RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 8

08 พ.ย.

 

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

 

การลักพาตัวถือเป็นความผิดตามกฏหมาย

                แต่การลักพาตัวโดยที่เจ้าตัวเต็มใจไปเอง ยากจะบอกว่ามันเรียกว่าการลักพาตัวหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์สองแง่สองง่าม  กรณีที่หนึ่งหากเป็นคนไม่รู้จักกันพาไป ก็อาจจะเป็นความผิด แต่กรณีที่สอง หากคู่กรณีเป็นคนรู้จักและซ้ำยังตามไปเอง แบบนั้นก็ถือว่าสมยอม(?)ตามไป โดยเฉพาะในเรื่องแนวรักโรแมนติกคอมเมดี้… การลักพาตัวในลักษณะนี้ของพระนางมักไร้ความผิด….

 

คำว่าพระเอกนางเอกทำให้มีสิทธิพิเศษเหนือกฏหมายในบางครั้ง

แต่ตัวเอกหลักของภาคที่แล้วดันอยู่ใต้กฏหมายคุ้มครองเยาวชน….

 

ตอนที่ 8 :  ถ้าไปเสม็ดมันก็ต้องเสร็จทุกราย แต่……

 

เสียงพูดคุยจากคนภายนอกห้องสี่เหลี่ยมขับให้ดวงตาสีเขียวปรือเปิดขึ้น  สิ่งแรกที่เด็กหนุ่มนักศึกษาแพทย์มองเห็นคือเพดานและเครื่องแอร์ประหยัดไฟเบอร์ห้า  ผ้าม่านสีฟ้าอ่อน  สถานที่อันเคยคุ้นแต่ไม่คุ้นเคยเพราะไม่ได้มาที่นี่บ่อยนักเพราะมันไม่จำเป็น

 

อลิน แย้มเก้อรู้ได้ทันทีว่าที่แห่งนี้คือห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัย  แล้วตัวเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันล่ะ?  เมื่อหวนนึกย้อนความกลับไปก็รู้สึกเจ็บที่ศีรษะของตัวเอง  ยกมือขึ้นมาแตะพลันพบกับผ้าพันแผลและข้างศีรษะที่บวมโนเป็นลูกมะนามผ่าครึ่งซีก….  เขาเกิดอุบัติเหตุ?

 

ย้อนความมาได้สองวรรค ภาพของแมลงสาบสีดำเหลือบสีเขียวนามเอเมอรัลก็ปรากฏขึ้นแจ่มชัดในดวงตา  ตรงไหนที่ไม่รู้ว่าคือตาแต่มันมีหนวดจ้องมาที่เขา!  ร่างสูงโปร่งผมน้ำตาลเข้มพลันเด้งตัวขึ้นมานั่งอย่างว่องไว  แต่มันคงเร็วไปหน่อยจึงเซจากอาการเพิ่งตื่นจากการสลบไสล

 

“อลิน ไม่ต้องรีบลุก นายไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”  ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำขลับเดินตรงดิ่งมานั่งลงที่ข้างเตียงพลางจับไหล่ของชายคนรักอายุน้อยกว่า

 

“พี่รีวัลย์……  นี่ผมเกิดอะไรขึ้นน่ะครับ  ผมจำได้ว่าเห็นเอเมอรัลของคุณหาญจิต….”  ความสยองนั้นยังติดตราตรึงใจยิ่งนักแล…

 

อดีตหัวหน้ากองบัญชีเมียงมองใบหน้าที่มีรอยแผล    “นายโดนของล้มใส่ก็เลยหัวแตกนิดหน่อยกับหัวโน  แต่ดีที่นายไม่เป็นอะไรมาก ไม่งั้นคงต้องเรียกรถพยาบาล”   ดวงตาคมแม้ดูไร้อารมณ์แต่มันอฝงความห่วงใยเอาไว้ที่คนโดนมองรับรู้ได้

 

“เกือบไปสินะครับ….  ผมไม่ทันตั้งใจ”   มองเห็นแมลงสาบในระยะประชิดตัวเสียขนาดนั้น  เป็นใครก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา….

 

สองมือของชายหนุ่มพนักงานบริษัทประคองจับใบหน้าเจ้าเด็กเจ้าปัญหา  “ดีแล้วที่นายไม่เป็นอะไร  ขยันทำให้ฉันเป็นห่วง….”   คำพูดนั้นพาให้คนฟังยิ้มไปด้วย…

 

“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงครับ… แต่ผมไม่เป็นอะไร  หัวโนแค่นี้ไกลหัวใจครับไม่ตาย  ยังไปเรียนได้ด้วย”  ยิ้มแป้นไร้กังวลในบาดแผลของตัวเอง

 

“ดีแล้วที่นายไม่งอแง”  ลูบหัวให้รางวัลประหนึ่งอีกฝ่ายเป็นเด็กอนุบาล   การได้แผลเล็กๆน้อยๆแบบนี้  ยามเล่นกีฬาก็คงเคยเกิดขึ้นมาแล้วเหมือนกัน….

 

ชายหนุ่มแลเห็นแฟนของตัวเองตื่นจากการสลบไสลก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง  หากแต่สิ่งที่ติดค้างในใจคือเรื่องที่ไปหลอกลวงเพื่อนของอลินเอาไว้ตะหาก  ป่านนี้ชะตากรรมของจัน สะกิดใจจะเป็นอย่างไรบ้าง?   ท่าทีที่เงียบไปเฉยๆของอีกฝ่ายขับให้อลินที่รับรู้ความผิดปกติของคนรักได้เร็วจ้องมอง

 

“มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่าครับพี่รีวัลย์?  หรือว่าเอเมอรัลตายแล้ว”   นักศึกษาหนุ่มเริ่มสาปแช่งเจ้าแมลงที่ทุกคนรังเกียจอย่างอ้อมๆ…. อ้อมตรงไหนกัน….

 

รีวัลย์ไม่กล้าพูดออกมาว่าเอาเรื่องของอีกคนไปทำเรื่องอะไรเอาไว้  “ไม่มีอะไรหรอก  แต่ฉันอาจจะได้วันหยุดพิเศษ  ตอนนั้นพวกเราไปเที่ยวกัน ไม่ได้เดทกันนานแล้วสินะ”  มือแกร่งลูบศีรษะคนเจ็บอย่างเบามือ…

 

มันคือวันหยุดที่สังเวยมาด้วยสวัสดิภาพของเพื่อนนายเอก(?)

บางทีมันอาจจะไม่บาปแต่เป็นการสร้างกุศล…

                กุศลที่ทำให้คนบาดหมางกันมานานกว่า 6 ปีได้กลับมาพูดคุยดีๆและปรับความเข้าใจกัน  แม้เจตนาของประธานบริษัทของเขาจะยังไม่แจ่มชัด  เรื่องส่วนตัวของกันและกันไม่มีใครเข้าไปข้องเกี่ยวและวุ่นวาย…  เพียงแค่สนับสนุนช่วยเหลือห่างๆเท่าที่อยู่ในขอบเขตที่ควรจะเป็น

 

อลินที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายได้วันหยุดถึงกับยิ้มกว้าง  “จริงเหรอครับ คุณอัศวินให้พี่รีวัลย์พักร้อนเหรอครับ ดีมากเลย!”   ท่าทางยินดีราวกับถูกรางวัลใหญ่ของหนุ่มอายุ 21 ปี มันทำให้คนแก่..เอ๊ย คนอายุมากกว่าเริ่มรู้สึกผิด…

 

ไม่ได้รู้สึกผิดกับคนตรงหน้าหรอกนะ แต่รู้สึกผิดกับอีกคน  “ลองคิดดูว่าจะไปไหน  หรือไม่ก็ไปกับครอบครัวนาย ไม่ได้ไปไหนด้วยกันนานแล้ว”  ตั้งแต่ภาระการเรียนของเด็กหนุ่มมากขึ้น….

 

ร่างสูงโปร่งกว่า 10 เซนติเมตรผงกศีรษะรัวๆเป็นหมาน้อยเคารพแรคคูน   แทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองมีแผลเจ็บที่หน้าผาก   “จะว่าไป ที่คุณอัศวินยังมาที่มหาลัยนี่เพราะจันรึเปล่าครับ?”  คำพูดนี้ทำให้คนมีชนักติดหลังสะอึก…

 

“ก็อาจจะใช่  หมอนั่นคงจริงจังกว่าที่คิด  ตอนนี้ก็อาจจะไปหา”  เกิดมาบนโลกนี้ก็เกือบ 4X ปี….  ดันต้องมาโกหกแฟนด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง…

 

“ไปหา?  ไปหาจันน่ะเหรอครับ?”   หัวเรือของเรือรบมะขาม x จันเริ่มสั่นไหว  ยิ่งไม่มีคำตอบกลับจากแฟนหนุ่มยิ่งพาให้สังหรณ์ใจว่าเพื่อนจะต้องเจอกับอะไรบางอย่าง….

 

ไปหาถึงที่ไหนและพากันไปถึงที่ไหน…

คงเป็นเรื่องที่พวกตนไม่มีทางได้รู้ แต่คนอ่านน่าจะรู้…..

                ดวงอาทิตย์ขึ้นตรงศีรษะบ่งบอกเวลาเที่ยงวันอันร้อนแรงประหนึ่งศีรษะของตัวละครบางตัวสะท้อนแสง  จุดพักรถบริเวณมอเตอร์เวย์เส้นทางสู่ภาคตะวันออกแน่นขนัดไปด้วยผู้เดินทางจากหลากหลายที่  ร้านอาหาร ร้านขนม ห้องน้ำ ปั๊มน้ำมันเต็มไปด้วยรถยนต์ที่ช่วยกันทำให้โลกร้อนขึ้นมาอีกหลายองศาเซลเซียส…

 

ในช่วงเวลานั้นมีร่างหนึ่งพยายามหลบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มคน…   ร่างสูงเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนแกมปลายสีเข้มมองซ้ายทีขวาที  เมื่อเห็นว่า Porsche สีดำซึ่งจอดอยู่บริเวณห้องน้ำยังไม่มีคนขับโผล่มา  จัน สะกิดใจก็รีบออกวิ่งหนีไปทางคิวรถตู้ที่อยู่ไม่ห่างออกไปทันที

 

“ดีนะที่มาแวะที่นี่!”   เกิดมา 21 ปี เพิ่งจะเคยเสียขวัญมากขนาดนี้…   ไม่สิ  มันเสียขวัญมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่เข้าไปเกี่ยวพันกับบุคลากรบริษัทสำรวจและกำจัดภัยในบ้าน…

 

ท้าวความเดิมก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที   หลังจากที่ประธานบริษัทสำรวจฯ เดินทางมาลักพาตัวเป้าหมายจากประเทศรัชดาภิเษก(?)  มาเฟียจากต่างแดนสีลม(?)ก็ควบม้าพาเชลยออกเดินทางไปตามทางด่วนจนกระทั่งมาถึงที่แห่งนี้…   ระหว่างที่แวะพักซื้อขนม…  เชลยของมาเฟีย(?)ก็รีบหนีออกมาจากรถในทันใด…

 

อนึ่ง…นี่ไม่ใช่เรื่องมาเฟียที่รัก….

                กระต่ายที่โดนตามไล่ล่าด้วยความพิศวาสเยี่ยงนิยายรักทมิฬ(?)ดิ่งตรงมาหาคิวรถตู้  โชคยังคงเข้าข้างเด็กหนุ่มวิศวะเมื่อยังมีรถที่ว่าง และในกระเป๋าเป้ที่ติดตัวมาก็มีเงินจ่ายด้วย  เมื่อได้ขึ้นไปบนรถตู้กลับกำแพงกุหลาบ  ใบหน้าที่ตึงเครียดก็เริ่มโล่งออกขึ้นมาทันที….

 

มือเลื่อนปิดผ้าม่านไม่ให้คนข้างนอกมองมาเจอได้..  “รอดแล้วสินะเรา…คงจะรอดแล้ว….”  พระวัดไหนก็คงช่วยไม่ได้นอกจากช่วยตัวเอง…

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองหน้าจอของโทรศัพท์   หน้าต่างข้อความที่ส่งหาอลิน แย้มเก้อเพื่อนรักยังคงไร้วี่แววข้อความส่งตอบกลับมา   “สรุปอลินเจ็บจริงรึเปล่าวะเนี่ย….”  หรือมันเป็นแผนของเพื่อนร่วมงานผู้ชายคนนั้นกันแน่…

 

อสอง(?)…. พูดคนเดียวในขณะที่คนนั่งกันเกือบเต็มรถตู้เป็นสกิลของตัวเอก

                จัน สะกิดใจไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างที่ปรึกษาบริษัทจะรวมหัวกับประธานทำอะไรแบบนี้ได้… แต่เมื่อมองในมุมกลับ ประธานก็อาจจะใช้อำนาจสั่งลูกน้องได้เหมือนกัน  … โลกของผู้ใหญ่ช่างน่ากลัวเหลือเกินการใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่ทำไมเขาต้องเป็นเหยื่อด้วยล่ะ!

 

ต้องการอะไรจากเขางั้นเหรอ?  นี่คือการจีบ?  ถ้านี่คือการจีบมันคือวิธีที่แสนจะน่ากลัวนัก   ผู้ชายเนื้อหอมก็กลัวได้เหมือนกันถ้ามาเจอเรื่องแบบนี้….  เพราะมันไม่มีทางที่นักศึกษาสาวๆหรือป้าๆ หรือฟลว.ในทวิตเตอร์จะมาลักพาตัวเขาออกต่างจังหวัดแบบนี้ได้….

 

อัศวิน สมิงห์ ช่างเหมือนเสือสมนามสกุลจริงๆ น่ากลัวยิ่งนัก…   “ต้องกลับกำแพงกุหลาบให้ได้…..”   จันตั้งปริธาน  ด้วยรถตู้คันนี้ล่ะ ยังไงก็ต้องกลับไปให้จนได้…..

 

จะต้องกลับไปยังดินแดนประเทศรัชดาภิเษกให้ได้….

                ประตู 7 – 11  เปิดออกพร้อมกับเผยร่างสูงใหญ่ผมสีบรอนด์แต่งกายลำลองดูดีในวัยของตัวเอง  ในมือถือถุงพลาสติกใส่น้ำและขนมสำหรับการเดินทางไกล  ใบหน้าคมเข้มมีรอยยิ้มละไมประทับไม่เลือนลางหายไปไหน  หนุ่มใหญ่แลดูอารมณ์ดีกับการเดินทางในวันหยุดครั้งนี้

 

เพียงแค่คิดถึงการท่องเที่ยวและพูดคุยปรับความเข้าใจกับเด็กหนุ่มที่ผิดใจกันมานานคนนั้น   ความคาดหวังในทางที่ดีก็ขับให้ชายหนุ่มรู้สึกพึงพอใจ  ตั้งแต่เลิกคบหากับแฟนเก่าที่อยู่ต่างแดนและไม่ได้คบหาดูใจกับใคร  จู่ๆกลับนึกถึงเรื่องราวในวันนั้นขึ้นมา…

 

“แปลกดีนะ….”   เหมือนที่หลายๆคนว่ากันไว้…  ว่าเมื่อได้ลองอยู่นิ่งเฉยๆซักพักในชีวิตประจำวันอันแสนราบเรียบ  คนเราอาจจะนึกถึงอดีตหรือสิ่งที่เคยผิดพลาดขึ้นมาใหม่…

 

เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องราวที่ผ่านไปเนิ่นนานแล้วอย่างงงๆนั้นก็ได้  แต่กลับรู้สึกตัวว่าควรจะแก้ไขเมื่อเวลาผ่านไป 6 ปีแล้ว…  แต่มันก็ดูเหมือนช้าไป  จัน สะกิดใจจากคนที่คุยกันดีๆ ยิ่งกลายเป็นม้าพยศไม่ก็กระต่ายตื่นๆคอยวิ่งหนีชนิดเหยียบ 140 บนทางด่วนขึ้นทุกทีๆ

 

จะบอกว่าเดินเกมผิดพลาด…ก็คงไม่ใช่แบบนั้นหรอกกระมัง…    ร่างสูงใหญ่เดินกลับมายังรถยนต์สีดำของตัวเอง  หากแต่สิ่งที่ได้พบคือความว่างเปล่าของรถยนต์    “หรือว่าจันจะยังไม่ออกจากห้องน้ำ”   คนอ่านพร้อมใจกันตะโกนลั่นว่ามันไม่ใช่!

 

อัศวินเปิดประตูด้านหลังคนขับเพื่อวางถุงเสบียงในการเดินทางไว้บนเบาะ   สายตาเริ่มกวาดมองหาเจ้ากระต่ายพยศ   ในที่สุดก็เดินไปหาร้านขายของบริเวณนั้น  “ขอโทษนะ  เห็นเด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อน หน้าตาแบบนี้บ้างรึเปล่า?”  เปิดโทรศัพท์แล้วชี้รูปของเด็กหนุ่มให้เจ้าของร้านดู….  เจ้ารูปถ่ายที่ได้มาจากเพื่อนร่วมงานอีกที  แล้วตัดเอาเพื่อนร่วมงานกับแฟนออก….

 

คุณป้าสวมแว่นตาขยับแว่นที่มีสายลูกปัดหนึ่งครั้ง   “…เด็กคนนี้น่ะเหรอ… เมื่อกี้เห็นเดินลับๆล่อๆไปทางโน้นแหน่ะพ่อหนุ่ม”   มือเหี่ยวย่นชี้ไปทางคิวรถตู้ที่อยู่ห่างไกลออกไปหน่อย

 

ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งเสือมองไป ความคิดฉับไวสมกับเป็นอดีตหัวหน้าฝ่ายแผนพ่วงตำแหน่งประธานบริษัทแล่นไหลในทันที   “หรือว่าจันจะ……”   เด็กหนุ่มที่พยายามหลบหนี  บวกคิวรถตู้ไปยังจังหวัดต่างๆ…..

 

การไล่ล่าด้วยรถยนต์จะเริ่มต้นขึ้น……

เด็กหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบนั่งพิงเบาะรถตู้อย่างสบายใจเฉิบ  มือนั่งพิมพ์ข้อความสนทนากับรุ่นน้อง เพื่อนฝูงสบายอารมณ์เมื่อหนีจากการลักพาตัวของมาเฟียสีลมมาได้  เหลือเพียงนั่งรถชั่วโมงกว่าๆก็คงกลับถึงรัชดาภิเษกได้อย่างไม่ยากเย็นหากรถไม่ติดขัด…

 

“กลับไปต้องไปทำบุญแล้ว…ซวยชิบ…..”   การเป็นที่รักมันไม่ดีเสมอไป  การโดนรัก(?)ก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป  มันเป็นเรื่องน่าลำบากใจนะ!

 

เดือนมหาวิทยาลัยฝากข้อคิดให้กับตัวละครเนื้อหอมที่อาจตกอยู่ในชะตากรรมแบบเดียวกัน…  ณ ตอนนี้เด็กหนุ่มเริ่มอยากกลับไปเป็นพระร๊องอีกครั้ง ไม่ต้องถึงขนาดร๊องรองก็ได้ เป็นพระรองก็ยังดีหรอกนะ…  คิดแล้วก็ยกมือขึ้นมานวดขมับอย่างปลงๆ…

 

แต่ทว่าความสงบสุขมันคงแสนสั้นและไม่มีจริง…   “เฮ้ยๆ  ไอ้รถข้างหลังอะไรนั่น!”   ลุงคนขับรถตู้เริ่มอุทานเสียงดังคล้ายเสียขวัญ    เพื่อนร่วมทางในรถสี่เหลี่ยมเริ่มแตกตื่นเปิดม่านมองหากันบ้าง

 

มีเพียงนักศึกษาหนุ่มที่ยังนั่งนิ่งไม่รู้สึกตัว…   “โหย!   จะรีบไปไหน!  แข่งรถเหรอวะนั่น”   เสียงพูดคุยของคนรอบตัวเริ่มดังขึ้นมาอีก…

 

จัน สะกิดใจได้ยินเสียงคนนั้นบ่นทีคนนี้บ่นที  และทุกคนก็พร้อมใจกันหันมองออกไปนอกรถ  แม้แต่ลุงคนขับรถตู้ก็ยังเริ่มหวาดระแวง  มันเกิดอะไรขึ้น?   ในที่สุดเด็กหนุ่มก็เปิดม่านออกไปมองด้านนอกรถตู้    ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างในทันใด  นั่นมันอะไรกันน่ะ!

 

เร็วและโคตรโกรธภาคใหม่รึ!??

                รถยนต์ยุโรปสีดำขลับขับซิ่งมาประกบรถตู้ระยอง – กำแพงกุหลาบด้วยความเร็วน่าจะมากกว่า 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง   เหล่าคนบนรถเริ่มแตกตื่นประหนึ่งมีเรือโจรสลัดเข้ามาตีคู่กับเรือโดยสาร  ไม่ก็เป็นฉากเครื่องบินมาเฟียเข้าจี้ปล้นเครื่องบินของประธานาธิบดี….

 

ชายซึ่งเป็นเป้าหมายของรถคันนั้นถึงกับทำอะไรไม่ถูก   “อะไรวะเนี่ย!   ไล่ล่ากันขนาดนี้!”   จันไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะมาเจอเรื่องราวหฤโหดได้ถึงขนาดนี้….

 

คุณลุงขับรถตู้ด้วยความกลัวจึงเริ่มเหยียบคันเร่งหนีไปจากรถยนต์ปริศนาคันนั้น   ถนนสายนี้กลายเป็นสนามแข่งความเร็วระหว่างรถตู้สี่เหลี่ยมผืนผ้ากับรถยนต์ยุโรปเครื่องแรกโช๊คดี(?)   ทุกคนในรถพร้อมใจกันใส่เข็มขัดนิรภัยอย่างพร้อมเพรียงทั้งที่ปกติไม่เคยใส่ใจมัน  ตอนนี้กลับเริ่มกลัวตาย….

 

ฉับพลันข้อความของเพื่อนสนิทก็ส่งตรงเข้ามาในโทรศัพท์พอดิบพอดี  [ฉันเพิ่งฟื้นน่ะ  นายส่งข้อความอะไรมาเยอะแยะ  ฉันอยู่ห้องพยาบาล]   เพียงได้อ่านก็รู้แล้วว่าตัวเองโดนหลอกจับตัวมาอย่างที่คิด!?

 

[ตอนนี้ฉันกำลังขึ้นรถตู้กลับกำแพงกุหลาบ!  กำลังจะโดนพาไปไหนก็ไม่รู้ ช่วยด้วย!]   รีบส่งข้อความขอความช่วยเหลือถึงเพื่อนสนิทที่น่าจะพึ่งได้ในทันใด….

 

ผ่านไป 30 วินาทีก็ไม่มีวี่แววว่าจะตอบกลับมา   เด็กหนุ่มเริ่มจะหัวเสียมากขึ้น   “จะอยากคุยอะไรขนาดนี้เนี่ย!?”   เผลออุทานออกมาเสียงดังให้คนรอบตัวหันมอง   จันรีบหันออกไปนอกกระจกรถ… เขาไม่ใช่เป้าหมายของรถ Porsche สีดำคันนะ!

 

“โดนแซงแล้ว โดนแซงแล้ว!”  ทุกคนเริ่มแตกตื่นกันอีกครั้งเมื่อรถยนต์สีดำคนนั้นพุ่งแซงรถตู้ไปอย่างไวว่อง… ยามนี้จะเหยียบความเร็วผิดดฏหมายไปขนาดไหนก็ไม่มีใครกล้าเดา  สิ่งที่ทุกคนกลัวคือจะเกิดอะไรจึ้นหลังจากนี้ตะหากล่ะ

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองพลางเริ่มกัดเล็บนิ้วโป้ง   เขาควรจะทำอย่างไรดี…. หากนี่เป็นหนังแข่งรถที่กลายเป็นหนังการจารกรรม(?)เรื่องนั้น…  ฉากหลังจากนี้ก็แทบไม่ต้องเดาเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น   “แม่ๆ กลัวๆ…แง….”  เด็กน้อยในรถขยับไปกอดแม่ที่นั่งอยู่ข้างกาย…

 

ชายผู้ได้บทเด่นในซิทคอม(?)หันมองไปยังสองแม่ลูกนั้นด้วยอารมณ์เดียวกับพระเอกในหนังระทึกขวัญ…  ถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง.. ทุกคนบนรถตู้คันนี้ก็จะซวยตามกันไปด้วย  ประเดี๋ยวก่อนสิ มันไม่น่าจะเครียดขนาดนี้ไม่ใช่เหรอ  แต่ไหงมันเครียดขนาดนี้กันล่ะ….

 

สองมือกำแน่น….  แต่ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรออกไปนั้น   รถยนต์สีดำคันนั้นกลับหักเลี้ยวเข้ามาขวางหน้ารถตู้เยี่ยงฉากหนึ่งในภาพยนต์   “ลุง!!  เบรคด่วนเลย!!!”    ชนแน่ๆ ชนแน่!!!

 

เอี๊ยด!!!!!

                ถนนทั้งสายตกอยู่ในความตื่นตระหนก  เพื่อนร่วมทางบนท้องถนนพร้อมใจกันหยุดรถด้วยความตกใจ    คุณลุงขับรถตู้สวมวิญญาณคนขับรถแข่งเหยียบเบรคกระทันหันเกือบพาคนทั้งรถหัวทิ่มหากไม่ใส่เข็มขัดนิรภัยเอาไว้….   แม้แต่เด็กหนุ่มนักศึกษาก็เกือบหัวกระแทกเบาะหน้าด้วยแรงเบรคนั่น….

 

ฉากไล่ล่าบนถนนออกไปภาคตะวันออกและกลับสู่กำแพงกุหลาบใกล้ปิดฉากลง…   ร่างสูงโปร่งเรือนผมสีบรอนด์เปิดประตูลงมาจากรถยนต์มาดเข้ม   สายลมที่โบกพัดเสือคลุมให้พริ้วไหว… มันคือฉากมาเฟียที่ลงมาล่าเหยื่อและเป้าหมายที่คิดจะหนีไปไกล….

 

รถยนต์บนถนนคันอื่นๆที่ต้องติดขัดเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันเริ่มบีบแตรไล่  แต่เมื่อดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองไป  แตรก็พร้อมใจกันเงียบลงเหมือนนัดกันมา…   ฝั่งบนรถตู้ทุกคนอยากจะมองว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ขวัญที่ลอยหายไปจากการเบรคกระทันหันก็พาให้ทุกคนเริ่มหันหาคนข้างๆตัวเองเพื่อปลอบกัน….

 

จันที่ตั้งสติได้แล้วรีบลุกขึ้นเปิดประตูรถตู้ออกไปหาคู่กรณีในทันที   “ทำบ้าอะไรของคุณน่ะครับ!  มันอันตราย!  แล้วมันก็เดือดร้อนคนอื่นเค้า!”  แผดเสียงตวาดออกไปทันที  ใครจะไปนึกว่าผู้ใหญ่ใจร้อนขนาดนี้….

 

อัศวินคลี่ยิ้มจางๆ   “เธอหนีทำไมล่ะจัน   ความผิดที่ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนคงต้องหารสองแล้วล่ะ”  คนฟังอยากเข้าไปต่อยหน้านัก…..

 

ผู้ชายตรงหน้าดูเหมือนประธานบริษัทมาดดี   ที่ไหนได้กลับมีมุมแบบนี้…  มุมที่เหมือนกับเด็กหนุ่มคึกคะนอง หรือจะเรียกว่ามุมดาร์กไม่สนใจใครจะดีกว่ากันแน่….    “………นี่จะไม่ให้ผมหนีใช่มั้ยครับ…….”  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองไป…

 

ชายตรงหน้าพยักใบหน้าตอบ   “ถ้าเธอไม่ไปกับฉันตอนนี้ คนอื่นจะยิ่งเดือดร้อนนะ”  ใช้ดวงตาสีฟ้ามองไปรอบๆตัวให้เห็นการจราจรที่เริ่มติดขัดเมื่อวิ่งได้แค่เลนเดียว

 

นักศึกษาวิศวะอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก   จะไปซ้ายหรือไปขวาจะทางไหนเขาก็ไม่อยากทั้งนั้น  จะถอยขึ้นรถตู้ก็คงมิวายได้มีตำรวจตามมาเคลียร์  จะรอตำรวจก็คงมีเรื่องได้ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ซักหน้า…  ไม่หน้าหนึ่งก็หน้าแวดวงสังคมเพราะอีกฝั่งเป็นประธานบริษัท…  หากไม่ทำอะไรเลยก็คงโดนพวกรถที่ติดขัดด่าบุพการีเอาได้… เขาไม่อยากให้ใครมาด่าพ่อแม่ตัวเองด้วย….

 

อยากจะหนีก็หนีไม่พ้นจากเงื้อมมือของมาเฟีย…

แบบนั้นมันพล็อตการ์ตูนที่พวกขนิษฐาอ่านไม่ใช่รึไง…..

 

                ดวงตาคมจ้องมองเด็กหนุ่มที่ลังเลอย่างเข้าใจ  ในที่สุดคำพูดประหนึ่งขายประกันชีวิตก็หลุดออกมาหว่านล้อม  “ฉันไม่พาเธอไปทำอะไรแปลกๆแน่  แค่อยากคุยกัน  แต่เธอไม่เคยคิดจะคุยกันดีๆ เลยต้องใช้วิธีนี้ ขอโทษด้วยนะ”   คำขอโทษตอนท้ายมันช่างทรงพลังยิ่งนัก….

 

“ขอโทษงั้นเหรอครับ….”  คำขอโทษมันมีผลกระทบกับจิตใจของคนใจอ่อน  ต่อให้ใจเข็งขนาดไหน.. เมื่อเจอคำพูดแบบนั้นก็ต้องอ่อนลงเป็นแพดเดิ้ลป๊อบ(?)ไป….

                มือกำแน่นข้างลำตัวเพื่อตัดสินใจให้ขาดว่าจะต้องเดินไปทางไหน… ในที่สุด….    “ไปก็ได้ครับ อยากจะไปไหนก็ไป!”   ยอมแพ้ให้แก่ความกตัญญู…  เขาไม่อยากให้ใครมาด่าพ่อด่าแม่…ยอมแพ้….

 

เรียวปากคมหยักยิ้มละไมแสนอบอุ่น แต่ในสายตาคนเป็นเหยื่อรู้สึกว่ามันน่ากลัวและน่าต่อยอย่างบอกไม่ถูก   “งั้นเธอก็ไปขึ้นรถเถอะ จะได้ออกเดินทางกัน”   จะหนีพ้นจากเงื้อมมือเสือ….จะต้องทำอย่างไรดีล่ะ

 

“…………ครับ….”    ในเมื่อตอนนี้หาทางหนีไปจากกรงเล็บนั้นไม่ได้  กระต่ายก็จำต้องยอมจำนน… เพื่อเอาตัวรอดด้วยวิธีต่อๆไปข้างหน้า…..

 

แม้จะยอมจำนน  สายตาและสีหน้าก็ยังคงดื้อรั้นและระมัดระวังตัว   “ฉันว่า ฉันเจอจุดอ่อนของเธออย่างนึงแล้วสิจัน”  คำพูดนั้นพาให้คนฟังสะดุ้งตัว   ท่าทางแบบนั้นพาให้คนมองด้วยปลายตาหัวเราะในลำคอ…

 

สองร่างเดินไปขึ้นรถยนต์ยุโรป Porsche  ท่ามกลางสายตาที่มึนงงของคนรอบตัว   ผู้เคราะห์ร้ายบนรถตู้จะยกมือถือขึ้นมาถ่ายก็อยู่ในช่วงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก  เหล่ารถที่ต้องมาติดจากเหตุการณ์นี้ตั้งใจจะบันทึกภาพ จู่ๆก็เกิดหวั่นว่าจะต้องมีเรื่อง…    เมื่อรถยนต์ของประธานบริษัสำรวจเคลื่อนตัวจากไป เรื่องราวของเร็วและโคตรโกรธ ภาค กำแพงกุหลาบดริฟต์ก็จบลงเพียงเท่านั้น……

 

เหลือไว้เพียงตำนานที่ร่ำลือกันในระแวกนั้นสักระยะหนึ่ง….

ศึกระหว่างรถตู้ และ Porscheสีดำ…..

                การปฏิบัติงานของบริษัทสำรวจ ณ ไซด์งานมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบตกเป็นหน้าที่ของรองประธานบริษัท  เมื่อร่างโปร่งผมสีดำขลับประคองร่างของเด็กหนุ่มสูงกว่าตัวเองเข้ามาในห้องคอนโดมีเนี่ยมย่านพญาไท  ทั้งที่ปรึกษาทั้งประธานต่างเอาเวลาไปใช้กับหัวใจ(?)ตัวเอง

 

อลินเดินไปนั่งบนโซฟาพร้อมกับกดรีโมทโทรทัศน์    ได้ที่นั่งเป็นกิจลักษณะก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความที่คั่งค้าง  แค่ฉบับแรกที่อ่านก็พาให้ดวงตาเบิกกว้าง    “จันส่งข้อความมาบอกผมว่าจันโดนคุณอัศวินพาไปไหนก็ไม่รู้  เกิดอะไรขึ้นน่ะครับ?”

 

รีวัลย์เดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นเงียบๆ   “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”  ตอบจริงตามที่รู้..   ประหนึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้

 

ดวงตาสีเขียวทอประกายกังวล   มือรีบพิมพ์ข้อความกลับไปถามว่าอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่   “ตอนนี้จันบอกว่ามุ่งไปทางภาคตะวันออก  มองจากป้ายน่าจะไปไม่พัทยา ก็ระยอง ตราด จันทบุรี ฉะเชิงเทราล่ะครับ”  กว้างเกินไปแล้ว…

 

ที่ปรึกษาอายุห่างกันไม่มากกับประธานถอนหายใจ   ใครจะคาดคิดว่าจะทำเรื่องขนาดนี้   “ปล่อยสองคนนั้นไป   อาจจะดีก็ได้ที่ได้คุยกันเป็นกิจลักษณะ ไม่ต้องแกล้งมาลงไซด์งานแบบตอนนี้”  มันเดือดร้อนคนทำงานคนอื่นมาก… ชายผู้ไม่สำนึกว่าตัวเองก็เคยทำเริ่มต่อว่า

 

นักศึกษาหนุ่มพันแผลพันแผลที่ศีรษะมองชายซึ่งมานั่งข้างกายพร้อมกับแก้วน้ำสองใบ   “แบบนี้เข้าข่ายลักพาตัวรึเปล่าครับ?”   ถามผู้เชี่ยวชาญในกฏหมาย….

 

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะกฏหมายคุ้มครองเยาวชนถอนหายใจ  “พูดยาก  เพราะเป็นการเต็มใจไปด้วย”  อย่างน้อยมีโอกาสหนีแต่ไม่หนี  การพิจารณาคดีก็เปลี่ยนแปลงแล้ว….  อีกอย่างชายหนุ่มก็ไม่เชี่ยวชาญในเรื่องลักพาตัวเสียด้วย.. หากเป็นคุ้มครองเยาวชนจำได้ทุกมาตรา(?)

 

อลินถอนหายใจ   “เป็นคนเดายากนะครับคุณอัศวิน  ผมไม่คิดว่าคุณอัศวินจะเป็นคนที่เหมือนเด็กหนุ่มเลือดร้อนได้ขนาดนี้”  ทำอะไรบุ่มบ่ามและยิ่งใหญ่มาก….

 

            ตัดสินใจจะทำการใหญ่…ก็ทุ่มสุดตัวเลยทีเดียว…

แม้ไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคือจีบหรือไม่….

                เพื่อนร่วมงานนั่งฟังเงียบๆ  ไม่อยากวิจารณ์ชายซึ่งเป็นประธานผู้ถือกุมอำนาจทั้งบริษัทเอาไว้  แม้นี่จะเป็นการพูดลับหลังก็ตามที…  กำแพงมีหูประตูมีตา จำต้องระวังเอาไว้ก่อนจนกว่าจะได้วันหยุดพักร้อนที่ต้องการมา….  จนถึงวันนั้นจะไม่มีการวิจารณ์การกระทำใดๆ

 

เด็กหนุ่มจับเส้นผมที่เลอะฝุ่นของตัวเอง  ของที่ตกใส่มันค่อนข้างสกปรก…   “คืนนี้ผมจะสระผม แต่แบบนี้คงสระลำบากแล้ว   พี่รีวัลย์ช่วยหน่อยได้มั้ยครับ?”   เอ่ยถามคนเฝ้าไข้

 

“ทำไมจะไม่ได้  ถ้านายลำบากจะอาบน้ำให้ก็ยังได้”   สิ้นประโยคคำพูดมีความนัย  แก้มสีซีดจากการเสียเลือดแปรเปลี่ยนสีเป็นสีแดงฝาด

 

“ผมเป็นคนเจ็บนะครับ”  ตอบกลับไปอย่างรู้ทัน  คนฟังสบถเบาๆในลำคอและหันมองกลับ  มือที่ถือแก้วน้ำเอาไว้อย่างมีเอกลักษณ์ช่างเจ้าเล่ห์

 

“นายใช้หัวงั้นเหรอ  เวลาอย่างนั้น?”   คำถามสองแง่สองง่ามที่ทำให้คนเจ็บต้องรีบยกแก้วน้ำของตัวเองมาดื่มบ้าง    มันก็ไม่ได้ใช้ศีรษะหรอก… มีแต่ใช้อย่างอื่นไม่ใช่เหรอ…

 

“ยังไงก็สระผมให้ด้วยนะครับ…. สระผมก่อน”   เสียงบ่นเบาๆพร้อมกับรีบดื่มน้ำคล้ายจะกลืนคำพูดตัวเองลงลำคอไป    ได้ยินดังนั้นคนพูดจาเล่นลิ้นจากที่ไม่เคยเป็นเมื่อ 6 ปีก่อนพลันหยักยิ้มที่มุมปาก

 

การเป็นคนรักกันมานานทำให้ปรับตัวเข้าหากันได้มาก

                เรื่องในมุ้งเรื่องนอกมุ้ง   เรื่องกิน เรื่องเรียน เรื่องทำงาน เรื่องเล็กๆน้อยๆ หรือเรื่องใหญ่ๆ หลายๆเรื่องสามารถพูดใส่กันได้โดยที่ไม่มีความลับใดๆต่อกัน หากไม่ใช่เรื่องที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องรู้ เช่นกำไรบริษัท เกรดเพื่อนในห้องเรียน  การคบหากันอย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ  เท่ากับการแชร์คำพูดที่เปิดเผยต่อกันด้วย….

 

แต่สำหรับคู่ที่ยังไปไม่ถึงเส้นชัย…การพูดจากันก็เป็นเรื่องยากเย็น…

                เกลียดคลื่นซัดสาดเข้ามายังหาดทรายสีเหลือง.. เม็ดทรายละเอียดต้องแสงแดดในยามบ่ายอันเจิดจ้าเป็นประกายและสะอาดสะอ้านไร้ขยะ…  หาดทรายที่สะอาดเกินจะเป็นสถานที่สาธารณะแห่งนี้อยู่ติดกับบ้านหลังใหญ่ที่ก่อสร้างด้วยอิฐสีน้ำตาลแดงทรงยุโรปสองชั้น  ด้านหน้ามีป้ายปักติดเอาไว้ว่าที่หวงห้ามเฉพาะบุคคล… ลงท้ายด้วยชื่อบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน จำกัด มหาชน…

 

นี่คือฉากดาษๆประจำละครหลังข่าว

“บ้านพักตากอากาศ”

                ร่างสูงผมสีน้ำตาลอ่อนเดินทอดน่องไปตามหาดทรายที่เงียบสงัดไร้ผู้คนภายนอก  จะมีก็เพียงคนสวนและแม่บ้านที่คอยดูแลความเรียบร้อยแทนเจ้าของบ้านเท่านั้น… จัน สะกิดใจใช้สายตามองออกไปไกล.. แม้แต่ในน้ำก็ยังไม่เห็นเรือประมง…..  เจ้าฉากแบบนี้มันควรจะอยู่ในละครหลังข่าวไม่ใช่เหรอ ใยเขากลายมาเป็นตัวแสดงในฉากแบบนี้ได้ล่ะ….

 

จัน สะกิดใจมีใบหน้าหมดอาลัย   “บ้าจริง….. สวัสดีระยอง…….”  ที่ที่เขาเหยียบอยู่ตอนนี้คือหาดส่วนตัวแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง  จะเรียกว่าโชคดีหรือไม่ที่ไม่ต้องไปเสม็ด…..

 

บ้านพักส่วนตัวแม้จะมีชื่อบอกว่าเป็นของบริษัทก็ชวนให้สงสัยในประวัติของชายหนุ่ม  ลามไปถึงรายได้ของบริษัททำความสะอาดธรรมดาๆแต่ดูไม่ธรรมดาแห่งนั้น     “บริษัททำความสะอาดรายได้ดีปานนั้นเชียว….”   อาจจะรายได้ดีกว่าการเป็นวิศวะ…..

 

คิดแบบนั้นแล้วต้องรีบตบหน้าตัวเองให้ได้สติ   ไม่ได้เด็ดขาด ห้ามคิดแบบนั้น!  เขาตั้งใจจะไปฝึกงานที่การบินไทย  จะมากลับลำฝึกงานที่บริษัททำความสะอาดแห่งนี้ไม่ได้เด็ดขาด….  ลองเหยียบเข้าไปก็เหมือนเข้าถ้ำเสือแล้ว  การเลือกเส้นทางการเรียนต้องเป็นของเขา…

 

แค่อยากคุยกัน กับขอโทษนะ แค่สองคำก็ทำให้คนใจแข็งมายืนอยู่ที่นี่ บวกด้วยเหตุผลแวดล้อมที่ชวนให้รู้สึกผิดถ้าบุพการีต้องโดนด่าจากคนรอบข้าง…   ประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน อัศวิน สมิงห์ ผู้ชายคนนี้วางแผนไว้ใช่หรือไม่… ช่างเป็นผู้ชายที่น่ากลัวจริงๆ…

 

เวลานี้เขาทำอะไรไม่ได้…  นอกจากรอเวลาและหาช่องทางหนีขั้นต่อไป  มันต้องมีสักทางที่จะกลับกำแพงกุหลาบได้…     “ชาร์ตแบตโทรศัพท์เสร็จต้องหาทางติดต่ออลิน….”  ติดต่อทีเดียวได้ถึงสอง…  คนที่จะช่วยเขาได้ในตอนนี้เวลานี้….

 

“หนูๆ”  เสียงเรียกของหญิงมีอายุตัวประกอบ O ดังมาจากเบื้องหลัง   เด็กหนุ่มหันมองไปตามเสียงเรียก  เผยให้เห็นคุณป้าและตะกร้าใส่ปูตะกร้าใหญ่…

 

นักศึกษาจ้องมอง   “มีอะไรเหรอครับป้า?”   ยื่นมือออกไปรับอย่างเป็นธรรมชาติเพราะไม่อยากให้หญิงสูงวัยต้องถือของหนักนานๆ…   เธอคนนี้คือแม่บ้านของบ้านพักตากอากาศ

 

“ป้าจะออกไปข้างนอกน่ะ   หนูเอาไปทำกินกับคุณอัศวินนะ แล้วพรุ่งนี้เช้าป้าจะกลับมา”  ได้ยินดังนั้นแล้วดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้าง  อยากจะคว้าตัวป้าเอาไว้แล้วบอกว่าอย่าไป!!

 

“ป้าจะไปไหนน่ะ!”   จันรีบถามไปอย่างตื่นตระหนก  เวลานี้เด็กหนุ่มวิศวะระแวงไปหมดทุกอย่าง  มาอยู่ในถ้ำเสือนอกสถานที่มันอันตรายมาก

 

“หลานป้าไม่ค่อยสบายน่ะ ป้าก็เลยจะไปดูซักหน่อย  ขอโทษด้วยนะหนูที่ป้าไม่ได้อยู่ดูแล แต่บอกคุณอัศวินไว้แล้วล่ะ”  ออกฉากมาแค่ไม่กี่บรรทัดก็จะจากไปเสียแล้ว….  ใครเป็นคนเขียนบทกัน  ทำไมเขียนได้ตัดทอนและกำจัดตัวละครประกอบถึงเพียงนี้….

 

….เหตุผลและคำขอโทษทำให้คนฟังใจอ่อนอีกครั้ง….

                เดือนมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบแม้ใจจะอยากให้หญิงแปลกหน้าคนนี้อยู่  แต่เธอก็เดือดร้อนเกินกว่าจะมาดูแลเจ้านายตอนนี้  เขาไม่มีสิทธิ์ขอให้อยู่  อย่างน้อยๆก็ยังมีคนสวน….. แต่เมื่อหันมองหา.. กระทั่งคนสวนก็หายตัวไปเหมือนบทสั่งได้!  เฮ้ย!

 

“ป้าไปเถอะ  หลานป้าไม่สบาย…. ไม่ต้องห่วงทางนี้…. ผมจัดการได้….”   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองสบกับปูที่โดนมัดเอาไว้ในตะกร้า…. ชะตากรรมของเขาคงไม่ต่างกับปูพวกนี้หรอก  แค่ไม่โดนมัดไว้แค่นั้นเอง

 

หญิงสูงวัยกว่าแม่มองหน้าอีกฝ่าย    “หนูเป็นแฟนคุณอัศวินเหรอ  นานแล้วที่คุณอัศวินไม่พาใครมาด้วยแค่สองต่อสอง”    ตะกร้าปูแทบหลุดร่วงลงบนพื้น…..

 

ใบหน้ากลายเป็นสีแดงก่ำ   “ไม่ใช่ครับ!!  ผมเป็นแค่คนรู้จัก  เอ่อ เป็นคนรู้จักของเพื่อนร่วมงาน!  ไม่สิ!   เป็นเพื่อนของแฟนเพื่อนร่วมงานอีกทีครับ!”   รีบพ่นสายสัมพันธ์อันลึกลับซับซ้อนเกินกว่าคนฟังจะเข้าใจออกไป….

 

เจ้าหล่อนถึงกับทำหน้าตางงงวย    “ป้าไม่ค่อยเข้าใจ  แต่ช่างเถอะ  คิดว่าเป็นแฟนคุณอัศวินซะอีก  คุณอัศวินเป็นคนดีนะ  ถึงจะเป็นเกย์ก็เถอะ”  ดวงตาคมเบือนมองไปทางอื่น.. ไม่อยากได้ยินคำพูดขายตรง…. ประเดี๋ยวก่อนเมื่อกี้ป้าพูดว่าเกย์!?

 

จันเงียบกริบ  คนดีที่ขับรถมาปาดหน้ารถตู้  คนดีที่หลอกใช้เพื่อนร่วมงานมาหลอกเด็กอีกทีหนึ่ง คนทีที่ไปดักรอที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าหอพัก คนดีที่ละเมอจะเล่นผีผ้าห่มใส่คนบริสุทธิ์(?)….      “ไม่ใช่แฟนกันครับป้า แล้วก็คงไม่มีทางเป็นด้วย…..”  ไม่มีทางเลยจริงๆ…..

 

คุณป้ามองหน้าหนุ่มหน้าตาดี   “หนูพูดเหมือนละครหลังข่าวที่ป้าดูเลยล่ะ  แต่นั่นเป็นผู้ชายกับผู้หญิง  สวรรค์เบี่ยงน่ะจ้ะ”   เด็กหนุ่มถึงกับกินจุด………..

 

“……. มันไม่ใช่แบบนั้นครับป้า…..”  แม้จะโดนลักพาตัวมาอย่างใกล้เคียงก็เถอะ   หากดำเนินเรื่องไปแบบนั้น อยู่ที่นี่เกิน 2 วัน เขาได้โดนขังในห้องแล้วข่มขืน(?)แน่….

 

ได้ยินดังนั้นแม่บ้านตัวประกอบ O ยิ้มกว้าง   “ท่าทางหนูคงจะไม่ใช่เกย์  ก็ดีนะ หน้าตาดีๆแบบหนู ผู้หญิงสาวๆยังต้องการอีกเยอะนะ”  ผมเป็นเกย์ล่ะป้า… แต่ผมไม่ได้ชอบเจ้านายป้าแค่นั้นเอง….

 

ทำไมเขารู้สึกเหมือนเห็นอีกภาคหนึ่งของแม่มาอยู่ที่นี่……

ถามจริงๆเถอะตอนที่คุณรีวัลย์เป็นพระเอกโดนแบบเขาไหม….

                นักศึกษาจากกำแพงกุหลาบยกมือไหว้คุณป้าแม่บ้านผู้หน้าตาใจดีแต่วาจาเชือดเฉือนโดยไม่รู้ตัวและเดินจากไปพร้อมกับปูในตะกร้า   สายตาหลายคู่ของสัตว์ทะเลพร้อมใจกันมองใบหน้าอันหล่อเหลาด้วยความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง…    ชะตากรรมของเขาหลังจากตอนนี้ไปจะเป็นยังไงก็ไม่รู้… แต่ที่รู้เขาต้องติดต่อหาใครสักคน หรือไม่ก็ต้องหนีไปด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งให้จนได้……หากเรื่องที่คุยมันไม่เข้าท่า….

 

…..พวกเรายังมีอะไรให้คุยปรับความเข้าใจอีกเหรอ…..

                อัศวิน สมิงห์ยืนอยู่ในห้องครัวกว้างที่ไม่มีแม่บ้าน  บนโต๊ะมีน้ำยาล้างจานและอุปกรณ์ล้างจานใหม่เอี่ยมวางอยู่   ส่วนในมือของหนุ่มใหญ่เจ้าของบริษัทนั้นใช้แท็บเล็ตค้นหาข้อมูลอะไรบางอย่าง…  สีหน้านั้นจริงจังและตึงเครียดกับสิ่งที่ต้องค้นหา

 

“ไม่มีที่เข้าท่า”   เสียงทุ้มพึมพำกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ในจอ   ไม่มีอะไรที่ใช้ได้แม้แต่อย่างเดียว  มีแต่โฆษณา หรือไม่ก็เป็นคำพูดทั่วไป  ไร้ซึ่ง How-To ที่ดีและถูกต้อง

 

สิ่งที่เป็นปัญหาหนักอกหนักใจของประธานบริษัทหนุ่มนั้นคือ……   ภาพบนหน้าจอค้นหาของเว็บไซด์ Google เขียนคำว่า [ล้างจาน]  ผลลัพธ์ออกมาทั้งหมด 2,180,000 รายการ  มีคลิปในเว็บท่อสอนล้างจานเสียด้วย….  นี่คือปัญหาระดับชาติเมื่อแม่บ้านไม่อยู่!

 

“เข้าใจยากเกินไปนะ การอ่านภาคทฤษฎี”  สีหน้านั้นจริงจังกับสิ่งที่ตัวเองได้อ่านและพยายามดูคลิปทำความเข้าใจ   สุดท้ายก็กดโทรศัพท์ออกไปหาผู้เชี่ยวชาญ

 

ชื่อที่หวยออกคือ ที่ปรึกษาบริษัทนายรีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุล   รอนานจนเกือบเสียงสัญญานสุดท้ายจึงจะรับสาย   “รีวัลย์  นายว่างอยูรึเปล่า  ฉันมีเรื่องจะให้นายช่วย”

 

[จริงๆก็ไม่ได้ว่าง แต่นายมีอะไร  ฉันกำลังทำข้าวผัดให้อลิน]  ได้ยินคำพูดประหนึ่งพ่อบ้าน  คนฟังก็หลุดยิ้มออกมากับความอบอุ่นของคู่รัก

 

“บอกวิธีล้างจานมาหน่อย  ต้องใช้น้ำยาล้างจานมากแค่ไหนสำหรับจานประมาณหนึ่ง”   สิ้นประโยคคำถามที่จริงจังเสียจนคาดไม่ถึง   อีกฝั่งหนึ่งของโทรศัพท์เงียบกริบไปคล้ายกับกินจุดระยะยาว…..

 

[ถ้ามันยากนัก  นายก็รอแม่บ้านมาทำ แค่นี้ล่ะ]  รีวัลย์ตอบกลับอย่างไร้เยื่อใยและไม่คิดจะอธิบายสิ่งที่ถูกต้อง…  คุณชายอาจต้องเจอปัญหากับการล้างจานเข้าแล้ว…..

 

ฉากต้นตอนช่างตึงเครียด(?) แล้วใยท้ายตอนเป็นแบบนี้….

อย่างกับตัดต่อผิด

                ชายหนุ่มซึ่งโดนที่ปรึกษาบริษัทวางสายไปเพราะการปรึกษาเรื่องไร้สาระมองโทรศัพท์แล้วก็ขำเบาๆ  ไม่ถือโกรธอะไร  แต่วันหยุดพักร้อนอาจจำนวนวันลดลงเท่านั้นเอง  ดวงตาสีฟ้าครามมองอุปกรณ์ทำความสะอาดอีกครั้ง  การทำงานบริษัททำความสะอาดไม่ได้หมายความว่าล้างจานเป็น  เพราะจานเลอะคราบมันไม่ใช่ภัยภายในบ้าน….

 

ไม่นานนักร่างของเด็กหนุ่มในชุดลำลองก็ก้าวเข้ามาในห้องครัวพร้อมกับปูในตะกร้า  พวกมันกำลังแน่นิ่งจากการถูกมัดมานาน…  เมื่อปะหน้ากันชายสูงใหญ่ยิ้มให้   “บ้านพักตากอากาศเป็นยังไงบ้าง?  เธอชอบรึเปล่า?  บรรยากาศดีนะที่นี่”

 

“ผมไม่จำเป็นต้องชอบหรือว่าไม่ชอบครับ  เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย…”   ดวงตาเบือนหนีไปทางอื่น   แต่ก้ามปูพยศตัวหนึ่งดันมาหนีบนิ้วคล้ายกับจะบอกให้หันกลับไปหาพระเอก(?)เสียอย่างนั้น  ไอ้ปูบ้า!

 

“แต่ฉันชอบนะ  ฉันมาที่นี่บ่อยๆ  กับบ้านพักที่พัทยา”  ฟังแล้วชวนให้คิดว่ามาใช้ส่วนตัวหรือว่ามาใช้ในเรื่องงาน… ที่แน่ๆคนอื่นในบริษัทคงไม่ได้มาใช้….

 

“มีกี่ที่ผมก็ไม่สนใจหรอกครับ  ผมสนใจแค่ว่าผมจะได้กลับเมื่อไหรแค่นั้นเอง”   จันวางปูลงบนโต๊ะ   ป้าแม่บ้านไม่อยู่….บางทีเขาต้องทำเอง… แล้วคนตรงหน้าทำอะไรได้บ้าง  ภาพลักษณ์คุณชายมาเฟียเสียขนาดนี้….

 

สองสายตามองกันและกันคล้ายกับมีคำพูดบางอย่าง  โดยที่เดือนมหาวิทยาลัยเป็นฝ่ายพูดก่อน   “ป้าแม่บ้านบอกผมว่า ป้าแกจะไปหาหลาน….”

 

คนฟังคลี่ยิ้มตอบ  “ฉันรู้แล้ว คุณป้าบอกฉันแล้วล่ะ  คืนนี้พวกเราคงต้องอยู่กันสองคน”  ได้ยินคำยืนยันจากเจ้าของบ้านดังนั้น  จัน สะกิดใจก็ตัดสินใจได้ทันทีว่าต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อหนีในคืนนี้!

 

แต่ก่อนหน้านั้น… ปากท้องสำคัญกว่า…   “คุณทำอะไรได้บ้างครับ……”   ดวงตาสองคู่มองกันอย่างมีความหมาย… และในที่สุดเรียวปากคมของร่างสูงกว่า 10 เซนติเมตรก็หยักยิ้มออกมา

 

“ให้กำลังใจน่ะ”   สิ้นประโยคนั้นชายที่โดนลักพาตัวมาถึงระยองก็ทุบโต๊ะด้วยความเคืองแค้น…    บ้าที่สุด!  นี่มันคุณชายชัดๆ!

 

พักรบชั่วคราวเพื่อมื้อเย็นอันสำคัญยิ่ง….

และเพื่อปูที่สละชีพมาให้ต่อชีวิตในค่ำคืนนี้!

                อัศวินจ้องมองดูเดือนมหาวิทยาลัยหน้าตาดีกำลังแกะเชือกที่รัดปูอย่าง SM  สีหน้าของอีกฝ่ายช่างหัวเสีย ปากก็บ่นมุบมิบเหมือนป้าแก่ๆ(?)   หากแต่มันเป็นภาพที่เขาไม่ได้เห็นจากคนอื่นที่เคยมาด้วยกันที่นี่…  อาจจะเคยเห็นจากเพื่อนร่วมงานแบบเลขานุการ  แต่ไม่เคยเห็นจากคนรักซึ่งมักจะเป็นคนวัยเดียวกัน…

 

การลักพาตัวมาครั้งนี้ใช่ว่าจะตั้งใจ  การขับรถตัดหน้ารถตู้แบบนั้นทำไปก็มีความเสี่ยง… แต่ก็เผลอใจร้อนทำลงไปเพื่อไม่อยากให้หนี  เพื่อสร้างโอกาสในการพูดคุยกัน  แม้แต่การที่แม่บ้านจะไม่อยู่ชั่วคราว… มันช่างเหมือนฟ้าเป็นใจเสียจนน่าตลก…

 

มันไม่เหมือนการเข้าหาลูกค้าหรือหุ้นส่วน หรือศัตรูคู่แข่ง  มันยากกว่านั้น….   “จันบ่นมาก ระวังปูจะหนีบเอานะ”  สิ้นคำก็โดนปูหนีบเข้าจริงๆ  เรียกรอยยิ้มขำๆของคนที่มองให้กำลังใจอย่างที่ปากบอกเอาไว้…..

 

เมื่อทำอะไรหลุดๆ  ใบหน้าคมอันหน้าตาดีนั้นก็เริ่มหัวเสียอีกจนเหมือนหล่อเสียของ(?)   “เธอนี่ตลกจริงๆเลยนะ”   อัศวินมองขำๆ

 

หากไม่มีเรื่องเมื่อ 6 ปีที่แล้วเกิดขึ้น…พวกเราคงเข้ากันได้ดีกว่านี้…..

                มันเป็นเหมือนจิ๊กซอร์ที่หายไป  หรือเป็นจิ๊กซอร์ที่เกินมากันแน่… ภาพที่ควรจะเป็นจึงผิดแผกไปจากที่ควรจะเป็น กลายเป็นภาพที่ไม่สมบูรณ์  คล้ายกับรถไฟฟ้าที่ยังสร้างไม่เสร็จ  ยังคงเป็นเสาแท่ง ยังคงเป็นหลุมที่ขุดเอาไว้ต้องสานต่อ  เป็นโครงการใหม่ที่ต้องเริ่มขึ้นแทนโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อายุต่ำกว่า 16 ปี….  โครงการฉบับที่สองของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน

 

มันอาจจะเป็นโครงการที่มีชื่อว่า

โครงการศึกษาและปรับสมดุลซึนเดเระอายุมากกว่า 20 ปี

 

หรือกลายเป็นนิยายรักสดใสชื่อเรื่อง

คุณชายประธานบริษัทกับหนุ่มซึนร้ายหนีทางรักก็เป็นได้….

 

———————————————————————————

Free Talk : เหตุการณ์ระยองจะยาวแล้วก็ละเอียดกว่าบอทนะคะ แล้วก็จะเปลี่ยนรายละเอียดด้วยไม่ไปแบบเดียวกับบอททั้งหมด ฮา

จริงๆเหตุการณ์ในบอทหลายๆอันจะไม่เกิดขึ้นจริงในฟิคหลักนะ =3=” ดราม่าที่เกิดๆในบอทก็อาจจะไม่เกิดขึ้นในฟิคนะคะ อาจจะไปดราม่าอีกอย่างหนึ่ง เพราะว่าตอนจบของฟิคหลักที่คิดเอาไว้ไปคนละทางกับบอทเลย ถ้าเขียนตามหมดก็ไม่ใช่ฟิคหลัก แล้วจะไม่หลากหลาย ฮา เหมือนกับตอนคู่รีลิน ที่บอทกับฟิคไปละเส้นกันเลย

ตั้งเป้าไว้ว่าธันวาน่าจะจบ แต่ตอนนี้ดันโดนย้ายแผนกที่ทำงาน ชีวิตค่อนข้างวุ่นวายกับเปลี่ยนแปลง แต่ยังไงก็จะพยายาม!!

 

 

Advertisements
 
2 ความเห็น

Posted by บน 11/08/2013 in Uncategorized

 

2 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 8

  1. กล้ามของรินจัง (ΦωΦ) (@PooFuGirl)

    11/09/2013 at 3:59 AM

    ลงฟิคตอนไหนไม่รู้เรื่อง Orz เพิ่งเห็น (อนึ่งเพราะหลับ TvT)
    ชายจันน่ารักนะ อยากบอกว่าในบอทฉากหนีตายโดนลักพาตัวนี่
    ทำเอาตื่นเลยจากบ่ายที่นั่งทำงานง่วง ๆ ขำจนท้องแข็ง

    รู้สึกว่าชายจันคือผู้ชายแบบที่ควรจะเหลือรอดให้ผู้หญิงอย่างเรา ๆ
    สักคน แต่ก็ไม่รอด = =” คุณอัศวินนี่ใจร้อนรุกล่าเร็วมาก
    เหมือนจะเป็นคนใจเย็น แต่นิสัยเด็ก ๆ ผิดกับภาพลักษณ์ประธานบริษัท
    แรง ๆ เลยทีเดียว ผู้สมรู้ร่วมคิดนี่แบบว่าทำตัวเหมือนจะรู้สึกผิด
    แต่ก็ไม่ผิด… กำลังทำข้าวผัดอยู่? ตัดสายฉับ !!! เยี่ยม
    อย่ามารบกวนเวลาฉันทำกับข้าว กับข้าวที่รอโตมานาน
    นั่นคือความหมายที่แท้จริงสินะ อุอุ

    สวรรค์เบี่ยง นาจัน กับ อัศวี สินะ 😀
    ภาพในครัวตอนท้ายน่ารักนะ ยืนให้กำลังใจ ส่วนอีกคน
    ก็มุ่งมั่นในการตบตีกับปูแม้จะบ่นเป็นกระต่ายกินแครอท? ก็เถอะ
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงของทั้งสองคน
    ก็ไม่ได้เลวร้ายไปสักเท่าไหร่ ติดที่จันมีอคติเพราะเรื่อง 6 ปีที่แล้ว
    จะโดนปล้ำฝังใจอยู่นั่นเอง >x<

     
  2. taraikari

    11/11/2013 at 12:50 AM

    เร็วและโคตรโกรธ นำแสดงโดยอัศวิน สมิงห์ และจัน สะกิดใจ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประธานบริษัทซึ่งพยายามขายขนมจีบให้เดือนมหาลัยด้วยวิธีประหลาดๆ หนึ่งในนั้นคือการล่อลวงไประยองด้วยกัน และเมื่อเด็กหนุ่มแอบขึ้นรถตู้หนีกลับบ้าน การไล่ล่าด้วยรถปอร์เช่ของประธานบริษัทจึงเกิดขึ้น…
    (ฉันเม้นอะไรลงไป)
    “สวัสดีจัน” น้ำทะเลที่ระยองตอบรับคำทักทายของจัน ฮ่าๆๆๆๆๆ
    บริษัทนี้ดูรวยนะคะ มีบ้านพักตาอากาศด้วย อยากเป็นหุ้นส่วนด้วยอ่ะ เผื่อจะมีเงินเข้ากระเป๋าเพิ่มขึ้น
    แต่ประธานบริษัทจะคุณชายไปไหน
    ถึงกับต้องเสิร์จหาวิธีล้างใจในเน็ต
    พี่รีัวัลย์คะ
    รู้ตัวมั๊ยคะว่าวันหยุดพักร้อนที่ได้มากำลังถูกลดจำนวนวันลงเพราะมัวแต่ทำข้าวผัด(?)ให้น้องอลิน
    ไม่สนใจจะให้คำปรึกษาเรื่องการล้างจานแก่ท่านประธาน

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: