RSS

[TitanFic] Memory of Snowflakes (Levi x Eren) Chapter 30

14 พ.ย.

Title : Memory of Snowflakes
Pairing : Levi x Eren (+Jean , Mikasa)
Gerne : BL , Drama , Romance , NL
Rating : PG

—————————————————————————————————————–

ยามที่ฤดูหนาวสิ้นสุดลงนั่นคือจุดเริ่มต้นฤดูใหม่

คือห้วงเวลาของฤดูใบไม้ผลิที่จะมาเยือน

 

หิมะพัดพาอดีตให้เชื่อมโยงกับปัจจุบัน

สายสัมพันธ์อันแสนซับซ้อนและเปราะบางช่างเหมือนเกล็ดหิมะใส

 

ความทรงจำที่ร้อยเรียงมานานนับสองพันปีของเราทั้งคู่

ปลายทางนั้นคือสุขหรือทุกข์ก็มิอาจล่วงรู้

Chapter 30: Last Christmas

 

                ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต มนุษย์เรามักร้องขอบางสิ่งที่ไม่อาจเป็นจริงได้ในชาติภพที่จำจากมาด้วยเหตุปัจจัยที่แตกต่างกันไป  อยากพบ อยากลาจาก อยากรักษาสัญญา อยากแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด ห้วงความคิดและคำขอนับร้อยนับพันถักทอตกผลึกเป็นหิมะที่ร่วงโรยลงมาในค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์…

 

มากมายและต้องแสงสว่างจากดวงไฟหลากสีสันเกิดเป็นประกายในท้องฟ้า…  สวยงามและน่าหงอยเหงาในเวลาเดียวกัน  ท่ามกลางย่านการค้าที่ก้องด้วยเสียงดนตรีเพลงคริสมาสต์อันแสนสุข  อาจจะมีเพียงคนไม่กี่คนที่รับรู้ถึงบางอย่างที่แฝงอยู่ในหิมะเหล่านั้นได้….

 

สองมือที่มิอาจจับจูงกันได้ในอดีตผสานสนิทยามเดินผ่านผู้คนมากมายวันเทศกาลที่แสนรื่นเริง  หญิงสาวผมยาวยวงในเสื้อโค้ทสีน้ำตาลและเสื้อผ้าโทนสีเดียวกันทอดสายตามองพื้นตลอดเส้นทางที่ก้าวเดิน  ใบหน้าซับสีระเรื่ออ่อนๆจากอากาศหนาวและดวงใจที่เต้นผิดจังหวะ….

 

มือของชายหนุ่มศัลยแพทย์ช่างอบอุ่น..  ยากจะบอกว่าเหมือนกับเมื่อสองพันปีที่แล้วหรือเปล่า เพราะมันช่างลางเลือน…  แต่ลึกๆในใจกลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างเข้ามาเติมเต็ม  บางทีนั่นอาจจะเป็นความรู้สึกของวิญญาณอีกดวงหนึ่งที่เป็นตัวเองและไม่ใช่ตัวเองในเวลาเดียวกัน…

 

เอเลนจับถุงใส่ของเอาไว้แน่น  ในมืออีกข้างที่ไม่ได้จับจูงกันของอีกฝ่ายก็มีถุงกระดาษเช่นเดียวกัน…  เจ้าของขวัญที่ไม่ได้นัดหมายแต่ก็เผลอซื้อมา    “รีไวล์ซัง…เอ่อ…หัวหน้ารีไวล์  เราจะไปไหนเหรอคะ?”  เปล่งเสียงถามคนที่เดินเคียงข้าง  วันนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเรียกเขาคนนี้แบบนั้นไปตลอด

 

“ในวันแบบนี้ควรจะเริ่มจากการกินข้าวด้วยกันรึเปล่า?  หรือจะเหมือนกับที่เธอเคยทำในคริสมาสต์ปกติของเธอ?”   ชายดวงตาสีรัตติกาลเหมือนกับท้องฟ้าในยามนี้เบี่ยงมองใบหน้าใส

 

เป็นคำถามที่ทำให้คนฟังเผลอนิ่งไปครู่หนึ่ง  ไม่ใช่ว่านึกถึงแฟนเก่า….  “คริสมาสต์ของคนอื่นก็คงเป็นแบบนั้นกันทั้งนั้นล่ะค่ะ  ไม่งั้นวันคริสมาสต์ร้านอาหารคงจะปิดได้”   คำพูดคล้ายยอกย้อนของนักศึกษาโบราณคดีสาวขับให้นายแพทย์ผมดำหยักยิ้มที่มุมปาก

 

“งั้นพวกเราก็ควรจะทำแบบนั้น คริสมาสต์ที่เหมือนกับคนอื่นๆ”  รีไวล์หันมองกลับไปข้างหน้า  คริสมาสต์ธรรมดาๆ สิ่งที่ทำเรียบง่ายไม่หวือหวา….

 

เมื่อสองพันปีที่แล้ว….ในฐานะทหารไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น…

ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง…ไม่มีสิทธิ์ที่จะมีเทศกาลที่พิเศษดั่งคนรัก…

                ในปัจจุบันกาลเราทั้งสองก็มิใช่คนรักกัน…  เป็นเพียงคนสองคนที่กลับมาพานพบกันในช่วงเวลาหนึ่ง  และได้สานต่อความทรงจำที่ปิดผนึกเอาไว้นับพันๆปี  เจ้าความรักที่สาบสูญ….และพัดผ่านกลับมาในช่วงเวลาที่ผิดพลาด ในฤดูกาลอันเป็นสีเทาหม่นหมอง….

 

การเลิกลากับแฟนหนุ่มเพียงไม่นานและมาหาชายซึ่งมีสายสัมพันธ์อันซับซ้อนแบบนี้นั้น…มันผิดบาป.. แต่ถึงกระนั้นความทรงจำก็ผลักให้มาที่นี่     ชายหญิงผู้มีความทรงจำจากอดีตกาลในยุคประวัติศาสตร์กำแพงก้าวเดินมายังร้านอาหารสไตล์สลัดและสเต็กซึ่งมีทั้งครอบครัว คู่รัก และเพื่อนฝูง  บรรยากาศในร้านครื้นเครงด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะจากหลากหลายโต๊ะผสานเป็นเสียงเดียวกัน

 

คิ้วคมเลิกขึ้นน้อยๆคล้ายกับไม่ชอบบรรยากาศที่แสนวุ่นวายแบบนี้นัก  ท่าทีแบบนั้นขับให้หญิงสาวหลุดอมยิ้ม  “เธอแอบหัวเราะอะไรเอเลน?”  เสียงทุ้มนั้นเตือนให้รู้ว่าเขาเห็น

 

“เปล่าค่ะ  แค่คิดว่า..หัวหน้าน่ะผ่านไปนานก็เหมือนเดิมนะคะ”   ชอบความสงบ รักความสะอาด  จากที่เคยเป็นทหาร แปรเปลี่ยนมาเป็นนายแพทย์ที่ช่วยเหลือชีวิตของคนอื่น…

 

……ความเชื่อมักจะบอกว่า…คนเราจะเป็นได้ในสิ่งที่หวังในชาติก่อน…

หากนั่นเป็นการที่เราหวังจะชดใช้บางอย่าง

 

                เอเลน เยเกอร์ในอดีตต้องการที่จะพบคน 3 คนอีกครั้งในห้วงชีวิตใหม่  นั่นคือแจน กิลชูไตน์ มิคาสะ แอ็คเกอร์แมน และหัวหน้าทหารรีไวล์   แม้แต่เพื่อนที่รักที่สุดและยอมสละชีวิตได้ สวรรค์ก็บันดาลให้คนๆนั้นเกิดมาเป็นน้องชาย  เรื่องของแจนนั้นจบลงไปแล้ว…. เรื่องของชายตรงหน้าเพิ่งเริ่มต้นขึ้น…

 

และหลังจากค่ำคืนนี้ไปจะเป็นการเริ่มต้นที่แท้จริง…   เปลือกตาบางหลับตาลงในครู่หนึ่งมองเห็นภาพชายหนุ่มในเครื่องแบบ และเมื่อหลับและเปิดอีกครั้งก็คือภาพชายในชุดโค้ทสีดำซึ่งสูงใหญ่กว่าตัวเอง…  มิได้ต้องก้มมองเหมือนอย่างที่เป็นในความทรงจำ

 

รีไวล์ไม่พูดอะไรต่อนอกจากฟังประโยคนั้น  พนักงานเดินมาต้อนรับและพาลูกค้าทั้งสองไปยังโต๊ะที่จองเอาไว้แล้วในทำเลที่สงบกว่าด้านนอกที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน    “จองไว้แบบนี้….ถ้าเกิดตอนนั้นฉันบอกว่าไม่หิว จะไม่กินก่อน จะเป็นยังไงล่ะคะนั่น?”  เอเลนเอ่ยถามอีกฝ่ายเมื่อมือแกร่งนั้นเลื่อนเก้าอี้ให้

 

“ฉันก็จะพาเธอมาอยู่ดี เพราะต่อให้ผู้หญิงห่วงน้ำหนักก็ต้องกินไม่ใช่อด”  คำตอบนั้นฟังดูบังคับราวกับเป็นหมอรักษาโรคเด็ก  ดวงตาสีเขียวจ้องมองอย่างอึ้งๆ

 

แล้วศัลยแพทย์หนุ่มจึงเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม   “และฉันคิดว่าเธอคงจะไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น ต่อให้เรารู้จักกันไม่นาน”   เมื่อเทียบกับความทรงจำที่มีต่อกัน….

 

ประโยคแต่ละประโยคที่ออกจากปากของผู้ชายซึ่งกำลังนั่งอ่านเมนูไม่สนใจว่าใบหน้าของคนฟังจะอึ้งเพียงไร   มันทั้งชวนให้ตะลึงและตลกในเวลาเดียวกัน    “เป็นคำแนะนำในการเดทที่ดีนะคะหัวหน้า….”   มันคงเรียกว่าการเดทได้สินะ….

 

“สั่งอาหารเถอะ”   ชายหนุ่มใช้สายตาบอกให้พนักงานนำเมนูไปให้นักศึกษาสาว  เอเลนรับมาและเริ่มเลือกเมนูอาหารที่ตัวเองอยากจะกิน

 

หิมะยังคงโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าสีนิลไร้แสงดาว…

ช่างละม้ายคล้ายภาพวาดความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ…

                คำสัญญาเมื่อสองพันปีที่แล้วคือการกลับมาเจอกันไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม…    อาหารค่ำของชายหนุ่มและหญิงสาวซึ่งเคยมีความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้องคือสเต็กและสลัดผัก  อาหารที่เรียบง่ายและใช้เวลาในมื้ออาหารเพียงไม่นาน  เพราะอย่างไรบรรยากาศของร้านที่อึกทึกก็ไม่เหมาะแก่การนั่งคุยกันมากนัก

 

ชายซึ่งเป็นนายแพทย์แลดูเชี่ยวชาญในการใช้มีด ซึ่งนั่นก็ไม่แปลกอะไรเลย   ทั้งสองลงมือทานอาหารโดยไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกจากปาก…  จู่ๆกลับนึกไม่ออกว่าควรจะพูดคุยเรื่องอะไรกันเสียแบบนั้น    “นั่งเงียบแบบนี้จะอึดอัดเสียเปล่าๆ”

 

เสียงทุ้มเอ่ยนำขึ้นเรียกให้ดวงตาสีเขียวเบี่ยงจากอาหารขึ้นมามอง   “….  นึกไม่ออกน่ะค่ะ ว่าควรจะคุยอะไรกับหัวหน้าดี….”  เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย…

 

“คุยอะไรก็ได้ ที่เธออยากจะคุยเอเลน”  ประโยคนั้นชวนให้รำลึกถึงอดีตเมื่อนานแสนนานมาแล้ว.. ครั้งหนึ่งที่พวกเราอยู่ในห้องอาหารที่เคยเต็มไปด้วยผู้คน  แต่ในอีกวันหนึ่งกลับเหลือเพียงลำพังสองคน… เงียบเสียจนไร้คำพูดใดๆต่อกัน.. จนกระทั่งอีกฝ่ายเอ่ยขึ้น…

 

….นั่นเป็นความใจดีของหัวหน้ารีไวล์ที่เธอในอดีตรับรู้ได้…..

                หัวหน้าทหารซึ่งเป็นเหมือนหิมะที่เยียบเย็น แต่แท้จริงกลับอบอุ่นและใจดี…ชายซึ่งแข็งแกร่งเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติ…  คนที่ทำหลายสิ่งอย่างเพื่อลูกน้องคนสำคัญจนกระทั่งช่วงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต… เพียงแค่คิดถึงมันใบหน้าใสของนักศึกษาสาวก็สลดลง….

 

การตายของทุกคนนั้น…  ล้วนแต่มีความค้างคาใจ….

                แม้แต่ตัวเธอเองก็มีความปรารถนาอันแรงกล้า… จนยากจะจินตนาการว่าหากไม่ไปที่พิพิธภัณฑ์ในวันนั้น.. สุดท้ายแล้วความทรงจำจะกลับมาหรือไม่ แล้วในเวลานี้คนที่จะอยู่ตรงหน้าของเธอจะเป็นใคร… เป็นแจนชายคนรัก หรือจะเป็นชายคนนี้อย่างตอนนี้….

 

            ความค้างคาใจที่เกิดจากความรัก….และปรารถนา….

                “หัวหน้าคะ…..”  หัวหน้ารีไวล์ครับ….   ชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีขนกา นัยต์ตาสีรัตติกาลที่ลึกล้ำ แม้จะเย็นชาแต่กลับอบอุ่น  แผ่นหลังที่ยิ่งใหญ่ประดับตราปีกแห่งเสรีภาพ…

 

“ถ้าจะพูดขอโทษ เธอไม่จำเป็นต้องพูดอีก  อดีตคืออดีตที่ผ่านไปนานแสนนานแล้ว”   คำสัญญาที่เวลานั้นไม่อาจเป็นจริงได้…. และคงไม่มีทางเป็นจริงในเวลานั้นได้เลย…

 

โลกในอดีตที่เต็มไปด้วยการต่อสู้กับความกลัวและความตายที่พร้อมจะมาเยือนได้ทุกเมื่อ ชีวิตมันแสนสั้นเกินกว่าจะคิดถึงภาพอนาคตที่แสนไกล…  โลกที่อยู่ในกำแพงนั้นเหมือนดั่งเรือลำใหญ่…  เรือที่นำพาผู้รอดชีวิตจากช่วงเวลานั้นไปสู่โลกใบใหม่…

 

….ด้วยเลือดและเนื้อของทหารกล้าที่ต้องสละชีวิต…

                เกิดเป็นโลกใบใหม่ที่พวกเราอาศัยอยู่ในปัจจุบันแห่งนี้….  เพื่อรอให้หิมะจะวันวานกลับมาตก ณ ที่แห่งเดิม   เอเลนจ้องมองเข้าไปยังนัยน์ตาคมของฝ่ายตรงข้าม  ความรู้สึกยังคงเหมือนเดิมคือความสั่นไหว… ความอาลัยอาวร ความคะนึงหาที่มีต่ออีกคน…

 

ทางเลือกที่จะเลือกต่อจากนี้ไปเป็นเส้นทางที่ถูกต้องหรือไม่…..   “…ดีใจที่ได้เจอหัวหน้าอีกนะคะ..”   แต่การได้กลับมาพบกันในช่วงเวลานี้  คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

 

            ต่อให้มันตั้งอยู่บนความผิดเพียงใด….ก็ขอแค่ช่วงเวลาหนึ่งนี้…..

                รีไวล์สดับฟังถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกและรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าที่อ่อนเยาว์…   เหมือนดั่งภาพซ้อนกับเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มในชุดเครื่องแบบทหาร  รอยยิ้มแบบเดียวกัน ใบหน้าที่เหมือนกัน  เอเลน เยเกอร์ที่อยู่ในความฝัน… ที่ตอนนี้อยู่ตรงหน้าในความเป็นจริง

 

“….ในที่สุด….ก็หานายเจอ….” มือแกร่งยืนไปดึงมือเรียวเคลื่อนเข้ามาแนบสัมผัสที่ริมฝีปาก…  แผ่วเบาเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึกที่มาจากวิญญาณ…. ซึ่งก้าวผ่านเวลานับสองพันปีเพื่อมาพบกัน…..

 

ในคริสมาสต์ฤดูหนาวครั้งที่สองพัน…..

 

เนตรสีมรกตสั่นไหวจากคำพูดที่ก้าวผ่านกาลเวลา…   ย้อนคืนภาพกลับไปยังครั้งสุดท้ายของชีวิตที่ได้เห็น  เลือดสีแดงฉานและมือที่ไม่อาจคว้าจับกันเอาไว้ได้    ทำได้เพียงทิ้งชายหนุ่มผู้เป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิต  สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของตัวเองไว้เบื้องหลัง…..

 

“……Merry Christmas ครับ หัวหน้า….”   เรียวปากแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนวาดรอยยิ้มที่สดใส  คำพูดนี้ที่ส่งผ่านจากห้วงลึกวิญญาณถึงคนตรงหน้า….ถึงหัวหน้ารีไวล์

 

“Merry Christmas เอเลน”   เด็กหนุ่มเจ้าปัญหา…  ที่กลายมาเป็นปัญหา  และกลายมาเป็นคนที่ต้องปกป้องเอาไว้ให้จนได้….

 

หลายคนบอกว่าการได้พานพบกับเนื้อคู่หรือคนที่ชะตาฟ้าลิขิตมาให้เป็นเหมือนปาฏิหาริย์ ยากที่จะเกิดขึ้นจริง ยากจะได้พบกับใครคนนั้นซึ่งอยู่ปลายสุดของด้ายแดงที่พันผูกปลายนิ้ว  บางทีการที่จะได้พบกันนั้นอาจอยู่ที่น้ำหนักของความคำนึงที่ตกค้างอยู่ในความคิด….พวกเราใช้เวลายาวนานเหลือเกิน…

 

นานแสนนานในโลกหลายใบที่ต้องเกิดและดับสูบไป

โดยที่ไม่มีโอกาสได้พบกันแม้เพียงครั้งเดียว…

มาสู่โลกที่เส้นทางโคจรมาบรรจบพบกัน….

ณ ปราสาทหลังเก่าที่เคยเป็นบ้านของเราทั้งคู่…..

 

ราวกับต้นกล้าของต้นไม้ได้แหวกผ่านม่านหิมะงอกเงยขึ้นมา

 

                หิมะโปรยลงมาในค่ำคืนของวันคริสมาสต์  ทั่วทุกที่ในเมืองใหญ่…  ตกลงมาถึงพวกเรา…   แสงสีของค่ำคืนคริสมาสต์สว่างเจิดจ้า…  ภาพที่ไม่มีทางได้เห็นในอดีตซึ่งแสนมืดมนไร้ซึ่งวันเฉลิมฉลองใดๆนอกจากการฉลองชัยชนะสั้นๆ…   สีแดง เขียว ขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของงานเทศกาลประดับแต่งแต้มไปทั่วร้านค้าและร้านอาหาร   ผู้คนมากมายเดินผ่านไปมาด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

 

มิได้เป็นเหมือนคนรัก… มิได้มีการเดินเล่นเลือกดูของอย่างที่คู่รักเป็นไป  เพียงแค่เดินพูดคุยสนทนากันในเรื่องอดีตและปัจจุบันที่ทั้งคู่ได้พบเจอ.. แม้หญิงสาวจะเป็นฝ่ายพูดให้ฟังเสียมากกว่าตามปกติวิสัยของชายหนุ่มที่เป็นฝ่ายฟังมากกว่าจะพูดจา

 

ดวงตาคมเพียงแค่เมียงมองหญิงผมยาวซึ่งเดินอยู่ข้างๆอย่างเงียบงัน  แม้เขาจะไม่แสดงออก ภายในนั้นกลับรู้สึกผิดที่เข้ามาแทรกในความสัมพันธ์ที่ดีของคนสองคนที่เป็นดั่งโลกที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกัน…   มันคงเป็นการเล่นตลกของโชคชะตาที่ทำให้ทั้งคู่มาพบกันในเวลานี้….

 

ตกหลุมรักในคนที่ไม่ควรเข้าไปยุ่ง….แต่กลับไม่ยั้งตัวเองเอาไว้…

ปล่อยให้โชคชะตานำพาตัวเองเดินต่อไป..

                หญิงสาวที่ได้พบกันในช่วงเวลาสั้นๆ แต่มีความทรงจำร่วมกันมากหลายในทางวิญญาณ…  คนที่อยู่ในความฝันที่ตัวเองต้องตามหามาโดยตลอด…  เข็มนาฬิกาของวันนี้ยังคงไม่สิ้นสุด ยากจะเดาว่าเธอมีทางเลือกใดอยู่ในใจ… ไม่ว่าสิ่งนั้นคืออะไรก็จำต้องรับเอาไว้….

 

…..ปล่อยให้หิมะตกหล่นลงมาจนกระทั่งสิ้นสุดฤดูกาล…

 

                “หัวหน้าคะ?”  เอเลนมองใบหน้าคมที่เงียบไปราวกับไม่ได้ฟังในสิ่งที่เธอพูด  ชายหนุ่มมองหน้าเธอกลับ  เพิ่งรู้สึกตัวว่าหลุดไปในภวังค์

 

“เปล่าไม่มีอะไร พูดต่อไปเถอะ”  มือแกร่งบีบมือเรียวที่กอบกุมไว้ข้างกายยามก้าวเดิน   มือนี้คือมือที่ตนเคยปล่อยไป…และไม่อยากจะปล่อย….

 

ความสัมพันธ์บนโลกใบนี้มีทั้งสีขาว สีเทา และสีดำ

ความสัมพันธ์ของเรานั้นเป็นสีเทา..ไม่ถูกและไม่ผิด….แม้ไม่ควรคิดแบบนั้น

 

ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์ที่ลบเลือนความรู้สึกผิดในปัจจุบันที่อยู่ในใจของทั้งคู่ไปในช่วงเวลาหนึ่ง…  สองร่างเดินจับจูงมือก้าวผ่านเส้นทางที่สวนทางกับผู้คนที่ก้าวมายังย่านการค้า   เดินออกไปไกลยังสถานที่ซึ่งอยู่ไกลออกไป  ไกลไปยังโบสถ์ที่เสร็จสิ้นพิธีกรรมในวันเทศกาลแล้ว…

 

วันคริสมาสต์คือเทศกาลเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู  ในอดีตซึ่งมีกำแพงล้อมรอบมนุษย์ไม่มีศาสนาอย่างชัดเจนจึงไม่มีบัญญัติถึงวันนี้เอาไว้   จะมีเพียงให้รำลึกว่าคือวันเฉลิมฉลองของครอบครัววันหนึ่งของศาสนาที่ไม่ใช่ศาสนากำแพง

 

โบสถ์สีขาวซึ่งสว่างได้ด้วยแสงไฟสีส้มจากดวงไฟโดยรอบที่ประดับตกแต่งช่างสวยงาม….  มีคู่รักหลากหลายคู่ที่คิดแบบเดียวกันตามจุดต่างๆ   เงียบสงบและเหมาะแก่การพูดคุยกันในเรื่องสำคัญและพิเศษไม่ต่างจากลานน้ำพุของย่านการค้าที่สดใส

 

สายลมหนาวที่พัดผ่านมาพร้อมกับหิมะขาวโปรยปรายชวนให้ร่างกายสั่นไหว    “นึกถึงวันที่มาที่นี่ด้วยกันเมื่อคราวก่อนนะคะ”   ดวงตาสีมรกตมองคนข้างกาย   วันนั้นที่มาเพื่อพิสูจน์ออะไรบางอย่าง…

 

วันนั้นที่ก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนระหว่างสายสัมพันธ์ของคนทั้งสี่คน   “ใช่…. แล้วก็วันนั้นที่นายกล่าวคำสาบาน”  ในฐานะทหารต่อหัวหน้าคนสำคัญ…

 

พวกเราเริ่มที่วันคริสมาสต์….และจะจบเงื่อนนี้ในวันคริสมาสต์…..

                รีไวล์ปล่อยมือจากนักศึกษาสาวเพื่อหยิบของที่อยู่ในถุงกระดาษที่พกติดตัวมาตั้งแต่แรก  เผยให้เห็นผ้าพันคอไหมพรมสีน้ำตาลอ่อนซึ่งถักทอมาอย่างดีและดูอ่อนนุ่ม   ปลายของผ้าพันคอมีลายรูปปีกที่บ่งบอกว่าสั่งทำพิเศษ   มือแกร่งจับมันคล้องรอบลำคอของร่างโปร่งบางซึ่งเหมาะกับสีนั้น…

 

“ของขวัญคริสมาสต์ของฉัน  คงจะดูไม่ดีถ้าฉันไม่ให้อะไรเธอในวันนี้”   ไออุ่นจากผ้าพันคอแผ่เข้ามาในช่วงพริบตาที่มันเข้ามาประดับ….

 

“ฉันไม่เคยให้ของขวัญใครนอกจากคนไข้   ไม่แน่ใจว่าผู้หญิงจะชอบอะไร เธอรับไว้เถอะ”   เป็นคำพูดที่ตรงไปตรงมาเสียจนน่าขำ… ไม่น่าแปลกใจสำหรับศัลยแพทย์ที่หมกมุ่นกับงานของตัวเองมากกว่าชีวิตส่วนตัว

 

ความรู้สึกที่มีคนพันผ้าพันคอให้.. มันอบอุ่นอย่างนี้….    มิคาสะในวันนั้นคงมีความรู้สึกแบบนั้น   “…ขอบคุณมากนะคะ ฉันจะรักษาไว้อย่างดี….”  มือเรียวแตะลงบนผืนผ้าไหมพรม..ช่างอบอุ่นและอ่อนนุ่ม..

 

แต่ครู่หนึ่งก็เผลอขำออกมา  “แต่ก็บังเอิญจังเลยนะคะ ที่คิดตรงกัน  ฉันก็ซื้อผ้าพันคอมาให้หัวหน้าเหมือนกัน… ไม่ได้ถักเองนะคะ”   หญิงสาวผมยาวหยิบเอาผ้าพันคอในถุงกระดาษของตัวเองออกมา  ผ้าพันคอสีขาวที่ตัดกับเสื้อโค้ทของนายแพทย์หนุ่ม

 

“ได้ยินจากมิคาสะว่าวันนี้เป็นวันเกิดของคุณด้วย…. สุขสันต์วันเกิดค่ะ”  เพียงยื่นออกไปไม่กล้าที่จะผูกให้…  ดวงตาสีดำขลับจ้องมองดูมันนิ่งๆ…

 

“ของขวัญสำหรับสองเทศกาลสินะ”  วันเกิดและวันคริสมาสต์  คนที่เกิดในวันเดียวกับงานเทศกาลแบบนี้ราวกับเป็นคนที่ได้รับพรจากพระเจ้า….

 

….วันเกิดที่เกิดมาพร้อมกับภารกิจ….

                ภารกิจสานต่อฤดูหนาวสองพันปี…  ในการตามหาคนในความทรงจำ    ชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับผ้าพันคอสีขาวมาถือเอาไว้พร้อมกับถอดผืนเก่าของตัวเองออก…  พันผ้าพันคอผืนใหม่ที่ได้จากคู่เดทสวมไปใหม่แทน   ของขวัญที่เลือกมาตรงกันโดยไม่ตั้งใจ

 

“ขอบใจ  ฉันจะเก็บไว้อย่างดีเหมือนกัน”   ได้ยินดังนั้นแล้วเอเลนก็ยิ้มบางๆ  ใบหน้าซึ่งมีสีเลือดฝาดยากจะบอกว่าเป็นเพราะอากาศเย็นหรือความประหม่ากันแน่

 

ยามแลกเปลี่ยนของขวัญซึ่งกันและกัน  ช่างเป็นภาพที่มีความสุข..  หากแต่แท้จริงทั้งคู่ต่างมาพบกันในวันนี้..เพื่อบางสิ่งบางอย่าง…  ลมหนาวที่พัดผ่านทั้งคู่เบื้องหน้าโบสถ์สีขาวคล้ายกับพัดพากลับไปยังช่วงเวลาที่ผ่านมานานแสนนาน…  วันที่สวมใส่เครื่องแบบทหาร….

 

คืนวันคริสมาสต์เมื่อสองพันปีที่แล้วก็เต็มไปด้วยแสงดาวและหิมะตก อากาศหนาวเหน็บที่พวกเราอยู่ด้วยกันในปราสาทอันเงียบเหงา….   “ตอนนั้นหัวหน้าบอกว่า…ถ้าฉันเป็นผู้หญิง….”  คงจะปกป้องและให้ความสำคัญอย่างคนรักได้… แต่เพราะมันไม่ใช่..จึงต้องจบลง…

 

“…..ไม่นึกว่าเธอจะเกิดใหม่มาเป็นผู้หญิงจริงๆ….”  ดวงตาสีรัตติกาลมองดูภาพร่างของหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า…  เค้าโครงใบหน้านั้นยังคงเหมือนเดิม แม้นร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไป

 

“…อย่างกับว่า…ทุกอย่างกำหนดมาอย่างนั้นนะคะ”   ทุกอย่างคือโชคชะตาที่นำพาให้ทุกคนมาเจอกัน…

 

เจอเพื่อแก้ไขความสัมพันธ์  เจอเพื่อช่วยเหลือ

เจอเพื่อพานพบและสานต่อ…..

 

ทุกอย่างนั้นถูกต้องแล้วจริงๆเหรอ?   ภาพความสัมพันธ์อันแสนหวานและโรแมนติกอย่างนิยายรักที่ทุกคนเฝ้าใฝ่หา  การกลับชาติมาเกิดใหม่เพื่อรักกันและครองรักกันตลอดไป… ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในสถานการณ์แบบไหน ทุกอย่างจำต้องดำเนินไปอย่างนั้นเหรอ….

 

หัวใจในอดีต หัวใจในปัจจุบัน วิญญาณดวงเดียวกัน…  สมองและหัวใจกลับไม่ใช่อยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอีกแล้ว….  “ฉัน……”   เรียวปากบางค่อยๆขยับ….

 

พวกเรานั้นควรเดินไปในทางไหนต่อไป….  “….เอเลน  ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร  เธอไม่จำเป็นต้องลังเล”    พวกเราควรจะไล่ตามความรู้สึกแบบไหน…

 

พวกเราควรจะตามหัวใจดวงใด…   “ไม่มีใครรู้ผลลัพธ์ของสิ่งที่ตัวเองเลือก  แต่ตัวเองมีสิทธิ์เลือกในทางที่ควรจะเป็น”  คำพูดของชายหนุ่มช่างคล้ายกับคำพูดในป่าใหญ่ที่มีผู้คนมากมายต้องจากไป…

 

…..หัวหน้าครับ…..หัวหน้ารีไวล์…..ผู้เป็นที่รัก….

                หัวหน้าผู้เป็นคนสำคัญและเป็นผู้มีพระคุณเหนือใครบนโลกใบนี้…  คนที่ทุ่มเทชีวิตและจิตใจให้แม้ต้องตาย…ก็ไม่เคยลืมเลือนความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่กว่าใครนั้น….   เอเลน เยเกอร์รักหัวหน้ารีไวล์  นับร้อยนับพันปีไม่แปรเปลี่ยน….

 

….หิมะที่ไม่เคยหยุดตกลงมา….คือความทรงจำที่มีต่อหัวหน้า…

                “พวกเรา……”   นัยน์ตาสีมรกตสบมองไปยังดวงตาของอีกคนอย่างจริงจัง…  สะกดกลั้นหัวใจที่สั่นไหวจากจิตวิญญาณและความรู้สึกอาลัยรัก…

 

….รัก….หัวหน้ารีไวล์….ความรักที่ถูกฝังลึกมากว่า 2 พันปี…..

                อดีตและปัจจุบัน  ปัจจุบันและอนาคตต่อจากนี้ไป   ..  คือการเริ่มต้น….   “พวกเรามีชีวิตของตัวเองเถอะค่ะ….”  ชีวิตที่ไม่ผูกติดกับอดีตใดๆทั้งนั้น….

 

สายลมพัดเอาความเงียบงันมาสู่คนทั้งสอง   คำพูดของหญิงสาวคือการทิ้งอดีตที่เฝ้าตามหา คือการตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อคลี่คลายความสัมพันธ์อันแสนซับซ้อนและสับสน…    “เป็นเอเลน…และรีไวล์ซัง…ในปัจจุบันนี้…”  ไม่ใช่หัวหน้าทหารและเอเลน เยเกอร์…

 

ไม่ยืนทับซ้อนเงาอดีตกาล….เพื่อลบล้างความรู้สึกผิด…..

 

                ศัลยแพทย์หนุ่มมองใบหน้าที่เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกของหญิงสาว   คำพูดที่สื่อผ่านออกมานั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เขาตกใจมากมายขนาดนั้น… ราวกับในใจก็ล่วงรู้ดีอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะพูดเรื่องนั้นออกมา  ไม่ใช่การสานต่อความสัมพันธ์ ไม่ใช่การย้อนอดีต…นี่คือปัจจุบัน…

 

“ฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอจะต้องเลือกทางนี้เอเลน”  เส้นทางที่ไม่มีถูกและไม่มีผิด  เส้นทางที่เสมอภาคกับความสัมพันธ์แบบสี่เหลี่ยมนั้น

 

“……….ขอโทษนะคะ…….”  เอเลนก้มศีรษะลงอย่างรู้สึกผิด   เธอเห็นแก่ตัวกับชายหนุ่มสองคน  แม้แต่กับมิคาสะก็คงไม่ต่างกัน….

 

“พวกเราอาจจะควรเดินตามสิ่งที่ความทรงจำกำหนดมา…แต่….. มันไม่ยุติธรรมกับชีวิตในปัจจุบันของฉันกับรีไวล์ซังหรอกค่ะ….”   การที่ชายหนุ่มต้องอยู่ในห้วงความฝันอันยาวนาน… ตามหามันมาตลอดโดยที่ยากจะบอกว่าคือความปรารถนาของตัวเองหรือไม่…  เพราะมันคือการชักนำทางของวิญญาณ…

 

คำว่า “เนื้อคู่” “ด้ายแดง” “พรหมลิขิต” ล้วนเป็นคำที่โหดร้ายนัก….

                ความสัมพันธ์แบบสี่เหลี่ยมอันไร้ซึ่งทางออก… หากไม่สูญสลายเป็นเส้นขนาน  ท้ายที่สุดก็คือการแยกย้ายไปตามทางเดินของแต่ละคน….  ฤดูหนาวสีเทาอันแสนเศร้าจำเป็นต้องจบลง…  จบลงไปพร้อมกับอดีตสีดำที่ทำให้พวกเราได้มาพบกัน….

 

….หากจะรัก…..ขอให้เริ่มรักจากตัวตนในปัจจุบันนี้…

                รีไวล์รับฟังทุกคำพูดของเอเลนโดนไม่ปริปากหรือขุ่นเคืองใดๆ   คำพูดของอีกฝ่ายถูกทุกอย่าง เพราะการได้มาพบกันคือการนำทางของวิญญาณและความทรงจำ   การสานต่อความรักนั้น…  ความรักนั้นคือความรักของใครกันแน่.. อดีตหรือปัจจุบัน   หรือการมองอดีตผ่านร่างในปัจจุบัน…

 

“ตัวฉันในอดีตต้องการพบเอเลน เยเกอร์….”   อยากจะพบเพื่อทำคำสัญญาให้เป็นจริง…  ว่าจะต้องกลับมาพบกันให้ได้โดยที่ยังมีชีวิตอยู่….

 

และเพื่อส่งผ่านสิ่งที่ไม่เคยพูดหรือบอกให้ได้รู้….    ร่างสูงก้าวขาออกไปดึงร่างโปร่งบางมาโอบกอดเอาไว้แนบอก…  สีขาวของหิมะที่ตกลงมารอบกายเรา….  อาจจะเป็นหิมะสุดท้ายของฤดูหนาว…    “…ฉันคงพูดผ่านเธอได้สินะ…”  จากหัวหน้าทหารถึงเอเลน เยเกอร์….

 

จากวิญญาณดวงหนึ่งถึงวิญญาณอีกดวงหนึ่ง….

ก้าวผ่านเวลาสองพันปี…..

เงื่อนที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ของพวกเราสร้างความเจ็บปวดให้กับคนอื่นเป็นระลอกคลื่นใต้น้ำ…   อดีตซึ่งคล้ายกับหิมะที่ทับถมมาเนิ่นนาน  เริ่มที่วันคริสมาสต์  “เอเลน…..”  และจบลงในวันคริสมาสต์….

 

ทหารที่แข็งแกร่งที่สุด….แต่กลับไม่สามารถปกป้องสิ่งสำคัญเอาไว้ได้….

ความแข็งแกร่งแท้จริงมีไว้เพื่ออะไร…..

 

                ในศาลพิพากษาคดีเสียงตะโกนของนายดังกึกก้องสะกดให้ทุกคนต้องนิ่งผวา….   ฉันลงไปทำร้ายนายให้เจ็บปวดแม้ไม่อยากทำ…. เพื่อให้นายได้มีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อทำภารกิจที่สำคัญกว่านั้น…  คืนวันที่นายเป็นลูกน้อง เป็นเด็กที่แบกรับบางอย่างบนไหล่มากเกินไป…  ความรู้สึกที่มีต่อกันจึงแปรเปลี่ยนไป…

 

ไททันตนสุดท้ายไม่อาจมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้  เล่ห์เหลี่ยมของมนุษย์นั้นน่ากลัวยิ่งกว่าไททัน… นายจะต้องตายด้วยน้ำมือของมนุษย์….  จำต้องหันอาวุธที่ใช้ฆ่าฟันศัตรูเพื่อฆ่าพวกเดียวกัน    สุดท้ายก็ไม่สามารถพานายไปถึงอีกฝั่งหนึ่งของกำแพง…

 

….สิ่งที่ค้างคาใจเสียจนปรากฏในความฝันทุกค่ำคืน…..

 

เด็กหนุ่มที่ตนไม่สามารถปกป้องเอาไว้ได้แม้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต…  “ฟังเอาไว้..”  คำสัญญาและสาบานของเราทั้งคู่  ลูกน้องคนที่สำคัญที่สุดกว่าใคร….

 

…..คือนาย…

 

“… ฉันรักนาย….”   คำพูดที่ไม่เคยได้ส่งผ่านถึงเด็กหนุ่มซึ่งต้องจากกันในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด… หยาดน้ำตาจากนัยน์ตาสีมรกตหลั่งรินไม่ขาดสาย….

 

….รักนาย….เจ้าเด็กเหลือขอ…. นายจงมีชีวิตต่อไป….

 

                ทหารอายุ 15 ปีซึ่งเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งในการดูแลของหัวหน้าทหารผู้เย็นชา แต่แท้จริงกลับอ่อนโยนและใจดียิ่งกว่าใคร…  สองมือของหญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลเข้มยกขึ้นโอบกอดร่างของชายตรงหน้าไว้แน่น   ปล่อยให้น้ำตาไหลผ่านซึมเสื้อโค้ทนั้นไป… น้ำตาของวิญญาณที่อยู่ในห้วงลึก…..

 

“…..ลาก่อนครับ…..”  ลาก่อนเพื่อการพบกันใหม่……

 

เรียวปากคมหยักยิ้มยามโอบกอดร่างนั้นไว้แนบอก…    “ลาก่อน”  เพื่อปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระจากอดีต

 

….หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา….

 

ปุยนุ่นสีขาวหยุดตัวลงเหลือเพียงละอองบางๆ… ในที่สุดก็เลือนหายไป…  หายไปกับรัตติกาลและแสงไฟรอบโบสถ์สีขาวบริสุทธิ์…  พร้อมกับพลุไฟที่จุดขึ้นจากในตัวเมือง    นับจากค่ำคืนแห่งเทศกาลศักดิ์สิทธิ์ผ่านพ้นไป..   ความสัมพันธ์ของพวกเราจะกลับไปที่ 0 หรือติดลบ…เหมันต์นี้ก็ได้ผ่านพ้นไป….

 

เกล็ดหิมะอันสวยงามและเปราะบางนั้น…..

ตกผลึกลงบนก้านใบที่เตรียมผลิบานในฤดูกาลใหม่……

 

ความสัมพันธ์รูปสี่เหลี่ยมพังทลายลง…

และร่วงหล่นดั่งเกล็ดหิมะ…..

                ความทรงจำนั้นสวยงาม เจิดจรัส…แม้นเจ็บปวดก็คือความทรงจำของเราทั้งสี่คน… ถนนในคืนวันคริสมาสต์แลดูแน่นขนัดจากผู้คนที่พร้อมใจกันออกมาฉลองในวันเทศกาล.. แม้ยามนี้จะสามทุ่มก็ยังคงเห็นความคึกคักจากทุกๆที่แม้แต่ตามบ้านเรือน

 

ร่างโปร่งบางผมสีน้ำตาลเข้มสวมใส่ผ้าพันคอสีเดียวกับสีผมเดินมาหยุดลงตรงหน้าบ้านของตัวเอง   ดวงตาสีมรกตจ้องมองไปยังสองร่างซึ่งกำลังก่อตุ๊กตาหิมะจากกองหิมะที่ทับถมในบริเวณนั้น…   เด็กหนุ่มร่างเล็กวัยประถมในเสื้อกันหนาวตัวหนาตวัดใบหน้าหันมามอง   เจ้าน้องชายที่ทำให้เธอตัดสินใจได้เด็ดขาด

 

เขาฉีกยิ้มกว้างในทันที  “พี่เอเลนกลับมาแล้วเหรอครับ!”   อาร์มินวิ่งตรงมาหาพี่สาวคนสำคัญ  พร้อมกับร่างสูงซึ่งเป็นเพื่อนเล่นที่ค่อยๆลุกขึ้นยืนมองลูกสาวเจ้าของบ้าน

 

“…แจน……..”   เอเลนมองไปและนิ่งงัน   ไม่คาดคิดว่าจะเจอกับอดีตคนรักที่หน้าบ้านของตัวเอง… ซ้ำยังมาเป็นเพื่อนเล่นของน้องชายอีก

 

ชายหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนแกมเข้มเกาศีรษะตัวเองแก้เก้อ  “มันชินน่ะ ก็เลยเผลอมาหาอาร์มิน”  คำพูดนั้นขับให้คนฟังหัวเราะออกมา…

 

“ไม่มีสาวเที่ยวด้วยในคืนวันคริสมาสต์น่ะสิ น่าสงสารนะแฮมสเตอร์”    ใบหน้าใสส่ายหน้าไปมา เรียกให้คนฟังเลิกคิ้วขึ้น  มันเป็นคำพูดที่ชวนให้รู้สึกเคือง แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกขำเสียอย่างนั้น

 

“ปากดียัยลูกเจี๊ยบ”   เอเลนฟังแล้วหันไปแลบลิ้นใส่   ดวงตาสองคู่มองกันและกันไร้ซึ่งคำพูดใดๆ  ในที่สุดก็หัวเราะกันเองเสียอย่างนั้น….  แตกต่างจากตอนที่พวกเราเคยคบกันไหม….  มันแตกต่าง….

 

เด็กน้อยร่างเล็กมองหน้าคนทั้งคู่สลับกันไปมา   “ผมว่ากลับมาตายรังคริสมาสต์ที่บ้าน ก็คือคนไร้คู่กันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ”  คำพูดคำจาของเด็กประถมแก่แดดช่างเราะร้าย  ชวนให้คนทั้งคู่ต้องอุทานชื่อของเจ้าเด็กผมบลอนด์ออกมาพร้อมเพรียงกัน

 

…..ในไม่ช้าฤดูกาลใหม่ก็จะมาเยือนพร้อมกับปีใหม่ที่มาเยือน…

                เสียงเพลงคริสมาสต์รื่นเริงบรรเลงขับกล่อมผู้คนทั่วเมืองใหญ่  แสงแห่งความสุขส่องสว่างตราบจนอาทิตย์ของวันใหม่โผล่พ้นขึ้นมาจากขอบฟ้า….  เป็นสัญญานของการเริ่มต้นเรื่องราวใหม่…  นี่คือคริสมาสต์สีเทาครั้งสุดท้าย คริสมาสต์ครบรอบ 2 พันปี….

 

โชคชะตาคือเส้นทางคือทางเลือก…. 

ความทรงจำอันผลึกเป็นเกล็ดหิมะคือเครื่องชี้นำทาง

 

จากอดีตสู่ปัจจุบัน จากปัจจุบันสู่อนาคต….

หิมะหนึ่งได้จบลง…รอให้ถึงฤดูกาลใหม่มาเยือน…

 

 

 

 

—————————

Free Talk : หลบหลังบังเกอร์อย่างไวว่อง…. อย่าเพิ่งฆ่ากัน!!

ตอนหน้าเป็นตอนจบจริงๆค่ะ บทสรุปของเรื่องราวรักสี่เส้าที่แท้จริง จะลงกับใครจะลงเอยในตอนหน้าจริงๆ แหะๆๆๆ ตอนนี้อย่าเพิ่งฆ่ากันนะ!

เป็นฟิคที่ตัดสินใจเขียนแบบ… เอาสีเทาให้หมดทั้งเรื่องนี่ล่ะ จะไปในทิศทางไหนก็พร้อมให้มันดำเนินไป จนกลายเป็นรีเอที่ดูหม่นหมองมากจนจะกลายเป็นแจนเอ แต่ตอนหน้ามันอาจจะพลิกเป็นรีเอก็ได้นะ =3=!!!

Advertisements
 
5 ความเห็น

Posted by บน 11/14/2013 in Uncategorized

 

5 responses to “[TitanFic] Memory of Snowflakes (Levi x Eren) Chapter 30

  1. fukaze33

    11/14/2013 at 12:37 AM

    โค่วววววววววววววววววววววว ในที่สุดก็ได้อ่านต่อแล้ว

    แฮมสเตอร์น้อยของเรา น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    อ่านแล้วจิอยากลักตัวกลับบ้านมั่กๆ แจมคุงผู้เป็นพระร๊องงงงรอง T^T
    หวังว่าตอนจบนายจะไม่ไร้คู่นะ ฮือๆๆๆๆ ไปเป็นเมะอาร์มิน หรือไปเป็นคนอื่นก็ไปเลยไป๊~~~~~ฉัน

    อยากเห็นนามมีความสุขนะเฟ้ยยยยยย เจ้าแจนๆเอ๊ยยยย

     
  2. กล้ามของรินจัง (ΦωΦ) (@PooFuGirl)

    11/14/2013 at 1:33 AM

    Pairing ที่ขึ้นด้านบนคือการหลอกลวง TvT
    คิดไว้อยู่แล้วหนทางนี้คือทางที่เอเลนน่าจะเลือก
    เพราะเรื่องมันช่างอึนทะมึน… เทาแล้วก็ดูเหงาหงอย
    อย่างน่าประหลาด ทั้งที่เป็นการเดทที่ดูน่ารัก
    น่ากรี๊ดดดดด แต่ว่ากลับยิ้มไ่ด้ไม่สุด
    เพราะทั้งสองคนดูเหมือนไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองมั้ง

    กรี๊ดจุดเดียวตอนฝากบอกเขาผ่านเธอได้ไหม

    “… ฉันรักนาย….”

    สติแตกรัว ๆ … หลังจากนั้นก็โดนเพนกวิน
    แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ TvT
    แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆ

    บทสรุปของเรื่องนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้จริง ๆ
    สุดท้ายก็อาจจะไม่มี Pairing จริง ๆ ของเรื่องนี้ก็เป็นไปได้
    แบบต่างคนต่างอยู่ ต่างไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง
    แล้วสุดท้ายเอเลนก็อมเด็กค้ำคอร์กับอาร์มิน
    #ห๊ะ! #ใช่เหรอ ? โดนเพนกวินตรบ!

     
  3. fay6918

    11/14/2013 at 12:02 PM

    อ่านแล้วแอบปาดน้ำตาเป็นระยะๆ แจนผู้น่าสงสาร จะเรื่องไหนๆ นายก็พระร๊องรองตลอดเลยนะ (โดนเสย)

    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ ให้อารมณ์คนละเรื่องกับปิ๊งรักระยะสิบเซ็นต์สุดๆ อันนั้นอ่านไปฮาเงิบไปเป็นพักๆ เรื่องนี้อ่านแล้วคิดออกอย่างเดียวคือสีเทาหม่นๆ เป็นฟิคที่อ่านแล้วมันไม่ได้เศร้าสุด แต่ก็ไม่ได้คอเมดี้จนหัวเราะออกมา

    ความรักหลายรูปแบบ หลากความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกันไปมาชวนให้สับสนแต่สุดท้ายแล้วทุกปัญหาต่างก็มีทางออกในแบบบับของมันเอง ถึงจะไม่ได้สวยงามนักแต่ก็สามารถก้าวพ้นมันมาได้ เพื่อเริ่มต้นใหม่กับชีวิตที่เป็นตัวเอง ไม่ได้โดนพันธนาการกับอดีตและก้าวเดินต่อในอนาคต

    ปกติจะเชียร์รีเอนะ แต่เรื่องนี้แอบเขวให้แจนเอซะได้ ดีใจด้วยนะนายพระร๊องรอง เรื่องนี้ฉันเข้าข้างนายล่ะ อิอิ

     
  4. Beaut

    11/14/2013 at 9:09 PM

    ได้อ่านต่อแล้ว ขอบคุณมากค่ะ ;w; เศร้ามาก เศร้ายังไงก็เศร้าอย่างนั้น

    ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

     
  5. milkmilkck

    10/28/2014 at 5:46 PM

    โอยยยย น้ำตาไหลล TvT รีไวกับเอเลนจะต้องจากกันแบบนั้นจริงๆ เหรอ เศร้ามากค่ะ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเฮย์โจวเลย อยู่ใกล้แต่ไม่อาจไขว่คว้ามาได้ มันเจ็บนะ มีของขวัญย้ำเตือนความทรงจำของกันและกัน แต่ไม่ได้มีกันไว้ครอบครอง ฮือออ อ่านแล้วเศร้าจริงอะไรจัง

    ป.ล. ปากอาร์มินนี่…

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: