RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 1

07 ต.ค.

 

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : NC-15
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

 

6 ปีที่แล้วนักศึกษามหาวิทยาลัยคือนักเรียนม.ต้น

                ชีวิตวัยรุ่นในช่วงอายุ 15 ปีข้ามไปยังอายุ 16 ปีซึ่งเป็นมัธยมปลาย มีการเติบโตขึ้นในระดับหนึ่ง  เมื่อย่างเข้าอายุ 18 ปีก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็เป็นอีกแบบหนึ่ง และเมื่อบรรลุนิติภาวะอายุ 20 ปีก็ก้าวข้ามความเป็นเยาวชน กลายเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น มีภาระหน้าที่มากขึ้น มีแนวคิดที่ต่างไปจากตอนที่เป็นเด็ก

 

ชีวิตและความรักเป็นเรื่องราวที่ดำเนินไปพร้อมกันแบบเส้นขนาน

เติบโตขึ้นผ่านเรื่องราวมากขึ้นจากวัยเด็กสู่การเป็นผู้ใหญ่

 

ตอนที่ 1 :  ก็ยังคงเป็นปิ๊งรักระยะสิบเซนติเมตร

 

การจราจรในจังหวัดกำแพงกุหลาบไม่ว่ากี่ปีผ่านไปก็ไม่ได้ลดลงเพราะโครงการรถคันแรก  ขนส่งสาธารณะยังคงเป็นที่ต้องการและรณรงค์ใช้กันอยู่เรื่อยๆ  สถานศึกษา และที่ทำงานมากมายซึ่งอยู่ในพื้นที่เดินทางสะดวกจึงมักถูกเลือกก่อนเป็นอันดับแรกๆอยู่เสมอ

 

มหาวิทยาลัยหลายที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล บ้างก็อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าจนน่าเหลือเชื่อ  ที่แน่ๆ ไม่ว่ามหาวิทยาลัยจะตั้งอยู่ใกล้หรือไกลแค่ไหน  ก็อาจจะมีคู่รักบางคู่เลือกที่จะขับรถไปส่งในยามเช้าที่ตัวเองว่างแทนที่จะปล่อยให้คนรักเดินทางไปเรียนเอง….

 

รถยนต์ BMW Z4 ทะเบียน รว 4040 กำแพงกุหลาบ สีขาวมุขสะอาดเอี่ยมอ่องปานเพิ่งถอยออกมาจากโชว์รูมจอดติดไฟแดงบริเวณสี่แยก   ภายในรถอบอวลด้วยกลิ่นหอมคล้ายน้ำยาดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรค   เบาะที่นั่งคนขับเผยร่างสูงโปร่งผมสีน้ำตาลเข้มในชุดนักศึกษาถูกระเบียบผูกเนคไทด์นอนเหยียดบนเบาะหนังห่มด้วยเสื้อกาวน์สีขาวบริสุทธิ์..

 

ชายในชุดสูทไม่ต่างไปจากเมื่อ 6 ปีก่อนทั้งส่วนสูงและรูปลักษณ์ภายนอก ยกเว้นก็เพียงริ้วรอยใกล้ตาที่เพิ่มมานิดหน่อยเหลือบหันมอง   ยามมองดูร่างของนักศึกษาหนุ่มที่หลับไหลก็หยักยิ้มที่มุมปาก    แต่เมื่อหันมองไฟแดงและรถจำนวนมากบนถนนก็ได้แต่เหนื่อยหน่าย…

 

รีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 4X ต้นๆ สถานะไม่โสด

หน้าที่การงาน : ที่ปรึกษาบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน

                ไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว แต่มันก็ช่างเป็นอาถรรพ์ เพราะมันคือไฟเขียว 5 วินาที… เพียงพริบตารถผ่านไปได้แค่ 3 คัน คันข้างหลังก็หยุดแหง่กอยู่กับที่เหมือนเดิมไม่มีอะไรเกิดขึ้น…  ระยะทางที่ควรจะไกลจึงไกลปานขับรถออกไปจังหวัดใกล้ๆก็มิปาน…

 

“อลิน  ตื่นมากินข้าวไปพลางๆ”  มือแกร่งยื่นไปจับปลายผมสีน้ำตาลเข้มเรียกให้ตื่น   เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อปรือเปิดตามองแบบเบลอๆ…

 

มองเห็นสี่แยกเดิมก็รู้ทันทีว่าโดนอิทธิฤทธิ์แยกไฟเขียว 5 วินาทีเข้าซะแล้ว    “พี่รีวัลย์ไม่ง่วงเหรอครับ…  ขับรถเงียบๆ ผมก็หลับแบบนี้”  มือกดเปิดวิทยุ  เสียงเพลงอัลบั้มครบ 10 ปีตราไปรษณีย์อากรดังบรรเลง

 

“ฉันไม่ง่วง  นอนเต็มที่แล้ว  นายนั่นล่ะนอนก่อนฉัน แต่ว่ายังเพลียไม่หาย”   เสียงทุ้มพูดธรรมดาแต่มีนัยยะแอบแฝงให้คนข้างๆเหลือบมอง

 

“ก็ผมบอกแล้วว่ามีเรียน 9 โมงครับ…..”   อลินหยิบข้าวกล่องที่เตรียมไว้สำหรับมื้อเช้าในรถออกมา   อาหารครบ 5 หมู่ในข้าวกล่องกล่องเดียวบำรุงสมองและร่างกายสุดๆ….

 

“ใช่นายบอกว่ามีเรียน 9 โมง  แต่นายก็บอกฉันเองว่านายนอนเที่ยงคืนได้  นายลืมแล้ว?”   โดนหยอกย้อนกลับมาว่าเป็นการเชิญชวนของตัวเอง  นักศึกษาซึ่งมีเข็มขัดประดับตรากุหลาบรีบกินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…  แต่จริงๆก็ปวดๆอยู่หรอกนะ….

 

อลิน แย้มเก้อ อายุ 21 ปี สถานะ ไม่โสดแต่ก็ยังไม่เปลี่ยนนามสกุล

การศึกษา : ปีสาม คณะแพทย์ศาสตร มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ

                มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำและเป็นเหมือนหน้าตาของจังหวัดกำแพงกุหลาบ  มีคณะมากมายหลากหลายสาขา นักเรียนมัธยมปลายส่วนใหญ่จะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ไม่ก็เข้ามหาวิทยาลัยกำแพงสีดำที่อยู่ไกลออกไป

 

พิกัดของมหาวิทยาลัยอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน   อาจจะดูใกล้แต่ที่จริงก็ต้องนั่งรถสองแถวหรือรถเมล์เข้าไปอีกอยู่ดี  เทียบกับสมัยเรียนโรงเรียนมัธยมไททันวิทยาลัยแล้วความสะดวกสบายมันต่างกัน   แต่ชีวิตมันต้องมีความลุ่มๆดอนๆบ้าง

 

คู่รักระดับส่วนสูงห่างกัน 10 เซนติเมตรไม่เปลี่ยนแปลงเดินทางตามท้องถนนมาเรื่อยๆ   เพลงไทยซึ่งร้อยละ 99.99% เป็นเพลงรักเคล้าคลอบรรยากาศ     คนหนึ่งขับรถส่วนอีกคนที่ตื่นแล้วก็เริ่มนั่งอ่านหนังสือเรียนและเลคเชอร์ของตัวเอง….

 

“ช่วงนี้นายเริ่มล้าๆนะ  ขอบตานายเริ่มช้ำ”   ดวงตาสีดำเหมือนขนกาเหลือบมองเป็นระยะๆ    อลินหัวเราะแห้งๆตาม   การเรียนแพทย์ไม่ง่าย จบแล้วก็ต้องเผชิญกำแพงใหญ่อย่างการสอบประกอบวิชาชีพอีก

 

“วันนี้ก็อาจจะต้องกลับช้าครับ อาจารย์มี Quiz ด้วย”   ใช้ดวงตาสีเขียวมองไปทางแฟนหนุ่มอย่างรู้สึกผิด   ต่างคนต่างเวลาน้อยลงเป็นเรื่องที่ต้องทำใจ…

 

ตั้งแต่มัธยมต้นเด็กหนุ่มอลิน แย้มเก้อก็มีความฝันที่จะเป็นนายแพทย์ตามรอยผู้เป็นพ่อให้ได้  ยามนี้จึงเป็นการก้าวครั้งใหญ่ไปสู่ความฝัน  ในฐานะคนที่ผลักดันและสนับสนุนมาตลอดทั้งเรื่องกำลังใจและค่าเทอม(?)  การจะรู้สึกเบื่อหรือน้อยใจมันก็ไม่มี….

 

อย่างน้อยๆเด็กหนุ่มก็ไม่เปลี่ยนใจไปเสียดุลให้เพื่อนนักศึกษาด้วยกัน

                “นายได้เจอเพื่อนๆบ้างก็ยังดี  ดีกว่าหายหน้าหายตาไปจากสังคม”   รีวัลย์นึกถึงพวกแก๊งค์เด็กร่วมก๊วนมัธยมของอีกฝ่าย

 

“ที่จริงก็กำลังจะนัดเพื่อนๆที่ไปเรียนมหาลัยอื่นมาเจอกันอยู่ครับ งานเลี้ยงรุ่นม.3/104  แต่ยังหาวันลงตัวไม่ได้”   ทุกคนกระจัดกระจายกันไปหลายที่…

 

“ก็ดีแล้ว แต่อย่าดึกนัก”   ที่แน่ๆกลุ่มทีมบาสเก็ตบอลเกือบปาฏิหาริย์นั้นสอบเอนท์สะท้าน(?)ติดที่เดียวกันหมด  สมกับที่ปาฏิหาริย์ไม่เคยเกิดในสนามกีฬา แต่มาเกิดในสนามสอบกันทุกทีไป….

 

รถยนต์ BMW สีขาวประจำตำแหน่งที่ปรึกษาเคลื่อนผ่านประตูมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่   ป้ายชื่อและสัญลักษณ์ของสถานศึกษาโดดเด่นเป็นที่จดจำด้วยลายกุหลาบ..   ตึกและอาคารหลายรูปแบบคล้ายกับสร้างไม่พร้อมกันกระจายตัวอยู่ทั่ว โดยมีอาคารเรียนรวมอยู่ตรงกลางและโรงอาหารกลาง

 

ล่วงเลยไปจนถึงด้านหลักซึ่งแทบจะเป็นโซนของคณะสายวิทยาศาสตร์จึงเห็นตึกคณะแพทย์ศาสตร์  เภสัชศาสตร์     อลินมองนาฬิกา ตอนนี้เวลา 08.30 น. มาถึงก่อนเวลาเรียนครึ่งชั่วโมงได้อย่างปลอดภัยทั้งที่รถติดเป็นหอยทากเป็นตะคริว….

 

เด็กหนุ่มถือเสื้อกาวน์สีขาวหันมอง    “พี่รีวัลย์รีบไปทำงานเถอะครับเดี๋ยวจะไปทำงานสายแล้วนะครับ”  จริงๆคือต้องสายแล้วแน่ๆตะหาก… สะพานตากสินไปสีลม….

 

“ตั้งใจเรียน  แล้วเจอกันเย็นนี้ที่คอนโด”    อลินผงกศีรษะตอบ  ว่าที่หมอหนุ่มทำท่าจะเปิดประตูรถลงไปปรับโดนรั้งแขนไว้เสียก่อน

 

“นายน่าจะลืมอะไรซักอย่าง”   เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาหันมองหน้า  กระพริบตาสองสามครั้งก็นึกออกทันทีเมื่อเห็นข้างใบหน้าคม

 

เรียวปากฉีกยิ้มกว้าง   “ตั้งใจทำงานนะครับ  อย่าเครียดเกินไปออกเดินนอกโต๊ะบ้างนะครับ แล้วเจอกันครับ”   ขยับเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้แก้มของฝ่ายตรงข้าม…

 

แต่โดนตลบหลังเจอใบหน้าคมหันมาแนบเรียวปากคมแผ่วเบา  เพียงครู่เดียวแทบจะไม่ทันรู้สึกตัว   “ไปเรียนได้แล้ว  เดี๋ยวจะสายต้องเดินไปห้องเรียนอีก”    พนักงานบริษัทที่ไม่ใช่เพียงพนักงานบริษัทอีกต่อไปยิ้มจางๆ    ฉวยโอกาสรวดเร็วปานจอมยุทธหนุ่ม

 

…..ความรักของคู่รักสูงต่ำที่ไม่ใช่การพนันชนิดหนึ่ง…

ยังคงสีสันสดใสเหมือนชื่อจังหวัดกำแพงกุหลาบ

                อลิน แย้มเก้อมองตามรถ BMW สีขาวแล่นจากไปจนลับสายตา    มองส่งแล้วจึงสวมใส่เสื้อกาวน์และสะพายกระเป๋าเป้หลังให้ดีๆ    ตอนนั้นจู่ๆกลับนึกอะไรขึ้นมาได้จึงหันกระเป๋ากลับมาค้นหาของ   อะไรบางอย่างที่โยนๆเอาไว้แล้วหลงอยู่ลึกๆ….

 

“เกือบลืมไปแล้ว.. ต้องเอาให้มะขามซักที”    ในมือถือเกียร์อันเป็นสัญลักษณ์ของนักศึกษาคณะวิศวะเอาไว้  ของที่ไม่ใช่ของตัวเอง แต่ไปแฮ๊บ(?)มาจากคนเป็นเจ้าของตัวจริง….

 

แล้วจึงเก็บมันใส่กระเป๋ากางเกงสีดำเอาไว้จะได้ไม่ลืมอีก    ยามเช้าของนักศึกษาแพทย์เริ่มต้นอย่างสดใส  สองขาก้าวเดินไปทางห้องเรียนที่รออยู่    แม้การเรียนจะยากเย็นแสนเข็ญ แต่กำลังใจเต็มเปี่ยมทุกวันไม่มีวันหยุด  ปีสามนี้ก็ยังเต็มไปด้วยพลังพอจะเอาไว้เล่นได้

 

วันนี้เจอกันอีกแล้วนะอาจารย์ใหญ่!!!

 

บนรถยนต์สีขาวซึ่งเดินทางกลับไปยังบริษัทที่ตั้งอยู่ห่างออกไปถึงสีลม   ร่างโปร่งผมดำสวมใส่สูทสีดำเคร่งขรึมขับรถผ่านรถยนต์คันแล้วคันเล่า   โทรศัพท์มือถือสองเครื่องวางอยู่บนโต๊ะที่นั่งคนขับ   เครื่องหนึ่งมีข้อความเข้ามาเรื่อยๆลงชื่อของเลขานุการส่วนตัว  ส่วนอีกเครื่องที่ไว้ใช้ส่วนตัวยังคงนิ่ง…

 

[หัวหน้าคะ วันนี้มีประชุม 10.30 น. นะคะ  ฉันรู้ว่าหัวหน้าไปส่งอลินคงมาไม่ทันเช้าแน่ก็เลยเลื่อนนัดออกไป]   เป็นหญิงสาวที่รู้ดีปานกับหลบอยู่ใต้เตียงเสมอมา…

 

ชายหนุ่มเพียงเหลือบมอง  น่าแปลกที่มองเห็นตัวหนังสือเล็กๆที่เด้งขึ้นมาราวกับว่าสายตาเริ่มยาวแล้ว…   ข้อความต่อไปยังคงเข้าต่อเนื่อง  [หัวหน้าคะ แล้วก็จากนั้นหัวหน้ามีเอกสารที่ต้องอนุมัติลงนามอีกนะคะ  คุณอัศวินเซ็นไว้แล้ว คุณหาญจิตด้วย]

 

อันที่สองเริ่มชวนให้ถอนหายใจ  อันที่สาม….  [แล้วก็หัวหน้าคะ  จะมีพิธีเปิดอบรมพนักงานของเรา หัวหน้าช่วยไปพูดเปิดให้ด้วยนะคะ]  ยิ่งน่าเหนื่อยหน่าย…..

 

งานที่ปรึกษาบริษัทเป็นงานที่ไม่ท้าทายในความรู้สึก  แต่การสืบทอดสายเลือดในบริษัทจากรุ่นประธานพิสิษฐ์มายังรุ่นของประธานอัศวิน สมิงห์  พวกตนซึ่งเป็นหัวหน้าและหัวกระทิมาตั้งแต่แรกจำต้องเลื่อนลำดับตามไป  อายุงานไม่มีทางย่ำอยู่กับที่ แล้วเลือกจะกลับไปเป็นพนักงานภาคสนามได้ง่ายๆ….

 

กระนั้นแล้วแม้มันจะน่าเบื่อขนาดไหน ยุ่งมากเพียงใด….

                ข้อความในโทรศัพท์สำหรับใช้งานส่วนตัว PinePhone 14S สีดำดังขึ้น   หน้าต่างเด้งขึ้นมาเป็นข้อความลงชื่อคนที่สำคัญที่สุด   [จะเริ่มคลาสแล้วครับ ขับรถดีๆนะครับ <3]

 

ก็ยังมีแรงบันดาลใจให้ทำงานต่อไปจากที่ทำไปวันๆ….

                เรียวปากคมหยักยิ้มกับข้อความนั้น  แรงบันดาลใจที่ทำให้ต้องทำงาน  เพราะยังต้องจ่ายค่าเทอม..เอ๊ย…  ต้องดูแลแฟนหนุ่มที่อายุใกล้จะเป็นลูกได้…  ตราบเท่าที่อีกฝ่ายจะเรียนจบและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองหวัง และเป็นการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างแท้จริง….

 

แต่ก่อนหน้านั้น….  เสียงเบรครถดังขึ้นจากการเบรคกระทันหันเกือบมีรถมาชนท้าย  รถข้างหลังเริ่มบีบแตรด่า…    “ถนนแถวนี้สกปรกจริงๆ”    ต้นเหตุนั้นไซร้มาจากมูลสุนัขที่กองอยู่บนถนนห่างจากรถยนต์ไปประมาณ 5 เมตร……  หวิดมีข่าวให้จส.200 ประกาศว่าเกิดอุบัติเหตุ

 

การต่อสู้เพื่อคว้าเอาความฝันควบคู่ไปกับความรัก…

ผลิดอกออกผลเป็นชีวิตในปัจจุบัน….

                เมื่อ 6 ปีที่แล้ว นายอลิน แย้มเก้อ อายุ 15 ปีเพิ่งมีบัตรประชาชนได้มาพบกับ นายรีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุล (แต่มีข่าวลือว่านามสกุลคุกิมิยะ) บนรถไฟฟ้า BTS ราชดำริ  ก่อเกิดความรักระยะห่าง 10 เซนติเมตรอันมั่นคงดุจดั่งหินผาทีละเล็กทีละน้อยยาวต่อเนื่องจากวัยหนึ่งไปสู่อีกวัยหนึ่ง

 

6 ปีต่อมานี้ทั้งคู่ยังคงคบหาและมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นไม่เปลี่ยนจนไม่มีลุ้นอะไร(?)    จากอดีตที่เกือบห่างไกล..  แต่ละคนที่เกี่ยวข้องล้วนเติบโตและดำเนินชีวิตไปในรูปแบบต่างๆ  โตขึ้น รับผิดชอบมากขึ้นทั้งเหล่านักเรียนและเหล่าพนักงานบริษัท…

 

เรื่องราวแสนสุขอบอวลไปด้วยสีชมพูแบบนี้….

มีตัวละครบางตัวหายไปรึเปล่านะ….

                ห่างไปจากตึกคณะแพทย์ศาสตร์ไม่ไกล  ณ  ตึกซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นจากลานเกียร์อันเป็นตำนาน(?)ของหลายๆมหาวิทยาลัย  สถานที่แห่งนี้คือคณะวิศวกรรมศาสตร์   นักศึกษาในเสื้อช้อปสีน้ำเงินเข้มบังตรามหาวิทยาลัยสีใหม่และสีหมองมากมายเดินผ่านไปผ่านมา…   เป็นภาพการแต่งตัวที่แตกต่างไปจากคณะก่อนหน้านี้หลายบรรทัด

 

บริเวณทางเดินนักศึกษาเฟรชชี่หน้าตาละอ่อนหนึ่งคน  หน้าตาเหมือนซิ่วมาแล้ว 3 รอบอีกคนยืนทำหน้าตาเจี๋ยมเจี้ยมเบื้องหน้าร่างสูงในเสื้อช้อปสีน้ำเงินและกางเกงยีนส์คนหนึ่ง   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นกราดเกรี้ยว   เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนแกมปลายสีเข้มโดดเด่น

 

“เจอรุ่นพี่ต้องไหว้!  มีสัมมาคารวะหน่อยไม่ใช่เดินผ่านหน้าไปเฉยๆ!!”   น้ำเสียงทุ้มแผดใส่ลูกเจี๊ยบทั้งสองจนตัวสั่น… แม้อีกตัวจะมีหน้าตาที่คนตวาดน่าจะกลัวมากกว่า….

 

“พวกเราขอโทษครับพี่!”   รุ่นน้องก้มหน้าก้มตาไม่ยอมมองตา   นักศึกษารุ่นพี่ปีสามช่างเหี้ยมโหดตาขวาง  หน้าตาอาจจะหล่อ แต่ความดุร้ายระดับท็อป(?)

 

“จำๆเอาไว้!  ถ้าอยากได้เกียร์จำไว้!! ไปได้แล้ว!!”    มือปัดไล่พวกเฟรชชี่ผู้น่าสงสารสองคนให้จากไป    สองหนุ่มในชุดนักศึกษารอดมาได้ก็รีบวิ่งจากไป

 

“ไม่ได้เรื่อง!”    ตะโกนไล่หลังไปด้วยเสียงอันดังยิ่งส่งให้ลูกเจี๊ยบที่ยังไม่มีเขี้ยวเล็บมาล้างแค้นวิ่งหนีไปไกลกว่าเดิม    ป้ายชื่อที่ใช้แขวนคอนั้นบ่งบอกว่ายังคงอยู่ในช่วงรับน้อง….

 

กิจกรรมที่นักศึกษาปีหนึ่งจะต้องเผชิญ….

เช่นเดียวกับตัวพี่ว๊ากหนุ่มที่ยืนว๊ากชาวบ้านอยู่ตอนนี้…..

 

พี่ว๊ากหน้าตาหล่อเหลามองตามไปพลางสบถในลำคอ  อนึ่งฟิคชั่นเรื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องปิ๊งรักระยะสิบเซน ไม่ใช่เรื่องพี่ว๊ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่งแต่อย่างใด…  คล้อยหลังจากรุ่นน้องทั้งสอง ขายาวนั้นเดินตรงดิ่งไปหาร้านชานมไข่มุกซึ่งอยู่ไม่ห่างไปจากตึกคณะ   หยุดยืนมองแล้วสบตากับคุณป้าคนขายนิ่งๆ  ต่างคนต่างมองด้วยสีหน้านิ่ง…..

 

จนกระทั่งคุณป้าเริ่มยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างเป็นมิตรปานได้เจอลูกค้าประจำ   “ว่าไงน้องจัน  วันนี้เอาเหมือนเดิมอีกรึเปล่า  ชานมไข่มุกสองแก้ว”

 

“เหมือนเดิมครับป้า  ของผมกับของอลิน”  มาดเมื่อครู่เริ่มกระเทาะหลุดหายไปเหมือนเปลือกไข่  เปิดเผยใบหน้าปกติธรรมชาติไม่ต้องฝืนทำหน้าเข้ม….

 

ป้าร้านชายไข่มุกหัวเราะร่วนที่เห็นความเปลี่ยนแปลง   ช่างน่าแปลกที่รุ่นน้องปีหนึ่งไม่สังเกตเสียที    “ได้จ้า  แล้วก็นี่เมื่อกี้สาวเภสัชมาฝากเอาไว้ให้  เคาน์เตอร์เพนจ้า  เห็นว่าฝากเค้าไปซื้อให้”   มือเหี่ยวย่นหยิบถุงยาส่งให้

 

Get เคาน์เตอร์เพน 1 ea …    “ขอบคุณครับป้า  เดี๋ยวผมไปขอบคุณน้องคนนั้นอีกทีด้วย  ถ้าไม่ได้ผมโดนด่าแน่”  ไม่ได้เอาไว้ใช้เองหรอกนะ…

 

“น้องจันปวดกล้ามเนื้อบ่อยเหรอถึงต้องใช้น่ะ หมดเร็วนะ”  คำพูดที่คนฟังสะอึกเล็กน้อย  คนที่ปวดกล้ามเนื้อบ่อยน่ะไม่ใช่เขาหรอก…..

 

“ประมาณนั้นล่ะครับ ใช้กันหลายคนด้วย…”  เฉไฉออกไปแทนที่จะพูดความจริง  เจ้าคนที่ต้องปวดกล้ามเนื้อแต่ดันไม่ยอมหายาเอาเองมาหวังพึ่งเขาน่ะ….คือรักแรกของเขานั่นเอง

 

รักแรกในความทรงจำกว่า 9 ปีไม่เคยเปลี่ยนใจไปมองคนไหน  ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาเกิดชอบผู้ชายเข้าสู่เส้นทางสีม่วง…   เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนม.ต้นที่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใส่ชุดกาวน์นักศึกษาแพทย์  คนที่มอบบาดแผลและเรื่องราวดีๆมาให้มากมายเหลือล้น… อลิน แย้มเก้อ…

 

บทบรรยายนี้ช่างเหมาะสมกับพระร๊องรองแบบเขาเสียเหลือเกิน..  จะมีซีซั่นสองเพื่อรังแกเขาอีกทำไมเนี่ย โลกมันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย     “ได้แล้วจ้าน้องจัน”   ชาไข่มุกสองแก้วใส่ลงในถุงยื่นมาจากมือคุณป้าผู้ใจดี

 

“ผมไปนะป้า  แล้วจะมาซื้อใหม่”   นักศึกษาวิศวะในเชื้อช้อปถือถุงยาและชาไข่มุกสองแก้วเดินจากไป… ผ่านลานเกียร์ไปยังตึกคณะเพื่อน

 

จัน สะกิดใจ อายุ 21 ปี สถานะ โสดสนิทไม่มีภาระผูกพัน

การศึกษา : ปีสามคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ

                เด็กหนุ่มอกหักรักคุดแต่สาวไม่เมินมาตั้งแต่อายุ 13 ปี   บัดนี้โตมาเป็นหนุ่มรูปหล่ออดีตเดือนมหาวิทยาลัย  เป็นที่หมายปองของสาวๆมากมายเพราะเป็นชายหนุ่มในฝัน  แต่หนุ่มวิศวะคนนี้นั้นไซร้กลับยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน..  สาเหตุแรกมาจากรักคุด..   สาเหตุที่สองมาจากเพิ่งตัดใจจากรักเก่าได้ไม่นาน…

 

รักครั้งแรกมักจะไม่สมหวัง ถ้าไม่กลายเป็นความทรงจำที่แสนเศร้า ก็มักจะเป็นความทรงจำที่นึกถึงแล้วมีความสุขหรือขำขันไปกับมัน  รักครั้งแรกของเด็กหนุ่มก็เช่นเดียวกัน  เป็นเรื่องราวเลิฟคอมเมดี้หวานอมเปรี้ยวเคล้าน้ำตาและตลกขบขำสิ้นดี…

 

ที่แน่ๆตอนนี้เป็นเพื่อนรักที่ไว้ใจและสนิทกันมากที่สุด  มันคือรางวัลตอบแทนสายสัมพันธ์อันยาวนานได้เป็นอย่างดี  “สองคนนั้นก็น่าจะเพลาๆบ้าง  ค่ายาไม่เคยจ่ายให้เลยเว้ย…”  จะปวดกล้ามเนื้อบ่อยไปไหน….

 

ปวดตรงไหนก็ออกจะเดาง่าย และปวดเพราะอะไรก็เดาได้ง่ายอีกเหมือนกัน…  หลังจากอายุ 20 ปีขึ้นปี 2  อลินก็ย้ายไปอยู่คอนโดมีเนี่ยมย่านพญาไทกับแฟนหนุ่มพนักงานบริษัท.. ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าเป็นที่ปรึกษาบริษัท  กลายเป็นความรักเกินเอื้อมไปถึงแล้ว เขาถึงได้ตัดใจ….

 

“เฮ้ยจัน!   กำลังจะไปหาอลินเหรอ!”   เสียงเรียกดังมาจากเบื้องหลังเรียกให้พระร๊องรองที่บทเริ่มจะเยอะหันกลับไปมอง

 

เพื่อนนักศึกษาผมโล้นไร้เส้นผมวิ่งตรงดิ่งมา  มือถือสมุดเลคเชอร์โบกไปโบกมา    “มีอะไรวะโขน   นายไม่มีเรียนหรือว่าจะไปหาคุณคีตะอีกล่ะ…”

 

“พี่คีตะมาตอนเย็นโน่น   จะขอยืมคีย์การ์ดหอหน่อย  ฉันลืมของไว้แต่ดันลืมเอาคีย์การ์ดออกมาด้วย”   เพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมต้นถอนหายใจ

 

โชนจนป่านนี้ก็ยังไม่มีผลซักเส้น  ความร้อนแรงของคนบางคนมันคงมีมากเกินไปผมเลยไม่งอกเสียที…   ครูพละศึกษาผู้ฝึกสอนบาสเก็ตบอลให้กับพวกเขา ตอนนี้เกษียณตัวเองออกจากงานแล้ว  และแฟนหนุ่มคนนี้ก็เริ่มสานต่อการเป็นครูด้วยการเข้าคณะครุศาสตร์

 

“เออเอาไป  เอามาคืนฉันด้วยไม่งั้นฉันเข้าหอไม่ได้”    มือล้วงหยิบคีย์การ์ดเข้าหอพักหน้ามหาวิทยาลัยให้กับเพื่อนร่วมแก๊งค์ที่สายสัมพันธ์ยังคงแน่นแฟ้น

 

เด็กหนุ่มไร้ผมรับมาพลางผิวปาก   “แล้วนายหาเกียร์เจอรึยังว่าหายไปไหน?”   คนฟังสะอึกในทันที.. มันเป็นปัญหาในตอนนี้….

 

“ยังหาไม่เจอ…… หายไปไหนไม่รู้ หาทุกซอกแล้ว….”   จันถอนหายเฮือกใหญ่  ของสำคัญมันหายไป  เกียร์สัญลักษณ์นักศึกษาวิศวะ… มันคือหัวใจที่เป็นตำนานเลยนะ…

 

รุ่นแล้วรุ่นเล่า… เกียร์นักศึกษาวิศวะเป็นเหมือนหัวใจที่ต้องให้กับคนที่ตัวเองชอบ…

การที่เขายังต้องเก็บมันไว้กับตัวเองยันปีสาม..ก็เพราะรักคุด….

                ให้คนอื่นก็ยังไม่มีโอกาสจะให้ไม่ทันไรมันก็หายไปแล้ว.. จะไปซื้อใหม่จากคณะมันก็ไม่ขลังแล้ว เพราะมันไม่ใช่ของที่ได้รับมอบจากรุ่นพี่หลังจากรับน้อง!   พูดแล้วก็ยกมือขึ้นมาขยี้ผมตัวเองด้วยความเซ็ง…   จะประกาศตามหาด้วยเสียงตามสายมันก็ไม่ไหว….

 

พลันนึกถึงโปรแกรมโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กที่ไม่ได้ใช้มานานขึ้นมาได้   “บางทีฉันต้องลองทวิตตามหาแล้วว่ะถ้ายังไม่เจอ  เผื่อมีคนเอามาคืน”     อย่างน้อยก็มีคนติดตามไม่ยอมอันฟอล.. ไหนจะมีพวกสาวๆที่แอบตามชอบเขาอีก  เผื่อจะได้คืนมา…

 

โขนมองคนที่ทำเกียร์หายตั้งแต่ยังไม่ได้ให้คนที่ตัวเองชอบอย่างขำๆ   ตั้งแต่ตัดใจจากเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างอลิน แย้มเก้อ นี่เวลาก็ผ่านมาพักใหญ่ๆจนดูเหมือนไม่เคยมีเยื่อใยต่อกันแล้ว  แต่เพื่อนหน้าตาดีคนนี้กลับเป็นคนเดียวในกลุ่มทีมบาสเก็ตบอลเกือบปาฏิหาริย์ที่ยังไร้คู่…..

 

ขนาดอานัติที่ดูมุ่งเรียนอย่างเดียว  ตอนนี้ยังเริ่มมีเรื่องราวดีๆกับสาวคณะศิลปกรรมซึ่งเป็นเพื่อนใหม่ของไร่นาและเบญจรูญเลย….   “จัน  นายต้องเริ่มเลือกใครซักคนที่มาชอบนายได้แล้วว่ะ  ไม่ก็มะขามที่อลินจับคู่ให้นายนั่นล่ะ”

 

“ใช่เซ่…. พวกนายมันคนมีคู่!”    เหลือเขาโดดเดี่ยวเป็นมะพร้าวต้นเดียวบนเกาะ ในขณะที่เพื่อนๆลอยออกจากทะเลความโสดไปกันหมดแล้ว….

 

อันความหล่อนั้นไซร้มีไปก็เท่านั้น ถ้าเกิดปล่อยตัวเองให้รักคุดอยู่แบบนี้…   มีคนมาชอบกี่คนกี่คนถ้าไม่เลือกมันก็เท่านั้น ความหล่อก็มีไว้ประดับหน้าต่อไปไร้ซึ่งประโยชน์….     “หวังดีนะเว้ย  เห็นเคว้งอยู่คนเดียว”    เคว้งมาตั้งแต่อายุ 15 ยัน 21……

 

ชายซึ่งโดนตอกย้ำในปมด้อยสะอึกแล้วสะอึกอีก  เดือนมหาวิทยาลัย สูง 178 เซนติเมตร ขึ้นมาจากตอนเรียนมัธยม 3 เซนติเมตร เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์  เรียนกีฬาก็เก่งเพราะเป็นนักบาสเก็ตบอลเก่า  นิสัยก็พอจะดี  เป็นที่พึ่งพาของคนอื่นเค้าได้ แต่….รักเขาข้างเดียวจนเพียงตัดใจได้หลังผ่านมา 9 ปี

 

“ฉันมุ่งมั่นมานานแค่นั้นเอง  เดี๋ยวฉันก็มองๆดูแหละเว้ย  ตอนนี้อลินก็จับคู่กับมะขามอยู่ไงเล่า”    พี่สาวผู้เป็นญาติสนิทของรักครั้งแรก….

 

ดาวมหาวิทยาลัยในปีที่เป็นเฟรชชี่ร่วมกัน… สมกันราวกับกิ่งทองใบหยก….

แต่สาวจะเอามั้ยนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง….

                นั่ง BTS เป็นร้อยรอบก็ไม่มีทางเจอพรหมลิขิตบันดาลชักพา~  มันคงเป็นกรรมเก่าที่ทำให้พ้นเวรพ้นกรรมได้ช้าขนาดนี้    โขนมองหน้าเพื่อนแล้วกลุ้มแทน.. กลุ้มจนไม่กล้าถามว่าจนป่านนี้ยังเป็นเชอรี่บอยอยู่รึเปล่า…. เพราะมันคงไม่หรอกน่า…

 

“ฉันกลับหอก่อน  นายเอาของไปให้อลินไป!”   โขนโบกมือลาเพื่อนคณะวิศวะแล้ววิ่งจากไป   เพื่อนร่วมรุ่นโบกมือตอบกลับ

 

“นี่ฉันมันน่าสงสารขนาดนั้นเลยเหรอวะเนี่ย….”   เสียงจากสวรรค์ดังมาว่า [ใช่]   พระร๊องรองผู้ไม่อาจไต่เป็นพระรองได้…. การเป็นพระเอกมันก็ช่างห่างไกล…..

 

จะต้องเหงากันอีกนานมั้ย~  ต้องนั่งถอนใจอีกกี่ครั้ง~   เสียงเพลงโปรดส่งใครมารักฉันทีดังผ่านเสียงตามสายชวนให้เดินตรงดิ่งไปคณะนิเทศน์เพื่อตวาดดีเจที่เปิดในตอนนี้  ตอกย้ำจริงเว้ย!!    ใช่ทำไมต้องเป็นเรา!   เพราะฟ้าเขียนบทพระร๊องรองมาให้นั่นล่ะ!!

 

โปรดส่งใครมารักฉันที!!  ผ่านฤดูน้ำหลากมาหลายรอบแล้ว!!

                ผู้ชายผู้เป็นที่รักของคนมากมาย แต่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีใครรักเพราะมัวแต่ไปมุ่งมั่นกับอย่างอื่นถอนหายใจ  ในที่สุดก็มองถุงยาและชาไข่มุกในมือของตัวเอง… นี่คือสิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้   ไปหาเพื่อนรัก…  ไปหาเด็กหนุ่มที่แม้ตอนนี้จะไม่อาจเป็นคนรัก  แต่ก็ยังเป็นคนสำคัญได้

 

ฟ้าส่งให้ฉันเป็นเพื่อนแท้  ส่งคุณรีวัลย์มาเป็นคู่แท้

พวกเราสามคนไม่ได้บาดหมางกันแบบละครรักสามเส้าหรอกนะ…

                จันเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งเหลือเพียงข้ามถนนในมหาวิทยาลัยอีกแค่รอบเดียวก็จะถึงหน้าตึกคณะแพทย์ศาสตร์    แต่ทว่าดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกลับเห็นใครบางคนเข้าเสียก่อน    ตรงนั้นคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ 188 เซนติเมตร ผมสีบรอนด์ทองสวมใส่ชุดสูทสีเทาเข้มมาดผู้บริหารเปล่งประกาย…..

 

“นั่นมัน……………”   ปากเริ่มสั่นพะงาบๆเมื่อมองคนที่อยู่อีกฝั่งของถนนตั้งแต่เท้าจรดขึ้นไปหัว….    ลางสังหรณ์มันบอกว่าต้องมีเรื่องไม่ดี

 

“หาเบอร์เธอจากในประวัติที่เคยทำงานพิเศษ  เธอก็ดันเปลี่ยนเบอร์ไปซะแล้ว  ฉันเลยมาหาเธอที่นี่”    เสียงทุ้มเปล่งขึ้น  ชวนให้คิ้วขมวด….

 

ที่แน่ๆ….เมื่อ 6 ปีก่อนมีเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้น…..

 

ทุกเรื่องทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นแบบผิดที่ผิดทาง…  เป็นความหวาดผวาที่ติดตัวมาตลอด 6 ปีราวกับเป็นฝันร้าย…    และต้องหลบเลี่ยงกันมานาน…   เหตุการณ์บางอย่างที่อยุธยาในช่วงปิดเทอมก่อนเปิดภาคเรียนที่  1 ของชั้นม.4 ที่ต้องไปทำงานพิเศษกับอลิน แย้มเก้อ……

 

6 ปีที่ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นได้อีกต่อไป….

 

ใยเริ่มรู้สึกแปลกๆว่าจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น    “ตอนนี้ฉันไม่มีพันธะอะไรแล้วเรื่องคนรัก”   คิ้วสีน้ำตาลอ่อนเริ่มชี้ขึ้น….

 

“แล้วบอกผมทำไมน่ะครับคุณอัศวิน….”   ร่างสูงใหญ่ตั้งท่าจะเดินข้ามถนนมา  ร่างสูงแต่น้อยกว่า 10 เซนติเมตรก็รีบก้าวถอยหลังเตรียมโกยเต็มที่

 

ชายมาดดีตรงหน้านี้คือประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยในบ้าน  เป็นอดีตเพื่อนร่วมงาน แต่ปัจจุบันคือเจ้านายของแฟนเพื่อน….     “ฉันเริ่มติดใจเธอขึ้นมาแล้วน่ะสิ”    เพียงแค่เห็นภาพนั้นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ  มือก็ปล่อยของร่วงลงพื้นทันที แต่ยังรักษาชาไข่มุกยิ่งชีพไว้ได้!

 

อัศวิน สมิงห์ อายุ 4X ปี สถานะหัวใจเพิ่งจะว่างเมื่อไม่นานนี้….

หน้าที่การงาน : ประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยในบ้าน

 

                “หา!!!!!!?????”   จัน สะกิดใจ  อดีตเดือนมหาวิทยาลัยอุทานลั่นถนน   สายตามองจ้องไปยังประธานบริษัทหนุ่มใหญ่ที่อายุมากกว่าตัวเองยิ่งกว่าแฟนของอลินด้วยความตะลึงอึ้งทึ่ง

 

“มาคุยกันเรื่องเมื่อ 6 ปีที่แล้วกันเถอะ   ที่อยุธยาตอนนั้น”    หากความรักบน BTS นั้นเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว…  เรื่องราวที่ขาดหายไป 6 ปีแล้วกลับมาอีกครั้ง… ก็คงเป็นเที่ยวบินที่เพิ่งลงจอดหลังลอยละล่องบนท้องฟ้ามาเนิ่นนาน…..

 

ระยะที่ก่อให้เกิดความรักนั้นคือ 10 เซนติเมตร

                จากครั้งหนึ่งเป็นพนักงานบริษัทกับนักเรียนมัธยม  สู่อนาคตของที่ปรึกษาและนักศึกษาหนุ่ม… และอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของประธานบริษัทและนักศึกษาอีกคน…   ความรักที่เปราะร้าวมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็มีกาวตกลงมาจากฟ้าให้มาช่วยสมาน…..

 

ความรักนั้นก็เหมือนสิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะในระยะสิบเซนติเมตร

ว่ากันว่าเรื่องหลักมักมีเรื่องแยก  พระรองที่แย่มักมีแฟนๆขอให้สมหวัง

 

ความรักในระยะ 10 เซนติเมตรครั้งใหม่….

ในวันนี้ที่พระร๊องรองได้มีความสำคัญ….

————————————————————————————————————-

Free Talk : มันกลับมาอีกครั้ง! จริงๆคือกะจะแค่เปิดบอทเหมือนเดิม แต่ว่ามีหลายคนบอกว่าเขียนคู่อัศจันเป็นเรื่องเถอะ ก็เลยเขียน …

แต่เนื้อหาในบอทกับเนื้อหาในฟิคมีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยตามความเหมาะสมและคล้องกับเรื่องราวในภาคหลักฟิคของรีวัลย์อลินด้วยนะคะ อย่างน้อยก็ไทม์ไลน์และเหตุการณ์บางอย่าง มันจะเหมือนกับในบอททั้หมดไม่ได้ ในบอทเริ่มมาคุณอัศวินก็ไล่จีบจันแล้ว มันต้องมีจุดเริ่มต้น เพราะงั้นจะไม่เหมือนในบอททั้งหมด แต่ก็คงคล้ายๆกัน (มั้ง)

ฉากที่อัศวินมาเจอจัน ตอนนั้นเพียงโปรดส่งใครมารักฉันทีดังขึ้นมาเลย แบบว่าขำมาก ก๊ากกกกก ตอนแรกไม่คิดว่าจะเขียนคู่นี้เลย หลายๆคนก็เชียร์อานัติจัน แต่ว่ามันมีเคมีอย่างประหลาดเลยทีเดียว

จะพยายามเขียนให้จนจบให้จนได้นะคะ แล้วซีรี่ย์ปิ๊งรักก็จะจบแบบสมบูรณ์แบบ

ปล. โดนขู่ไม่ให้เข้างานไททันถ้าไม่จบ TTvTT

Advertisements
 
8 ความเห็น

Posted by บน 10/07/2013 in Uncategorized

 

8 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 1

  1. maleen27

    10/07/2013 at 11:04 PM

    แอร๊ยยยยย
    ดีใจที่ได้อ่านซีรี่ย์(?)นี่้อีกครั้งค่าา
    ยังคงสนุกเหมือนเดิมค่ะ ตอนที่บอกว่าครูคีตะเกษียณตัวเองนี่ขำไม่หยุดเลย 555555555 จันบทพี่ว้ากน่ารักมากค่ะ นึกภาพออกเลย คงโฉดๆกร่างๆตามประสา 5555 คุณอัศวินนี่จู่ๆก็มาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเลยนะคะ แค่บอกว่าติดใจก็จะจีบเลย อ่ากกก รอโมเมนท์คู่นี้นะคะะะ ต้องเขินจนตัวบิดแน่ 5555

     
  2. จจ

    10/07/2013 at 11:06 PM

    งี้ดดดดดดดด อัศจันมาแล้วววว ดีใจมากๆค่ะที่เขียนต่อ Ss นี้ ~~~

    จริงๆมันยังคงต่อเนื่องนะคะ เพราะจำได้ว่าจันทวิตหัวเสียเพราะใครคนหนึ่งหลังจากประกาศหาเกียร์ มันลื่นไหลอย่างแรง

    Ss นี้จะตามอ่านอย่างกระชั้นชิดเลยค่ะ!! (⌒▽⌒)/

     
  3. tanok

    10/07/2013 at 11:07 PM

    อ่านแล้วหุบยิ้มไม่ได้เลยค่ะ จันน่าร๊ากกกกกกกกกกก
    6 ปีผ่านไปแต่ยังฝังใจคุณอัศวินนี่ รักนี้มันช่างอัศจัน 55555
    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังรักน้องอลินกับคุณพี่รีวัลย์นะคะ
    ขับรถไปส่งน้องถึงม.ด้วยอ่ะ สวีทกันจริงๆเลย
    เชียร์คู่อัศจันสุดใจขาดดิ้นค่ะ 55555 //โดนจันเตะ

     
  4. ปลากระป๋องใส่กาว (@Valcan_Oenghus)

    10/07/2013 at 11:19 PM

    รีลิน สวีทมากกกกกกกกกกกกกกก ยาแก้ปวดไม่จ่ายตังค์นั่นมันอัลไล แถมให้จันไปซื้อีกต่างหาก!!! 55555 น่าสงสารจัน ชานมไข่มุกมา6ปี ฟฟฟฟฟฟฟฟ
    เกียร์นายไปไหนน่ะจัน คุณอัศวินนี่แบบบบบบบ กรี๊สสสสสสสสสสสสสส อปป้าอัศวิน

     
  5. shizuku123

    10/07/2013 at 11:48 PM

    เห็นฟิคตอนกำลังจะไปนอน ตกกะใจ 555 มีภาคต่อจริงๆ เหรอนี่ ดีจังค่ะ 5555
    เข้าใจละทำไมจันต้องสูงขึ้นเป็น 178 เซ็น จะได้ไม่หลุดคอนเซป แหม ชอบจังค่ะ 555
    คู่รองมาแรงมาก คุณอัศวินรุกใส่อย่างรุนแรง ก๊ากกกก
    รอดูตอนต่อไปค่า

     
  6. Me ★ Myself ★ and I (@PooFuGirl)

    10/08/2013 at 12:54 AM

    ไหนว่าจะเปิดฉากด้วยความร้อนแรงของรีลินไง XD
    สงสารจันอ่ะ ความรักที่บูชา 9 ปีผ่านไปพระร๊องพระรอง
    ได้อัพเกรดเป็นร้านขายยากับคนซื้อชานมไข่มุก 🙂
    ซึ่งค่ายาไม่เคยจ่าย… แอบสงสารเหมือนกันที่ต้องมา
    ฝากชาวบ้านซื้อเคาท์เตอร์เพนด้วยเรื่องปวดกล้ามเนื้อ
    ของคู่รักทฤษฎีสีชมพู

    แต่ SS2 นี้นายจะได้ผงาดขึ้นเป็นนายเอกอย่างเต็มตัว
    อย่าเสียใจไปเลยนะ /ตบบ่า!/
    แม้วิธีจีบของพระเอกนายจะคุกคามพื้นที่หัวใจไปสักหน่อย
    แต่อดทนเถอะนะ

    เลิฟเพนกวิน !! >w<
    อัศจันทำให้วันจันอันโหดร้ายของชั้นไม่โหดร้ายของชั้น
    มีเรื่องฟิน ๆ ได้

     
  7. scuroluce

    10/08/2013 at 4:19 PM

    พี่อายะะะะะะะะะ //พุ่งเข้าใส่

    6 ปีผ่านไป จันก็ยังโดนอลินใช้งานเหมือนเดิม​ ฮาาา ถึงแม้จะขยับจากคู่ปรับมาเป็นเพื่อนสนิทแล้วก็ตามที

    ไม่เคยคิดว่าจันเคะเลยนะคะ จนมาเจอคุณอัศวิน กร๊ากกกกกกกกกกก

     
  8. taraikari

    10/20/2013 at 12:19 AM

    เพิ่งได้อ่านซีซํ่นสองอย่างเป็นทางการ
    หกปีผ่านไปในที่สุดจันก็จะได้เลิกเป็นพระร๊องพระรองแล้ว
    ส่วนคู่พี่รีวัลย์กับน้องอลินก็ยังดาเมจรุนแรงเหมือนเดิมค่ะ
    สมัยก่อนเน้นมุ้งมิ้ง แต่ตอนนี้ร้องแรงค่าาาาาา

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: