RSS

[KnB S.Fic] Curious (Kikuro)

14 ธ.ค.
Title : Curious
Fandom : Kuroko no Basket
Genre : BL , Parody
Rating : PG
Pairing : Kise x Kuroko
—————————————————————————————————-

มีคนบอกเอาไว้ว่าเพื่อนเก่านั้น…

เมื่อไม่ได้พบกันนานจะมีความรู้สึกอึดอัด….

 

ชมรมบาสเก็ตบอล โรงเรียนม.ต้นเทย์โค  ทีมสุดยอดแห่งความแข็งแกร่งซึ่งมีสมาชิกรวมมากกว่า 100 คน  และเป็นแชมป์การแข่งขัน 3 สมัยซ้อน   ท่ามกลางประวัติการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมนั้น  มีทีมของอัจฉริยะทั้ง 5 คนซึ่งถูกเรียกขานว่า  “ทีมแห่งปาฏิหาริย์”   แต่ทว่า… กลับมีข่าวลือประหลาดอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับทีมปาฏิหาริย์  สมาชิกซึ่งไม่มีใครรู้จัก  ไม่มีแม้แต่ประวัติการแข่งขัน  สมาชิกหนึ่งคนที่ได้รับการยอมรับจากอัจฉริยะทั้ง 5 เรื่องของ “ผู้เล่นปีศาจคนที่ 6″

 

 

และเวลานี้…สมาชิกทีมปาฏิหารย์และผู้เล่นปีศาจคนที่6คนนั้น

กำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนกันนะ?

“คิเสะคุง   พาผมมาที่นี่ทำไมน่ะ?”

“เงียบๆหน่อยคุโรโกจจิ  เดี๋ยวก็โดนเจอหรอก”

 

 

เบื้องหลังของพุ่มไม้เรียงตัวยาวคล้ายกำแพงเต็มไปด้วยเด็กสาวในชุดนักเรียนหลากหลายแบบ   ในมือของพวกเธอมีทั้งโทรศัพท์มือถือเปิดกล้องถ่ายรูป  กระดาษสี  นิตยสารแฟชั่น  และพวกเธอเหล่านั้นก็กำลังหันซ้ายหันขวามองหาใครสักคนกันอย่างพร้อมเพรียง

 

อีกฝั่งหนึ่งของพุ่มไม้เป็นภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง    เด็กหนุ่มสองคนในชุดนักเรียนต่างโรงเรียนกันนั่งกอดเข่าคุดคู้ทำตัวให้ลีบที่สุดเพื่อไม่ให้อีกฝั่งหนึ่งเจอตัว   โดยที่ชายผมสีเหลืองสดจับศีรษะของร่างเล็กกว่าเอาไว้ เพื่อไม่ให้โผล่ศีรษะไปให้ใครสังเกตเห็น

 

 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ  ผมไม่จำเป็นต้องซ่อนด้วยนี่ครับ”    ใบหน้าของหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนราบเรียบไร้อารมณ์   ชวนให้คนฟังชอกช้ำเหลือคณา

 

“อะไรกัน!?  คุโรโกจจิจะทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวในสถานการณ์แบบนี้น่ะเหรอ โหดร้าย!”    ร่างสูงกว่าหันตรงมาส่งสายตาออดอ้อน

 

“บอกให้ผมเงียบไม่ใช่เหรอคิเสะคุง”    สิ้นคำท้วงติง  นักเรียนหนุ่มในชุดนักเรียนสีเทารีบเงียบปาก   แล้วทั้งคู่ก็เงียบกันไปพักใหญ่

 

“คิเสะคุงหายไปไหนเนี่ย เมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลย  พวกเธอมองหารอบๆเร็วๆ!!”   กลุ่มหญิงนักล่ากวาดสายตามอง   ดูเหมือนพวกเธอจะไม่ยอมแยกย้ายกันไปเสียที

 

 

เด็กหนุ่มทั้งสองตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร

เรื่องนั้นจำต้องย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน

 

 

“แยกย้ายกันกลับบ้านตรงนี้ล่ะ   เจอกันพรุ่งนี้!!”

 

นักเรียนหนุ่มรูปร่างบ่งบอกว่าเป็นนักกีฬาหันบอกพ้องเพื่อนด้านหลัง   ในกลุ่มสมาชิกเหล่านั้นต่างมีกระเป๋ากีฬาประจำตัวบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นสมาชิกของชมรมกีฬาบางอย่าง   และบางส่วนก็แต่งกายด้วยชุดวอร์มซึ่งมีชื่อโรงเรียนสลักไว้ด้านหลัง  ชื่อของโรงเรียน   “ไคโจ”

 

 

“งั้นไปล่ะรุ่นพี่  เจอกันพรุ่งนี้”     เด็กหนุ่มผมเหลืองสวมตุ้มหูโบกมือลารุ่นพี่ร่างเล็กกว่า     หลังแยกจากเพื่อนร่วมทีมเพียงไม่ถึง 5 นาที  ก็มีนักเรียนหญิงโรงเรียนอื่นพุ่งตรงเข้ามาหา

 

“ขอลายเซ็นหน่อยนะคะ!  ฉันเป็นแฟนคิเสะคุงค่ะ!”    เธอรวบรวมความกล้ายื่นสมุดโน้ตว่างแปล่าพร้อมปากกาให้

 

คิเสะรับกระดาษและปากกามาบรรจงเซ็นชื่อลงไปโดยไม่ปริปากบ่น     “ได้ๆ  ฮ่ะๆๆ”  แต่เมื่อมีคนที่หนึ่งก็ย่อมมีคนที่สอง สาม สี่ และห้า ตามมาอีกเป็นขบวนปานโรคติดต่อ

 

“อ่า…..มากันเต็มเลยแฮะ….”   เงยหน้าขึ้นจากกระดาษในมืออีกที   รอบกายของเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็กลายเป็นทะเลสาวๆขนาดหย่อมๆ

 

“คิเสะคุง  เซ็นให้ฉันด้วย/ขอถ่ายรูปหน่อยนะคะ!”   โชคยังดีที่เขามีร่างกายสูงใหญ่เป็นนักกีฬา  จึงไม่ถูกกลืนหายไปกับกำแพงที่รุมล้อม

 

 

คิเสะ เรียวตะ   นักเรียนมัธยมปลายปีที่ 1 อดีตสมาชิกทีมปาฏิหาริย์  ปัจจุบันนักกีฬาบาสเก็ตบอลตัวจริงของโรงเรียนมัธยมไคโจ  นอกจากเรื่องความเป็นอัจฉริยะในทางบาสเก็ตบอลแล้ว  เจ้าตัวยังเกิดมารูปร่างหน้าตาดีและเป็นนายแบบ  เหตุการณ์แบบนี้จึงเกิดขึ้นเป็นประจำและทุกสถานที่

 

และเหมือนสวรรค์มาโปรด  ดวงตาสีเหลืองนั้นได้หันไปเห็นผู้ช่วยเข้า   ตัวตนที่แสนจืดจาง นักเรียนชายผมสีฟ้าอ่อนในชุดนักเรียนกักคุรันสีดำ  สีหน้าไร้อารมณ์ยากจะเดาความคิด  เจ้าตัวกำลังเดินดิ่งไม่สนใจผู้คน และไม่มีผู้คนสนใจตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆ

 

 

“โทษทีนะ  พอดีฉันนัดเพื่อนเอาไว้  ไว้โอกาสหน้าจะเซ็นให้นะ”   เขารีบส่งกระดาษขอลายเซ็นและปากกาคืนให้กับเด็กสาว  พร้อมกับออกวิ่งแหวกกลุ่มกำแพงตรงไปหาเพื่อนเก่า

 

“อ๊า!!!  เดี๋ยวก่อนคิเสะคุง!!!”   ไม่สนใจเสียงไล่หลัง   พุ่งตรงเข้าหานักเรียนหนุ่มตัวเล็กกว่าในทันที

 

คนที่โดนรุดเข้ามาหาหันมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง  ไร้ซึ่งอารมณ์ตกใจ     “คิเสะคุง?”    จะโดนยกร่างขึ้นพาดบ่าโดยไม่บอกล่วงหน้า ก็ยังคงนิ่ง!

 

“คุโรโกจจิ  ช่วยมาด้วยกันก่อนนะ!”    คุโรโกะกลายเป็นตุ๊กตา  ไม่ทันจะอ้าปากถามความเป็นมาก็โดนอุ้มวิ่งหนีสาวๆด้วยความเร็วระดับไม่ธรรรมดาซะแล้ว   สมกับเป็นอดีตทีมปาฏิหาริย์?

 

 

และนั่นคือเหตุผลที่อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา

อดีตทีมปาฏิหารย์ทั้งคู่ก็ยังคงซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้

 

 

จากเวลานั้นถึงเวลานี้ผ่านไปแล้ว 30 นาที   เหล่านักเรียนหญิงที่ตามมาก็ทำให้เด็กหนุ่มประจักษ์ว่าผู้หญิงยามเจอดาราจะมีพลังลึกลับที่แม้แต่นักกีฬายังต้องอึ้ง    ราวกับมีพวกเธอมีเรดาห์รับรู้ได้ว่านักบาสหนุ่มพ่วงอาชีพนายแบบยังคงวนเวียนอยู่แถวนี้

 

 

“ทำไมยังไม่ไปกันซะทีน๊า”     หนุ่มผมเหลืองถอนใจ    แต่ถอนใจได้ไม่นานเป็นต้องเปลี่ยนเป็นช็อคเมื่อหันไปเห็นเพื่อนข้างๆลุกขึ้นยืนเตรียมเดินจากไป

 

“คุโรโกจจิ~~~~   จะทิ้งกันแบบนี้เหรอ  อย่าเพิ่งไป!”    สองมือคว้าหมับเข้าที่กระเป๋ากีฬา  ดึงลากให้กลับลงมานั่งที่เดิมก่อนที่พวกสาวๆจะเห็นตัว

 

“ผมหิวแล้ว”    เหตุผลชวนตะลึงยิ่งกว่าถูกทิ้ง….    ดวงตาสีฟ้าตรงไปตรงมา   เห็นแล้วน้ำตาตกใน

 

“นี่นายเห็นของกินสำคัญกว่าช่วยฉันเหรอเนี่ย  ใจร้าย…..”    คิเสะบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสาร  แต่มันก็ไร้ผลเมื่ออีกฝ่ายไม่มีอารมณ์ร่วม

 

“ผมยังไม่ได้พูดซักคำว่าจะช่วย”    ช่างโหดร้ายคงเส้นคงวาชวนให้คนฟังสลดหดหู่      โดนเพื่อนเก่าทอดทิ้งซ้ำยังใจดำใส่   โหดร้าย!!

 

“คุโรโกจจิ~~~~~~  อุบ!!!”    ก่อนจะได้แหกปาก   คนที่ใจดำจนถึงเมื่อครู่กลับเป็นฝ่ายยื่นมือมาปิดปากคนช่างพูดเสียแทน

 

พร้อมกับยกนิ้วป้องปากเป็นสัญลักษณ์บอกให้เงียบ    “ไม่อยากโดนเจอไม่ใช่เหรอคิเสะคุง  น่าจะเงียบเอาไว้นะครับ”

 

“อะ…อืม….”   คิเสะผงกศีรษะตอบเบาๆ    นอกจากคำพูดจะกลืนหายไปแล้ว   หัวใจรู้สึกไหววูบอย่างประหลาด….

 

บางครั้ง “สายตา” ก็มีผลทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเปลี่ยนไป

 

                คุโรโกะ เท็ตสึยะ  สมาชิกคนที่ 6 ของทีมแห่งปาฏิหาริย์  ผู้เล่นที่ไม่มีใครรู้จัก  ไม่มีแม้แต่บทสัมภาษณ์ลงในนิตยสารกีฬา  ไม่มีใครรู้ความสามารถ  ไม่มีใครรู้หน้าตา   เด็กหนุ่มตัวเล็กกว่านักกีฬาบาสเก็ตบอลทั่วไป   หน้าตาไร้อารมณ์ ยิ้มยากคนนี้เป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา

 

ปัจจุบันเป็นสมาชิกของทีมคู่แข่งอย่าง “เซย์ริน” 

                ตัวเองเป็นฝ่ายทึกทักตื้อตีสนิทก่อนอยู่เสมอ   เมื่อเป็นฝ่ายถูกกระทำ(?)โดยไม่ทันตั้งตัว มันทำให้เกิดความรู้สึกแปลกจริงๆ    ในยามนั้นคิเสะได้แต่นั่งนิ่งตัวแข็งไม่กล้าขยับตัว  แทบไม่กล้าหายใจออกมาด้วยซ้ำไป

 

นักเรียนหญิงแฟนคลับต่างเริ่มถอดใจเมื่อหันซ้ายหันขวา  เดินเข้าตรอกเข้าไปในร้านค้าใกล้ๆก็หาตัวเป้าหมายไม่เจอ    พวกเธอพากันบ่นอุบ และในที่สุดก็ค่อยๆแยกย้ายกันไปทีละคนสองคน  เห็นดังนั้นคนหนีจึงโล่งใจได้เสียที  เจอแบบนี้ทุกวันก็เหนื่อย

 

 

เด็กหนุ่มผมฟ้าคลายมือออก   คิเสะสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดในทันทีหลังกลั้นมาพักใหญ่    “โทษทีนะคุโรโกจจิที่พานายมาวุ่นแบบนี้น่ะ”

 

“ผมไม่ได้ทำอะไรเลย  ก็แค่นั่งเฉยๆ”    คุโรโกะหยัดกายขึ้นพร้อมกับปัดเศษฝุ่นและใบไม้ที่เปรอะตัว    แม้หน้าตาจะเรียบเฉย  เสียงจากกระเพาะของเจ้าตัวกลับกำลังอาละวาดดัง

 

เพื่อนเก่าผมเหลืองหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง    “ไปกินข้าวกันเถอะ   นายบอกว่าหิวนี่  ฉันเลี้ยงตอบแทนเอง!”   โผเข้าไปตีสนิทกอดคอแนบแน่น

 

“ไม่เอาสเต็กนะครับ”     มันคือความหลังที่แสนจุกอก ….

 

“งั้นแฮมเบอร์เกอร์  ยากิโซบะ? โอโคโนมิยากิ?  เทปปัน?”    ร่างสูงกว่าเป็นฝ่ายพาเดินไป    มองไกลๆดูคล้ายเพื่อนสนิท  แต่เมื่อมองใกล้ๆเหมือนคนทึกทักเองคนเดียว

 

“แฮมเบอร์เกอร์”    แม้สีหน้าจะเรียบเฉย   คิเสะก็สังเกตได้ว่าสายตานั่นกำลังจ้องมองไปทางร้านฟาสฟู้ดไม่ห่างจากจุดที่ทั้งคู่อยู่

 

“โอเค~~    ไปกันโล้ด~~~”    เด็กหนุ่มนักกีฬาทั้งสองพากันเดินตรงไปยังเป้าหมาย    ยามอยู่นอกสนาม  นักกีฬาคนละทีมก็คือเพื่อนกัน

 

แม้จะเป็นการทึกทักอยู่คนเดียวก็เหอะนะ

                บรรยากาศของร้านฟาสฟู้ดฉากหนึ่งอันแสนคุ้นเคย วันนี้มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม  นั่นคือที่นั่งริมกระจกซึ่งมักจะมีนักเรียนเซย์รินจอมตะกละนั่งเขมือบแฮมเบอร์เกอร์กองเป็นภูเขา  วันนี้ได้เปลี่ยนเป็นสองหนุ่มซึ่งคนหนึ่งนั่งเงียบ ส่วนอีกคนก็พูดมากปานพูดคนเดียว…

 

 

“แถวเซย์รินก็มีร้านอร่อยๆเหมือนกันแฮะ”    นักเรียนต่างถิ่นลิ้มรสรสชาติของแฮมเบอร์เกอร์ต่างพื้นที่   ถึงแม้รสชาติจะอร่อย แต่สีหน้าของคนฝั่งตรงข้ามช่างนิ่งปานกินประทังชีวิตไปงั้นๆ

 

“ผมชอบมาที่นี่หลังซ้อมเสร็จ”    ถึงแม้จะเป็นลูกค้าขาประจำ  แต่อย่าได้ถามเลยว่าพนักงานในร้านรับรู้ตัวตนลูกค้าคนนี้หรือไม่….

 

 

คิเสะนั่งท้าวคางมองดูเพื่อนเก่าซึ่งอยากให้เป็นเพื่อนสนิทปัจจุบันกัดแฮมเบอร์เกอร์ทีละคำทีละคำ     ภาพแบบนี้ช่างชวนให้หวนรำลึกถึงครั้งที่เป็นนักเรียนมัธยมต้น   ช่วงเวลาในชมรมบาสเก็ตบอลเทย์โค   ตอนนั้นที่ทั้งคู่ยังอยู่ในทีมแห่งปาฏิหาริย์ด้วยกัน

 

 

สนามบาสเก็ตบอลในตอนนั้นมีคนส่งลูกอยู่คนหนึ่ง 

ผลุบๆโผล่ๆทำเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ในสนาม…

 

พวกตนเห็น และรับผ่านลูกส่งนั่นเหมือนเรื่องธรรมดา

                บาสเก็ตบอลของหมอนั่นคือเงา  เงาซึ่งต้องการแสงสว่าง   แต่เดิมเคยเล่นโดยที่เห็นเพียงแผ่นหลังของเพื่อนร่วมทีมคนนี้   ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นมองเห็นหน้า  แต่กลับเห็นเพียงครู่เดียวเท่านั้น   ไม่นานก็จะหายไปจากการหลบหลีก… เพราะนั่นคือสถานะทีมคู่แข่ง…

พวกเราไม่ได้อยู่ทีมเดียวกัน ไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกันอีกแล้ว

 

“คุโรโกจจิไม่คิดจะไปที่ไคโจด้วยกันจริงๆเหรอ?”    เป็นคำถามซ้ำๆ เรื่องเดิมๆที่เคยได้คำตอบไปแล้ว

 

คุโรโกะเบือนสายตาขึ้นจากแฮมเบอร์เกอร์ในมือ    “ไม่ครับ”   แทบไม่ต้องคิดก็ตอบได้  เดาง่ายเสียจนไม่ต้องเดาให้ดีใจเก้อ

 

“นึกอยู่แล้วเชียว  โดนปฏิเสธอีกแล้วสิเรา”    เด็กหนุ่มโรงเรียนไคโจทำหน้าตาเสียดาย  คว้าเอาน้ำโคล่ามาสูดปลอบใจตัวเอง

 

ดวงตาที่ไร้อารมณ์ยังคงจ้องมองอยู่แบบนั้น  “ทำไมคิเสะคุงถึงยึดติดกับผมขนาดนั้นล่ะครับ?”  ถามทุกครั้งที่เจอกันแทนคำทักทาย

 

คิเสะนิ่งไปในทันที   “…..นั่นสินะ…ทำไมนะ.. ก็ไม่รู้เหมือนกัน….”    ความรู้สึกแปลกๆ  คล้ายกับบางอย่างมันขาดหาย   ขาดไปจากสนามแห่งนั้นและในทีม

 

ไม่เข้าใจความหมาย… และเกิดเป็นคำถามที่ถามทุกครั้งแทนคำทักทาย

 

จะได้เล่นด้วยกันอีกก็ดี   จะโดนปฏิเสธก็เสียดาย  สนามบาสเก็ตบอลที่มีคุโรโกะ เท็ตสึยะอยู่คือ…?   หลังจากที่ได้เล่นสตรีทบาสเก็ตบอลในวันนั้น คล้ายกับมีบางอย่างเปลี่ยนเหตุผลที่ถามไปเล็กน้อย   อาจจะเป็นเพราะมีบางอย่างที่แตกต่างจากเล่นบาสกับคนอื่น…ล่ะมั้ง?

 

 

“ฉันก็แค่อยากเล่นบาสกับนายอีกซักครั้ง ฮา~”   ยิ้มกว้างพร้อมกับหัวเราะ  รอยยิ้มสดใสกระจ่างทั่วใบหน้าคม ฟังดูจริงใจกว่าปกติ

 

เด็กหนุ่มผมฟ้าเบี่ยงสายตามองลงบนพื้นโต๊ะ    ภาพของทีมในอดีตและภาพของทีมในปัจจุบันล้วนเด่นชัดในความคิด    แต่ทีมในปัจจุบันมีบางอย่างที่ในอดีตไม่มี     “ผมชอบเซย์ริน   แล้วเป้าหมายของผมก็คือทำให้คางามิคุงกับทีมของผมเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่น”

 

ชมรมบาสเก็ตบอลที่อาจจะไม่มีรางวัลและชื่อเสียงโดดเด่นเหมือนโรงเรียนอื่น   แต่ชมรมนั้นมีโค้ชผู้เข้มงวด  กัปตันฮิวงะ รุ่นพี่อิซุกิ  รุ่นพี่มิโตเบะ  รุ่นพี่โคงาเนอิ  รุ่นพี่คิโยชิ   เท็ตสึยะ #2  แล้วก็คางามิ ไทกะ  ชายซึ่งรักบาสเก็ตบอลอย่างแท้จริง

 

ถึงแท้สีหน้าของคนพูดจะเรียบเฉย  คำพูดราบเรียบ   ในคำพูดนั้นก็คล้ายกับมีความรู้สึกแฝงอยู่   คนฟังอดอิจฉานิดๆไม่ได้    “นึกว่าจะเปลี่ยนใจบ้าง  โดนบอกปัดอีกแล้ว ฮ่ะๆ”

 

“สงสัยคืนนี้ฉันคงต้องนอนร้องไห้อีกแล้ว ฮือๆ”    เริ่มบีบน้ำตาครั้งที่ล้าน  เด็กหนุ่มหน้านิ่งเองก็มองนิ่งๆอีกเช่นกัน

 

และครู่หนึ่งก็ตัดสินใจจะบอกอะไรบางอย่าง    “คิเสะคุง”

 

ริมฝีปากนั้นอ้าขึ้นคล้ายกับจะเอ่ยอะไรบางอย่าง

ชวนให้คนฟังมองอย่างคาดหวัง….

 

แต่……    “คิเสะ!!!   ทำไมคุโรโกะถึงมาอยู่กับแกได้!!??”

 

เด็กหนุ่มผมสีแดงเพลิงเดินพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับถาดใส่แฮมเบอร์เกอร์กองพะเนิน    คางามิ ไทกะ เพื่อนร่วมทีมโรงเรียนเซย์รินปรากฏตัวโดยที่ไม่ได้รับเชิญ    สีหน้าของผู้มาเยือนแลดูตกใจเมื่อได้เห็นคู่แข่งมาอยู่กับคู่หู    และนั่นมันที่นั่งประจำของเขาเสียด้วย

 

 

“พูดอะไรแบบนั้นคางามิจจิ   เพื่อนสนิทกันทำไมจะเที่ยวเตร่ด้วยกันไม่ได้เล่า”    คิเสะฉีกยิ้มเรียกชื่อเสียสนิทสนม

 

คนฟังถึงกับทนฟังชื่อชวนขนลุกแบบนั้น  คิ้วขมวดตาขวาง ทันใด    “อย่าเรียกคางามิจจิสิเว้ยเฮ้ย!!”

 

มองเห็นคู่หูทำหน้าไม่พอใจเมื่อโดนเรียกชื่อชวนขำ   คุโรโกะจึงเงยหน้าขึ้นจากอาหาร     “คิเสะคุงจะเติม……”

 

“ไม่ต้องบอกก็จำได้อยู่เว้ย!”    โดนตวาดใส่กลับพร้อมกับวางถาดอาหารของตัวเองลงกับโต๊ะ   จะอธิบายเพราะคิดว่าลืมหรอก

 

 

เมื่อนั่งพร้อมหน้ากันสามคน  นักบาสหนุ่มทั้งสองกลายเป็นจุดเด่นในร้านไปในทันใด  ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่  ใบหน้ารูปงามของคนหนึ่ง  ความตะกละเหนือมนุษย์ของอีกคน   แต่ในที่นี้อย่าไปนับรวมนักบาสอีกคนที่ตัวตนจืดจางเสียจนคนเดินผ่านไปมามองเห็นทะลุไปข้างหลัง

 

 

คิเสะทนความอึดอัดไม่ไหวจึงเป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน    “ว่าแต่เมื่อกี้คุโรโกจจิพูดอะไรค้างไว้  พูดต่อเหอะ”  ด้วยการทวงถามเรื่องที่พูดค้าง

 

เด็กหนุ่มหน้านิ่งจ้องหน้า      “ผมลืมไปแล้ว”  คนฟังแทบล้มทั้งยืน   ลืมง่ายขนาดนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเป็นพิเศษ    คางามิที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยถึงกับหัวเราะ

 

“โธ่… อุตส่าห์รอฟัง…  นึกว่าจะมีอะไรให้ดีใจซะอีก”    เปลี่ยนสีหน้าผิดหวังเป็นรอยยิ้มในเวลาไม่นาน    ภูมิคุ้มกันความเฉยชาเต็มร้อย

 

เด็กหนุ่มจากอเมริกามองหน้าทั้งสองสลับกันไปมา   นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้สงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน   “นี่พวกแกเป็นเพื่อนเก่ากันจริงๆเรอะ?   ทำไมมันดูน่าอึดอัดแบบนี้ล่ะนั่น??”   มือทั้งสองถือแฮมเบอร์เกอร์จุกเข้าปาก

 

 

ในอดีตมีทีมอันแข็งแกร่งชื่อว่าทีมแห่งปาฏิหาริย์ ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้ง 5….. เรื่องนั้นคงไม่จำเป็นต้องย้อนความกันอีกครั้ง    เป็นที่รู้กันว่าการเล่นกีฬาในชมรมเดียวกันนั้น  เพื่อนร่วมทีมถือว่าเป็นเพื่อนประเภทหนึ่งเช่นกัน  แต่นี่มันน่าอึดอัด…..

 

 

“เป็นเพื่อนสนิทกันน๊า!    แต่คุโรโกจจิน่ะชอบพูดเหมือนไม่สนิทกันตลอดล่ะ!”   แต่เมื่อมองไปยังหน้าตาไร้อารมณ์นั้น  ก็ยากจะเชื่อ..

 

“เป็นเพื่อน  แต่ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นครับ”    ตอบอย่างไร้เยื่อใยได้อย่างหน้าตาเฉย   ช่างผิดกับการรุกเข้าใส่และตีสนิทพ่อหนุ่มจากต่างแดน

 

“นี่สินะที่เค้าเรียกว่ารักข้างเดียวน่ะ”  คิเสะถอนหายใจยาว    ฟังแล้วชวนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก   เล่นบทบาทนักเรียนหนุ่มที่โดนสลัดรัก

 

 

บางที  2 ปีที่เคยร่วมเล่นทีมเดียวกันมา

อีกฝ่ายจะไม่รู้สึกตัวว่ายังมีเพื่อนร่วมทีมซึ่งอยากเห็นตนเองอยู่ในสนามเดียวกัน….

 

 

เป็นเรื่องที่น่าอิจฉาจริงๆเมื่อเห็นอดีตเพื่อนร่วมทีมสามารถหาคู่หูคนใหม่ได้ในเวลาไม่นาน   ด้วยเวลาสั้นๆเพียงแค่แยกย้ายกันไปเข้าโรงเรียนใหม่    อยากรู้จริงๆว่าอะไรทำให้เพื่อนเก่าเปลี่ยนไป    อยากรู้จริงๆว่าบาสเก็ตบอลของคุโรโกะที่เจ้าตัวอยากตามหาเป็นยังไง   สิ่งที่มากกว่าชัยชนะ

 

นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ยังคงอยากให้ไปด้วยกัน…..

 

“งั้นคุโรโกจจิ… ฉันไปหานายที่โรงเรียนบ้างได้รึเปล่า?~”     หนุ่มบาสผมแดงซึ่งนั่งข้างๆทำแฮมเบอร์เกอร์ติดคอในทันที

 

ปฏิกิริยาของผู้เล่นปีศาจคนที่ 6 ก็ช่างนิ่งไร้อารมณ์    “เรื่องนั้น……”   เป็นบทสนทนาที่อารมณ์ขัดแย้งกันอย่างยิ่ง

 

“ถ้ามาแล้วสาวรุมไม่ต้องมาเลย!”   คางามิเร่งพูดแทรกกลางในทันที   เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในวันนั้นยังคงหลอกหลอนอยู่

 

“แต่ถ้ามาแข่ง จะมาเมื่อไหรก็มา!”   เมื่อโคล่าเข้าปากก็เปลี่ยนท่าที    ประโยคก่อนหน้ายังบอกปัดไม่อยากให้มาอยู่เลย….

 

เจอขัดจังหวะเป็นรอบที่สอง    หนุ่มผมเหลืองทำได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนความเคืองเล็กๆ   ยิ่งมีความแค้นเก่ากันอยู่ด้วย    “ฉันอยากเล่นกับคุโรโกจจิมากกว่านา~คางามิจจิ~”     เรื่องที่แพ้….

 

“แต่คุโรโกะเป็นคนของทีมเซย์ริน!”    ออกโรงทักท้วงประหนึ่งหวงคู่หูของตัวเองไม่ให้หลุดกลับไปหาเพื่อนเก่า(?)  และทั้งสองก็เริ่มเปิดฉากเถียงกันด้วยท่าทีคนละแบบ

 

“นายว่าไงล่ะคุโรโกจจิ/คุโรโกะ!!!”    มองหาคนกลางให้เป็นคนตัดสินใจ…..

 

แต่เมื่อทั้งคู่หันมาก็เจอเพียงความว่างเปล่า  คนเสร็จธุระเดินถือถาดเปล่าตรงไปทิ้งอย่างเงียบๆซะแล้ว   ลุกเดินไปตอนไหนก็ไม่มีใครล่วงรู้!

 

“ขอบคุณสำหรับอาหาร”    แม้แต่คำขอบคุณก็บอกในระยะไกล    ไม้แม้แต่จะรอเพื่อนร่วมทีมของตัวเองเพื่อออกจากร้านไปพร้อมกัน    ถ้าทั้งสองไม่หันเจอพอดีก็คงหายตัวไปโดยไม่มีคำลา….

 

 

คิเสะรีบรุดวิ่งตามหลังอดีตเพื่อนร่วมชั้นออกไปนอกร้าน    จู่ๆจะให้กลับไปเสียดื้อๆแบบนี้ได้ยังไงกัน   ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีคนคิดว่าเคยอยู่ทีมเดียวกัน ใยความสัมพันธ์ช่างดูน่าอึดอัดปานคนมีอดีต…

 

“คุโรโกจจิ!”  เปล่งเสียงเรียกร่างเตี้ยกว่าให้รอก่อน     วิ่งไปหยุดดักตรงหน้า   เพราะนี่ไม่ใช่ในสนามแข่งคงไม่มีเหตุการณ์วิ่งผ่านไปดื้อๆ

 

“ครับคิเสะคุง?”  เมื่อดวงตาสีฟ้าอ่อนนั้นจ้องตรงมา   ริมฝีปากคมคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง   แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ

 

เหมือนที่อีกฝ่ายทำก่อนหน้านี้

 

“ขอบใจที่ช่วย   นี่แทนคำขอบคุณนอกจากที่เลี้ยงข้าว”   วงแขนแกร่งของร่างที่สูงใหญ่กว่า  เอื้อมมาเพียงนิดก็สามารถกอดเด็กหนุ่มผมฟ้าซึ่งตัวเล็กกว่าได้แล้ว    ตัวเล็กๆแค่นี้ล่ะนะ  แต่สามารถฝ่าผู้เล่นตัวโตกว่าได้

 

“แค่เลี้ยงข้าวผมก็พอแล้ว”    ไร้ปฏิกิริยาเมื่อถูกกอด    สีหน้าแววตาอารมณ์เดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง   จะเรียกว่าเฉยชาและความรู้สึกช้าคงจะได้….

 

“ใจร้าย~   อุตส่าห์แถมให้”    คิเสะคลายวงแขนออกและเปลี่ยนมาซับน้ำตาให้ตัวเอง     ของแถมที่หลายคนอยากได้แต่คนตรงหน้าไม่ต้องการ….

 

คุโรโกะยืนมองหน้าคู่สนทนา   เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าตาคล้ายกับอยากจะบอกอะไรบางอย่างอีก    ยืนบังไม่ยอมถอยไปเสียที   “คางามิคุงออกมาพอดี   มีเรื่องอะไรจะคุยอีกเหรอครับ?”

 

“เปล่าๆ…อืม…..อืม…..แล้วเจอกันใหม่นะ~~”    ร่างสูงโบกไม้โบกมือลาพร้อมส่งรอยยิ้มกว้าง    ทิ้งไว้เพียงคำพูดปล่อยช่องว่างให้คิดเอาเอง

 

“อะไรของมันน่ะ….”   คางามิผู้ไม่สนใจเรื่องส่วนตัวของคู่แข่งเกาศีรษะเมื่อเดินตามมาภายหลัง     ส่วนคนถูกเรียกอย่างคุโรโกะก็ทอดมองแผ่นหลังนั่นตามไป

 

“ที่อเมริกาก็มีการกอดทักทายไม่ใช่เหรอครับ”  แต่ที่นี่คือแดนอาทิตย์อุทัย…

 

 

ต่างคนต่างก็ทิ้งช่องว่างในคำพูดที่ไม่ได้พูดออกไป

ให้เกิดความใคร่รู้ข้องใจ  เพราะต่างไม่มั่นใจบางอย่าง….

 

 

ยากจะเดาความคิดภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มทีเล่นทีจริง   หยอกเล่น?    อดีตคนในทีมปาฏิหาริย์ ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนร่วมทีมกันก็จริง  แต่การเปลี่ยนชั้นเรียนและเปลี่ยนโรงเรียนย่อมทำให้นิสัยเปลี่ยนไปหน่อยๆ

 

                “ผมกลับบ้านล่ะครับ  แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะคางามิคุง”   เป็นคำลาที่ไม่รอให้เพื่อนหันมามอง  พูดจบพลันเดินจากไปทันทีเดินดุ่มไม่รอเพื่อนอีกตามเคย

 

“นึกจะไปก็ไปทันทีอีกแล้ววุ้ย!”     จะเมื่อไหรก็ไม่ชินเสียทีกับการทำตัวล่องลอยไร้ตัวตนของเพื่อนร่วมทีม

 

“นี่เรามาขัดคอจังหวะเพื่อนเก่ารึเปล่าหว่า”  ด้วยคำพูดที่แลดูยึกๆยักๆ  แต่เพิ่งจะมาคิดได้ก็ตอนที่แยกย้ายกันไปเสียแล้ว….

 

 

ในอดีตมีสุดยอดทีมซึ่งมีชื่อเรียกขานกันว่าทีมแห่งปาฏิหาริย์    อันประกอบไปด้วยผู้เล่นอัจฉริยะทั้ง 5 และ 1 ผู้เล่นปีศาจ    ถึงแม้จะมีงานวิจัยไร้นามฉบับหนึ่งกว่าเอาไว้ว่า  มิตรภาพในชมรมกีฬานั้นก่อให้เกิดความสัมพันธ์แน่นแฟ้นหลายๆอย่าง   แต่ดูเหมือนอดีตสมาชิกทีมแห่งปาฏิหาริย์นั้นจะมีช่องว่างบางอย่างอยู่เหมือนกัน

 

 

สิ่งที่ทอดผ่านอยู่เบื้องหลังสิ่งที่ต้องแสง  นั่นคือเงา

สิ่งที่ขับให้เงานั้นโดดเด่นชัดขึ้นมา นั่นคือแสงสว่าง 

ยิ่งแสงสว่างเจิดจ้าเพียงใด  เงาก็ยิ่งโดดเด่นมากขึ้นเท่านั้น 

 

 

ใน 1 ทีมนั้น… จำเป็นหรือที่จะมีแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว

ให้เงาเกาะติดอยู่กับคนๆนั้น

 

…..อยากรู้เสียจริงๆ…..

Advertisements
 
2 ความเห็น

Posted by บน 12/14/2013 in Uncategorized

 

2 responses to “[KnB S.Fic] Curious (Kikuro)

  1. -Shizuku-

    12/16/2013 at 9:54 PM

    อ๊าก คีจังงง คุโรโกจจี่~~~
    อ่านจบละรู้สึกอารมณ์ค้างยังไงชอบกลค่ะ 5555
    คำพูดที่หายไปนั่นคืออะรัยยยยยย อยากรู้จริงงงงงง
    แอบอยากเตะคางามิ ตานี่ขัดจังหวะตลอด กร๊ากกกกก

     
  2. Aommie

    05/09/2014 at 2:51 PM

    ชอบมากค่าาาาาาา แอร้ยยยยยยยย ชอบเหลืองดำที่สุดด ไม่ทราบว่ามีทำฟิกขายมั้ยคะ ถ้ามีรบกวนส่งเมลบอกหน่อยน้าาา อยากอ่านมากค่าาาา

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: