RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 6

23 ต.ค.

 

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : NC-15
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

 

 

อะไรเอ่ยยิ่งหนีก็ยิ่งตาม ยิ่งกลัวยิ่งโดนแกล้ง

                กลเม็ดจีบสาวบนโลกใบนี้มีมากมายหลายมุขเอามาเขียนตำราไตรภาคก็ไม่จบ  ตำราพวกนั้นเอามาใช้อ้างอิงจีบผู้ชายได้ในบางส่วน อย่างน้อยๆก็ทฤษฎีตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก  กลยุทธในสงครามรักอันนี้ใช้ได้ตั้งแต่จีบเด็ก จีบวัยรุ่น จีบผู้หญิง จีบคนชรา ยันจีบเพศเดียวกัน  แต่ตำราตื้อเท่านั้นที่ครองโลกถ้าหน้าตาดีไม่จริงมันจะกลายเป็นดาบสองคมในทันทีทันใด…

 

การตื้อต้องมีเวลาและความอดทนสูงกว่าปกติ

คนตื้อคนอื่นมาโดนตื้อเองตอนนั้นจะเริ่มรู้สึก….

ตอนที่ 6 : หาลูกต้องเข้าทางพ่อแม่ หานักศึกษาต้องเข้าหาทางอาจารย์

 

โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใกล้อาคารโรงอาหารเป็นแห่งชุมนุมของนักศึกษาหลากหลายคณะ   บ้างนั่งกินขนม บ้างนั่งทำรายงานปั่นการบ้านให้ทันส่งช่วงคลาสเรียนตอนบ่าย  บ้างจับกลุ่มกันเล่นดนตรีส่งมุขเสี่ยวให้กับนักศึกษาหญิงที่เดินผ่านไปมา  มีนักศึกษามากมายทำกิจกรรมอย่างรื่นเริงสดใสอยู่ที่นี่

 

ผิดกับโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นมะขามต้นแรก  บรรยากาศสีทะมึนแผ่ออกมาเสียจนเพื่อนร่วมโต๊ะ 5 คนต้องนั่งเหงื่อตกไปกับตัวต้นเหตุ   อดีตทีมบาสเก็ตบอลเกือบปาฏิหาริย์พร้อมใจกันนั่งมองชายหนุ่มเดือนมหาวิทยาลัย  ออร่าสีเทาดำที่แผ่ไปทั่วนี้มันกลืนภาพหนุ่มหน้าตาดีไปหมดแล้ว

 

ร่างโปร่งผมเกรียนไม่ได้ทำตามแฟชั่นถอนหายใจ   “เฮ้ยจัน  นายจะนั่งหม่นอีกนานมั้ยวะน่ะ”  มันน่าเอาของขลังที่ได้จากหลวงตามาปัดเป่าวิญญาณร้ายเสียจริง

 

นักศึกษาตัวสูงทำตัวเป็นพื้นหลังผงกศีรษะตาม   โดยมีเพื่อน(?)มากกล้ามเป็นปากให้แทน   “ทะมึนมาตั้งแต่กินข้าว เกิดอะไรก็บอกๆมา เดี๋ยวไปเรียนกันอีก”

 

“มีอะไรเกิดขึ้นเล่าให้พวกผมฟังได้นะจัน”   อานัติผู้เป็นคนปกติ(?)ที่สุดหว่านล้อม   กระนั้นจัน สะกิดใจก็ยังปิดปากไม่ยอมพูดอะไรออกมาอยู่ดี

 

จนกระทั่งอลิน แย้มเก้อเงยหน้าขึ้นจากหนังสือการ์ตูนหน้าปกล่อแหลม   “อ่านจบแล้ว”  ไม่ได้สนใจอะไรบรรยากาศรอบตัวเลย…..

 

ไม่มีเงินเล่ม 1 วางลงบนโต๊ะ  ดวงตาสีเขียวเบี่ยงมองไปทางเพื่อนรักคณะวิศวะ   “นายยังไม่หายหงุดหงิดเรื่องคุณอัศวินอีกเหรอวะ?”   ธุระอ่านการ์ตูนของตัวเองเสร็จสิ้นจึงได้เริ่มช่วยเรื่องเพื่อน….

 

เครื่องหมายคำถามพร้อมใจกันขึ้นเต็มหัวเพื่อนพ้องอดีตทีมบาสเก็ตบอลปาฏิหาริย์   คำว่า [อัศวิน] ที่หลุดออกจากปากของนักศึกษาแพทย์พาลให้คนฟังหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม  คำว่าอัศวินมีความหมายทางพจนานุกรมคือนักรบ ผู้กล้า กล้าจริงๆ… กล้าเกินไป!

 

            ผู้ใหญ่เดี๋ยวนี้ชอบเอางานมาอ้างในการออกมาพบคนอื่นสินะ!?

                โขนที่ยังปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้ยกมือถาม   “คุณอัศวิน?  คุณอัศวินไหนนั่น  แล้วเกี่ยวกับจันยังไง?”  ความอยากรู้อยากเห็นในตัวของแต่ละคนพากันลุกชันอย่างเต็มที่

 

อลินหันมองเพื่อนร่วมโต๊ะอีก 4 คน  ไม่สนใจมองเลยว่าเดือนมหาวิทยาลัยหนุ่มจะเริ่มโวยวายไม่ให้เล่า   “คุณอัศวินเป็นประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านน่ะ   บริษัทที่พี่รีวัลย์ทำงานอยู่”   ได้ยินดังนั้นทุกคนพร้อมใจกันยกกำปั้นทุบมือตัวเอง

 

“นายจะเล่าทำไมวะอลิน!” จันจับบ่าเพื่อนผมสีน้ำตาลเข้ม    ดวงตาสีเขียวเฉไฉมองไปทางอื่น  ยิ่งไม่เล่ายิ่งไม่ได้ไปเรียนกันเสียที

 

“เขาทำอะไรนายล่ะจัน?”  แม้แต่เบญจรูญที่ไม่เคยมีบทพูดเลยมาตั้งนานและอาจจะ 6 ปียังเป็นฝ่ายถาม   เด็กหนุ่มผู้มีชื่อเหมือนดวงจันทร์อยากจะล้มโต๊ะ…

 

ปิดปากเงียบไม่ยอมพูดอะไรทั้งนั้น   เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดข้างๆจึงจัดให้  “ท่าทางจะมาตามจีบน่ะ  มาหาถึงมหาลัยเลยว่ะ”   อลินคนดีไม่อยากให้เพื่อนต้องค้างคาใจ

 

โขน อานัติ ไร่นา เบญจรูญพากันอ้าปากค้างที่ได้ยิน   “จริงเหรอ!”    เสียงผสานกันพร้อมเพรียงไม่ต้องนับ 1 2 3 เตรียมพร้อมกันก่อน

 

จัน สะกิดใจหน้ากลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธและเคือง   “ไม่รู้!  อาจจะไม่ได้มาจีบ แต่ตามจนน่ากลัวเลยเว้ย!”  แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก็บั่นทอนพลังชีวิตและอายุขัยให้น้อยลงไปกี่ปีก็ไม่รู้….

 

นักศึกษาร่างกายบึกบึนบีบไหล่เพื่อนร่วมกลุ่ม  อยากจะเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตาแห่งความปิติ  ประหนึ่งพ่อแม่ที่ได้เห็นลูกชายได้ดิบได้ดี(?)   “ในที่สุดนายก็ใกล้จะหลุดจากคำว่าโสดแล้วสินะ”  หลังจากสาวๆมาหยิบยื่นขนมจีบมาให้มากมายแต่ก็ไร้ผล…

 

“เฮ้ยๆๆ!   ไม่โสดอะไรวะ!  ยังโสดอยู่ ก็บอกแล้วว่าไม่ได้มาจีบมั้ง!”  เน้นหนักที่คำว่ามั้งในตอนท้ายเพราะความไม่แน่ใจในสถานการณ์ตอนนี้…  อีกทั้งไม่กล้าเล่าเรื่องเมื่อ 6 ปีก่อนให้ฟังอย่างละเอียด  เล่าไปคงโดนล้อยันลูกบวช.. ถ้ามีล่ะนะ

 

“อ๋อ…  ที่นายบอกว่ากินซาลาเปาก่อนข้าวไปแล้ว  มีคนเอามาให้นี่เอง อย่าบอกนะเว้ยว่านายไปรับซาลาเปาหน้าลานเกียร์มาแล้ว???”   โขนรีบถามต่อ    จันยื่นมือไปบีบหัวเกลี้ยงเกลานั่นในทันที

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองด้วยความแค้น  ปานแค้นฝากไปถึงคนที่ให้ซาลาเปา   “ไม่ได้รับหน้าลานเกียร์เว้ย…. รับในคณะแพทย์…..”   ตำนานอะไรนั่นไม่มีทางเป็นจริง….

 

“จัน  ทำร้ายโขนเดี๋ยวก็โดนครูคีตะ….”   ร่างสูงที่สุดในกลุ่มรีบเตือนเมื่อเห็นการทำร้ายร่างกาย   มือนั้นปล่อยทันทีที่ได้ยินชื่ออดีตอาจารย์พละสมัยมัธยม…

 

เพื่อนพ้องพากันมีคู่ไว้คุ้มภัย มีเขาเวิ้งว้างเหมือนดวงจันทร์ในอวกาศ….

มีแต่กระต่ายอยู่เป็นเพื่อน…

                ร่างโปร่งผมสีบรอนด์ที่สูงขึ้นจากสมัยเรียนมัธยมหลายเซนติเมตรแอบขำ    อลินนั่งถอนหายใจที่เห็นเด็กหนุ่มกระฟัดกระเฟียดฟาดงวงฟาดงาเหมือนม้าพยศคลั่ง…   แต่ม้ามันไม่มีงา  งั้นคงต้องเปลี่ยนเป็นดีดขาไปดีดขามาก็แล้วกัน การโดนคนตามนั้น ถ้าไม่เรียกว่าโดนสตอร์กเกอร์ตาม ก็คงเรียกว่าตามจีบ….

 

“ฉันไปเรียนล่ะเว้ย! ถึงจะไม่อยากกลับคณะ…………”   ร่างสูงหยัดกายขึ้นจากโต๊ะไม้หินอ่อน   ที่คณะวิศวะตอนนี้ยังคงจัดการเรียบร้อย อาจจะได้เจอหน้าอีก….

 

“เอ้อจัน  เรื่องเกียร์ของนาย………อ่าว… ไปซะแล้ว….”    นักศึกษาแพทย์ผู้เป็นรักครั้งแรกของอีกฝ่ายเอ่ยช้าเกินไป  ร่างสูงในเสื้อช้อปสีน้ำเงินกางเกงยีนส์เดินจากไปเสียแล้ว

 

“นายยังไม่ได้คืนเกียร์ให้จันอีกเหรอวะอลิน?   ยังไม่ได้เอาให้มะขามด้วย   นายนี่มันพยายามจับคู่สุดๆ”  โขนพูดด้วยความชื่นชม…

 

“มะขามไม่คบใครซักที  จันก็ไม่คบใครซักที  สองคนนี้มีเคมีที่เข้ากันได้น่า”  พี่สาวผู้เป็นญาติสนิทและอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก  และอีกหนึ่งคนที่เป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิท

 

ทุกสายตาพากันมองจ้องตัวพ่อของเรือธงมะขาม x จัน…   แล้วใช้ชื่อมะขามขึ้นเป็นคนแรกอีกตะหาก   ถ้าเดือนมหาวิทยาลัยคนนั้นไม่ตัดใจจากเด็กหนุ่มนักศึกษาแพทย์ มันคงเป็นเรื่องรักดราม่าคอมเมดี้เคล้าน้ำตาลอย่างแท้จริง  หวังดีเสียจนกลายเป็นอาวุธร้าย

 

“พวกเราก็ไปเรียนกันเถอะ  มีเรียนกันทุกคนไม่ใช่เหรอ?”   อานัติซึ่งเรียนในคณะการบินมองนาฬิกาข้อมือ  เครื่องแบบนั้นก็แตกต่างไปจากคนอื่น

 

“ไปเรียนๆ  แล้วเจอกันๆ!”   ไร่นาเดินแยกตัวไปกับเบญจรูญผู้สงบเสงี่ยม   เวลาผ่านไปนานแค่ไหนสองคนนี้ก็ตัวติดกันเป็นคู่หูสูงต่ำ… ที่ไม่ใช่ชื่อการพนันตลอด

 

“เออ อลิน  เรื่องงานเลี้ยงรุ่นม. 3/104  หลายคนบอกวันที่ว่างกันมาแล้ว  สรุปลงตัวแล้วจะบอก”   โขนรีบบอกคนธุระเยอะและต้องดูแลแฟน(?)

 

เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งผงกศีรษะตอบ   “ตกลงกันว่าไงบอกฉันด้วย   ถ้าไม่ติดเรียนจริงๆฉันคุยกับพี่รีวัลย์ได้”   อีกฝ่ายก็อยากให้มีเวลาร่วมกับเพื่อนๆบ้างเป็นการผ่อนคลาย

 

“งั้นไปเรียนล่ะ!  จันเป็นไรอีกก็ส่งข่าวบอกกันด้วย ฮ่า!”   นักศึกษาคณะครุศาสตร์วิ่งจากไป  เหลือเพียงนักศึกษาในชุดกาวน์ของคณะแพทย์เก็บหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะเพื่อเตรียมตัวไปเรียน

 

ซุกเอาหนังสือการ์ตูน Boy Love หน้าปกน่าสงสัยไว้ใต้หนังสือเรียนอันจริงจัง  มีจังหวะจะได้เอาไปคืนและรอเอาเล่มใหม่(?)    ดวงตาสีเขียวมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มีข้อความเข้ามา  ริมฝีปากคลี่ยิ้มแม้มันจะเป็นข้อความสั้นๆเช่นกินข้าวแล้ว กำลังทำงาน กาแฟเพชรารสชาติประหลาด(?)

 

….การเรียนไม่ได้ทำเพื่ออนาคตของตัวเองเพียงคนเดียว…

                แต่เพื่ออนาคตจะได้ดูแลและช่วยทำงานหาเงินไปด้วยกันกับคนรักที่คบหากันมานาน   ผู้ใหญ่ที่มีโลกแบบผู้ใหญ่  อีกไม่กี่ปีก็จะได้หลุดจากโลกของเด็กเพื่อไปเข้าใจโลกของทางนั้นอย่างเต็มที่….  จนกว่าจะถึงวันนั้นแม้จะมีระยะห่างจากงานและเรียนเข้ามาแทรกเป็นระยะๆ…  ก็ต้องอดทนทำความเข้าใจมัน

 

“พี่รีวัลย์กลับมาทำมื้อเย็นไม่ทันแน่ๆ  ต้องลงมือเองซะแล้ว”    ในหัวเริ่มคิดถึงของที่ต้องซื้อไปจากซุปเปอร์มาเก็ต   โอกาสทองที่จะได้เข้าครัวทำอาหารเองให้ประจักษ์ในฝีมือ!

 

ไม่ว่ามันจะเป็นฝีมือในการทำกับข้าวหรือทำระเบิดก็ตาม….

คนทำความสะอาดก็เป็นผู้เชี่ยวชาญ….

                เข็มนาฬิกาหมุนไปอย่างรวดเร็วเยี่ยงต้องการตัดฉากการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยไปอย่างจงใจ  เพราะฟิคชั่นเรื่องนี้ไม่ใช่สารคดีการศึกษาของคณะแพทย์ศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์….  นาฬิกาบนพนังของอาคารคณะวิศวะบอกเวลา 5 โมงเย็น   นักศึกษามากมายพากันเดินเตร่ไปมา  บ้างกลับหอ บ้างกลับบ้าน บางคนก็นัดกันไปสังสรรกันต่อเมื่อไม่มีเรียนอีก

 

พนักงานภาคสนามของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านเริ่มทยอยเก็บอุปกรณ์การทำงานใส่รถ   ตามระเบียบและสัญญาการทำงานที่ระบุเอาไว้ว่าจะทำงานในช่วงเช้ามืดถึง 5 โมงเย็น  การลงพื้นที่วันแรก ณ คณะ วิศวกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

แล้วประธานบริษัทที่ติดสอยหอยตามมาดูงานนั้นหายไปไหน?   ณ ร้านกาแฟบรรยากาศดีเหมาะกับวัยรุ่นหน้ามหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ   พนังร้านตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีหวานเข้ากับโต๊ะสีพาสเทล  แต่ไม่เข้ากับหน้าและวัยของสองชายหนุ่มในโต๊ะด้านในสุด…

 

หนึ่งคนสวมใส่ชุดสูทสีเทาเข้มเรือนผมสีบรอนด์ทอง 7:3 (?)   ส่วนอีกคนนั้นมีร่องรอยหนวดที่ไม่โกนให้ดีก่อนตั้งแต่เช้าสีเดียวกับเส้นผมสีดำ   ตรงหน้าของทั้งคู่มีกาแฟร้อนวางไว้คนละแก้ว    มองดูอาจจะคล้ายคู่รักก็คงไม่ใช่ จะเป็นเพื่อนกลับมีบรรยากาศทะมึนแผ่ออกมาจากฝั่งอาจารย์คณะวิศวะ….

 

“จู่ๆประธานบริษัทอย่างนายมาลงพื้นที่ภาคสนามเองแบบนี้  มีอะไร  จีบนักศึกษาหรืออาจารย์อยู่รึไงอัศวิน?”   อาจารย์นนท์ทำหน้าตาเหนื่อยหน่ายไม่อยากพูดคุย

 

“มีโอกาสได้เข้ามาในมหาลัยกำแพงกุหลาบอีก  มันก็ได้ซึมซับวันวานเก่าๆ”   ช่างตอบไม่ตรงคำถามพาลให้คนฟังหงุดหงิดไปด้วย

 

“นายตอบไม่ตรงคำถาม  ฉันถามว่านายมาเพราะตั้งใจจีบอาจารย์หรือนักศึกษารึไง  คงไม่ใช่แค่อยากมาย้อนวันวานสมัยเรียนแน่”   ชายผมดำหน้าตาตึงเครียดมองอย่างจริงจัง

 

“สมกับเป็นเพื่อนเก่าตั้งแต่เป็นเฟรชชี่หลายปีที่แล้ว    นายชอบเดาในแง่ร้ายแล้วเป็นจริงอยู่เรื่อยนนท์”  อัศวินหัวเราะเบาๆ   เป็นคำชมกึ่งประชดที่เจ็บแสบอย่างประหลาด….

 

ภาพในหัวของอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาคอมพิวเตอร์แล่นไหลไปถึงอดีตที่ไม่น่าจดจำ  การเข้าเรียนในชั้นปี 1 งานรับน้องรวมหลายคณะที่ได้มาเจอะกับนักศึกษาผมบรอนด์จากคณะบริหาร  เรียน ENG1 คลาสเดียวกัน แล้ววิชาบังคับปีหนึ่งอีกมากมายเหมือนฟ้าสาป….

 

ถ้าจู่ๆบอกว่ามาตามจีบเด็กวิศวะซักคนที่เป็นลูกศิษย์….

เขาล่ะอยากประนามคนอยากกินเด็กเหลือเกิน…

                อาจารย์นนท์เริ่มหนวดคิ้วอย่างตึงเครียด  “สรุปว่านายมาลงพื้นที่ด้วยตัวเอง แล้วยังเรียกให้ฉันมาเจอ เพื่ออะไร?”   จะบอกว่ามาจีบล่ะไม่มีทาง!

 

“อยากจะถามเรื่องที่ฝึกงานของจัน สะกิดใจลูกศิษย์ของนายน่ะ   เรียนคณะวิศวะน่าจะเป็นนักศึกษาของนาย”  ดวงตาสีฟ้ามองจ้องเพื่อนเก่าที่แทบจะโดนอีกคนตัดเพื่อนไปแล้ว

 

คิ้วสีเข้มขมวดเข้ากากันในทันที   เพราะมันเป็นคำถามที่ควรจะมีแต่ญาติพี่น้องพ่อแม่นักศึกษาเท่านั้นที่สงสัย  “จันเป็นเด็กในที่ปรึกษาของฉัน  มีอะไร….  นายไปรู้จักจันได้ยังไง”

 

“จันเคยมาทำงานพิเศษที่บริษัทฉันเมื่อหลายปีก่อน  แล้วเพื่อนร่วมงานของฉันก็เป็นแฟนของเพื่อนสนิทจัน”   อธิบายได้ใจความใน 1 บรรทัด   ร่างสูงหนวดไม่ได้โกนให้ดีผงกศีรษะรับรู้ข้อมูลนั่น  กระนั้นก็ยังไม่เข้าใจว่าจะอยากมารู้มาสงสัยทำไม

 

“จันจะไปฝึกงานที่การบินไทย  แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย เรื่องนี้ทำเรื่องเสร็จไปแล้ว”  แม้อาจารย์หนุ่มจะสงสัยก็ยังบอกข้อมูลให้ฟัง….

 

“ฉันอยากให้จันมาฝึกงานที่บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน”   สิ้นคำนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาของเด็กหนุ่มวิศวะถึงกับพ่นกาแฟออกจากปาก

 

นี่มันเรื่องปิ๊งรักระยะสิบเซนหรือมาเฟียที่รัก!?

 

ชายยังไม่สูงวัยมาก แต่หน้าเริ่มล้ำไปเพราะความเครียดจ้องหน้าเพื่อนเก่า   มือรีบเช็ดคราบกาแฟที่เลอะปาก  “นายว่าไงนะ….  นี่นายจะให้ฉันทำอะไรนักศึกษาในที่ปรึกษาฉัน….”   นนท์เริ่มเครียดและหวาดผวา  นอกจากเรื่องนักศึกษาคงเป็นเรื่องความปลอดภัยในหน้าที่การงานของตัวเองด้วย….

 

“ไม่ได้จะทำอะไร  แต่มันเหมาะสม  ฉันจะจัดการเปิดตำแหน่งให้เรียบร้อย”   ต่อให้โดนพวกลูกน้องถามไถ่ว่าจะเอาวิศวกรมาทำอะไรก็ตาม….

 

อาจารย์ผมดำยกมือขึ้นบอกห้าม    “จู่ๆฉันเดินเรื่องเองไม่ได้!  มันอยู่ที่ตัวนักศึกษาด้วย ไม่งั้นฉันโดนคาดโทษจากคณบดีแน่!”  เผลอๆจะตกงานเอาตอนนี้เพราะช่วยเหลือเรื่องบ้าๆที่ไม่รู้ว่าคือเรื่องอะไร….

 

“ฉันไม่ให้นายจัดการเลยทันทีหรอก  มาบอกเกริ่นเอาไว้ก่อน  เพราะฉันจะไปบอกให้จันตัดสินใจอีกที  ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้บอกก็เถอะ”   สิ้นประโยคนี้อาจารย์ที่ปรึกษาของนายจัน สะกิดใจเริ่มซีดเซียว…  เป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กหนุ่มอนาคตไกลเหลือเกิน

 

ถ้านี่เป็นเรื่องแนวมาเฟีย คงเป็นการกระตุกต่อมใจของมาเฟียเข้า

แต่นี่มันบริษัททำความสะอาด…….

                นนท์ยกมือขึ้นมากัดเล็บอย่างตึงเครียด  ชะตากรรมในการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมันจะสั่นคลอนเอาเพราะเพื่อนเก่าที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันดีนัก  จู่ๆโผล่มาขอให้ช่วย ก็ดันเป็นเรื่องที่ชวนเข้าคุกเสียนี่กระไร…   คนที่ทำแบบนี้ได้มีแต่คนที่ต้องการนักศึกษามาก….

 

“อย่าบอกนะว่านายจีบจัน….?”    ถามอย่างกล้าๆกลัวๆที่จะฟังคำตอบ  กฏหมายคุ้มครองเยาวชนไม่ได้ครอบคลุมถึงคนอายุ 21 ปี…

 

อัศวินส่ายหน้าไปมา   “อย่าเรียกว่าจีบเลย  เรียกว่าต้องการทำความรู้จักให้มากกว่านี้ดีกว่า”  คนฝากอยากเอาแก้วกาแฟสาดหน้า… แถวบ้านมันเรียกว่าจีบและคุกคามสุดๆ ประหนึ่งมาเฟีย!

 

“ฉันไม่ยอมตกงานเพราะนายหรอกอัศวิน!”   กว่าจะเป็นอาจารย์ได้นานขนาดนี้มันลำบาก  ชีวิตจะมาสั่นคลอนเพราะเรื่องรักของผู้ใหญ่พยายามจะเขมือบเด็กแล้วเอางานมาอ้างได้อย่างไร….

 

ร่างสูงใหญ่ผมบรอนด์นัยน์ตาสีฟ้าวางเงินคากาแฟไว้บนโต๊ะ   หยิบเอากระเป๋าทำงานส่วนตัวมาถือพร้อมกับหยัดกายขึ้นจากโต๊ะ    “ฉันกับจันมีเรื่องต้องสานต่อและแก้ไข   ฝากด้วยนะ  ช่วยพูดให้อีกแรงจันจะได้คิดเรื่องที่ฝึกงานใหม่”   ทิ้งประเด็นน่าปวดหัวเอาไว้ให้กับคนฟัง……

 

นนท์มองร่างของเพื่อนเก่าซึ่งเดินจากไปแล้วหันมากุมขมับกับกาแฟที่เย็นชืดไปแล้วบนโต๊ะ   พาลนึกถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อหลายปีก่อนสมัยเป็นนักศึกษา….  เถียงไม่เคยทัน  ความสามารถในการมัดมือชกต่อรองมันคนละชั้น น่าจะไปขายประกันจริงๆ….

 

“จัน  นายมันซวยแท้ๆ”   เป็นเดือนมหาวิทยาลัยที่โสดสนิทยังเก็บเกียร์ไว้กับตัวยังไม่พอ  มีข่าวลือว่ารักคุดเพราะตามคนที่แอบชอบมายังมหาลัยนี้ยังไม่พอ  ยังเจอผู้ชายอันตรายคนหนึ่งตามอีก…..

 

ชะตาชีวิตของคนเรามันซับซ้อนและแปลกประหลาดเหมือนละคร   มีคนมากมายที่ต้องตาต้องใจกันเพียงแค่เดินเจอกันบน BTS  MRT  รถเมล์ เครื่องบิน เรือนข้ามคลองแสนแสบ  แต่การที่ไขว่คว้ามาซึ่งความรักขนาดนี้…  กลัวรถด่วนขบวนสุดท้ายหรือไร…..

 

อาจารย์ที่ปรึกษามีไว้เพื่อปรึกษาเรื่องเรียน

…..แต่เรื่องส่วนตัวเรื่องนี้ไม่ขอยุ่ง….

                ความรักนั้นถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องใช้กล  กลอุบายมีมากมาย ยิ่งมีอิทธิพลเสริมยิ่งทวีความน่ากลัว   อัศวิน สมิงห์เดินออกมาจากร้านกาแฟด้วยท่วงท่ามีสง่าราศีอย่างประธานบริษัทหนุ่มใหญ่   มือแกร่งหยิบเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดต่อสายกลับไปยังบริษัท

 

[สวัสดีค่ะ  ห้องที่ปรึกษาบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านค่ะ]  เสียงอันสดใสไร้ความอิดโรยของคุณเลขานุการมืออาชีพดังขึ้นจากปลายสาย

 

“เพชรา  รีวัลย์ยังทำงานอยู่รึเปล่า?”  ชายหนุ่มผมบรอนด์เอ่ยถามกลับไป   อีกฝั่งเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายกับหันไปมองไม่ก็ตามหา

 

[หัวหน้ายังไม่กลับหรอกค่ะ  เพราะว่าคุณอัศวินไม่เข้าบริษัท  ตอนนี้หัวหน้ายังทำงานอยู่เลยค่ะ]    รีบรายงานกึ่งประชดประชันให้ประธานบริษัทรู้สึกผิดบ้างซักนิด….

 

คนโดนประชดแอบขำเล็กๆ  “งั้นฉันให้เธอจัดการก็ได้เพชรา  จัดการหาตำแหน่งเด็กฝึกงานจากคณะวิศวะ  ถ้าไม่มีก็เปิดตำแหน่งใหม่”   สิ้นประโยคนั้นเสียงอุทานเสียงดังก็ดังออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเงียบไปคล้ายกับอีกฝั่งปิดปากตัวเองได้แล้ว

 

[บริษัทเราไม่จำเป็นต้องมีเด็กฝึกงานตำแหน่งวิศวกรหรือว่าวิศวะอะไรก็ตามแต่นะคะ…..]  จะเอามาพัฒนาอุปกรณ์ปีนตึกมันก็ไม่ใช่เรื่อง….

 

“แต่ตอนนี้ฉันอยากให้มี  เป็นคำสั่งของประธานนะเพชรา  ไปบอกหาญจิตกับรีวัลย์ให้จัดการเรื่องนี้ด้วย  พรุ่งนี้ฉันจะลงภาคสนามที่มหาลัยอีก”   เรียมปากคมคลี่ยิ้มพิมพ์ใจที่ถ้าเป็นวีดีโอคอล  ฝั่งลูกน้องที่บริษัทคงไม่อยากจะเห็น

 

[ฉันจะไปลงภาคสนามพรุ่งนี้ด้วย  งานจะได้เสร็จเร็วแล้วนายกลับเข้าบริษัท]  เสียงคู่สนทนาเปลี่ยนเป็นเสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทในตำแหน่งที่ปรึกษา    ในเนื้อเสียงแฝงความไม่พอใจและขุ่นเคืองเอาไว้

 

เรื่องนี้มันอาจจะเป็นกรรมเก่าก็เป็นได้?    “ได้สิ  นายจะได้มาหาอลินที่มหาลัยด้วย”  ชายหนุ่มขำขันในใจ  ไม่นึกว่าจะมีวันนี้ที่ตัวเองมาทำอะไรแบบนี้…

 

อัศวินนึกขำที่ที่ปรึกษาบริษัทออกโรงเอง   เลขานุการสาวผู้กัดจิดหัวหน้าคงไปขอความช่วยเหลือ   เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก  แต่เมื่อ 6 ปีที่แล้วนั้นเป็นอีกคนหนึ่งที่ทำ…   การที่หัวหน้ากองบัญชีเสียสละเวลางาน(?)ออกไปหาเด็กหนุ่มมัธยมต้นคนหนึ่งเสมอๆ…..

 

                เรื่องบางเรื่องไม่ควรปล่อยให้มันเป็นปม

โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่ขุ่นมัวมากว่า 6 ปีนี้…..

                จัน สะกิดใจเดินสะพายกระเป๋า ย่ำเดินกลับหอพักอันเป็นที่รักและที่พักผ่อน   ใบหน้าคมอันหล่อเหลาของเดือนมหาวิทยาลัยนั้นอมทุกข์เสียจนหมองหม่น   เด็กหนุ่มยังคงไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองว่าจะต้องเจออะไรอีก  และยังไม่รู้ว่าทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาซวยไปด้วย….

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองหาร้านอาหารริมทางเพื่อนำไปกินเป็นมื้อเย็นวันนี้    เรียนหนักมาทั้งวันจำเป็นต้องหาพลังงานเพิ่มบ้างก่อนจะเฉาทั้งกายและใจไปมากกว่านี้   ยามนั้นลุงคนขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็โบกไม้โบกมือให้ปานจะเรียกมากินฟรี

 

“น้องจัน!  มาหาลุงหน่อย!”    ลุงคนขายเรียกชวนให้คนถูกเรียกสงสัยพร้อมกับชี้หน้าตัวเอง   เรียกอย่างกับจะเรียกก๋วยเตี๋ยวฟรีจริงๆ

 

“มีอะไรครับลุง?  ลุงจะให้ผมกินฟรีเหรอ?”    จันยิ้มยียวนใส่คนขายที่สนิทกันมานานตั้งแต่เป็นเฟรชชี่    นี่คือครัวประจำหอกันเลยทีเดียว

 

“ลุงน่ะไม่ให้น้องจันกินฟรีหรอก  แต่คุณลูกค้าคนนั้นเค้าจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวให้น้องจันล่วงหน้าแล้ว”   มืออ้วนมีรอยน้ำร้อนลวกชี้ไปทางโต๊ะหนึ่งในบรรดาโต๊ะอะลูมีเนียมเก้าอี้พลาสติก

 

ดวงตาคมเบิกกว้างในทันทีทันใด   “คุณ!  ท่านประธานมาทำอะไรที่นี่น่ะครับ!”   ภาพของนายอัศวิน สมิงห์ที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางมันพาตะลึง…..

 

“มารอเธอกลับหอ  แต่ไม่เจอซักทีก็เลยกินข้าวก่อนน่ะ  มากินสิจัน ฉันจ่ายไว้ให้แล้ว”   มือแกร่งชี้ให้นั่งตรงข้ามกัน   คุณลุงคนขายก็ช่างแสนดีและรู้งาน.. ทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อพิเศษชามใหม่มาวางรอเรียบร้อย… ทำกันเป็นขบวนการรู้เห็นเป็นใจ

 

โลกหน้ามหาวิทยาลัยของเขากำลังโดนแทรกแซง!!

                คิ้วสีอ่อนกระตุกด้วยความขุ่นเคือง    “มาดักรอผมที่หน้าหอ  ต้องการอะไรไม่ทราบครับ…….”   แทนที่จะเดินไปคุยกันใกล้ๆ กลับมาส่งเสียงคุยกันจากข้างคนทำไปยังคนกิน…….

 

“ไม่ได้ดักรอนะจัน  เค้าเรียกว่านั่งรอเจอ  อย่างน้อยก็กินข้าวด้วยกัน”   ถ้าเหวี่ยงผักชีในร้านก๋วยเตี๋ยวไล่คนได้…  จัน สะกิดใจก็คิดจะทำ… ถ้าไม่เสียเงินเพิ่ม….

 

อัศวินจ้องมองหน้าม้าพยศผู้แสนดื้อรั้น   “มาคุยกันดีๆเถอะจัน   อย่าเพิ่งตั้งแง่กับฉัน อย่างน้อยก็คุยกันเรื่องที่ฝึกงานของเธอ”   คำว่าที่ฝึกงานขับให้คนฟังนิ่งไป…

 

“ที่ฝึกงานของผม?  เกี่ยวอะไรกับท่านประธานน่ะครับ  ผมมีที่ฝึกงานแล้ว”   มองกลับไปอย่างไม่ไว้วางใจ  ลางสังหรณ์มันร้องเตือนอย่างประหลาด  ว่าคนคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ ไม่เข้าใจ….

 

“ฉันไปคุยกับที่ปรึกษาของเธอแล้ว  ว่าอยากให้เธอไปฝึกงานที่บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน”   เรียวปากคมหยักยิ้มเป็นมิตร  บทสนทนาเรื่องส่วนตัวที่คุยกันผ่านหน้าเจ้าของร้านและเด็กเสิร์ฟ….

 

คำพูดนั้นจุดระเบิดภูเขาไฟบนดวงจันทร์!

                ร่างสูงโปร่งผมสีน้ำตาลแกมปลายสีเข้มตรงดิ่งไปหยุดยืนหน้าโต๊ะของประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยในบ้าน  ดวงตาจ้องมองเขม็งแผ่รังสีทะมึนออกมา    “ท่านประธานไปกดดันอาจารยืผมรึไงครับ!”   ป่านนี้อาจารย์ที่ปรึกษาจะเครียดจนตีนกาขึ้นมั้ย….

 

“พวกเราเป็นเพื่อนเก่ากัน  ฉันแค่ไปบอกเอาไว้ก่อน  เพราะยังไงก็ต้องรอความเห็นชอบจากเธอ”  คำว่าเพื่อนเก่านั้นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มอยากล้มโต๊ะ

 

ช่วงเวลาเพียงแค่สองวันเท่านั้นที่คนๆหนึ่งๆโผล่เข้ามาในชีวิต  ความสงบสุขชีวิตแบบดั้งเดิมก็แปรปรวนไปหมด.. มันคืออะไรกัน   เจ้าคนที่ไม่ควรจะเจอหน้ากันอีกตั้งแต่ 6 ปีก่อน  ต่างคนต่างอยู่ไปก็ดีอยู่แล้ว…  คนที่ฝังความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวไว้ในใจเด็กหนุ่มอายุ 15 ปี

 

“เส้นทางที่ผมจะไป ผมเลือกเอง อย่ามาเปลี่ยนนะครับ   ถึงผมจะไม่รู้ว่าท่านประธานต้องการอะไรกันแน่”  นี่คือการจีบหรือยังไง…..

 

“ฉันอยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้   ความสัมพันธ์ของพวกเราจะได้ดีขึ้น”   ภูเขาไฟลูกที่สองระเบิดขึ้นในใจของคนฟังจากรอยยิ้มเรียบๆแต่ช่างเจ้าเล่ห์นั่น

 

แม่!!  บอกทีว่าผมโดนจีบหรืออะไรเนี่ย!

 

จันเดินไปหาลุงคนขายร่างอ้วนท้วม  มือหยิบเอาแบงค์ยี่สิบสองใบส่งให้   “ผมจ่ายเองครับลุง! ไม่ต้องให้ใครจ่ายให้  แล้วผมก็ไม่กินที่นี่ ผมจะกลับหอครับ”  ศักดิ์ศรีความเป็นเด็กวิศวะ มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบไม่มีไว้ให้ใครทำลายทิ้งเหมือนกำแพงในเรื่องบางเรื่อง(?)

 

ดวงตาที่มุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีทำให้ลุงคนขายและประธานบริษัทเมียงมอง   จนกระทั่ง…  “น้องจัน  พิเศษมัน 45 บาท  ขาดอีก 5 บาท”  ความเท่หายไปในพริบตา……

 

นักศึกษาหนุ่มรีบหยิบเหรียญห้าในกระเป๋ามาส่งให้แก้เก้อจากอาการหน้าแตก    “ผมขอตัวล่ะครับ  ผมไม่ขอรับก๋วยเตี๋ยวของท่านประธาน”    ร่างสูงในเสื้อช้อปเดินดิ่งกลับหอตัวเองไป  แต่กลับลืมก๋วยเตี๋ยวที่ควรจะได้เอาไว้ที่ร้านไม่เอาไปด้วย…..

 

ปฏิกิริยาแบบนั้นมันช่างน่าขำและน่ารัก(?)ในเวลาเดียวกัน   เจ้าเด็กหนุ่มที่หาญจิตบอกว่าเหมือนปลวก  และในสายตาของเขาเริ่มเหมือนม้าพยศไม่ก็กระต่าย   “พลังงานเหลือล้นจริงๆ”   สิ่งที่ยาก… เป็นสิ่งที่มีคุณค่า  ควรแก่การพยายามให้ได้มา…

 

ลบเลือนเรื่องราวในอดีตเพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่

                ก๋วยเตี๋ยวเนื้อใส่ถุงแขวนอยู่หน้าประตูห้องนอนของหอพัก   มีกระดาษโน้ตแปะเอาไว้จากเพื่อนสนิทร่วมหอเดียวกัน   [ลุงร้านก๋วยเตี๋ยวบอกว่ามีคนฝากให้นายเลยเอามาทิ้งไว้ให้ –โขน-]    เจ้าก๋วยเตี๋ยวเนื้อนั้นทำให้เจ้าของห้องยืนอ้าปากค้างและทรุดตัวลงซบหน้ากับเข่าตัวเอง….

 

“น่ากลัวจริง…………..”   เหมือนโดนดึงมาอยู่ในเกมส์กระดาน  เกมส์ที่ตนไม่มีทางหนี  และถึงหนีก็จะเจอกับดักซ้อนกับดักไปเรื่อยๆ…. ร้ายกาจนัก…..

 

เกมส์ระยะสิบเซนนี้เพิ่งจะเปิดฉากตีโต้ใส่กัน….

จากสายสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยเรื่องแย่ๆ….

 

21.30 น.  ณ  ลานจอดรถคอนโดมีเนี่ยมย่านพญาไท   รถยนต์ BMW สีขาวสะอาดสะอ้านเหมือนเจ้าของขับเคลื่อนเข้ามาจอด ณ ที่ประจำ    ชายหนุ่มในเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวส่วนสูง 160 เซนติเมตรลงจากรถมาพร้อมกับพาดสูทมากับแขน และอาหารแช่เข็งอีกจำนวนหนึ่งในถุง   ดวงตาคมมองเห็นที่พักของตัวเองพลันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

 

ร่างโปร่งที่ปรึกษาบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านเดินดิ่งเข้าไปยังตัวอาคารของคอนโดมีเนี่ยม  กดลิฟต์ขึ้นตรงไปหาห้องของตัวเอง   แต่เมื่อหยุดที่หน้าประตูห้องก็เริ่มได้กลิ่นบางอย่างไม่พึงประสงค์  เจ้ากลิ่นที่เริ่มเดาได้ว่าต้องเกิดอะไรซักอย่างขึ้น….

 

เพียงมือแกร่งเปิดประตูเข้าไปก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้…    ทางเดินเข้าห้องปกติ  ห้องนั่งเล่นปกติ  แต่เมื่อเดินไปดูที่ครัวก็เห็นซากสงคราม…. เละเทะไปหมด  เรียกให้คนมองต้องถอนหายใจหนักๆ ทั้งที่เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าจะต้องกลับมาเจอแบบนี้…

 

“บอกแล้วว่าอย่าทำอาหาร”   ทั้งเตาทั้งไมโครเวฟ  ทั้งอ่างล้างจาน   ไม่อยากจะสาธยายว่ามันเละมากขนาดไหน และเป็นฝีมือของใคร… มันมีอยู่คนเดียวนี่ล่ะ

 

บนโต๊ะอาหารมีไข่เจียวเกือบจะไหม้วางอยู่     รีวัลย์เดินกลับมายังห้องนั่งเล่น  โทรทัศน์ที่เปิดทิ้งเอาไว้ฉายภาพละครหลังข่าวสะท้อนสังคม  ขณะที่คนดูนั้นนั่งฟุบหน้าหลับไปกับหนังสือเรียนเล่มหนา..  ข้างๆมีสมุดจดเลคเชอร์ที่เขียนสรุปอย่างละเอียด ทั้งปากกาไฮท์ไลท์วางเกลื่อนอีกมากมาย

 

เป็นคนมีความพยายาม…ทั้งๆที่ไม่เก่งหรือมีพรสวรรค์อะไร

 

ร่างสูงโปร่งผมสีน้ำตาลที่กำลังหลับไหลเรียกรอยยิ้มบางๆบนเรียวปากคม   นอนหลับไปคาหนังสือแบบนี้แสดงว่าเหนื่อยมาก  และการที่ไม่ไปอาบน้ำนอนให้ดีๆทั้งๆที่เหนื่อยก็คงเป็นเพราะตัวเขาเอง   ที่ปรึกษาบริษัทเดินไปวางของไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินกลับมานั่งลงข้างๆ

 

….เหนื่อย….แต่นึกถึงเขาอยู่เสมอ….

 

มือแกร่งโอบไหล่นักศึกษาแพทย์    “กลับมาแล้ว อลิน”  ประทับจุมพิตแผ่วเบาลงข้างขมับอย่างอ่อนโยน…  แม้อีกฝ่ายจะไม่ตื่นมาตอนนี้ก็ไม่เป็นไร

…แฟนของเขา….

 

                เจ้าเด็กที่หลับไหลทั้งชุดนักศึกษาไม่ตื่นแต่ก็ยิ้มออกมา…   แค่นั้นคนมองก็ยิ้มได้  กำลังใจและแรงบันดาลใจในการทำงาน  ต่อให้งานจะยุ่งยากมากแค่ไหน    แต่ก่อนจะทำอะไรอย่างอื่น  ดวงตาคมเหลือบมองกลับไปยังห้องครัวที่ผ่านสงครามมาอย่างหนัก….

 

“ต้องจัดการก่อน”   คนรักความสะอาดทนดูไม่ได้จริงๆ… เหนื่อยก็ต้องทำให้กลับมาเหมือนใหม่…  มันคือสงครามจริงๆ….

 

ผู้ชายไม่มีเสน่ห์ปลายจวักมันไม่เป็นไร….

แต่ไม่ควรมีสกิลสร้างระเบิด…..

                ค่ำคืนของคน 4 คน และผู้คนรอบตัวผ่านไปอย่างเชื่องช้า..ทั้งพญาไท สะพานตากสิน  เกษตรนวมินทร์…..  ผ่านไปพร้อมกับรถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายของวันที่ออกวิ่งไปและกลับเข้าอู่…     สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อนค่อยๆดึงความสัมพันธ์ให้ขับไปข้างหน้า… ที่แน่ๆคนที่ซวยที่สุดในซีรี่ย์นี้คงจะเป็นพระร๊องรอง…

 

เกมส์กระดานมีผู้เล่นสองฝั่ง การเล่นเกมส์ต้องมีผู้เล่น

ความรักไม่ใช่เกมส์ แต่การใช้กลยุทธนั้นเหมือนเกมส์

 

อาจจะไม่มีคนแพ้และคนชนะ แต่ก็มีคนที่ตกหลุมพราง

หลุมที่เรียกว่า “ตกหลุมรัก”

 

————————————–

Free Talk : ตอนนี้เน้นไปทางคุณอัศวินกับจัน และเน้นไปฝั่งคุณอัศวินมากกว่า เรื่องที่ฝึกงานของจัน จันตกลงมาในเกมส์ของคุณอัศวินเต็มตัวแล้ว ส่วนคู่หลักที่กลายเป็นคู่รองอย่างรีลินก็ยังหวานไปเรื่อยๆ ต่อให้ดูหม่นๆนิดหน่อยขึ้นมาแล้วก็เถอะ =w=”

เพราะความสัมพันธ์ของอัศจันมันมีเอี่ยวกับฝั่งนี้ มันดำเนินไปด้วยกัน 4 คนนี่ล่ะ สองคู่….

Advertisements
 
4 ความเห็น

Posted by บน 10/23/2013 in Uncategorized

 

4 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 6

  1. หมีซอมบี้ ヽ(*・ω・)ノ (@PooFuGirl)

    10/23/2013 at 4:30 PM

    คุณอัศวินใช้ตำราจีบหนุ่มเล่มไหน ?
    อยากไปซื้อมาอ่านบ้าง…
    (แต่ประเด็นคือจะจีบหนุ่ม 2D ยังไง )

    สงสารชายจันนอกจากโดนแก๊งซ์บาสเกือบปาฏิหารย์ทำร้าย
    รวมถึงรักแรก 9 ปีที่ล้มเหลว แม้แต่ลุงร้านขายก๋วยเตี๋ยวก็ไม่เว้น
    สิ่งที่หน้าสนใจในตอนนี้คือ อดีตของคุณอัศวิน
    อยากเผือกมาก… พอ ๆ กับอยากเผือกอดีตของขุ่นพี่

    ชอบฉากที่น้องอลินฟุบหลับที่โต๊ะที่โต๊ะอ่านหน้ังสือมาก
    สกิลระเบิดครัวชนะเลิศ แต่ทั้งหมดทั้งมวล
    ก็เพราะว่า *รัก* คำเดียว เป็นมุมน่ารัก ๆ ของน้องอลิน
    ที่คงจะเหนื่อยขุ่นพี่มากทีเดียว >x< มโนฉากนี้
    แล้วฟินมาากกกกกกก~~~~

    ชายจัน… ชั้นอิจฉานาย อยากมีชายเพอร์เฟ็กซ์ 80 ล้าน
    อำนาจมืดมาขายขนมจีบบ้าง TvT

     
  2. คิดบ้างว่ากุก็อึน (@yuushuunoreien)

    10/23/2013 at 8:07 PM

    ท่านประธานเบื้องหลังคือมาเฟียจริงๆ ใช่มั้ย

    เรื่องนี้จันดูน่าสงสารที่สุดแล้ว โดนรุมตลอด

    แต่อิฉันไม่สงสารหรอกนะ หมั่นไส้มากกว่า

    มีผู้ชายที่ทั้งรวย 80 ล้าน และเหมือนจะหล่อมาทุ่มเทให้ขนาดนี้

    ยังจะซึนอยู่อีก เชอะ! เป็นอิฉันหน่อยไม่ได้ จะดักตีหัวลากเข้าห้องทันที

    พี่รีวัลย์ก็ยังคงหวานเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ น่าร๊ากกก

     
  3. ตป. | S.Luce

    10/27/2013 at 4:19 PM

    เพิ่งได้อ่านตอน 6 แอบเห็นแว่บๆ ว่าตอน 7 โผล่มาแล้ว ฮ่าาๆๆๆ
    ความซวยยังตกอยู่ที่จันต่อไป ส่วนคุณอัศวินนี่ของเขาแรงจริงๆ 55555555555+
    คู่คุณพี่คุณน้องอย่าได้แพ้เขานะ แม้จะกลายเป็นคู่รองก็ตาม กร๊ากกกกกกก

    ปอลิ่ง. “เกม” แบบนี้ค่าพี่อายะ

     
  4. taraikari

    10/30/2013 at 12:05 AM

    คุณพระ!
    นี่ประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภายในบ้านหรือมาเฟียคะ
    อิทธิพลพี่ท่านช่างมากมายและคุกคามเหลือเกิน
    น่าสงสารจันจริงๆ
    คุณเพชราออกมาจิกกัดอีกแล้ว
    คราวนี้เล่นถึงท่านประธานเลยด้วย (ฮา)
    ว่าแล้วเชียว
    ฝีมือทำอาหารระดับกินไม่ได้อย่างมากแค่เก็บทิ้ง
    แต่ถึงกับครัวระเบิดนี่งานช้างเลย
    ทั้งทำความสะอาดซ่อมของหรืออาจต้องซื้อของใหม่
    วันหลังก็ฟังพี่รีวัลย์มั่งเถอะน้องอลินเรื่องนี้
    จะได้มีเวลาสวีทเพิ่มขึ้น

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: