RSS

[KHRFic] แก้วตาฮาเร็ม ตอน 20

30 ก.ย.

“สิ่งที่เหมาะกับเขาคืออะไรกันนะ”

“ความฝันนี้มันฝืนตัวเองมากไปหรือเปล่า”

                มีคนมากมายบนโลกใบนี้ที่ล้มเลิกความฝันของตัวเองเพราะว่าไม่สามารถยอมรับความล้มเหลวได้  ตัวเขาเองก็คงเป็นคนประเภทนั้นเหมือนกัน  คนที่ไม่เคยผิดพลาดเมื่อล้มลงครั้งหนึ่งกลับยืนขึ้นมาได้ยาก  ทั้งๆที่พี่ชายบอกเอาไว้ว่าให้สู้และพยายามให้ถึงที่สุด  แต่เขาคงไม่มีพรสวรรค์เหมือนพี่ชายหรอก  หรือเขาต้องตามหาตัวเองให้พบกันแน่ หาตัวเองและตัวตนให้พบว่าเหมาะสมกับฝันนั่นหรือไม่…

 

 

บทที่ยี่สิบ : ฮาเร็มนั้นไม่มีการแบ่งสี(?)

 

 

                เช้าวันใหม่มาเยือน ร่างเล็กผมน้ำตาลไหม้ยังคงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว  ขอบตาแพนด้าช้ำๆบ่งบอกว่าเมื่อคืนไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ  เพื่อนสนิทนักกีฬาก้าวเข้ามาในห้องหลังจากไปอาบน้ำแต่งตัวเมื่อแลเห็นหน้าตาที่หม่นหมองนั่นได้แต่ถอนใจ  ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้นอกจากรอให้เจ้าตัวนั้นทำใจและฟื้นตัวด้วยเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องนิยาย  ความรักในตอนนี้คงสำคัญมาก

 

 

“สีน้ำ  วันนี้นายไม่ต้องไปมหาลัยก็ได้ เดี๋ยวฉันไปจดเลคเชอร์ให้เอง”  ยื่นมือแกร่งไปขยี้ศีรษะฟูฟ่อง  ชายวัยเดียวกันช่างรักเพื่อนเหนือสิ่งใด

 

“ขอบใจนะคทาชิต…  รบกวนนายแล้ว”   คลี่รอยยิ้มจางๆเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องเป็นห่วง  กระนั้นท่าทางอันไม่เป็นธรรมชาตินั้นคนมองก็ล่วงรู้อยู่ดี

 

“รบกวนอะไรเล่า นายก็ใช้งานฉันเป็นปกติอยู่แล้ว”  พูดจาติดตลกและขยี้ผมฟูนั่นอีกครั้ง..   ร่างบางเจ็บช้ำจากคำวิจารณ์นิยายเรื่องแรกมากพอแล้ว.. หลังจากนี้จะต้องเจียรนัยให้กลายเป็นนักเขียนแนวหน้า  จะต้องปกป้องจากแอนตี้แฟนที่ปองร้ายให้ได้… ฉันนี่แหละจะปกป้องพรสวรรค์ของนายจากนางอิจฉา(?)เอง..

 

“งั้นฉันไปนะสีน้ำ  มีอะไรก็โทรมา”  คว้าหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะติดตัวไป  โทรศัพท์บนโต๊ะวางคู่กันไว้สองเครื่องยี่ห้อเดียวกันหากแต่คนละสี คือสีฟ้าและสีน้ำเงิน  มือแกร่งได้หยิบเอาเครื่องสีฟ้าไป…. เอ๊ะ…  นั่นมันไม่น่าจะใช่….

 

 

เค้าลางความวุ่นวายจากโทรศัพท์สลับเครื่องมีวี่แววจะเกิด  หากแต่เจ้าของเครื่องทั้งสองคนยังคงไม่รู้ตัว  ดวงตากลมจ้องมองจนกระทั่งแผ่นหลังแกร่งเดินออกไป    คทาชิตเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเสมอจริงๆ  ไม่มีเพื่อนคนไหนดีเท่าชายหนุ่มคนนี้อีกแล้ว  คบกันมานานรู้ใจกันดี…  หากแต่ตอนนี้เขาต้องตื่นและไปจัดการมิตรภาพอีกที่หนึ่งก่อน.. ชายผู้เป็นที่พึ่งพาได้…แต่เกลียดเรื่องเหนือธรรมชาติจับใจ…

 

 

“พวกเราจะเป็นเพื่อนกันได้ไหมนะคุณหินบุรี….”  ใบหน้าใสสลดลงเมื่อต้องเสียมิตรภาพที่พึ่งพาได้ไปคนหนึ่ง… เพราะนิยายอีโมชั่นห่วยๆทำให้เขาต้องวุ่นวายถึงเพียงนี้เลยนะ…

 

 

แม้ยกนอกหน้าจอต่างพากันคิดไปไกลถึงเส้นทางวาย หากแต่ในใจของสีน้ำ สวัสดีนั้นกลับคิดถึงเพียงเรื่องมิตรภาพที่สุดแสนจะหลอกตัวเองและไม่คืบหน้า   หากเปรียบเทียบกับเพื่อนสนิทซึ่งเคยสวมใส่กางเกงขาสั้นไปเรียนด้วยกันแล้วนั้น  มันเป็นมิตรภาพที่แตกต่างกันจริงๆ….

 

 

สีน้ำอาบน้ำแต่งตัวและหยิบโทรศัพท์มือถือใส่ในกระเป่าโดยไม่ได้มองว่ามันเป็นของเพื่อน  ถอนหายใจครั้งหนึ่งเมื่อรู้สึกปลงชีวิต  “เหนื่อยใจจัง….”  การจะเดินหน้าต่อไปนี่มันช่างยากจริงๆเลยนะ  คิดอะไรไม่ออก คิดแนวเรื่องใหม่ก็ไม่ออก ตัวเขานี่มัน…

 

เดินลงบันไดมาเจอผู้ดูแลหอพักซึ่งกำลังปล่อยให้เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติจัดการดูดฝุ่นทำงานแทนตน  ไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนี่ยมันแพง…  “จะออกไปข้างนอกรึ?”   ร่างโปร่งผมสีเขียวเมียงมอง

 

“อะ..อืม..  พอดีมีธุระกับคุณหินบุรี”   ผงกศีรษะตอบ  สายตาของคนสวมหมวกรูปกบนั้นช่างมองทะลุทะลวงปานมองเห็นอนาคต(?)

 

“ไปดีมาดี  ระวังชีวิตจะวุ่นวายในหลังจากนี้”  ทิ้งปริศนาเอาไว้ประหนึ่งตัวละครน้องชายในเกมส์จีบหนุ่ม   ดวงตากลมกระพริบปริบๆ   มาแช่งกันตั้งแต่เช้าเลยเชียว

 

 

ร่างบางผมสีน้ำตาลเดินออกไปประหนึ่งคนไร้วิญญาณ   หลังเดินออกไปแล้วร่างสูงผมสีน้ำเงินพลันเดินเข้ามาในฉากคลาดกันไปเพียงแค่ไม่กี่นาที   เจ้านายและลูกน้องเผชิญหน้ากันตั้งแต่เช้า  ดวงตาสองสีนั้นมองอุปกรณ์ใหม่ในหอพัก อดสงสัยไม่ได้ว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อมา.. ยักยอกค่าหออีกก็ไม่น่าจะใช่

 

 

“หายกันไปหมดหอพักเลยนะครับ”   เจ้าของผู้ไม่เคยสนใจความเป็นอยู่ของคนข้างใน  มือทั้งสองถือหนังสือเรียน  แม้จะดราม่ากับที่บ้านไว้เยอะก็จำต้องไปเข้าเรียน  ใกล้การสอบเข้ามาทุกทีๆ

 

“ไอ้คุณมุกตื่นสายเองคนอื่นเขาก็ไปเรียนไปธุระกันหมดแล้ว”   ไอ้ฟาย(?)สนทนาแบบไม่รับแขก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแขกที่เป็นนายของตัวเองเนี่ย….

 

โฬมอุดมหยิบน้ำตาเทียมมาหยอดตาทำเป็นไม่สนใจ  “ขอเบอร์โทรศัพท์ของสีน้ำ สวัสดีหน่อยสิครับ”  ประโยคคำถามเสียงความเงียบ..

 

“จะเอาไปทำอะไร?   ขายประกัน?”   มือแกร่งตบผัวะเข้ากลางหมวก   เป็นถึงเจ้าของหอพักแต่ดันไม่รู้เบอร์โทรศัพท์ของลูกหอ.. ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆวันๆคิดแต่เรื่องแกล้งคน

 

“เอามาเถอะครับไอ้ฟายอย่ามาถามมาก”  แบมือกระดิกนิ้วไร้ซึ่งคำพูดขอร้องดีๆ   เกิดมาเป็นลูกจ้างเขาจำต้องทนปากสุนัขของนายจ้าง  เงินเดือนก็ให้น้อยจนต้องมายักยอกเองยังจะมาทำกร่าง…

 

ขวานเลือกที่จะสงบปากสงบคำและเดินเข้าไปในห้องทำงานจดเบอร์โทรศัพท์ที่ได้จากประวัติของผู้ขอเช่า  เดินกลับมายื่นให้  “ไม่ขอบคุณล่ะครับ”  แล้วแฟชั่นนิสต้าแห่งคณะบัญชีนั้นก็ได้จากไป    เป็นคนที่มารยาททางสังคมติดลบเสียจริงๆ

 

ดวงตาสีเขียวจากคอนแท็คเลนส์เกาหลีจ้องมองตามแผ่นหลังนั่นไป  “ทำไมวันนี้มีแต่คนมาถามเบอร์ของสีน้ำ  ช่างเหอะ”  ขวานเดินไปนั่งดูเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติรูปทรงเหรียญซึ่งวิ่งไปเองบนพื้น  ไม่เสียแรงที่เอาเงินค่าปิดปากไปซื้อ…  รู้งี้ขายเบอร์ตัวละ 100 คงได้เงินไปซื้อของอีกเยอะแล้วแท้ๆ…

 

 

ความวุ่นวายคืบคลานเข้ามาหานักเขียนนิยายมือสมัครเล่น

หรือเส้นทางแห่งรักจะผลิบานแทน

                ขาเรียวก้าวเดินเหม่อๆมิได้โบกเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างให้ไปส่งยังที่หมาย  สุดซอยซึ่งเคยเป็นสถานที่อันไกลแสนไกลมันช่างรู้สึกใกล้เมื่อเดินมาเรื่อยๆไม่คิดอะไร  เหม่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งในที่สุดที่หมายก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างงงๆ   ทอดสายตาสีน้ำตาลไหม้มองดูประตูหน้าบ้านเรือนไทยหลังใหญ่  ประตูเล็กข้างๆล็อกประตูเอาไว้เข้าไม่ได้..  หรือว่ายังไม่ตื่นกันนะ

 

 

มือเล็กเริ่มกดกริ่งเรียกคนภายใน    “เราก็นัดไว้แล้วนี่นา…”   ไม่มีเสียงตอบกลับจึงมองผ่านช่องระหว่างประตูไม้  โรงจอดรถก็ไม่มีรถจอดเอาไว้ด้วย…

 

“ทำอะไรอยู่น่ะ  เป็นโจรงัดแงะงั้นเหรอ”   น้ำเสียงทุ้มและกุญแจมือซึ่งจับเข้ามาคล้องที่ข้อมือพาลให้ตกใจ    สีน้ำตวัดตัวหมุนไปมองอย่างว่องไว

 

จู่ๆโดนจับกระผมไม่ใช่คนร้ายนะ!!   แต่เมื่อเห็นใบหน้าและผมสีชาจึงหายตกใจ  “คะ..คุณพ่อของคุณหินบุรี!”    มองสบตากัน

 

เจ้าผมฟูฟ่องสีน้ำตาลไหม้  ดวงตากลมโต  เค้าใบหน้าที่แสนคุ้น   นายตำรวจหนุ่มเข้าใจในทันที  “น้องชายของยาสูบสินะ”  อาราวดีสรุปเรื่องอย่างง่ายๆ   สมแล้วที่เป็นแฟนเก่าและเป็นตำรวจด้วย… เป็นถึงท่านรอง!

 

“คือผมมาหาคุณหินบุรีน่ะครับ… แล้วก็… ช่วยถอดกุญแจมือก่อนได้มั้ยครับ..” น้ำตาในเมื่อตกอยู่ในสภาพคนร้ายที่กำลังจะโดนจับไปโรงพัก  ตำรวจนี่น่ากลัวชะมัดเลย…

 

“เจ้านั่นไปธุระข้างนอก  จะกลับมาบ่ายๆ”   คุณพ่อผู้ไม่สนใจเรื่องส่วนตัวของกันและกันเอ่ยบอก  เป็นงั้นไป เขาอุตส่าห์ตื่นแต่เช้าแล้วรีบมาหา.. น่าจะนัดเวลากันไว้แฮะ

 

“เหรอครับ งั้นขอโทษนะครับที่มารบกวน เอ่อ…กุญแจมือ…” จ้องมองยังกุญแจมือรอบข้อมืออีกครั้ง  เมื่อคืนไล่จับคนร้ายมากไปจนมึนรึเปล่าเนี่ย….

 

 

คุณพ่อใบหน้าอ่อนวัยเกินจะมีลูกชายอายุ 20 กว่าจัดการไขกุญแจออกให้   พร้อมกันนั้นรถสีดำคันหนึ่งเคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าบ้านเรือนไทย  บานประตูรถเปิดออกเผยให้เห็นร่างของผู้มาเยือน   ดวงตาสีฟ้าครามทอดมองเห็นร่างเล็กจึงรีบวิ่งมากอดรัดฟัดหวี่ยงให้หายคิดถึง

 

 

“สีน้ำคิดถึงจังเลย   ไปหาที่งานเม็ดยาก็ไม่เจอ  พี่ล่ะเสียใจสุดๆ”   เอาแก้มถูไถประหนึ่งลุงแก่ที่ได้พบหลานรักอย่างนั้น   ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น!  มันอยู่ที่มาบ้านแฟนเก่าแบบนี้ไม่เป็นไรเหรอ…

 

“พี่ยาสูบมาทำอะไรแถวนี้น่ะครับ?”  ทอดมองใบหน้าของพี่ชายซึ่งเป็นตัวเปรียบเทียบที่ยิ่งใหญ่   ความเศร้าหมองในดวงตามีหรือพี่ชายจะไม่สามารถรับรู้ได้

 

“พี่มาเยี่ยมเพื่อนน่ะ  แล้วสีน้ำเป็นอะไรไป?”   เพื่อนเก่าหรือแฟนเก่า.. นั่นคือคำถามจากผู้ชมทางบ้าน  ร่างโปร่งลูบไล้แก้มเนียนอย่างเป็นห่วง

 

“ถ้ามีคนแกล้งน้องให้รีบบอกพี่ พี่จะไปจัดการมันเอง”   กำหมัดแน่น   ดวงตาของชายผมสีชาเกือบหงอก(?)เมียงมองและส่ายใบหน้าไปมาเมื่อเห็นพี่น้องที่รักและห่วงใยกันมากเกินไป

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ… ผมก็แค่เหนื่อยๆเอง….”  ห่อเหี่ยวคล้ายคนอกหักไม่มีผิด   อกหักจากนิยายอีโมชั่นนะไม่ใช่อกหักจากหญิงสาวหรือชายหนุ่มที่ไหน..

 

ยาสูบซึ่งตั้งใจจะมาธุระพูดคุยกับเพื่อน(?)เก่าจำต้องเปลี่ยนเป้าหมาย  “วันนี้สีน้ำไปกินข้าวกับพี่มั้ย?”  มื้อเช้าในยามสายก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

 

“ป่านนี้ใครเขาจะทานข้าวกัน”  อาราวดีผู้เคร่งในระเบียบเหมือนลูกชายถอนหายใจ   คล้ายกับได้เห็นหินบุรีในแบบผู้ใหญ่  ว่าแต่..คุณพ่อคงไม่ได้เป็นหนุ่มแหววใช่มั้ย….

 

“แต่ผมนัดคุณหินบุรีเอาไว้น่ะครับมีเรื่องจะคุยด้วย”   มองไปยังใบหน้าของคนเป็นบิดา   จะอยู่รอก็ไม่มีประโยชน์สินะ ก็ออกไปธุระนี่เขาเองก็ยังไม่ได้ทานมื้อเช้าเลยล่ะ…

 

“ไปกินข้าวกันนะสีน้ำ  ไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้ว”  โอบไหล่บางของน้องชายเอาไว้แน่น    ดวงตาใสจ้องมองและต้องถอนใจ  เป็นกำแพงสูงใหญ่ที่ข้ามยากแต่ก็เกลียดไม่ลง…

 

แต่ประเดี๋ยวก่อน…ที่บอกว่าไปทานข้าวเนี่ย…

ทำไมพี่ชายถึงมาทานข้าวเช้ากับแฟนเก่าล่ะ!!

                ความสัมพันธ์อันซับซ้อนของรุ่นพ่อ(?)ชวนให้สงสัย   นักศึกษามหาวิทยาลัยปีหนึ่งมหาวิทยาลัยนานมีบุรีนั่งเบาะหลักและจ้องมองดูชายสองคนซึ่งนั่งที่นั่งคนขับและข้างคนขับ  แฟนเก่า? เพื่อนเก่า?  แอบมองคนสนทนากันด้วยท่าทางธรรมชาติและไม่ตะขิดตะขวงใจมันน่าประหลาดนัก

 

พี่ชายของเขาช่างเป็นนักเขียนที่มีความลับเยอะ  หากแต่หลายๆครั้งที่เขาจำได้พี่ชายมักหาข้อมูลและมีประสบการณ์มากพอจะเขียนเรื่องราวให้คนอื่นๆได้ดื่มด่ำซึมซับไปกับมันได้ง่าย    การที่คนเคยรักกันต้องแยกทางกันไปแต่ยังคงพูดคุยกันเหมือนไม่มีอะไรมันมีจริงด้วยหรือเนี่ย…  คิดว่ามีแต่นิยาย แต่ในนิยายอีโมของเขามันไม่มี?

 

 

“ถึงแล้วล่ะสีน้ำ  เมื่อก่อนพี่มากินข้าวร้านนี้บ่อยๆ”   มองออกไปนอกกระจกรถแลเห็นร้านอาหารทะเลบรรยากาศดี  ที่บอกว่ามาบ่อยๆเมื่อก่อนนี่คงไม่ใช่….

 

“เมื่อก่อนมาทานกับคุณพ่อคุณหินบุรีบ่อยๆ..ใช่รึเปล่าครับ?”   ละลาบละล้วงถามไปและได้คำตอบคือการพยักใบหน้าตอบ  มันจะดีเหรอครับคุณพี่!!  ทำไมมากินร้านอาหารที่มันมีความหลังกับแฟนเก่าแบบนี้!!

 

 

โลกของผู้ใหญ่เนี่ย….ช่างลึกล้ำเกินจินตนาการ

หรือเส้นทางสีม่วงมีอะไรที่เขาไม่รู้อีกเยอะแยะ…

                ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นคทาชิต ญาติมาก  สุนัข(?)รับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของนักเขียนอีโมชั่นซึ่งกำลังจะกลายเป็นอดีต หลังคาบเลคเชอร์ภาษาและวัฒนธรรมจบลงไปด้วยความงงจึงออกเดินมายังห้องคอมพิวเตอร์เพื่อหาข้อมูลทำรายงานและทำการบ้านแทนเพื่อน   ห้องคอมพิวเตอร์กลางสำหรับนักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์ในยามเช้านั้นไม่วุ่นวายเท่าช่วงบ่าย  คนส่วนใหญ่ก็แค่มานั่งเล่นเฟซบุ๊ค เล่นทวิตเตอร์  เปิดอีบัดดี้ออนเอ็มแชทกันแค่นั้นล่ะ…

 

 

ร่างสูงนักกีฬาตะกร้อมองหาที่นั่งมุมกระจกหน้าต่าง  ที่นั่งบริเวณนั้นมักแอบทำอะไรง่ายๆดี…   “เปิดแอร์แรงจังแฮะ”  นั่งหนาวสั่นประหนึ่งอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติในฤดูร้อน(?)

 

การดมกลิ่นและตามกลิ่นของสุนัขมักดีพอๆกับนักสืบ  เมื่อชายหนุ่มในชุดนักศึกษาเปิดอินเตอร์เน็ต  สายตาพลันเหลือบไปเห็นที่นั่งด้านหน้า.. ร่างโปร่งผมสีเงินกำลังเข้าแฟนเพจของนานมีบุรี?   “นั่นมันโกมลนี่  ทำอะไรอีกแล้ว…”   รีบกดเข้าแฟนเพจของนานมีบุรีตามเข้าไปดู

 

 

ข้อความในแฟนเพจช่างเม้าส์ของนานมีบุรีเต็มไปด้วยการปั่นกระแสข่าวลือเรื่องนักเขียนอีโมชั่นห่วยๆในงานเม็ดยา  พล็อตเรื่องนิยายสองเรื่องที่คล้ายคลึงกัน  พยายามปั่นหัวให้คนอื่นคิดว่าWatercolorที่เป็นนักเขียนในเว็บกระดิ่งดีลอกเขามา และยังพยายามลือให้หึ่งว่าเป็นนักศึกษาในคณะมนุษย์ศาสตร์อีก

 

 

“เรื่องแค่นี้… จะจัดการสีน้ำให้เลิกเขียนนิยายไปแบบถาวรเลยรึไงเนี่ย…” กระนั้นแล้วเจ้าตัวคนทำอย่างนางอิจฉา(?)นั้นบอกเอาไว้ว่าไม่มีหลักฐานก็ไม่อาจทำอะไร…

 

มือแกร่งรีบหยิบเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าออกมาเล็งกล้องแอบถ่ายเพื่อสร้างหลักฐาน  “คราวนี้ล่ะ.. จะทำให้นายดิ้นไม่หลุดเลย..”  เพื่อปกป้องเพื่อนสนิทร่วมโรงเรียนตั้งแต่สมัยขาสั้นเอาไว้…

 

ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปจนกระทั่งโทรศัพท์ที่ต้องพกพาทุกวันสามารถถ่ายรูปและบันทึกวีดีโอได้   และที่ดีกว่านั้นคือมันซูมได้โคตรๆ!!   “ต้องถ่ายไว้ชัดๆ….”  แต่แล้ว…

 

ปิ๊ปๆ ปิ๊ปๆ

                เกือบจะได้ถ่ายริงโทนก็ดังขึ้นบอกสายเรียกเข้าที่กำลังโทรเข้ามา   เบอร์ในจอเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้  และเมื่อสังเกตดีๆนี่มันไม่ใช่โทรศัพท์ของเขานี่นา.. นี่มันของเพื่อนสนิท  เวรกรรมแล้วล่ะสิเขาหยิบโทรศัพท์ผิดมา!!   ใครมันช่างโทรเข้ามาในเวลาที่ไม่ควรแบบนี้!!

 

 

“ฮัลโหล… ใครเหรอครับ?”   ส่งเสียงถามอีกฝ่ายไป   กลับมีเพียงความเงียบชวนให้น่าสงสัย   เมื่อคิดจะปริปากถามไปอีกรอบ  ปลายสายได้เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

 

“ทำไมนายเสียงแหบ ไม่สบายรึไง?”  เสียงของหินบุรี!!!    หัวใจของเพื่อนซี้นายเอกตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม  งานเข้าสุดๆ…  รีบยกมือขึ้นมาบีบจมูกดัดเสียง

 

“แค่กๆ.. นิดหน่อยน่ะครับคุณหินบุรี  มีอะไรเหรอครับ?”   เลียนแบบปลอมตัวเป็นสีน้ำ สวัสดีอย่างเนียนๆ   เสียงจากทางบ้านบอกว่าตัวเนียนแบบนี้น่าจะไปเรียนการแสดงมากกว่า…

 

“ฉันมีธุระยืดเยื้อคงไม่ได้คุยกับนายอย่างที่บอกไว้  อาจเปลี่ยนแปลงกำหนดการเป็นบ่ายนี้ แล้วฉันจะติดต่อบอกสถานที่ไปใหม่”   แล้วปลายสายก็ได้วางสายไป…  ร่างสูงผมโล่งอกไปหนึ่งเปราะ

 

จัดการตั้งระบบสั่นเอาไว้ไม่ให้เป้าหมายรู้ตัวเสียก่อน ไม่ลืมบันทึกเลขหมายเอาไว้เผื่อมีอะไรฉุกเฉินเข้ามาอีก  และแล้วมือแกร่งยกโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งกล้องแอบถ่ายอีกครั้ง.. แต่แล้ว…  มันก็ดังขึ้นมาอีกรอบ  “อะไรอีกเนี่ย….” จ้องมองหน้าจอพบกับเบอร์ไม่ได้บันทึกอีกแล้ว….

 

รีบบีบจมูกตัวเองทำเนียนอีกครา  “ฮัลโหล  สีน้ำครับ”    วันนี้นักสืบผู้ภักดีจะสามารถถ่ายรูปได้สำเร็จหรือไม่.. โปรดติดตามต่อ…

 

“เสียงแปลกๆไปนะสีน้ำ  หรือว่าจะไม่สบายกันน๊า?”    เสียงของเบียร์เปล่งมาอย่างอารมณ์ดีสุดๆ  เจอปัญหาใหญ่เข้าแล้วสิ…

 

คทาชิตถึงกับอึ้งไม่รู้จะไปต่ออย่างไร  ชวนคุยหรือตอบอะไรเข้าทางปัญหาการวางสายไม่ได้จะต้องบังเกิด   “แค่กๆ..  นิดหน่อยน่ะ   เดี๋ยวกะว่าจะนอนพักต่อ”  ลอกเลียนวิธีการพูดมาราวกับเป็นคนเดียวกัน…

 

“เห.. งั้นฉันเอากับข้าวไปส่งมั้ย  หรือว่าจะให้ไปดูแลดีล่ะ?”   รีบๆวางสายไปซะทีสิเฟ้ย!!  ต่อความอดทนของคนฟังเริ่มจะขาดสะบั้นลง

 

“ไม่ต้องหรอกๆ   นอนแล้วก็ดีขึ้นเองล่ะ  กะว่าจะนอนคิดอะไรด้วย”   บีบจมูกดัดเสียงเสียจนอึดอัดต้องหายใจทางปาก..  การหลอกลวงครั้งนี้จะยาวไปถึงเมื่อใด…

 

เสียงถอนหายใจจากฝ่ายตรงข้ามและเสียงบู่(?)ช่างบ่งบอกเอกลักษณ์   “งั้นนอนพักเยอะๆนะ จะได้ไปเที่ยวกัน  แล้วจะติดต่อไปใหม่น๊า”   แล้วก็วางสายไป… โล่งอกไปอีกเปราะหนึ่ง แต่ประเดี่ยวก่อน…

 

“เราเผลอรับปากอะไรไปรึเปล่า?”   ย้อนกลับไปครุ่นคิดถึงคำพูดที่เอ่ยพูดไป  ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไร.. เมื่อไม่มีอะไรจึงรีบกดบันทึกเลขหมายเผื่อกรณีฉุกเฉิน

 

 

และรีบยกกล้องขึ้นมาส่องไปทางโกมลอีกครั้ง ซูมใหม่….  คราวนี้จะต้องจัดการให้สำเร็จ    แต่ฟ้ามันไม่มีตาให้โทรศัพท์มันดังขึ้นอีกแล้ว..    และมันก็เป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้อีกครั้ง  วันนี้สวรรค์คิดจะเล่นมุขนี้กับเพื่อนสนิทแสนซื่อไปจนถึงเมื่อไหร!

 

 

บีบจมูกเข้าอีหรอบเดิม  “ฮัลโหล   สีน้ำครับ….”  น้ำเสียงบ่งบอกความรำคาญมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง  วันนี้จะได้หาหลักฐานไปจับนางอิจฉาหรือไม่

 

“อืม…. ฉันเองดนัยนะสีน้ำ   ฉันมีเรื่องอยากคุยกับนายหน่อย”    คิ้วคมขมวดเป็นผมจะมาคุยอะไรกันตอนนี้  เดี๋ยวเป้าหมายจะหนีไปเสียห่อน

 

“เอาไว้คุยกันบ่ายๆเย็นๆนี้นะครับ ตอนนี้ผมมีธุระ”  รีบกดวางสาย บันทึกเลขหมายและรีบตั้งกล้องขึ้นมาใหม่อีกครั้ง   คราวนี้ล่ะจะต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย…

 

แต่หารู้ไม่ว่าฮาเร็มมันยังไม่หมด..  เหยื่อหมายเลขสี่โทรเข้ามาอีก   ดวงตาของนักกีฬาหนุ่มบ่งบอกความเคือง   ไม่ต้องเดาเลยว่าเป็นเบอร์ที่ยังไม่ได้บันทึกไว้   “ฮัลโหล สีน้ำครับ….” แทบไม่อยากจะดัดเสียงแล้วนะ

 

“เสียงแหบแห้งเชียวนะครับ  อย่างกับคนสิ้นหวังที่ร้องไห้มากเกินไป”   เจอคำพูดของนายปากสุนัขแบบนี้  แม้ไม่ใช่เพื่อนสนิทฟังก็อดโมโหแทนไม่ได้

 

“ตอนนี้กำลังยุ่งอยู่  ค่อยโทรมาใหม่เถอะ”   ตัดบทหมายจะวางสาย  แต่มีหรือโฬมอุดมผู้มีจิตใจจ้องจะแกล้งนั้นจะวางสายไปง่ายๆ

 

“จู่ๆคิดจะไล่กันเหรอครับคุณน้องชายนักเขียน   ผมมีเรื่องต้องคุยและจัดการกับคุณในวันนี้”  ยามนี้นั้นคนฟังไม่ได้ตั้งใจฟังอีกต่อไปแล้ว

 

“ก็ได้ๆ  มีอะไรก็บอกมาทีหลังว่าที่ไหน  ฉันมีธุระแค่นี้นะ”   กดวางสายและรีบตวัดหันไปมองยังที่นั่งตรงหน้าซึ่งห่างออกไป   เจ้าคนปล่อยข่าวลือในแฟนเพจนานมีบุรีได้หายตัวไปเสียแล้ว…  พลาดครั้งยิ่งใหญ่…

 

“พลาดจนได้………”   ห่อเหี่ยวขึ้นมาอย่างกะทันหัน   เพราะโทรศัพท์สี่สายที่เข้ามาขัดจังหวะนั่นล่ะ!!   นักสืบผู้ซื่อสัตย์ไม่อาจตามรอยนักสืบในตำนานทั้งหลายได้…

 

หรือเพราะว่าเขาไม่มีเข็มยาสลบ(?)  ไม่ได้สวมแว่น(?)

ไมมีญาติผู้ใหญ่เป็นนักสืบให้เอาชื่อไปเป็นเดิมพัน….

                ข้ามผ่านการเก็บหลักฐานของนักสืบญาติมากมายังร้านอาหารทะเลแห่งหนึ่งในเมืองนานมีบุรี   เพราะเป็นมื้อสายก่อนอาหารกลางวันจึงไม่มีผู้คนมากมายนัก   ชายสามคนสามวัยนั่งที่โต๊ะริมน้ำบริเวณระเบียง  อาหารตรงหน้าเต็มไปด้วยปู กุ้ง ปลา ปลาหมึก และอาหารทะเลอีกมากมายทั้งต้ม ทอด ย่าง  ฉากทานข้าวเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพูดคุย…   เจ้าเด็กน้อยนักศึกษารู้สึกคล้ายกับตัวเองกลายเป็นส่วนเกินในทันทีเมื่อนั่งคนละฝั่งกับพี่ชาย และพี่ชายก็นั่งฝั่งเดียวกับแฟนเก่า

 

 

ที่สำคัญท่านรองของกรมตำรวจกำลังแกะปูให้กับพี่ชายสุดที่รักของเขาด้วย!!  ใครก็ได้บอกเขาทีว่าสองคนนี้เป็นแค่แฟนเก่ากัน!?   “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะสีน้ำ?”    ร่างโปร่งเอ่ยขึ้น

 

ร่างเล็กสะดุ้งตกใจและรีบหยิบปู่มาตัดคอ(?)   “มะ..ไม่มีอะไรหรอกครับ   แค่ไม่ได้กินข้าวด้วยกันมานานก็เลยเกร็งนิดหน่อย”   ใครจะไปกล้าบอกว่าตกใจกับโลกของผู้ใหญ่(?)

 

ยิ่งมองคนสองคนซึ่งบอกว่าเป็นเพื่อนกันและเป็นแค่แฟนเก่า มันช่างดูคล้ายกิ๊ก…  “แล้วพี่ไม่ได้ทานข้าวที่บ้านแฟนพี่เหรอครับ?”

 

“ช่วงนี้มีดราม่าน่ะ  ก็เลยอยากให้พ่อลูกลงรอยกันบ้าง”  คำพูดชวนให้ตกใจ   แฟนของนักเขียนชื่อดังเป็นผู้ชายมีลูกติดด้วยเหรอเนี่ย…

 

“จุ้นจ้านยุ่งเรื่องส่วนตัวกันมากไปก็มีปัญหา”   นั่นคำแนะนำจากผู้ชายไม่ทราบอายุและมีลูกชาย 1 คน   ถ้าเป็นไปได้ขอคำอธิบายเรื่องร้านอาหารและสถานการณ์นี้ได้ไหมเนี่ย

 

“เรื่องของพี่มันเรื่องเล็กน่ะ   แต่สีน้ำดูจะมีเรื่องไม่สบายใจนะ  ปรึกษาพี่ได้นะน้องรัก”  ยาสูบตัดยำปลาหมึกให้กับน้องชาย   ความรักของพี่เท่ากับหนวดปลาหมึกที่แสนหนึบหนับ(?)

 

สีน้ำนิ่งเงียบและจ้องมองหนวดปลาหมึกเขม็ง   “คือว่าผม….ก็มีเรื่องไม่สบายใจอยู่เหมือนกัน…”  ทั้งเรื่องนิยายและเรื่องเส้นทางสีม่วง(?)

 

เรื่องส่วนตัวซึ่งควรจะมีแค่พี่น้องได้คุยกันกลับมีผู้ชายซึ่งไม่สามารถระบุสถานะได้นั่งอยู่ด้วย   “ฉันไม่สนใจเรื่องคนอื่นอยู่แล้ว อยากคุยอะไรก็คุยไป”  ตั้งหน้าตั้งตาแกะปูให้อดีตแฟนอย่างตั้งใจ….

 

คุณพ่อ..เอ่อ..คุณลุงเป็นหนุ่มแหววเหมือนลูกชายรึเปล่าเนี่ย…

                “เรื่องอะไรเหรอสีน้ำ  หรือว่าทะเลาะกับพวกเพื่อนๆ?”   ใบหน้าใสสะบัดไปมา   ยากที่จะพูดออกมาว่ามันเป็นเรื่องอะไร

 

“คือ…คนอ่านเขาไม่อ่านนิยายของผมน่ะครับ…” น้ำเสียงที่แสนห่อเหี่ยว    ยากจะทำใจกับความจริงที่แสนโหดร้ายนั่น  จะเป็นนักเขียนชื่อดังแบบพี่ชายได้ยังไงกัน…

 

ดวงตาสีฟ้าครามทอดมองใบหน้าที่แสนเศร้า   คลี่ยิ้มบางๆและยื่นมือไปลูบศีรษะปกคลุมด้วยไหมสีน้ำตาลไหม้   “ที่เสียใจเพราะว่าสีน้ำชอบการเขียนนิยายรึเปล่า?  หรือเสียใจที่มันไม่เป็นไปตามที่หวัง”

 

น้องชายร่างบางมองอย่างครุ่นคิด  แล้วมันต่างกันอย่างไรนะสองอย่างนั้น…  “เขียนนิยายก็ต้องหวังให้คนอ่านอ่านและยอมรับสิครับ…”

 

“แล้วตอนที่ไม่มีเสียงตอบรับ  สีน้ำก็ยังเขียนอยู่รึเปล่าล่ะ”   ถึงแม้จะไม่มีคนอ่าน  แม้จะมีคนบ่นเรื่องอีโมชั่นก็ยังเขียนต่อไป… เขียนต่อไปเพื่อความฝันที่ตั้งใจนั่น…

 

 

ทุกๆวันนั่งเขียนเรื่องราวให้จบ ไม่ให้มันค้างคา  นั่งมองเว็บกระดิ่งดีเพื่อรอคอมเมนต์ บางครั้งก็มีบ้าง บางครั้งก็ไม่มี มีแฟนนักอ่านอายุน้อยก็ทำให้รู้สึกดี จึงเขียนตามแนวทางของนิยายวัยรุ่นในกระแสไปเรื่อยๆ   แต่แล้วกลับรู้ว่านิยายของตัวเองไม่ได้รับการยอมรับอย่างที่คิด…  ก็แค่รู้ความจริงที่หลบหนีไปเท่านั้น…

 

 

“พี่น่ะไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่แรกหรอกนะ  พี่น่ะเขียนไปเรื่อยๆ  เขียนไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีคนอ่านยอมรับงานของพี่”  มองสบตาเจ้าคนที่หลงทาง…

 

“ยิ่งเขียนมากเท่าไหร ก็ยิ่งดีเท่านั้นล่ะสีน้ำ   น้องอายุยังน้อยมีเวลาสะสมประสบการณ์อีกเยอะ”   เหมือนอย่างกีฬาที่ไม่สามารถเก่งกาจได้เพียงแค่การลองเล่นเพียงครั้งสองครั้ง..  ไม่ฝึกซ้อมแล้วจะเก่งกาจได้อย่างไร

 

คนเราที่ไม่มีพรสวรรค์ ล้วนต้องใช้พรแสวงในการพยายามมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ   ความฝันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาง่ายๆ  จะต้องต่อสู้และเดินหน้าไปเท่านั้น  หากหยุดก็ไม่ได้อะไรมาไว้ในมือ   “เป็นน้องชายของพี่  ต้องทำได้อยู่แล้ว”  ดวงตากลมโตสั่นไหว..

 

พี่ยาสูบเป็นพี่ชายที่แสนดีและเป็นแผ่นหลังที่ตนคอยเดินตาม

ไม่ว่าเมื่อใดก็เป็นพี่ชายอายุมากกว่าที่ยิ่งใหญ่เสมอ…

                ปอกเปลือกกุ้งและรีบจับมันเข้าปาก  รู้สึกสบายใจมากขึ้นอีกนิดหน่อย  “บางทีผมอาจจะทำให้คทาชิตเป็นห่วงแย่เลย.. คนอื่นๆด้วย”   คนหลายคนที่พร้อมจะสนับสนุนให้เขาก้าวเดินต่อไปอีก

 

“คราวหลังถ้ามีปัญหาอะไรก็อย่าเก็บไว้คนเดียวเลยนะสีน้ำ”   ยาสูบหันไปหยิบก้ามปูที่เพื่อน(?)แกะเอาไว้ให้มาจิ้มน้ำจิ้ม   พี่ก็คงไม่เก็บปัญหาไว้คนเดียวเหมือนกันน่ะสิ…

 

“จริงๆแล้ว… ผมก็มีปัญหาอีกเรื่องเหมือนกัน…”  เรื่องฉากแพนกล้องในตำนาน(?)    ค่ำคืนที่เมามายไม่ได้สติ ไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป  ทั้งๆที่เขาน่ะไม่ใช่เกย์เสียหน่อย

 

“เรื่องแนวชู้หนุ่มรึเปล่า?”   คนฟังหัวเราะหึๆปานรอฟังมานานแล้ว  ในที่สุดน้องชายก็คงใกล้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียทีสินะ  เป็นเกย์เหมือนพี่?

 

ใบหน้าใสอึ้งไปพักหนึ่ง   ชู้หนุ่มอะไรกันล่ะนั่น  “เปล่าครับ… ผมแค่รู้สึกว่าตัวเองแปดเปื้อนทั้งที่ปากบอกว่าไม่ใช่เกย์.. แล้วก็รู้สึกไม่ดีกับรุ่นพี่ที่เคยเคารพด้วย…”   พ่อเลี้ยงจากเชียงใหม่ที่เคยช่วยเอาไว้จากแพนด้า  มันน่าปล่อยให้โดนเหยียบตายไปเลยจริงๆ

 

“ปัญหานั่นน่ะ  ถ้าเป็นน้องชายของพี่ก็ต้องแก้ไขได้อยู่แล้วล่ะ”   ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองสบตากับดวงตาสีชาของคนข้างกายราวกับล่วงรู้กันเองสองคน  ใบหน้าใสจ้องมองและหัวเราะเหี่ยวๆ   จะรับคำแนะนำนี้ไว้ดีไหมเนี่ย..  ทำไมรู้สึกผิดกับแฟนพี่ชายจัง..

 

 

เอ๊ะ… สรุปว่าสองคนนี้เขาเป็นแฟนเก่า

หรือว่าเป็นเพื่อนกัน? เอ๊ะ…แล้วความสัมพันธ์มันคืออะไร

 

 

คลี่คลายปัญหาหนักอกไปได้เปราะหนึ่งหลังทานข้าวกับพี่ชายและแฟนเก่าเรียบร้อยจึงเดินทางกลับมายังหอพักสุดโทรม  ณ เวลานี้ก็ถึงเวลามื้อเที่ยงของคนอื่นแต่ไม่ใช่เวลามื้อเที่ยงของสองพี่น้องแล้ว    รถยนต์สีดำเคลื่อนจอดส่งตรงหน้าทางเข้า  ท่านรองแห่งกรมตำรวจได้กลับไปทำงานแล้ว

 

 

“พี่ยาสูบจะกลับบ้านแฟนเลยรึเปล่าครับ?”   เดินลงจากรถและหันไปยังที่นั่งคนขับ   บางทีรถคันนี้อาจจะได้มาจากแฟนคนล่าสุด…

 

“อยู่นั่งเล่นกับน้องชายที่ไม่ได้เจอกันนานก่อนก็ได้”   ดับเครื่องและลงเดินเข้าไปภายในหอพักพร้อมกับน้องชายสุดที่รัก   จนป่านนี้ดราม่าครอบครัวใหม่(?)ก็ยังคงคลาดกันไปคลาดกันมา

 

ขวานนั่งเล่นเกมส์เมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาจึงหันมอง  “กลับมาเร็วจริง  นึกว่าจะนอนค้างที่อื่นซะแล้ว”   หมอดูหัวกบ(?)คาดเดาไปถึงที่ไหนกัน…

 

“ท่าทางเจ้านายจะไม่อยู่นะขวาน”   นายหญิง(?)จากบ้านใหญ่เอ่ยถามพลางมองไปรอบๆ   ไม่เห็นแม้แต่เงาของลูกชายของคนแฟนคนล่าสุด

 

“พี่พูดอย่างกับรู้จักกับเจ้าของที่นี่เลยน่ะ”    สีน้ำเดินไปนั่งที่โซฟา  อาการห่อเหี่ยวผ่อนคลายไปได้มากจากการได้ปรับทุกข์กับคนที่ไว้ใจและปรึกษาได้

 

“ต้องรู้จักสิ   ก็แฟนพี่เค้าเป็นเจ้าของที่นี่นี่สีน้ำ”  ดวงตาสีน้ำตาลไหม้เบิกกว้างขึ้น   ทำสีหน้าไม่เชื่อและตื่นตกใจราวกับเห็นผี

 

“พี่เป็นแฟนของโฬมอุดมเหรอ!!”    ได้ยินเสียงตบคีย์บอร์ดดังมาจากที่ใดซักแห่งอย่างพร้อมเพรียงกัน   ช่างเป็นการตบมุขที่เหลือเชื่อสุด…

 

“เจ้าของที่นี่คือพ่อของไอ้คุณมุกตะหาก”   พัดกระดาษ(?)ฟาดลงกลางศีรษะปกคลุมด้วยไหมอ่อนนุ่มสีน้ำตาล   เจ้าของพัดอย่างลูกจ้างประจำไปเอามาจากไหนกัน

 

 

ยาสูบแย้มยิ้มให้น้องชาย   ทั้งๆที่ความจริงนี้ควรจะเปิดเผยตั้งนานแล้วแต่กลับมาเปิดเผยเอาตอนนี้   นักเขียนมิสมัครเล่นเริ่มประติดประต่อเรื่องราวหลายๆอย่างที่เคยพูดคุยกับชายผมสีน้ำเงิน   เรื่องการแต่งงานใหม่ของพ่อ  ดราม่าครอบครัว  ที่แท้… ดราม่ากับพี่ชายของเขาเองหรือนี่

 

 

“โฬมอุดมไม่เคยพูดถึงพี่ ผมก็เลยไม่รู้….”  เสียงใสเปล่งบอก    คงมีปัญหากันมากจึงไม่อยากแม้แต่จะเอ่ยนามถึงกัน    เขานี่ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยแฮะ.. หรือโดนแกล้งมาตลอดเพราะหมั่นไส้กันล่ะเนี่ย

 

“เขาไม่ค่อยชอบหน้าพี่ซักเท่าไหรน่ะ  เพราะว่าเดชาเป็นคนที่ไม่เข้าข้างลูกชายเท่าไหร”   สีน้ำนึกย้อนไปถึงครั้งที่ได้เจอกันที่ห้องสโมสรนักศึกษา  ก็คงเป็นคนแบบนั้นแหละ.. โลกนี้มันช่างกลมจริงๆ

 

 

กลมมาตั้งแต่แฟนเก่าพี่เป็นพ่อรุ่นพี่

แล้วนี่แฟนใหม่กี่ ก็เป็นพ่อของคู่อริอีก…..

 

                คงมีหลายคนอยากรู้เรื่องราวของอดีตแฟนของยาสูบ   หากแต่สิ่งที่อธิบายถึงความสัมพันธ์กลมๆของสีน้ำอีกอย่างนั้นก็คือ… ในอดีตเมื่อนานแสนนาน(?)มาแล้วนั้น   การที่เขามาสนิทสนมกับคทาชิตก็เพราะว่าพี่ชายเคยคบกับพ่อของคทาชิตเหมือนกันนะ  จึงมาเป็นเพื่อนสนิทกันจนถึงตอนนี้ไงล่ะ…. กลมดีจริงๆ(?)

 

 

“ผมพอจะเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมเขาชอบแกล้งผมนัก”  พยักใบหน้าเข้าใจในเรื่องที่มันไม่ใช่…  ชายหนุ่มคนนั้นเพิ่งรู้ความจริงเมื่อตอนที่แล้วนี่เอง

 

“สีน้ำจะบอกว่าโฬมอุดมทำตัวเหมือนพระเอกละครงั้นเหรอ?”   ยาสูบหลุดหัวเราะออกมา  ไหนบอกว่าจะไม่ทำตัวเหมือนพระเอกละครน้ำเน่าหลังข่าวไงล่ะ    สองพี่น้องเริ่มเข้าใจผิดไปไกล  ขอย้อนอีกครั้งว่าชายคนนั้นเพิ่งรู้ความจริงก็เมื่อตอนที่แล้ว….

 

“กลับมาแล้ว!   อ่าว  สีน้ำกับพี่ยาสูบนี่”   คทาชิตเดินเข้ามาภายในหอพักพร้อมกับถุงขนมเต็มมือ  ตั้งใจไว้ว่าจะปลอบขวัญเพื่อนด้วยขนมเสียหน่อย

 

“สวัสดีคทาชิต วันนี้อยากมาคุยกับสีน้ำน่ะ  คุณพ่อเป็นยังไงบ้าง”   ร่างโปร่งผมน้ำตาลทองโบกมือให้เพื่อนสนิทของน้องชายสุดที่รัก  พ่วงตำแหน่งลุกชายอดีตแฟนเมื่อสมัยโน้น(?)ไปด้วย

 

“ก็ขายอาหารทะเลสบายใจเฉิบอยู่ภาคใต้เหมือนเดิมล่ะ ฮ่ะๆๆ”  แฟนเก่าพูดถึงแฟนเก่าได้อย่างอารมณ์ดี  นี่หรือคือความสามารถที่บอกว่าน้องพี่ก็ต้องทำได้…

 

มือแกร่งรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา  “เมื่อเช้าฉันหยิบโทรศัพท์ผิดเครื่องไป  ดันไปหยิบของนายมาซะได้”   ส่งคืนกลับให้กับเจ้าของ

 

“ฉันไม่ได้สังเกตเลยแฮะ  หยิบของนายออกไปเหมือนกัน”    มือเรียวยื่นโทรศัพท์คืนให้ด้วย     เมื่อได้แตะต้องโทรศัพท์เดิมของตัวเอง   ราวกับงานมันเข้ามาพร้อมๆกันด้วยข้อความ 4 ข้อความ….

 

[บ่ายนี้เจอกันที่เซ็นทรัลเวิร์ด  จากหินบุรี / เบียร์ / ดนัย / โฬมอุดม]  ข้อความปลีกย่อยยาวและแตกต่างกันไป  แต่ใจความสำคัญคือสถานที่นัดหมายในวันนี้….

 

มือข้างที่ถือโทรศัพท์เอาไว้ถึงกับสั่น  “คะ..คทาชิต…นายทำอะไรลงไป…”  มันเกิดอะไรขึ้นในตอนที่มือถือไม่ได้อยู่กับตัวเขาเนี่ย…

 

“อ่ะ….มันมีโทรศัพท์เข้ามาหลายสายตอนกำลังยุ่งก็เลย….”   เข็มนาฬิกาบอกเวลา 12.05 น.   ไม่มีเวลาไปบอกปัดนัดอีกแล้ว….

 

ตารางเดท(?)ที่ชนกันนั้นขับให้ใบหน้าไร้อารมณ์ของขวานเกิดรอยยิ้ม  “บอกแล้วว่าต้องมีเรื่องวุ่น”   หมอดูหมวกกบกินเรียบ…

 

“แล้วฉันจะทำยังไงล่ะเนี่ย!?”  ความวัวไม่ทันจะหายความควายก็เข้ามาแทรก   ที่สำคัญคือนัดวันเดียวกัน 4 คน และสถานที่เดียวกันด้วย

 

“ขอโทษนะสีน้ำ!!   แต่แก้ไขตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วล่ะ”   ยกมือสองข้างประกบไหว้ขอโทษเพื่อนสนิท   ดวงตาของสีน้ำกลายเป็นสีขาวโพลนตาดำหาย(?)  งานเข้า… งานเข้ามากๆเลย….

 

 

เขาจะแยกร่างยังไงเป็น 4 คน!!

นัดซ้อนซ่อนเงื่อนเสียขนาดนี้!!!

 

 

                ข้อความแห่งความซวยทั้ง 4 ฉบับขับให้ทั้งห้องโถงของหอพักสุดโทรมตกอยู่ในความเงียบ   เพราะความผิดพลาดของนักสืบคทาชิตกำลังจะทำให้เพื่อนสนิทผู้ยึดมั่นกับความไม่เกย์นั้นต้องไปประสบกับความเป็นเกย์  ตารางช่วงบ่ายนี้จะแบ่งเวลาอย่างไร….

 

 

รถไฟชนกันเกิดมาเพิ่งจะเคยเนื้อหอม

ชะตากรรมวันนี้ของสีน้ำจะดราม่าหรือคอมเมดี้

 

ความรักกำลังเดินหน้าก่อนเริ่มความฝัน

ติดตามตอนต่อไป….

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 09/30/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: