RSS

[KHRFic] LOVE Like Noodle!? Zwei (6927) CH1

17 ธ.ค.

Title : LOVE Like Noodle!?  Zwei
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Romance , Comedy(?) , Action(?) , Drama
Rate : NC-17
Pairing : 6927 (100)
Warning :  เหตุการณ์บางส่วนถูกดัดแปลงจากออรินิดหน่อยตามแรงจิ้นของคนเขียน

–          ต่อเนื่องจากภาคแรก

Summary :   ในบะหมี่หนึ่งถ้วย.. ไม่ได้มีแค่บะหมี่ แต่มีลูกชิ้นเป็นอุปสรรคล่อตา..

————————————————————————

ความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

เกิดขึ้นโดยที่พวกเราต่างไม่รู้เลย….

 

ตั้งแต่เมื่อใดกันนะที่เราก้าวเท้าไปในความมืด

ตั้งแต่เมื่อใดที่ไม่อาจถอนตัวออกมา

กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งนั้น

พวกเราคงเสียบางสิ่งบางอย่างไปเสียแล้ว

 

 

บางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว

บางสิ่งบางอย่างชักนำพาให้พวกเราเดินไป

 

บางสิ่งนั้นจะนำพาพวกเราไปสู่ความสุข

บางสิ่งนั้นจะนำพาพวกเราไปสู่นิรันดร์

หรือบางสิ่งบางอย่างนั้นจะนำพาพวกเรา….

ไปสู่จุดจบอันมองไม่เห็นกันแน่นะ…

Chapter 1

The Temperance

 

เอกสารจำนวนมากตั้งกองบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ประจำตำแหน่งผู้นำของวองโกเล่แฟมิลี่  วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันของการทำงานตามปกติ ร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ในชุดสูทสีดำเจ้าของนัยน์ตากลมโตสีเดียวกันหยุดมือจากเอกสารตรงหน้าตนและเมียงมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ   อัลโกบาเรโน่รีบอร์นผู้เข้มงวดยืนจ้องหน้าอดีตลูกศิษย์ด้วยสายตาขวางๆ   ปกติก็หน้าบูดตลอดอยู่แล้วมีอะไรอีกล่ะนั่น..

 

 

“มีอะไรรีบอร์น?  นายจ้องหน้าฉันมาพักใหญ่แล้วนา?”    เขาว่าเขาก็ไม่ได้อู้งาน งานก็เยอะเป็นปกติ.. ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่หว่า?

 

“แกไปทำอะไรมารึเปล่า เจ้าห่วยสึนะ?”     สายตาของอดีตอาจารย์จ้องมองตรงมาอย่างขวางๆ   เจ้าบอสปลาหัวฟูมองอย่างงๆ   จะขวางไปไหน แล้วเรื่องไรฟะ?

 

“ฉันก็ทำงานตลอดไม่ได้ไปไหนเลยตั้งแต่กลับจากปิซ่า”     อย่าให้แซ่ดออกไปเลยว่าไปเที่ยวเฉยๆด้วย!  ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากนั้นเฟ้ย

 

“ไม่ได้หมายถึงเรื่องแกไปเที่ยวกับเจ้ามุคุโร่   แต่เป็นเรื่องของพวกมิลฟิโอเร่”    สิ้นคำนัยน์ตากลมนั้นแทบจะเป็นเครื่องหมายคำถามด้วยความมึนงงระยะสุดท้าย  แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ???

 

“พวกมิลฟิโอเร่ทำไม?   พวกนั้นไม่ได้ติดต่อมาประมาณ 2 เดือนแล้วนี่”   ร่างบางล่ะหายใจทั่วท้องอย่างมีความสุขทุกครั้งเมื่อฝ่ายนั้นเงียบหายไปบ้าง  ก่อนหน้านี้มีแต่เรื่องรังควานใจเขา…

 

“มีการนัดหมายเข้ามาว่าบอสไวท์สเปลอยากเจอแก  6 โมงเย็น ภัตตาคารโรงแรม S”    นัยน์ตาสีรัตติกาลคมกริบของนักฆ่าเติบโตจากเด็กทารกแล้วจ้องปานจะกินเลือดกินเนื้อ    ไอ้คนถูกนัดนั่งอึ้งแข็งเป็นปลากระป๋อง  งงครับงง!!!!

 

“นัดทานข้าว!!??   ฉันไปคนเดียวเรอะ!!!”   สติกลับเข้าร่างสึนะเร่งเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งก้าวไปหยุดตรงหน้าของนักฆ่าสุดโหด

 

รีบอร์นยกแขนทั้งสองขึ้นกอดอกจ้องหน้าบอสใหญ่แห่งวองโกเล่   ท่าทางแบบนี้คงไม่รู้เรื่องจริงๆว่าไปทำอะไรมา..   ช่างแปลกที่อีกฝ่ายอยากจะพบกันตัวต่อตัวหลังจากเงียบหายไปนาน…    “ให้เจ้ายามาโมโตะตามไปด้วย  ไปคนเดียวไม่น่าไว้ใจ   แกกับมันไม่เคยเจอหน้ากันซักครั้งด้วย  นี่คงเป็นครั้งแรกที่เจอตัวทั้งสองฝ่าย”

 

“แปลกจังนะ….”   รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย….

 

 

กลุ่มมาเฟียจากการรวมของมาเฟียอันมีประวัติศาสตร์ยาวนานเทียบเท่าวองโกเล่  จิสโรเนโรแฟมิลี่.. และกลุ่มมาเฟียก่อตั้งใหม่ได้ไม่นานอย่างเจสโซ่แฟมิลี่..    ตลอดช่วงเวลาเกือบปีที่พ้นผ่านมาพูดคุยติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ทางไกลตลอด…ไม่เคยแม้แต่จะเห็นตัวตนของอีกฝ่าย…. จู่ๆกลับเคลื่อนไหวเช่นนี้มันชวนให้รู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก….    ชายคนนั้น…ที่บอกว่าสนใจวองโกเล่ริง…

 

ยามเมื่อกล่องปรากฏขึ้น…แหวนจึงถูกจัดลำดับ..

และแหวนของพวกเขา… แหวนธาตุบริสุทธิ์ระดับ A+

 

“ยังไงแกก็ไปพบเจ้านั่นเถอะ  หากเลี่ยงจะก่อให้เกิดเรื่องแคลงใจระหว่างแก๊งค์เป็นปัญหาภายหลังได้”     รีบอร์นย้ำคำสอนอีกครั้ง  ใบหน้าหวานพยักหน้ารับอย่างจำยอม..    มีแต่ต้องมองในแง่ดี…  อย่างน้อยตลอดเวลาเกือบปีไร้การเคลื่อนไหวอันน่ากังวล..

 

“เข้าใจแล้วล่ะ ความสัมพันธ์ระหว่างแฟมิลี่เป็นเรื่องสำคัญ”   นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้ทอประกายกังวลน้อยๆ   เหล่าผู้พิทักษ์ต้องเป็นกังวลและโวยวายกันใหญ่อีกแน่..

 

“ที่แปลกคือแกไปทำอะไร..  อีกฝ่ายจู่ๆกลับอยากเจอตัวแกแบบนี้”   อดีตอาจารย์ยังคงจ้องหน้าเค้นหาความจริง ถามผมผมจะไปถามใครล่ะ…

 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน  บางทีฝ่ายนั้นคงอยากคุยกันเป็นทางการเสียทีล่ะมั้ง   นัดในร้านอาหารคงไม่มีอะไรต้องกังวลนัก”    ได้กินด้วย วิ๊ว!!!    ก็หวังว่าจะไม่มียาพิษ(?)เหมือนที่เคยเกิดเรื่องอ่ะนะ!

 

“อย่าวางใจให้มากนักล่ะ  อย่าลืมว่าตัวแกเป็นใคร  อย่าได้ลดการ์ดลงเด็ดขาด”    รีบอร์นตวัดกายก้าวออกจากห้องทำงานส่วนตัวของบอสใหญ่แห่งวองโกเล่ไป.. นั่นคือรูปแบบความเป็นห่วงของอาจารย์สุดโหดของเขาล่ะนะ..   ขอบใจนะ.รีบอร์น….

 

“รู้แล้วล่ะน่า  นายสอนฉันมาเยอะแล้ว”   ร่างบางกลับไปนั่งทำงานตามเดิมพร้อมใบหน้าประดับยิ้ม   คาดว่าคงไม่มีอะไรน่ากังวลใจนักหรอกนะ…

 

 

กล้วยไม้สีขาว…  บอสใหญ่ของไวท์สเปล…

เป็นคนแบบไหน?  ใยจู่ๆกลับมาเคลื่อนไหวอีก?

 

ต้องการอะไรงั้นเหรอ…?

 

“รุ่นที่สิบ  ผมเข้าไปนะครับ”    ผู้พิทักษ์แห่งวายุผู้มาพร้อมกับหูหมาน้อยในมโนภาพเปิดประตูไม้เข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่    ในมือถือจดหมายรายงานจากหลายๆหน่วย และหลายๆสาขาของวองโกเล่ติดมือมาด้วย

 

“มีอะไรเหรอโกคุเดระคุง?”    สอบถามไปงั้น.. ยามเมื่อสายตาเหลือบเห็นซองสีน้ำตาลและจดหมายก็พอจะรู้แล้ว.. งานมาอีกแล้ว!!!!

 

“มีจดหมายรายงานความคืบหน้าของการสร้างฐานกองบัญชาการที่นามิโมริฉบับหนึ่งครับ  แล้วก็เป็นจดหมายจากสาขาอื่นๆของวองโกเล่อีก 8 ฉบับครับ   แล้วก็รายงานจากเจ้าหัวรีเจนท์ที่ส่งมาแทนเจ้าบ้าฮิบาริอีก 1 ซองใหญ่ๆครับ  แล้วก็มีจดหมายค่าน้ำค่าไฟของคฤหาสน์วองโกเล่ที่อิตาลี  แล้วก็ใบเบิกค่าดูแลรักษาความสะอาดที่สาขาญี่ปุ่นด้วยครับ”    โกคุเดระร่ายยาวพาเอาคนฟังจะดับดิ้น…

 

“ต่อไปพวกเราย้ายกลับไปสาขาญี่ปุ่น  ทางนี้ก็ให้พวกวาเรียกับพวกรัล บาจิลคุงดูแลล่ะนะ”    มือเล็กรับจดหมายจิปาถะวางลงกลางโต๊ะ

 

“รุ่นที่สิบอยากจะทำอะไรพวกเราก็ไม่ขัดอยู่แล้วครับ”     เนตรสีมรกตทอประกายความจงรักภักดี   สึนะสดับฟังถ้อยคำเช่นนั้นพลางแย้มยิ้มบางๆ…

 

 

รู้ดีว่าเพื่อนพ้องมีครอบครัว มีห่วงอยู่ที่ญี่ปุ่น

เขาเองก็เช่นกัน.. ครอบครัวอยู่ที่นั่น…

 

 

เพราะเหตุนั้น.. จึงสร้างฐานที่นามิโมริ

 

 

“แต่ว่า….  เย็นนี้ผมอยากไปด้วยนะครับ!!!”   เจ้าหมาน้อยโกคุเดระเข้าโหมดอ้อนเจ้านาย    สภาพนายมาทำแบบนี้ตอนอายุ 23 มันดูไม่ได้เลยนะ!!! รีบลุกเลยไป มาคุกเข่าทำมาย!!!

 

“นายมีงานต้องทำอีกเยอะนี่โกคุเดระคุง  ยามาโมโตะก็ไปด้วย   พวกนายห่วงกันเกินไปแล้ว”   ร่างบางหัวเราะแหะๆ   ผู้พิทักษ์แห่งละคน..  ห่วงจนเว่อร์.. ห่วงจนเขาอดกังวลไม่ได้น่ะ. ..

 

“เจ้าบ้าเบสบอลมันบื้อนี่ครับ!!”    คุณมือขวาคนสนิทประณามมือซ้ายซะเรียบวุธ

 

“นายไม่ต้องกังวลไปหรอก  ฉันรู้ดีว่าต้องทำยังไง”   นภาจะไม่แสดงออกให้สรรพสิ่งเห็นว่ากังวล…  เก็บงำความกังวลเอาไว้ภายใน… ไม่อยากให้เหล่าผู้พิทักษ์เป็นห่วงเลยนะ…

 

“ไปทำงานต่อเถอะ  แค่ไปทานข้าวแค่นั้นเอง”   เห็นรอยยิ้มเจิดจ้าประกาศิตจากราชินี(?)  ข้าทาสอย่างผู้พิทักษ์แห่งสายลมจำยอมรับคำสั่ง…

 

“งั้นผมไปทำงานต่อนะครับ  ถ้างานมันเยอะเกินไป รุ่นที่สิบเรียกผมมาช่วยได้ตลอดนะครับ”    โกคุเดระโค้งให้และเดินจากออกไปจากห้อง..

 

“พวกนายกังวลกันซะฉันอดคิดมากไม่ได้เลยแฮะ…” เสียงหวานบ่นพึมพำกับตัวเองพลางลงมือจัดการเอกสารบนโต๊ะของตัวเองต่อไป …

 

 

นภาจะต้องมั่นคงเป็นหลักให้สรรพสิ่งพึ่งพิง

จะทำให้สรรพสิ่งหมองหม่นไปด้วยไม่ได้

 

 

เก็บงำความกังวลจากสุดยอดลางสังหรณ์

เอาไว้ภายในลึกๆ… ลึกลงไปไม่ให้ใครเห็น…

                นั่งทำงานไปไม่นาน.. ดวงตาซึ่งใช้เพ่งมองมานานนั้นเริ่มเหนื่อยล้า..    ร่างบางร่นกายพิงพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ปรือหลับตาเพื่อพักสายตาจากการใช้งานหนักเป็นเวลานาน..  วันหยุดเพียงไม่กี่วันมันคงจะไม่เพียงพอแล้วกระมัง…  เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกประธานบริษัทที่ไม่มีเวลาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวเลยแฮะ… เฮ้อ…

 

 

“เมื่อไหรจะมีวันว่างยาวๆซักทีนะ…”    พลันนึกถึงตั๋วเครื่องบินจากคุณเมฆาแห่งเกาะฮ่องกงคนนั้น.. ฮ่องกงเหรอ..   ถ้าว่างเมื่อไหรก็ไปกันทุกคน…

 

“หวังว่าจะจัดการธุระทุกอย่างได้เร็วๆ….”    สึนะตัดสินใจแอบงีบซักชั่วโมง..  แอบพักซักนิดซักหน่อย.. งานมันไม่เสียหายมากหรอก… ไม่ใช่บริษัทเสียหน่อย..

 

 

ร่างบางเข้าสู่นิทราพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าของงานต่อเนื่องตลอดวัน..   ทั้งร่างกายและจากจิตใจ…  ความห่วงใยของคนอื่น.. มันก็ทำให้คนรับรู้สึกกดดันเหนื่อยล้าได้เหมือนกันนะ…  ในเมื่อคนที่เป็นฝ่ายรับความเป็นห่วง.. หากแสดงออกว่ากังวล..  เรื่องมันคงยิ่งไปกันใหญ่…    คงมีเพียงใครบางคน..ที่เขาจะระบายความในใจออกไปได้…

 

 

 

เสียงของใบไม้เสียดสีกันจากแรงลม…

กลิ่นหอมของใบหญ้าชวนให้สดชื่น….

 

ห้วงฝันอันเป็นพื้นที่ของชายคนนั้น….

                “แอบหลับแล้วเข้ามาในโลกของผมอีกแล้วนะครับ”

 

 

เสียงทุ้มเรียกให้ดวงตากลมโตปรือเปิดขึ้นมองภาพตรงหน้า… แลเห็นภาพใบหน้าคมย้อนบังแสงอาทิตย์จากเบื้องบนท้องฟ้า…   ร่างกายบางนอนหนุนตักแกร่งใต้ต้นไม้ใหญ่สีเขียวขจี…   สายลมพัดน้อยๆชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย.. แม้ไม่ใช่ของจริง.. กลับรู้สึกสดชื่น.. คงเพราะเป็นพื้นที่พักผ่อนของเขา.. และมีชายคนนี้อยู่ด้วย..

 

 

“ก็ฉันเหนื่อยนี่…”    ใบหน้าหวานทำแก้มป่องค้อนน้อยๆ    เปลือกตาปิดลงเพื่อข่มตาหลับอีกครั้ง..  คนมองรู้สึกระอาเมื่อเห็นเช่นนั้น

 

“อยู่ในความฝัน..ก็คิดจะนอนอีกเหรอครับ คุณนี่ขี้เซาจริงๆ”  มือใหญ่ปัดปอยผมปรกบนใบหน้าหวานออกแผ่วเบา

 

“ในความฝันเสมือนจริงแบบนี้ มันก็เหมือนไม่ได้พักเลยนี่”   สึนะผ่อนลมหายใจเหนื่อยหน่าย…  งานหนักไม่เหนื่อยใจเท่าเรื่องที่อดีตอาจารย์นำมาบอก.. ไม่สบายใจ…

 

“มีเรื่องไม่สบายใจงั้นเหรอครับ?  เคยบอกแล้วใช่มั้ยครับว่าคุณน่ะชอบกังวลมากเกินไป”    โดนคำพูดย้อนกลับมาแบบนั้น   นัยน์ตากลมโตจ้องมองเจ้าของเรือนผมสีไพลินผู้เป็นหมอนให้เขานอนเล่นในขณะนี้   นิสัยเสียแก้ไม่หาย.. ชอบกังวล

 

“เป็นเรื่องของพวกนาย เป็นเรื่องของคนพวกนั้น.. อดกังวลไม่ได้ซะที…”    แม้มีสุดยอดลางสังหรณ์… ก็อ่านทางความเป็นไปในอนาคตของกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้…

 

 

ความกังวลของเขา.. แสดงออกให้คนเพียงคนเดียวเห็น

 

แลเห็นนภาหมองหม่นแบบนั้น  มือใหญ่ตรงมาบีบจมูกเล็กนั่นให้เจ้าขี้เซาหัวฟูดิ้นเล่น  “เด็กดีเค้าไม่ทำคิ้วขมวด แก่เร็วแบบคุณเมฆานะครับ”    แม้เพื่อนนางเอกจะไม่อยู่ก็ถูกโบ้ยเป็นเรื่องตลกได้อีก…

 

สึนะดิ้นไปดิ้นมาจับมือใหญ่ให้ปล่อยจมูกตนก่อนจะขาดใจตาย   “ไม่คิดมากแล้วๆๆๆ   แค่ไปทานข้าวกันไม่มีอะไรหรอก!!”    ร่างบางเด้งกายขึ้นมานั่งข้างๆเสียแทน

 

“ก็แค่ไปทานข้าวคุยกัน  ไม่มีอะไรอยู่แล้วเนอะ”   เสียงหวานย้ำคำลงไปอีกครั้ง   พยายามย้ำให้ตัวเองไม่คิดกังวลมากไปกว่านี้ด้วย… ทว่า…

 

“ทานข้าว….? หืม….”    แต่ดูเหมือนซาวาดะ สึนะโยชิคุงจะลืมอะไรบางอย่างไปเสียนี่ …  เขายังไม่ได้รายงานเหตุการณ์ของวันนี้!?

 

“อืม…  บอสใหญ่มิลฟิโอเร่บอกว่าอยากเจอฉัน ก็เลยนัดไปทานข้าวน่ะ เย็นนี้”     บอสปลาน้อยตอบคำถามพาซื่อ  ก็ไปทานข้าวอ่ะ..?

 

“ผมอยากให้คุณระวังตัวมากขึ้นนะครับ…..”  เนตรสองสีพิศมองใบหน้าหวานสีอมชมพูนั่นเขม็ง   เริ่มไม่ไว้ใจคนรอบตัวของเจ้าปลาป๊อดโตแต่ตัวกับการงาน.. เรื่องบางเรื่องเด็กตลอดชาติ…

 

“อ่ะ? เอ๋?   แค่ไปทานข้าวเจอหน้า แล้วก็คุยธุระเรื่องแหวนและกล่องล่ะมั้ง??”  มือเล็กยกขึ้นเกาแก้มตัวเองมึนงงในคำพูดของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกอันเป็นคนรัก(?)ของตน

 

“หากไม่ใช่เรื่องนั้น  ผมก็กังวลว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องอื่นครับ”   เจ้าของเรือนผมสีไพลินจ้องเขม็งตาขวาง  เจ้าปลาก็ยังบื้อไม่เลิก..

 

“ถ้าไม่เป็นศัตรู แล้วเป็นพันธมิตรก็อาจจะดีไม่ใช่เหรอ แหะๆ”   หัวเราะพาซื่อไปเรื่อยๆ…

 

“คุณนี่มัน……………..”

 

 

 

ซื่อ…ไร้เดียงสา… เห็นแก่กิน..ไม่เปลี่ยน..

ท่าทางแบบนี้ผมก็ต้องกังวลสิครับ….

 

ถ้ามีมาแบบคุณบอสมาเฟียฮ่องกงคนนั้นอีก…

มันจะขำไม่ออก….

 

“ไม่รู้ตัวบ้างรึไงครับ  ว่าคุณไม่เหมือนพวกมาเฟียน่ารังเกียจคนอื่น”    ความนัยแอบแฝงไว้ลึกๆ…  ลึกเสียจนคนฟังทำหน้างง…

                เนตรสีน้ำตาลใหม่จดจ้องชายตรงหน้าคิดหาคำตอบของพฤติกรรมแปลกๆของชายหนุ่ม   พลันมือเล็กทั้งสองก็ยกขึ้นตบกันเมื่อได้คำตอบนั่น   “นาย…หึงเหรอ?”     กลัวเขาโดนจีบเหรอ????

 

“เปล่าครับ   ผมแค่มองว่าคุณซื่อบื้อ”   คุณสายหมอกเฉไฉไม่ยอมบอกความจริง    นภาน้อยแสนซื่อในสายตาของคู่สนทนาเริ่มกลั้นหัวเราะไม่ไหว

 

“ฉันยังไม่เคยเจอฝ่ายนั้นเลยนะ  ฮ่าๆๆๆ  อาจจะเป็นชายวัยกลางคน แก่แล้ว ไม่ก็เป็นลุงแล้วก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆๆ”    จินตนาการในมโนภาพของสึนะ.. แลเห็นว่าฝ่ายนั้นอาจจะเป็นมาเฟียลุงแก่ๆ  หนุ่มมาดเข้มวัยกลางคนหน้าตาโหดๆ ไม่ก็เป็นลุงอ้วนจอมโลภมากอะไรแบบนั้น

 

“ถ้ามันไม่เป็นแบบนั้นล่ะครับ…….” เสียงทุ้มพึมพำเบาๆ…  ไม่มองมาเฟียในสังกัดของตัวเองบ้างรึไงว่าหน้าตาเป็นแบบไหน…    แล้วมาเฟียฮ่องกงที่เคยเจอเป็นยังไง..

 

“นายคิดมากไปแล้วมุคุโร่    ช่วงนี้นายขี้หึงจังนะ”   พูดจบเจ้าปลาบ้าก็ปล่อยกร๊ากออกมาไม่เกรงใจคนข้างๆ   นึกอยากเอาสามง่ามมาเสียบปิ้งกับเตาถ่านซะจริง..

 

“เฉพาะเรื่องนี้ที่คุณยังเป็นเด็กเมื่อวานซืนนี่ครับ”   มือใหญ่แตะสัมผัสข้างใบหน้าหวานพลางโน้มกรอบหน้าคมนั้นเข้าใกล้    อยู่ห่างกัน… จะอดกังวลบ้างไม่ได้รึไง…

 

นภาสีฟ้าครามของเขาน่ะ

เป็นสีทองอร่ามงดงามดึงดูดคนอื่นขนาดไหน.. ไม่รู้ตัวรึไง..

 

 

“อะ…อืม…”  สึนะตอบรับสัมผัสอ่อนหวานเรียกร้องน้อยๆ   วงแขนบางยกขึ้นโอบรอบไหล่กว้างนั้นอย่างเผลอไผลเคยชิน…    เช่นเดียวกับวงแขนแกร่งของมุคุโร่โอบรอบเอวบางรั้งโอบกอดกายบางแนบชิด

 

“คุณน่ะปากเก่งขึ้นเยอะ   แต่ยังไงก็ทำให้เงียบง่ายดีนะครับ”   เสียงทุ้มเอ่ยหลังถอนสัมผัสริมฝีปากออกห่าง     เจ้าปลาน้อยหน้าแดงก่ำเป็นสีมะเขือเทศ   เขานี่แพ้ทางสายหมอกตลอด!!!

 

“แกล้งฉันอีกแล้วเรอะ!!!”    บอสหัวฟูสู้คนใช้หน้าผากโขกเข้าใส่หน้าผากร่างสูงเต็มเหนี่ยว… และแล้วก็ต้องมานั่งเจ็บเองทีหลัง.. บ้าจริงๆ..

 

“หัวก็แข็งขึ้นนะครับ…”    มุคุโร่นั่งลูบหน้าผากตัวเองปอยๆ  คนทำก็พอกัน..    เสียงหวานแอบโวยในใจ..  หากแต่ในตอนนี้เขารู้สึกหายกังวลไปเยอะแล้ว…

 

“มุคุโร่   ได้ทะเลาะกับนาย ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย”   ร่างบางเคลื่อนกายเข้าเคียงใกล้..  สองแขนโอบกอดร่างสูงของสายหมอกเอาไว้พลางซุกใบหน้าลงกับอกแกร่ง  …

พื้นที่ผ่อนคลายของเขา.. อยู่ตรงนี้..เสมอ….

“ตั้งแต่กล่องปรากฏขึ้น..   วงการนี้ก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง..   แย่จริงๆเลยนะ…”     นึกถึงการต่อสู้ที่รุนแรงขึ้น..  เพื่อนพ้องตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น..  รู้สึกแย่ชะมัด…

 

“ฮิบาริ เคียวยะคุงก็สืบหาเรื่องนี้อยู่ไม่ใช่เหรอครับ  ตอนนี้.. แหวนที่มีความบริสุทธิ์สูง .. ย่อมเป็นที่หมายปองเป็นธรรมดา..”     พวกมาเฟียกลุ่มนั้นก็เช่นกัน… ต้องการวองโกเล่ริง….  เพื่ออะไรกันนะ..

 

เคยได้ยินมาบ้าง… นอกจากวองโกเล่ริง

ก็มีมาเร่ริงของจิสโรเนโรที่เป็นแหวนระกับ A+

 

“อยากให้ผมยืมร่างโคลมตามไปด้วยไหมล่ะครับ?”    ศีรษะเล็กนั้นสะบัดไปมา…  เขาไม่ใช่เด็กๆต้องให้พี่เลี้ยงคอยตามไปไหนมาไหนด้วยซะหน่อย..

 

“คราวก่อนใช้พลังงานไปเยอะแล้ว  ให้โคลมได้พักผ่อนบ้างเหอะ อีกอย่าง.. มันคงไม่มีอะไรจริงๆนั่นล่ะ”   เชื่อมั่นในลางสังหรณ์ของตน.. มันไม่ได้ร้องเตือนรุนแรงอย่างที่เคยเกิดเรื่องร้ายๆคราวก่อนๆ

 

“ไม่คิดมากก็ดีแล้วครับ”   มือใหญ่ลูบศีรษะน้อยปกคลุมด้วยไหมสีน้ำตาลแผ่วเบาราวกับให้รางวัลเด็ก…  สายหมอกแม้เลือนราง..  ก็สามารถโอบล้อมให้เย็นลงได้…

 

“วางแผนเที่ยวก่อนกลับญี่ปุ่นดีกว่า”   ร่างบางเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว     เวลาพักผ่อน.. ก็ควรจะพักผ่อนสิ…

 

 

สิ่งใดจะเกิดคงแล้วแต่โชคชะตาจะนำไป

ได้เพียงเชื่อมั่นในตัวเองและเพื่อนพ้อง

 

ไม่เคยมีเรื่องร้ายครั้งไหน…

ทำให้พวกเขาพ่ายพังลงได้แม้แต่เรื่องเดียว..

 

ยามเย็นมาถึง…   ซาวาดะ สึนะโยชิและผู้พิทักษ์แห่งวรุณเดินทางมายังสถานที่นัดหมาย   ภัตตาคารภายในโรงแรม S อันเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวใจกลางกรุงโรม…  ผู้คนพลุ่กพล่านมากมายทั้งครอบครัว คู่รัก เพื่อนฝูง   บรรยากาศภัตตาคารอาหารอิตาลีสุดหรูมันช่างเหมาะกับการดินเนอร์พิเศษ..

 

 

 

“มื้อนี้น่าจะแพงแน่ๆ….”    สึนะยืนอึ้งกับภัตตาคารสุดหรูตรงหน้า   โชคดีจริงๆที่ใส่สูทมา.. ไม่สิโชคดีที่มาเฟียต้องใส่สูทเป็นปกติ.. ไม่งั้นเข้าร้านไม่ได้แน่ๆ..

 

“ทางนั้นเป็นคนจ่ายนี่ ใจป้ำน่าดูนะ ฮะๆๆๆ” ยามาโมโตะผู้มองโลกในแง่ดีเดินเคียงข้างบอสของตนเข้าไปภายในร้าน   แล้วจะรู้ได้ไง.. ว่าคนไหนคือคนที่นัดกันไว้น่ะ..

 

“เอ่อ.. คุณซาวาดะ สึนะโยชิใช่มั้ยครับ?”   บริการหนุ่มภายในร้านก้าวเข้ามาหา   สองหนุ่มหันมองอย่างแปลกใจ

 

“เพื่อนของคุณรออยู่ที่ห้องพิเศษด้านในร้านแล้วครับ”     นภาและสายวรุณเมียงมองหน้ากัน  บอกว่าเพื่อนซะด้วย..    เตรียมห้องพิเศษจองไว้ด้วย   เป็นการพูดคุยครั้งแรกที่ลงทุนซะจริงๆ

 

“ครับ  รบกวนนำทางหน่อยนะครับ”    ร่างบางส่งยิ้มให้บริกรนำทางไปภายในร้าน     ยิ่งก้าวตามไป.. ยิ่งเห็นส่วนในของร้านซึ่งจัดเป็นสัดส่วนเพื่อเป็นส่วนของโต๊ะ VIP   ยิ่งเกร็ง…

 

“เชิญครับ”    พนักงานหนุ่มผายมือและเปิดประตูเชิญสองหนุ่มเข้าไปในส่วนห้อง VIP  … เวลานั้น…   ราวกับบางสิ่งบางอย่างเริ่มเคลื่อนตัวไปอีกครั้ง…

 

“ยินดีที่ได้พบนะ  วองโกเล่รุ่นที่สิบ  ซาวาดะ สึนะโยชิคุง”    ชายหนุ่มเรือนผมสีงาช้าง เนตรสีอเมทิสต์ และรอยสักสีดำใต้ตาในชุดสูทสีขาวนั่งท้าวคางรอพวกเขาอยู่…

 

 

 

ชายคนนั้นที่บังเอิญพบกันที่จัตุรัสดูโอโม

ชายคนนั้นที่บังเอิญเล็งของที่ระลึกชิ้นเดียวกัน

ชายคนนั้นที่มอบดอกกล้วยไม้สีขาวให้เขา

 

 

คือ ชายผู้เป็นบอสของไวท์สเปล แห่งมิลฟิโอเร่

ผู้มีนามว่า.. “กล้วยไม้ขาว”

 

“คุณคือ…บอสของมิลฟิโอเร่….?”     สึนะยืนอึ้งไปในทันใด… มันผิดที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก  ไม่นึกเลยว่าชายคนนี้จะเป็น….

 

“เรียกว่าเบียคุรันเถอะ สึนะโยชิคุง แล้วก็ผู้พิทักษ์สินะ”    เจ้าของเรือนผมสีงาช้างทักทายด้วยท่าทางเป็นกันเองและกวักมือให้ทั้งสองคนนั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน…    จะมองว่าพวกเขาเสียมารยาทรึเปล่านะ.. อีกฝ่ายมาเพียงลำพัง…

 

“ยินดีที่ได้พบครับ”   เนตรสีน้ำตาลสบมองพลางนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆนั้น  รอยยิ้มกระจ่างบนใบหน้าคมนั้น  ดูเป็นกันเอง..และดูน่าอันตรายอย่างบอกไม่ถูก..

 

“น่าแปลกใจนะครับ ที่คุณรู้จักชื่อของบอส  ทั้งๆที่ในวงการจะรู้จักในชื่อวองโกเล่เสียมากกว่า”    ผู้พิทักษ์แห่งสายวรุณเปิดบทสนทนาเล็งจุดน่าสงสัยของหนุ่มผมขาวในทันใด    สึนะจ้องมองเพื่อนสนิทอย่างอึ้งๆ   สมแล้วที่มีประสาทสัมผัสแบบนักฆ่า!!  อย่างที่คุณอาจารย์ที่รักของเขาเลือกเฟ้นเลย!!!

 

“ไม่ต้องระแวงขนาดนั้น  ก็แค่หาข้อมูลมานิดหน่อย  บ้านเกิด ครอบครัว หรือคนรัก”   เสียงทุ้มนั้นเรียบเฉยร่าเริง  หากแต่คนฟังเริ่มอยู่ไม่สุข    นั่นมันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เปิดเผยชัดๆ….

 

แลเห็นสีหน้าเหวอๆของคู่สนทนา ริมฝีปากคมพลันคลี่ยิ้มบางๆ   “ล้อเล่นน่ะ   รู้จักแค่ชื่อกับหน้าของเธอเท่านั้นเอง”  โดนหลอกล่อ… เสียจนไม่รู้ว่าอันไหนจริงไม่จริง…

 

 

ทั้งๆที่คิดว่าจะไม่กังวลแล้วแท้ๆ….

เจอหน้ากันกลับเริ่มกลับมากังวลเสียได้…

 

“ผมสิ.. เป็นฝ่ายไม่รู้เรื่องของคุณ  ทั้งๆที่บังเอิญเจอกันที่ปิซ่า  ตอนนั้นคุณคงรู้จักผมอยู่แล้วใช่มั้ยครับ?”    เนตรสีน้ำตาลไหม้สบมองเนตรสีม่วงนั้น… ลึกลับ.. จ้องมองแล้วรู้สึกแปลกๆ…

 

“ไว้หลังจากนี้เริ่มทำความรู้จักกันก็ได้   คงจะได้พบพุดคุยกันบ่อยขึ้น”   สึนะนึกดีใจที่พายามาโมโตะมาด้วย  หากอยู่ในห้อง VIP กันสองต่อสอง มีหวังเขาคงจะสติแตกเป็นแน่…

 

คุณลุงแก่ๆอะไรกัน…  คิดตรงแค่หัวขาว!!!!

ยังหนุ่มยังแน่น อายุคงไม่ต่างกันมาก หน้าตาก็ดี วาจาอย่างโฮส!!!

 

“ต่างหูสวยดีนะ”   มือใหญ่เอื้อมมาสัมผัสติ่งหูน้อย…   คลื่นไฟฟ้าพาเอาขนแทบลุกไปทั้งร่าง  รอยยิ้มพิมพ์ใจแบบนั้นอีก   ให้ตายเถอะ!!!

 

“ขะ..ขอบคุณครับ…”   พูดอะไรไม่ออก.. ทำได้เพียงหลุดตอบอะไรก็ไม่รู้ออกไป…

                ผู้พิทักษ์แห่งสายวรุณเหลือบมองเพื่อนสนิท  เจ้าบอสปลาหัวฟูนั่งแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว   แม้ปกติเวลาทำการทำงานจะเก็กขรึมได้… แต่ดูท่า.. มาเจอคู่มือรับมือยาก… บอสที่น่ารักจะเริ่มเก็กแตกน่ะสิ…   “คุณเบียคุรัน ยังไม่สั่งอาหารเหรอครับ”    เพื่อนสนิทของนางเอกเริ่มช่วยแก้สถานการณ์

 

“รอให้พวกเธอสั่งน่ะ  จะได้ทานของที่ชอบ   สั่งได้เลยนะ  สึนะโยชิคุง”      เสียงเรียกชื่อ…สะกดร่างให้นิ่งงัน…

 

“สึนะโยชิคุง”

เสียงเรียกขานนามของเขา…. สรรพนามเหมือนกับสายหมอก…

เขาเป็นบ้าอะไร… ทำไมราวกับเห็นภาพซ้อน..

 

“สั่งอาหารกันเถอะสึนะ”   มือใหญ่ของสายวรุณแตะลงบนบ่าเล็ก   ร่างบางสะดุ้งน้อยๆหันมาสนใจเมนูในมือของเพื่อนสนิท   เป็นอะไรไปนะ…  แปลก..  บางอย่างร้องเตือนว่าอย่าได้ไปยุ่งกับอีกฝ่ายให้มากนัก…

 

“คุณเบียคุรันไม่ต้องลำบากนัดเจอเลี้ยงอาหารมื้อราคาแพงแบบนี้ก็ได้นะครับ”     นภาสีทองเหลือบมองชายหนุ่มอย่างเกรงใจ.. ค่าอาหารมื้อแพง..   ในฐานะอะไรก็มิอาจทราบได้..

 

เป็นมิตร?… หรือเป็นศัตรู…?

 

“ฉันก็คิดว่าเธอเป็นคนชอบทานเสียอีกนะ”   สายตาคมและรอยยิ้มเสียดแทงเข้าไปกลางใจ   ชายหนุ่มผมขาวในสูทสีขาวนั่งท้าวคางมองจ้องตรงมาแบบนั้น.. ไม่กล้าสบตา…  ต้องรีบหลบ..

 

เบียคุรันจ้องมองพฤติกรรมของวองโกเล่รุ่นที่สิบ    จดจ้องเก็บทุกรายละเอียด.. เป็นมาเฟียที่แปลกจริงๆ   มาเฟียที่มีของล้ำค่าเป็นแบบนี้ทุกคนหรือไรนะ..?    “แล้วก็..  ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้นะ เรียกเบียคุรันเฉยๆ”   เสียงทุ้มชักนำ…    ยามาโมโตะอดกังวลแทนร่างบางไม่ได้..   รับมือยาก..

 

 

หากแต่นภาสีทองนั้น…  มิอาจย้อมด้วยสีขาวง่ายดาย..

                “เรียกคุณดีกว่าครับ   ผมชินแบบนี้มากกว่า”    เสียงหวานเอ่ยปฏิเสธ   คำตอบเรียกให้ริมฝีปากคมนั้นคลี่ยิ้มบางๆ…   หาได้ยาก…

 

“ก็แล้วแต่เธอนะ  สึนะโยชิคุง”   ช่างน่าสนใจจริงๆนภาสีทองผู้ครอบครองวองโกเล่ริง… และเอกนภาผืนเดียวผู้แบกรับประวัติศาสตร์ 400 ปี…

 

“ขอบคุณครับ  คุณเบียคุรัน”     อย่าได้ลดการ์ดลง…   อย่าได้ละเลย…  อย่าให้สีขาวเข้าแทรกแซงมา…

โชคชะตากำลังโยกย้ายเคลื่อนตัว
.

.

นำทางพวกเราไปยังที่ใดที่หนึ่ง

 

สามคนบนโต๊ะอาหาร…. ภาพการสนทนาธรรมดา  การพูดคุยพบปะทั่วไปๆ… หากแต่แฝงความกดดันเอาไว้ภายใต้ภาพรอยยิ้มของคนทั้งสามคนนั้น….    การพบพานและรู้จักกันในครานี้…   ส่งผ่านไปถึงอนาคตห่างไกลซึ่งมิอาจแลเห็น….

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 12/17/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: