RSS

[MAGI-S.FIC] UNKNOWN (MORGIANA X REN HAKURYUU)

12 ธ.ค.

Title : Unknown
Fandom : Magi -The labyrinth of magic-
Genre : Romance?

Rating : PG
Pairing : Morgiana x Ren Hakuryuu(?)
Summary : สาวชาเย็น(?)กับหนุ่มไม่ประสีประสา——————————————————————————————-


มีชีวิตอยู่ในฐานะองค์ชายลำดับที่ 4 ของจักรวรรดิ….
มีชีวิตอยู่เพื่อเรียนรู้ ฝึกฝน และเป็นกำลังให้กับจักรวรรดิ….

แต่จักรวรรดิอันเป็นบ้านของข้านั้นเปลี่ยนไปแล้ว…  เปลี่ยนแปลงไปเกินจะหยุดยั้ง…

ต้องหยุดยั้ง…ต้องทำลาย…

ข้าจะทำลายจักรวรรดิเจิดจรัสอันเป็นบ้านของข้าเสีย……
ต้องทำให้ได้…

อาณาจักรซินเดรียเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางใต้ของน่านน้ำทะเลซินเดรีย   ห้อมล้อมด้วยเขาหินราวกับกำแพงรอบอาณาจักร   สายลมที่พัดผ่านเมืองใหญ่ ผ่านผู้คนซึ่งดำเนินชีวิตประจำวันด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ขับบอกถึงความสงบสุขและปลอดภัยของราษฎรภายใต้ราชาที่พวกตนวางใจ

….ราชาในอุดมคติ……

เสียงน้ำมันเดือด  ตะหลิวโลหะกระทบกระทะโลหะแบบเดียวกัน    ไอร้อนและกลิ่นหอมอบอวลโรงครัวของปราสาทใหญ่   เหล่าผู้ติดตามในชุดดินแดนตะวันออกต่างมีสีหน้ากังวลและหวาดหวั่น    ชายซึ่งยืนนอบน้อมทั้งหลายแทบยืนไม่ติดที่เมื่อต้องเป็นฝ่ายยืนมองนายเหนือหัวเป็นคนปรุงอาหารด้วยตัวเอง

“ฝ่าบาท   จริงๆฝ่าบาทให้พวกคนครัวทำก็ได้นี่ขอรับ”     แม้แต่คนครัวประจำก็มิอาจกล้าเข้าไปช่วยเหลือ  ต่างยืนเฝ้าดูที่มุมห้องหวาดกลัวว่าตนเองอาจจะโดนลงโทษที่ให้แขกของราชามาทำงานแบบนี้ด้วยตัวเอง

“ข้าเคยบอกแล้วว่าไม่เป็นไร   ข้าอยากจะทำให้พวกเขาด้วยตัวเอง”    ร่างโปร่งแต่งตัวคล้ายนักรบตะวันออกเทอาหารจากในกระทะใหญ่ลงในชาม   บนโต๊ะวางของล้วนเต็มไปด้วยอาหารตะวันหลากหลาย

“พวกเรากลัวราชาซินแบดจะว่าเอาได้นะฝ่าบาท”   เมื่อเหล่าบ่าวไม่ยอมฟัง  มือที่จับตะหลิวจึงใช้ของในมือเคาะอุปกรณ์โลหะเสียงดังเพื่อให้หยุดพูดเสียที

“ข้ามาที่นี่เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยน ไม่ได้มาอยู่เฉยๆ  พวกเจ้าเลิกกังวลเสียที   ออกไปได้แล้ว”   เด็กหนุ่มใช้สายตาและสีหน้าจริงจังจดจ้องให้บริวารทำตาม     นี่ไม่ใช่วันแรก หากแต่เป็นครั้งที่สิบเข้าไปแล้วที่พวกบ่าวรับใช้ในวังพยายามห้าม

“พวกเจ้าจะออกไปได้รึยัง?”   เขม็งมองด้วยสายตากดดัน     คำสั่งที่เหล่าบริวารไม่ควรขัดนายเหนือหัวอย่างองค์ชาย แม้เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ

“ขอรับฝ่าบาท….”   คนครัวและบ่าวจากจักรวรรดิพากันเดินหลบออกจากห้องครัวไป    เด็กหนุ่มได้ผมน้ำเงินได้แต่ถอนใจ

เร็น ฮาคุริว  องค์ชายลำดับที่ 4 ของจักรวรรดิเจิดจรัสมีงานอดิเรกคือทำอาหาร   แม้ผิดภาพลักษณ์ภายนอกซึ่งแลดูจริงจังไปเสียหมดทุกเรื่อง    อีกทั้งการได้ใช้มือทำอะไรเสียบ้างก็เป็นการดีสำหรับตัวขององค์ชายเอง  เพื่อให้ชินกันมือข้างซ้ายที่ไม่เหมือนเดิม…

“ข้าไม่อยากเป็นตัวถ่วง…..”    ดวงตาคมสีไพลินเขม็งมองมือที่เคยใช้จับอาวุธอย่างเชี่ยวชาญ     ไม่อยากรู้สึกสมเพชแบบนั้นอีกต่อไป…  แต่สวรรค์คงต้องการทดสอบเขามากกว่านี้…

ข้าจะไม่ยอมแพ้….จนกว่าจะบรรลุจุดมุ่งหมาย…

ยามเมื่อบ่าวทั้งหลายจากไป  ความเงียบกลับคืนสู่ห้องครัว   ร่างโปร่งผู้จริงจังจึงหยิบปลาเตรียมหย่อนลงในกระทะที่เต็มไปด้วยน้ำมัน      “คุณฮาคุริวทำอาหารให้พวกอาลาดินเหรอคะ?”     สิ้นเสียงของผู้มาเยือน  ปลาที่ควรจะอยู่ในกระทะกลับไปอยู่บนพื้น

เด็กสาวผมสีชมพูเหลือบแดงในชุดกระโปรงขาวยืนจ้องมองอาหารมากมายบนโต๊ะวาง  ใบหน้าของเธอไม่แสดงความรู้สึก  หากแต่แววตาแลเห็นถึงความพอใจซ่อนอยู่    ยามอยู่ในห้องสองต่อสอง  ตัวเขาก็เริ่มลนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุหลายต่อหลายครั้ง

“มะ..ท่านโมลเซียน่า  มาตั้งแต่เมื่อไหร!?”     ชายจริงจังใบหน้าแดงก่ำตกใจเมื่อเด็กสาวเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว    เจ้าตัวลืมสนใจปลาที่หล่นลงไปดิ้นพล่านขาดน้ำอยู่กับพื้นไปเสียสิ้น

“ตั้งแต่ตอนที่คุณฮาคุริวยกปลาขึ้นมานั่นล่ะค่ะ  ขอโทษนะคะที่เข้ามาเงียบๆ”  ร่างสูงกว่าส่ายหน้าเบาๆไม่กล้าสบตา     ได้แต่มองเธอก้มลงจับหางปลาและยกขึ้นคืนเจ้าของ

“อ่า….ไม่เป็นไร  ข้าแค่ชินกับห้องที่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกคนติดตาม   จู่ๆออกกันไปหมดก็เลยไม่ทันตั้งตัว”   องค์ชายจากต่างแดนเร่งรับวัตถุดิบทำอาหารคืนจากเด็กสาว

“อาละดินกับคุณอาลีบาบากำลังบ่นหิวเลยล่ะค่ะ   สองคนนั้นเพิ่งจะฝึกเสร็จ”  รวมไปถึงตัวคนพูดเองเช่นกัน  เหล่าผู้พิชิตดันเจี้ยนอายุน้อย

“ว่าแต่มือไม่เป็นไรแล้วเหรอคะ?”    ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมเบี่ยงจ้องไปทางมือซ้ายของชายนักรบ  เมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าตัวยังมีอาการไม่สู้ดี

ชายผู้ถูกถามคลี่ยิ้ม   “อ๋อ  ข้าไม่เป็นไรแล้ว  ข้าอยากใช้มือซ้ายให้ชินกว่านี้    ไม่ใช่เพียงแค่ตอนจับอาวุธ”   หากย้อนถึงคำพูดของจินนามว่าคาซาน    ความสามารถของเจ้าตัวช่างเข้ากันได้ดีกับตัวเขาจริงๆ

“อย่าฝืนตัวเองมากเกินไปนะคะ   อย่าคิดมากเหมือนตอนที่อยู่ในดันเจี้ยน   มีอะไรก็พึ่งพวกอาละดินหรือฉันได้”   คำพูดที่แสนอบอุ่น    ดันเจี้ยนที่สอนให้เขารู้ว่าตัวเองอยู่ในโลกที่แคบมากเพียงใด…

โลกภายนอกนี้ช่างกว้างใหญ่นัก…  เกินกว่าที่อยู่ในตำราหรือบทเรียนในวัง 

เขาเรียนรู้อยู่ในวัง  ฝึกฝนพร้อมกับคนสนิทและพี่สาวซึ่งเป็นที่รัก   หากไม่ได้มาที่อาณาจักรซินเดรีย  ไม่ได้พบกับคนทั้งสาม..  หากไม่ได้ฟังคำแนะนำของราชาของอาณาจักร   ตนนั้นก็คงเป็นกบในกะลาที่มีชีวิตอยู่โดยไม่รู้จักโลกภายนอกที่แท้จริง…

ตัวตนของเขาที่ถือทิฐิของตัวเองเป็นใหญ่…   หลงคิดว่าตัวเองมีกำลังและพลังมากพอแล้ว…จะต้องทำได้  ทำให้ได้  แม้ไม่พึ่งพาใครก็ต้องทำได้   หากแต่แท้จริงไม่ใช่เลย   ตนไม่มีกำลัง… ไม่มีพลังมากพอที่จะต่อกรกับอำนาจที่ยิ่งใหญ่ได้….   จะเทียบเคียงชายสองคนนั้นยังมิได้เลย…

เป้าหมายซึ่งใหญ่เกินกว่าจะใช้เพียงสองมือของตัวเอง….
การนั้นไม่สามารถใช้เพียงกำลังของตนเพียงคนเดียวได้….

ยามนึกถึงสภาพน่าอับอายที่แสดงให้คนทั้งสามได้เห็น   มันช่างน่าละอายนักที่ร้องไห้ฟูมฟาย  ส่งเสียงโวยวายด่าทอและตัดพ้อรุนแรงแบบนั้น…ไม่สมกับเป็นองค์ชายเสียเลย…  “ตอนนั้นข้าขอโทษด้วย  ที่ว่าท่านโมลเซียน่าเป็นสัตว์ประหลาด”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ  จริงๆแล้วฉันแทบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ”   ได้ฟังดังนั้นฮาคุริวนึกอยากตบหน้าตัวเอง  ไม่ควรไปรื้อฟื้นเรื่องนั้นเลย…

“ยังไงข้าก็ต้องขอโทษ   เรื่องในดันเจี้ยนนั่นข้าทำผิดไว้หลายอย่าง   ข้ารู้สึกผิดผิดจริงๆ”   รวมไปถึงการต่อว่าอาลีบาบาทั้งที่ไม่รู้อะไรลึกซึ้ง  หรือแม้แต่หยาบคายใส่อาละดินที่เป็นเด็ก

“คุณฮาคุริวคิดมากไปแล้วล่ะค่ะ  ไม่มีใครเก็บมาใส่ใจหรอก”  สิ่งที่ผ่านไปแล้วล้วนผ่านไป   เก็บไว้เพียงสิ่งที่ดีก็เพียงพอแล้ว… ประสบการณ์ได้สอนเธอแบบนั้น…

เด็กสาวลงมือยกจานอาหารหลายจานด้วยตัวเอง    เด็กหนุ่มเร่งยกมือห้าม    “ไม่ต้องหรอกท่านโมเซียน่า  เดี๋ยวข้า……”    น้ำเสียงขาดห้วงเมื่ออีกฝ่ายจ้องหน้า

“บอกแล้วนี่คะ  ว่าถ้ามีอะไรใช้ช่วยก็บอกได้”     เรียวปากสีชมพูอ่อนคลี่ยิ้มจางๆ     ขับใบหน้าของชายนักรบผมน้ำเงินให้เปลี่ยนสี…

อีกแล้ว….  หัวใจมันเต้นระรัวผิดจังหวะขึ้นมาอีกแล้ว…..
เพียงแค่เห็นรอยยิ้มของเด็กสาว….

โมเซียน่า  เด็กสาวซึ่งเป็นลูกหลานของเฟอนาริส  ชนเผ่านักรบที่แข็งแกร่งที่สุด   เธอเป็นคนมีสีหน้าบึ้งตึงแลดูไร้อารมณ์อยู่ตลอดเวลา  เงียบขรึม มีพละกำลังมากกว่าชายหนุ่ม  แต่ยามเมื่อเธอมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า..   ภาพรอยยิ้มซึ่งนานที่จะปรากฏ…    รอยยิ้มนั้นขับให้คนมองถูกสะกดได้

ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงได้รู้สึกลนลาน  ตื่นเต้น  ใบหน้าร้อน  อาการแปลกๆแบบนี้มันคืออะไรก็ไม่อาจเข้าใจตัวเอง      คำพูดกลืนหายลงไปในลำคอเสียหมด    ร่างโปร่งก้มลงมองพื้นหลบใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเองไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็น

“เป็นอะไรไปรึเปล่าคะ?”     ร่างเล็กกว่าเอียงคอมองด้วยความเป็นห่วง   แม้สองมือของเธอจะเต็มไปด้วยจานอาหารใหญ่ยักษ์ก็ตาม

“ไม่มี ไม่มีอะไร  ข้าก็แค่………..”   ไม่อาจบอกได้  ไม่อาจอธิบายได้ว่าคืออะไร… อาจเป็นเพียงความรู้สึกแปลก  ในเมื่อตนไม่เคยสนิทชิดเชื้อหรือเปิดใจคุยกับหญิงอื่นนอกจากพี่สาวของตัวเอง…

…..ใจมันไม่สงบ   ทนมองไม่ได้….  

“ข้าก็แค่……”   ไม่เข้าใจ.. ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมจิตใจไม่สงบอย่างเคย….

แค่เห็นเด็กสาวยิ้มยาก….มีรอยยิ้มที่สวยงามเท่านั้น….

จนต้องเบือนสายตาหนี       “ข้าก็แค่จะทำอาหารเพิ่มอีกหน่อย   ท่านอาละดินอาจต้องทานเยอะ”    เบี่ยงประเด็นไปเมื่อไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้

“งั้นเหรอคะ   แต่ถ้ามีอะไรก็บอกได้นะคะคุณฮาคุริว”    เธอยิ้มและถืออาหารที่เยอะเกินว่าของแขนของผู้หญิงจะถือได้ออกไป   สองมือนั่นซึ่งเปรียบเหมือนมือที่โอบอุ้มกลุ่มชายทั้ง 3 เมื่อต้องผจญภัย…

ฮาคุริวตบหน้าตัวเองเรียกสติ      องค์ชายนักรบผมน้ำเงินเพิ่งจะได้สติว่ามือตนยังคงถือเจ้าปลาวัตถุดิบทำอาหารเอาไว้จนมันขาดใจตายคามือไปเสียแล้ว   ไม่สมกับเป็นตัวเองเอาเสียเลย…   “แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมของที่อื่นสินะ…”    พบเจอผู้คนใหม่ๆ   รู้ให้มากกว่าที่เคยอยู่ที่จักรวรรดิ

“ท่านพี่…  นอกจากท่านพี่แล้วก็มีผู้หญิงที่อ่อนโยนและเข้มแข็งอย่างชายชาตรีอยู่เหมือนกัน”    แต่ความรู้สึกยามที่สนทนานั้นต่างกับพี่สาว….

……สักวันหนึ่งคงเข้าใจความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นนี้กระมัง…  

การได้มายังอาณาจักรซินเดรีย  การได้มาพบกับโลกภายนอก  วัฒนธรรมและผู้คนใหม่ๆ    หลายสิ่งหลายอย่างช่างแปลกใหม่เหลือเกิน…  ตำราและการเรียนก่อนสอนในวังช่างแคบเหลือเกิน    ข้าจะต้องเรียนรู้ให้มากกว่านี้  ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้    ข้าจะพยายามให้มากกว่านี้

แล้วซักวันหนึ่งข้าคงบรรลุเป้าหมายของตัวเอง.. การล้มล้างจักรวรรดิเจิดจรัสจะเป็นจริง  จะต้องเป็นองค์ชายที่เหมาะสมกับตำแหน่งให้จนได้    จะไม่ยอมให้ตัวเองต้องรู้สึกสมเพช อับอาย และโดนเหยียดหยามว่าเป็นตัวถ่วงอีกต่อไป

ผู้คนหลากหลายความคิด  สิ่งที่ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง
ขอเดินทางไปพร้อมพวกเขาเหล่านั้น…อีกซักพัก….

ร่างเล็กมัดผมเปียยาวแอบยืนเกาะข้างประตูมองจากด้านนอกครัว   ทำตัวเงียบไม่ให้คนเห็นตัวตน    อาละดินซึ่งมาตามหาของกินอย่างหิวโหยบังเอิญได้เห็นและแอบมองคนทั้งคู่โดยไม่ตั้งใจ    ในสายตาของเด็กน้อยเมไจราวกับมองเห็นบรรยากาศระยิบระยับไปด้วยสีชมพูกระจายตัวอยู่ในห้องครัวจนกระทั่งถึงเมื่อครู่นี้

“ชักแปลกๆ   ผมคิดไปเองรึเปล่านะว่ากลุ่มเราเริ่มจะมีอะไรแปลกๆแล้ว”   สิ่งที่อาจจะเรียกได้ว่าการเริ่มต้นของรักสามเส้าประมาณนั้น….

ดวงตากลมจดจ้องมองคนทั้งคู่    เขายิ้มกรุ่มกริ่มเงียบๆคนเดียว     “ช่างเถอะ  เนอะอูโกะคุง”    เหลือบมองไปยังขลุ่ยโลหะซึ่งมีสัญลักษณ์ของจิน     เรื่องของอนาคตที่ตอบไม่ได้…

เร็น ฮาคุริว  องค์ชายลำดับที่4 แห่งจักรวรรดิเจิดจรัส
ยังคงเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุ 16 เท่านั้น

3 5 หรือ 10 ปีข้างหน้าเมื่อเด็กหนุ่มสาวผ่านโลกกว้างยิ่งกว่านี้…
ยามนั้นโลกของกลุมนักผจญภัยคงกว้างขึ้นพอจะสังเกตสิ่งอื่นนอกจากความฝัน

นั่นเป็นเรื่องของอนาคต….
การเดินทางที่ยังคงยาวไกล…..

-END-

Advertisements
 
2 ความเห็น

Posted by บน 12/12/2013 in Uncategorized

 

2 responses to “[MAGI-S.FIC] UNKNOWN (MORGIANA X REN HAKURYUU)

  1. -Shizuku-

    12/13/2013 at 11:56 PM

    บอกตามตรงว่าเคยแอบเชียร์คู่นี้อยู่ในใจตอนแรกๆ ล่ะค่ะ เพราะฮาคุริวตอนเขินโมลมันน่ารักมากกกกก 5555 (แบบในฟิคพี่อายะนี่โมเอ้เหลือเกิ๊นนนนน)
    ผิดกะตอนหลังเสียแขนก็จู่ๆ ก็กลายเป็นเด็กอีโมไปซะงั้น ฮ่วย
    น้องโมลกลับไปหาอาลีบาบาคุงเลยเห็นมั้ยเนี่ยยยยย
    แต่เอาเถอะ… คู่นั้นก็โออยู่นะคะ แต่ติดโคเกียคุอีก (รึเปล่า?) กว่าจะรู้ชัดคงอีกนาน อั่กกก

     
  2. Bunny-Rainny

    12/29/2013 at 4:08 AM

    ชอบคู้นี้ พี่ต่งเปนฟิคยาวได้มั้ยอ่ะ อยากอ่าน ยิ่งไปดูเมไจภาคสองแล้วยิ่งจิ้นคู่นี้

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: