RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 10

14 ธ.ค.

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

เกียร์ หรือ ฟันเฟือง เป็นสัญลักษณ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์

                จากมือรุ่นพี่สู่มือของรุ่นน้อง และกลายเป็นเรื่องราวรักโรแมนติก เมื่อจากมือรุ่นน้องก็ส่งต่อไปสู่มือคนที่ตัวเองรักอีกที   การส่งต่อเกียร์ให้กับแฟนของเด็กวิศวะจึงกลายเป็นเรื่องทำต่อกันมาหาที่มากันไม่เจอ  ถือเป็นเรื่องรักกุ๊กกิ๊กในรั้วมหาวิทยาลัยเรื่องหนึ่งที่ทำกันมานาน   แต่เมื่อพูดถึงฟันเฟืองแล้วนั้น ฟันเฟืองคือตัวขับเคลื่อนให้เครื่องกลทำงาน เป็นตัวเชื่อมและช่วยกันขับเคลื่อนให้บางสิ่งทำงานไปได้…

 

ฟันเฟืองในความสัมพันธ์คือความผูกพันและความรู้สึก

ความรู้สึกที่เป็นฟันเฟืองจะพาไปทางไหน ก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกนั้น

ตอนที่ 10 :  โสด สูง เดือนมหาวิทยาลัย อายุ 21 คณะวิศวะเป็นซึนเดเระ

 

นักศึกษาในเครื่องแบบเหมือนๆกัน หากแต่ดูแตกต่างกันไปเฉพาะบุคคลและสไตล์เดินสวนกันไปมาใต้ตึกอาคารเรียนรวม   บางคนก็ไม่ได้สวมใส่เครื่องแบบเมื่อแต่งกายด้วยชุดลำลองคล้ายกับมาจากหอพัก  เสียงสนทนาจากผู้คนมากหลายทำให้บรรยากาศโดยรอบดูวุ่นวายมากกว่าจะสงบ

 

น้ำแข็งในแก้วชาไข่มุกจมลงไปในน้ำชาเมื่อมันเริ่มละลาย   เม็ดไข่มุกสีดำยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ใต้สุดของแก้วเมื่อเจ้าของยังไม่ลงมือจัดการกับมัน    ณ โต๊ะไม้ข้างเสาต้นหนึ่งใต้ตึกอาคารเรียนรวม  นักศึกษาสองคนในชั้นปีเดียวกันหากแต่คนละชั้นปีกำลังนั่งตรงหน้าหนังสือและแก้วชาไข่มุกด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน

 

นักศึกษาหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์คณะแพทย์นั่งท้าวคางอ่านหนังสือเล่มหนา text ภาษาอังกฤษอย่างตั้งใจ  รอบศีรษะยังพันด้วยผ้าพันแผลจากอุบัติเหตุ   ในขณะที่เพื่อนฝั่งตรงข้ามซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อช้อปสีน้ำเงินและกางเกงยีนส์นั่งฟุบหน้ากับหนังสือ  สูตรคำนวนที่อยู่ในหนังสือคงใกล้ซึมผ่านเข้าผิวเจ้าของ

 

อลิน แย้มเก้อพลิกหน้ากระดาษไปยังหน้าใหม่  ดวงตาสีเขียวพลันเงยขึ้นจากหนังสือ   “นายจะนั่งทำตัวเหมือนคนไม่มีวิญญาณอีกนานมั้ยวะ?”

 

สิ้นประโยคคำถาม การตอบกลับมีแค่การขยับตัวเล็กน้อยพาให้คนถามถอนหายใจ  “ไปเที่ยวกับคุณอัศวินเป็นยังไงบ้างล่ะวะ  ไม่ยอมเล่าแถมยังหายเงียบทั้งเสาร์อาทิตย์”   ช่างเป็นคำถามต้องห้าม….

 

จัน สะกิดใจตาขวางในทันทีเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ ณ จังหวัดระยอง ตั้งแต่ขาไปยันขากลับที่ต้องฝืนใจนั่งรถกลับมาด้วยกัน…    “นายอยากรู้จริงๆเรอะ…..”

 

“อยากดิ  ฉันต้องอยากรู้ความเป็นไปของเรื่องนี้อยู่แล้ว”  ดวงตานั้นจ้องตรงมาอย่างตรงไปตรงมา  ความกระหายใครรู่ในเรื่องเพื่อนสนิทแผ่ซ่าน

 

คนตกอยู่ในสถานการณ์กระต่ายที่โดนเสือไล่ตามเบือนสายตาไปทางอื่น   “ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกว่ะ…”  ไม่อยากจะนึกถึง…

 

“แน่เหรอ?  นายพูดงี้โกหกไม่มิดนะเว้ยจัน”  เพื่อนที่รู้จักกันมานานกว่า 9 ปีรีบสะกัด  คนโดนสะกัดสะอึกตาม  การโกหกคนตรงหน้านี้มันเริ่มยากขึ้นทุกวี่วัน….

 

            จูบ…ที่ไม่ใช่จูบแรก แต่เป็น French Kiss แรก….

แถมยังถูกตราหน้าว่าเป็นเชอรี่บอย….

                คิดถึงเรื่องนั้นแล้วไฟในใจมันก็ลุกท่วมท้นขึ้นมาเกินห้าม  เผลอยกมือขึ้นมาถูไถปานต้องการลบรอยสัมผัสนั้นออกไป  กิริยาท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้คนถามสงสัยมากขึ้นไปอีก   ร่างสูงโปร่งผมน้ำตาลเข้มเอียงคอมองหน้าเจ้าหนุ่มวิศวะที่มีความลับ

 

“นายทำอย่างกับโดนขโมยจูบมางั้นล่ะ”  ใช่เสียยิ่งกว่าใช่!   จันเกือบจะหงายหลังตกเก้าอี้ไปข้างหลังทันทีที่โดนรู้ทันจากอาการตัวเอง

 

“บังคับกันเลยเว้ย!!”   มือยกขึ้นปิดปากไม่ทันจากที่เผลอหลุดปากออกไป   อลินนั่งกระพริบตาปริบๆ รู้สึกว่าเรือ(?)ตัวเองมันชักจะสั่นขึ้นมา….

 

“นายนี่ปิดไม่มิดจริงๆ   เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นนี่เอง”   ประธานของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านช่างเป็นคนที่ร้ายกาจกว่าที่จินตนาการเอาไว้

 

จันอยากจะกู่ร้องเรื่องที่โดนดูถูก(?)ว่าเป็นเชอรี่บอยใจจะขาด   ต้นเหตุของการปลูกต้นเชอรี่กับแห้วเป็นไร่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล  คนๆนั้นนั่งอยู่ตรงหน้านี้  คนเดียวที่ฝากรอยนักคุดเอาไว้ให้ตลอดช่วง 9 ปีที่รู้จักกันมา…  แต่เขาก็ไม่โทษอลิน แย้มเก้อหรอกนะ ที่มันเป็นแบบนี้เพราะทำตัวเองที่ไม่ตัดใจ

 

“….ฉันจะบ้าตาย…. ท่านประธานนั่นทำไมตื้อจังฟะ….”   หนุ่มวิศวะหมอบลงไปแนบหน้ากับหนังสือคล้ายกับต้องการซึมหนังสือเข้าทางผิวหนังอีก

 

คนจะเป็นหมอไม่รู้จะให้คำปรึกษาอย่างไรในทันใด  โรคนี้ไม่มีสอนในตำรา และเขาก็ไม่ใช่คนที่ให้คำปรึกษาได้ดีนักหรอก  “แค่จูบไม่สึกหรอหรอกว่ะ  ได้รักษาเชอรี่บอยไปในตัว”  แม้แต่เพื่อนก็ยังทำร้าย!

 

โลกทั้งใบในมโนภาพของจัน สะกิดใจกำลังจะพังทลายและเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง  รู้ไปถึงไหน อายไปถึงนั่น เข้าหูแม่คงมิแคล้วโดนตอกหน้ามาว่าเป็น [หล่อเสียของ] มาอีก   คนที่เคยไล่ตามจีบคนอื่น เวลานี้มาเจอการจีบตื้อแบบที่เขาไม่ทันตั้งตัว… มันช่างยากรับมือจริงๆ…

 

เพื่อนผมน้ำตาลเข้มเอื้อมมือไปหยิบชาไข่มุกขึ้นมาดูด   เกิดปัญหาติดขัดขึ้นมาทันทีเพราะไข่มุกมันติดหลอด…   “ฉันก็ไม่ค่อยรู้จักคุณอัศวินดีเท่าไหร  ถ้าเป็นพี่เพชราหรือคุณหาญจิตยังรู้จักมากกว่า”

 

พลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้  “เอ้อ!!  ฉันมีอะไรจะให้นายว่ะ”   มือรีบล้วงหาของในกระเป๋าเป้ใส่ของอันแสนรก   จันนั่งมองด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจ

 

“นายจะทำอะไรอีกนั่น….”  คนรอรับรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ได้  เพื่อนคนนี้พักหลังๆมักจะมีแผนการอะไรในใจเรื่องเรือธง(?)ในทะเลกว้าง…

 

“เอาไป ตั๋วหนังเย็นนี้  ฉันนัดมะขามให้แล้ว มะขามก็ตกลงด้วย”   อลินยื่นตั๋วหนังให้กับเพื่อนรักสุดสนิท  หนังรอบเย็นที่โรงภาพยนต์  SF Cinema Central Ladprao

 

แถวบ้านเขาเรียกว่าคลุมถุงชนในโรงหนัง!

                จันรับตั๋วมาอย่างตะลึง  เมื่อมองดูภาพยนต์ที่ต้องไปดูก็ยิ่งตะลึง  เพราะมันคือเทพเจ้าสายฟ้าภาค 2  นี่มันหนังรักโรแมนติกที่เหมาะแก่การจับคู่เดทตรงไหน!   หากแต่ปัญหามันไม่ได้อยู่แค่เรื่องนั้นเพียงอย่างเดียว มันอยู่ที่โดนวางแผนจับคู่แบบไม่ทันตั้งตัวตะหาก

 

“มะขามตอบรับนายได้ไงเนี่ย!”   น้องชายสุดที่รักที่คอยจับคู่กับคนอื่น…   คำขอแบบนี้ก็ยอมได้ด้วย หรือไม่ได้บอกว่าคือเดทจับคู่….

 

อลินกระดิกนิ้วไปมา  “มะขามอยากดูเรื่องนี้อยู่พอดี ชวนไม่ยากหรอกว่ะ  ไม่ต้องทำหน้าเหมือนฉันไปหลอกมะขามมาด้วยเว้ย”  ดวงตาสีเขียวหรี่ตามอง

 

“นายนี่มัน…..  จะพยายามจับคู่อะไรนักหนา….”  หากนี่เป็นโลกในอินเตอร์เน็ต  คงกลายเป็นคู่จิ้นที่โดนคนสร้างกระแสให้มันเป็นจริงไปแล้ว….

 

“เอาน่า….ไปดูเหอะ  คิดวะว่าคลายเครียดจากที่โดนพาไประยองไง  ถ้าไปได้สวยนายกับมะขามอาจจะจูนเข้าหากันได้”   และกลายเป็นแฟนกันได้ในที่สุด….

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองตั๋วในมือตัวเอง  พูดน่ะมันง่าย  แต่ใจมันก็ยอมรับยาก  หากจะลงเอยกันจริงๆมันจะแปลกหรือเปล่า  หรือภายใต้ใบหน้าอันงดงามของหญิงสาวผู้เย็นชาคนนั้นจะมีใจหวั่นไหวอยู่ซักนิดกันแน่  จะอะไรก็ช่าง… การไปดูหนังเพื่อผ่อนคลายจากเรื่องโดนลักพาตัวคงดีแล้ว

 

“ก็ได้ ฉันจะไป  ให้ผู้หญิงไปรอเก้อเสียศักดิ์ศรี  แถมจะโดนประนามอีกว่าไม่แมน”   มารดาผู้น่ารักมักจะสอนให้ยอมผู้หญิง… เพราะคือเพศที่ต้องปกป้องและยอมกัน….

 

แม่จึงเป็นผู้คุมอำนาจใหญ่ที่สุดของบ้านแทนพ่อ

เขากับพ่อไร้ซึ่งปากเสียง….

 

                อลินฉีกยิ้มกว้างในทันทีที่การจับคู่ประสบผลสำเร็จ   “ไม่ต้องรอมะขามนะเว้ย  มะขามเรียนเสร็จก่อนนาย คงไปเดินเตร่ก่อนนายแล้ว”   ตามตารางเรียนที่หญิงสาวดาวมหาวิทยาลัยบอกเอาไว้

 

“โอเค… ไม่ต้องรอสินะไปเจอกันที่โรงหนัง”  มองเลขเวลาที่ปรากฏอยู่ในกระดาษซ้ำๆ  17.30 น. จาก BTS สะพานตากสินไป MRT พหลโยธิน  ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชม.ครึ่งหรอก คงไปทัน…  เพราะเขานั้นเลิกเรียนคาบสุดท้ายตอนสี่โมงเย็น

                จันเก็บตั๋วใส่ในกระเป๋าเสื้อช้อปพลางมองไปยังผ้าพันแผลที่พันรอบศีรษะของเพื่อนวัยเดียวกัน   “นายเป็นไงบ้างล่ะ   หัวนายน่ะ”   สิ่งที่ทำให้เขาตกหลุมพรางเข้าอย่างจัง…

 

นักศึกษาแพทย์ยกมือขึ้นจับหน้าผาก  “ไม่เป็นไรๆ   ไม่ร้ายแรงขนาดนั้นเดี๋ยวก็หาย”   มีพยาบาลที่บ้านดีอีกตะหาก  แผลไม่โดนน้ำและคงหายเร็ว

 

ได้ยินแบบนั้นคนที่โดนความห่วงบังตาจนโดดเข้ากับดักของนายพรานเจ้าป่าก็คลี่คลายไป   “นายมันหัวแข็งอยู่แล้วนี่นะ”  ในหลายๆความหมาย…..

 

“หลอกด่าเหรอวะ  งั้นนายโดนฟาดหัวก็ไม่แตกเหมือนกันว่ะ”  คนหัวแข็งแบบเดียวกันมีสิทธิ์ว่ากันด้วยหรือ… พูดไปก็เข้าตัวเปล่าๆ

 

“ไม่เท่านายหรอกว่ะ  อ่อนให้เฉพาะกับคุณรีวัลย์คนเดียว”  นอกนั้นเกรียนใส่ไปทั่วแม้แต่พ่อตัวเอง….  เจ้าบ้าขนมปังหมูหยองมายองเนส…..

 

อลิน แย้มเก้อถลึงตาใส่ก่อนจะหันไปสนใจโทรศัพท์ที่มีเสียงข้อความเข้า   ดวงตาสีเขียวเปลี่ยนความสนใจไปในทันที  รวมถึงสีหน้าที่ยิ้มบางๆอย่างมีความสุขจากข้อความที่ได้รับ  เพียงแค่เห็นก็เดาได้ง่ายว่าใครเป็นคนส่งมาให้  และเป็นคนสำคัญมากขนาดไหน

 

“ลืมกันทันตาเห็น”  บ่นไปก็คงไม่ได้ยินเพราะไม่สนใจ…   คนโสดมันก็ต้องโดนมองหลังแฟนอยู่แล้วล่ะนะ.. ทีมบาสเก็ตบอลเกือบปาฏิหาริย์

 

หนุ่มวิศวะปีสามนั่งมองเพื่อนสนิทพิมพ์ข้อความตอบในโทรศัพท์  มันเป็นภาพที่ชินตาไปแล้วตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย  ตั้งแต่ครั้งที่ยังคงชอบอยู่ จนกระทั่งตอนนี้ที่ตัดใจไปแล้ว  คู่รักสองวัยที่ต่างกันเรื่องหน้าที่การงาน  แฟนของเพื่อนเป็นผู้ใหญ่ที่เขานับถือเหมือนพี่ชายทั้งที่เคยเป็นศัตรูหัวใจ….

 

ความสัมพันธ์ของพวกเราทุกคนล้วนมาจากเรื่องเมื่อ 6 ปีก่อน

….กลายเป็นฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนไม่มีทางหยุด…

                รวมไปถึงถึงกับอีกคนที่ไม่คาดคิดจะต้องมาเจอกันอีก   ณ บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  ภายในห้องกว้างใหญ่ที่สว่างไสวด้วยแสงไฟนีออนแทนที่จะเป็นแสงจากด้านนอกของอาคาร   ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทานั่งพิงเบาะเก้าอี้ตัวใหญ่พลางอ่านเอกสารในมือด้วยสีหน้ายิ้มแย้มปานเกิดเรื่องดีๆสะสมมาตลอดวันหยุด

 

ดวงตาสีฟ้าคอยอ่านเอกสารไป บางครั้งก็เผลอหลุดยิ้มและหัวเราะเบาๆออกมา ทั้งที่เอกสารนั้นไม่ใช่เรื่องตลกขบขันอะไร….  อาการแบบนี้เขาเรียกคนมีความสุขไม่ก็มีแผนการ   นี่คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในวิสัยทัศน์เลขานุการสาวของที่ปรึกษาบริษัทยามนี้….

 

เพชรายืนมองท่านประธานด้วยสายตายากจะอธิบาย  ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกพยายามหยักยิ้มหวานตลอดเวลา  อาการแบบนี้มันมีลางสังหรณ์ไม่ดีชอบกล   “คุณอัศวินคะ  อ่านเอกสารแผ่นนั้นนานเกินไปแล้วนะคะ”  เธอเบี่ยงสายตาไปหากระดาษอีกกองบนโต๊ะ

 

อัศวิน สมิงห์เมื่อถูกเรียกก็มองตาม แต่หาได้สนใจไม่   “เดี๋ยวก็เสร็จเพชรา  ไล่ตามลำดับความสำคัญ”   แล้วเอกสารที่อ่านไปขำไปเหมือนไม่ได้อ่านนั่นสำคัญหรือไม่….

 

หญิงสาวผมสั้นถอนหายใจ…  ตอนนี้เธออยากเดินไปชงกาแฟสูตรพิเศษแล้วนำมาให้คนตรงหน้าเสียเหลือเกิน  เผื่อจะมีสมาธิในการทำงานมากกว่านี้   “วันหยุดไปทำอะไรมาเหรอคะ  ดูท่าทางคุณอัศวินจะอารมณ์ดีจังค่ะ”

 

คนถูกถามไม่หันมามอง แต่สายตาที่มองนิ่งไปในกระดาษและรอยยิ้มที่มุมปากนั่นเป็นคำตอบ   เกิดเรื่องดีๆขึ้นมาแน่ๆ   ถูกหวย?  ทีมฟุตบอลที่เชียร์อยู่ชนะ?  แฟนเก่ากลับมา หรือเจออะไรกระชุ่มกระชวยในช่วงวัย 4X ขึ้นมาล่ะนั่น…  เลขาผู้แสนดีนึกสาเหตุ

 

จนกระทั่งบานประตูห้องทำงานประธานบริษัทเปิดออกด้วยผู้มาเยือน   ร่างโปร่ง 160 เซนติเมตรที่เข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟจากร้านชั้นล่างบริษัทขับให้เพชราคิ้วกระตุก   เพราะนั่นหมายความว่าเจ้านายที่รักปานจะกลืนกิน(?)ไม่ยอมดื่มกาแฟของเธอ

 

“มีอะไรล่ะรีวัลย์ ธุระด่วนงั้นเหรอ  หรือว่าจะตามเลขากลับไปทำงาน”  ชายผมดำขลับส่ายหน้าพลางเดินมาไปนั่งโซฟาในห้อง

 

“ไม่ด่วนมาก  ฉันจะมาบอกว่าบ่ายนี้ออกประชุมแล้วจะไม่กลับเข้ามาแล้ว จะไปหาอลิน”  คำพูดนั้นของเจ้านายพาให้เลขานุการคู่ใจกำลังกลายร่างเป็นปีศาจในใจ

 

คิ้วสีบรอนด์เลิกขึ้น   “งั้นเหรอ  แบบนี้ฉันคงแว่บออกจากที่ทำงานไม่ได้จนกว่าเลิกงานสินะนั่น”   เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆขบขัน   คำพูดของผู้บริหารทั้งสองช่างน่าจับกรอกกาแฟใส่เกลือ….

 

….คุณพิสิษฐ์ที่รักคะ…. บริษัทเราจะอยู่รอดมั้ยคะ….

                รีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุลมองหน้าคนที่เพิ่งลักพาตัวเพื่อนของแฟนไประยองมาหมาดๆ  ฟังดูแล้วยากจะเดาว่าตั้งใจจะไปจริงๆหรือแค่พูดเล่น  แต่หากมองจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วอาจจะพูดจริงกว่า 80%  งานมาทีหลังการไปตามหาหัวใจ… ที่อาจรู้ว่าเป็นหัวใจจริงหรือไม่

 

“นายเอาจริงแล้วสินะเรื่องจัน สะกิดใจ นายถึงได้พาไปถึงระยองแบบนั้น”  ที่ปรึกษาบริษัทยิงคำถาม  ซึ่งนั่นชวนให้คนไม่รู้เรื่องมาก่อนทั้งที่เป็นพันธมิตรระวังคุกให้เพื่อนฝูงตกใจ

 

“คุณอัศวินพาน้องจันไประยอง!?”   เพชราอ้าปากค้างลืมมาดสวยไปชั่วขณะ  เดือดร้อนหัวหน้าต้องจ้องหน้าเพื่อให้เลิกอ้าปากหวอ

 

“คิดว่าคุยกันรู้เรื่องแล้วล่ะเรื่องที่ต้องแก้ไข  แต่เรื่องอื่นๆยังต้องสานต่อ  เด็กคนนั้นตลกมาก”  เพียงนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านพักตากอากาศก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

นักศึกษาวิศวกรรมที่แสนตื่นตูมเหมือนกระต่าย ซ้ำยังเป็นคนปากแข็ง

เชอรี่บอยที่ไม่เคยกระทั่งจูบแบบผู้ใหญ่ทั้งที่น่าจะเป็นคนเนื้อหอม

                จัน สะกิดใจเป็นคนที่มีพร้อมทั้งรูปลักษณ์ภายนอก การศึกษา ครอบครัว  นิสัยก็ไม่ได้แย่  แต่เรื่องที่ทำให้คนๆนี้ต้องรักคุดซ้ำซาก ก็เพราะเรื่องรักมั่นคงเกินไปนี่ล่ะ   กำแพงที่ปิดกั้นความรักครั้งใหม่แลดูจะสูงชัน  แต่ก็น่าเข้าไปสร้างประตูบนกำแพงนั่น

 

ดวงตาคมสีขนกาของคนมีแฟนเด็กจ้องมองหน้าเพื่อนร่วมงาน    “ถ้าจริงจังก็ดี”  หากทีเล่นทีจริงก็ยากจะสนับสนุน… อย่างน้อยๆนั่นก็คือเพื่อนสนิทของแฟน

 

อัศวินมองหน้าคนเกี่ยวข้องในแผนผังความสัมพันธ์พร้อมกับยิ้มให้    “คราวนี้คงจะเริ่มจีบจริงๆแล้วล่ะ”  คนที่ตะลึงไม่ใช่แค่เพียงเพื่อนวัยๆเดียวกัน(?)  แต่เป็นเพชราที่ประกอบฉากอยู่ในห้องด้วย…

 

หรือผู้บริหารบริษัทนี้จะมีอาถรรพ์…  เป็นต้องตกหลุมเด็กกันไปทีละคนสองคน   “นี่เอาจริงเหรอคะเนี่ย?”  เพื่อนของแฟนเพื่อนอีกที  แล้วแฟนเพื่อนก็เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย

 

อายุก็ห่างกันมากเสียจนเหมือนเสี่ยเลี้ยงเด็กเพื่อจ่ายค่าเทอม…   ติดเด็กไปอีกคนแล้วหรือ ทั้งที่เคยอยู่สมาคมสะกัดเพื่อนร่วมงานกับเด็กนักเรียนนักศึกษามาด้วยกัน    หนุ่มใหญ่นักธุรกิจที่สาวๆรุ่นใหญ่หมายปอง  กลายเป็นคนชอบเด็กไปอีกแล้วแล้วสิเนี่ย!?

 

อัศวินมองหน้าคนวัยเดียวกันแต่ใกล้ชิดกับนักศึกษามหาวิทยาลัยมากที่สุด  “ฉันไม่ทำอะไรที่ทำให้ความสัมพันธ์ของนายกับอลินลำบากแน่ๆ”

 

“มันก็ไม่ได้เกี่ยวซักนิด”  รีวัลย์พูดขัดทันทีเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ   ราวกับมีบางความหมายที่แอบแฝงอยู่ ที่คนที่สนทนากันนั้นเข้าใจแม้ไม่ต้องพูดออกมา

 

“เพชรา ใบนี้อนุมัตินะไม่มีปัญหา  เธอไม่ต้องยืนรอ”   มือแกร่งยืนเอกสารคืนให้กับเลขานุการของเพื่อน   มือเรียวรับมาถือเอาไว้

 

“ใบนี้อนุมัติก็จริง แต่ที่เหลืออีกแฟ้มกับอีกเป็นตั้งคุณอัศวินยังไม่ได้เริ่มอ่านเลยนะคะ”   หญิงสาวผมสีบรอนด์ส้มเหล่มองไปทางงานที่คั่งค้าง….  ก่อนจะไปจัดการเรื่องความรักกันน่ะ  ช่วยจัดการงานที่ต้องรับผิดชอบก่อนได้หรือไม่ หรือต้องหาคนเตือน….

 

ประธานบริษัทยิ้มออกมาในทันใด  “ฉันเกือบลืมไปเลย  ขอบใจที่บอกก่อนนะเพชรา”   แค่คำพูดนี้ก็ทำให้เธอกุมขมับ… พอๆกับที่ปรึกษาที่ต้องนวดขมับไปพร้อมกันอีกคน….   ตอนนี้บริษัทคงต้องการบุคลากรเพิ่มมาอีกสักคนแล้ว ต้องการเลขานุการมืออาชีพ….

 

ประกาศ บริษัทสำรวจและกำจัดภายภายในบ้าน จำกัด มหาชน

รับสมัคร เลขานุการ (มืออาชีพ) จำนวน 2 ตำแหน่ง

คุณสมบัติ : เคี่ยวเข็ญให้เจ้านายอยู่บริษัทและทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้สำเร็จตามกรอบเวลา

                16.00 น. คาบเรียนสุดท้ายของคณะวิศวะจบลงพร้อมกับเหล่านักศึกษาที่พากันเดินออกไปจากห้องคอมพิวเตอร์กว้างใหญ่   จัน สะกิดใจ เดือนคณะโบกมือลาเพื่อนร่วมห้องพลางเก็บของใส่ในกระเป๋าเป้  ตามองนาฬิกาไปพลางเก็บไปพลาง

 

ตั๋วภาพยนต์ที่ได้มาจากเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดนั้นตามรอบแล้วฉายเวลา 17.30 น  มีเวลา 1 ชม.ครึ่งเพื่อเดินทางและเตรียมพร้อม   เมื่อเด็กหนุ่มเก็บของเสร็จจึงรีบออกจากห้องเรียนและตึกคณะในทันที   การไปเดทช้ากว่าฝ่ายหญิงมันเป็นการเสียมารยาท

 

จากรถสองแถวหน้ามหาวิทยาลัยไปยังสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน  จากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินไปเปลี่ยนลงใต้ดิน MRT สีลมที่สถานีศาลาแดง…    ยามเมื่อออกจากประตูสิ่งแรกที่เห็นและหันไปมองคือตึกบริษัทสำรวจและกำจัดภัยในบ้าน….

 

“เห็นแล้วหงุดหงิดพิกล….”   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองไป  แค่เห็นตึกก็เหมือนเห็นหน้าของเจ้าของไปด้วย  ถ้าเป็นเมื่อก่อนคือหมั่นไส้หัวหน้ากองบัญชี…

 

เวลา 6 ปีนั้นยาวนานพอจะให้อะไรๆเปลี่ยนแปลงไป  สถานีรถไฟฟ้าที่ครั้งหนึ่งเป็นแบบหนึ่ง ยามนี้มีการบูรณะอีกแบบหนึ่ง  ตึกรามบ้านช่องที่มีการปรับปรุงไปตามช่วงเวลาที่ผ่านไป ความสัมพันธ์ของคนกลับไม่เหมือนบ้านเรือนแบบนั้น…  อย่างน้อยๆก็คงเป็นความสัมพันธ์ของสองคนนั้น

 

ความรักที่ก้าวผ่านอายุ อาชีพ ด้วยการพิสูจน์ตัวเอง

                เขาสู้ไม่ได้เลยจริงๆจึงต้องยอมถอยออกมา    เด็กหนุ่มวิศวะเหม่อมองตึกอาคารบริษัทแห่งนั้นจนกระทั่งมีภาพของใครบางคนเข้ามาแทนที่เรื่องราวของเพื่อนสนิทกับแฟนอายุเยอะกว่า  มือยกขึ้นตบหน้าตัวเองพาให้คนเดินผ่านไปมาหันมองทันที

 

“ไปนึกถึงทำไมวะเนี่ย!”    ภาพเหตุการณ์ที่บ้านพักตากอากาศที่ระยองมันช่างหลอกหลอน….  การบุกเข้าประชิดตัวที่ทำให้เกิดอาการชะงัก….

 

ร่างสูงโปร่ง 178 เซนติเมตรตวัดกายเดินดิ่งไปตามทางเดินทอดยาวเพื่อไปยังทางเชื่อมไปยัง MRT สีลมโดยไม่หันกลับไปมองด้านหลังอีก…  อย่าหันไปมอง  อย่าไปนึกถึง  ท่านประธานอัศวิน สมิงห์  ผู้ชายที่ทำตัวเหมือนมาเฟียในละครหรือนิยายซักเรื่องแบบนั้น

 

มันคงจะเป็นกรรมตามสนองที่เคยตามจีบคนอื่นเป็นบ้าเป็นหลัง

เจอด้วยตัวเองถึงกับไปไม่เป็น…..

                ผู้คนมากมายทั้งเด็กและผู้ใหญ่เดินจับจ่ายซื้อของ มองหาสินค้า และนั่งสังสรรตามร้านอาหารของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าวกันแน่นขนัดตั้งแต่ชั้นแรกจรดชั้นโรงภาพยนต์   มองไปทางไหนก็เห็นคน คน และคนมากมายเหมือนหนอน

 

ณ ชั้นใต้ดินซึ่งแน่นขนัดไม่ต่างไปจากชั้นบน  ผ่านร้านอาหารหลายร้านมาจนถึงร้านหนังสือการ์ตูนเพียงสองร้านของชั้นล่าง   นักศึกษาหญิงผมยาวสีดำขลับยืนพลิกหนังสืออ่านเรื่องย่อด้านหลังอย่างเงียบงัน  โดยมีสายตาของกลุ่มผู้ชายคนมองมาเป็นระยะๆ

 

ใบหน้าสวยของดาวมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลายช่างสะดุดตา  แต่ที่สะดุดตายิ่งกว่าคือหนังสือการ์ตูนของเธอ..  หน้าปกที่มีผู้ชายสองคนแต่งกายวาบหวิวมันช่างโดดเด่นยิ่งกว่าการมองหน้าของเธอในตอนนี้   แล้วมะขาม เอกมันต์ก็วางหนังสือกลับลงไปที่เก่า

 

“4 โมง 45 นาที….”  เหลือบมองนาฬิกาข้อมือด้วยท่าทีเรียบเฉยพร้อมกับหยิบหนังสือเล่มต่อมาขึ้นมาอ่านเรื่องย่อ  คราวนี้เป็นนิยาย Boy Love เรื่องหนึ่ง….

 

การเดทที่ให้ผู้หญิงมารอก่อนนั้นถือเป็นการผิดมารยาท กระนั้นแล้วเด็กสาวไม่ได้คิดว่านี่คือเดทจึงไม่รู้สึกอะไร… สนใจเพียงแค่การไปดูเทพเจ้าสายฟ้าภาค 2 เท่านั้น    “เอ่อ  ขอโทษนะครับ…”   เสียงหนึ่งขับให้เธอเบนสายตาจากหนังสือนิยายในมือไป

 

นักศึกษามหาวิทยาลัยอื่นยืนยิ้มกรุ่มกริ่มพาให้รู้จุดประสงค์ทันทีตั้งแต่ยังไม่เริ่มพูด   ต่อด้วยกลุ่มผู้ชายด้านหลังที่เป็นกลุ่ม    “มีธุระอะไรเหรอคะ?”  มะขามเพ่งมองดูอย่างไร้ความรู้สึก

 

“ขยับไปทางขวานิดนึงสิครับ  หัวใจเราจะได้ตรงกัน~”  มุขเสี่ยวที่ออกจากปากไม่ได้ทำให้คนฟังนิ่งไปคนเดียว  พนักงานร้านหนังสือยืนนิ่งตามไปด้วย….

 

…..ไม่มีวิธีจีบผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักที่ดีกว่านี้แล้วหรือ…

                ดาวมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบถอนหายใจหน่ายๆ   มุขเสี่ยวทั้งหลายเธอเคยได้ยินมาแล้วเป็นร้อยครั้ง   เธอใช้ความเงียบเป็นคำตอบว่าไม่รับมุข    เหล่านักศึกษาชายที่กะมาลองของถึงกับใจฝ่อห่อเหี่ยวรีบประชุมหาแผนใหม่ตามๆกัน….

 

“มะขาม!”   เสียงหนึ่งแทรกผ่านวงสนทนาที่พยายามจับจีบร่ายรำ    นัยน์ตาสีดำเหมือนเส้นผมมองไปตามเสียงเรียกนั้น

 

นักศึกษาหนุ่มในชุดเสื้อช้อปวิศวะตรากุหลาบวิ่งตรงมาหยุดตรงหน้า   “ขอโทษที่มาช้า   ยังทัน รอดไป….”   จัน สะกิดใจปรากฏตัวขึ้นกลางบรรยากาศ

 

กลุ่มคนที่พยายามจับจีบถึงกับชะงักไป  ภาพของดาวเดือนหน้าตาดีชวนให้สงสัยว่าเป็นอะไรกัน   “นายมาทันก็ดีแล้ว ไปที่โรงหนังเถอะ”  มะขามวางหนังสือนิยายลงที่ชั้นดังเดิม ก่อนจะเดินนำออกไปจากร้าน

 

จันเดินตามหลังไปโดยมีทุกสายตาของลูกค้าร้านหนังสือจับจ้อง     “ยังไม่ทันจะจีบเลย! มีแฟนซะแล้ว!”   จีบไปแล้วตะหาก…..

 

สองร่างเดินเคียงข้างกันไปยังลิฟต์ข้าง B2S  บรรยากาศรายล้อมตัวช่างไม่เหมือนคนจะมาออกเดท   ออกจะคล้ายคนสองคนที่บังเอิญไม่มีคนดูหนังด้วยก็เลยต้องมาด้วยกัน… หรือไม่ก็คือตั๋ว 2 จ่าย 1 ที่บังเอิญไม่มีคู่มาด้วยก็เท่านั้น…   ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ

 

“รอนานรึเปล่า?  ฉันเรียนเสร็จช้าก็เลยต้องให้เธอรอ”   เบี่ยงสายตามองไปยังใบหน้าสวยของหญิงข้างกายที่มีส่วนสูงไม่ต่างกันมากนัก… แค่เกือบ 10 เซนติเมตร

 

“ไม่หรอก  ถ้านายมาช้ากว่านี้ ฉันก็จะเข้าไปดูเองคนเดียวแล้ว”  ช่างไร้ความสำคัญและเป็นแค่ตัวแถม….  แผนการของเพื่อนสนิทมันได้เรื่องที่ไหน…

 

นี่ถ้าตั๋วไม่นั่งข้างๆกัน… คงจะนั่งแยกกันคนละแถวเลยมั้ย…

                อลิน แย้มเก้อพยายามจับคู่ครั้งแล้วครั้งเล่า  ครั้งนี้จะร่วงหรือจะรุ่งริ่งอย่างเคย…  ช่วงนี้เขาต้องไปดูดวงความรักบ้างหรือเปล่านะ   ประตูลิฟต์เปิดออก คนด้านในเดินออกมารอให้คนด้านนอกเดินเข้าไป  มะขาม เอกมันต์เดินนำเข้าไปก่อนพลางมองหน้าคนที่ยืนนิ่งอยู่ด้านนอกลิฟต์

 

“จัน  จะไม่เข้ามา?”  เสียงหวานนั้นเรียกชื่อดึงให้หลุดจากภวังค์    มองไปยังใบหน้าของคู่เดทที่กดลิฟต์ให้เปิดค้างรออยู่

 

“ไปๆ!”  จะเป็นการจับคู่หรืออะไรก็ช่าง  ในตอนนี้เขาควรจะเดินไปข้างหน้า..  เริ่มต้นความรักครั้งใหม่  แม้ช่วงนี้ดวงความรักจะแปลกๆงงๆก็ตามที….

 

โชคชะตาจะพาให้ไปทางไหนกันแน่… หลังจากหมดกรรม 9 ปี(?)

ตอนนี้คงต้องบอกว่า… หยุดส่งใครมารักฉันที…

                บานประตูลิฟต์ปิดลงนำทางผู้โดยสารไปสู่ชั้นที่หมายของตัวเอง   มุมหนึ่งของเด็กหนุ่มที่ยังสับสน  มุมหนึ่งของอีกคนที่จับคู่คอยดูรายงานจากหน้าจอโทรศัพท์  อีกมุมหนึ่งที่ขับรถอยู่บนท้องถนนเพื่อไปยังมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ  และอีกมุมหนึ่งที่ถอดมองเมืองใหญ่ผ่านทางหน้าต่างกระจกของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน

 

หัวใจ 4 ดวง ห้วงความคิด 4 ห้วง คน 4 คน

ที่พันผูกกันอยู่ใต้ร่มแห่งความรัก

                การเดินทางของความรักนั้นมาได้หลายเส้นทาง การเปิดใจให้กับความรักครั้งใหม่เป็นเรื่องที่ทั้งง่ายและยาก  หลายๆครั้งคนเราก็ตกหลุมรักครั้งใหม่ได้จากการนัดบอดและจับคู่   หลายครั้งก็ตกหลุมรักได้เพราะแพ้ความดีและน้ำใจของอีกคนเหมือนละครและนิยาย  เรื่องราวนี้ยังคงดำเนินไปตราบจนเส้นสายรถไฟฟ้าเคลื่อนตัว

 

เดทชายหญิงอันแสนธรรมดายิ่งกว่าการลักพาตัว

การลักพาตัวเยี่ยงภาพยนต์ช่างเหมือนฝันข้ามคืน

 

จะเอาชนะระยะสิบเซนหรือจะพ่ายแพ้…

อยู่ที่สวรรค์กำหนดมาให้คู่ไหน….

———————————-

Free Talk : มาต่อแล้วค่ะ หลังจากหายไปนาน OTL คราวนี้จะต่อเรื่อยๆแล้วค่ะไม่ให้ขาดช่วงไปนานๆ แบบปั่นอย่างอื่นไปด้วย จะวนๆไปจนฟิคจบหมดล่ะ

ตอนนี้ยังเป็นเรื่องทั่วๆไปของจัน แล้วมีมะขามเข้ามา น้องอลินกับพี่รีวัลย์บทน้อยไปเลย เพราะยังไม่เข้าช่วงของตัวเอง ฮา

Advertisements
 
4 ความเห็น

Posted by บน 12/14/2013 in Uncategorized

 

4 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 10

  1. fray666

    12/14/2013 at 6:45 PM

    กรี๊ดกร๊าดๆๆ ตามเข้ามาอ่านตอนใหม่

    โฮกกกกก เชอรี่บอยอย่างจันช่างน่าสงสารจริงๆ ไอ้ที่ชอบเค้าก็โดนเมินยัดตำแหน่งเพื่อนสนิทแทน

    ส่วนคนที่ตัวเองไม่สนใจก็ดันวิ่งถลาเข้ามาซบแบบเกาะหนึบแน่นเหนียวไม่ยอมปล่อยอีกต่างหาก 5555+

     
  2. เมยย

    12/14/2013 at 9:30 PM

    เอือก น่ารักจุงเบย กระอักเพราะโดนดาเมจจัน ฝากลูกเมียข้าด้วย

     
  3. taraikari

    12/14/2013 at 11:03 PM

    มุกมันติดหลอด *ขำ*
    ดูกินลำบากนะคะน้องอลิน
    จัน….นายน่าสงสารจริงๆ
    โดนเพื่อนเมินเอาง่ายๆเพราะแฟนสำคัญกว่า
    ไหนจะถูกคู่เดท(?)เกือบเมินใส่อีก
    แต่ก็ยังดีนะ
    คุณอัศวินเขาสนใจนายล่ะ คริคริ
    คุณเพชรามายไอดอลคะ
    ครั้งหน้าใส่ผงชูรสในกาแฟเลยค่ะ

     
  4. หมีฟูว์ (。・ω・。) (@PooFuGirl)

    02/16/2014 at 4:45 PM

    จันดูเป็นคนใจอ่อนใจดีที่โดนหลอกได้ง่ายนะ
    ไม่น่าแปลกใจที่ทำไมพอผ่านไปหลายปีแล้ว
    พี่รีวัลย์ถึงกลายเป็นพี่ชายที่จันเคารพทั้งที่เคยเป็น
    ศัตรูหัวใจกันมานานแท้ ๆ
    ดูจากท่าทีของมะขามแล้ว หัวเรืออย่างน้องอลิน
    คงต้องทำใจอ่ะ เรือล่มแน่นอน =_=
    จันเหมือนตัวประกอบเลย มาไม่มามะขามก็เข้าไปดูหนัง
    คนเดียวได้อยู่แล้ว ชีเป็นหญิงแกร่งที่ไม่อะไรกับใครจริง ๆ
    ธงมะขามจันล่มในอ่าวเรียบร้อย…
    ต่างจากอีกคนเจอกันแป๊บ ๆ ก็โดน French Kiss
    ไปเรียบร้อยโรงเรียนอัศวิน หึหึ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: