RSS

[KHRFic] แก้วตาฮาเร็ม ตอน 21

30 ก.ย.

“รถไฟ 4 ขบวนจะสับรางจะใช้วิธีอย่างไรนะ”

“ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงนั้นจำเป็นต้องวางแผน…”

                ขณะที่ปัญหาหนักอกอย่างหนึ่งได้คลี่คลายไป ปัญหาหนักอกครั้งใหม่ก็ได้เข้ามาเยือนอีก การสับรางในการนัดเดทซ้อนถึง 4 คน  ปฏิบัติการณ์ครั้งนี้ช่างยากยิ่งกว่าการจัดการคลี่คลายเหตุประท้วงปิดสนามบิน   ทั้งๆที่มีเรื่องต้องทำอีกมายมาย แต่ต้องมาจัดการเหตุการณ์นี้เสียก่อน  เรื่องวุ่นวายที่ขวานได้พูดถึงนั้นบางทีอาจจะหมายถึงเรื่องนี้  และเขาจะหนีความเป็นเกย์ไม่พ้น?

 

บทที่ยี่สิบเอ็ด :  จะเก็บแต้มก็ต้องใช้กลยุทธในการสับราง

 

 

            เซ็นทรัลเวิร์ดเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่บริเวณแยกราชประสงค์  ณ กรุงเทพฯ    หลังจากประชุมวางแผนเป็นเวลา 30 นาที สีน้ำรีบออกจากหอพักไปขึ้นรถสองแถว ต่อรถเมล์ไปยังสถานี BTS และออกเดินทางไปยังสถานีสยามในทันที  รถไฟฟ้ามาหานะเธอ(?)เคลื่อนตัวไปเรื่อยๆไม่ทันใจคนรีบร้อน  ดวงตากลมโตมองดูนาฬิกาข้อมือของตน  ความยากนั้นอยู่หลังจากนี้  มือเล็กรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งออกไปทั้งหมด 4 ฉบับ คือบอกว่าจะไปสายซักหน่อย….

 

 

“จะไปรอดมั้ยเนี่ยเรา…” ใบหน้าทอประกายกังวล   โดยที่ทุกคนไม่สังเกตในฉาก  ข้างกายของร่างบางนั้นมีผู้ช่วยติดตามมาด้วย

 

“ไม่ต้องห่วงสีน้ำ  ฉันจะคอยรายงานสถานการณ์โฟนอินให้นายตลอดเอง”   คทาชิตตบไหล่บาง  ผูกเงื่อนด้วยตัวเองจำต้องช่วยเพื่อนแก้เงื่อนนั้นด้วย

 

หัวใจสำคัญของปฏิบัติการสับรางในครั้งนี้คือการจัดคิวให้ถูกต้องและตรงเวลา และคอยสังเกตการณ์ไม่ให้ชายหนุ่มคนไหนรู้ตัว.. เพราะฉะนั้นการพกพาผู้ช่วยมาคอยส่งข่าวฝ่ายที่ตนมองไม่เห็นจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก  ไม่นึกเลยนะว่าพี่ชายเขาจะคิดวิธีนี้ออกมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว

 

“สมแล้วที่เป็นนักเขียนชื่อดัง…”  มีหลายคนอยากถามว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน.. แต่คำตอบนั้นก็ช่างตอบยากช่างมันเสียเถอะ…

 

รถไฟฟ้าผ่านสถานีต่างๆจนกระทั่งประกาศบอกว่าสถานีหน้าคือสถานีสยาม   สนามรบของนักเขียนมือสมัครเล่นอยู่ใกล้แค่เอื้อม   “ส่งข้อความไปถามเลยมั้ยว่าทุกคนอยู่ตรงไหนกัน…?”   หันไปถามความเห็นจากเพื่อนสนิท

 

การสับรางที่ดีนั้นควรใช้การส่งข้อความแทนที่จะเป็นการสนทนาผ่านโทรศัพท์มิฉะนั้นจะเบลอได้ง่าย   “อืม จะได้วางแผนกันได้ล่ะสีน้ำ”  เรื่องงานเขียนก็ช่วยสุดตัว  เรื่องรักก็ช่วยสุดใจ

 

กดส่งออกไปได้ไม่นาน ข้อความ 4 ฉบับพลันตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว  เป็นเซียน BB กันรึ…  “เป้าหมายอยู่ที่ร้านกาแฟชั้น 5 และ 6 ฉันต้องวิ่งจนหมดแรงตายมั้ยเนี่ย….”  ไม่อยากนึกถึงชะตากรรม   สับรางสองคนก็ว่ายากแล้ว เจอ 4 คนนี่มัน…

 

“ถ้าเกิดเรื่องฉุกเฉินอะไรขึ้น ฉันจะรีบส่งข้อความเข้าเครื่องนายนะ”   ใบหน้าใสผงกศีรษะตอบ  งานนี้สับรางคนเดียวคงไม่สำเร็จแน่ๆ…

 

“หวังว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีล่ะนะ….” ทั้งๆที่เพิ่งฟื้นตัวจากเรื่องวุ่นวายมาได้กลับต้องวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม  ก็ดีเหมือนกัน… จะได้จัดการอะไรให้มันเรียบร้อยไป

 

 

พี่เทพตกหญิง(?)ในตำนานกล่าวถึงวิธีการจัดการสาวๆในรูปแบบต่างๆมามากมาย  ถ้ามีเทพตกหญิงในตำนานแล้ว พี่ชายเขาก็เป็นเทพตกหนุ่มในตำนานเหมือนกันกระมั่ง… สองหนุ่มเพื่อนสนิทเริ่มวางแผนและกำหนดการ  ไปนัดให้มาเจอกันทีเดียว 4 คนจะง่ายกว่ามั้ยนะ…

 

 

4 คนนั้นมีเรื่องที่ต้องพูดคุยทำความเข้าใจ…

เส้นทางสีม่วงที่แสนสับสน

 

 

            จุดเริ่มต้นของแผนการคือทางเข้าห้างฝั่งโซน eden  เป้าหมายขณะนี้ประจำการอยู่ที่ชั้น 5 และ 6 ไล่เรียงความสำคัญในการพูดคุยและการเจรจาที่แสนง่าย   คทาชิตและสีน้ำจึงเริ่มต้นที่ชั้น 5 ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพผู้ชายติดขนมถ้วยฟูและฐานพ่อเลี้ยงฟาร์มม้า

 

 

“ฉันจะไปคอยดูหินบุรีกับโฬมอุดมที่ชั้น 6 ให้นะ ถ้ามีอะไรฉันจะรีบส่งข้อความบอกนาย”    มือแกร่งตบบ่าให้กำลังใจ  ศีรษะบางผงกตอบ

 

“อืมมีอะไรรีบส่งข้อความมาเลยนะคทาชิต  ฉันจะรีบไปหาคุณเบียร์ก่อนล่ะ”  เพราะไม่อยากให้แผนการกร่อยจึงเริ่มต้นที่ผู้ชายลัลล้าเป็นคนแรก   ภายนอกแลดูแบดบอยแต่เป็นคนที่สามารถเจรจาต่อรองเวลา(?)ได้ง่ายที่สุด ในฮาเร็มต้องมีคนว่าง่ายอยู่ซักคนถึงจะดี(?)

 

“โชคดีนะสีน้ำ!”   นักกีฬาตัวสูงออกวิ่งไปขึ้นลิฟต์เพื่อมุ่งหน้าไปจับตามองรุ่นพี่ทั้งสองที่ชั้น 6  ส่วนร่างบางผมน้ำตาลนั้นออกเดินไปยังบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นไปที่ชั้น 5

 

 

บริเวณชั้น 5 ของเซ็นทรัลเวิร์ลเต็มไปด้วยร้านอาหารคาวหวาน   จากสถานที่ที่ได้นัดหมายกันเอาไว้ช่างโชคดีที่มันอยู่คนละตรอก(?)กันจึงอาจจะเจอหน้ากันได้ยากหน่อย    ขณะนี้เวลา 13.05 นาที  ปฏิบัติการสับรางจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้  สีน้ำรีบวิ่งไปยังร้านกาแฟร้านที่หนึ่งทำทีเป็นคนเหนื่อยจากการรีบมา…

 

 

“ข..ขอโทษที่มาช้า”  วิ่งไปหาโต๊ะซึ่งแลเห็นชายหนุ่มผมขาวมีรอยสัก  รอบๆนั้นรุมล้อมไปด้วยลูกค้าสาวๆและพนักงานเสิร์ฟ… เห็นสภาพก็คิดว่าปล่อยไว้แบบนี้ดีกว่า

 

“สีน้ำมาแล้วเหรอ”   รีบโบกไม้โบกมือยินดีที่ได้พบคู่เดท  หากแต่เหล่าถ้วยฟูFCนั้นทำสีหน้าไม่พอใจเมื่อเห็นนายหน้าจืดบังอาจเข้ามาขัดจังหวะ

 

“ผมรู้สึกร้อนๆหนาวๆยังไงพิกล….”   สายตาอันอาฆาตแค้นของหญิงสาวซึ่งโดนพรากเหยื่อ(?)ไปนั้นช่างน่ากลัวยิ่งนัก  ผู้หญิงนี่น่ากลัวกว่าเสือเสียอีก….

 

“กลัวสายตาผู้หญิงก็เริ่มไม่ปกติแล้วน๊าสีน้ำเนี่ย”   จุดเริ่มต้นของการเป็นเกย์(?)  จะกลัวสายตาของสาวๆไปใยหากแค่มาทานข้าวกับเพื่อนโดยไม่มีคิดอะไรอกุศล

 

ดวงหน้าใสแปรเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ  ตกหลุมพรางในทันใด  “กะ…ก็ดูเขาจ้องกันมาสิ เป็นผู้ชายคนอื่นก็ต้องกลัวเหมือนกัน”   นั่งทำตัวลีบหันไปสั่งน้ำเปล่า..

 

“สีน้ำดูร่าเริงขึ้นแล้วนี่นะ  แบบนี้ฉันก็หมดห่วงหน่อย  จะได้ทำตัวปกติๆได้”  ขยิบตาส่งสายตาหวานซึ้ง   คล้ายกับแฝงความหมายเป็นสุภาพบุรุษไม่เสี่ยวมาหลายวันเพราะอะไร…

 

คนฟังรู้สึกผิดอยู่หน่อยๆที่ทำให้คนอื่นต้องปรับตัว   “คงเพราะว่าได้ปรับทุกข์กับพี่ยาสูบมาแล้ว”   พี่ชายร่วมสายเลือดย่อมเป็นที่พึ่งได้มากกว่าเมะ(?)ในสังกัด   คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์อย่างผู้ใหญ่ก็เชื่อถือได้มากกว่าเช่นกัน อาบน้ำร้อนมาก่อนนี่นะ

 

“ฟังแล้วอิจฉาจัง  ฉันก็อยากเป็นทั้งหมอนทั้งผ้าห่มทั้งเครื่องใช้สอยของสีน้ำเหมือนกันน๊า”   เป็นเอ็มเหรอ… พูดจาอะไรกันล่ะนั่น  ดวงตาใสมองนิ่ง…

 

“แล้วที่นัดผมออกมานี่  นัดมาทำอะไรเหรอ?”  ภาวนาลึกๆในใจ  สั่งน้ำเปล่ามาคงไม่น่าสงสัยหรอกนะ ถ้าสั่งน้ำอย่างอื่นมันผิดสังเกตตอนหายไปนานๆ!!

 

เบียร์ยกมือขึ้นท้าวคางเมียงมอง  “ก็นัดมาเดทน่ะสิ แปลกจัง อ๊ะ หรือจะเรียกว่าติวรักดีน๊า❤”   สาวๆโต๊ะด้านหลังถึงกับตบโต๊ะด้วยความเสียดายที่ไม่ใช่ตัวเอง…  ผู้ชายหล่อๆสมัยนี้ทำไมกลายเป็นเกย์ไปหมดแล้ว…

 

 

เสียงคร่ำครวญจากโต๊ะหญิงสาวทั่วไปนั้นร่ำร้อง

ผู้ชายดีๆก็เป็นของคนอื่น ผู้ชายหล่อๆก็เป็นเกย์  ทั้งดีทั้งหล่อก็เสร็จผู้ชาย

นี่มันนิยายของจอร์จกล้ามโตชัดๆ…

                หนุ่มวัย 18 ปีเพิ่งจะเป็นนักศึกษาตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าถ้วยฟูFC   สิ่งที่ทำได้มีแต่การก้มหน้าก้มตาขัดเขิน  ในสายตาของคนทั่วไปมองเห็นผู้ชายตัวเล็กๆกับผู้ชายหล่อๆมาด้วยกันจะต้องเป็นเกย์สินะเนี่ย…  ถ้าอยู่ในนานมีบุรีเขาคงโดนจับไปเม้าส์ในแฟนเพจซะสนุกปากแล้ว

 

 

“ว่าแต่.. วันนี้คุณไม่ทำงานเหรอ?   จู่ๆก็โทรเรียกออกมาแบบนี้”    สาปแช่งในใจให้รีบไปทำงานเร็วๆ  การสับรางจะได้ง่ายขึ้นอีก

 

“ทำไปแล้วตอนเช้าตอนบ่ายก็ว่างไง   ช่วงนี้ฉันไม่ต้องทำงานทั้งวันแล้ว  ต้องเอาเวลามาดูแลรักบ้างสิ”   เบียร์ยื่นขนมถ้วยฟูซึ่งไม่เข้ากับบรรยากาศร้านในแบบตะวันตกมาให้   พกไปด้วยทุกที่และไม่รู้เก็บเอาไว้ส่วนไหนกัน

 

“น่าสงสัยจริงๆว่าทำงานพิเศษเยอะแยะนี่ คุณเอาเงินไปทำอะไร ที่บ้านทำอะไร”   มองจ้องเผื่อจะได้คำตอบกลับมาบ้าง  ครอบครัวของคนรอบกายเขามันแปลกประหลาดเกินจะตกใจแล้ว

 

ริมฝีปากคมคลี่ยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์  ทั้งตายิ้มที่ยากจะเดาความรู้สึก   “ก็มีอันจะกินน๊าไมได้ลำบากถึงกับต้องทำงานพิเศษ  แต่ก็อยากทำน่ะ  ถ้าไม่ได้ทำจะเจอกับเธอเหรอ?”   ฉากหลังเต็มไปด้วยรูปหัวใจ..

 

“…ถ้าเป็นเพื่อนกัน ก็น่าจะบอกเรื่องครอบครัวให้รู้ได้นี่”   ใช้คำว่ามิตรภาพมาเป็นข้ออ้าง  เป็นเพื่อนกันจะปิดบังกันไปใย  ชายหนุ่มผมขาวอาศัยอยู่ที่ไหน บ้านทำอะไร มีครอบครัวมั้ย หรือเอาเงินไปทำอะไรเยอะแยะนั่นน่ะ..

 

เบียร์ยื่นมือมาลูบแก้มเนียนให้สะดุ้งเล่น  “เพราะเป็นเพื่อนเลยไม่บอก  ถ้าเป็นแฟนแล้วจะบอก❤  มีหลายเรื่องที่เพื่อนกับแฟนเทียบกันไม่ได้น๊า”  จะเสียเวลาจีบทุกวันให้มาเป็นเพื่อนทำไมกัน ซื่อจังเลย…

 

สีน้ำนั่งนิ่ง  แม้ความอยากรู้อยากเห็นจะมีมาก  แต่การรับปากเป็นแฟนเพื่อละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวก็ไม่ไหวหรอก…  “งั้นไม่อยากรู้แล้วล่ะ”

 

“งั้นเดี๋ยวเราไปเดินเล่นกันเถอะ”   กวักมือเรียกพนักงานสาว  ร่างเล็กฉุกคิดขึ้นได้ว่าต้องถ่วงเวลาจึงรีบจับมือนั่นห้ามเอาไว้

 

“อย่าเพิ่งไปเดินเล่นเลยคุณเบียร์  ผมว่าเรานั่งคุยกันดีกว่า แหะๆ…”   มองสบตาทำสายตาออดอ้อน   พี่ชายสอนเอาไว้ว่าจะถ่วงเวลาต้องใช้สายตาน่ารักเข้าสู้.. นี่มันน่ารักรึเปล่านะ…

 

ชายหนุ่มรูปหล่อสักรอยสักที่ใต้ตาคลี่ยิ้มและกุมมือตอบ  “แหม  ไม่อยากออกไปเดินเพราะกลัวฉันจะสนใจอย่างอื่นมากกว่าเธอเหรอ”  มุขชวนขนลุกหากแต่จำต้องพยักใบหน้าเออออไปก่อน…

 

หรือเขาควรจะบอกความจริงออกไปดีเนี่ย…   “คุณเบียร์น่ะ  ถ้าผมจะทำอะไรก็จะให้ความช่วยเหลือทุกอย่างใช่รึเปล่า?”   ตะล่อมถามเผื่อมีปาฏิหาริย์

 

“ก็นะ ถ้าเป็นคำขอที่สมเหตุสมผล  และมีการตอบแทนที่คุ้มค่า”  ไม่ทำงานฟรีสินะนี่…  นักศึกษาปีหนึ่งนั่งครุ่นคิด  หากนั่งนานกว่านี้เป้าหมายที่สองจะต้องสงสัย…

 

พระเจ้าช่างกลั่นแกล้งกันมากไปแล้ว… หรือจะโทษคทาชิต?

                “คือผม….เดี๋ยวผมมีธุระนิดหน่อย  อาจจะต้องให้คุณนั่งรอ….”    เล่นนิ้วตัวเองแก้เก้อด้วยความน่ารัก   ส่งสายตาออดอ้อนเข้าไปเป็นกำลังเสริม   นี่เขาปวดตามากเลยนะเนี่ย ก่อนออกมาเพิ่งจะฝึกวิชากับพี่ชายมา.. กว่าจะรู้ว่าส่งสายตาอ่อนต้องทำยังไง

 

ดวงตากลมสีน้ำตาลไหม้ส่องประกายเป็นคำพูด [นะครับ] ซ้ำไปซ้ำมา   “เดี๋ยวนี้อ้อนเก่งขึ้นด้วยนะเนี่ย  เพราะมาอยู่ในใจฉันนานๆรึเปล่า?”   มันเกี่ยวอะไรด้วย…  ได้แต่ยิ้มตอบกลับอย่าไปขัดคอ

 

เบียร์เอียงคอและระบายรอยยิ้มให้กับคู่เดทที่น่ารัก   ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องช่วยได้อยู่แล้ว  แต่ว่า..  “ถ้าอยากให้นั่งรอ ก็จุ๊บแก้มฉันก่อนสิ แล้วจะรอแบบไม่บ่นเลย”   ใช้นิ้วยาวแตะที่แก้มเป็นสัญญาณบอก

 

เจ้าคนชื่อเหมือนอุปกรณ์วาดเขียนนั่งนิ่ง  ทุกสายตาของสาวๆซึ่งไม่ใช่สาววายพากันจับจ้อง  หากแต่สายตาของสาววายแลดูน่ากลัวกว่านะ  “หอมแก้ม….?”   พรหมจรรย์ทางปากไม่เหลือไปตั้งนานแล้ว  ทางกายก็ไม่น่าจะไปหมดแล้ว จะอายอะไรเล่าสีน้ำ!  เตือนตัวเองดังๆในใจ

 

“อืม  ต้องมีการแลกเปลี่ยนสิ  ก็ฉันต้องนั่งรอเธอนี่นา”  ขยิบตาหยอกล้อ   อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่คนได้คืบจะเอาศอก  ที่สำคัญหากไม่รีบไปยังเป้าหมายที่สองมันจะเป็นเรื่อง….

 

“กะ…ก็ได้ครับ…”  กลั้นใจทำไปเดี๋ยวก็ดีเอง    ชายหนุ่มผมขาวยื่นหน้ามาใกล้ๆ และไม่จ้องมองหน้าเผื่อหนุ่มน้อยจะอายและไม่กล้าทำ    คนเต็มร้านเลยเขาอายนะเนี่ย!!

 

 

ร่างบางสูดลมหายใจลึกๆหลังตั้งตัวและชั่งใจมาหลายวินาที   ยื่นใบหน้าเนียนใสเข้าไปใกล้  แนบริมฝีปากเรียวอ่อนนุ่มเข้าไปแก้มของชายหนุ่มรูปงาม  จุมพิตเบาๆที่ทำให้สาวๆในร้านกรีดร้องดังไม่แพ้สนามบินที่มีนักร้องเดินทางมา  หอมแก้มแลกกับเวลาเขาทำได้!!

 

 

“นึกแล้วเชียวว่าเธอนี่ปากนุ่มจริงๆด้วย”   เบียร์จับคางเรียวเอาไว้ละม้ายคล้ายจะฉวยโอกาสจุมพิตที่ปากอีกรอบโดยที่ไม่สนใจสายตาของคนอื่น

 

“อ..เอ่อ  นี่แลกเปลี่ยนเสร็จแล้วผมต้องรีบไปธุระก่อนล่ะ!!”   รีบหยัดกายขึ้นยืนโค้งให้กับชายสูงวัยกว่า   พวงแก้มและใบหน้าเป็นสีแดงก่ำ

 

“ไปดีมาดีนะ  รีบกลับมาล่ะฉันจะรอ”  โบกมือแกร่งรอส่ง  เป็นคู่เดทที่สามารถเจรจาได้ง่ายตามที่คาด   หากแต่เมื่อร่างเล็กวิ่งออกไปนั้น  สายตาสีม่วงยังคงทอดมองอยู่ที่แผ่นหลังบอบบางนั่นคล้ายกับรู้ทันกัน

 

“วิธีการสับรางแบบนี้ มาตามตำราเลยเนอะ❤”  ผู้มีประสบการณ์โชกโชนในการเดทมีหรือจะไม่รู้    รู้ตั้งแต่คนที่รับโทรศัพท์ไม่ใช่เคะน้อยที่ตามจีบ  แผนการแบบนี้ใช้กับเขาไม่ได้ผลหรอก  แต่จะยอมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ได้   นี่แหละวิถีของหนุ่มเจ้าสำราญ

 

การสับรางครั้งที่ 1 Complete!!

เสียไอเท็มหอมแก้มไป 1 ครั้ง  ได้ดื่มน้ำเปล่าไป 1 แก้ว

                ออกวิ่งจากร้านที่ 1 ไปยังร้านที่ 2 ซึ่งอยู่ในมุมถัดไป   ก้าวเข้าร้านมาและมองหาผมสีทองอร่ามซึ่งแสนสะดุดตา  แม้ว่าจะเหนื่อยและร้อนรนจากสับราง  ถึงกระนั้นเมื่อเห็นเส้นผมและใบหน้าของคนที่รอพร้อมกับลูกน้องซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอื่น   ความคับแค้นจากเรื่องในโรงแรมม่านรูดมันได้แล่นริ้วขึ้นมาในสมองอีก    เป็นคู่เดทที่พูดคุยด้วยยากจริงๆนะ  มีอะไรจะพูดกับเขาอีกล่ะ

 

 

“สีน้ำมาแล้วเหรอ  ตอนแรกคิดว่าจะไม่มาเสียอีก”  ดนัย เป้าหมายที่สอง   ตามแผนการสับรางคนที่สองให้รีบมาหาคนที่ตัดเยื่อใย(?)ได้ง่ายและเร็วที่สุด…

 

ร่างเล็กรีบบอกบริกรของร้านสั่งเพียงน้ำเปล่า 1 แก้ว   “ก็ไม่อยากมาหรอกครับ…. ผมยังไม่ให้อภัยคุณหรอก..”  ความไว้ใจมันสุญเสียไปเสียแล้ว

 

รุ่นพี่ปริญญาโทรีบกอบกุมมือเล็กซึ่งเคยคุ้นกัน(?)เป็นอย่างดีเอาไว้   “เรื่องวันนั้นจะทำให้นายตัดสัมพันธ์กับฉันจริงเหรอ?”   ดวงตาสีอำพันจ้องเขม็งอยากได้คำตอบที่พึงพอใจ

 

คนฟังนิ่งเงียบไปในครู่หนึ่ง  “แล้วเรียกผมมาทำไมเหรอครับ?”   ละมือออกจากมือแกร่ง  แม้จำเรื่องในคืนนั้นไม่ได้  แต่มันก็รู้สึกแย่อยู่ดี…

 

“ฉันอยากมาปรับความเข้าใจกับนาย  วันนั้นฉันขอโทษจริงๆนะสีน้ำ”  ผู้ชมทางบ้านอยากได้คำตอบอื่นที่เกี่ยวกับฉากแพนกล้อง  พวกเขาจะได้คำตอบนั่นหรือไม่?

 

“ผมไม่กล้าถามหรอกครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า  แต่คุณดนัยก็ไม่น่าจะ…..”  คนไม่มีอะไรกันทำไมตอนเช้าตื่นมากอดกกกันทั้งเปลือยเปล่าได้… หรือว่าเขาไม่เคยอ่านฟิคและโดวายกันแน่!!

 

 

ละครหลังข่าวฉากแพนกล้องไปหาโคมไฟนั้นมีสองกรณี  หนึ่งคือเรียบร้อยโรงเรียนละครน้ำเน่าไปแล้ว สองคือไม่มีอะไรแค่เข้าใจผิดกันไปเอง  แต่เขาไม่รู้ว่าเขาเป็นกรณีไหนนี่สิ!   แต่เมื่อจ้องมองใบหน้าคมซึ่งแสนจะรู้สึกผิด  ยิ่งไปกว่านั้นผู้ชายอายุเยอะคนนี้ก็ประสบการณ์มากนัก….  คิดไปในทางอื่นไม่ออก…

 

 

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ… จู่ๆคนที่ชอบมากอด นายคิดว่าจะเป็นยังไงล่ะ?”   จ้องมองสบตานิ่ง  ยามนั้นคนฟังถึงนั่งนิ่งไปในทันที  คำพูดนั้นมีบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้…

 

“คะ..คนที่ชอบ…?  คุณดนัยหมายถึง…?   หมายถึงผมเหรอ…?”   ชี้หน้าตัวเองด้วยความงุนงง   ร่างสูงพยักใบหน้าเป็นคำตอบ  ทั้งๆที่ตั้งใจจะบอกหลายครั้งแล้วแท้ๆ…

 

“ก็ไม่นึกหรอกนะ.. ว่าต้องมาบอกนายในสภาพแบบนี้”   ฉากมันควรจะน่าประทับใจมากกว่านี้  แต่แล้วมือเล็กกลับตบโต๊ะอย่างแรงเสียจนสั่นสะเทือน

 

“จะบอกว่าผมผิดที่เมาแล้วไปกอดคุณน่ะเหรอ!?  ก็ผมไม่รู้ว่าคุณชอบผมนี่นา!!”  เสียงใสโวยวายลั่น   ถ้ารู้จะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับอันตรายแบบนั้นทำไมกัน!

 

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น   ฉันหมายถึงว่าฉันอดใจไม่ได้เองตะหาก”   ยิ่งพูดยิ่งดำดิ่งลงไปในห้วงลึกความจริงของฉากแพนกล้อง  เจ้าผู้ใหญ่ไว้ใจไม่ได้!!

 

 

มือเล็กยกขึ้นกุมขมับ  โดนสารภาพรักก็จริงแต่กลับไม่มีความประทับใจ    จะตอบไปว่าไม่เป็นไรหรอกเพราะว่าชอบนี่นา มันก็เป็นพ่อพระเกินไป   จะตอบไปว่าไม่ให้อภัยเด็ดขาดตัดสัมพันธ์ไปเลยก็ไม่กล้าเพราะเคยรบกวนเขาไว้เยอะ..  วิธีสุดท้ายที่ต้องใช้ก็คือ….

 

 

“ลืมเรื่องวันนั้นไปเถอะครับ… เพราะว่ามันเกิดขึ้นเพราะความเมา”   เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเอาไว้แบบนี้  มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น…

 

“ฉันพร้อมจะรับผิดชอบนายนะสีน้ำ”   พ่อเลี้ยงฟาร์มม้ากุมมือเนียนนุ่มของนักเขียนตัวเล็ก   ถ้าท้องขึ้นมาเหมือนละครยิ่งไม่มีปัญหา…. จะท้องได้ยังไง…

 

“พวกเราไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์แบบนั้นน่ะครับ… เพราะผมยังไม่ได้คิดกับคุณดนัยแบบนั้น…”  ฟังดูคล้ายกับคำสลัดรัก   ฉากอกหักเคล้าด้วยดนตรีแสนหดหู่

 

“แสดงว่านายไม่ให้อภัยฉันสินะ  แล้วก็ไม่ตอบรับความรู้สึกของฉันด้วย”  หนุ่มใหญ่สลดลง  จะต้องอกหักไปอีกกี่ครั้งกันนะ  หรือจะเป็นชู้?

 

สีน้ำจ้องมองรุ่นพี่ซึ่งเคยฆ่าตัวตายเพราะความรัก  หากตนไปทำแบบนั้นซ้ำน่ากลัวว่าแพนด้าจะตกเป็นจำเลยอีก..  “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ… แต่เพราะว่าผมยังไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นกับผู้ชายคนไหน   ผมอยากใช้เวลาในการไตร่ตรองก่อน…”   ขุดหลุมฝังตัวเองลงไปในเส้นทางสีม่วงเสียแล้ว…

 

“ฉันยังมีโอกาสสินะ?”   โอกาสที่จะคว้าเอานายหญิงคนใหม่กลับไปเชียงใหม่   ไปฮันนีมูนกันบนดอย และขี่ม้าเคียงข้างกันในทุกเช้า…

 

“ผม……”    ไม่เคยคิดในเชิงชู้หนุ่มเลยซักครั้ง   ไม่เคยมองเกินไปกว่าความเป็นรุ่นพี่  ไม่เคยคิดชอบผู้ชาย  เพิ่งจะเคยโดนสารภาพรัก.. ในเวลานี้ควรจะตอบอะไรออกไปกันนะ… ถ้าเป็นคนอื่นจะทำอย่างไร…

 

 

ปิ๊ป!! ปิ๊ป!!

                เสียงข้อความเข้าเข้ามาขัดจังหวะความซึ้ง   มือเล็กรีบหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความ  สัญญาณเตือนภัยจากคทาชิตเพื่อนรัก   เป้าหมายในชั้น 6นั้นกำลังเริ่มเคลื่อนไหวและแลดูอารมณ์เสียมา  ให้รีบสลัดเป้าหมายที่ชั้น 5 รีบขึ้นมาชั้น 6 ให้เร็วที่สุด

 

 

อันตรายจากชั้น 6 กำลังรออยู่จึงรีบตวัดมองใบหน้าคม  “คือผม..มีธุระอาจจะต้องรีบไปก่อนล่ะครับ”  ถ่วงเวลาในการตอบคำสารภาพรักออกไปได้อีก

 

“เอ๋?  ธุระอะไรน่ะสีน้ำ?”   ดนัยยึดมือเอาไว้ไม่ให้ไปง่ายๆ   นิสัยเสียในเรื่องความรักเริ่มทำงาน  รุ่นน้องจ้องมองรุ่นพี่ด้วยความรู้สึกงุนงง   จริงๆแล้วมีอะไรที่เขาไม่รู้จักในตัวผู้ชายคนนี้อีกหรือไม่…

 

“ผมมีเรื่องต้องไปจริงๆครับ  เรื่องความรู้สึกของคุณดนัยผมจะคิดดูก่อน ขอเวลาให้ผมได้คิดเถอะครับ”  รีบหยัดกายขึ้นยืน   ร่างสูงผมสีทองหยัดกายขึ้นพร้อมกันและดึงร่างเล็กเอาไว้

 

“ฉันหวังว่านายจะให้คำตอบดีๆกับฉันนะ   ฉันพร้อมจะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น”   คำพูดแสนอ่อนโยนกลับแฝงไปด้วยความกดดันและคำสั่ง

 

“คะ..ครับ… ผมจะคิดให้ดี….”   หนาวยะเยือกไปถึงจิตใจ  ถ้าเขาไม่เลือกพ่อเลี้ยงคารมดีชีวิตของเขาจะโดนจับไปให้แพนด้ากินหรือว่าจับลากไปกับฝูงม้ารึเปล่านะ…  รู้สึกสยองแปลกๆ…

 

“งั้นก็ไปธุระเถอะ  ฉันจะรอนายมานะ”   ร่างเล็กกระตุกไป   ปฏิบัติการสลัดเป้าหมายที่สองให้กลับบ้านไปไม่สำเร็จเสียแบบนั้น…

 

“คุณดนัยยังไม่กลับเหรอครับ?”   คำตอบคือการพยักใบหน้า  งานเข้า!!   ทำไมถึงได้ช่างตื้อแบบนี้นะ  นี่มันเสร็จธุระแล้วไม่ใช่เหรอ หรือต้องการคำตอบในวันนี้กัน…..

 

“ฉันจะรอนายที่นี่ล่ะ  คงไม่ได้ธุระนานใช่มั้ยล่ะ?”  ช่างเป็นคนที่ไล่ไม่ไป…  ใบหน้าใสจำต้องเก็บงำความตกใจเอาไว้ลึกๆ

 

“งะ…งั้นผมไปก่อนนะครับ…” โบกมือและรีบวิ่งออกไปจากร้านกาแฟร้านที่สอง   สิ่งที่ต้องทำคือกลับไปที่ร้านกาแฟร้านแรกเพื่อถ่วงเวลาเป้าหมายที่หนึ่งอีกครั้ง….

 

การสับรางครั้งที่ 2 incomplete!!

ได้อีเวนท์สารภาพรัก 1 ฉาก เสียอิสระไป 1 จุด

                สีน้ำวิ่งกลับมาในร้านที่หนึ่งเพื่อดื่มน้ำเปล่า  ใบหน้าคมหล่อเหลาผมสีขาวนั้นมองพลางแย้มยิ้ม  ไม่พูดอะไรและทำเพียงแค่รินน้ำเพิ่มให้    ดวงตาทั้งสองคู่มองสบกันเพื่อรอให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายพูดก่อน   เมื่อรอมาเป็นนาทีไม่เริ่ม  ร่างบางผมน้ำตาลจึงต้องกล้าขอเพิ่ม…

 

 

“คือธุระของผมยังไม่เสร็จ…  อาจจะต้องให้รออีกหน่อย….”    ตีสีหน้าโศกสลดและเหนื่อยหอบ   นิ้วยาวจึงจิ้มเข้าที่แก้มอีกข้างและยื่นหน้ามาใกล้ๆ

 

“ถ้าหอมแก้มอีกครั้งก็จะยอมรออีกนะ”   จิ้มซ้ำๆลงที่แก้ม   สุดแสนจะได้กำไรจากการรอคอย….  ถ้ามีรอบที่สามเขามิต้องจูบปากเลยเรอะ….

 

“ก็ได้ๆ!”    เพื่อการสับรางจึงจำยอมยื่นริมฝีปากไปหอมแก้มหนุ่มหล่ออีกครั้ง   และร้านกาแฟก็เกิดเสียงกรีดร้องยิ่งกว่านักร้องมาเยือนอีกครั้ง….

 

วันนี้อาจต้องหอมแก้มคนจนชินไปเลยก็ได้….

                เสร็จภารกิจต่อเวลาที่ชั้น 5 ด้วยการใช้ AR(?)เสร็จสิ้น   รีบส่งข้อความบอกให้คทาชิตลงไปจับตามองที่ชั้น 5 และตนก็รีบขึ้นบันไดเลื่อนมายังชั้น 6  เป้าหมายที่สามนั้นรออยู่ที่ร้านกาแฟนเรียบๆไม่มีบรรยากาศแบบตะวันตกมากนัก    เป้าหมายในครั้งนี้เป็นคนที่ตนนัดเอาไว้เอง และต้องรับผิดชอบนัดให้ถึงที่สุด   เมื่อก้าวเข้ามาในร้านพลันเห็นสีหน้าที่บูดบึ้งและอารมณ์เสียจากการรอคอยที่ช้ามา 30 นาที

 

 

“ขอโทษที่ทำให้รอครับคุณหินบุรี!  รถมันติดมากเลยครับตอนบ่ายๆ”  โค้งสุดตัวไม่กล้าลงไปนั่งในทันที ดวงตาสีดำขลับเหล่มองนิ่ง

 

“นั่งลง  เสียเวลา”  ชี้นิ้วสั่งให้นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกัน  ดูเหมือนจะไม่โดนลงโทษอย่างที่คาดเอาไว้  มือเรียวจับอกและถอนหายใจโล่งอก

 

นั่งมองน้ำตะไคร้ในแก้วของรุ่นพี่เพื่อหลบสายตา  บริกรเดินมาจึงรีบสั่งน้ำเปล่าอีก  วันนี้ตนคงได้ดื่มแต่น้ำเปล่า..  “ทำไมไม่ยอมมองหน้าฉัน?”  ร่างบางสะดุ้งสุดตัว

 

“ปะ..เปล่าครับ  ผมก็แค่เหนื่อยที่รีบวิ่งมา”   เมื่อเงยหน้าขึ้นแลเห็นผ้าเช็ดหน้าในมือแกร่งยื่นตรงมา   หรือเพราะว่าเขาบอกว่าเหนื่อยที่วิ่งมา…?

 

รับผ้าเช็ดหน้าสีขาวขึ้นมาซับเหงื่ออย่างเกรงใจ    มิตรภาพดีๆแบบนี้จะคงอยู่หรือไม่นะถ้าบอกเรื่องนั้นออกไป..  “คุณหินบุรีมีเรื่องอะไรจะบอกผมเหรอครับ บอกก่อนก็ได้”    รีบเข้าเรื่องโดยไม่มีเกริ่นนำ.. ก็ยังมีเป้าหมายที่สี่ต้องไปอีกนี่นา…

 

“นายบอกว่ามีเรื่องจะบอกฉัน  นายควรจะพูดก่อน”   ยื่นมือไปยกแก้วน้ำตะไคร้ขึ้นมาจิบรอ   เห็นภาพความใจเย็นของประธานสโมสรนักศึกษามันทำให้รู้สึกผิด….

 

มิตรภาพของคนสองคนอาจจบสิ้นลงในวันนี้    “คือว่าผม….คือว่า…. คุณหินบุรีเคยบอกว่าไม่ชอบพวกเรื่องเหนือธรรมชาติ”   แปลเป็นภาษาทั่วไปคือไม่ชอบเรื่องเกย์ๆ และไม่ชอบเกย์…

 

“ใช่ฉันเคยพูดแบบนั้น  แล้วไง?”   มือเล็กสั่นไหว  หัวใจนั้นเต้นแรงจากความตื่นเต้นและตื่นกลัว  มันช่างคล้ายกับการหลอกลวงกัน

 

คนทั้งสองที่เคยเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไม่ใช่เกย์นั้น  ยามนี้…   “คือว่าผมน่ะ…บางที… อาจจะกลายเป็นเกย์ไปแล้วล่ะครับ…” ขอร้องไห้เป็นอีโมชั่น TT[]TT  มันอธิบายความรู้สึกในใจได้ดีที่สุด…

 

ดวงตาสีดำขลับนิ่งงันไปเมื่อได้สดับ   ท่าทางที่แสนนิ่งเฉยนั่นทำให้คนพูดใจเสีย   เขาไม่คิดว่าเขาจะกลายเป็นแบบนี้เลยแต่ว่ามันเป็นไปแล้ว…   “คุณหินบุรีคงจะเกลียดผมแล้ว  ผมขอโทษนะครับ!!”   ลาก่อนมิตรภาพกับหนุ่มแหววที่แสนพึ่งพาได้  ต่อไปจะไม่มีแกงส้มกับกับข้าวอร่อยๆกินแล้ว….

 

“งั้นเหรอ  นายบอกว่านายเป็นเกย์ไปแล้วสินะ”   หินบุรีถามซ้ำ   ศีรษะปกคลุมด้วยไหมสีน้ำตาลไหม้ผงกรัว  น้ำตาใกล้จะตกอยู่แล้ว!!

 

“มันเป็นไปแบบไม่ตั้งใจครับ!    ผมไม่ได้ตั้งใจจะเป็นเกย์….”  จะน่าสงสารหรือควรจะตลกดี  นั่นคือความคิดของผู้ชมนอกจอในยามนี้….

 

หนุ่มแหววโหดถอนหายใจออกมาแผ่วเบา  สีหน้าเรียบๆและเย็นชาช่างยากจะเดาความในใจ  “ทำไมฉันต้องรังเกียจนาย  ในเมื่อ…..”   น้ำเสียงทุ้มเปล่งแผ่วเบา   เสียงหัวใจของร่างเล็กเต้นระรัวหวาดกลัวในคำตอบ   จะโดนฆ่าหมกเซ็นทรัลเวิร์ลหรือเปล่านะ…

 

 

ปิ๊ป!!  ปิ๊ป!!

 

 

            ข้อความเข้าอีกครั้ง  เข้ามาขัดจังหวะได้อย่างไม่น่าให้อภัย    มือเล็กรีบจับโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดข้อความดู  การส่งข่าวครั้งล่าสุดของคทาชิตคือความเคลื่อนไหวของเป้าหมายที่สี่    โฬมอุดมเคลื่อนตัวออกจากร้านกาแฟคล้ายกับกำลังเดินออกตามหา  เป้าหมายกำลังไปที่ห้องน้ำให้ใช้แผน B ด่วน!

 

 

คำตอบที่ต้องรอฟังต้องเลื่อนออกไปก่อน งานเข้า!!   สองมือรีบกุมท้องอย่างว่องไว  “…คะ..คือ…ผมคงรีบวิ่งมาแล้วก็รีบดื่มน้ำ…ผมก็เลยปวดท้อง….”   การแสดงละครระดับเวทีออสก้าต้องให้รางวัล

 

ดวงตาสีดำมองอย่างขัดใจ  “อยากไปห้องน้ำก็ไป”   ปัดมือไล่และดื่มน้ำตะไคร้ไปครึ่งแก้ว  บรรยากาศเกือบจะดีแล้วต้องมาพัง…

 

“ขอโทษจริงๆนะครับ!! ผมจะรีบกลับมาครับ!!”   รีบวิ่งออกไปนอกร้านด้วยความไวว่อง     ประธานสโมสรนักศึกษามองตามแผ่นหลังไวนั่น  วิ่งเร็วไม่เหมือนคนปวดท้องเอาซะเลย

 

 

การสับรางครั้งที่ 3  incomplete

ธุระยังคงค้างคาไม่สำเร็จ…

 

 

ขาเรียววิ่งไปยังพิกัดห้องน้ำตามที่ข้อความนั้นบอกเอาไว้   แลเห็นแผ่นหลังของแฟชั่นนิสต้าหนุ่มคณะบัญชี  ปฏิบัติการแผนการ B ที่คิดเอาไว้คือรีบวิ่งตามเข้าไปในห้องน้ำ   ไม่นึกเลยว่าต้องมาใช้แผนนี้เข้า  พี่ชายเขานี่ช่างเป็นคนที่อ่านเกมส์ได้ขาดจริงๆ…

 

 

รีบวิ่งพุ่งเข้าไปชนหลังร่างสูงกว่าผมสีน้ำเงิน  “อ่ะ!  โฬมอุดมเองเหรอ!”   เนียนทักทายออกไปด้วยความเป็นธรรมชาติ  ไม่รีบกุมท้องแสดงอาการซีดเซียว

 

“ไม่ต้องมายิ้มทักเลยครับ  คุณปล่อยให้ผมรอนานมากแล้ว  หายไปไหนมาล่ะครับ ไม่ต้องมาเล่นมุขรถติด”   คว้าคอเสื้อเข้าเต็มไม้เต็มมือ

 

บีบน้ำตาเล็กน้อยพอให้น่าสงสาร   “คือว่าฉัน….ฉันท้องเสียน่ะ ก็เลยต้องแวะนั่นแวะนี่ตลอดทาง…  ตั้งใจจะเข้าไปหานายที่ร้านแต่ก็ต้องมาห้องน้ำก่อน….”   เรียกคะแนนสงสารอีกระดับด้วยการโอดโอยจากท้องไส้ที่ปั่นป่วน

 

“จะบอกว่าบังเอิญมาเจอกันในห้องน้ำเหรอครับ?”   เจ้าของเคล็ดวิชาปากสุนัขไม่อยากเชื่อในความบังเอิญนั่น   ถ้าเขาไม่เดินมาเข้าห้องน้ำ ก็ต้องรอไปทั้งวันรึเปล่าล่ะนั่น

 

“เดี๋ยวนายไปรอที่ร้านก่อนนะ…ฉันปวดท้องมากเลยล่ะ….”   เล่นละครด้วยความสามารถที่แอบซ่อนเอาไว้   กุมท้องประหนึ่งคนกำลังใกล้คลอด(?)

 

“ปวดท้องท้องเสียหรือปวดท้องคลอดลูกกันแน่ครับ  เดี๋ยวก็จับส่งโรงพยาบาล”  เหล่มองจับผิด  นี่เขาแสดงดีเกินไปหรือเนี่ย!

 

“อย่ามาตลกน่า  ฉันเป็นผู้ชายจะไปท้องลูกได้ยังไงเล่า ฉันต้องรีบเข้าห้องน้ำแล้ว นายรีบๆไปเหอะไม่ต้องขอฉันหรอก!”    รีบปัดมือไล่คู่เดทคนที่สี่ซึ่งไม่รู้ว่านัดมาทำอะไรให้ไปไกลๆ

 

ดวงตาสองสีสวมคอนแท็กเลนส์ทำสีหน้าหน่าย  “ก็ได้ครับ   น่าเบื่อจริงๆคนที่ไม่รักษาเวลาเพราะท้องไส้”   ตวัดกายเดินออกไปจากห้องน้ำด้วยสีหน้าแสนหงุดหงิด…

 

“ผมก็ไม่คิดจะมายืนรอคุณในห้องน้ำอยู่แล้ว”  จะจัดการเรื่องนั้นให้จบลงไปกลับต้องมาช้าเพราะเจ้าคนท้องเสียนี่ซะได้!!

 

“แล้วฉันจะรีบตามไปนะ โอ๊ยๆๆ….”  แสร้งร้องด้วยความเจ็บปวดจนกระทั่งร่างสูงเดินจากไปจึงกลับมายืนตัวตรง   รอดตัวไปได้…

 

“ดีนะที่หมอนั่นเชื่อ   แต่ทำไมดูอารมณ์เสียมากกว่าปกติล่ะเนี่ย”   ยืนแช่ในห้องน้ำรอให้ครบ 5 นาทีและรีบเดินกลับไปยังร้านกาแฟของเป้าหมายหมายเลขสามอีกครั้ง…

 

 

ยืนส่งข้อความไปหาคทาชิตซึ่งสังเกตการณ์อยู่ที่ชั้น 5 และ 6 สลับไปมา  สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ  และข่าวสารต่อมาจากร้านกาแฟที่หนึ่งและสองก็แลดูจะคงตัวไม่มีปัญหาอะไร    วันนี้ช่างเป็นวันที่วุ่นวายจริงๆเลยนะ…

 

การสับรางครั้งที่ 4 incomplete

เพิ่มเวลาได้อีกหลายนาทีจากการเข้าห้องน้ำ…

                ทำเนียนเข้าห้องน้ำได้ 5 นาทีตามลำดับคนเข้าห้องน้ำแบบปกติทั่วไปและรีบเดินกลับมาหาร้านกาแฟร้านที่สาม  หินบุรี เขี้ยวยักษ์นั่งดื่มน้ำตะไคร้และทานขนมทองหยิบ  สีน้ไกลับมานั่งยิ้มระรื่นต่ออารมณ์ไม่ติดจึงหันไปหยิบแก้วน้ำดื่มเพื่อสร้างอารมณ์ใหม่อีกครั้ง

 

 

“ขอโทษนะครับที่ทำให้รอ… มันดันเกิดเหตุฉุกเฉินซะได้…”  นึกแปลกใจที่อีกฝ่ายยังคงรอตนอยู่แทนที่จะกลับนานมีบุรีไปแล้ว

 

“ยังไงก็ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้เป็นพวกเดียวกับคุณหินบุรีแล้ว!  ผมไม่อยากหลอกลวงเพราะผมก็สับสนในตัวเองอยู่เหมือนกัน!”  โค้งลงไปจนกระทั่งหน้าผากชนกับโต๊ะ  กะพลาดไปหน่อย….

 

เงยหน้าขึ้นมาลูบหน้าผากซึ่งเป็นรอยแดง   บรรยากาศดีๆคืนกลับมาอีกครั้งด้วยการที่มือแกร่งนั่นยื่นมาลูบที่รอยแดงนั่น  “คุณหินบุรี..?”

 

“บางทีฉัน…..”     ภาพในความทรงจำหลากหลายอย่าง  หลายต่อหลายครั้งที่เจ้ารุ่นน้องน่าวุ่นวายนี่เข้ามาสร้างเรื่อง  ภาพรอยยิ้มเหล่านั้นยังคงอยู่….

 

สีน้ำจ้องมองใบหน้าคมแฝงความอ่อนโยนลึกๆนั่นนิ่งงัน   ราวกับร้านกาแฟไม่มีแขกคนอื่นอีก  “บางที…?”   ก็ไม่มีแขกคนอื่นจริงๆเพราะว่าโดนเหมาร้านไม่ให้คนเข้า…..

 

“บางทีฉันอาจจะเริ่มกลายเป็นพวกเดียวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ”   เครื่องหมายคำถามลอยละล่องทั่วสมองคนฟัง   ยิ่งใบหน้าคมหล่อเหลาขยับเข้ามากใกล้ในระยะประชิดยิ่งแข็งเป็นก้อนหิน   ที่พูดนั่นมันหมายความว่ายังไงกัน  หมายความว่าอะไรกันนะ…

 

เศษเสี้ยวเล็กๆมันค่อยๆสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ…

                ยามที่เรียวปากคมนั้นแตะสัมผัสเข้าที่ริมฝีปาก  ดวงเนตรกลมโตพลันเบิกกว้าง   เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นเกือบทำให้ลืมวิธีการหายใจ   จ้องมองดูภาพรุ่นพี่ซึ่งแสนจะเกลียดเกย์คนนั้นด้วยความประหลาดใจในการกระทำนี้   หินบุรีหันไปมองทางอื่นเพื่อหลบซ่อนใบหน้าซึ่งแปรเปลี่ยนสี

 

มากจนกระทั่งมันชัดเจนในใจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร…

                “…คะ….คุณหินบุรี….”   หนุ่มแหววสองประเภทไม่อาจมองหน้ากันได้    และแล้วหนุ่มแหววโหดก็ธาตุไฟแตกซ่านควันออกหัว..

 

คนเห็นถึงไปช็อกไปทันที   “คะ..คุณหินบุรี!!”   สีน้ำรุดเข้าไปนั่งฝั่งเดียวกันและประคองร่างสูงเอาไว้ก่อนจะหงายหลังล้มลงไป  ในระยะประชิดแค่นี้….

 

“นาย………ทำให้ฉัน…..”    ร่างกายและจิตใจช่างต่อต้านกัน   เจ้าผู้ชายที่ทำตัวน่ารักมากเกินไปจนน่ารำคาญนี่   อย่ามาทำตาเป็นประกายนักได้มั้ย!!

 

“หรือว่า…คุณหินบุรีจะ….ชอบผม…..?”    ใบหน้าใสแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ  วันนี้มันวันอะไรกันนะ  จึงได้รับความสารภาพรักจากคนสองคนพร้อมกัน….

 

 

ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นเรื่องที่แสนไกลตัว.. เป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ…

เขาจะหนีเส้นทางสีม่วงไปไม่พ้นแล้วสินะ….

                “ไหนบอกว่าท้องเสียไงล่ะครับ?”

 

เสียงที่เปล่งแทรกเข้ามาในบรรยากาศสีชมพูคือความทะมึนที่แผ่ซ่านมาตั้งแต่ทางเข้าหน้าร้าน    ชายหนุ่มร่างสูงผมสีน้ำเงินปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับดวงตาที่แสนวาวโรจน์   รถไฟอีกขบวนได้เคลื่อนเข้ามาชนกันอย่างรุนแรงอย่างที่คาดไม่ถึง  สีน้ำถึงกับหน้าซีดและต้องรีบปล่อยร่างของหนุ่มแหววซึ่งกำลังเบลอไปกับความจริง…

 

 

“โฬมอุดมมาได้ยังไงเนี่ย!!”  แผนการสับรางขั้นเทพไม่ได้ผล!   รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองก็ไม่ไม่ข้อความ  นี่สายลับของเขาไปอู้อยู่ที่ไหน หรือไปตามจีบใครอยู่…

 

“กะจะเดินไปตามคุณที่ไม่มาซะที ก็ได้เห็นช็อตเด็ดเข้าจนได้  คิดว่าผมโง่มากสินะครับ”   รูปประโยคคล้ายกับแฟนที่กำลังนอกใจ    เจ้าน้องชายของจอร์จกล้ามโต บังอาจมาทำแบบนี้กับเขาได้ อภัยให้ไม่ได้!!

 

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ คือว่าฉัน…!!!”  ปัดมือไปมาหนีความผิด   มาเห็นคาตาแบบนี้ทำไมเขาต้องตกใจด้วยเนี่ย!  ไม่ได้จับกิ๊กกันซะหน่อย… ต้องรีบคิดแผน C!!!

 

มือแกร่งของหนุ่มบัญชีคว้าเข้าที่คอเสื้อร่างเล็กกว่า  “ไม่อยากมาเคลียร์กับผมให้รู้เรื่องสินะครับ คงกลัวว่าผมจะเอาเรื่องพี่ชายคุณมาลงกับคุณ”   WHAT!!!!

 

“นายกำลังพูดอะไรเนี่ย ฉันงงไปหมดแล้ว…”  ควรจะห่วงตัวเองหรือควรจะห่วงรุ่นพี่หนุ่มแหววดี…  ทำไมตอนนี้อยากได้ผู้ช่วยขึ้นมา  คุณเบียร์ก็ได้.. คทาชิตก็ได้ มาช่วยเขาที  ฮือ…..

 

พลังจินตนาการอันบรรเจิดของคู่อริ  ตีความคนสองคนออกมาเป็นคู่รักหวานแหวว  “คุณจะต้องตกนรกทั้งเป็น สีน้ำ สวัสดี”   แสดงความเป็นเจ้าของ(?)ด้วยการคว้าตัวเข้ามาจุมพิต…  อย่าคิดว่าชีวิตนี้จะได้มีเส้นทางที่ราบรื่นเลย…

 

การสับรางครั้งที่ 3 และ 4  Fail!!!

รถไฟทั้งสองขบวนพุ่งชนกันไปเรียบร้อยแล้ว…

 

 

                การล้างแค้นอันแสนงุนงงของโฬมอุดมชวนทุกคนต้องสงสัย  ทั้งการสารภาพรัก  ไฟหึง(?)  การหนีความจริง(?)  รถไฟทุกสายจะมาชนกันทุกชบวนหรือไม่…  การเดท ณ เซ็นทรัลเวิร์ลจะจบลงอีท่าไหนกันแน่..  กลิ่นไอความน้ำเน่าได้คละคลุ้ง…

 

 

ชีวิตรักของนักเขียนมือสมัครเล่นช่างเป็นเลิฟคอมเมดี้

อีกไม่นานคงค้นพบแนวที่เหมาะกับตัวเอง

 

ฮาเร็มของสีน้ำเริ่มก่อสร้าง(?)

 

ติดตามตอนต่อไป….

 

 

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 09/30/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: