที่เพื่อนมาบอกว่าจะแต่งงาน”  น้ำเสียงช่างซึมเศร้าไม่อาจปิดบังความในใจ  ร่างเล็กร้อนรนอยากจะปลอบใจแต่ในขณะเดียวกันไม่เข้าใจอะไรจะไปปลอบอะไรได้….

 

“เป็นผมก็คงใจหายนะครับ  ถ้าวันนึงเพื่อนของผมมาบอกว่าจะแต่งงานไป  ทั้งๆที่เคยเที่ยวเล่นกันมาก่อน…”  จินตนาการภาพวันหนึ่งคทาชิตเดินมาพร้อมกับเจ้าสาวและชิงแต่งงานไปก่อน  หรือว่าจะเป็นโกมล  เป็นคนอื่นๆที่รู้จักกัน.. เป็นเรื่องน่ายินดีและใจหายไปพร้อมกัน…

 

“นั่นสินะสีน้ำ”  ดนัยไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับคำพูดชวนคุย   มีอะไรก็พูดออกมาให้หมด!! สีน้ำขัดใจ!! ชวนมาเองแล้วก็มาซึมเอง  อายุสามสิบกว่าแล้วควบคุมตัวเองหน่อย!!

 

ก่อนที่ตัวเอกของเราจะฟุดฟัดด้วยความโกรธไปมากกว่านี้  เสียงประกาศตามสายบอกเวลาให้อาหารได้ดังขึ้น  นักประดาน้ำคนให้อาหารได้ปรากฏตัว   ใบหน้าใสเงยขึ้นมองและเห็นบางอย่างสะดุดตา.. มันคือรอยสักบนหน้าที่โคตร(?)คุ้น

 

“คุณเบียร์!!!”   สีน้ำกระโจนไปเกาะกระจกด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างนักประดาน้ำหนุ่มผมขาว  เป็นการปรากฏตัวที่ไม่อาจคาดถึงและสุดจะช็อก

 

ชายหนุ่มในตู้กระจก(?)แลเห็นจึงว่ายมาเกาะติดกระจกบ้าง  ช่างเป็นการพบกันที่น่าประทับใจ(?)   ไม่อาจสื่อสารกันรู้เรื่อง จึงต้องเสี่ยวผ่านวิธีเขียนบนกระจกแทน  [โรแมนติกแบบมีอะไรขวางกั้นดีนะ]

 

“ยังจะมาเล่นตลกอีกนะครับ คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!”   หรือว่าที่บอกว่ามารับจ๊อบคือมาให้อาหารสัตว์น้ำ… เจอกันบ่อยจนเริ่มรู้สึกว่าเป็นเงาไปแล้ว….

 

ในยามที่สีน้ำและเบียร์หยอกล้อพูดคุยกันผ่านกระจก   มือแกร่งนั้นกอบกุมกำหมัดแน่นตัดสินใจเรื่องบางอย่าง  “สีน้ำ  ขอโทษทีนะ”  เปล่งเสียงเรียกออกไปอย่างมาดมั่น

 

“ครับ?”   หันมามองคู่เดท(?)เป็นทางการไม่ได้สนใจนักประดาน้ำในอีกฝั่งกระจกอีก    สีหน้านั่นคล้ายกับคนที่ตัดสินใจบางอย่างลงไปแล้ว.. มีอะไรกันนะ..

 

“เจอเบียร์ก็ดีแล้ว   เดี๋ยวนายกลับไปที่รถกับเบียร์นะ  ฉันมีธุระนิดหน่อย  ถ้าไปนายก็ให้เบียร์พาเที่ยวไปเลยนะ”   ร่างสูงผมทองหยัดกายขึ้นและรีบวิ่งไป   ทิ้งให้คนโดนชวนต้องมานั่งอยู่กับนักประดาน้ำในตู้กระจกขนาดใหญ่….

 

“เดี๋ยวสิครับคุณดนัย!”   แผ่นหลังนั้นหายลับไปกับความมืดของอควอเรี่ยม  บอกแบบนั้นแล้วเขาจะบอกคนอื่นยังไง.. แล้วต้องรอกลับฟาร์มหรือไปไหนพร้อมกันมั้ย…

 

“ทิ้งกันเฉยเลยอ่ะ….”  ปลงและหันไปมองคนรู้จักจอมรับจ๊อบซึ่งมีกระจกกั้นขวางอยู่….  ไม่ต้องมาทำมือเป็นรูปหัวใจเลยน่ะ…..

 

 

อควอเรี่ยมที่มืดสลัวกลับต้องมานั่งรอคนให้อาหารปลา…  ภาพนี้ช่างน่ารักเมื่อนักท่องเที่ยวคนอื่นผ่านไปมาและเข้าใจผิดว่าสองคนนี้เป็นคนรักกัน  มานั่งรอแฟนทำงานด้วยน่ารักกันจริงๆ…  อย่าเข้าใจผิดไปไกลได้มั้ยครับ  สุดท้ายก็ต้องเดินไปเคาะกระจกบอกให้รีบๆทำงานให้เสร็จเร็วๆ….

 

 

เวลานั้นเขาไม่รู้สึกเลยว่ามันจะดราม่าจริงๆ….

เพราะเขาไม่เข้าใจว่าอาการอกหักเป็นยังไง….

 

 

                ขณะนี้เวลาบ่ายสี่โมง ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเซ็นทรัลกาดสวนแก้ว ไม่สามารถออกชื่อร้านอาหารได้เพราะไม่ได้ค่าโฆษณา… เป็นการตัดฉากที่รวดเร็วและเป็นเวลาทานข้าวอีกตามเคย  แสงแดดจ้านั้นเริ่มร่มลงบ้าง  แต่ละคนต่างเกรียมกันมาตั้งแต่เช้าจากสวนสัตว์เชียงใหม่   ทุกคนล้วนทานข้าวกันไปแบบลืมคณะเดินทางที่หายไปคนหนึ่งเป็นเวลานาน   ตัวละครที่บอกว่าไม่ต้องรอมักโดนลืมเสมอ

 

 

“เหนื่อยแต่สนุกดีนะพรุ่งนี้ต้องกลับมหาลัยกันซะแล้ว”  คทาชิตทานเนื้อเข้าไปมากมายเพื่อเรียกพลังงานกลับมา  คนที่สนุกกับการท่องเที่ยวครั้งนี้สุดๆคงมีคนเดียว

 

“แกมันร่าเริงเกินไปจริงๆ”   โกมลมองปริมาณอาหารของนักกีฬาสุดเค็ม   เพราะนี่ไม่ได้จ่ายเองจึงต้องจัดหนัก ทานเข้าไปเยอะๆ…

 

“ก่อนจะร่าเริงกันเกินไป ช่วยนึกถึงคนชวนมาแล้วก็คนจ่ายที่หายไปตั้งนานบ้างก็ดีนะครับ”  โฬมอุดมเตือนสติเหล่าคนโง่งมทั้งหลายที่ไม่ได้นึกถึง

 

“มันหายไปก็ดีแล้ว”  หินบุรีเสนอความเห็นมาจากปลายโต๊ะ    ไม่ชอบหน้ากันเมื่อไม่เห็นอยู่ร่วมโต๊ะอาหารถือว่าทำให้เจริญอาหารสุดๆ

 

“ที่โฬมอุดมพูดมาก็ถูกนะ… ฉันชักเป็นห่วงคุณดนัยแล้วสิ”  ครั้งแรกที่สีน้ำเห็นดีเห็นงามไปกับคู่ปรับตัวฉกาจ   ตั้งแต่ที่แยกกันไปตอนนั้นก็หายเงียบไปเลย…

 

“มาห่วงฉันบ้างก็ได้น๊า~  เมื่อกี้โดนครีบปลากระเบนด้วยล่ะ”  เบียร์แกล้งทำเป็นสำออยจากการโดนครีบปลากระเบนเข้าที่นิ้ว…  แผลแค่นี้เลียเอาก็หายแล้ว… ไม่สิครีบปลากระเบนจะไปทำอะไรหนังด้านๆของนายได้… สีน้ำกร่นด่าอยู่ในใจ..

 

“ไม่ใช่ว่าเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางมาหาพวกเรางั้นเหรอ?”  ขวานเสนอความคิดเห็นไปในทางเลวร้ายไม่ต่างไปจากคดีก่อน….

 

“ไม่มั้งน่ะ….”   ร่างเล็กหยิบโทรศัพท์ออกมาหมายจะโทรหา  แต่แล้วก็ต้องเก็บเมื่อลืมไปว่าไม่มีเบอร์ของฝ่ายตรงข้าม…  และแล้วผู้ที่จะมาคลายความสงสัยของทุกคนได้ปรากฏตัวขึ้น

 

ลูกน้องคนสนิทของพ่อเลี้ยงคารมดีเดินเข้ามาในร้านอาหาร  ความสนใจของทุกคนไปหยุดที่ชายวัยกลางคนในทันที   “คุณร่มโมกข์มาแล้วเหรอครับ   พวกเราก็รอกันตั้งนาน แล้วคุณดนัยล่ะครับ?”   สดับฟังแล้วคู่สนทนานั้นกลับอ้ำอึ้งลังเล….

 

หรือจะถึงเวลาของนิยายสืบสวนสอบสวนของคณะตลกอีกครั้ง…  “คุณร่มโมกข์?”  ดวงตาที่เหี่ยวด้วยอายุคลอไปด้วยน้ำตา….

 

“พ่อเลี้ยงหายไปครับ….” ร่มโมกข์กังวลเสียจนหน้าตาซีดเซียว   ลูกน้องคนสนิทเอ่ยบอกแบบนั้นทุกคนพากันอึ้งและตกใจกับการหายตัวไปในครั้งนี้…

 

เขาน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ตอนอยู่ในอควอเรี่ยมแล้ว…

ว่าชายหนุ่มกำลังทรมานใจและทุกข์ใจมาก…..

                คณะท่องเที่ยวเชียงใหม่แปรสภาพเป็นคณะตามหาคนอีกครั้ง เปลี่ยนจากการตามหาสีน้ำในคดีก่อนเป็นตามหารุ่นพี่ผมทองในสถานที่ไม่อาจทราบพิกัดและไม่สามารถแจ้งตำรวจได้…   ความทุกข์ใจของดนัยเกิดเป็นหลุมดำในใจ  เรื่องราวความลับของความรักที่ไม่อาจสมหวังที่เก็บซ่อนไว้ข้างใน… สุดท้ายก็ดราม่า….

 

 

การจะเขียนนิยายซักเรื่องหนึ่งต้องมาจากการเรียนรู้

สวรรค์คงส่งมาให้เขาเรียนรู้เรื่องความรักของคนอื่น

 

 

ทุกเรื่องไม่ได้มีด้านเดียวแบบนิยายวัยรุ่น…

 

 

ติดตามตอนต่อไป…….

 

 

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 09/30/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: