RSS

[TB Fic] Let’s Believe (Bunny x Tiger)

14 ธ.ค.
Title :  Let’s Believe
Fandom : Tiger & Bunny
Genre : Drama , a bit romance???
Rating : PG
Pairing : Bunny x Tiger
——————————————————————————————

“ทำไม!   ทำไมคุณถึงไม่เชื่อใจผม!”
คุณ..ซึ่งเป็นคนที่ผมคิดจะไว้ใจมากกว่าใครทั้งหมด…

“ผมคิดว่าจะสามารถเชื่อใจคุณในฐานะคู่หูแล้วแท้ๆ”
คุณ… ซึ่งเป็นคู่หูคนแรก

“กับคนที่ไม่เชื่อใจผม ผมก็เชื่อใจคุณไม่ได้หรอกครับ”
เพราะอยากให้คุณเข้าใจตัวผมมากที่สุด.. มากกว่าใครในโลกนี้..

ทิวทัศน์ความวุ่นวายของเมืองสเติร์นบิลแจ่มชัดนอกกระจกหน้าต่างใสของห้องบาร์นาบี บรู๊ค จูเนียร์   เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากฝีมือของอุโรโบรอสได้ทำลายความสงบของผู้คนในเมือง.. เช่นเดียวกับที่ทำลายความสัมพันธ์ของตนและชายซึ่งเป็นคู่หู

ชายหนุ่มทอดมองผืนผ้าซึ่งมีรอยเผาไหม้จากเปลวเพลิงแทนที่จะเป็นภาพเมืองภายนอก  อักษรสีแดงสดเขียนคำว่า Let’s Believe โดดเด่น   มันคือหลักฐานที่บ่งบอกว่าตัวเองไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป..  หากแต่ความเชื่อนั่นได้ถูกหักหลังไปเสียสิ้น…

มือแกร่งกำหมัดขยุ้มแผ่นผ้าไว้แน่นด้วยความเจ็บแค้นและเสียใจ   ดวงตาสีมรกตใต้เลนส์แว่นใสทอประกายเจ็บปวด  ครั้งนึกถึงใบหน้าของชายสูงวัยกว่าซึ่งนิ่งอึ้งไปเพราะคำพูดของตนที่บันไดหนีไฟนั่น…  สายตานั่นช่างบ่งบอกว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่ตนคิดแม้แต่น้อย

“….คุณไม่เข้าใจอะไรเลย….”   คู่หูที่เป็นเหมือนรุ่นพี่   คุณลุงจุ้นจ้านที่ไม่เคยคิดอะไรตรงกัน… ผู้ที่ตนเริ่มจะเปิดใจ….

ในค่ำคืนนั้นภายในห้องกว้างแห่งนี้มีกลิ่นไอของแอลกอฮอล์ซึ่งลอยโชยอยู่ในบรรยากาศ   ชายผิวคล้ำไว้หนวดเครานั่งจิบแชมเปญโดยไม่คำนึงถึงอาการบาดเจ็บใต้ผ้าพันแผล   เลขบนนาฬิกาดิจิตัลบอกเวลาเที่ยงคืน  คู่หูของบริษัทอพอลโลก็ยังคงไม่หลับไม่นอนนั่งสนทนากัน…  เพราะนี่คือวันแรกที่สามารถพูดสิ่งที่ปิดบังเอาไว้ออกมาได้อย่างเต็มใจ

“….เจ้าอเล็กซานเดอร์นั่น…อะไรๆก็ไม่พอใจก็ลาออกไปได้..ลาออกได้… คนต้องกินต้องใช้ต้องเลี้ยงลูกจะไปกล้าหืออะไรได้ฟะ…ฮึ่ย…”    คาบุรากิ โคเท็ตสึเริ่มกร่นบ่นในชะตาชีวิตหลังสดับฟังความยากลำบากในชีวิตของคู่หู  ผสมผสานไปกับฤทธิ์ของมึนเมาจึงเริ่มพูดจาไร้สาระ

“ผมว่าคุณเริ่มเมาแล้วนะครับ”    รุ่นน้องผมสีบรอนด์ถือกระป๋องเบียร์นั่งถัดออกไปยังขอบกระจก    มือที่หยาบกร้านของคนฟังสะบัดไปมา

“ไม่ได้มาว~  ไม่ได้เมา  ยังพูดจารู้เรื่องอยู่”   บาร์นาบีหยักยิ้มที่มุมปากพลางสบถในลำคอเมื่อสดับฟัง   พลางยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบ

“หึ….  ครับๆ ไม่ได้เมา  อยากแก้ตัวอะไรก็เชิญครับ”   แทบไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายมีอายุมากกว่า  ชอบแก้ตัวหาเหตุผลให้ตัวเองอย่างดื้อดึงปานเด็กๆ…

“เฮ้ยบันนี่…”   เสียงแหบของชายมีอายุพูดโพล่งขึ้นพร้อมกับวางแก้วใสบรรจุเครื่องดื่มลงบนโต๊ะใกล้ๆซึ่งเต็มไปด้วยขวดแก้ว   เบี่ยงสายตาไปยังรุ่นน้องฮีโร่

“ครับ?”   ดวงเนตรสีเขียวเข้มจ้องมองกลับ   ใบหน้าซึ่งมีเคราดูมึนงงบ่งบอกว่าโดนครอบงำด้วยฤทธิ์สุราอย่างแท้จริงแต่กลับไม่ยอมรับ

“ตอนนี้นายเห็นว่าฉันเป็นคู่หูแล้วรึยัง..?”    ประโยคคำถามซึ่งขับให้คนโดนถามนิ่งไปครู่ใหญ่….

ความประทับใจแรกที่ติดลบในวันที่ปฏิบัติการณ์ร่วมกัน   การทดสอบซิมมูเลชั่นที่ล้มเหลว  การร่วมมือที่ไม่ใช่การร่วมมือภายในตึกที่โดนวางระเบิด    รุ่นพี่ซึ่งชอบอ้างตัวว่าเป็นผู้ประสบการณ์คอยเป็นผู้นำแต่มักจะผิดพลาดสร้างความวุ่นวาย…

ถึงกระนั้นแล้ว..ก็เป็นคนที่ใช้คำพูดไหลผ่านเข้ามาในจิตใจ…

ชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าขยับเคลื่อนกายเดินมาหยุดลงตรงหน้าเก้าอี้สีเข้ม     วงแขนแกร่งนั้นขยับโอบเข้ามาคล้ายกับจะเข้าล็อกคอคู่หูชวนให้โคเท็ตสึสะดุ้ง…  หากแต่แท้จริงก็เป็นเพียงการโอบธรรมดาๆ..   รู้สึกได้ถึงลมหายใจแผ่วอุ่นๆที่รินรดในระยะประชิดของเจ้าของผมสีอ่อนที่ใบหน้าซบลงที่บ่า

“บันนี่???”   ไวล์ไทเกอร์เบิกดวงตานิ่งค้างตกตะลึงเมื่อประสบการณ์เรื่องไม่ทันตั้งตัว   อายุมากกว่าแท้ๆ… กลับทำตัวประหนึ่งไม่ประสีประสา…

บาดแผลซึ่งต้องเจ็บตัวเมื่อเข้ามายุ่งวุ่นวายไม่เข้าท่า..   ยิ่งทำตัวเป็นคู่หู ปฏิบัติงานร่วมกันมากเท่าใด.. ยิ่งคลาดสายตาไปได้ยากเท่านั้น… ในห้องโล่งๆแห่งนี้.. ได้ลบเลือนภาพความทรงจำที่โดดเดี่ยวกว่า 20 ปีไปทีละน้อย…

ร่างสูงผมบรอนด์ระบายรอยยิ้มบนริมฝีปากคมจางๆ   “ขอบคุณที่ช่วยผมเอาไว้ในตอนนั้น”    ขอบคุณ….ที่ทำให้ผมสามารถเชื่อใจใครได้อีกครั้งหนึ่ง…  คู่หูของผม…

“ขะ..ขอบคุณเฉยๆ ไม่ต้องกอดก็ได้!”   โคเท็ตสึลิ้นแทบพันกัน    สำหรับคนตะวันออกไม่มีธรรมเนียมนี้.. และแม้จะอาศัยอยู่ในเมืองซึ่งมีกลิ่นไอตะวันตกอย่างนิวยอร์กสเทิร์นบิลมานานก็ใช่ว่าจะไม่ตกใจ

“พูดอย่างกับไม่เคยโดนผู้ชายกอดงั้นล่ะครับ”   ชายอายุน้อยกว่าไล่ต้อนเสียจนใบหน้าผิวสีเข้มเปลี่ยนเป็นสีแดง  ส่งเสียงโวยวายหยิบแก้วแชมเปญมาดื่มกลบเกลื่อน

“แหงล่ะ!”  บาร์นาบีเหล่มองข้างใบหน้าคู่หูซึ่งพยายามเบี่ยงหลบพลางหัวเราะในลำคอแผ่วเบา  และเดินกลับไปนั่งในที่ที่เคยนั่ง..

“ถ้าผมหาเจออย่างที่คุณบอกก็คงดีนะครับ”   ชายซึ่งมีรอยสักอุโรโบรอส..  ชายซึ่งพรากชีวิตครอบครัวของตนไป..

“ต้องเจอแน่นอนน่า… ยืนยันให้ครั้งที่สองเลยเอ้า…”    กำหมัดแน่นย้ำความเรียกรอยยิ้มจางๆ    นิสัยต่างกันสุดขั้ว.. แต่นี่คือคู่หูของเขาสินะ…

จะสามารถเชื่อใจได้สินะ?    จะสามารถเป็นคู่หูที่สามารถฝากฝังภาระเอาไว้ได้สินะ?    ค่ำคืนนี้อาจเป็นเพียงฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เมื่อหลับแล้วจะลบเลือนลืมไปในยามตื่น..   แต่เขานั้นไม่ลืม… ผืนผ้าที่มีรอยไหม้ไฟนั้นคือหลักฐานแห่งการลองเสี่ยง… ที่จะเชื่อใจใครซักคนหนึ่ง…

ซึ่งต้องเข้าใจตนมากกว่าใคร….

แต่เมื่อวันที่ได้พบชายซึ่งมีรอยสักอุโรโบรอสที่เฝ้าตามหามากว่า 20 ปีมาถึง…   ความเชื่อใจที่คิดว่าชายคนนั้นจะเข้าใจตนมากกว่าใครกลับ…  ในสายตาของชายคนนั้นตนช่างไม่น่าเชื่อถือและวางใจได้งั้นสินะ..  งั้นสินะรุ่นพี่…  ถึงได้คิดว่าตนจะวู่วามแบบนั้น..

“คุณไม่เข้าใจอะไรเลยซักอย่างเดียว….”  ทั้งๆที่อยากให้วางใจและเชื่อใจตนมากกว่าใคร… ยิ่งกว่าใครคนไหนทั้งนั้น….

หากไม่ใช่คู่หู…. หากไม่ใช่คนที่ตน………
คงไม่ต้องเจ็บปวดและโกรธเคืองถึงเพียงนี้……

 

I don’t want to believe it

************************************************

“เชื่อใจผมเถอะครับ”
ฉันเชื่อใจนาย…. แต่ขณะเดียวกันฉันก็ห่วงนายเช่นกัน…

“ทำไม!   ทำไมคุณถึงไม่เชื่อใจผม!”
ไม่ได้ตั้งใจ…จะให้เรื่องราวกลายเป็นแบบนั้น…..

“กับคนที่ไม่เชื่อใจผม ผมก็เชื่อใจคุณไม่ได้หรอกครับ”
ถ้อยคำบาดลึกเสียจนสติสัมปชัญญะในตอนนั้นด้านชา….

ทางเดินทอดยาวในบริษัทแฝงไปด้วยบรรยากาศที่แสนตึงเครียด   ชายสวมหมวกไว้เครานั่งดื่มกาแฟ… หากแต่ปริมาณของมันก็มิได้ลดลงเมื่อจิตใจไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว    ดวงตาสีน้ำตาลเข้มแลดูเลื่อนลอยและจดจ่ออยู่กับพื้นห้อง   คำพูดและความในใจที่ไม่เคยรู้ของคู่หูกระหน่ำทิ่มแทงซ้ำไปซ้ำมา…

คำพูดที่แสนทิ่มแทงใจ   สีหน้าที่แสนโกรธเคืองและจ้องมาที่ตนอย่างแข็งกร้าว   ทุกถ้อยคำทุกประโยค.. เขาไม่สามารถโต้เถียงกลับไปได้เลย..  บันนี่พูดถูกทุกอย่างแต่เขากลับไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้เขาเป็น…  ไม่เคยล่วงรู้… ไม่เคยนึกถึงด้วยซ้ำไป…

“ฉันก็แค่เป็นห่วงนาย…..”   แม้ตัวเองจะกลายเป็นตัวถ่วงก็ตาม….  เพราะทุกครั้งที่เห็นนายผลีผลามจึงไม่อาจปล่อยไปได้…

บาร์นาบี  บรู๊ค จูเนียร์  คู่หูที่ทางบริษัทอพอลโลจัดมาให้เพื่อเป็นจุดขายสำคัญในรายการ Hero Tv Season 2  ตลอดมาไม่เคยเลยสักครั้งที่อีกฝ่ายจะแสดงตัวว่ายอมรับตนในฐานะคู่หูหรือกระทั่งเชื่อใจ…  จะมีก็เพียงค่ำคืนในวันนั้นที่หนุ่มอ่อนวัยกว่าได้เล่าถึงเรื่องราวในอดีตซึ่งยากลำบาก…

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา… จากที่เป็นแค่เด็กน้อย  เติบโตเป็นเด็กหนุ่ม  และกลายเป็นฮีโร่    บันนี่ก้าวเดินไปบนเส้นทางของตัวเองเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอุโรโบรอสเพียงลำพังมาโดยตลอด… และเมื่อวันที่รอคอยมากว่า 20 ปีมาถึง… ตนนี่ล่ะกลับทำให้สิ่งที่บันนี่ปรารถนาต้องหลุดลอยไป…

ไม่อาจโทษใครได้.. นอกจากตัวเองที่ไม่เคยรับรู้ถึงความนึกคิดของอีกฝ่าย… แม้อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าตนเป็นห่วงก็เท่านั้น….โดนโกรธแบบนี้ก็สาสมแล้ว…

“….น่าจะรู้ตั้งแต่ตอนนั้น ว่านั่นคือคำตอบของเจ้านั่น…”    ภาพสะท้อนบนเครื่องดื่มสีน้ำตาล…  เห็นภาพใบหน้าของคนโง่ซึ่งขาดคุณสมบัติของการเป็นคู่หู

ชายสูงวัยไม่แม้แต่จะถอนหายใจออกมาอย่างท้อแท้   เพียงนั่งนิ่งคล้ายกับสำนึกผิดในการกระทำของตัวเอง   กี่ครั้งกี่คราแล้วที่ทำพลาด… พลาดให้อีกฝ่ายต้องแก้ไข…  ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน…

“ไทเกอร์!”    เสียงใสของเด็กสาวดังก้องมาตามทางเดิน     เธอเดินตรงมาหยุดตรงหน้าของไวลไทเกอร์ด้วยสีหน้าจริงจัง

“ที่เจ็คหนีไปได้ก็เพราะนายเข้าไปขวางทางบาร์นาบีนั่นล่ะ!”

คำพูดต่อว่ามากมายเปล่งจากริมฝีปากเรียวของคาริน่า   โคเท็ตสึเพียงนั่งฟังเงียบๆปล่อยให้มันลอยผ่านไป..  เพราะทุกอย่างเป็นความจริง..  ถ้าตนไม่ตามบันนี่ไปหาเจ็คในตอนนั้น.. สถานการณ์ก็อาจจะไม่ย่ำแย่เท่านี้ก็เป็นได้..  ถ้าเชื่อในคำพูดนั่นโดยไม่ใช้ความห่วงที่มีมาบดบังความเชื่อนั่น….

และสิ่งที่สะดุดให้ใจที่เหม่อลอยนั่นตอบรับก็คือ…   “ แบบนี้เรียกว่าทีมได้ยังไงกัน!”  นั่นสินะ….  และเขาก็เสียคุณสมบัติในฐานะของคู่หูไปแล้ว…

“นั่นสิ…”  หากว่าใส่ใจมากกว่านี้..  คงไม่ผิดพลาดแบบนั้นหรอก…    ในโกดังนั่นหากตนไม่มัวคิดแค่คู่หูจะเกิดบ้าคลั่งไปอย่างทุกครั้งที่เจอเบาะแสอุโรโบรอส   หากสังเกตเพียงนิดว่าเจ็คในโกดังนั่นคือโอริกามิไซโคลน… เจ็คก็คงไม่หนีไปได้…

“ฉันบอกว่าพวกเราเป็นทีม… แต่สุดท้ายฉันไม่ก็ไม่ได้เชื่อหมอนั่น….”   ยกมือขยับหมวกที่สวมใส่และเดินหนีคำพูดตอกย้ำของเด็กสาวอายุน้อยกว่าไปอีกทางหนึ่ง…. คู่หูคือความร่วมมือ.. คู่หูคือความเชื่อใจ….

ยามนั้นตนมัวแต่ตกใจจึงไม่รู้ว่านั่นคือคำตอบ…
ของคำถามที่เห็นว่าตนเป็นคู่หูหรือไม่…

“ก็ซักพักแล้วนะครับที่ผมอุ้มคุณแบบนี้  น้ำหนักขึ้นรึเปล่าครับ”
ทั้งตอนนั้น…ที่ทิ้งเบาะแสสำคัญเพื่อมาช่วยตน..

หวนคิดถึงความทรงจำที่สะพานแขวน…   ขณะที่ตนถูกรายล้อมไปด้วยศัตรูซึ่งเป็นเครื่องจักรกลอาวุธสงคราม  บาร์นาบียอมละทิ้งการค้นหาเบาะแสของผู้ฆ่าครอบครัวเพื่อมาช่วยเหลือตนในวันนั้น..  เพื่อชดใช้คืนในครั้งที่ตนเองเคยช่วยเอาไว้..  ก็ช่างเหมือนคำอ้าง…  เพราะที่ผ่านมาหมอนั่นไม่เคยจะใส่ใจการต่อสู้ร่วมกัน.. แม้แต่ในวันเกิดตัวเอง..

“เรานี่มันโง่ชะมัด….”   กัดฟันเจ็บใจในสิ่งที่ตนกระทำ    เป็นรุ่นพี่ที่ใช้ไม่ได้  เป็นคู่หูที่ไม่ได้เรื่อง… ขอโทษ…ขอโทษนะบันนี่…. ขอโทษ….

หากได้เอ่ยคำขอโทษออกไปแล้ว….หวังเพียงได้รับการยกโทษ….
และพวกเราจะได้กลับมาเป็นคู่หูกัน….. นะบันนี่….

 

Believe me again.

*****************************************************************************

“ขอโทษด้วย  ที่ฉันทำให้ยุ่งยาก”
ถ้าในตอนนั้น….  ผมไม่ถือทิฐิอันดื้อรั้นของตัวเอง…
ผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้ไหม……

จอภาพขนาดใหญ่แสดงภาพของไวล์ไทเกอร์ในชุดฮีโร่สีขาวเขียวโดนกระหน่ำต่อยตีโดยที่ไม่อาจสร้างบาดแผลให้กับเจ็คได้เพียงนิด    ถึงกระนั้นฮีโร่รุ่นพี่คนนั้นก็ไม่ลดละความพยายาม… สู้สุดกำลังแม้จะหมดพลังงานไปแล้วก็ตาม….   ช่างซ้อนทับกับภาพที่เคยเห็นในข่าวของวันนั้นที่สะพานแขวน    ข่าวซึ่งแว่วผ่านมาในยามที่ตนต้องเลือกว่าจะไปทางใดทางหนึ่ง….

ดวงตาสีมรกตจ้องมองไปยังภาพในจอนั่น….  ในวันนั้นผมเลือกที่จะไปโดยที่ทิ้งเบาะแสของสิ่งที่ตามหามาตลอดไว้เบื้องหลัง…   ไปที่นั่นเพื่อช่วยเหลือคุณ  แต่วันนี้ขาทั้งสองและร่างกายกลับนิ่งแข็งราวกับเป็นก้อนหิน… ทอดมองดูคุณตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายอย่างเฉยชา…

“ไทเกอร์!!!”   เสียงของเพื่อนฮีโร่ซึ่งอยู่เบื้องหลัง.. ราวกับอยู่ห่างไกลออกไป….   สิ่งที่ดึงดูดสายตาของตนคือภาพของชายที่เคยตะคอกใส่หน้าว่าไม่อาจเชื่อใจได้อีกแล้ว….

โคเท็ตสึ  คุณลุงที่จุ้นจ้าน    ฮีโร่หัวโบราณที่ค่อยๆทำให้ตนคล้อยตามไปโดยไม่รู้ตัว….  กำลังปางตายอยู่ที่นั่น..  ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ… สิ่งที่ก่อกำเนิดพลังชีวิตกลับเต้นรัวขึ้น…

ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้าที่หัวหน้าอุโรโบรอสอย่างเจ็คสุ่มเลือกการ์ดคู่ต่อสู้ฉายแจ่มชัด…. ทั้งสกายไฮ  ร็อคไบสัน  ฮีโร่ทั้งสองเสียท่าและโดนกำจัดโดยไม่อาจสร้างบาดแผลหรือจับกุมอาชญากรร้ายได้   ใบหน้าของชายผู้นั้นบ่งบอกความสนุกสนานและผิดหวังในการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งกับพวกฮีโร่…

การ์ดในมืออาชญากรคือภาพของไวล์ไทเกอร์    สบประมาทในความห่วยของฮีโร่รุ่นเก่าแล้วจึงเลือกการ์ดอีกใบ..  “สองคนนี้เป็นทีมนี่  งั้นมาพร้อมกันเลยเป็นไง”       ชายทั้งสองเบี่ยงสายตามองกันอย่างกระอักกระอ่วน

บาร์นาบีก้าวเดินเพื่อไปเตรียมเช็คสภาพของชุดฮีโร่    เสียงแหบพลันเปล่งตามหลังมา   “ฉันจะจัดการนี่เอง … เอ่อ..  ขอโทษด้วย  ที่ฉันทำให้ยุ่งยาก“  คำพูดของชายไว้หนวดฟังแล้วรู้สึกเฉยชานัก…  ขาได้ก้าวเดินออกไปจากห้องกว้างก่อนที่ชายรุ่นพี่จะไปต่อสู้…

เชื่องั้นเหรอ?   จะเชื่อถือได้งั้นเหรอ….
คนที่ไม่เชื่อในตัวเขาแม้เพียงนิด….

เขาไม่สามารถเชื่อใจได้เช่นกัน…

จอภาพรายการ Hero TV  ถ่ายทอดสดการต่อสู้ระหว่างฮีโร่และเจ็ค ผู้นำของอุโรโบรอสชวนให้ผู้ชมทั้งระดับสูง ฮีโร่และชาวเมืองต้องหวาดผวา..   ฮีโร่คนที่สามอย่างไวล์ไทเกอร์ได้พ่ายแพ้ไป….แต่ภาพของชายอายุมากกว่าซึ่งดิ้นรนต่อสู้แม้กระทั่งครบ 5 นาทีนั่น….จนกระทั่งรายการได้ตัดไป..  ชายหนุ่มไม่ได้คิดเลยว่าเรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางนั้น..เพราะไม่อาจเห็นภาพการต่อสู้นั่นถึงตอนจบ…

ร่างของคุณถูกส่งเข้าในห้อง ICU… ตอนนั้นผม…..
ความห่วงใยซึ่งมีต่อกันไม่อาจหักหาญไปโดยง่าย…

อาร์เนส  โปรดิวเซอร์ของรายการ Hero TV ต่อรองผ่อนผันยืดการต่อสู้ที่ควรจะมาถึงให้สานต่อในรุ่งเช้า… ชายหนุ่มผมสีบรอนด์สวมชุดฮีโร่สูทสีขาวแดงสลักตรา BANDAI  ก้าวเดินออกไปจากฐานที่มั่น… ดวงตาจ้องเขม็งตรงไปเบื้องหน้า…  ครั้งนี้ไม่มีคู่หูคอยสู้ร่วมกันอยู่ข้างๆ…  ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อเวลาที่สูญหายไปกว่า 20 ปี…  หากในเวลานี้เรื่องราวของพวกเราไม่ดำเนินมาในเส้นทางนี้คงจะดีกว่า…

หากเวลานี้สามารถออกไปสู้ร่วมกันได้อย่างเคยแล้วล่ะก็…    “…จะต้องจัดการเจ็คด้วยมือของผมเอง…”     หากว่าตนอยู่ตรงนั้นด้วย.. จะเป็นอย่างไรนะ… หากว่าสู้ร่วมกันเหมือนในวันเกิดนั่น…

ผืนผ้าสีขาวเปรอะรอยไหม้จากเปลวไฟสลักถ้อยคำสีแดง  [Let’s Believe]   ของสำคัญที่ไม่อาจทิ้งได้ลงวางอยู่บนโต๊ะเคียงใกล้รูปถ่ายครอบครัวผู้สำคัญยิ่ง    ยามเมื่อคุณลืมตาขึ้นมา….ผมจะสามารถเชื่อในตัวคุณได้อีกครั้งหรือเปล่า?   หากผมสามารถเชื่อมั่นในตัวคุณได้อีกครั้ง…ผมจะ…..

Remember the day we met
Remember the day we used to pass
I should try saying something to you
We can’t end it like this.

 

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 12/14/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: