RSS

[GC S.Fic] My dearest Phase #0 Act of faith (Gai x Shu)

12 ธ.ค.

Title :  My Dearest

Fandom : Guilty Crown
Genre : Romance

Rating : PG มั้ง…
Pairing : Tsutsugami  Gai  x  Ouma  Shu
………………………………………………………………………………………………..

 

ผู้ชายคนนั้นปรากฏตัวขึ้นกลางซากปรักหักพัง
ตัวตนของชายคนนั้นช่างยิ่งใหญ่เสียจนตัวเองดูต่ำต้อย

“มาสิชู  มาด้วยกันกับพวกเรา
ต้องมีสิ่งที่นายทำได้อยู่แน่นอน”

 

ตัวเราที่ไม่มีคุณค่าอะไรเลย  ตัวเราที่ได้แต่คิด.. แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ตัวเราคนนี้จะสามารถข้ามผ่านตัวตนที่ต่ำต้อยของตัวเองไปได้งั้นเหรอ

 

“ทำได้ดีมาก”

เสียงของนายสั่นคลอนจิตใจของผม  ถ้อยคำที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
ผมเชื่อนายได้ใช่ไหม ไก..?

Phase #0  Act of Faith  – Shu Side

“ไก!!!”

หยาดโลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนพื้นคอนกรีตราวกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย   แสงสะท้อนจากผลึกที่กำเนิดจาก Apocalypse Virus ซึ่งหลอมรวมกันเป็นหอคอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เปลี่ยนสีของนภาให้เป็นสีเดียวกับอัญมณีสีม่วงเข้ม    ทุกอย่างแลดูสับสนวุ่นวาย คล้ายกับวันแห่งการสูญเสียเมื่อ 10 ปีก่อน

มือทั้งสองซึ่งแลดูไร้กำลังของเด็กหนุ่มยกขึ้นรับร่างของชายซึ่งทำตัวเป็นโล่เพื่อปกป้องเขา..   กลิ่นคาวเลือดแตะจมูกชวนให้มึนหัว..  เครื่องแบบสีดำซึ่งร่างสูงผมยาวสวมใส่เสมอเป็นรอยฉีกขาด  เลือดสีแดงซึมปริ่มออกมา   ทำไม…  ทำไมจึงปกป้องเขา…

“ไก อดทนไว้!!”

ครู่หนึ่งนั้นชายผมผมสีบรอนด์คลี่ยิ้มจางๆ   เขาค่อยๆหมดสติไปอย่างช้าๆ     ดวงเนตรที่สั่นกลัวของเด็กหนุ่มเบิกกว้าง  ซึซึกามิ ไก  ผู้ชายที่ยืนออกคำสั่งคนอื่นอย่างทรงอำนาจ  ยืนอยู่ตรงหน้าทุกคนในฐานะผู้นำ   ผู้ชายคนนั้นกำลังจะตาย..?   เพราะปกป้องเขา…?

“ไก!!!”    อย่าตายเพราะผม..  อย่าทิ้งความเชื่อมั่นไว้ที่ผมแล้วจากไป….

ความตายเอ๋ย..  ได้โปรดอย่าพรากไป….
อย่าได้พรากชายซึ่งเชื่อในตัวเขามากกว่าใครไปเลย…

*********************************************************************************************

“ไม่เข้าเป้าเลยซักนิด”

ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆแสนอึมครึมเป็นสถานที่ซ้อมยิงปืนของกลุ่มคนที่คนภายนอกเรียกว่าผู้ก่อการร้ายอย่าง “โรงฌาปนกิจ”    เด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มและมีสีตาแบบเดียวกันยืนมองดูเป้ายิงปืนที่มีเพียงรอยขีดข่วนตรงขอบ   เขาถอนหายใจออกมาพร้อมกับวางกระบอกปืนที่แสนหนักอึ้งลงบนโต๊ะตรงหน้า

โอมะ ชูยังคงสวมใส่ชุดนักเรียนแทนที่จะใส่เครื่องแบบของกลุ่ม   ช่วงเช้าเขามีชีวิตเหมือนกับเด็กนักเรียนทั่วไปคือไปโรงเรียนและกลับบ้าน  บางวันในช่วงเย็นเขาจะใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง   นั่นคือเขาเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่าผู้ก่อการร้าย

การใช้ชีวิตแบบนั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน   โชคชะตานำพาให้เขาเจอกับนักร้องนำวง Egoist ที่เขาชื่นชมอย่างยูสึริฮะ อิโนริ  วันนั้นที่แสนสับสน  วันนั้นเป็นวันแรกที่เขาทำในสิ่งที่ตัวเองได้แต่คิด   การใช้พลังเพื่อปกป้องใครสักคนหนึ่ง…

ครั้งแรกที่เขาดึง Void ออกมา…  ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“ถึงจะผ่านการทดสอบของอายาเสะมาได้  แต่เรื่องพวกนี้ก็ยังไม่ได้เรื่องนะชู”

เสียงทุ้มสะกิดปมเคืองในใจของชู   เขาผินใบหน้าไปมองประตูทางเข้า     ร่างสูงแลดูเป็นผู้ใหญ่ซึ่งมีเรือนผมยาวสีบรอนด์เดินเข้ามา  เขาสวมใส่เสื้อคลุมตัวยาวสีดำขลับอันเป็นเครื่องแบบของกลุ่มตัดกับสีผม    รอยยิ้มบนใบหน้าคมนั้นคล้ายกับเย้ยหยันอยู่ในใจ

“ผมเป็นนักเรียนธรรมดาๆ  จะไปยิงปืนเก่งเหมือนพวกผู้ก่อการร้ายแบบพวกนายได้ยังไง”  ชูเบี่ยงสายตาไปทางเป้าที่ว่างเปล่า

ไกเดินมาหยุดข้างๆร่างโปร่งเตี้ยกว่าตัวเอง   “นั่นมันข้ออ้าง  งั้นฉันก็อ้างได้  พวกเราที่เป็นผู้ก่อการร้ายก็ใช้ Void ไม่เก่งแบบนาย”   แท้จริงคือไม่มีคนใช้ได้เลย

“นั่นมัน……”  อาวุธธรรมดาต่างจากการใช้ Void ซึ่งสามารถใช้ได้ดีเองโดยไม่ต้องฝึกฝนอะไร.. คล้ายกับเป็นสันชาตญาน

“นี่ล่ะความแตกต่าง   นายใช้ Void ได้  คนอื่นใช้ไม่ได้   คนอื่นใช้อาวุธธรรมดาได้  นายใช้ไม่ได้   ถ้าตอนนั้นไม่มีคนอยู่กับนาย แล้วนายจะใช้ Void ที่ไหนเอาตัวรอดกัน”    ร่างโปร่งซึ่งโดนสอนสั่งเริ่มมีสีหน้าเฝื่อนๆไม่ยอมสบตา

“ยังไงนายก็ต้องฝึกไว้  ”   มือแกร่งหยิบกระบอกปืนขึ้นและส่งกลับให้    ชายหนุ่มมักหลอกล่อ บังคับให้คนอื่นทำตามคำสั่ง..   นี่ล่ะ…ไก….

ชูจ้องมองกระบอกปืนสีดำในมือของไก     แม้ไม่เต็มใจ..  แต่คำพูดนั้นก็มีน้ำหนักมากพอและมีเหตุผล   “เข้าใจแล้ว….”

เด็กหนุ่มผมน้ำตาลรับปืนไปบรรจุกระสุนชุดใหม่    ตั้งไกปืนและยกขึ้นเล็งไปยังเป้ารูปจำลองมนุษย์ซึ่งอยู่ห่างออกไป..   สายตาจ้องเขม็งที่จุดศูนย์กลาง   ชายผมทองยืนกอดอกเฝ้ามองอยู่เบื้องหลัง   คล้ายกับครูฝึกกับนักเรียนก็มิปาน

-ปัง!-

เสียงกระสุนปืนพุ่งออกจากปากกระบอกปืน    แต่เพราะมือของคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายจะไม่แข็งแรงและไม่นิ่ง  กระสุนจึงไม่เข้าเป้าอย่างที่ตั้งใจเอาไว้อย่างเคย     โอมะ ชูลดมือลงพร้อมกับถอนหายใจ   เขาพลาดอีกจนได้  การยิงปืนมันไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ

“ฉันรู้แล้วว่าปัญหาของนายคืออะไร   ถ้านายจับปืนไม่มั่นคง  นายก็ไม่มีวันยิงโดนอะไรหรอก”    ร่างสูงขยับตัวมายืนข้างๆ

“อิโนริก็เคยสอนอยู่หรอกนะ…..”   แต่ก็เป็นการฝึกที่ไม่ได้อะไรมาก…  เพราะเต็มไปด้วยความขัดเขินเสียจน.. พลาดมากกว่าเดิม

ฉับพลันมือผอมๆที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังนั้นก็ถูกกอบกุมด้วยมือใหญ่กว่าซึ่งสวมทับด้วยถุงมือสีดำ   จับรวบให้ถือปืนในมือเอาไว้ให้มั่น    ไกโอบร่างของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลจากเบื้องหลังเพื่อสอนการถือปืนที่ถูกต้องอย่างใกล้ชิด    คนโดนสอนตกใจเบิกตากว้างขึ้นในครู่หนึ่ง

“นายควรจะจับปืนให้มั่นแบบนี้”    เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้ๆ..  ใกล้กว่าที่เคย

โอมะ ชูกระชับปืนตามที่ได้รับคำแนะนำ   น่าแปลกที่เขารู้สึกนิ่งมากกว่าจะรู้สึกเคอะเขินที่โดนคนอื่นเข้ามาอยู่ใกล้ขนาดนี้     “แบบนี้น่ะเหรอ”

“เคยเรียนกับอิโนริมาแล้ว แล้วทำไมทำไม่ได้กันล่ะ?”    กุมมือให้เรียวนิ้วของอีกฝ่ายอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

“เพราะว่านายชอบอิโนริก็เลยไม่มีสมาธิงั้นสินะชู?”    คำพูดทำเอาคนฟังสะอึก   มันไม่เกี่ยวกับชอบหรือไม่ชอบ…  ให้ผู้หญิงมาสอน.. คนไหนก็เหมือนกัน…

ชูเลือกไม่พูดอะไร  ตั้งใจทำตามที่สอนเพียงอย่างเดียว    พูดคุยกันในสภาพแบบนี้นานๆ  มันมีความรู้สึกแปลก…    “แบบนั้นล่ะ  จากนั้นก็เหนี่ยวไกออกไป”    มือที่ผสาน  แม้มีถุงมือกั้นก็รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิจากร่างกายของคนอื่น    ทำให้เขาสงบ…

ยามที่อยู่กับอิโนริ.. เขารู้สึกใจเต้นปั่นป่วน….
ยามที่อยู่กับไก… เขารู้สึกสงบใจอย่างประหลาด….

ชูเหนี่ยวไกปืนออกไปอีกครั้ง    กระสุนปืนอาจไม่ได้เข้าเป้าตรงกลางอย่างที่ตั้งใจเอาไว้  แต่ผลลัพภ์ก็นับว่าดีกว่าเดิมเมื่อมันทะลุผ่านเป้าในส่วนที่เป็นช่วงท้องของคนไป    ใบหน้าของเด็กหนุ่มทอดประกายรอยยิ้มปิติยินดีที่เห็นความสำเร็จของตัวเอง

“ถ้านายตั้งใจทำก็ทำได้  ทำได้ดีมาก”   มือแกร่งตบลงที่บ่าพร้อมกับผละตัวออกห่างไป  หนักหน่วงและจริงใจ

ซึซึกามิ ไกเป็นผู้นำของกลุ่มโรงฌาปนกิจ   เป็นคนเก่ง  ฉลาด  น่าเชื่อถือ  และเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคน  ทั้งๆที่ดูอายุไม่ห่างจากเขาแต่กลับดูยิ่งใหญ่เสียจนรู้สึกว่าตัวตนของเขาเล็กกระจ๋อยร๋อย    ตัวเขาที่เคยโดนบังคับมา เดิมทีก็ไม่เห็นด้วย..  แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว…

“สิ่งที่ผมทำได้ ค่อยๆเพิ่มขึ้นแล้วสินะ…”     มองไปยังเป้าที่เป็นรูโหว่    สิ่งที่ทำสำเร็จได้ด้วยกำลังของตัวเอง  เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างแล้วสินะ

“อืม…  นายค่อยๆก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมากขึ้นแล้ว”    ร่างสูงถอยหลังมาผิงผนังรอดูการฝึกของเด็กหนุ่มต่อไป

ดวงตาสีน้ำตาลทอดมองปืนในมือของตัวเอง  นี่คืออาวุธธรรมดาๆไม่ได้แปรสภาพจากจิตใจของใคร    มันหนักเมื่อเทียบกับปืนที่สร้างขึ้นจาก Void ของคนอื่น   “ไก  นายรู้ว่าคนอื่นมี Void แบบไหน  แสดงว่านายมองเห็นของทุกคนเลยสินะ?”

“หึ…ไม่รู้สินะ”    ริมฝีปากคมหยักยิ้มที่มุมปาก

“ถ้านายมองเห็น Void ของคนอื่น  นายก็มองเห็น  Void ของผมด้วยสินะ”    ร่างโปร่งผอมหันมามอง   ในจิตใจของเขามี Void แบบไหนกันนะ…

ไร้ซึ่งสุรเสียงตอบกลับ   ซึซึกามิ ไกใช้ความเงียบเป็นคำตอบในคู่หนึ่ง  ก่อนท้าวคางมองคนถามกลับ    “ต่อให้เห็น ก็ไม่ใช่เรื่องต้องบอกให้นายรู้   Void คือรูปแบบที่สร้างขึ้นจากจิตใจของเจ้าของ  นายอยากจะรู้งั้นเหรอว่าของนายเป็นแบบไหน?”

ชูลืมไปเสียสนิทว่า Void คือจิตใจของคนอื่น   การมองเห็น Void ของคนอื่นก็ไม่ต่างอะไรจากการมองเห็นจิตใจของคนอื่นอย่างทะลุปรุโปร่ง.. มองเห็นตัวตนที่แท้จริงที่ปิดซ่อนเอาไว้… ส่วนตัวเขาก็คือคนที่ละลาบละล้วงเข้าไปสัมผัสกับจิตใจของคนอื่น…

บางที…อีกฝ่ายอาจมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขามาโดยตลอดก็ได้…

“แสดงว่านายเห็นตัวตนของผมตลอดเวลาสินะ”     ปิดบังก็ไร้ซึ่งความหมาย….

“นายเคยบอกว่านายควรจะเป็นคนที่ใช้ Void  ..  ก็นั่นสินะ..  นายสามารถมองเห็น Void ของคนอื่นได้  ก็ไม่จำเป็นต้องใช้มั่วซั่วแบบผม”    เขาไม่สามารถมองเห็นได้จึงไม่รู้ว่าจะใช้ของใคร เมื่อไหร มีคุณสมบัติแบบไหน…

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว  ตอนนี้ชู…นายคือกำลังสำคัญของเรา”   ดวงสีฟ้ามองสบตา   สีเดียวกับท้องฟ้ากว้าง   ซึ่งมองคนอื่นทะลุปรุโปร่งไปเสียหมด

“กำลังสำคัญ?   ปกตินายก็ใช้งานผมเหมือนอุปกรณ์อยู่แล้ว”   วิ่งไปตามเส้นที่ถูกขีดไว้ให้เสมอมา  แม้แต่ที่โรงเรียนและกับเพื่อนๆของเขา

 

ผมเป็นอาวุธของนาย หรือเป็นเครื่องมือของนาย

“เราสมคบคิดเป็นพวกเดียวกันแล้วนะชู”   มองรอยยิ้มของคนที่มองตัวเองเสียทะลุปรุโปร่ง  นึกขุ่นเคืองอยู่ในใจ..  แม้เขาจะเป็นคนยอมมาที่นี่ด้วยตัวเอง

 

ผมเป็นใคร…?

“….ก็ผมไม่มีที่ให้หันหลังกลับไปอีกแล้ว…”     ก้าวขาเข้ามายังโลกแห่งนี้เกินกว่าจะถอยหลังกลับไปได้.. เขาได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจะตามคนๆนี้ไป…

“นายตัดสินใจมาที่นี่เอง  ถ้านายออกไปง่ายๆ ทิ้งมันง่ายๆ  ทุกคนจะผิดหวังในตัวนายแน่ๆ”    ทุกคนที่ยอมรับเด็กหนุ่มเป็นส่วนหนึ่งของพวกเดียวกันแล้ว

ช่างเป็นคนที่ใช้วิธีหลอกล่อและบังคับคนอื่นกลายๆเหมือนเดิม    นั่นคือภาพลักษณ์ของซึซึกามิ ไก  เขาเองก็ชื่นชมในจุดนั้น   คนที่มีจิตใจเข้มแข็ง  เป็นผู้นำของคนอื่น  เป็นจุดศูนย์รวมจิตใจ    Void ซึ่งเป็นตัวแทนของจิตใจของคนแบบนี้…  คงยิ่งใหญ่?

“ผมเคยสงสัยว่าทำไมจิตใจของอิโนริถึงเป็นดาบ…   ตอนนี้ก็ชักสงสัยแล้วว่าของนายจะเป็นแบบไหน”    คนที่มองเห็นของคนอื่น คงไม่มีทางเห็นของตัวเอง

“นั่นสินะ  บางทีมันอาจดำมืดผิดจากที่นายคิดก็ได้”    ดวงตาสีฟ้าปรือหลับลง….

ดูแค่ภายนอกคงไม่อาจเห็นถึงข้างใน…  เหมือนอย่างผู้หญิงที่แลดูบอบบางอย่างนักร้องที่เขาชื่นชอบมานาน…     เขาไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของไก…

“ผมฝึกยิงปืนต่อล่ะ…”       เดินไปหยิบปืนจริงซึ่งใช้สำหรับฝึกมาถือไว้อีกครั้ง..  ครั้งนี้จะต้องยิงให้เข้าเป้าด้วยความสามารถของตัวเองให้ได้

แต่ทว่า.. กลับเจอเรื่องไม่คาดฝัน…   “ถ้านายอยากเห็นจิตใจของฉัน  ก็แค่ดึง Void ออกมา  ก็แค่นั้น”    ปืนในมือหล่นลงบนโต๊ะ   มือแกร่งจับข้อมือของชูดึงให้แนบฝ่ามือลงที่กลางอก…

เด็กหนุ่มอึ้งไปพร้อมกับตัวแข็งไม่กล้าขยับ   สัมผัสจากตรงนี้ได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจที่อยู่ข้างใน   การจะใช้ Void  ต้องมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย..  มองไม่ให้หลบหนีการจับจ้องไปได้.. แต่ตอนนี้เขาไม่กล้ามอง…   การจะดึง Void ออกมานั้นมันง่าย..  แต่…

มันไม่ถูกต้อง…..

“ไม่ได้..   ผมว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ…..”   มือผอมดึงมือของตัวเองกลับออกมาห่างๆ  กำหมัดแน่นไว้ข้างลำตัว..  เพราะไม่รู้ว่าคืออะไร.. เป็นแบบไหน…  ไม่ใช้เวลาที่ต้องใช้…

“ผมละลาบละล้วงดูจิตใจของคนอื่นไม่ได้”    ภาพเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่ทุกคนมีอยู่    ไม่ใช่สิ่งจะมาเปิดโปงกันเล่นๆ…

ท่าทางแบบนั้นของชูเรียกรอยยิ้มจากผู้เป็นหัวหน้า   “นี่เป็นข้อดีของนายอีกข้อนะชู    ถ้าเป็นคนอื่นได้ Void Genome ไป  อาจไม่ทำอย่างนายก็ได้”    คำชม..?   ข้อดีของเขา..?

“…ไก…. นายทดสอบฉันงั้นเหรอ…?”   ชูเงยหน้าขึ้นมอง  ใบหน้าแสดงออกถึงความโกรธเคือง    ร่างสูงยักไหล่    ยิ้มเย้ยหยันมั่นใจในแผนของตัวเอง…  อีกแล้ว…

“ป่านนี้แล้วยังไม่ชินอีกเหรอชู ?”     เด็กหนุ่มทำหน้าตาเอือมระอา

ชูถอนหายใจเมื่อตัวเองเดินไปตามเกมส์ของอีกฝ่ายอีกครั้ง  บางที Void ของไกคงเป็นอะไรที่คาดไม่ถึง อย่างไว้ใช้ควบคุมคนอื่น?  ในเมื่อเจ้าตัวเป็นคนชอบบังคับคนอื่น… ก็ได้แต่เดาไป…  หากแต่ยามนั้นเอง…มือแกร่งยื่นมาตบที่บ่าของเขา   ใบหน้าใสทำหน้าประหนึ่งบ่นในใจ…  คราวนี้อะไรอีกล่ะ… แต่ครั้งนี้…

“เมื่อถึงเวลา  ฉันจะให้นายใช้ Void ของฉัน”    ดวงตาทั้งสองคู่สบมองกัน    ครู่หนึ่งนั้นคล้ายกับว่า…  ระยะห่างลดน้อยลง….

ใกล้เกินไป…
.เสียจนรู้สึกว่าเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในแววตาอีกฝ่าย..ชัดนัก….

“ไก!   มาอยู่ที่นี่เอง  ไปประชุมเถอะ!”

เด็กสาวผมยาวทรงฮิเมะคัทสีม่วงเข้มสวมใส่ชุดรัดรูปเข้ามาในห้องพร้อมกับกระดาษสีขาวในมือ     ขณะนั้นเองที่โอมะ ชูรู้สึกเหมือนแรงกดดันออกห่างตัวเองไป…  โล่งใจและตกใจในเวลาเดียวกัน…   เมื่อครู่หนึ่งนั้น.. มันคืออะไรกัน…ห้วงเวลาที่เดินช้าๆ…

“ขอบใจที่มาตามนะซึกุมิ   นายก็ไปฟังด้วย”    กวักมือบอกให้เด็กหนุ่มผมน้ำตาลออกไปด้วยกัน   แสดงท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. และไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไร…

“…..ต้องเจอกับพวก GHQ อีกแล้วสินะ…..”  การปฏิบัติแผนการทุกครั้งมีหรือจะไม่เจอฝ่ายตรงข้ามที่เรียกว่าศัตรู…  นั่นหมายถึงเขาต้องใช้อาวุธ…

“ถ้าไม่มีพลเมืองดีที่ไหนไปแจ้งความเคลื่อนไหวของเราล่ะนะ”   ริมฝีปากคมนั้นหยักยิ้มมั่นใจ  ทุกอย่างคงไม่พลาดอย่างเคย

“…..เข้าใจแล้ว  ผมจะคอยเป็นโล่ให้ทุกคน…..”  น้ำเสียงห่อเหี่ยวเมื่อนึกถึงยามที่ต้องปะทะกับพวกทหาร GHQ หรือ Anti-Bodies

“ชูไม่คิดบ้างเหรอ  ว่าซักวันฉันอาจจะกลายเป็นโล่ให้นาย แทนที่นายจะเป็นโล่ให้ฉัน”    คำพูดหวนให้รำลึกถึงค่ำคืนที่ดำเนินภารกิจทำลาย  Leukocyte

ในวันนั้นชายหนุ่มเลือกที่จะเป็นผู้เสียสละเพื่อทุกคน   การตัดสินใจครั้งนั้นมันเสี่ยง   ภาพที่เคยมองว่าไกเป็นคนที่ยอมทิ้งคนอื่นได้ง่ายๆเหมือนเครื่องมือเพื่อความสำเร็จ.. เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง   และวันนั้นเป็นวันที่เขาตัดสินใจจะตามแผ่นหลังของชายคนนี้ไป…  คนที่เขาเชื่อมั่น  และอีกฝ่ายก็เชื่อในตัวเขา

อยากจะเป็นเหมือนนาย…  อยากจะเป็นเหมือนไก…ซักครึ่งหนึ่งก็ดี….

“มันจะเป็นแบบนั้นได้เหรอ?   นายไม่เคยวางแผนอะไรพลาดเลยซักครั้ง”    ไม่เคยวางหมากพลาด  เต็มไปด้วยความมั่นใจ

“ใครจะรู้   มันอาจจะเกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย   เหมือนอย่างที่นายกลายเป็นคนใช้ Void ก็ได้”   ยิ้มเหมือนทุกครั้งที่เคยเป็นมา  ไม่เคยอิจฉาหรือโกรธเคืองที่ต้องเสียสิ่งที่ตัวเองควรจะได้

“แผนการจะสำเร็จหรือจะล่ม  ขึ้นอยู่กับนายทั้งนั้น”   ร่างสูงเดินผ่านหน้าร่างเตี้ยกว่า  เดินห่างออกไปทางประตูทางเข้าออก    จะมีวันนั้นหรือ..?  วันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่ไกวางแผนเอาไว้?

“…..ขึ้นอยู่กับผม…?”     ทำให้เรากลายเป็นตัวหลักในแผนการของโรงฌาปนกิจ…   ไม่กลัวเลยเหรอว่ามันจะผิดพลาด….

ที่ผ่านมามันไม่เคยพลาด…  หวนคิดถึงทุกครั้งก็ผ่านมาได้ด้วยดีตลอด

แม้เขาจะปฏิเสธและไม่เต็มใจที่จะทำในคราแรก  แต่สุดท้ายเขาก็วิ่งไปตามเกมส์ที่ไกเป็นคนวางบทไว้เสมอ    ไกเป็นคนฉลาดเฉลียว  มองเห็นจิตใจของเขา.. และรู้ว่าเขาจะต้องทำอย่างที่เจ้าตัวพูดเอาไว้อย่างแน่นอน..   ไม่ยุติธรรมและเจ้าเล่ห์นัก…  ถึงกระนั้นแล้ว….

นั่นหมายถึงเขาได้รับการยอมรับ… และได้รับความเชื่อมั่น…..

เชื่อในตัวเขางั้นเหรอ?   ชักชวนคนที่ไม่คุณค่าอะไรอย่างเขามาเป็นพวกงั้นเหรอ.. เชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนไปได้งั้นเหรอ…?    …..ไม่มีใครอีกแล้วที่มอบคุณค่าให้เขามากถึงเพียงนี้…       ไก….. ผมน่ะ….

นายบอกให้ผมไว้ใจนาย เชื่อใจนาย…..
ผมเชื่อใจนายได้สินะ….และจะตอบสนองความเชื่อนั่นด้วยหัวใจ

    

************************************************************************************

 “เป็นความผิดของนายนะชู!  เพราะว่านายไม่มา!!”    เสียงของซึกุมิก้องในหัว…

ท้องฟ้าสีม่วงเข้ม  สายลมแรงที่เกิดจากการพัดพาหินผลึกช่างบ้าคลั่ง   บนดาดฟ้าตึกนี้เขาได้แต่มอง…   เด็กหนุ่มกัดฟันมองร่างไร้สติของชายเรือนผมสีบรอนด์ซึ่งอยู่ในวงแขนของตัวเอง   โกรธ  เสียใจ  ผิดหวังในตัวเอง เขาไม่สามารถปกป้องใครได้เลย….

“ทำไมนายไม่บังคับให้ผมทำตามที่นายบอกเหมือนเดิม…”    หลอกล่อให้เดินตามแผนที่วางเอาไว้….

“จะมากับพวกเราหรือจะกลับไป”
คนที่เห็นคุณค่าของผม  คนที่มอบความกล้าให้กับผม….
ผลักดันให้ผมลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง

“ไก….นายห้ามตายนะ………”    มือขยุ้มเสื้อที่เปื้อนเลือด..   ทั้งๆที่ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยทุกคนแล้ว..  ทำไมจึงลงเอยแบบนี้

 

“ถ้าตัดสินใจไม่ได้ก็เชื่อใจฉันสิ  ไว้ใจฉันทุกอย่างแล้วทำตามฉันซะ”

สิ่งที่ผมศรัทธาและเฝ้าใฝ่หา…..

“ผม………….”   นาย…  คนที่ทำให้ผมมีคุณค่าอย่างตอนนี้…

ความทรงจำที่พรั่งพรูราวกับสายน้ำไหล….
อย่าทิ้งผม…  อย่าทิ้งผมไว้ข้างหลังแบบนี้

คริสมาสต์แห่งการสูญเสียเมื่อ 10 ปีก่อน หวนย้อนกลับมาใน 10 ปีให้หลัง   เสียงเพลงนั้นหยุดลงเปลี่ยนเป็นเสียงหวีดร้องของสายลมที่แสนบ้าคลั่ง   หยดน้ำตาหลั่งลงมาอย่างช้าๆ    หยดลงผสมกับโลหิตที่เปื้อนมือของตัวเอง  การเสียสละแบบนี้ไม่เอาหรอกนะ  อย่าตัดสินใจเอาเองแบบตอนนั้นอีกนะไก…  ห้ามตายเด็ดขาดเลยนะ…

สิ่งที่ผมทำได้…  ผมต้องช่วยทุกคนให้ได้….

ไก…..นายเป็นคนสำคัญสำหรับผม…..
ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้…….

 

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 12/12/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: