RSS

[KHRFic] แก้วตาฮาเร็ม ตอน 24

30 ก.ย.

“มีการพบพานก็ต้องมีการจากลา”

“มีการจากลาย่อมมีการพบกันใหม่”

                เมื่อย้อนคิดถึงความทรงจำมากมายที่เกิดขึ้นในช่วงเข้ามหาวิทยาลัย มีทั้งสุข เศร้า การได้ไปท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ การแก้ปัญหาเผชิญอุปสรรค   มักจะมีคนหลายคนที่เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพอยู่เคียงข้าง  จนกระทั่งวันนี้เมื่อลืมตามองให้ดีจึงรู้ว่ามันไม่เหมือนเดิม   ความสัมพันธ์ของพวกเราทุกคนนั้นยิ่งดำเนินไปอย่างซับซ้อน   ความประทับใจแรกและความรู้สีกในยามนี้มันแตกต่าง  ท้ายที่สุดแล้วพวกเราจะสามารถยิ้มแย้มเหมือนดั่งวันที่อยู่ด้วยกันที่เชียงใหม่หรือเปล่า

 

 

บทที่ยี่สิบสี่ : การเดินทางเพื่อตามหาหัวใจ(?)

 

 

            หนึ่งวันผ่านพ้นไป สองวันก็ได้ผ่านพ้นไป  จนกระทั่งวันนี้คือวันที่สาม  สัปดาห์หน้าจะมีการสอบกลางภาคชี้ชะตากรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยในช่วงครึ่งเทอมแรก   หากคะแนนไม่สวยช่วงครึ่งเทอมหลังก็ทำลืมเรื่องการท่องเที่ยวไปได้เลย  ไม่รอดไปเที่ยวเล่นสนุกกันเป็นแน่…   เช้าอันแสนหม่น ณ หอพักสุดโทรมไม่เข้ากับซอยหน้ามหาวิทยาลัยที่แสนคึกคัก  ชายหนุ่มสามคนนั่งทานขนมขบเคี้ยวหน้าจอโทรทัศน์ในห้องโถง

 

จำนวนผู้พักในหอพักลดลงในทุกสัปดาห์  หากไม่มองว่าสถานที่นี้คือหอพักนักศึกษา  คนทั่วไปคงพึงมองเป็นบ้านเช่าของคนหลายอาชีพได้ในทันที   เสียงเพลงจากรายการบันเทิงข่าวซุบซิบดาราก่อนจะเริ่มมีข่าวไม่ได้ผ่านเข้ามาในใจของร่างบางผมสีน้ำตาล  ในใจรู้สึกห่อเหี่ยวอย่างประหลาด…  เหตุเพราะคนรู้จักได้จากไปโดยล่ำลาแบบไม่ชัดเจน

 

 

“ป่านนี้คุณเบียร์คงไปเชียงใหม่แล้วมั้ง”   คทาชิตทอดมองเพื่อนสนิทซึ่งนั่งจิ้มหัวปากกาลงบนกระดาษเป็นจังหวะเอื่อยๆ   มีหนังสือนิยายกำลังภายในน่าสงสัยกองอยู่ข้างๆ

 

“นั่นสินะ  จะไปก็ไม่ให้ไปส่ง  น่าเคืองจริงๆ”  ทำปากบู่เป็นปลาปักเป้า  จู่ๆจะไปทำงานที่ไกลๆอยากไปก็ไปไม่ยอมให้ไปส่งด้วยซ้ำ

 

“เสียใจเหรอ?  เพราะโดนตามจีบเลยคิดว่าตัวเองสำคัญ”   ขวานผู้จิกกัดไม่แพ้เจ้านายเบี่ยงมอง  ถึงแม้จะมีศักดิ์เป็นคู่หมั้นของนายจ้างอย่างไรก็เป็นผู้พักอาศัยในหอพักอยู่ดี

 

“ไม่ใช่เฟ้ย!!   แค่คิดว่าคนเคยไปเที่ยวเจอหน้ากันบ่อยๆ  จะไปไกลๆก็น่าจะให้พวกเราไปส่งบ้างสิ!”  ใช้คำว่าพวกเราแทนที่จะเป็นคำว่าตัวเองคนเดียว..

 

“ก็จริงอย่างที่สีน้ำว่านั่นล่ะ  ฟังจากที่เล่าก็ดูเหมือนหนีเจ้าหนี้ยังไงชอบกล”  หนุ่มซื่อสองคนมาเจอกันพาลให้คนใส่หมวกกบต้องถอนใจ

 

เวลาแบบนี้ควรจะจับคู่และยุยงให้เกย์ฝึกหัดพัฒนาเป็นเกย์ขั้นที่สองสิ   “แล้วรู้ได้ยังไงว่านั่นคือเจ้าหนี้?”  เปล่งถามคนเห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียวอย่างสงสัย

 

“ก็ต้องเป็นเจ้าหนี้อยู่แล้วล่ะ  คุณลุงเจ้าของร้านเข้าไปหลบหลังร้านกันแบบนั้น  แล้วไหนจะมีปากเสียงเหมือนขู่กันหน้าซุปเปอร์ด้วย”  สีน้ำมั่นใจในพลังจินตนาการของตนเอง    ว่างั้นก็ว่างั้น…

 

“งั้นหาเงินได้ครบดอกเมื่อไหรก็กลับมานานมีบุรีเองล่ะ   อย่างเบียร์ถ้าไปป้อเศรษฐีเข้าซักหน่อยก็จ่ายหนี้สบายๆอยู่แล้ว”   นี่คือคำชมจากใจนักตะกร้อหนุ่ม  ฟังแล้วไม่น่าชื่นชมซักเท่าไหร…

 

 

สามหนุ่มนั่งทานขนมขบเคี้ยวซึ่งไม่ให้สารอาหารอะไรแก่ร่างกายพลางดูรายการเม้าส์ข่าวดารา   ความสนุกในการชมไม่ได้เท่าข่าวลือและสาววายเม้าส์ในแฟนเพจนานมีบุรีแม้แต่นิด..   มือเล็กเริ่มเขียนพล็อตนิยายเรื่องใหม่คร่าวๆลงในกระดาษกันลืม   เห็นแบบนั้นแล้วร่างสูงผมดำก็โล่งใจที่การปกป้องเพื่อนของตนเป็นไปด้วยดี

 

 

และในตอนนั้นเอง   “อ่ะ….”    เสียงอุทานเบาๆไร้อารมณ์และหน้าตายของร่างโปร่งผมสีเขียวดึงความสนใจหนุ่มๆจากกิจกรรมที่ทำอยู่

 

“มีอะไรเหรอขวาน?”    ผู้ดูแลหอพักชี้ตรงไปทางจอโทรทัศน์   ข่าวภาคเที่ยงสกู๊ปต่างประเทศ   สายตามสามคู่จ้องมองไปพร้อมกัน..

 

            [สำหรับข่าวเด่นต่างประเทศในวันนี้คงไม่พ้นเรื่องการเสด็จเยือนเขาใหญ่กับพระคู่หมั้นขององค์รัชทายาทแห่งราชอาณาจักรมีโอฟาริซึ่งเป็นประเทศเกาะใกล้ๆกับนานมีบุรีของเรา]  ทุกสายตาจดจ้องและอ้าปากค้าง

 

ในภาพข่าวนั้นแลเห็นภาพเค้าร่างของชายหนุ่มผมสีขาวนวล ใบหน้าคมหล่อเหลากระดับรอยสัก  แต่งตัวด้วยชุดเครื่องแบบสีขาวคล้ายทหารประดับยศ  ภาพที่ไม่คุ้นตาประหนึ่งเห็นว่าไปเล่นโฆษณาแทนที่จะเป็นข่าว  และข้างกายแลเห็นภาพของว่าที่เจ้าสาวไม่ชัดเจน…   “คุณเบียร์!!!”

 

[สำหรับทางนานมีบุรีก็ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับและเฉลิมฉลองให้กับข่าวมงคลนี้ที่เขาใหญ่ก่อนที่ทั้งสองจะเสด็จกลับไปยังประเทศ  อีกไม่นานนี้เราคงได้ข่าวดีและได้เห็นภาพงานอภิเษกที่ยิ่งใหญ่แบบถ่ายทอดสดกันเลยทีเดียว]   แล้วภาพข่าวก็ตัดไปยังข่าวเศรษฐกิจแทน

 

“กรอกลับได้มั้ยเมื่อกี้ข่าวพูดว่าอะไรน่ะขวาน!!”  คทาชิตเร่งตะปบเข้าที่ไหล่ของคนครองรีโมท   รายการถ่ายทอดสดจะเอาอะไรมากรอ…

 

“ข่าวบอกว่าเบียร์เป็นเจ้าชายล่ะ”   ใบหน้าตายด้านและไร้อารมณ์สรุปความให้นักศึกษาแสนบื้อทั้งสองได้เข้าใจอีกครั้ง

 

 

เจ้าชายปลอมตัวเป็นสามัญชนแอ๊บแบ๊ว

อะไรมันจะน้ำเน่าเยี่ยงละครหลังข่าวแบบนี้!!!

                ร่างบางผมสีน้ำตาลยกมือทั้งสองขึ้นกุมศีรษะและขยี้มันแก้งง   “เดี๋ยวสิ  คุณเบียร์บอกว่าจะไปทำงานที่เชียงใหม่ไม่ใช่เหรอ…”  นั่นจินตนาการไปเองตะหาก เสียงจากสวรรค์ดังแว่วมา

 

“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะครับ ว่าคนแบบนั้นจะเป็นถึงเจ้าชายไปได้”     คู่หมั้นของนายเอกของเรื่องก้าวเข้ามาในห้องโถงหลังจากกลับไปนอนที่บ้านมาหนึ่งคืนเต็มๆ

 

“นึกว่าใครมา ที่แท้ก็นายมุกนี่เอง”   เหล่ดวงตากลมโตมองอย่างเสียดาย  หลงคิดว่าจะเจอคนอื่นที่มาอธิบายเรื่องเหลือเชื่อนี่ได้เสียอีก

 

มือแกร่งของนักตะกร้อเกาแก้ม  “ถ้าได้ยินไม่ผิดเขาบอกว่ามันคือประเทศมีโอฬาริ  มันอยู่ที่ไหนเหรอ?”   รวมพลคนตกวิชาประวัติศาสตร์…

 

“เป็นเกาะห่างออกไปทางตอนใต้   ประเทศใหม่ที่เพิ่งเขียนลงในหนังสือแบบเรียนของเด็กมัธยมได้ปีถึงสองปี”   เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับการมาเยือนของนายบ่าวจากบ้านเรือนไทยสุดซอยหน้ามหาวิทยาลัย   เหล่าเมะเข้ามาชุมนุมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

“ไม่อยากจะเชื่อเลย….. ทำไมคนเคยเจอกันทุกวันกลายเป็นคนไกลเกินเอื้อมขนาดนั้นไปได้…”    ร่างเล็กที่สุดในกลุ่มนั่งเหี่ยวเฉา  หวนรำลึกถึงทุกคราที่ได้พบกัน

 

 

เป็นคาแร็กเตอร์ผู้ชายลัลล้าทั่วไปที่เอาแต่เล่นมุขเสี่ยวกับลูกค้าสาวๆ  รับจ๊อบไปทั่วไม่รู้เอาเงินไปไว้ที่ไหนมากมายและทำงานได้ทุกวัน  วันหนึ่งที่คิดว่าเจอเจ้าหนี้และจะไปทำงานที่ไกลๆ  กลับกลายเป็นมีข่าวทางทีวีบอกว่าเป็นเจ้าชายที่กำลังจะต้องแต่งงานเสียได้  จูบลานั่นมีความหมายแบบนี้เองเรอะ!!

 

 

“แสดงว่าเบียร์กำลังแต่งงานแล้วก็เลิกยุ่งกับสีน้ำแล้วสินะ”  ดาร์กดนัย(?)เดินลงบันไดมาจากชั้นสอง  คงมีหลายคนลืมไปแล้วว่าชายคนนี้ก็อาศัยอยู่ที่นี่ด้วย…

 

ริมฝีปากคมหยักยิ้มจางๆ   ภาพเมื่อยามเย็นเมื่อวันก่อน  “ดีแล้วล่ะที่สีน้ำไม่โดนหลอกน่ะ”   ชักนำให้เรื่องราวไปในทางมืดมนโดยไม่รู้ตัว…

 

“จะบอกว่าโดนหลอกก็ไม่ได้หรอกครับคุณดนัย  ก็ผมไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณเบียร์เลยนี่”  นอกจากเรื่องที่มาตามจีบล่ะนะ

 

มือของคู่หมั้นคู่หมายเป็นทางการจับลงที่ไหล่บาง   “ขอแสดงความเสียใจและสมน้ำหน้าด้วยนะครับ ที่โดนเขาหลอกจีบมาตั้งนาน”   หัวเราะชวนให้หมั่นไส้ต้องดึงรากสับปะรดเอาคืน

 

หนุ่มแหววยืนจ้องคนสองคนกัดกัน    ท่าทางช่างสนิทสนมกันนัก   “นายคงไม่คิดจะตามหมอนั่นไปหรอกนะ?”   ตามแบบละครน้ำเน่าทั่วไปที่สาวน้อยชอบกัน…

 

“อืม…ผม…..”   ปล่อยมือจากรากสับปะรดสีน้ำเงินมาจับคางใช้ความคิด  จะว่าโมโหมั้ยก็นิดหน่อย  จะตกใจมั้ยนี่ก็มาก  เสียใจมั้ยก็แค่คิดว่าน่าจะบอกกันบ้าง… จู่ๆจะไปก็ไปแล้วต้องมาเห็นข่าวเอง…

 

 

ต่อมอยากรู้อยากเห็นมันบังคับให้รีบตีตั๋วไปเขาใหญ่…

ไปคุยให้รู้เรื่องด้วยตัวเอง…

                คทาชิตจ้องมองใบหน้าใส  ต่อมอยากรู้อยากเห็นของนักเขียนมันทำงานอีกแล้วสินะ   เริ่มทำตัวเป็นเจ้าของฮาเร็ม(?)ที่กลัวคนในสังกัดจะหายตัวไปขึ้นมาแล้วน่ะสิ   ในฐานะเพื่อนที่ดีก็ต้องสนับสนุนสินะ   เดินตามรอยพี่ชาย(?)แทบจะทุกเรื่องแล้วล่ะนั่น

 

 

“ไปเขาใหญ่สิสีน้ำ  เผื่อเจอเบียร์แล้วได้คุยกันไง อย่างน้อยก็แสดงความยินดี ฮ่าๆ”   ตบบ่าเล็กให้กำลังใจ  สถานที่จัดงานเลี้ยงคงไม่ใจดำขนาดไม่ให้คนอื่นเข้าหรอกมั้ง

 

“จะตามไปคุยทำไมน่ะคทาชิต  เบียร์ก็ไปไกลแล้วนะ”   พ่อเลี้ยงฟาร์มม้ายังคงขัดคอ   บทบาทแบบนี้ควรจะเป็นของโฬมอุดมมากกว่า.. คนเขียนบทเริ่มเขียนบทผิด?

 

“ทำแบบนี้มันเหมือนคุณแอบมีใจให้หมอนั่นเลยนะครับ”   คุณชายมุกเหล่มองหน้า  การไปตามหาหัวใจ(?)นั้นเป็นการสร้างความสุขให้กับนางเอก เพราะฉะนั้นเขาควรจะห้ามจะได้ทุกข์ซะ?

 

หินบุรีผู้ซึ่งอยู่ในสถานะรอคำตอบรับการเป็นแฟนมองอย่างนิ่งเฉย    “ไปซะสิ จะได้ไม่ค้างคา”   และได้ตัดสินใจกันให้ชัดเจนไปเลย

 

“พี่เขี้ยว…..”  สีน้ำมองรุ่นพี่ประธานสโมสรนักศึกษาด้วยความอึ้ง   ไม่นึกว่าจะได้คำตอบแบบนี้จากปากคนแสนเย็นชาและไม่สนใจใคร

 

“สีน้ำจะไปจริงๆน่ะเหรอ?   จริงๆน่าจะปล่อยให้ไป  เพราะอยู่คนละโลกกัน”   โดยที่ทุกคนไม่นึกถึงจุดประสงค์แอบแฝง  คำพูดของหนุ่มผมทองช่างลากเข้าไปในทางหม่นหมอง…  ปีกสีดำกำลังงอกออกมา..

 

“ผมตัดสินใจแล้ว!    พวกเราไปเขาใหญ่ไปร่วมแสดงความยินดีกับคุณเบียร์กันเถอะ!”  กำหมัดและชูขึ้นตัดสินใจอย่างว่องไว  กลายเป็นงั้นไป…

 

“ไปแสดงความยินดีในการแต่งงานน่ะเหรอ?  แน่ใจเหรอนั่น?”    ขวานถามย้ำเตือนสติเจ้าเกย์ฝึกหัดผู้ยังไม่ผ่านหลักสูตรฮาเร็ม  มันควรจะเป็นอย่างอื่นไม่ใช่หรือ….

 

“ก็แหงล่ะ  คนรู้จักจะแต่งงานก็ต้องแสดงความยินดีสิ”  ยิ้มร่าเริงชวนให้สงสารผู้ชายที่กำลังจะไปแต่งงานเสียจริง..  ไม่น่าหลงมาจีบคนบื้อๆแถวนี้เลย

 

“งั้นฉันจะบอกให้ร่มโมกข์เตรียมรถเดินทางไปเขาใหญ่นะ  ก็ดีเหมือนกันจะไม่ไปร่วมแสดงความยินดีที่แต่งงานไปก็คงไม่ดี”   ใบหน้าคมเจ้าของตาสีอำพันแย้มยิ้มสดใส  เป็นรอยยิ้มซึ่งมีประกายมากกว่าเดิมเสียอีก…

 

หากแต่เพื่อนผู้ช่วยเหลือทุกเรื่องกลับโบกมือไปมา  “งานนี้ฉันไม่ไปนะ  พวกนายดูแลสีน้ำแทนฉันด้วยก็แล้วกัน”   ยิ้มกว้างด้วยแผนการร้าย

 

“คทาชิต!  ทำไมนายไม่ไปอ่ะ!”   ไม่ทันไรเจ้าลูกจ้างประจำของหอพักนั้นยกมือขึ้นอีกคน     แสดงตัวว่าจะไม่ไปเช่นกัน…

 

“โดนเพื่อนทิ้งเข้าซะแล้ว สงสัยคทาชิต ญาติมากจะเบื่อคุณแล้วล่ะมั้งครับ คึหึหึ”   ร่างสูงผมสีน้ำเงินนั่งไขว่ห้างหัวเราะสะใจในลำคอ   ทำตัวเป็นพระเอกละครน้ำเน่าอีกแล้ว…

 

ใบหน้าใสมองหน้าผู้ช่วยที่ไว้วางใจได้ทั้งสองคน  พร้อมใจกันบอกว่าไม่ไปเลยนะ.. คิดอะไรกันอยู่   “ให้ฉันไปกับนายมุก  คุณดนัย แล้วก็พี่เขี้ยวตามลำพังน่ะเหรอ….”   น้ำเสียงห่อเหี่ยว  อาการติดเพื่อนแบบนี้ต่อไปเวลาแต่งงานออกเรือนไปเพื่อต้องตามไปอยู่ด้วยหรือไม่…

 

“เอาน่า  พวกนั้นก็ต้องดูแลนายเป็นอย่างดีเองล่ะ มีอะไรก็โทรหาแล้วกัน”  ยกโทรศัพท์ขึ้นชี้เป็นการย้ำ  โดยเฉพาะคุณรุ่นพี่สุดโหดคนนั้นแลดูน่าไว้ใจที่สุดในตอนนี้แล้วล่ะนะ…

 

“กลับมาให้ครบสามสิบสองก็แล้วกัน”    ชายหน้าตายให้กำลังใจ   ดวงหน้าใสเหล่มองไปยังนกน้อยสีเหลืองและร่างหนาผมทรงรีเจนท์.. อย่างน้อยๆก็ยังมีคนที่พึ่งพาได้โดยที่ไม่มีอะไรแอบแฝง….

 

 

เขาไม่ได้ไปตามหาหัวใจ แต่ไปเพื่อหาคำตอบ…

ลึกๆแล้วไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะอยากแต่งงานหรอก

 

เพราะคงไม่พูดกับเขาแบบนั้นด้วยสีหน้าแบบนั้น….

 

 

                ใช้เวลาในการเตรียมการสองชั่วโมงและออกเดินทางกันในช่วงบ่ายโมง  การเดินทางไปเขาใหญ่ใช้เวลาไม่นานนักเมื่อเดินทางจากนานมีบุรี    หากแต่ปัญหาใหญ่คือถนนที่แน่นขนัดไปด้วยรถของสาวๆที่พกผ้าเช็ดหน้ามาร้องห่มร้องไห้  ไม่ต้องคาดเดาก็รู้ได้เลยว่าต้องเป็นสาวๆถ้วยฟูFCและเหล่ากิ๊กทั่วประเทศ(?)ที่มุ่งหน้าไปสถานที่เดียวกัน   ทุกคนล้วนดูข่าวในโทรทัศน์ช่องเดียวกัน  และขณะนี้มันก็โดนตัดคลิปว่อนไปทั่วเฟซบุ๊คและ Social Network ต่างๆเป็นที่เรียบร้อย   รถแวน 7 ที่นั่งติดอยู่วงล้อม

 

 

“รถติดมากเลยล่ะครับ”  คุณศักดิ์ซึ่งเป็นผู้ช่วยคนขับรถบอกเจ้านายทั้ง 4    หากใช้เวลาในการคลานไปแบบนี้เรื่อยๆกว่าจะถึงก็คงมืดค่ำ

 

“พวกแฟนคลับคุณเบียร์คงตามไปที่งานเลี้ยงน่ะครับ”   ราวกับได้ยินเสียงร้องไห้ระงมดังมาจากรถคันข้างๆ  หลายคนคงเสียดายที่ไม่ได้จีบเอาไว้

 

มือแกร่งของชายชุดสูทสีดำยื่นมาพร้อมกับกล่องข้าวเล็กๆ    “ทานซะสิ  อีกนานกว่าจะถึง”  กล่องสีฟ้าใสเข้ากับคนรับเมื่อเปิดออกแลเห็นของว่างตกแต่งน่ารักน่าชัง

 

“ขอบคุณครับพี่เขี้ยว  ผมคงนั่งเบื่อแย่เลย”   แย้มยิ้มและหยิบเอาทองหยิบรูปนกมาใส่ปาก  ลูกชุบสีสันสดใสก็ช่างน่ารัก   รสชาติก็ดีอีกตะหาก

 

ดวงตาสองสีเหล่มอง   “กระหนุงกระหนิงกันเหลือเกินนะครับ  ทั้งๆที่ผมเป็นคู่หมั้นของคุณ”   ไปสนใจอะไรกับขนมที่ไปซื้อมาตามตลาดกัน…

 

“ก็พี่เขี้ยวเค้าอุตส่าห์ทำ..เอ๊ย!  ซื้อมาให้ฉันก็ต้องรับสิ”   ไม่แบ่งเผื่อแผ่ใครเพราะรู้ว่าคนอื่นก็คงไม่ทานหรอก  กระทั่งที่นั่งยังไปนั่งข้างกายกันแบบนั้น  มันจะข้ามหน้าข้ามตา(?)มากไปแล้ว…

 

“โฬมอุดมกับสีน้ำหมั้นกันแล้วนี่นะ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ”  ดวงตาสีอำพันของฮาเร็มนอกสายตาเบี่ยงมองมายังชายซึ่งนั่งข้างๆกัน   ทั้งๆที่ใบหน้าประดับรอยิย้มกลับมองเห็นเงาอะไรดำๆ…

 

คนฟังรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ   “เบาแอร์หน่อยสิครับ ผมคิดว่ามันหนาวไปหน่อยนะ”    หาได้รู้ไม่ว่ามันมาจากคนข้างๆกันเนี่ย…

 

“พูดเรื่องหมั้นแล้วอารมณ์เสียน่ะครับ  อ่ะ… ผมคงพูดแบบนั้นไม่ได้สินะไม่งั้นจะเข้าทาง”  เอ่ยตอบดนัยไปและต้องกลับคำเมื่อจะไปเข้าทางคู่หมั้นเข้า  ความทุกข์ของเขาคือความสุขของอีกฝ่ายนี่นะ…

 

“ถ้ารถติดแบบนี้อาจจะยิ่งถึงช้านะครับ  หรือเราจะเปลี่ยนเส้นทางดี”   ร่มโมกข์ขอความเห็นจากผู้ร่วมทาง  ต่างคนต่างคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร

 

ฉับพลันหินบุรีได้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา   “แค่จัดการรถรอบๆก็หมดเรื่อง”    กดต่อสายไปหาผู้มีอิทธิพลแสนสนิท..  รู้ไหมว่าเขาน่ะลูกใคร?

 

 

หลายคนคงลืมไปแล้วว่าสถานที่ในเรื่องนี้นั้น

ผู้มีอิทธิพลนั้นใหญ่ขนาดไหน…

                เพียง 15 นาทีต่อมาตำรวจในเครื่องแบบหลากหลายนายก็เข้ามาจัดการพื้นที่ด้วยการแสร้งเข้ามาตรวจรถและปล่อยไป บ้างเรียกมาข้างทางเพื่อสอบปากคำและสอบถาม    นายตำรวจคนหนึ่งเดินมายังรถแวน 7 ที่นั่งและเริ่มทำวันทยหัตถ์ให้กับประธานหนุ่มผมสีดำขลับ

 

 

“จัดการพื้นที่ตามที่ท่านรองสั่งมาแล้วครับคุณหนู!”    บอกแล้วว่าให้ย้อนกลับไปคิดว่าพี่ท่านน่ะลูกใคร..  เอ่ยแล้วเด็กยังต้องหยุดร้องไห้

 

“ดี….จัดการปิดเลนนึงไปซะ”   ไม่สนใจเลยว่าชาวบ้านเค้าจะเดือดร้อนขนาดไหน     เลนถนนกิติมาศักดิ์ของลูกชายนายตำรวจใหญ่

 

เหล่าผู้ร่วมทางพากันอึ้ง  เพื่อการเดินทางอันสำคัญของนักเขียนมือสมัครเล่นจำต้องให้อำนาจเจ้าหน้าที่มาข่มขู่ถึงเพียงนี้   “จะดีเหรอครับพี่เขี้ยว?”   ออกจะเกินไปหน่อย..

 

“นายจะสนใจอะไร   แค่ไปให้ถึงเขาใหญ่”   ไม่สนใจในเพื่อนมนุษย์คนอื่นนอกจากชายที่จะมาเป็นนายหญิงของบ้านเรือนไทยสุดซอยหน้ามหาลัยเท่านั้น…

 

“ทำคะแนนเหลือเกินนะครับ  ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน”  จิกกัดด้วยความหมั่นไส้  นั่งส่งสายตาหวานใส่กันมันน่าจับโยนออกไปนอกรถซะ..

 

“เขี้ยวยักษ์นี่ใจดีกับสีน้ำมากขึ้นเยอะเลยนะ”  หนุ่มผมทองคลี่ยิ้มที่ริมฝีปาก  กระนั้นใต้รอยยิ้มช่างสร้างความหนาวเหน็บขึ้นมาอีกครั้ง

 

“ผมจะเบาแอร์อีกหน่อยนะครับ  วันนี้เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว”   ร่มโมขก์ขยับมือไปปรับอุณหภูมิใหม่  จะว่ารถมันเก่าก็คงไม่ใช่…  เมื่อจ้องมองผ่านกระจกมองหลังไปยังใบหน้าของเจ้านายได้แต่ถอนหายใจ   หวังว่าจะไม่ทำอะไรตามอารมณ์จนกระทั่งไม่เป็นผู้ใหญ่ลงไป

 

“ไปถึงเร็วๆก็ดีแล้วล่ะ”  ชายผู้มีอายุเยอะที่สุดในกลุ่มฮาเร็มระบายรอยยิ้ม    ท่าทางและแววตาของนายเหนือหัวชวนให้ผู้ติดตามหวั่นใจ…

 

 

เพราะโลกนี้ทุกคนมีตัวตนสองด้านอยู่   ความรักมักทำให้คนเราเปลี่ยนไปอยู่เสมอ  บ้างทำให้คนนั้นเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น บ้างก็ทำให้คนเลวร้ายลง  ความรักคือการเสียสละเป็นคำพูดของคนดี ความรักคือการแย่งชิงนั่นคือคำพูดของคนติดเลว  หากแต่ความเป็นจริงนั้นคนธรรมดาควรจะคิดในข้อหลังหรือไม่?

 

 

กฎแห่งฮาเร็มจะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่?

                เวลาผ่านไปจนกระทั่งบ่ายสี่โมงเย็น  ในที่สุดด้วยการร่วมมือของตำรวจในท้องที่ปิดเลนถนนไม่ให้รถผ่านไปหนึ่งเลนเหล่าผู้เดินทางจากนานมีบุรีจึงมาถึงเขาใหญ่อย่างปลอดภัย    เป้าหมายต่อไปคือการพึ่งพา GPS เพื่อตามหาสถานที่จัดงานฉลองการอภิเษกสมรสของเจ้าชาย

 

 

“ในข่าวไม่ได้บอกสถานที่เอาไว้แล้วเราจะรู้เหรอเนี่ย?”    สีน้ำผู้ไม่พยายามหาข่าวสารนั่งบ่น   โฬมอุดมผู้ไม่อยากยุ่งเรื่องไม่เป็นเรื่องนั่งเฉย   คุณดนัยซึ่งน่าจะพึ่งพาได้กลับนั่งเหม่อ

 

ชายผู้เป็นผู้เป็นคนที่สุดแล้วในฮาเร็มสีน้ำจึงสั่งให้ลูกน้องค้นหาข่าวสารเพิ่มเติมผ่านทางสมาร์ทโฟน   “ข่าวสั้นช่วงบ่ายสามโมงบอกว่าสถานที่จัดงานคือโรงแรม A ซึ่งเป็นทั้งโรงแรมและรีสอร์ทใหญ่ที่สุดในเขาใหญ่น่ะครับ”  ไม่มีค่าโฆษณาจึงต้องเป็นชื่อเซ็นเซอร์(?)

 

“เราไม่ได้รับเชิญมาจะเข้าไปได้ยังไงล่ะครับ?”    ร่างสูงผมสีน้ำเงินยักไหล่ไม่เดือดร้อน   หนทางที่ทำให้คู่หมั้นตนมีความสุขเขาจะไม่ร่วมมือ…

 

“ในข่าวบอกว่าองค์รัชทายาทเปิดให้คนทั่วไปเข้าไปร่วมงานได้ล่ะครับ”   เส้นเซ็งป่อยขึ้นหน้าผากคนฟัง  ที่บอกแบบนั้นไม่ใช่เพราะว่ารู้ตัวว่าจะมีแฟนคลับตามมาเรอะ…

 

“ไม่ใช่ประเทศตัวเองยังทำใหญ่….”   หินบุรีเขม่น   สถานะของชายหนุ่มแต่ละคนเริ่มเปลี่ยนอันดับ  จากคนไม่เคยมีพื้นเพอะไรเลยกลับขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งเสียได้

 

“เอาเถอะครับ พวกเราก็รีบไปที่โรงแรมนั่นกันเลยดีกว่า!”    คนขับรถรับคำและเริ่มตั้งพิกัดค้นหาใน GPS แล้วออกเดินทางกันไป…

 

 

โรงแรม A เป็นโรงแรมและรีสอร์ทริมป่าใหญ่  เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายและต้องการท่องเที่ยวแบบผจญภัย  พื้นที่การท่องเที่ยวรอบๆจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเพื่อไม่ให้มีแขกหลง  หากแต่วันนี้มันกลับคึกคักตั้งแต่ทางเข้าโรงแรมไปจนกระทั่งพื้นที่ว่างเลยทีเดียว…

 

ดอกไม้จัดตกแต่งตั้งแต่ทางเข้าจรดด้านหลัง  ทั้งลูกโป่ง ริบบิ้นและข้อความแสดงความยินดี  ช่างน่าตกใจในการเตรียมการซึ่งใช้เวลาอันสั้นนั้น  แขกเรื่อมีทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการต่างๆ   เด็กสตรีและคนชรา(?)จากถ้วยฟูFC  ทั้งที่เป็นงานน่ายินดีใยมีเสียงร้องไห้มาจากหลายจุดประหนึ่งงานศพซะงั้น…

 

 

“ผมจะไปจัดการเรื่องที่พักของพวกเรานะครับ”  คุณศักดิ์และร่มโมกข์ผู้รู้งานจอดส่งเหล่าเจ้านายที่ทางเข้าล๊อบบี้ส่วนพวกตนนั้นพารถไปจอดและจะกลับมาดำเนินการ

 

ดวงตากลมโตทอดมองไปรอบๆ…  ช่างเหมือนคนละโลกกันเลยทีเดียว   “อ่ะ..  ลืมบอกพี่ยาสูบว่ามาเขาใหญ่”   หยิบโทรศัพท์ออกมา

 

แต่ไม่ทันไร  “สีน้ำ!!  บังเอิญจังเลยที่มาเจอกันที่นี่”   ร่างโปร่งผมสีน้ำตาลทองสวมสุดสูทพิธีการตรงเข้ามากอดรัดน้องชายและใช้แก้วถู

 

“เจ้าพ่อบ้า!!”  โฬมอุดมอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นชายผู้เป็นบิดาเดินตามหลังภรรยามาด้วย  ทั้งคู่สวมใส่ชุดเรียบร้อยเหมาะสมกับงานมงคล

 

“ทำท่าตกใจอะไร  แต่งตัวไม่เรียบร้อยเอาซะเลย  น่าอายขายหน้าเขาจริงๆ”   มือกุมขมับส่ายใบหน้าไปมาปลงในตัวแฟนิสต้าของลูกชาย

 

“พี่ยาสูบมาที่นี่ได้ยังไงน่ะครับ?”   จับมือพี่นักเขียนชื่อดัง  ย้อนประโยคความคิดของตนเองอีกครั้ง  งานนี้มีคนใหญ่คนโต คนดังหลายวงการ เอ่อ…. งั้นก็…

 

ร่างโปร่งตาสีฟ้าหยิบบัตรเชิญขึ้นมาถือไว้   นึกแล้วเชียว..   “มีการ์ดเชิญไปหาพวกพี่น่ะ  ในงานมีคนดังเยอะแยะเลยนะ”   งั้นคุณป๊ะป๋าของคุณคู่หมั้นก็เพราะเป็นคุณหมอคนดังสินะ….

 

ได้ยินดังนั้นใบหน้าคมของลูกตำรวจเร่งตวัดมองหาใครบางคน  และไม่ทันไรก็พบร่างสูงผมสีชาสวมชุดสูทสีดำสั่งการพวกลูกน้องรักษาความปลอดภัยอยู่ไกลๆ   “พวกเราจะวางแผนมาที่นี่กันทำไม”    ในเมื่อใครก็เข้าได้ และยังเต็มไปด้วยพ่อๆอีกตะหาก…

 

“จะว่าไปแล้ว จริงๆฉันก็ได้บัตรเชิญเหมือนกัน”   ดนัยหยิบเอาการ์ดเชิญในกระเป๋าออกมา   กระดาษสีทองนั้นเขียนเพียงคำเชิญให้มาร่วมงานฉลองการอภิเษกขององค์รัชทายาท ไม่มีระบุชื่อ ไม่มีรูป และลงลายเซ็นต์ผู้ใหญ่ในกระทรวงต่างประเทศเท่านั้นเอง

 

 

เหล่านักศึกษาพากันเซ็งป๋อยไปตามๆกัน

นี่มันอย่างกับงานเทศกาลไม่มีผิด….

 

 

            “ก่อนอื่นเลยนะ  พวกเธอทุกคนน่ะไปเปลี่ยนชุดให้มันเข้ากับสถานที่ก่อนดีมั้ย”   นายแพทย์ใหญ่แห่งโรงพยาบาลนานมีบุรีทอดมองทีละคนและส่ายหน้า  คงมาโดยไม่ได้เตรียมการก่อนเลย

 

วงแขนของพี่ชายอบอุ่นตวัดควงแขนน้องสุดที่รัก   “ไปเปลี่ยนชุดเถอะสีน้ำ  เผื่อได้เจอเบียร์แล้วจะไม่ประทับใจ”  จะให้เขาประทับใจทำไม!! ในเมื่อเขาจะแต่งงานกับสาวอื่นแล้ว!

 

“พี่ไม่ตกใจเหรอครับที่เบียร์เป็นเจ้าชาย?”  คงไม่ใช่มุขดาษๆที่ว่านักเขียนรู้ทุกเรื่องบนโลกใบนี้หรอกนะ  ยิ่งชอบตามเก็บข้อมูลไปทั่วด้วย

 

“ต้องตกใจสิ  ตอนรู้ข่าวนี่พี่ตกใจจนทำถ้วยกาแฟตกแล้วโฬมอุดมก็ทะเลาะกับคุณเดชาจนบอกว่าจะกลับหอเลยล่ะ”  หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น….

 

“รู้สึกเสียดายด้วย  ถ้าสีน้ำกับเบียร์เป็นแฟนกันจริงๆ  น้องเราก็จะได้สบายไปตลอดชาติแล้วแท้ๆ”   ห่วงน้องหรือห่วงเงินน่ะพี่….

 

 

อย่างน้อยๆก็รู้สึกโล่งใจที่เจอคนรู้จักในงาน…

 

                สามหนุ่มเมะ หนึ่งหนุ่มเคะ สองผู้ติดตาม และหนึ่งนกน้อยไปเปลี่ยนชุดภายในบ้านรีสอร์ทหลังโตที่พวกพี่ชายเหมาจองเอาไว้    ยากจะคาดเดาว่ามีกิ๊กของพี่ชายพักอยู่ที่นี่ด้วยกันหรือเปล่า..  ร่างเล็กเรือนผมสีน้ำตาลไหม้เดินออกมาจากบ้านหลังใหญ่เป็นคนแรกเมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ   อากาศเมื่อใกล้ค่ำก็เริ่มเย็นขึ้นมา… สมแล้วที่อยู่ใกล้ป่า

 

 

“ถ้าเจอหน้าจริงๆ จะถามอะไรดีล่ะเรา.. หรือจะพูดอะไรดี…”   แสดงความยินดี? ถามว่าทำไมต้องปิดบัง?  แสดงความเสียใจ?  สมน้ำหน้า?   จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย….

 

ขาเรียวออกเดินสำรวจรอบๆบ้านรีสอร์ท   ช่างใหญ่โตและอยากให้เพื่อนสนิททั้งสองคนและผู้ดูแลหอมาด้วยกัน   “คิดถึงตอนที่ไปเชียงใหม่แฮะ”  ทุกคนท่องเที่ยวด้วยกันอย่างสนุกสนาน….

 

แต่ดูเหมือนทุกคนจะถึงเวลาต้องแยกย้ายไปในเส้นทางของตัวเอง   “พูดไปแล้วก็น่าเหงา….”    โลกต้องเปลี่ยนแปลงในทุกๆวัน

 

“สีน้ำ?”   ยามนั้นเองเสียงหนึ่งได้เรียกให้ร่างบางผินกายหันไปมอง  ต่อให้เป็นคนที่คุ้นเคยกันมานาน  แต่ยามนี้การแต่งกายชวนให้รู้สึกว่าเป็นคนอื่น

 

“คุณเบียร์?”   ชายหนุ่มนั้นสวมใส่ชุดพิธีการสีขาวบริสุทธ์เข้ากับเรือนผม  รอยสักบนใบหน้าขับเด่น   ชุดเครื่องแบบประดับตรานั้นช่าง…. รู้สึกไม่พอใจ

 

“ไม่นึกเลยว่าเธอจะมาที่นี่”   เดินตรงเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มที่แสนสดใส  กระนั้นแล้วร่างเล็กกว่ารีบถอยออกห่างเพื่อสร้างระยะ  คงไม่ดีแน่ถ้าเกิดมีผู้ติดตามหรืออะไรมาเห็นเข้า

 

“ผมจะแสดงความยินดีกับคุณดีมั้ยเนี่ย  ผมหลงคิดว่าคุณเป็นหนี้เลยต้องไปเชียงใหม่ซะอีก”  ดวงตาสีม่วงนั่นจ้องมองราวกับจะบอกว่านั่นคิดไปเองตะหาก…

 

ยื่นมือไปลูบศีรษะปกคลุมด้วยไหมอ่อนนุ่มเมื่อเขาไม่ยอมให้เข้าใกล้   “พูดไปเธอจะเชื่อมั้ยน๊า?  ฉันน่ะเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นเจ้าชายก็เมื่อไม่นานนี้เอง”   ไม่ต้องทำสตอเบอรี่!!  นี่ไม่ใช่ละครน้ำเน่านะเออ!!

 

สีน้ำตั้งแง่ทำสีหน้าบูดบึ้ง  ความเป็นห่วงที่เคยมีมันระเบิดหายไปหมดแล้ว   “คงไม่ใช่พล็อตนิยายน้ำเน่าที่จู่ๆมีคนมาตามหาคนที่มีปานรัชทายาท  แล้วจู่ๆก็ได้รู้ว่าจริงๆแล้วตัวเองโดนลักพาตัวมาจากวังตั้งแต่เด็กๆอะไรแบบนั้นหรอกนะครับ?”   คำตอบคือการพยักหน้า  เจ้าอุปกรณ์วาดเขียนนั่งทรุดกับพื้น…

 

“สมแล้วที่เป็นนักเขียนเดาแม่นสุดๆเลย อย่างกับมานั่งอยู่ในใจฉันตอนฟังเรื่องจากชายลึกลับเลย”    มุขเสี่ยวในยามนี้มันไม่ขำ  หน้าตายิ้มนั่นก็ไม่ขำด้วย…

 

“แต่ยังไงคุณก็กำลังจะแต่งงานแล้วจะก็กลับประเทศไปแล้ว  ก็แสดงความยินดีด้วยนะครับ”  ปวดตับไตไส้พุงกับนิยายน้ำเน่าซึ่งอยู่ใกล้ตัว

 

“ฉันไม่ได้อยากแต่งงานหรอกนะ”   น้ำเสียงทุ้มดึงให้เงยใบหน้าขึ้นมองดู   ท้องฟ้าสีส้มอาบพื้นที่ให้เป็นสีเดียวกัน  ผมของชายหนุ่มซึ่งต้องแสงเป็นประกาย..

 

ผู้ชายจอมรับจ๊อบคนนั้นเป็นเจ้าชาย…

                “จู่ๆก็บอกให้ตามมา แล้วเพิ่งรู้ตอนออกข่าวนั่นล่ะ  ประเทศนั่นอยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้เลย”  กลายเป็นคนที่อยู่ไกลไปตั้งแต่เมื่อไหร  โชคชะตานี่ช่างพลิกไปมาราวกับเล่นตลก…

 

ไม่ใช่คนร่าเริงที่โผล่ตรงนั้นตรงนี้ไปทั่วอีกแล้ว…

                “แล้วทำไมคุณไม่ปฏิเสธล่ะครับ ถ้าไม่อยากแต่งงาน”    ย้อนคำถามกลับไป  ในเมื่อพิธีการนี้ช่างใหญ่โตและมีแขกเต็มงานไปหมด.. แม้เป็นแค่งานฉลอง..

 

“ได้ยินจากพวกคนในวังที่มาจากประเทศโน้นเค้าพูดกันว่า องค์รัชทายาทอีกคนนึงหนีพิธีแต่งงานไป  เขาก็เลยมาตามหาฉันให้เข้าพิธีแต่งงานแทน แล้วขึ้นครองราชย์ในฐานะองค์รัชทายาทอันดับหนึ่งน่ะ”    แล้วก็ลัลล้าตอบรับเขาไปโดยดีเหรอ!!    ทำไมเขาปวดตับแทนแบบนี้เนี่ย!!

 

“เพราะอีกฝ่ายเป็นเจ้าหญิงแสนสวยเลยยอมรับง่ายๆเลยสิท่า……….”  ลากเสียงยาวประหนึ่งคนไม่พอใจ  รู้สึกเหมือนโดนหลอกจีบมานานแล้วโยนทิ้ง…

 

มือแกร่งหยิบรูปถ่ายออกมาจากกระเป๋าเสื้อ  ภาพที่โดนเซ็นเซอร์เอาไว้ทำเอาดวงตาใสแทบหลุดออกมาจากเป้าด้วยความตกใจ   มิน่าล่ะ…  องค์รัชทายาทตัวจริงเลยหนีไป…  “งั้นทำไมคุณถึง…..”

 

“เพราะคุณลุงที่ร้านซุปเปอร์อย่างที่เธอเดานั่นล่ะ”  เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้ได้รู้อย่างกะทันหัน  จะบอกว่าผู้ชายหน้าตาเลวๆจริงๆแล้วเป็นคนดีงั้นเหรอ…

 

“แล้วก็เพราะเธอ   อย่างน้อยๆฉันอยากรู้ว่าเธอเห็นข่าวนั่นแล้วจะทำยังไง”  ฮาเร็มซึ่งยืนอยู่ในอันดับสอง และค่อยๆตกอันดับไปเรื่อยๆเพราะไม่มีความสัมพันธ์คืบหน้าอะไร…  หายไปกับฉากหลังก็บ่อยครั้งไป…

 

เขาเป็นคนที่คนอื่นต้องทุ่มเทให้ถึงเพียงนั้นเลยเหรอ…

 

คำสารภาพรักจากชายหนุ่มที่รู้จักกัน  การหมั้นหมายที่แสนงุนงง   เขาก็เป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆคนหนึ่ง…  “จะทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากมาบอกว่ายินดีด้วยที่ได้เป็นเจ้าชาย”

 

ท่าทางปั้นบึงชวนให้ถอนหายใจ  “นี่เธอเห็นว่าฉันบ้างานจนชอบทรัพย์สินเงินทองมากกว่าเธอเหรอเนี่ย ว๊า…”  เหล่าบอดี้การ์ดในชุดสีดำขลับพากันรีบร้อนวิ่งมาหา

 

“เชิญเสด็จกลับงานเถอะพะยะค่ะ!   พวกเราตามหาท่านแทบแย่…”   หัวหน้าบอดี้การ์ดผมสีแดงใบหน้าคมเข้มเหนื่อยหอบ   หากแยกกันไปตอนนี้อาจยากจะได้พูดคุยกันอีก…

 

“งั้นฉันไปก่อนนะสีน้ำ  หลังงานเลี้ยงคืนนี้และพรุ่งนี้จบลง  ฉันก็ต้องไปแล้วล่ะ”   ไปยังประเทศที่ไม่มีเธอ….

 

ยามเมื่อชายหนุ่มผมสีขาวตวัดกายเดินไปทางบอดี้การ์ด ผ่านร่างเล็กกว่า มือเรียวทั้งสองได้กำแน่น  กัดริมฝีปากเสียจนสีซีด  “เดี๋ยวก่อนครับคุณเบียร์!”

 

“มีอะไรเหรอ?  หรือว่าจะบอกรักฉันกันน๊า”   ในเวลาแบบนี้ยังสามารถล้อเล่นกันได้อีกนะ…  เจ้าผู้ชายลัลล้า….

 

“ชุดแบบนั้นไม่เห็นเหมาะกับคุณเลย  แต่งตัวชุดเสื้อยืดผ้ากันเปื้อนทำงานพิเศษยังเข้ากว่าซะอีก…”  หลบเบี่ยงใบหน้าที่แดงระเรื่อไปทางอื่น     ริมฝีปากคมคลี่ยิ้มจางๆและแย้มยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติออกมาเมื่อได้ฟังคำที่อยากฟังจากคนที่ชอบนั้น

 

“อืม! นั่นสินะ  ถ้าเธอบอกแบบนั้นก็ต้องเป็นแบบนั้นล่ะ ❤”  โบกมือและรีบเดินตรงกลับไปหากลุ่มผู้ติดตามราวกับบอดี้การ์ดเพื่อไปยังงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยคนใหญ่คนโต..

 

 

ที่เขาพูดออกไปแบบนั้น..จะกลายเป็นการให้ความหวังหรือเปล่า…

ทั้งๆที่เขายังไม่ได้ให้คำตอบชัดเจนกับใครเลย….

 

 

            ดวงตากลมโตได้หันมองไปเมื่อชายหนุ่มได้เดินไปไกลสุดสายตา กลับไปยังงานเลี้ยงเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม  หากเป็นเขา.. หากวันหนึ่งมีคนมาบอกว่าเขาเป็นเจ้าชายหรือเป็นมนุษย์ต่างดาว(?)ที่พลัดพรากมาเขาจะคิดอย่างไรนะ.. คงเศร้าไม่น้อยที่ต้องจากคนอื่นไป…

 

 

“ทำไงได้ล่ะ….”   เขาเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆ   ตามฝันเป็นนักเขียนก็ยังไม่สำเร็จ  จะไปพูดเปลี่ยนแปลงชีวิตคนอื่นได้ยังไง….

 

“มายืนเหม่อตรงนี้ทำไมน่ะครับ?”   ร่างสูงเรือนผมสีน้ำเงินเดินทอดน่องตรงมาหา   แฟชั่นนิสต้าสวมใส่ชุดสูทสีดำเป็นพิธีการแลดูเรียบร้อยกว่าที่เคยเป็น

 

“ถ้าเปลี่ยนทรงผมได้จะดีมากเลย”   แขวะเมื่อเห็นรากและจุกสับปะรดที่แสนแนวนั่น  ไหนจะแฉกแบบนั้นอีก  พ่อลูกไม่ต่างกันเลย….

 

“ยุ่งอะไรกับหัวผมล่ะครับ  อ๋อ.. ลืมไปว่าผมน่ะไม่ใช่หินบุรี เขี้ยวยักษ์ทำอะไรก็ดีไปหมด”   ประชดประชันไปถึงคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่

 

“เกี่ยวอะไรกับพี่เขี้ยวด้วยล่ะ  นายนี่ทำตัวเหมือนพระเอกละครน้ำเน่ามากไปแล้ว”   อยากจะถอนหมั้นซะให้รู้แล้วรู้รอด  แต่เห็นภาพพี่ชายกับพี่เขย(?)แล้วมัน… จำใจต่อไป..

 

“งั้นคุณก็เป็นนางเอกละครน้ำเน่าที่ชอบพูดว่าจะทำเพื่อครอบครัวสินะครับ  แต่คุณไม่เห็นจะได้เรื่องเหมือนนางเอกพวกนั้นเลย”  ยักไหล่ล้อเลียนกลับ   คิ้วสีน้ำตาลกระตุกอารมณ์เสีย

 

ก้าวขยับขาเข้าไปใกล้เมื่อเห็นสิ่งไม่ต้องตา   “แค่ผูกเนคไทด์ให้ดียังไม่ได้เลย  มีหน้ามาบอกว่าฉันไม่ได้เรื่อง”   ขยับมือจับเนคไทด์ของชายหนุ่มจัดแต่งให้มันเรียบร้อย

 

โฬมอุดมสะดุ้งตกใจไปวูบหนึ่ง   “เพราะผมรีบออกมาหรอกครับ  เผื่อคุณจะหนีไปมีความสุขแล้วมันจะขัดใจผม”  ยังไม่ได้ดื่มเหล้าก็เมาได้เมาดีนะนาย…

 

“เพราะความทุกข์ของฉันคือความสุขของนายสินะ  งั้นฉันเห็นหน้านายก็ทุกข์แล้วล่ะ”  ถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ   ตบอกแกร่งนั่นไปปึกหนึ่งเมื่อจัดแต่งเนคไทด์เรียบร้อย

 

“ทำแบบนี้ผมคงขอบคุณหรอกครับ!”   ร่างเล็กกว่าแลบลิ้นใส่สมน้ำหน้า    สองคู่หมั้นซึ่งไม่มีความรักซึ่งกันและกันมีเพียงความเป็นศัตรูที่รัก…

 

“ไม่ได้อยากได้ซะหน่อย”  และในยามนั้นเอง….

 

 

ปัง!!!!

                กระสุนปืนยิงตรงมาโดยไม่รู้ตัว   รู้ตัวอีกทีแขนแกร่งนั้นก็ถูกเฉี่ยวเป็นแผลเลือดไหล..  ปืนเก็บเสียงซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่ายิงมาจากตรงไหน  กระสุนลูกที่สองและสามตามมาหากแต่กระจายไปโดนพื้นและโดนต้นไม้เยี่ยงละครแอ็คชั่นที่ไม่สามารถยิงโดนพระเอกง่ายๆได้…

 

 

“นายมุก!!  นายถูกยิงนี่!”    ตื่นตกใจเมื่อเห็นแผลที่แขนและเลือดที่รินไหลนั่น    กระสุนที่ยิงมาเพิ่มชวนให้ตกใจและเกาะแขนชายหนุ่มเอาไว้

 

จะบอกว่าซวยที่มาโดนตน หรือโชคดีที่ไม่โดนคู่หมั้นกันแน่   “คุณไปทำเรื่องอะไรไว้รึเปล่าน่ะครับ”  ฉุดดึงร่างเล็กมาหลบหลังต้นไม้  ใบหน้าใสสะบัดรัว…  ยากจะบอกว่าเล็งมาที่ใครกันแน่..

 

“ยังไม่ได้ทำอะไรเลย!!  ก็เมื่อกี้คุยกับคุณเบียร์แว่บนึงแล้วก็มาคุยกับนายเนี่ย!”  แต่กลับมาโดนไล่ยิงก็ตอนที่เข้าใกล้ระยะประชิดกับชายตรงหน้านี่…

 

กระสุนนัดต่อมาเฉี่ยวเข้าเนื้อของคนปกป้องมากกว่าเดิม  จะเรียกว่าโดนลูกหลงคงไม่ได้แน่..   “รู้สึกว่าคนที่ทางนั้นตั้งใจจะยิงจะเป็นผมนะครับ  คงไม่ใช่พวกคนแค้นพ่อบ้าหรอกนะ”

 

“…..นายโดนยิงสองแผลแล้วรีบหนีกันเถอะ!”  ฉุดดึงมือแกร่งให้วิ่งตามไปด้วยกัน   อาศัยแมกไม้ในเขตใกล้ป่าช่วยกำบังตัว…  จะใครตกเป็นเป้าหมายของชายลึกลับก็ช่างมัน.. ต้องเอาตัวรอดไปด้วยกันก่อน…

 

 

ยามนั้นผู้ช่วยของพ่อเลี้ยงหนุ่มจากเชียงใหม่เดินตรงมาจากซุปเปอร์ในโรงแรมเพื่อเตรียมของใช้ที่ขาดเหลือให้กับพวกเจ้านาย   ชายไว้หนวดบังเอิญเห็นเงาหลังของคนสองคนมุ่งเข้าไปในป่าพอดิบพอดี.. รวมถึงชายสวมไอ้โม่งสีดำนั่นก็ด้วย  ตำรวจ!  ต้องแจ้งตำรวจสินะ!

 

 

“ยะ..แย่แล้วคุณสวัสดีกับคุณโฬมอุดม!!!”  ส่งเสียงร้องดังด้วยความตกใจ    นักศึกษาหนุ่มผมสีดำสวมชุดสีดำขลับก้าวเดินออกมาจากภายในรีสอร์ทใหญ่ตามเสียงเอะอะนั่น

 

หนุ่มแหววโหดแต่งตัวเรียบร้อยและเนี้ยบเข้ากับตัว   “เกิดอะไรขึ้นกับสีน้ำ”   ชื่อหลังช่างมันไม่เกี่ยวกับเขาและไม่ได้อยู่ในสายตา…

 

“ผมเห็นคนร้ายน่าจะไล่ตามคุณสวัสดีกับคุณโฬมอุดมเข้าไปในป่าครับ!”    ดวงเนตรสีดำขลับเบิกขึ้น   เสียงเอะอะนั่นเรียกให้คนภายในบ้านพากันออกมา

 

“สีน้ำโดนคนร้ายตามเหรอ!?   เรียกตำรวจเถอะ!”  ยาสูบแทบลมจับเมื่อรู้ว่าน้องชายตกอยู่ในอันตราย  จะโทรเรียกกิ๊กต่อหน้าแฟนใหม่(?)ก็ไม่ได้…

 

“แทนที่จะก่อการร้ายกับเจ้าชาย…ทำไม….”    ประธานหนุ่มครุ่นคิดในใจ   เรื่องราวที่เหมือนกับละครน้ำเน่านี่มันอะไรกัน…

 

 

หนึ่งวันของสีน้ำในวันนี้..

คงได้พบอีเวนท์ระทึกขวัญไปทั้งวัน…

                ความจริงเรื่องชาติกำเนิดและที่มาที่ไปของหนุ่มจอมรับจ๊อบได้เปิดเผย  พร้อมทั้งอันตรายที่เข้าคืบคลานเข้าหาเหล่าชายหนุ่มในฮาเร็ม..  ป่านั้นเป็นสถานที่น่ากลัวหากแต่มันมีตำนานเกิดขึ้นมากมายนัก  ป่าใหญ่ พลบค่ำ อากาศเย็น สองต่อสอง(?)  หรือจะเกิดฉากในตำนาน…

 

 

 

จู่ๆกลับโดนไล่ล่าโดยไม่คาดฝัน

สองคนซึ่งเป็นศัตรูที่รักจำต้องใกล้ชิดกันในช่วงหนึ่ง

 

 

ตำนานกล่าวเอาไว้ว่าพระเอกละครมักเริ่มรักในป่า…

ติดตามตอนต่อไป…..

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 09/30/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: