RSS

[KHRFic] แก้วตาฮาเร็ม ตอน 15

30 ก.ย.

“กระบวนการหนีปัญหาคือการหนีหน้า”

“กระบวนการหนีปัญหาขึ้นที่สองคือหนีความผิด”

                เพราะนี่คือความจริงของคนที่ต้องเจอะหน้ากันเป็นประจำ การหลบหนีด้วยการลบไอดี หรือจะเป็นไปอวตารเป็น Userอื่นคงเป็นไปไม่ได้   ในรอบรั้วมหาวิทยาลัยมันแคบเสียกว่าคำว่าโลกมันกลม  หากอยู่เฉยๆก็จะไม่เกิดปัญหาอะไร แต่เมื่อเคลื่อนไหวต้องมีอุปสรรคและเรื่องราวเสมอ  ชีวิตของสีน้ำกำลังเข้าช่วงเกมส์จีบหนุ่มซินโดรม(?)  นอกจากหนีปัญหานิยายและปัญหาส่วนตัว.. ตัวเอกของเราก็กำลังหนีความเป็นเกย์…

 

 

บทที่สิบห้า : คนเราเข้าใจผิดกันมักไม่พูดให้กระจ่าง

 

 

            ขณะนี้เวลาบ่ายสามโมงวันเดียวกันตอนที่แล้ว    คทาชิต ญาติมาก เพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งผู้ช่วยงานทุกเรื่องของสีน้ำกำลังเดินหาหอพักของเพื่อนร่วมกลุ่มภายในซอยข้างมหาวิทยาลัยนานมีบุรี   เพราะไม่เคยรู้ว่าอยู่ที่ไหนจึงต้องลากรุ่นพี่ซึ่งน่าจะไว้วางใจได้มาด้วยกัน อย่างน้อยๆตอนรับน้องทุกคนต้องเขียนที่อยู่ให้รุ่นพี่กันอยู่แล้ว   รหัส สาราวัตรนักศึกษาปีสองซึ่งบังเอิญอยู่ในห้องคณะจึงโดนลากมาด้วยกัน

 

 

“อยู่ตรงไหนแล้วหว่า…”  มือพันด้วยผ้าพันแผลประหนึ่งนักมวยยกกระดาษที่อยู่ขึ้นมาต้องมอง  สองศรีคู่หูต่างวัยยังคงหลงทาง

 

“ถามแม่ค้าแถวนี้ดีกว่ามั้งพี่”  นักกีฬาชมรมตะกร้อรีบเดินไปหาแม่ค้าขายยำมะม่วง   ยื่นกระดาษที่อยู่เพื่อสอบถามตำแหน่งที่แน่นอน

 

แม่ค้าแสนดีอธิบายอย่างละเอียดทั้งๆที่มันอยู่ถัดจากร้านยำมะม่วงไปแค่ 15 ก้าวก็จะถึงแล้วแท้ๆ…  ตึกทาสีเหลืองอ่อนเด่นเป็นสง่า  “ขอบคุณมากครับเจ๊”   ผงกศีรษะและรีบเดินต่อ

 

“จะมาเยี่ยมเพื่อนแล้วไหงไม่พาสวัสดีมาด้วย?”   รหัสผู้เป็นรุ่นพี่เอ่ยถาม  สำหรับคนที่โดนเยี่ยมคงดีใจที่ได้เห็นเทพเจ้าอีโมชั่นมากกว่าเป็นแน่

 

“สีน้ำมีธุระก็เลยมาดูให้น่ะพี่”   เพื่อนที่ดีย่อมเป็นธุระยิบย่อยให้เสมอ   สองหนุ่มพากันเดินต่อไปจนกระทั่งเกือบถึงทางเข้าตึกหอพัก  แต่ทว่าสายตากลับไปสะดุดกับบางอย่างเข้าซะก่อน…

 

“หลบมาตรงนี้ก่อน!”   คว้าตัวชายผมเกรียนเข้ามาหลบหลังเสาไฟฟ้าและตู้โทรศัพท์    สายตาจ้องมองไปยังคนสองคนซึ่งยืนคุยกันไม่ห่างไปจากมุมนั้น

 

“มีอะไรคทาชิต!!”  เสียงแหบร้องเสียงดัง   นิ้วยาวจึงต้องยกขึ้นส่งเสียงบอกให้เงียบและชี้ไปยังเป้าหมาย   นักศึกษาหนุ่มผมเงินยืนคุยกับหญิงสาวโกรกผมสีแดงสวมแว่นตาดำ  ภาพรวมไม่ได้ไม่สบายอะไร…  แล้วใยจึงไม่มาเรียน ช่างมีลับลมคมใน

 

“คุยอะไรกันไม่ได้ยินเลย”  หากคุณพี่ไม่เงียบปากเสียทีก็คงจะไม่ได้ยินข้อมูลอะไรเป็นแน่   ร่างสูงผมดำย่องขยับเข้าไปใกล้และซ่อนตัวหลังพุ่มไม้

 

“โกมล  จนป่านนี้ยังคอยตามน้องชายของจอร์จกล้ามโตอยู่อีกเหรอ”  เสียงของหญิงสาวผู้แลดูมากด้วยความมั่นใจในตัวเองดังชัดเมื่อเช้าระยะประชิดแค่พุ่มไม้กั้น

 

“เพราะมีจุดประสงค์หรอกน่าอาเจ๊”  แฟนอวยถอนหายใจเบาๆด้วยความหน่าย   คนแอบฟังยิ่งหูผึ่งตั้งใจเก็บรายละเอียด

 

“ก็คิดอยู่แล้ว   ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าน้องชายของจอร์จกล้ามโตจะเขียนนิยายอีโมกับภาษาวิบัติแบบนี้”  เจ้าหล่อนเสยผมเหนื่อยใจกับนิยายที่น้องชายเคยนำมาให้อ่าน

 

“นั่นน่ะสินะ  เขียนแย่ขนาดนั้นแล้วก็ยังเชื่อว่ามันดี  พิลึกคนชะมัด”  ดวงตาคมสีดำขลับเบิกกว่าเมื่อได้สดับความจริงในใจของแฟนอวยอันดับหนึ่งของสีน้ำ

 

“เป็นน้องชายคนเก่งแต่ไม่มีพรสวรรค์  ได้ตกสวรรค์ตอนกำลังมีความสุขก็น่าสนุกดีนะอาเจ๊”   เขียนนิยายไม่ได้เรื่องขนาดนั้นกลับไปขอร้องประธานสโมสรนักศึกษาสำเร็จ…  โลกนี้มันเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว

 

“พิมพ์นิยายอีโมวิบัติไปด้วยความมั่นใจแบบนั้น หลังงานเม็ดยาจะได้รู้ซะทีว่ากระจอกกว่าพี่ชายขนาดไหน”  การกลั่นแกล้งอันไร้เหตุผลของนางอิจฉาเป็นเยี่ยงนี้นี่เอง….

 

“เจ้าหัวปลาหมึกมัน…!!”   นักมวยในคราบนักเขียนหมายลุกขึ้นไปต่อยหน้าซักที นักตะกร้อต้องรีบจับให้อยู่นิ่งๆเอาไว้ ต้องแอบฟังให้ถึงที่สุด…

 

“แต่เท่าที่อ่านดู ก็ยังมีพรสวรรค์เรื่องลำดับเรื่องกับพล็อตแล้วก็เป็นตัวของตัวเองหรอกนะ   ผิดกับเธอที่เคยโดนวิจารณ์ว่าภาษาสวยแต่เรื่องไม่ไปไหน  แล้วก็เหมือนลอกเงาคนอื่น”  มือเรียวยกมือขึ้นหัวเราะเบาๆ   คำพูดนั่นขับความแค้นในใจหนุ่มคณะมนุษย์ศาสตร์ผู้ฝันจะเป็นนักเขียนโด่งดัง

 

“…มีคนรู้พรสวรรค์ลึกๆของสีน้ำด้วยแฮะ”  ร่างสูงผมสีเข้มพึมพำ นึกว่าจะมีเพียงเขาคนเดียวเสียอีก  สีน้ำน่ะวิเคราะห์อะไรต่อมิอะไรด้วยพลังจินตนาการที่มีมากเกินไปอยู่เสมอๆ แต่ดันเอามาใช้งานแบบดีๆไม่เป็น…  เขียนออกมาก็อีโมสะบัด…

 

ร่างโปร่งผมเงินกำหมัดแน่น  แค้นใจในความแตกต่างทางพรสรรค์  “ต้องรีบจัดการก่อนจะพัฒนาตัวเอง  ยิ่งมีคนชอบขัดคออยู่ด้วย หึ!”   ยิ่งแอบฟังก็ยิ่งเมื่อย.. และแล้ว….

 

 

กร๊อบ!!!

 

 

มือเจ้ากรรมของคนดักฟังเผลอกดกิ่งไม้หักเป็นสองท่อนเกิดเสียงดัง  ชายหนุ่มผมเงินรีบตวัดหันมองมาทางพุ่มไม้สีเขียว   “ใครน่ะ!?”   สถานการณ์เข้าขั้นเลวร้ายเยี่ยงสายลับที่ใกล้จะโดนจับตัวได้   รุ่นพี่รุ่นน้องมองหน้ากันคิดหาทางรอดในเวลาอันสั้น

 

“ใครอยู่ตรงนั้น”  เสียงเท้าก้าวเข้ามา  ชะตากำลังสองคู่หูตลก(?)จะขาดสะบัดอยู่รอมร่อ   ผู้เป็นพี่จึงตัดสินใจสร้างรอดที่ดีที่สุด

 

“เมี้ยว~”   มุขทางรอดสิ้นคิดจากสมัยดึกดำบรรพ์ขุดมาใช้เอาตัวรอด   ดัดเสียงให้คล้ายคลึงแมวแต่ก็ใครฟังก็ต้องรู้ว่าไม่ใช่  มุขนี้มันมีแต่ในละคร!

 

“แมวหรอกเหรอ”    คทาชิตถึงกับอึ้งในความสำเร็จของการเอาตัวรอดแบบละครน้ำเน่า   ร่างสองหมอบตัวลงให้ชิดพื้นที่สุดรอให้โกมลและหญิงสาวลึกลับจากไป…

 

“งั้นพี่กลับบ้านก่อนล่ะ  จะทำอะไรก็ระวังอย่าให้เจ้าหนูนั่นจับได้   เดี๋ยวจะอดจัดการคู่แข่งนักเขียนรุ่นใหม่”  สาวสวยโบกมือลาพร้อมกับเดินไปที่รถที่จอดไว้ยังลานจอดรถของหอพักนักศึกษา

 

“จับไม่ได้อยู่แล้ว เพราะผมเป็นแฟนคลับอันดับหนึ่งนี่อาเจ๊”  ยิ่งพูดยิ่งขับไฟในใจคนแอบฟังให้ลุกโชน  ในที่สุดสองคนนั้นก็ได้แยกย้ายกันกลับบ้านและหอพักไป

 

สถานการณ์สงบสายลับเฉพาะกิจรีบหยัดกายขึ้นจากพื้นโผล่พ้นพุ่มไม้  “ต้องเอาไปบอกสวัสดีสุดหูรูด!!”  หนุ่มผมเกรียนกำหมัดแน่นไฟแห่งความถูกต้องลุกโชน  จะต้องช่วยรุ่นน้องจากแผนการร้ายของแฟนอวยให้ได้!

 

“พี่ไม่ต้องบอกสีน้ำนะ  เดี๋ยวฉันจัดการบอกเอง”   ดวงตาคมจ้องมองจนกระทั่งเงาหลังนั่นลับไป  น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายวีดีโอเอาไว้…

 

“อ่ะ!  นึกข่าวลือที่เคยลืมสุดรูดได้แล้ว!  เรื่องที่มีหลายคนไปขอพิมพ์นิยายกับโรงพิมพ์ที่ต้องติดต่อผ่านหินบุรี  เคยมีคนนึงเทพมากๆเป็นเหมือนเทพเจ้าในเน็ต  แต่เจอคำวิจารณ์เคี่ยวของหินบุรีเข้าไปก็เสียความมั่นใจ แล้วแฟนคลับในเน็ตก็เริ่มจวกที่ดองงาน จนตอนนี้หายตัวเงียบไป”    รหัสร่ายยาวถึงข่าวลือที่เคยแพร่สะพัดในแฟนเพจของนานมีบุรีในช่วงหนึ่ง

 

“หรือว่านั่นจะเป็นโกมล?  งั้นต่อไปสีน้ำจะโดนอะไรรึเปล่าเนี่ย!” นึกอยู่แล้วว่าลางสังหรณ์ของสุนัข(?)ต้องไม่พลาด   แฟนอวยนิยายอีโมชั่นออกนอกหน้าจะมีจริงได้อย่างไร   ทุกอย่างมันเป็นแผนการร้ายชัดๆ!!

เพื่อนผู้หวังดีต้องรีบทำตัวเป็นนักสืบคลี่คลายคดีก่อนจะเกิดเรื่อง….

 

“ก็ไม่รู้แฮะ   จะทำให้สีน้ำเลิกแต่งนิยายก็ไม่รู้จะทำยังไง”   เส้นทางความฝันอันมีอุปสรรคใหม่  คทาชิตครุ่นคิดอยู่ในใจ  ตัวเขาที่เฝ้าประคบประหงมงานของเพื่อนมาตั้งแต่สมัยเด็กและอยากให้เลิกเขียนนิยายอีโมมากกว่าใคร…

 

“ไม่ต้องห่วงพี่  ผมนี่แหละจะปกป้อง(นิยาย)สีน้ำเอง!”  ตัวไม่ต้องไปช่วยเหลือหรอก เพราะคงมีหลายคนอยากช่วยอยู่แล้วล่ะ….

 

แผนการร้ายของนางอิจฉา(?)จะโดนเพื่อนนางเอกเปิดโปงหรือไม่…

ต้องเอาใจช่วยคทาชิต…

 

 

                ร่างเล็กผมสีน้ำตาลไหม้อันเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย(?)เดินคอตกกลับมาหอพัก  วิญญาณในตัวมันล่องลอยออกไปไกลแสนไกลเกือบถึงประตูทางเข้าเส้นทางสีม่วง  หลังเดินโซซัดโซเซกลับมาถึงประตูรั้วโทรมๆของหอพักได้พลันเจอผู้ดูแลสวมหมวกกบกำลังกวาดฝุ่นจากรถที่ผ่านไปมาทุกวัน

 

 

“กลับมาแล้วเหรอ  ทำหน้าอย่างกับโดนคนจูบมา”   พูดแล้วเจ้าอุปกรณ์วาดเขียนกลายร่างเป็นภาพวาดคนตกใจ   หรือว่าปากเขาบวม!?

 

“แค่ล้อเล่นทำไมต้องทำท่าจริงจังขนาดนั้นล่ะเนี่ย”  ขวานจ้องหน้าหาความจริง  เผลอทำตัวน่าสงสัยจึงรีบกลับมายิ้มร่าแก้เก้อ

 

“รับมุขน่ะ ฮ่ะๆๆๆ”  มือเรียวยกขึ้นเกาแก้มแก้เขิน   ก็โดนจูบมาจริงๆนี่นาโดนเจ้านายคนแถวนี้นี่แหละจูบเอา… แบบงงๆด้วย…

 

“อ่า…ลืมบอกไปว่ามีแขกที่เบียร์พามาหา  ตอนนี้นั่งรออยู่ข้างใน”  ชี้ไปทางประตูทางเข้าโถงของหอพัก  นั่นควรเป็นธุระที่ต้องพูดถึงแต่แรกมิใช่หรือ..

 

“มีคนมาหาฉัน?  แปลกแฮะ”  นึกถึงคนรู้จักที่น่าจะมาหาก็ไม่มีใคร   ผงกศีรษะรับคำผู้ดูแลแล้วจึงเดินเข้าไปข้างในหอพักแสนโทรมนั่น

 

“อ๋อ  แล้วก็คทาชิตยังไม่กลับมา”  บอกไปก็ไม่ได้ยินเมื่อบอกด้วยเสียงอันเบาราวกับพูดคนเดียว  ช่วงไม่มีงานร่างเล็กคงไม่สนใจหรอก…

 

 

โต๊ะรับแขกไม้แบบโบราณเผยร่างชายหนุ่มผมสีงาช้างนั่งทานขนมถ้วยฟูสนทนากับชายอีกคนหนึ่ง  ร่างโปร่งผมสีน้ำตาลทองนั่งหันหลังจิบชาพูดคุยกับพ่อหนุ่มอารมณ์ดี     เงาหลังที่แสนคุ้นเคยกระตุ้นดวงตาทั้งสองให้สะกดมองให้ชัด  ทรงผมที่เหมือนกันกับเขาก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น…

 

 

“โอ๊ะ~  สีน้ำกลับมาแล้วเหรอ~”  เสียงทุ้มของชายผู้ชอบรับจ๊อบดังขึ้น  มือแกร่งโบกไปมาต้อนรับ   ร่างโปร่งผมน้ำตาลทองจึงผินกลับไปมองดู

 

“สีน้ำ?”   สองดวงตาจ้องมองกันราวกับคนที่พลัดพรากกันมานานแสนนาน  จกจ้องให้แน่ใจทุกรายละเอียดไม่ให้ผิดคนไปได้

 

“พี่ยาสูบ!?”    และในที่สุดชายดวงตาสีฟ้าผิดกับน้องชายเร่งหยัดกายขึ้นเพื่อวิ่งมาหาน้องชายสุดรักสุดดวงใจ  การพบกันที่แสนประทับใจของสองพี่น้องนักเขียนสุดเคะ(?)

 

 

โครม!!!

                เท้าของนักเขียนชื่อดังสะดุดเข้ากับขอบเก้าอี้ไม้ลงไปนอนคว่ำกับพื้น   สีน้ำตะลึงอึ้งทึ่งไปกับพื้นหอพักโทรมๆที่สั่นไหว  เมื่อตั้งสติได้จึงรีบวิ่งเข้าไปหาพี่ชายเพียงคนเดียว   “พี่ยาสูบเป็นอะไรรึเปล่าครับ!”   ไม่ทันไรก็หลุดหัวเราะออกมา เพราะนั่นเป็นพฤติกรรมติดตัวของคนเป็นพี่ไปแล้ว

 

“น่าอายจริงๆเลย  อุตส่าห์ได้เจอน้องชายที่ไม่ได้เจอกันนานก็เผลอซุ่มซ่ามอีก”   หน้ากระแทกพื้นอย่างจังเป็นรอยจมูกแดง

 

“พี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะครับ ฮ่ะๆๆ”  กระทั่งในจดหมายที่ส่งมาก็บ่งบอกถึงความมึนเมาจากชายอายุมากหากแต่ใบหน้าอ่อนวัยนัก

 

ตั้งสติให้หายมึนจากกระแทกได้แล้วสองมือได้เข้าโอบกอดร่างบางตัวเล็กเอาไว้   “สีน้ำผอมไปนะ  ถ้าไม่ใช่เพราะคทาชิตเลี้ยงไม่ดีก็ต้องแฟนเลี้ยงไม่ดีแน่ๆเลย”

 

สีน้ำถึงกับอึ้งเมื่อพูดถึงแฟน  ข้อแรกอาจจะใช่เพราะเพื่อนงกนัก แต่ข้อหลังมัน…  “เบียร์ เธอน่าจะดูแลสีน้ำดีๆหน่อยนะ เป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ?”   เบบี้เฟซหันไปหาคนที่กล่าวถึง  เจ้าตัวนั่งยิ้มเริงร่าในมือนั่นถือรูปถ่ายสมัยเด็กๆของนายเอกเอาไว้มากมาย

 

“ดะ…เดี๋ยว…พี่พูดอะไร.. แล้วนั่นคุณเบียร์มานั่งดูรูปตอนเด็กๆผมได้ยังไง!!?”   เสียงใสแผดร้องลั่น  ความโสดของเขามันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร

 

“ก็พี่ชายของเธอเอาให้ฉันนี่   ตอนเธอเด็กๆน่ารักจังเลย ตอนนี้ก็น่ารักเหมือนกัน~♥”   ดวงตาสีม่วงมองเปรียบเทียบรูปกับตัวจริง  เจ้าคนขี้อายรีบหยัดกายออกห่างพี่สุดที่รักพุ่งไปแย่งรูปถ่ายกลับคืนมา

 

“ไม่ต้องมาทำหน้าระรื่นเลยนะ!  คุณพูดอะไรกับพี่ยาสูบไปเนี่ย!”   ร่างโปร่งผมทองเดินกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม  ไม่ลืมจับมือเรียวให้นั่งลงข้างๆกับคนรัก(?)

 

“พี่ได้ยินมาว่าทั้งสองคนกำลังคบกันอยู่ก็เลยเล่าเรื่องตอนเด็กๆของสีน้ำให้ฟัง   พี่ดีใจที่ในที่สุดสีน้ำก็คบคนอื่นนอกจากเพื่อนแบบคทาชิตซะที”  ปากเล็กอ้ากว้างเมื่อฟังคำพูดแสนประทับใจจากปากคนตรงหน้า คนข้างกายที่ปล่อยข่าวก็หัวเราะสนุกสนาน

 

“ไม่ต้องหรอกนะ ฉันจะดูแลสีน้ำอย่างดีเลยเชียว  อีกไม่นานจะครบ 60 วันที่คบกันแล้วล่ะ”   มือแกร่งกอบกุมมือเล็กกว่า  เราไปคบกันตั้งแต่เมื่อไหร!!

 

“พี่โดนหลอกแล้วครับ!  ผมไม่ได้เป็นเกย์ซะหน่อย!!”   ส่งเสียงโวยวายลั่น  จากที่ควรจะได้พูดคุยกับคนไม่ได้เจอกันนานอย่างสนุกสนาน กลับต้องเจอคนเนียนสร้างสัมพันธ์

 

“อ่าวเหรอ  เบียร์ไปหลอกคนอื่นแบบนี้มันไม่ดีนะ” หันไปสอนสั่งเด็กอ่อนวัยกว่างประหนึ่งครูประถมปรามเด็กชาย  ไม่ได้เดือดร้อนที่โดนหลอก…

 

“ไม่ได้หลอกซะหน่อย  เป็นความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้น่ะ เพราะสีน้ำเอาหัวใจฉันไปตั้งนานแล้ว”  คนโดนอ้างถึงอยากลงไปนอนกลางถนนให้รถมาเหยียบเสีย…

 

ถอนหายใจหน่ายไปกับคนสองคน  พี่ชายก็ช่างเหมือนเดิม คนข้างๆก็ช่างเหมือนเคย   ต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง  “พี่ยาสูบกลับมานานมีบุรีตั้งแต่เมื่อไหรครับ?  แล้วพี่ไปทำอะไรที่ไหนมา?”

 

ยาสูบยื่นมือไปจับแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบ   แหวนนิ้วนางมือซ้ายส่องประกายระยิบระยับต้องตาปานจงใจ  “พี่ก็ตามแฟนพี่กลับมาที่เมืองนานมีบุรีน่ะสิ  คราวหน้าจะพาไปเจอกันนะสีน้ำ”

 

“เห!!?  ตอนนี้พี่อยู่ที่บ้านแฟนพี่เหรอ!?”   คนไม่เคยเป็นเกย์(?)ไม่คิดไกลไปถึงขั้นแต่งงาน แม้จะเคยเจอผู้ชายสองคนประกาศงานแต่งงานต่อหน้ามาแล้ว

 

“เขาเป็นแฟนนิยายของพี่เอง   อย่างกับนิยายเลยใช่มั้ย  นักเขียนกับแฟนคลับ”   เป็นความฝันที่ร่างเล็กเคยฝันไว้เช่นกัน แต่ขอให้เป็นสาวน้อยน่ารักนะ…

 

“ทั้งๆที่มีพี่ชายเป็นเกย์  ทำไมสีน้ำไม่เป็นเกย์แบบพี่ชายน๊า~”   เสียงทุ้มบ่นอุบด้วยความเสียดาย  ในประโยคบอกเล่าเมื่อครู่นี้มีคำใดที่บอกกันว่าแฟนของร่างโปร่งเป็นผู้ชาย….  ดวงตากลมโตจ้องหน้ากลับเชิงอารมร์เสีย  ยัดเยียดกันจริงๆเลย

 

“แล้วที่มหาลัยสนุกมั้ยสีน้ำ?”   ดวงตาสีฟ้าอ่อนมองด้วยความอ่อนโยน   ถึงแม้จะดูเอ๋อๆและซุ่มซ่ามไปบ้าง  พี่ชายนักเขียนก็ห่วงใยเสมอ

 

“ครับ เรียนก็เรื่อยๆ  ได้เพื่อนเยอะขึ้น ได้เจอเรื่องใหม่ๆเยอะแยะเลยครับ”  ไม่ทันไรสีหน้าก็สลดจากการที่กำลังจะโดนเพื่อนคนหนึ่งเลิกคบ….

 

 

คิดไปเองไกลถึงดาวอังคารว่าตอนนี้ต้องติดป้ายห้ามเขาเข้าห้อง

ซ้ำต้องมีประกาศจับในแฟนเพจนานมีบุรีแล้วแน่ๆ…

                ห่วงเรื่องจะโดนเลิกคบมากกว่าเรื่องจูบแรก ในเมื่อนึกถึงจูบแรกที่เสียไปมันช่างอารมณ์เสีย…  ประกายใบหน้าที่หมองลงในชั่วครู่ไม่หลุดไปจากการสังเกตของคนทั้งสอง  ต่างคนต่างเป็นคนเก็บรายละเอียด   เผลอไปกระตุกต่อมดราม่าอะไรเข้า?

 

 

“ซึมเพราะจริงๆไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉัน แต่อยากเป็นแฟนสินะ?”  เบียร์ยื่นหน้าไปใกล้ๆใบหน้าใส   สีน้ำสะดุ้งตกใจรีบดันออกไปแรงๆ…

 

ความซึมลอยหายไปในทันใด  ต่อหน้าพี่ชายก็ยังจะเล่น  “ใครอยากเป็นแฟนกับคุณกัน!”  สองหนุ่มซึ่งแลดูเข้ากันได้ดีขับเสียงหัวเราะเบาๆจากคนที่เหลือ

 

“สีน้ำกับเบียร์ดูสนิทกันดีนะ  พี่ว่าทั้งสองคนเหมาะสมกันมากเลย”  คะแนนฝั่งพี่ชายพุ่งทะลุไปกว่าครึ่ง  การจะจีบสาวต้องเข้าทางแม่(?)

 

“อย่าพูดแบบนั้นเลยครับพี่… ผมไม่ได้อยากเป็นเกย์ซะหน่อย”  แต่เสียจูบแรกกับผู้ชาย  รอบตัวก็มีแต่ผู้ชาย  เสียงจากสวรรค์แว่วมาแบบนั้น…

 

“แต่เดี๋ยวก็จะเป็นแล้วล่ะนะ♥”  ไม่เลิกเล่นมุขเดิมเสียที  มือเรียวยื่นไปจับไหล่แกร่งทั้งสองเขย่าๆเรียกสติให้กลับมาเสียที  เสือไบก็ต้องจีบผู้หญิงด้วยสิ!?

 

ยาสูบนั่งมองคนทั้งสองพลางหัวเราะ  ช่างสมกันจริงๆเลยเชียว   “ราวกับเรื่องบังเอิญเลยนะที่สีน้ำอยู่หอพักนี้  เพราะว่า……”

 

“สีน้ำ!!!”   เสียงทุ้มของนักตะกร้อเพื่อนสนิทก้องมาก่อนจะเห็นตัว   ฉับพลันชายร่างสูงผมดำนั้นกุลีกุจอเข้ามาในห้องโถง   ทุกสายตาได้หันไปมองหลังโดนขัดเข้ามากลางบทสนทนา….

 

“อ่าว…มีแขกหรอก ฮ่ะๆๆๆ”   รีบเกาแก้มแก้เขินเมื่อไม่ได้มองดูให้ดีก่อน   ปล่อยไก่ทำเสียมารยาทครั้งใหญ่ไปเสียแล้ว

 

“ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะคทาชิต  ตัวสูงกว่าสีน้ำเยอะแล้วนี่  สีน้ำกลายเป็นไม่โตไปเลย”  คำทักทายดึงให้ดวงตาคมนั้นแลมอง   ภาพใบหน้าซึ่งละม้ายคล้ายคลึงกับนักเขียนนิยายอีโมไม่มีผิด

 

“พี่ยาสูบ!?  มาได้ยังไงกันเนี่ย”  ราวกับเห็นวิญญาณ(?)กันเลยทีเดียว…  หัวเราะร่าเริงยินดีกับการพบกันอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน

 

“พี่เพิ่งย้ายกลับมาเมืองนานมีบุรีน่ะ”   แหวนที่นิ้วนางมือซ้ายส่องแสงราวกับจงใจอีกครั้ง… ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นเสียหน่อย…

 

ทักทายกันคร่าวๆแล้วรีบหันไปหาเฟรชชี่เพื่อนร่วมหอพัก   “อ่ะจริงสิ!  ฉันมีเรื่องจะบอกนาย”  แต่แล้วก็ไม่ได้บอกอีกครั้งเมื่อร่างโปร่งหยัดกายขึ้นยืนเสียก่อน

 

“พี่ต้องกลับก่อนนะ แล้วพี่จะมาเยี่ยมใหม่”    พี่ชายมาก่อนอะไรทั้งหมดสีน้ำจึงรีบเดินตามไปส่งที่ด้านหน้าของหอพักแสนโทรม  เพื่อนสนิทจึงไม่อาจบอกเรื่องสำคัญได้…

 

“คราวหน้าต้องบอกที่อยู่ให้ผมรู้นะครับ ผมจะได้ไปเยี่ยมพี่เองบ้าง”   จบประโยคมืออันอบอุ่นของคนเป็นพี่ได้ลูบศีรษะอ่อนนุ่มนั้นอย่างเบามือ

 

“อย่าทำหน้าหงอยสิ   ปกติก็อยู่ด้วยตัวเองได้ดีนี่สีน้ำ”   เผลอทำตัวเป็นเด็กอยากอ้อนพี่… แต่ถึงกระนั้นเขาตัดสินใจแล้วว่าต้องตามรอยการเป็นนักเขียนให้จนได้

 

“มีฉันคอยดูแลอยู่แล้ว ไม่เหงาหรอกเนอะ~  วิ่งเล่นในหัวใจฉันทุกวัน”  ข้อศอกกระทุ้งเข้ากลางท้องเจ้าของผมขาวบริสุทธิ์

 

“งั้นพี่ไปนะ แล้วเจอกัน~”  โบกมือลาน้องชายและพ้องเพื่อนตรงไปขึ้นรถส่วนตัว   มีกระทั่งคนขับรถส่วนตัวบางทีแฟนของชายหนุ่มอาจจะเป็นคนมีฐานะ….

 

 

รถยนต์ยี่ห้อดังเคลื่อนตัวออกไปจากซอยหน้ามหาวิทยาลัยนานมีบุรี   ใบหน้าใสมองตาละห้อยคิดถึงคนที่ไม่ได้เจอกันมานานจนกระทั่งลืมเรื่องวุ่นวายที่เกิดมาทั้งวันเสียสิ้น   และแล้วขวานกับเบียร์ก็หยิบเอาอุปกรณ์ทำหมูกระทะออกมา…  ริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มตอบรับ…

 

 

สีน้ำมองตามแผ่นหลังของพี่ชายด้วยความสุข…

หารู้ไม่ว่าในอีกไม่นานอาจมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป….

 

 

ยามเย็น ณ คฤหาสน์คนมีอันจะกินไม่ทราบพิกัดในเมืองนานมีบุรี   ชายร่างสูงผมสีน้ำเงินเดินผ่านประตูหน้าบ้านหลังจากคนรับใช้เดินมาเปิดต้อนรับ   ดวงตาสองสีจ้องมองไปยังบ้านที่ไม่ได้กลับมานานด้วยสีหน้าเฉยชา  หากแต่เมื่อมองไปยังโรงจอดรถเห็นว่ารถหายไปคันหนึ่ง  คงมีคนหนึ่งที่ออกไปข้างนอก

 

 

“ที่กลับมาเพราะห่วงโคมหรอกครับ”  บ่นกับตัวเองและออกเดินต่อ  ผ่านสวนสับปะรด(?)จนกระทั่งถึงประตูบ้านใหญ่   เด็กสาวในชุดวันพีซสีขาวบริสุทธิ์เร่งวิ่งออกมาต้อนรับ

 

“พี่โฬมกลับมาแล้วเหรอคะ”  ผมสีม่วงระเรี่ยบ่าทรงผมเดียวกันบอกความเป็นพี่น้อง  น้องสาวที่ไม่ได้พบกันหลายวันแลดูสดใสดี

 

“ช่วงที่ผมไม่อยู่ ภรรยาใหม่ของพ่อบ้าคงไม่ได้ทำอะไรคุณนะครับโคม?”   เดินตรงเข้าไปในห้องนั่งเล่นพร้อมกัน  ไม่มีวี่แววของคนที่ไม่ชอบหน้า   สบายใจนัก…

 

“ไม่ทำหรอกค่ะ  จริงๆแล้วเขาก็ไม่ใช่คนไม่ดีอย่างที่พี่โฬมคิดหรอก”   เจ้าหล่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  ฉับพลันปลายตาคมเหล่เขม็ง

 

“อย่าบอกนะครับ..ว่าแม้แต่โคมก็เป็นพวกเดียวกับภรรยาใหม่ของพ่อบ้าไปแล้ว”  ปีศาจร้ายที่เข้ามาในบ้านนี้เพื่อหวังทรัพย์สมบัติแล้วก็มรดก(?)

 

โคมถอนหายใจเบาๆ  “ไม่ได้เป็นพวกเดียวกันค่ะ  แต่พี่โฬมอาจจะคิดมากเกินไปก็ได้  ยอมรับเถอะค่ะว่าคุณพ่อแต่งงานใหม่แล้ว”  แม้เป็นคำพูดของน้องสาวเพียงคนเดียว  ชายหนุ่มก็มิคิดจะฟัง

 

“คล้อยตามง่ายดีนะครับ  แต่ผมไม่เหมือนโคมที่มักได้รับการดูแลอย่างดีหรอก”   ข้อแตกต่างระหว่างลูกชายและลูกสาว   ใบหน้าหมอเดชาสุดลำเอียงลอยไปลอยมา

 

“พี่โฬมกลับมาก็เริ่มอารมณ์เสียอีกแล้ว   หนูจะไปบอกคุณพ่อนะคะว่าพี่กลับมาแล้ว”   น้องสาวต่างวัยเดินขึ้นบันไดเพื่อไปตามบิดาในห้องทำงาน

 

ชายซึ่งไม่กลับบ้านมานานนั่งเหยียดหลังพิงพนักโซฟาดูข่าในโทรทัศน์  ข่าวกำลังจะจบและมีละครหลังข่าวหลังจากนั้น  ละครเรื่องเมื่อโลกนี้ไม่มีผู้หญิง…    “เห็นชื่อคนแต่งก็ไม่อยากดูแล้วล่ะครับ”  บ่นและกดเปลี่ยนช่องไปช่องอื่น  ไม่ทันไรเสียงรถคันหนึ่งได้เคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน

 

ดวงตาสองสีเมียงมองไปยังผู้มาเยือน   ผมสีน้ำตาลทองและดวงตาสีฟ้าคราม  “…ไหนๆออกไปข้างนอกก็น่าจะกลับมาตอนผมนอนแล้วนะครับ”  สบถในลำคอเบาๆเสียอารมณ์

 

“อ่าวโฬมอุดมกลับมาที่บ้านแล้วเหรอ  เดชาเป็นห่วงมากเลยนะ”  คำว่าเป็นห่วงขับให้ร่างสูงหยัดกายขึ้นหันมองด้วยสายตาเย็นชา

 

เจ้าพ่อบ้าที่เอาแต่กวนประสาทคนนั้นพูดว่าเป็นห่วงแล้วอยากจะหัวเราะ  “ฟ้าคงถล่มล่ะครับ ไม่ต้องมาสร้างภาพมารยากับผมหรอก”    ร่างโปร่งเอียงคอมองอย่างงงๆ

 

“ฉันจะไปมารยาทำไมกัน  เธอนี่ชอบพูดแบบนี้ตั้งแต่เจอกันเลยนะ”   ก้าวเดินตรงหมายก้าวไปหาบันไดทางขึ้นไปชั้นสอง แต่ทว่าบนพื้นหินอ่อนมันมีรอย….

 

 

โครม!!!!

 

 

            ยาสูบลงไปนอนหน้าคว่ำกับพื้นอีกครั้ง  ความซุ่มซ่ามไม่เข้ากับวัยและข้อต่อที่น่าจะดูดี(?)ขับให้นักศึกษาหนุ่มอึ้ง   ล้มหัวฟาดพื้นบ่อยๆยังเป็นนักเขียนชื่อดังได้ยังไงกัน  คนที่อ่านนิยายของจอร์จกล้ามโตและติงต๊องเหมือนกับรุ่นน้องซึ่งอาศัยอยู่ที่หอพักนั่นล่ะ…

 

 

“เสียงดังอะไรน่ะ!?”    เดชาและโคมรีบเดินลงบันได  ทั้งสองเห็นภาพที่แสนน่าตกตะลึงเมื่อแม่เลี้ยงลงไปนอนคว่ำกับพื้น ในขณะที่ลูกชายคนโตของบ้านยืนนิ่งเฉย

 

“โอยๆ…..”  เสียงโอดโอยจากแรงกระแทกกับพื้นหินอ่อนดังขึ้น   ผู้เป็นบิดารีบวิ่งไปดูอาการของภรรยาใหม่อย่างว่องไว

 

“ยาสูบเป็นยังไงบ้าง?   นี่โฬมไม่ชอบหน้ากันแต่ก็ไม่น่าลงไม้ลงมือกันเลยนี่”   ดวงตาสีฟ้าของคุณหมอจ้องหน้าลูกชายเพียงคนเดียว  โฬมอุดมถึงกับอึ้ง

 

“ผมเนี่ยนะลงไม้ลงมือ?  ใช้ตามองรึเปล่าครับ  ภรรยาของพ่อล้มลงไปเอง”   ชี้หน้าเจ้าคนแข้งขาอ่อนอย่างสุดแค้น   ดราม่าในครอบครัวกำลังจะบังเกิด…

 

“ก็ต้องใช้ตามองแล้วน่ะสิ  ไม่นึกเลยว่าจะทำกันรุนแรงขนาดนี้”   นายแพทย์ผมทรงสับปะรดสองแฉกไม่เชื่อใจคนตรงหน้าแม้แต่น้อย   อคติจากพฤติกรรมยิ่งส่งผลด้านลบ…

 

หนุ่มบัญชีเหล่มองหน้าใสๆที่ทำตัวใสซื่อ  ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้นี่เอง  ล้มลงไปประขวกเหมาะตอนที่เจ้าพ่อบ้ากำลังจะลงมา  แล้วทุกคนก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาทำ….  “นี่คุณแกล้งล้มลงไปเพื่อจะทำมารยาใส่เจ้าพ่อบ้าสินะครับ   แผนสูงนักนะครับที่จะทำคะแนนหวังมรดก”

 

“ฉันไม่ได้…..”  นักเขียนนิยายหนุ่มตั้งท่าจะลุกขึ้นเองหากแต่สมองยังคงมึนงง  สงครามจึงได้ปะทุขึ้นจากความเข้าใจผิดครั้งใหญ่

 

“พ่อไม่ได้โง่นะ   ยาสูบจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง  มีแต่คนผลักลงไปนั่นล่ะที่พูดแบบนั้น”  มือแกร่งประคองภรรยาสุดที่รักให้ลุกขึ้นยืน   หนุ่มผมน้ำตาลทองฟูฟ่องอยากจะแก้ตัวแค่ความมึนมันเข้าแทรกไม่อาจพูดอะไรออกมา…

 

“นี่คิดว่าผมจะทำเรื่องงี่เง่าแบบนั้นเหรอครับ…?”   เกลียดขี้หน้ามากเพียงใดก็ไม่คิดจะทำเรื่องรุนแรงหรอก  มีแต่จะทำให้ตายทั้งเป็น(?)

 

“เห็นกับตาจะให้คิดยังไงล่ะโฬม  กลับบ้านมาก็ก่อปัญหาจนได้ เฮ้อ…..ไม่เป็นผู้ใหญ่เอาซะเลย”   คุณพ่อวัยหนุ่มถอนหายใจ

 

หัวสับปะรดแฉกเดียวแผดเสียงลั่นหมดความอดทน  “เจ้าคนหลงเมียใหม่!!  อย่ามาทำตัวเป็นละครน้ำเน่านะครับ!”   ความหลงใหลมันบังตาไปหมดแล้วใช่มั้ย!?

 

“เจ้าลูกบ้า! ใครกันแน่ที่ทำตัวเป็นพระเอกละครทำกับแม่เลี้ยง!”   สองเสียงต่อปากต่อคำมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง   โคมซึ่งอยู่ตรงกลางทำได้แค่ยืนเงียบๆหาทางจับทั้งสองแยกจากกันไปเข้ามุมแดงและน้ำเงิน(?)

 

“หมอนี่มันทำเสน่ห์ใส่ใช่มั้ยครับ!!?”  ครอบครัวที่เคยสงบสุข(?)กลับต้องวุ่นวายเมื่อแม่ใหม่เดินเข้ามา…  กี่ครั้งกี่คราแล้วที่หน้าตาซื่อๆนั่นทำให้เขาต้องโดนต่อว่า!!

 

 

เย็นวันหนึ่งในร้านอาหาร.. เมื่อบิดาบอกว่าจะแต่งงานกับผู้ชาย

บอกว่าอยากเป็นเกย์มานานแล้ว… จู่ๆใครจะไปรับได้!!!?

 

 

                “ไม่ต้องทำเสน่ห์ใส่พ่อก็ชอบนิยายของยาสูบมานานแล้ว!   มีแต่คนจินตนาการไปเองว่าแม่ใหม่ยั่วยวนหวังมรดก!”  สับปะรดสองลูกทำสงครามกันด้วยฝีปาก

 

สุดท้ายเด็กสาวอายุน้อยที่สุดต้องออกโรงห้ามปรามเอง  “พี่โฬมกลับห้องของพี่กันเถอะค่ะ  หนูจัดห้องไว้ให้ใหม่แล้ว ไปดูกันเถอะนะคะ”  รีบควงแขนแกร่งฉุดดึงฉุดลากให้เดินขึ้นบันได้ตามไปให้ได้

 

“ก็ได้ครับโคม อยู่ไปก็อารมณ์เสีย”  สุดท้ายก็จำยอมตามน้องสาวไป   ปล่อยให้สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันอยู่ตามลำพังสองคน

 

ร่างโปร่งผมน้ำตาลทองใบหน้าง่วงเหงาถอนหายใจยาว  “ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมโฬมอุดมถึงได้ไม่ชอบหน้าฉันมากขนาดนั้น”  ครั้งแรกที่พบกันจนกรทั่งถึงตอนนี้ก็ไม่เลิกคิดว่าจะมาแย่งมรดก…

 

วงแขนแกร่งโอบไหล่บางให้กำลังใจ  พ่อซึ่งไม่เคยเข้าข้างลูกชายคนเดียว  “ช่างเถอะ  ก็แค่อาการของผู้ใหญ่ที่ทำตัวเป็นเด็กดื้อไม่รับความเปลี่ยนแปลง  ว่าแต่วันนี้ไปหาน้องชายเป็นยังไงบ้าง?”

 

แววตาสีฟ้าใสเปล่งประกายคืนมาสดชื่นในทันใด  “ได้เห็นว่าน้องชายสบายดีก็ดีใจจะแย่แล้ว  คราวหน้าจะพามาเจอ”  จะได้เจอกับพี่ชายอีกคน(?)

 

“น้องชายจะเป็นนักเขียนเหมือนพี่ชายรึเปล่าน่ะ?”  หมอหนุ่มหัวเราะขำขัน  นอกจากเป็นนักเขียนจะเป็นเกย์เหมือนกันหรือไม่.. นั่นคือสิ่งที่คนอ่านอยากรู้

 

“ตอนนี้ยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย  แต็ไม่แน่เหมือนกัน  ก็เป็นน้องชายของฉันนี่”    ยามเมื่ออยู่ตามลำพังบรรยากาศหวานแหววขับเปล่งให้คนรับใช้รอบๆต้องหลบไปด้วยความอาย

 

 

หารู้ไม่ว่าทุกบทสนทนานั้นดังไปถึงคนประสงค์ร้ายที่ชั้นสอง  “หมอนั่นมีน้องชายงั้นเหรอ……”  ดวงตาสีน้ำเงินและแดงทอประกาย   ราวกับสวรรค์ส่งทางเลือกในการล้างแค้นมาให้… ต่อให้พลิกแผ่นดินหาก็ต้องหามาล้างแค้นแม่เลี้ยงคนใหม่ที่แสนมารยาคนนี้ให้ได้…

 

 

เส้นผมนั้นบังภูเขาอยู่แท้ๆ….

ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันแทบจะหลังชนกัน….

 

 

                “ฮัดเช้ย!”

 

ณ หอพักสุดโทรมของคุณหมอเดชา  สีน้ำนั่งพิมพ์นิยายในจอโน๊ตบุ๊คไปพลางจามไปพลางราวกับมีใครบางคนกำลังนินทาเขาอยู่   จะบอกว่ามีคนคิดถึงก็ไม่ใช่หรอก… เอ.. หรือว่าไม่ได้ทำความสะอาดนานห้องมันก็เลยมีฝุ่นจับกันแน่   คงต้องทำความสะอาดบ้างแล้วสิ…

 

“เป็นหวัดรึเปล่าสีน้ำ?”  คทาชิตเดินถือแก้วน้ำตรงมาหา   ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเพื่อนสนิทนั่งจามบ่อยขนาดนี้  ไม่เคยมีชีวิตถึงพันปีย่อมไม่เห็นอยู่แล้ว…..

 

“เปล่าหรอก  แค่ฝุ่นในห้องมั้ง  ว่าแต่นายมีอะไรจะบอกฉันเหรอ”  เบี่ยงใบหน้ามาเมียงมองใบหน้าหล่อเหลา  คนโดนจ้องถึงกับสะอึกไป…

 

“อ่า….เอ่อ.. ไว้ก่อนดีกว่า  นายก็รีบๆนอนเหอะ  พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าไปเรียน”  รีบกดปิดสวิตถ์คอมพิวเตอร์ให้เสร็จสรรพ… ขอเก็บความลับเรื่องโกมลต่อไปอีกนิด…

 

โดนกดดันให้นอนอ้อมๆร่างเล็กจึงลุกขึ้นไปหาที่นอน  “งั้นก็ราตรีสวัสดิ์นะคทาชิต”  วันนี้เกิดเรื่องมากมายจริงๆ…นอนแล้วก็จงลืมเรื่องจูบแรกไปเสีย…..

 

ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าใสก่อนปีนขึ้นเตียงสองชั้น.. ว้าวุ่นใจนัก “สีน้ำ..คือว่า….”  เกิดอาการอ้ำอึ้งขึ้นมาอย่างกะทันหันอีก

 

“มีอะไรก็พูดมาเหอะ  จะได้นอนๆกันซะที”   สีน้ำหยัดกายขึ้นนั่งจ้องหน้า  ใบหน้าคมนั้นเหงื่อกาฬไหลกลุ้มใจ  หากบอกไปมิตรภาพอาจจะจบสิ้น.. จบสิ้นที่เขานะ.. เพราะร่างเล็กต้องไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าโกมล แฟนอวยอันดับหนึ่งจะมีประสงค์ร้าย…

 

กลืนน้ำลายลงคอและตัดสินใจ..  “เอ่อ…นายบอกว่าถ้ายังไม่ดังจะไม่เผยตัวใช่มั้ยล่ะ.. พรุ่งนี้นายลองไปขอร้องให้หินบุรีตัดชุดคอสปลอมตัวมั้ย ฮ่าๆๆๆ”  พูดไปคนละเรื่องกับใจคิดเพราะไม่อยากเสียเพื่อนไปซะอย่างนั้น.. ร้องไห้เป็นอีโมชั่น TToTT อยู่ในใจ

 

“หา……?”    คนฟังถึงกับอึ้งไปกับคำพูดของคนตรงหน้า  จริงอยู่เขาน่ะถ้ายังไม่ดังเท่าพี่ชาย เขาจะไม่เผยตัวเองว่าเป็นใคร  การไปขายงานด้วยตัวเองคนก็จะเห็นหน้าด้วย… ที่หนุ่มนักตะกร้อพูดมามันก็เข้าท่าดีแฮะ..

 

เรื่องที่ใหญ่กว่านั้นไม่ใช่เรื่องนี้แต่เป็น…   “แต่ว่าฉัน………..”  เสียงหายไปในลำคอไม่กล้าพูดถึงเหตุการณ์จูบ(?)โดยไม่ตั้งใจที่เกิดขึ้นนั่น  ป่านนี้ชายหนุ่มผมดำคนนั้นต้องเกลียดเขาแล้วแน่ๆ!!

 

“น่านะ!  คนจะได้ไม่รู้ว่านายเป็นคนเขียนไง!   แล้วค่อยเปิดตัวตอนดังแล้วตูมเดียวเลย!  ถ้ามันไม่เวิร์กคนเค้าก็ไม่รู้ว่าเป็นนายไง”  จับไหล่บางทั้งสองข้างไว้มั่น   เอาวะ!!  มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องทิ้งอดีตนิยายอีโมชั่นไว้ข้างหลัง  สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้นักเขียนอีโมชั่นหลังจากนี้!!  คนซื้อไปจะได้จำหน้าเพื่อนสนิทไม่ได้  อวตารร่างใหม่ง่ายๆเลย(?)

 

“นายพูดอย่างกับฉันจะขายไม่ออก….. แต่ที่นายพูดมามันก็ฟังดูมีเหตุผลนะ”   จิตวิทยาของพ่อค้าเข้าแทรกซึมเปลี่ยนความคิดของคนฟัง  สมแล้วที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการขายตรง(?)

 

“งั้นตกลงนะ!  นายต้องไม่ขายนิยายอีโมพวกนั้นด้วยชื่อและหน้าตาสีน้ำ สวัสดี น้องชายจอร์จกล้ามโต แต่เป็นนักเขียนในเน็ตชื่อ Watercolor!”  ปฏิบัติการณ์ฆ่าเพื่อนให้ตายทั้งเป็นแล้วเกิดใหม่จึงเริ่มขึ้น…

 

 

ยิ่งนานวันไปความสัมพันธ์ของผู้คนยิ่งซับซ้อน

ผูกเป็นปมยาวๆรอคนมาแก้

 

“จะว่าไป…ทำไมนายถึงบอกให้ฉันไปหาคุณหินบุรี….?”   ใจเกิดอาการตุ้มๆต่อมๆความลับเรื่องหนุ่มแหววมันจะแตก

 

“อ๋อ  ก็เห็นหินบุรีรู้จักคนเยอะ น่าจะรู้จักร้านตัดผ้าบ้างนี่  โรงพิมพ์ยังรู้จักเลย จะได้ถูกๆไง?”   ที่แท้ก็เป็นเรื่องของคนเค็มๆไม่อยากเสียเงินเยอะคนหนึ่ง….

 

                ในวันนี้สีน้ำเสียจูบแรกแต่ได้พบพี่ชายที่ไม่ได้พบกันนาน  ในขณะที่คทาชิตพบความลับอันสำคัญที่ต้องปกป้องนิยายของเพื่อนรักเอาไว้ให้ได้… ช่วงเวลาเดียวกันนั้นโฬมอุดมซึ่งปะทุความแค้นหมายหาทางล้างแค้นแม่เลี้ยงคนใหม่กลับไม่รู้เลยว่าน้องชายของแม่เลี้ยงนั้นไซร้…. อยู่ใกล้ตัวเพียงนิดเดียว… ส่วนภัยในอีกด้านนั้น.. แฟนเพจนานมีบุรีกำลังเกิดข่าวลือเรื่องนิยายน้องชายจอร์จกล้ามโตในงานเม็ดยาที่จะมาถึงนี้…

 

 

ความฝันและความรักอยู่คู่กัน

เรื่องราวรอบรั้วมหาวิทยาลัยเป็นรสเลิฟคอมเมดี้

 

งานเม็ดยาจะมาถึงแล้ว……

ติดตามตอนต่อไป….

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 09/30/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: