RSS

[KHRFic] แก้วตาฮาเร็ม ตอน 17

30 ก.ย.

“มนุษย์เรานั้นไม่สามารถหลอกตัวเองได้ตลอดไป”

“ท้ายที่สุดแล้วต้องยอมรับความจริงและก้าวเดินต่อไป”

 

 

พี่ชายของผมสอนเอาไว้ว่าชีวิตต้องไม่หยุดนิ่งต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ  ในความทรงจำของผมนั้นน่ะ ผมเห็นพี่ชายเดินทางไปนั่นไปนี่ตลอด มีความรักที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดๆ จู่พี่ชายก็กลับมาบอกว่าอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มที่เมืองนานมีบุรีเสียอย่างนั้น…   หากเอาอัลบั้มรูปถ่ายออกมาดูอาจจะได้เห็นจำนวนที่คาดไม่ถึง(?)   เป็นการใช้ชีวิตโดยไม่หยุดนิ่งอย่างที่เคยสอนเอาไว้  มันน่าชื่นชมในขณะเดียวกันนั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่รู้ว่าความรักนั้นมันเป็นอย่างไรสินะ….

 

 

บทที่สิบเจ็ด : อลวนวุ่นรักในงานเม็ดยา ช่วงที่หนึ่ง

 

 

วันอาทิตย์อันเป็นวันหยุดเป็นวันจัดงานสำหรับผู้รักการทำหนังสือทำมือและการ์ตูนประจำเมืองนานมีบุรี  [งานเม็ดยา]  งานซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มบริษัทนิตยสารฉบับหนึ่งเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและร่วมสนุกประหนึ่งงานคอมมิเกะที่ญี่ปุ่น   ได้รับการสนับสนุนจากประธานบริษัทอย่างคุณแสนศักดิ์ให้จัดขึ้นในทุกๆสามเดือน  เหล่าโอตาคุ(?) สาววายหนุ่มวาย คอสเพลเยอร์ได้มารวมตัวกันตั้งแต่เช้า..  ขณะนี้เวลา 08.30 น. ณ เวลาเตรียมการของบูธขายของ

 

 

“หวา…บรรยากาศผิดจากที่คิดไว้เลย..”   ร่างเล็กสวมหมวกปิดบังเส้นผมสวมแว่นตาดำมองไปยังสถานที่จัดงานที่ตั้งอยู่ห่างออกไป  มันคืออาคารห้องประชุมด้านหลังโรงพยาบาลนานมีบุรีซึ่งเป็นสปอนเซอร์ในเรื่องสถานที่   จากขนาดที่จัดสามารถคาดเดาผู้มางานได้ว่ามากมายขนาดไหน

 

“ฉันก็เพิ่งเคยมาเหมือนกันล่ะ  งานเป็นแบบนี้นี่เอง”  คทาชิตมองตามไป เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมงานอะไรแบบนี้ สองหนุ่มมาด้วยตัวเปล่ารอขายหนังสือเพียงอย่างเดียวเมื่อหนังสือที่สั่งพิมพ์เอาไว้จะมาส่งในงาน

 

“คุณหินบุรียังไม่มาเลยเนอะ แบบนี้ก็เข้างานไม่ได้ซะทีน่ะสิ”   เพราะต้องปลอมตัวไม่ให้คนจำหน้าตาได้จึงทำตัวลับๆล่อๆอยู่ในขณะนี้  คงไม่เบี้ยวนัดหรอกมั้ง…

 

“เอาน่า พวกเรารบกวนหินบุรีไปเยอะแล้วทั้งชุดคอสทั้งหนังสือ รอนิดหน่อยไม่เป็นไรมั้ง”   เสียงสวรรค์ดังแว่วมาว่าใยไม่โทรศัพท์ไปตาม

 

คำตอบก็คือไม่มีเบอร์โทรศัพท์จึงไม่อาจทำอะไรได้   “เอางี้ดีกว่า พวกเราไปรอที่หน้างานดีกว่ามั้ย เผื่อสำรวจที่ทางด้วย”   ความคิดๆดีจากสมองนักเขียนนิยายอีโมซึ่งไม่เกิดมานาน

 

“เอางั้นก็ดีเหมือนกัน   ขวานบอกว่าห้องแต่งตัวก็อยู่ข้างในด้วย”   สองร่างออกเดินไปตามถนนทอดยาวไปยังอาคารทรงกลม   ยินดีต้อนรับเข้าสู่งานเม็ดยาครั้งที่ 10 ประจำปี 20XX….

 

 

คำบอกเล่าจากผู้เชี่ยวชาญอย่างนายขวานข้อที่หนึ่ง  ไปที่โต๊ะลงทะเบียนบูธเพื่อจ่ายเงินและรับบัตรเข้าออก จากนั้นก็รีบจัดของให้เสร็จก่อนเวลา 10 โมงซึ่งเป็นเวลาเปิดงาน

ข้อที่สอง ห้องน้ำให้รีบเข้าตั้งแต่คนยังไม่เยอะ  เพราะหลังจากเวลาเปิดงานเป็นต้นไปมันจะโดนยึดครองด้วยเหล่าคอสเพลเยอร์

ข้อที่สาม จะซื้อโดจิน นิยาย พวงกุญแจหรืออื่นๆ ให้รีบซื้อตั้งแต่ต้นงานหรือช่วงเวลาเดินของคนออกบูธเสีย  เพราะหลังเปิดงานจะโดนเบียดเสียดออกมาไม่ได้

ข้อที่สี่  หากเจอคอสเพลเยอร์สาวๆน่ารักๆให้ถ่ายรูปเก็บกลับมาด้วย   ข้อนี้ห้ามลืมเป็นอันขาดมิฉะนั้นจะอดเข้าหอพัก….

 

 

ช่างเป็นการแนะนำที่คุ้นเคยเสียนี่กระไร

 

 

                อาคารห้องประชุมด้านหลังตึกโรงพยาบาลแลเห็นผู้คนหอบหิ้วของเข้าไปภายใน   สองหนุ่มมองหาโต๊ะสำหรับลงทะเบียนบูธ  คทาชิตเดินตรงไปจัดการจ่ายเงินและลงทะเบียนระหว่างนั้นร่างเล็กผมสีน้ำตาลยืนรอและถอดแว่นตาดำออกมองดูบรรยากาศโดยรอบ  แตกต่างไปจากงานหนังสือที่เขามักจะไปดูงานใหม่ของพี่ชายหากแต่มันมีความสดใสในอีกแบบหนึ่ง  หลังจากนี้ความฝันของเขาก็จะใกล้เป็นจริงไปอีกก้าวหนึ่งสินะ..

 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณสวัสดี”   เสียงอันคุ้นเคยเปล่งดังมาจากประตูทางเข้า   ใบหน้าใยเมียงมองไปตามเสียงเรียกพลันเห็นร่างคนสองคนและหนึ่งตัวในชุดสูทสีดำไม่เข้ากับงาน

 

“คุณหินบุรี คุณคุณศักดิ์สวัสดีครับ!”    ทักทายชื่อเจ้านายของลูกน้องก่อนทั้งๆที่ลูกน้องเป็นคนทัก…   ร่างสูงผมสีดำขลับนั้นสวมใส่แว่นตาดำราวกับปกปิดบางอย่าง

 

“รีบๆเอาชุดไป”   ออกคำสั่งคนข้างกายให้มอบถุงกระดาษใบใหญ่ให้   ใช้เวลาเพียง 3 วันในการทำแบบ หาซื้อผ้า ตัดเย็บ ตกแต่ง   ดวงตาใต้แว่นดำนั่นคงหมองคล้ำ…

 

“ขอบคุณมากครับ!   นึกว่าจะทำไม่เสร็จซะอีก”  แต่แล้วก็ต้องชะงักหลังจากรับมันมาถือไว้ในมือ  นี่มัน.. นี่มันชุดกระโปรงสีชมพูแหววสุดๆ…

 

“มันชุดผู้หญิงไม่ใช่เหรอครับ…?”  ค้นล้วงลึกลงไปข้างในมีทั้งกระโปรงสุ่ม วิกผม และของประดับแนวโลลิต้า ไม่อยากจะเชื่อ!!  ทำเองหมดเลยเหรอ!!

 

“ใช่ แล้วมันทำไม นายคิดว่าฉันจะตัดชุดผู้ชายงั้นสิ?”   ตอบตรงไปตรงมาไม่มีปิดบัง   เมื่อเพื่อนสนิทเดินมาดูบ้างถึงกับหัวเราะออกมา

 

“ดูท่าทางน่ารักสุดๆเลยนะสีน้ำ แบบนี้ต้องไม่มีคนจำได้แน่นอน!”   หยิบก้อนซิลิโคนสำหรับยัดไส้ออกมาบีบเล่นอย่างไม่อาย…

 

“แต่ว่า…….”  อยากจะบ่นแต่เมื่อหันไปเห็นหน้าคนทำก็บ่นไม่ออก  พูดไปจะโดนโยนออกไปนอกงานเสียเปล่าๆ  ถอนหายใจปลงกับชีวิตของตัวเอง

 

“หนังสือไปส่งไว้ที่บูธแล้วนะครับ  เหลือแค่พวกคุณขายให้หมดเท่านั้นเอง”   คุณศักดิ์รายงานให้นักศึกษาทั้งสองคนได้รู้

 

“งั้นฉันไปจัดการที่บูธก่อน  ส่วนนายก็ไปแต่งตัวนะสีน้ำเสร็จแล้วก็รีบมา เอาบัตรไป”  ยื่นบัตรประจำบูธให้และเข้าไปภายในพร้อมกับร่างหนาผมทรงรีเจนท์… เอ๊ะ..?

 

ลูกน้องหน้าแก่จากไปอย่างเนียนๆทิ้งให้เจ้านายอยู่กับสีน้ำสองต่อสอง   “คือว่า… ผมใส่เสื้อผ้าแบบนี้ไม่เป็นหรอกครับ” งานเข้า…..

 

หินบุรียืนนิ่งตกตะลึง  “แล้วบอกฉันทำไม?”    ฉับพลันมือเล็กแสนซื่อตรงมาจับแขนแกร่งเอาไว้  ส่งสายตาออดอ้อนเป็นลูกหมาโดยไม่รู้ตัว   ดวงตาใต้แว่นตาดำนั่นถึงกับอึ้งค้างไป

 

“ช่วยผมหน่อยนะครับ…”    ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับแก้มป่องๆ(?)   พลังทำลายรุนแรงยิ่งนักเจ้าคนไม่ใช่เกย์นี่!

 

 

มันเป็นผู้ชาย มันเป็นผู้ชาย มันเป็นผู้ชาย มันเป็นผู้ชาย

อย่ามองว่ามันน่ารัก  อย่ามองว่ามันน่ารัก อย่ามองว่ามันน่ารัก

เราไม่ได้ชอบผู้ชาย เราไม่ได้ชอบผู้ชาย เราไม่ได้ชอบผู้ชาย

.

.

.

เราไม่ได้ชอบผู้ชายไม่น่ารัก(?)

                การสะกดจิตหลอกตัวเองต้านทานพลังทำลายล้างจากคนแสนใสซื่อเชื่อมั่นว่าตนเองไม่ใช่เกย์   ไฉนเลยพยายามหลอกตัวเองแล้วกลับมาลงเอยอยู่ในห้องแต่งตัวสำหรับคอสเพลเยอร์ห้องเดียวกันเสียได้    ร่างบางผู้ไม่คิดอะไรมากถอดหมวกและปลดกระดุมเสื้อชวนระทึก    ประธานหนุ่มพิงพนังพลางหลับตาไม่มองอะไรทั้งสิ้น  ยุบหนอ..พองหนอ….

 

 

มือเล็กหยิบชุดกระโปรงยาวโลลิต้าแขนยาวสีชมพูสดใสขึ้นมามอง  เครียด.. เมื่อสวมลงไปก็เกิดอาการเอื้อมมือไปรูดซิปหลังไม่ได้   ต้องไปสะกิดบอกรุ่นพี่  “คุณหินบุรีช่วยรูดซิปให้หน่อยสิครับ?”  ขาวหนอ…. เราเป็นบ้าอะไร!!!

 

หนุ่มแหววใกล้จะเสียสติ  อาการนอนไม่พอเพราะตัดเย็บชุดคงทำให้เขากลายเป็นบ้า    “แค่นี้ก็รูดเองไม่ได้”  ยื่นมือไปช่วยด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ…

 

“แหะๆ…. ใครจะเอื้อมไปได้ขนาดนั้นล่ะครับ  ผู้หญิงนี่ก็ทำให้ชุดของตัวเองใส่ลำบาก”  บ่นมุบมิบและโค้งขอบคุณ   ใส่ออกมาแล้วกลับน่ารักเลยอีก…เกินคาด….

 

วิกผมสีเหลืองทองยาวยวงราวกับสีผมของพี่ชายสร้างความลำบากในขั้นต่อมา  “ผมยาวใส่ยากจัง….”   บ่นอีก คนมองอย่างขัดใจก็ซวยอีก

 

“นายมันไม่ได้เรื่องจริงๆ”  ก้าวจับร่างเล็กๆนั่นให้หันหน้ามาและจัดการสวมวิกให้อีก   ริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มยืนนิ่งให้รุ่นพี่จัดแต่งวิกผมให้

 

“ชุดใส่ได้พอดีเลยนะครับ  คุณหินบุรีเก่งจังทั้งๆที่ตัดครั้งแรก”  ยิ้มละไมละลายใจ  ผิวขาวขับกับชุดสีชมพูโดดเด่นละลายจิตสำนึก(?)

 

เลิกยิ้มแย้มด้วยท่าทางแบบนั้นเสียที…..

 

            สายตาคมใต้แว่นตาดำพยายามเบี่ยงมองไปทางอื่น   การจัดแต่งวิกให้ก็ไม่ต่างอะไรกับการลูบผมในระยะประชิด  “ผู้ชายทำเรื่องแบบนี้อาจจะดูแปลกๆไปหน่อย แต่ว่ายังไงหนุ่มแหววที่ทำแบบนี้ได้ก็เจ๋งอยู่ดี”

 

อย่าทำหน้าตาใสซื่อทั้งๆที่เป็นผู้ชายคนหนึ่ง….

 

“แล้วนายคิดว่าทำอะไรถึงจะไม่แปลก”   หวีผมยาวนั้นให้เรียบพลางจ้องมองสำรวจความเรียบร้อย..  มันจะน่ารักเกินไปแล้วน่ะสิ….

 

“ไม่รู้สิครับ  ผมชอบเขียนนิยายสาวน้อยก็คงบอกอะไรไม่ได้เหมือนกัน ฮ่ะๆ”  สีน้ำหันเข้าหากระจกเพื่อมองดูตัวเองในชุดผู้หญิง…  มันเข้ากับผู้ชายแมนๆ(?)อย่างเขารึเปล่าล่ะเนี่ย  ทำไมแต่งตัวแบบนี้รู้สึกตัวเองเคะจัง  อยากร้องไห้เป็นอีโมชั่นขึ้นมาเลยแฮะ

 

“มันเหมือนกระเทยรึเปล่าครับ..?”  หัวเราะแห้งๆเมื่อมองชุดสีชมพูสดใสนี่  ยิ่งสวมเครื่องประดับผมด้วยโบว์ใหญ่ๆ..   ราวกับมันไปทุบกำแพงในใจคนข้างหลังเข้า…

 

อย่าทำให้ฉันวุ่นวายใจ….

 

                ชั่วครู่หนึ่งนักคล้ายกับว่าทุกอย่างรอบกายกลายเป็นฉากในการ์ตูนสาวน้อยซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่ง  หินบุรีก้าวเข้ามาใกล้และในยามนั้นเอง… ตวัดวาดวงแขนโอบล้อมเอวบางนั้นเอาไว้กระชับเข้ากับตัว  อ้อมกอดที่แผ่วเบาไม่รัดรึงเพียงแค่สัมผัส…

 

                เนตรใสเบิกขึ้นนิ่งค้าง  “คุณหินบุรี…?  ทำอะไรน่ะครับ….”  รู้สึกคล้ายตกอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มเยี่ยงนั้น อาจจะคิดมากไป…

 

วงแขนแกร่งคลายออกไปปล่อยให้ร่างเล็กนั้นเป็นอิสระ เนียนจับสายโบว์ยาวมารัดไว้   “แค่จะผูกโบว์ที่เอวนี่”   ฉันเกลียดเรื่องเหนือธรรมชาติพวกนั้น….

 

ผินใบหน้ากันมามองแปลกประหลาดใจ   “อ่ะเหรอครับ  ตกใจหมดเลย”  ฉันเกลียดการยุ่งวุ่นวายกับเรื่องคนอื่นและคนอื่นมาวุ่นวาย….

 

ใบหน้าใสคลี่ยิ้มขอบคุณ สวมใส่รองเท้าสีชมพูเข้ากับชุดเป็นอันเรียบร้อย  “แค่นี้ก็ไม่มีคนจำได้แล้วใช่มั้ยครับ?”   แต่ว่าฉัน…….

 

“ก็คงจำไม่ได้…”  ชายหนุ่มเดินออกไปจากห้องแต่งตัวเมื่อเสร็จธุระ  หัวใจซึ่งเต้นแรงขึ้นมานั้นไม่ใช่มิตรภาพงั้นสินะ…  ราวกับภาพติดตา…ทั้งๆที่ตัวเองไม่เคยคิดชะชอบผู้ชายแม้แต่น้อย…

 

สุดท้ายแล้วเมื่อเห็นนาย….

                ชายหนุ่มเดินออกจากบริเวณห้องแต่งตัวมายังประตูทางออก   ร่างหนาผมทรงรีเจนท์ยืนรออยู่เมื่อหันมามองแลเห็นเจ้านายเดินเซไปเซมาชวนให้ตกใจ  เกิดอะไรขึ้นกับนายเหนือหัวกัน..  ยังมิทันจะได้เอ่ยปากหินบุรี เขี้ยวยักษ์นั้นเซไปชนกับพนังเข้าทันที

 

 

หินน้อยและคุณศักดิ์รุดเข้าไปหา  หน้าผากแกร่งพิงพนังอย่างคนหมดอาลัย  “คุณเขี้ยวครับ!!”   สุดท้ายแล้วตัวฉันนั้น…

 

 

ฉันอาจจะชอบนาย…เกินกว่าสิ่งที่เรียกว่ามิตรภาพ…

ฉันคงชอบผู้ชายเข้าแล้วจริงๆ….

 

 

                พฤติกรรมเมื่อครู่ของรุ่นพี่ทำเอารุ่นน้องงุนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น  จู่ๆก็ออกไปอีกตะหาก เสร็จหน้าที่ก็เลยทิ้งกันเฉยๆ?  เขาคงคิดไปเองว่าเมื่อกี้โดนกอดเข้าล่ะมั้ง เป็นไปไม่ได้หรอก ก็ไม่ได้ชอบผู้ชายกันทั้งคู่นี่นา!!!   เก็บเสื้อผ้าชุดเก่าใส่ในถุงและรีบสวมป้ายบูธออกไป ใช้เวลาแต่งตัวเสียจนงานจะเริ่มแล้ว!

 

 

เข้าประตูมายังฝั่งจัดงานรีบมองหาแถวและโต๊ะของบูธตัวเอง  เห็นเงาหลังของคนสนิทจึงรีบวิ่งไป  “ขอโทษที่มาช้านะคทาชิต!”

 

คนโดนเรียกจ้องมอง    “คุณเป็นใครน่ะครับ?  รู้จักฉันด้วย?”   ร่างสูงเพื่อนสนิทนักตะกร้อเอียงคอมองอย่างสุดงง   เขาจำได้ว่าไม่มีคนรู้จักเป็นคอสเพลเยอร์นะ

 

“เล่นมุขอะไรน่ะ นายจำฉันไมได้รึไง!”   เมื่อฟังเสียงจึงถึงบางอ้อ ตบโต๊ะและหยัดกายขึ้นอย่างส่องไว   นี่มัน Extreme makeover!!

 

“สีน้ำ!  สีน้ำงั้นเหรอ   ตกใจหมดเลยนึกว่าสาวที่ไหนมาทัก!”   เป็นเหมือนคำชมอย่างหนึ่ง.. เป็นผู้ชายแท้ๆแต่กลับโดนเพื่อนมองว่าเป็นผู้หญิงเสียนี่

 

“ฉันจะคิดว่านั่นเป็นคำชมก็แล้วกัน… อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าคนอื่นต้องจำฉันไม่ได้”   รีบนำของไปวางหลังบูธ  ทิ้งชื่อสีน้ำไปเสีย  ในงานนี้เขาชื่อ Watercolor(?)

 

“จะว่าไปฉันยังไม่เห็นโกมลเลยแฮะ”   ร่างสูงข้างกายสะดุ้งตกใจ   หวังไม่ให้มานั่นล่ะดีแล้วแท้ๆ… ไม่รู้เลยว่าจะมาไม้ไหน

 

“ก็นี่งานยังไม่เริ่มเลยนี่  อาจจะมาตอนนั้นล่ะมั้ง”  บอกให้คนตามหาแฟนคลับสบายใจ  กระนั้นก็จ้องมองหาร่างโปร่งผมเงินให้เจอก่อนที่ร่างเล็กจะพบด้วย

 

 

เข็มนาฬิกาบอกเวลา 10 โมงตรง  เมื่อประตูงานเปิดออก ฝูงชนนั้นเฮเข้ามาข้างในเสียจนแน่นขนัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งของสาววาย  สองหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ตรงบูธส่วนของนอมอลอึ้งในจำนวนคนที่มาเที่ยวชมและเลือกซื้อของ  ไม่นึกเลยว่าจะเป็นงานใหญ่ขนาดนี้

 

 

“เห็นแบบนี้แล้วนิยายของนายอาจจะขายหมดก็ได้”  พวกหลงผิดที่ซื้อโดยไม่ดูเนื้อหาข้างในก่อนล่ะนะ…  เลือดพ่อค้ารู้สึกเร้าร้อนในสนามการค้าขาย

 

“ถ้าจริงก็ดีสิ  จะได้ไม่โดนหมอนั่นดูถูกเอา”  ทันทีที่พูดถึงคู่อริ คนที่ไม่อยากพบนั้นก็ได้โผล่หน้ามาทันที   ลูกค้าคนแรกของบูธคือชายหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มในชุดลำลองแนวเกาหลี..

                “แต่งตัวอะไรของคุณน่ะครับ  ไม่เห็นเข้ากับคุณซักนิด”  ถากถางบังหน้าพื้นที่ขายของปานจงใจแกล้งกัน   มือแกร่งของคทาชิตต้องมาปัดออกไปข้างๆเพื่อต้อนรับลูกค้าคนอื่น

 

“นี่นายจำฉันได้เหรอ!!!”   เผลอตกใจและรีบอุดปากตัวเอง  จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเป็นผู้ชาย…  กลับมาแสร้งยิ้มน่ารักน่าชังอย่างแข็งทื่อ เถียงกันโดยไม่สนใจว่าจะมีลูกค้าสนใจมาดูนิยายหรือไม่

 

“ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะครับ ผมไม่ได้โง่ซะหน่อย  เห็นก็รู้แล้ว”   คำพูดนั้นฉุดให้นักศึกษารุ่นน้องตัวสูงพอกันหันหน้าไปมอง

 

“แต่ฉันไม่ยักกะจำสีน้ำได้แฮะ….”   สะดุดเข้ากลางบทสนทนาเข้าอย่างจัง    เพื่อนสนิทนั้นจำไม่ได้เลยซักนิด แล้วใยคู่ปรับจำได้กัน….

 

มันเข้าบทพระเอกนางเอกในนิยายสาวน้อยรึเปล่าเนี่ย

                ดวงตาสองสีเบี่ยงมองซ้ายขวาเพื่อหาเรื่องเบี่ยงประเด็น   “นั่นเพราะว่าคุณไม่ใช่คนจำหน้าคนอื่นน่ะสิครับ  ผมมีธุระอื่นต้องทำ ไม่สนใจพวกคุณแล้วล่ะครับ”   กวาดมองไปทางอื่นคล้ายกับคนล่าเหยื่อ

 

“นายมีธุระอย่างอื่นนอกจากจะมาแกล้งฉันด้วยเหรอ?”   สีน้ำถามไปอย่างสงสัย   ตั้งอกตั้งใจหาบูธขายโดลามกซื้อกลับบ้านรึยังไง

 

“ผมมีธุระเยอะกว่าคนคิดอะไรไม่ออกนอกจากนิยายห่วยๆอยู่แล้วล่ะครับ”  เขาจะต้องตามหาน้องชายของจอร์จกล้ามโตให้พบให้จนได้…

 

“คำก็ห่วย สองคำก็ห่วย… คอยดูเถอะ  ถ้าฉันขายหมดขึ้นมา นายจะต้องมาขอโทษฉัน”   จ้องเขม็งไม่ยอมรับความห่วยที่แท้จริง  คทาชิตอยากบอกเหลือเกินว่างานเริ่มมาพักใหญ่แล้วยังขายไม่ออก….

 

“ให้แน่ก็แล้วกันครับ  ผมจะรอดูตอนงานเลิก”   ขายาวก้าวออกห่างบูธไปเพื่อตามล่าเหยื่อ   ไม่รู้จักหน้าตาก็จริง แต่ยังไงก็ต้องหาตามบูธนิยายนี่แหละ…

 

 

แม้ต้องพลิกงานหาก็ต้องหาให้เจอ!!

มาจัดที่โรงพยาบาลที่พ่อบ้าทำงานมันอึดอัดชะมัด!

                มาแล้วก็ไปปานสายลมพัดมาแล้วก็พัดไป  รีบไปไหนของเขา  “โฬมอุดมนี่ก็แปลกคนจริงๆนะ”   ส่ายใบหน้าไปมาไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้จริงๆ  ไม่นับเรื่องจูบนะ อันนั้นเขาทำลืมไปแล้ว…

 

“ก่อนที่นายจะไปห่วงเรื่องของโฬมอุดม  นายห่วงว่าจะขายของหมดดีกว่ามั้ง…” ไม่อยากเห็นหนังสือของเพื่อนต้องกลายเป็นเชื้อไฟในเตาหรอกนะ…  ไปรับปากเขาว่าต้องขายให้หมดในงานเดียวซะด้วย

 

“เดี๋ยวก็ต้องมีคนซื้อแหละน่า มองโลกในแง่ดีกันเถอะ! มันไม่ห่วยขนาดนั้นซะหน่อย!”   ไม่ห่วยขนาดนั้นแต่ว่ามันห่วยมาก… ถึงเล่มจะสวยแต่มันห่วยมาก…

 

คทาชิตปลงและถอนหายใจ  เลือดพ่อค้าในกายบอกว่าต้องทำทุกทางให้มันขายออก   “ฉันจะช่วยนายเต็มที่ล่ะ  เพื่อนกัน  นายจะได้มีกำลังใจทำงานต่อไป”

 

“ขอบใจนะคทาชิต  งั้นนายเฝ้าบูธไปก่อนนะ ฉันอยากไปเดินดูงานอ่ะ” ว่าแล้วก็ลุกเดินออกไปโดยไม่รอให้อนุญาต … ใช้งานเพื่อนเยี่ยงแบ๊จริงๆ…

 

“ให้ตายเถอะ  ไม่เครียดเลยแฮะ”   ส่ายใบหน้าไปมาและกลับไปมองดูชักชวนเหล่าคนที่สนใจและเดินผ่านไปมา  ยามนั้นเองสายตาสีดำได้บังเอิญเห็นร่างโปร่งผมสีเงินสวมผ้าปิดจมูกรูปตัว X แอบมองอยู่ในที่ไกลๆอย่างบูธตรงหน้าระเบียง…

 

 

นั่นมันโกมลไม่ใช่เหรอ?  มาจริงๆด้วยแฮะ  ทำไมต้องปลอมตัวด้วยล่ะนั่น  จะปล่อยข่าวลืออะไรเกี่ยวกับบูธนี้รึเปล่า?  ที่ไม่มีคนสนใจดูเป็นพิเศษหรือเข้ามาซื้อเลยคงไม่ใช่เพราะมีข่าวอะไรหรอกนะ?   ไม่สิ!  นั่นโกมลกำลังขายหนังสือนิยายอยู่เหมือนกัน  คงจะไม่ได้…ตั้งใจขายงานตัวเองแข่งกันหรอกนะ…..

 

 

“นี่ๆ ว่ามั้ยนิยายเรื่องนี้คล้ายๆนิยายของบูธไหนซักบูธที่ฉันไปเจอเลย”  สาวน้อยสองนางเดินมาเปิดนิยายเล่มสีชมพูพลางมองเนื้อเรื่องผ่านอีโมชั่น

 

“นั่นสินะ  ต่างกันตรงที่คำบรรยายล่ะมั้ง แต่แนวเรื่องคล้ายกันเลย…”  เพียงเท่านั้นคทาชิตก็บรรลุความสามารถในการเป็นนักสืบ  หรือว่า….

 

นิยายของสีน้ำโดนขโมยพล็อตไป!!

                จับได้แต่ไม่อาจเข้าไปจับได้  ป่านนี้ข่าวลือบางอย่างคงเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วแฟนเพจของนานมีบุรี นอกจากเรื่องความห่วยจะมีคดีลอกพล็อตกันบังเกิดขึ้นอีก… โกมล.. นายร้ายกาจมาก….  ในขณะที่กำลังตึงเครียด ร่างหนึ่งได้ปรากฏขึ้น  “คทาชิต  มาขายหนังสือเหรอ?”

 

“พี่ยาสูบ!”   นักเขียนชื่อดังยืนยิ้มตรงหน้าบูธ  งานเข้าอย่างรุนแรง…   ชะตากรรมอันโหดร้ายกำลังรุมล้อมตัวคทาชิต

 

เหล่าแฟนงานที่จำหน้าได้รีบตรงเข้ามามุงดูชายร่างโปร่งผมสีน้ำตาลทอง   “ข่าวลือที่ว่าน้องชายจอร์จกล้ามโตมาออกบูธคงเป็นเรื่องจริงแล้วล่ะ!!”   เสียงใสเริ่มเม้าส์กัน… ความเครียดขึ้นหัวนักตะกร้อขั้นที่หนึ่ง

 

“งั้นผู้ชายคนนั้นก็เป็นน้องชายสิ?  จริงอ่ะ ทำไมไม่ค่อยเหมือนกันเลยเนอะ?”   ความเครียดเริ่มขึ้นหัวในขั้นที่สอง   ชายเอ๋อๆตรงหน้าไม่ได้ยินเสียงอื่นเลยนอกจากยืนหาว…

 

“ลองไปดูนิยายของน้องชายเขามั้ย?  Watercolor เหรอ?”    ความเครียดขึ้นหัวเป็นขั้นที่สาม  ในใจร้องไห้เป็นอีโมชั่น TToTT   ภาวนาเพียงอย่างเดียว สีน้ำ… นายอย่ากลับมาตอนนี้เลยน๊า….

 

“สีน้ำไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?  หรือว่านอนเล่นอยู่ที่หอ?”   รีบพยักหน้ารัว.. จะให้สองพี่น้องได้เจอกันไม่ได้เด็ดขาด  ต้องปกป้องสีน้ำให้จนได้!!

 

 

ดวงตาสีมรกตจ้องมองมาจากอีกฟากหนึ่งของบูธ  ร่างซึ่งเห็นไกลๆนั่นคือนักเขียนในดวงใจ อยากจะเข้าไปรอลายเซ็นแต่ไม่อาจทำได้.. ตอนนี้มีแต่ต้องแพร่นิยายที่มีพล็อตคล้ายคลึงกันนี้ให้หมด และต้องล่อลวงด้วยข่าวลือใน social Network ส่งคนไปดูของบูธนั้นเรื่อยๆ…  แผนการสมบูรณ์แบบจริงๆ   จงเลิกเขียนนิยายไปเถอะคุณสีน้ำ   คุณมันไม่เหมาะจะเป็นน้องชายของจอร์จกล้ามโต!

 

 

การต่อสู้ในสนามรบระหว่างคู่หมาแมวได้เริ่มต้นขึ้น

โดยที่เจ้าอุปกรณ์วาดเขียนไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย…

                ในช่วงเวลาที่เพื่อนสนิทตกอยู่ในอันตราย ร่างบางผมสีน้ำตาลทองยาวยวงในชุดโลลิต้าสีชมพูเดินไปทั่วงานในคนละส่วน   ความวุ่นวายที่บูธนั่นไม่ได้เข้ามากระแทกหูต้นเรื่องแม้แต่นิด   งานหนังสือทำมือครั้งแรกในชีวิตเป็นภาพที่แปลกตาและมีของน่าสนใจเต็มไปหมด  รวมถึงได้เห็นงานของคนอื่นๆด้วย

 

 

“บางเรื่องเหมือนเคยให้ในกระดิ่งดีเลย”  คงมีคนรวมเล่มกันเองหลายคนสินะ  เดินเล่นได้ไม่นานจึงเดินออกไปนอกส่วนขายของเพื่อไปดูรอบนอก

 

ภายนอกนั้นมีคอสเพลเยอร์แต่งตัวเป็นคาแร็กเตอร์ในการ์ตูนมากมาย  มีกระทั่งคนแต่งชุดจากนิยายแนวแฟนตาซีสีม่วง(?)ของพี่ชาย  มือเล็กหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเมื่อเจอสาวๆน่ารัก   เพราะมีคนฝากไว้หรอกนะ..  ถ้าไม่ถ่ายไปให้อาจโดนปล่อยแมลงสาบเข้าห้อง…

 

“ไม่ทันไรก็ทิ้งบูธออกมาข้างนอกเหรอครับ”   น้ำเสียงของจอมยุทธปากสุนัขดึงความสนใจไปจากเหล่าสาวๆน่ารักในชุดสาวน้อยเวทมนต์

 

“ไม่ได้ทิ้งซะหน่อย  คทาชิตเฝ้าให้ฉันก็เลยออกมาเดินดูอะไรบ้างสิ”  นั่นก็เรียกว่าทิ้งไม่ใช่หรือไร..   ทำหน้าตาปั้นปึงใส่

 

“แล้วนายล่ะบอกว่ามีธุระแล้วทำไมยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้อีก”   รีบออกเดินหนีไปหาที่เงียบๆจะได้เถียงกันสะดวก(?)   เผลอหลุดพฤติกรรมแบบผู้ชายออกไปหรือวิกหลุดไป(?)ความจริงเปิดเผยกันพอดี…

 

“ผมตามหาคนอยู่นี่ครับ แต่ไม่เจอซะทีดันมาเจอคุณซะได้”   ขายาวเดินตามมายังมุมว่างๆใกล้ทางลงบันไดหนีไฟ   เสียงประท้วงของคนดูกำลังบอกว่าอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง…

 

“เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ  นายไม่ตั้งใจหาเองมากกว่า”   สะบัดใบหน้าหนี  ทำตัวเป็นสาวซึนในชุดโลลิต้าไปได้  ไม่ได้เข้ากันเลยซักนิด…

 

“เป็นไงล่ะครับ  ขายนิยายออกรึล่ะ?”   คำพูดจากหนุ่มผมน้ำเงินราวกับเป็นมีดกรีดแทงกัน   ทำเป็นเงียบไม่ยอมตอบเพราะไม่รู้และไม่มั่นใจ…

 

“ถึงผมชนะพนันคุณก็ไม่ได้เสียอะไรนี่ครับ ก็แค่ยอมรับว่าห่วยก็แค่นั้นเอง”   ไม่เสียอะไรแต่มันเสียความรู้สึก!!  เจ้าคนหัวฟูสวมวิกขู่ฟ่อๆ

 

“นายจะมาหาเรื่องฉันทำไมนักหนา   เรื่องนิยายยังไงฉันก็ต้องชนะให้ได้ มันเสียความรู้สึก!”  ตอบไปอย่างมุ่งมั่น  ความตั้งใจน่ะมีเต็มร้อยอยู่แล้ว

 

“โห่ งั้นแสดงว่าเรื่องจูบเมื่อวันก่อน คุณรับได้สินะครับ?”   สิ้นประโยคนั่นใบหน้าใสเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ  ทั้งๆที่ตั้งใจจะลืมไปแล้วแท้ๆ….  ทั้งๆที่เขาไม่อยากทำอะไรเกย์ๆแท้ๆ….

 

ทำไมฉันต้องเสียจูบแรกให้กับนายด้วย!!

                โฬมอุดม หนุ่มคณะบัญชีหัวเราะในลำคอและก้าวเข้ามาใกล้ในระยะประชิด   สีน้ำในชุดโลลิต้าสีชมพูยกมือขึ้นป้องกันตัว  แต่ถึงกระนั้นก็โดนเบียดไปชิดขอบพนังและเจอมือสองข้างคร่อมเข้าอีก   อย่ามาทำอีเวนท์อะไรเกย์ๆกับเขานะ!!  เลิกแกล้งกันแบบนี้ซะที!!

 

 

ถึงแม้จะไม่ใช่เกย์แต่ดวงหน้านั้นเป็นสีชมพูเข้ม  “นะ…นะ…นายจะทำอะไรของนายน่ะ!”   แม่ยกของนกน้อยสีเหลืองส่งเสียงโวยวายในรีแอ็คชั่นที่ต่างกันนัก

 

“ตกใจอะไรล่ะครับ ผมไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย”  ท่าทางตื่นกลัวนั่นขับให้ชายหนุ่มอารมณ์ดีนัก  จอมยุทธวิชาปากสุนัขดูเหมือนจะมีความชอบแกล้งในตัวสูงเกินคนธรรมดา   ลืมไปแล้วว่าจะมาตามหาน้องชายของจอร์จกล้ามโต…

 

“ถ้าไม่ได้ทำอะไรก็ไม่ต้องเข้ามาใกล้ๆก็ได้!”  ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุเมื่อใบหน้าคมนั่นยื่นเข้ามาใกล้ๆ  สีน้ำจำต้องเบี่ยงไปทางอื่นหลับตาปี๋

 

“อะไรกันล่ะครับ  เห็นเข้าใกล้คนอื่นได้ดี แต่กลับกลัวผมเสียแบบนั้น”   ถามตัวเองดูเซ่ว่าทำไมถึงกลัว!!  อย่ามาพูดใกล้ๆนะ!!

 

หัวใจดวงน้อยเต้นรัวด้วยความตกใจ  “ฉ…ฉันจะกลับบูธไปหาคทาชิตแล้ว….”  ไม่กล้าเปิดตามองดูโลก   ใกล้กันมากเกินไปแล้ว  รู้สึกเหมือนต่อมอะไรในใจกำลังจะแตก(?)

 

“คึหึหึ  ทีแบบนี้อยากกลับขึ้นมา  บอกว่าไม่ใช่เกย์จะกลัวอะไรล่ะครับ”   เป็นใครมาเจอแบบนี้ก็ต้องกลัวทั้งนั้นล่ะ  มันเหมือนคนจะโดนปล้ำ!!  เสียงใสส่งเสียงโวยวายในใจ

 

 

ยิ่งแกล้งก็ยิ่งสนุก…  สนุกในพฤติกรรมที่ตอบกลับมา…

 

 

                ยิ่งหลับตาปี๋ไม่รับรู้อะไรก็ยิ่งไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง   ที่แน่ๆเมื่อฉุกคิดได้จึงรีบยกมือทั้งสองขึ้นมาปิดผนึกปิดปากไม่ให้โดนขโมยจูบไปได้     ภาพนั้นขับเสียงหัวเราะยิ่งนัก   ทำไมต้องกลัวขนาดนั้น  ทั้งๆที่อยู่ใกล้คนอื่น  เริงร่ากับคนอื่นไม่เห็นจะเป็นอะไร  กระทั่งภาพสวีทในแฟนเพจนั่นก็เช่นกัน…

 

 

“คิดว่าผมพิศวาสคุณขนาดนั้นเชียว  ผมไม่ได้บ้าจูบนะครับ”   ใช้ริมฝีปากขบฟันเข้าที่ใบหู   สีน้ำสะดุ้งสุดตัวมันน่าตกใจกว่าโดนจูบเข้าซะอีก!!

 

“นายทำอะไรของนายเนี่ย!!”  ส่งเสียงร้องลั่นยกมือขึ้นมาปัดป้องและจับใบหูที่แดงก่ำ   หัวใจมันเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ

 

“ผมจะติดเชื้อห่วยมั้ยนะ  อยู่ใกล้สมองคุณซะด้วย”   หยักยิ้มที่มุมปากและยักไหล่..   ยิ่งแกล้งยิ่งสนุกกับการตอบกลับนั่น..  แปลกประหลาดใจจริงๆ…

กลายเป็นว่าผมเสพย์ติดการกลั่นแกล้งไปเสียแล้ว….

                “ถ้ากลัวติดเชื้อก็อย่ามาแกล้งกันแบบนี้สิ!” แค่รับมือปากร้ายๆนั่นก็ว่าแย่แล้ว  ต้องมาเจอมุขทำร้ายร่างกาย(?)แบบนี้อีก เขาจะทำยังไงดี…

 

“ช่วงนี้คุณเริ่มต่อปากต่อคำได้แล้ว  ผมก็ต้องหาวิธีการแกล้งใหม่ๆน่ะสิครับ”   ด้วยวิธีแบบนี้น่ะเหรอ.. ดวงตากลมมองอย่างแข็งกร้าว

 

“นายเกลียดฉันมากสินะ”   คำถามที่เรียกรอยยิ้มจางๆบนริมฝีปากคม  เกลียด?  คำว่าเกลียดนั้นน่ะ… อาจจะไม่ใช่เสมอไป…ก็แค่มันสนุกดีกระมัง..

 

“อย่างน้อยๆ  ผมก็คงไม่เกลียดคุณเท่าคนบางคนล่ะครับ”   โฬมอุดมเดินจากไป ทิ้งให้ร่างบางลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างโล่งอกและตกใจในเวลาเดียวกัน…

 

 

เจ้าคนที่ก่อดราม่าในบ้านของผม อภัยให้ไม่ได้…

จะต้องตามหาน้องชายของหมอนั่นมาล้างแค้นให้ได้!!

 

เจ้าคนมากมารยา!!  ต้องโดนดราม่ากลับเสียบ้าง!!

                ทั้งๆที่ใกล้เสียจนหลังชนกันกลับไม่รู้ตัวเสียทีช่างเป็นคนบื้อสองคนมารวมตัวกัน…  เจ้าของผมสีน้ำตาลนั่งเอ๋ออยู่กับพื้น  จิตวิญญาณล่องลอยออกไปไกลแสนไกล   โดนกัดหู โดนจูบ  มันอะไรกันนักหนาเนี่ย.. ทำไมเขาต้องตกใจไปกับการกลั่นแกล้งเกย์ๆแบบนั้นด้วย..  กับหินบุรี เบียร์หรือดนัยหรือคทาชิต  ไม่เห็นจะเป็นเลย… ไม่สิมันเริ่มแปลกๆไปแล้ว…

 

 

“เราคง…ไม่ได้เริ่มกลายเป็นหนุ่มเคะหรอกนะ….” รอบตัวถึงได้มีแต่ผู้ชายมารุมล้อม  มันควรจะเป็นสาวๆสิ ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้

 

ไม่ทันไรอีเวนท์ของอีกคนก็เข้าแทรก   “สาวน้อยน่ารักคนนี้คือสีน้ำนี่เอง”   เสียงทุ้มดึงให้เงยหน้าขึ้นมอง   พ่อหนุ่มผมสีขาวบริสุทธิ์และรอยสักที่โดดเด่น

 

“คุณเบียร์?”   มุมสูงที่ได้มองสาวน้อยน่ารักช่างเป็นมุมน่ารักเสียจริง    สาวน้อยชุดโลลิต้าสีชมพูและผมยาว  เข้ากันจริงๆกับหนุ่มเคะ

 

“เกือบจำไม่ได้เลยล่ะ  นี่ไม่ได้อยู่ที่บูธหรอกเหรอ?”   ยืนท้าวเอวก้มมอง    เขาควรจะสงสัยมากกว่ามั้ยว่าทำไมคนบ้าจ๊อบจึงมาเดินเล่นอยู่แถวนี้

 

“วันนี้ไม่ทำงานเหรอ?”  ใบหน้าคมส่ายไปมาพร้อมรอยยิ้มน่ารัก   นึกแปลกใจนิดหน่อยที่ไม่ยอมลุกเสียทีราวกับคนตกใจจนแข้งขามันอ่อนงั้นล่ะ

 

“นั่งทำหน้าน่ารักแบบนั้นเหมือนอยากให้จูบเลยล่ะ”  เพียงพริบตาสองมือของเจ้าอุปกรณ์วาดเขียนรีบยกขึ้นปิดปากตัวเองเป็นตัว X   มุขนี้ไม่ผ่าน!!

 

ไม่ได้จะสงวนริมฝีปากให้ใครนะ!!  แต่เขารับไม่ไหวแล้ว!

 

สองมือเล็กนั้นสั่นไหวคล้ายกับคนหวาดกลัวจริงๆ  ก็ไม่ใช่เกย์นี่นะ  โดนผู้ชายจูบคงกลัวแย่  เอาไว้ก่อน(?)   “ไม่จูบดีกว่า  เพราะตอนนี้สีน้ำไม่เหมือนสีน้ำ”   เบียร์ลูบผมซึ่งนั่นเป็นแค่วิก   ภาพลักษณ์ที่อยู่ตรงหน้าล้วนแล้วแต่เป็นของปลอมทั้งสิ้น

 

“เห?  ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณเบียร์จะพูดแบบนี้”  มองสบตาสีม่วงของผู้ช่วยเหลือ    ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าจะไม่ฉวยโอกาส

 

“แหมๆ  ฉันดูเป็นคนฉวยโอกาสขนาดนั้นเชียว  ฉันชอบสีน้ำที่เป็นผู้ชายน่ารักๆตัวเล็กๆ  ไม่ได้ชอบสาวดุ้นซะหน่อย”   ฉุดดึงให้ร่างบางลุกขึ้นยืนและจัดแต่งกระโปรงที่อาจเลอะฝุ่น

 

ช่างเป็นคำพูดที่ฟังแล้วรู้สึกถึงความจริงใจ   “คุณชอบผมจริงๆน่ะเหรอ?”   ไม่ใช่แค่การละเล่นหยอกกันไปวันๆอย่างภาพลักษณ์ที่เห็น

 

“ก็แน่ล่ะสิ   ฉันล่ะอยากให้สีน้ำเป็นเกย์จะตายไป”  หมดซึ้งกันพอดี…   อุตส่าห์ประทับใจในคำพูดเสียจนหัวใจเต้นระรัวไปนิดหน่อย

 

“คุณนี่แทนที่จะพูดให้ตัวเองดูดีแล้วก็ทำซึ้งซะบ้าง…”  ชอบกลบความประทับใจลงเองเสมอๆ   เป็นผู้ชายที่แปลกชะมัดเลย  คนที่ไม่มีข้อมูลอะไรเป็นพิเศษคนนี้

 

“สีน้ำจะได้รู้สึกว่าฉันไม่เหมือนใครไงล่ะ  ความคิดแบบนี้น่ารักเนอะ”   ฟังและมองใบหน้าหล่อเหลาพยายามแอ๊บแบ๊วมันก็…. ขำและโล่งใจในเวลาเดียวกัน

 

“คงหาคนเหมือนคุณไม่ได้แล้วล่ะ  เดี๋ยวผมกลับเข้างานไปช่วยคทาชิตดีกว่า”  ก้าวหนึ่งก้าวชายหนุ่มก็ก้าวตามไปด้วย  เบี่ยงหันมองก็เจอรอยยิ้ม

 

“ที่เดินตามเพราะว่าฉันต้องเดินตามหัวใจตัวเองน่ะ”  น้ำเน่าซะไม่มี…  สีน้ำถึงกับปลงโลก  อยากจะทำอะไรก็เชิญเถอะ…

 

“ถ้าเดินตามไปแล้วก็ช่วยผมขายของด้วยล่ะ”  ด้วยหน้าตาหล่อๆนั่นอาจจะเรียกลูกค้าได้ไม่ยาก… ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องพิศวาส(?)   สิ่งที่ต้องคิดคือการเอาชนะ!!

 

“ก็ตั้งใจมาเพราะแบบนั้นอยู่แล้ว  เพื่อคนที่ชอบทำได้ทุกอย่าง”   ความรักที่ยอมเป็นทาส(?)   สาวน้อย(?)ในชุดโลลิต้าหัวเราะและพากันเดินกลับเข้าไปในงาน…

 

 

ถึงแม้จะรู้สึกคล้ายกับมีหลายๆคนปิดบัง

รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก…

 

คะแนนความสัมพันธ์สามช่องเริ่มพุ่งขึ้นสูง อย่าได้ถามเลยว่ามีใครหายไปกับฉากหลังหรือไม่..  หัวใจและกำแพงการเปิดความเป็นเกย์ในใจของสีน้ำใกล้พังทลายลงทุกทีๆ  ในขณะที่ชายหนุ่มแต่ละคนเริ่มมีทิศทางของตัวเองที่แน่นอน ความฝันกับความรักมาบรรจบกันเสียที…   งานเม็ดยานี้ยังไม่จบและยังคงมีต่อไป…

 

 

งานเม็ดยาครึ่งวันแรกสีน้ำเจอแต่เรื่องดีๆ(?)

ในขณะที่เพื่อนสนิทกำลังรับศึกหนัก…

 

 

ครึ่งวันหลังอันเป็นช่วงเวลาชี้ชะตาจะเป็นอย่างไร…

 

ติดตามตอนต่อไป…..

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 09/30/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: