RSS

[KHRFic] LOVE Like Noodle!? Zwei (6927) CH14

17 ธ.ค.

Title : LOVE Like Noodle!?  Zwei
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Romance , Comedy(?) , Action  , Drama
Rate : NC-17
Pairing : 6927
Summary :   ในบะหมี่หนึ่งถ้วย.. ไม่ได้มีแค่บะหมี่ แต่มีลูกชิ้นเป็นอุปสรรคล่อตา..

————————————————————————

 

 

มิอาจคิดให้เรื่องราวบางอย่าง

ผ่านพ้นไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

หลับตาก็ยังคงเห็นภาพในวันวาน

ล่องลอยอยู่ในห้วงความฝัน

ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่อาจลืมเลือน

ช่างทำใจยากเหลือเกิน…

โลกใบนี้ยังคงหมุนต่อไป

เช้าวันใหม่ย่อมมาถึงอย่างเคย…

 

จะหยุดอยู่ที่เดิมไม่ได้อีก

ต้องลุกขึ้นเดินต่อไปห้ามหยุดแม้จะเหนื่อยล้า

ยังมีคนอีกมากมายที่ผูกพันชีวิตไว้ด้วยกัน

ใต้ผืนฟ้านี้….

Chapter 14

The Sun

                ยามเช้าบนเกาะฮ่องกงนั้นได้มาถึงอีกคราหนึ่ง…  เวลาของการทำภารกิจในวันสุดท้าย..  ที่คงไม่มีภารกิจอะไรให้ทำอีกนอกจากเก็บเกี่ยวเอาความทรงจำที่ดีเอาไว้ให้มากมายกว่าความทรงจำในค่ำคืนที่ผ่านพ้นมา…   ดวงเนตรกลมโตปรือเปิดขึ้นต้องแสงแดดจากม่านของโรงแรม..  ยามเมื่อสายตาปรับสภาพเข้ากับแสงได้จึงมองเห็นภาพใบหน้าของผู้ที่นอนอยู่ข้างกายได้อย่างชัดเจน..   ตนเองหลับไปเมื่อใดก็มิอาจรับรู้ได้..  สายหมอกคงเป็นคนพากลับมานอนที่เตียงนี้ล่ะมั้งนะ…

 

 

‘เรื่องเมื่อวาน…. มันผ่านเลยไปแล้วงั้นเหรอ…’  ห้วงคิดยังคงกังวลในเรื่องของวันวาน…  เขาจะโทรรายงานสถานการณ์ให้กับอาจารย์อย่างไรดี  ช่างยากเย็น….

 

‘ปวดตาชะมัดเลย….’  เนตรสีทรายจดจ้องมองภาพใบหน้าคม.. มีร่องรอยแผลที่เกิดจากการโดนความร้อนกัดผิว..  เขาต้องโดนชดเชยความผิดอีกเยอะแน่ๆ…  แต่ว่าวันนี้น่ะ…. วันนี้คือ…..

 

“วันสุดท้ายที่จะได้อยู่กับนายแล้วสินะ…”  เสียงใสเปล่งแผ่วเบาไม่ต้องการให้ชายหนุ่มเกศาไพลินตื่นจากการหลับใหล …  ได้อยู่ด้วยกันก่อนกลับไปยังแผ่นดินอิตาลีนั้น…

 

กลับไปครั้งนี้แล้วไม่นานเขาก็จะย้ายไปอยู่ฐานลับที่ญี่ปุ่น ในตอนนั้นสายหมอกจะติดตามตนกลับไปด้วยหรือไม่เขาก็มิอาจล่วงรู้ได้  คงได้เจอกันในสภาพของมายาอีก…  “ถ้าออกจากวินดีเช่ได้เร็วๆก็ดีสิ…”

 

 

คนสำคัญกำลังจะหายไปอีกคนแล้ว… แม้ไม่ใช่ตลอดไป..  แต่มันยาวนานนัก….  มือเรียวยื่นไปจับมือแกร่งและใหญ่นั่น  ลองเทียบฝ่ามือดูแล้วเป็นมือที่ใหญ่กว่าของเขาเสียจริงนะ..  มือนี้ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะคอยต่อสู้ ดูแล และตามใจ…  มากเกินไปจนเขาเผลอทำตัวปวกเปียกสบายใจ…

 

 

“แต่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ… ที่จะทำตัวแบบนี้…”  กอบกุมมือของผู้หลับใหลเอาไว้..  มั่นใจว่าอีกฝ่ายคงนิทรายาวนานอย่างที่ผ่านๆมา..

 

 

สิ่งที่เขาจะทำเป็นอย่างแรกหลังจากกลับไป…  คือจัดการเรื่องของวองโกเล่ริงให้เรียบร้อย  จากนั้นก็เตรียมการเพื่อดำเนินการเปิดศึกกันจริงเสียที..  นภาสีขาวแสนชั่วร้าย.. จะไม่มีวันอภัยให้อย่างเด็ดขาด…  หากพรากคนสำคัญของเขาหรือคนสำคัญของใครไปอีก… เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะ….

 

 

ไม่อยากเห็นคนสำคัญหายไปอีก

ไม่อยากเสียความสุขไปอีกครา

 

 

“ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะครับ ไม่สมเป็นคนตะกละอย่างคุณเลย”  เสียงทุ้มเรียกสติของสึนะที่เหม่อลอยไปไกลกลับคืนมา   เนตรสองสีจดจ้องมาที่เนตรของตน…

 

“อ่าว.. ตื่นอยู่หรอกเหรอ  น่าจะบอกตั้งแต่แรก”  ใบหน้าอ่อนวัยยิ้มจางๆ..  ดวงเนตรยังมีรอยบวมจากการร้องไห้หนักอยู่อย่างเห็นได้ชัด

 

โรคุโด มุคุโร่มองนิ่งงัน…  มองทะลุไปถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าของคนที่พยายามฝืนยิ้มออกมา นภาน่ะหลบซ่อนความรู้สึกเอาไว้ช่างไม่เป็นธรรมชาติเสียเลย  “ออกไปเที่ยวกันเถอะครับ  คุณน่าจะอยากไปเที่ยว”

 

คิ้วเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจนัก  “นี่นายชวนเดทเหรอนั่น?”   เป็นคำพูดที่น่าประหลาดใจในรอบหลายเดือนเลยทีเดียว…

 

“จะว่างั้นก็ได้ครับ  ตามใจคุณ”   นภาค่อยๆหยักยิ้มให้กับผู้เอ่ยชวน…  คงเป็นห่วงเขาสินะ…  แม้ใจนึงจะไม่มีอารมณ์เที่ยวหรือทำอะไร แต่เขาต้องเดินต่อไป…

 

“ในเมื่อเป็นเดท นายต้องจ่ายทุกอย่างที่ฉันอยากทำนะ”  เอ่ยพลางยิ้มแย้มแจ่มใส  ชายหนุ่มสดับฟังแล้วผ่อนลมหายใจออกมาน้อยๆ  ค่าอาหารสินะครับ…

 

“จ่ายครับ งั้นคุณไปอาบน้ำได้แล้ว”  ร่างสูงเกศาไพลินหยัดกายขึ้นนั่งและดึงเอาเจ้าปลาทูน่าที่นอนแหมะไม่ยอมลุกให้นั่งขึ้นตาม

 

“รู้แล้วน่า~” เอ่ยเสียงใสเสียจนมองออกว่าพยายามกลบเกลื่อน.. รีบลุกเดินไปหยิบผ้าขนหนูตรงเข้าห้องน้ำไป…จนกระทั่งลับสายตาของสายหมอก   ใบหน้าเศร้าสร้อยจึงกลับมาอีกครั้ง…

 

“ทำใจลำบากจริงๆนะ….”   เมื่อวานต้องจากลากับคนหนึ่ง… วันนี้ก็ต้องจากลากับอีกคนหนึ่งที่สำคัญ….   แม้จริงๆแล้วคือการลาในวันรุ่งขึ้นเมื่อเดินทางกลับแผ่นดินอิตาลีก็ตามที…

 

 

คนหนึ่งจากลากันไปแล้ว

มิอาจรู้ว่ายังคงมีชีวิตอยู่รึเปล่า…

 

แต่อีกคนจากลากันไปแล้ว

รู้ดีว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่ยากที่จะเจอกัน…

อย่างหลัง… ถือว่าโชคดีแล้วสินะ…

ที่ยังไงก็จะได้เจอสายหมอก…

                บอสวองโกเล่ก้าวเข้าห้องน้ำไป ชายหนุ่มในห้องเหลือเพียงลำพังจึงหยิบเอาโทรศัพท์มือถือต่อสายกลับไปยังคฤหาสน์วองโกเล่ ณ อิตาลี   เสียงโทรศัพท์รับขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของคนที่น่าจะรู้ได้ว่าใครเอ่ยรัวไม่เป็นภาษาด้วยความเป็นห่วงใครบางคน

 

 

“รุ่นที่สิบครับ~~! เป็นอะไรรึเปล่าครับ หายไปโทรมาเลย ทานข้าวครบมื้อมั้ยครับ เรื่องที่ฮ่องกงเป็นยังไงบ้าง เจ้ามุคุโร่มันแกล้งรุ่นที่สิบมั้ยครับ??”    ถามรัวมาเสียจนน่ากระโดดถีบ…

 

“ไม่ใช่สึนะโยชิคุงครับ  ผมจะโทรมารายงานอัลโกบาเรโน่ตามที่บอกเอาไว้”  เสียงถอนหายใจอย่างเซ็งๆของวายุๆได้ยินชัดราวกับจงใจให้สายหมอกได้ยิน  หมอน้อยที่น่ารักของบอสมาเฟียวองโกเล่ยังคงไม่เชื่องกับคนรักของเจ้านายอยู่ดี(?)

 

โทรศัพท์ปลายสายเปลี่ยนมาเป็นคนที่ต้องการจะสนทนาด้วย  “ว่าไง?  เจ้าโกคุเดระมันเดินเซ็งไปแล้ว”  น้ำเสียงที่เขาพอจะจับความผิดปกติได้…

 

“เรื่องหนอนในฮ่องกงจัดการเรียบร้อยแล้วครับ”  รายงานไปตามความเป็นจริง.. หากแต่ไม่เอ่ยถึงนามของคนๆนั้น

 

“เห็นข่าวไฟไหม้แล้ว  มาจากพวกแกน่ะสิ..  เจ้าสึนะสภาพตอนนี้มันเป็นไง?”  อาจารย์จอมโหดถามทุกข์สุขของลูกศิษย์ทันที.. พอจะเดาได้ว่าจะต้องร้องไห้ฟูมฟายและเซื่องซึมไป…

 

แต่มันผิดไปจากที่คิดเมื่อได้ฟังคำตอบของผู้พิทักษ์  “เมื่อคืนก็ร้องไห้ซะหมดสภาพ  แต่เขาเข้มแข็งขึ้นมากล่ะครับ  แม้จะฝืนไปบ้าง เห็นความเปลี่ยนแปลง”  อาจเพราะนภาเข้าใจดีว่าเจตนารมณ์ที่ชายคนนั้นฝากฝังและต้องการให้เป็นเป็นอย่างไร…

 

“แล้วอีกฝ่ายเป็นยังไงบ้างล่ะ”  คำถามจากโทรศัพท์นั้น.. สร้างประกายนิ่งงันบนสีหน้าของสายหมอก  คำถามที่ไม่รู้จะหาคำตอบอย่างไร

 

“ในมุมมองของผม ผมคิดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่อยากฟันธงหรอกครับ”   หากนภาอยากจะคิดว่าในแง่ไหน.. เขาก็คงต้องคล้อยตามไปเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจในช่วงขณะหนึ่ง..

 

“ดี… เสร็จภารกิจตามกำหนดการก็ดีแล้ว มันกลับมาคราวนี้ ต้องเตรียมรับศึกด้วยตัวของมันเอง”   คำพูดของนักฆ่าจอมโหดอย่างอัลโกบาเรโน่รีบอร์นชวนให้มุคุโร่แปลกใจนัก

 

“คึหึหึ  พูดอย่างกับจากนี้คุณจะไปไหนซักแห่ง”  ไร้คำตอบจากฝ่ายตรงข้าม… งั้นเขาก็พอจะเดาเหตุการณ์หลากหลายอย่างได้แล้ว….

 

 

ถึงเวลาที่นภาจะต้องก้าวไปด้วยตัวเอง

โดยนำสรรพสิ่งทั้ง 6 ด้วยกำลังและความสามารถในฐานะผู้นำอย่างแท้จริง…

 

 

                แผนการของมิลฟิโอเร่ยังไม่จบสิ้นลงเพียงแค่นี้…  นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของไฟสงครามที่แท้จริงระหว่างวองโกเล่และกองทัพมวลดอกไม้..   ความสงบจะคงอยู่ในอีกไม่นานก่อนการโหมโรงของบางสิ่งเพื่อนำไปสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง…

 

 

“แล้วตัวแกคิดจะทำอะไรต่อไป หลังจากกลับวินดีเช่”   รีบอร์นเอยถามขึ้นปานดักทางบางอย่าง..   ริมฝีปากคมค่อยๆคลี่ยิ้มที่มุมปาก

 

“ผมก็มีเรื่องที่ผมอยากทำครับ  ที่ไม่เกี่ยวกับคนอื่น”  อย่างเช่นการแหกคุกหรืออะไรแบบนั้น…

 

เสียงหัวเราะแผ่วดังมาจากอีกฝั่งหนึ่งของโทรศัพท์  “เข้าใจล่ะ อยากทำอะไรก็ทำไป”  ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว… ไม่มีอะไรให้เสียไปมากกว่านี้…

 

“สึนะโยชิคุงจะออกมาแล้ว  ผมรายงานแค่นี้คงพอนะครับ”  กดวางยาโทรศัพท์ไปเมื่อเห็นประตูห้องน้ำเปิดออกอย่างเชื่องช้า..  สายตาของบอสวองโกเล่มองมาอย่างสงสัย

 

“ทำไมต้องวางโทรศัพท์ล่ะนั่น  กลัวฉันได้ยินอะไรเข้ารึไงกัน”  สึนะโยชิเดินเช็ดผมพลางเดินหาเสื้อผ้าเปลี่ยน..  อย่างน้อยๆก็มีชุดลำลองไว้เปลี่ยนหนึ่งตัวล่ะนะ..  ให้เข้ากับบรรยากาศการท่องเที่ยว…

 

“เปล่านี่ครับ เพราะอีกฝ่ายวางไปแล้ว จะให้ผมคุยกับเสียงสัญญาณ?”  เจ้าของเนตรสองสีมองมาอย่างเจ้าเล่ห์และเอ่ยตอกกลับมาอย่างน่าขัน แต่บอสวองโกเล่คิ้วขมวด

 

“งั้นก็ไปอาบน้ำเหอะ”  ปัดมือไล่ผู้พิทักษ์จอมหลอกลวงให้เข้าห้องน้ำไปเสียที เขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้า!! จ้องอะไรอยู่ได้เนี่ย!!

 

“วันนี้ผมเลี้ยงของที่คุณต้องการ  คุณก็ต้องทำตามที่ผมต้องการด้วยนะครับ  คุณทำผมไว้หลายเรื่อง”   จนทั้งร่างของเจ้าปลาบอสลุกชันกันขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง  และแล้วคำนี้ก็มาถึงจนได้!!

 

“ระ..รู้แล้วๆๆๆ  อย่าโกงกันก็แล้วกัน….”   คิดแล้วเสียงก็แผ่วลงทันตาเห็น  เขาจะรู้ได้อย่างไรว่ามุคุโร่พอใจแค่ไหน  โกงไปแค่นั้น… โดนเอาคืนมากกว่าที่ให้เลี้ยงแน่ๆ

 

“คึหึหึ”  เสียงหัวเราะอันน่ารังเกียจยามต่อรองบางอย่าง…  ทบต้นทบดอกแน่เลยเรา…

 

“งั้นนายต้องใส่ชุดที่ฉันซื้อให้เมื่อคราวที่แล้วนะ”   ปลาทูน่าได้ใจหยิบเอาชุดโค้ทสีเขียวอ่อน กางเกงขายาวสีขาว และบูทยาวออกมาจากกระเป๋าเดินทาง…  มันกลับมาอีกแล้วสินะชุดนี้….

 

“ครับๆ ผมเข้าใจแล้ว   ผมจะเพิ่มเรื่องนี้เข้าไปในหนี้ของคุณด้วย”  ว่าพลางก้าวเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระกาย  สึนะคุงนึกอยากกลืนคำพูดตัวเองเสียจริงๆ  พลาดอีกแล้ว!!

 

โวยวายแบบเงียบๆมระยะหนึ่งแล้วกลับมาทำตัวตามปกติ ถอนหายใจยาว..  “เอาเหอะๆ”   มองชุดในมือของตัวเองพลางยิ้ม…   จดจำและสร้างความทรงจำ ณ เกาะแห่งนี้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง..   ดั่งเช่นตะวันที่ขึ้นมาในเช้าวันใหม่…

 

 

ไม่มีอะไรน่ากลัว ไม่มีอะไรต้องกังวล…

หากเชื่อมั่นว่าจะผ่านพ้นไปได้…

 

แต่ตัวเขาจะทำอะไรได้บ้างนะ….

                สองร่างในชุดลำลองเดินไปตามท้องถนน.. เพื่อหวนกลับไปสู่ความทรงจำที่เคยมาเยือนฮ่องกงด้วยกันนั้น  ถนนในย่าน Central อันเป็นส่วนกลางนั้นเต็มไปด้วยความทรงจำ..  มานึกดูแล้วไม่ได้เที่ยวอะไรมากมายไปมากกว่านี้เพราะติดภารกิจในการมาทั้งสองครั้ง..  สึนะโยชิคุงเดินไปพลางถือเครปทานไปและคิดไป  ว่าตัวเองจะไปไหนดีก่อนบึ่งตรงไปหาแผนที่สำหรับนักท่องเที่ยว

 

 

“ ไหนๆวันนี้ก็เป็นเดทแล้ว หาอะไรที่เหมาะไปกันเถอะ”  มือเรียวเปิดหาสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆบนเกาะแห่งนี้ เห็นหลายที่แล้วนึกเสียดายที่ไมได้ไป.. ยังไม่ได้นั่งเรือสำเภาเลย ฮือ… แต่ขากลับมีเมฆาด้วยเพราะงั้นปิดโครงการ…

 

เนตรสองสีเมียงมองใบหน้าละอ่อน   “ไปนั่งเรือสำเภามั้ยล่ะครับ  ถ้าคุณคิดจะไปเดทที่ดิสนีย์แลนด์ผมไม่มีทางไปกับคุณแน่ๆ”   สังเกตเห็นมือนั่นเปิดค้างไว้ที่หน้าบอกรายละเอียดของดิสนีย์แลนด์ สายหมอกต้องรีบคัดค้าน

 

“อะไรกันน่ะ… เรือสำเภาก็อยากนั่งนะ  แต่ดิสนีย์แลนด์มันก็น่าไปนี่”  ญี่ปุ่นก็มีแล้วทำไมไม่ไปเล่าเจ้าปลาน้อย….

 

“คุณเป็นเด็กสิบขวบเหรอครับ”  ลูกศรดอกที่หนึ่งพุ่งเข้ามาปักกลางใจของคนโตแต่ตัว อ่อก…  อย่าว่าแต่ไปเหยียบเลยชวนคนตรงหน้าไปนี่คงชาติหน้า…

 

“นายไม่ชอบสวนสนุกสินะ…..”   มองไปพลางคิดไปพลางจากความเสียหายจากเมื่อครู่  อาจจะ… ไม่ได้เที่ยวเหมือนคนทั่วไป…

 

“คึหึหึ.. คุณคิดว่าพวกเราอายุเท่าไหรกันแล้วครับ”   ลูกธนุคำพูดสร้างความเสียหายดอกที่สอง จะบ้าตาย…

 

“ไหนบอกว่าเป็นเดทแล้วจะจ่ายทุกอย่างที่อยากทำไง…”   นภาคอตกหูลู่ลงมาราวกับเป็นแฮมสเตอร์น้อย  ท่าทางแบบนั้นไม่ได้เรียกความเห็นใจจากคนมาด้วยเลย

 

“ใช่ครับ ผมบอกแบบนั้น ยกเว้นดิสนีย์แลนด์ครับ”   ตอบมาพลางยิ้มที่มุมปาก ปัดโธ่!!  อุตส่าห์คิดว่าจะแกล้งให้ใส่หูมิกกี้เม้าส์ซะหน่อย!!

 

“โอเคๆ… ฉันยอมแพ้แล้ว  ไปท่าเรือกันเถอะ..”  หยิบเอาแผนที่ติดไม้ติดมือใส่กระเป๋าไปด้วย   นั่งเรือชมวิวคงใช้เวลาไม่นาน  ยังไงเขาก็ต้องไปดิสนีย์แลนด์ให้ได้!!

 

โรคุโด มุคุโร่มองสึนะโยชิราวกับรู้ทันเพียงแค่ไม่พูดออกมา  อยากย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กหรือไงกัน….  “งั้นไปกันได้แล้วครับ เสียเวลา”   มือแกร่งคว้าเอามือเรียวนั่นพาจูงเดินไป..  ถ้าเป็นเมื่อก่อนพวกเราคงเดินห่างกันบนเกาะแห่งนี้…

 

ดวงเนตรมองแผ่นหลังกว้างนั้นระหว่างเดินตาม..   ลอบยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน..   สำหรับเขาแล้วสายหมอกอันเลือนรางนั้นไม่ใช่ความมืดหรอกนะ..   มีตัวตนอยู่เสมอท่ามกลางแสงสว่าง…  จะไปไหนก็ได้ทั้งนั้นเพราะพวกเราไม่มีโอกาสได้ไปไหนด้วยกันบ่อยนักหรอก… จนกว่าสัญญาจะเป็นจริง….

 

 

วันที่กลับมาอยู่ใต้ผืนฟ้าเดียวกันด้วยร่างจริง

สายหมอกของฉัน…

                ท่าเรือStar Ferry เป็นจุดนั่งเรือของนักท่องเที่ยวทั้งใช้นั่งเรือข้ามฝั่ง และนั่งเรือชมวิวด้วยเรือสำเภาลำใหญ่อายุกว่า 150ปีที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้ชมทิวทัศน์ของอ่าววิคตอเรีย   ดวงเนตรสีน้ำตาลไหม้กลมโตมองซ้ายและขวา มีคนมารอคิวเต็มไปหมด ดูเหมือนจะต้องลงทะเบียนจองเอาไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว  แต่พวกเขาไมได้ทำอะไรเลยจะไปได้หรือเนี่ย.. หรืออำนาจมืด…

 

 

“มันต้องจองล่วงหน้าไม่ใช่เหรอมุคุโร่?”  เสียงใสเปล่งถามอย่างสงสัยว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร..

 

“เดี๋ยวก็รู้ครับ”  ตอบเพียงแค่นั้นแล้วจึงเดินหายไป  เมื่อชายหนุ่มเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่สาว เพียงไม่นานก็มีตั๋วกลับมาสองใบ…. หา!!!???

 

“นายทำได้ไงน่ะ!!”   เจ้าปลาน้อยเริ่มสงสัยว่าใช้วิธีไม่ค่อยจะสะอาด…

 

“คึหึหึ… ไม่ยากหรอกครับ  คุณอย่ารู้ดีกว่า”   สายหมอกจอมเจ้าเล่ห์พาร่างโปร่งบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ไปเตรียมขึ้นเรือสำเภท มึนและงง..  หันไปมองเจ้าหน้าที่สาวคนเมื่อครู่ อาจจะเป็นหว่านเสน่ห์…?

 

 

อ๋อ ใช่ซี่!!!  พนักงานบริการทุกคนบนโลก

มักเป็นแบบนี้นี่แหละ!!

                นึกถึงเหล่าแอร์โฮสเตสที่มักมองข้ามเขาเป็นประจำแล้วมันแค้น …   ร่างเล็กกว่านั่งบ่นมุบมิบระหว่างนั่งรอรอบเรือตอน 10 โมงจนน่าสงสัยว่าพึมพำบ่นอะไรนักหนา  เจ้าของเกศาสีไพลินหันมองพลางถอนหายใจในท่าทีแบบนั้น  แผลใจเรื่องพนักงานบริการ(?)

 

 

“ไปขึ้นเรือกันเถอะครับ  จะได้หาจุดดีๆหน่อย”  ที่คนไม่เยอะเกินไปและมองเห็นวิวได้ชัดเจน…   มือแกร่งฉุดดึงสึนะที่มัวแต่บ่นขึ้นเรือไป  การขโมยคิวของชาวบ้านเยี่ยงผู้มีอิทธิพลนี่มัน….

 

“เอาเหอะๆ…..”   ยอมรับความพ่ายแพ้…  อย่างน้อยๆนี่ก็มาเดทกันเขาก็ควรตามใจคนจ่าย  เพราะเขารับปากไปแล้วว่าจะทำทุกอย่างที่สายหมอกอยากทำเช่นกัน…

 

 

บนเรือสำเภาเก่าแก่โครงสร้างยังคงเป็นไม้เสียส่วนมาก  บอสวองโกเล่มองแล้วนึกกลัวว่ามันจะรั่วมันจะจมรึเปล่า…   ตัวเรือค่อยๆกางใบเรือแล้วออกจากท่าไปอย่างเชื่องช้า..  เนตรกลมมองออกไปยังอ่าวกว้าง…  นึกถึงภาพวิวที่เคยเห็นบนจุดชมวิวเมื่อมาคราวก่อน แต่คราวนี้ต่างออกไป….

 

 

“อย่างคุณนี่ถ้าเรือล่มคงเอาตัวรอดได้ดีนะครับ”  ชายหนุ่มจอมกัดเริ่มกัดนภาด้วยความหมายเรื่องชือ่เล่นของเจ้าตัวอีกจนได้…  คิ้วเรียวขมวดขวาง..

 

“ฉันไม่ใช่ปลาทูน่าซะหน่อย…  พ่อแม่ไม่น่าตั้งชื่อแบบนี้เลย…”  สลดไปหลายรอบเมื่อชื่อที่เคยสงบสุขมานาน โดยแผลงเป็นทูน่าไปซะแล้ว….

 

ใบหน้าอ่อนวัยมองวิวไปได้ระยะหนึ่งพลางหันมามองหน้าของผู้พิทักษ์พ่วงตำแหน่งอื่น  “เมื่อกี้นี้น่ะ   นายไปแย่งคิวคนอื่นมาใช่มั้ยล่ะ  มันไม่ดีนะนั่น”  ใช้วิธีการแกมโกงสุดๆเลยด้วย….

 

“ไม่งั้นก็มาเสียเวลาเปล่าสิครับ”  จากที่เดินอยู่ก่อนหน้ามาถึงที่นี่ มันไกลหรอกนะ….

 

“ยังไงมันก็แปลกๆอยู่ดีล่ะ  สองที่นั่งที่ไปยึดมา คนโดนแย่งก็ต้องรอไปอีกนานเลยนะ”   เห็นใจกระทั่งคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน..  อ่อนโยนเสียจริงๆ…

 

“รู้จักคำว่า noble oblige รึเปล่าครับ?”   คำพูดของสายหมอกผู้หลักแหล่มเรียกให้เครื่องหมายคำถามพากันวนเวียนในสมองและรอบตัวของนภา…

 

“อะไรล่ะนั่น?”  ตากลมโตทอประกายสงสัยจริงจัง  จะปล่อยให้สงสัยคิดไปอีกวันก็คงช้าเกินไป..   สายหมอกจับมือนภาพลางยกขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา… เป็นการสอนที่แฝงความนัยถึงหลายๆสิ่งเอาไว้…

 

“มีอำนาจ มีกำลัง มีชื่อเสียง แต่ไม่ใช้ มันเป็นบาปน่ะครับ”   สึนะโยชิคุงทำหน้าเหวอๆ..  มันดูมีความหมายดีหรอกนะ แต่กับกรณีนี้นี่…

 

“มันใช้กับเรื่องโกงๆได้ยังไงเล่า~!!”   เสียงใสโต้เถียงไม่เห็นด้วย  เรียกเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอของสายหมอก ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันมองวิวทิวทัศน์ของเมืองและอ่าวต่อไป….

 

 

กระนั้นแล้วคนถูกสอนมองกรอบใบหน้าด้านข้างของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นอาชญากรนิ่งงัน….   ราวกับรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายพยายามจะสอนและบอกอะไรแก่ตัวเขา…  เขาจะจดจำสิ่งที่สายหมอกได้บอกเอาไว้ก็แล้วกัน… เขามีสิ่งหล่านั้นอยู่.. แต่มิ่คดจะใช้มัน… ทำในสิ่งที่ทำได้.. ถ้ามีโอกาสได้ทำไม่ปล่อยมันไป….

 

 

“ฉันจะทุ่มสุดกำลังทำทุกอย่างที่ฉันจะทำได้ล่ะนะ”  ไม่ให้มีการจากลาเกิดขึ้นอีก…   มือเรียวยันร่างของตนให้ยกขึ้นในระดับใกล้เคียงกับสายหมอกและค่อยๆแนบริมฝีปากที่กรอบใบหน้าคมนั้นแผ่วเบาจนกระทั่งมุคุโร่ต้องตวัดมองอย่างตกใจ

 

“เล่นอะไรน่ะครับ”  ในช่วงครู่หนึ่งเขามองเห็นว่าสีหน้านั้นมีสีเลือดฝาดขึ้นมารึเปล่านะ…  เพ่งมองให้ชัดเจน หากแต่ชายหนุ่มตวัดใบหน้าหนีไป   เสียงใสพลันหัวเราะร่า

 

“ฮ่ะๆๆ  ไม่น่าเชื่อว่านายจะตกใจนะเนี่ย”   แบบนี้เรียกว่าถ้าแกล้งได้ก็ควรจะแกล้งรึเปล่านะ… ภาพที่ไม่ได้เห็นง่ายๆ

 

“คุณนั่นล่ะครับเล่นอะไรเป็นเด็ก”  หันใบหน้ากลับมาหลังเปลี่ยนสีหน้ากลับมาปกติดังเดิม  สึนะโยชิเมียงมองใบหน้านั้นพลางยิ้มแป้น

 

“แล้วนายจะตกใจกับการแกล้งแบบเด็กๆทำไมล่ะ ฮ่ะๆๆ”  เขารู้สึกมีความสุข… กับช่วงเวลาแบบนี้…  แม้มิอาจลืมเรื่องเลวร้ายเมื่อวานได้ก็ตาม…

 

แต่ไม่จำเป็นต้องจมอยู่ในความทุกข์ใช่มั้ย….

                “มองจากที่สูงก็สวยไปแบบนึง มองจากเรือก็อีกแบบนึง คราวหน้าถ้ามาอีกจะทำอะไรอีกดีล่ะ”   เนตรกลมโตมองออกไปภายนอกเรืออีกครั้งหนึ่ง…  แสงอาทิตย์ต้องธารน้ำเป็นประกายระยิบระยับของยามเช้า…

 

“อย่างคุณนี่ คงต้องเปลี่ยนเป็นทัวน์บริโภคแล้วล่ะมั้งครับ”  สายหมอกนั่งไขว้ห้างท้าวคางมองหน้าคนเห็นแก่กินอย่างบอสวองโกเล่ ว่ากันแบบนี้ได้ไงเนี่ย!!

 

“แบบนั้นมันฮารุแล้ว….”    นึกย้อนความไปแล้วก็สงสัยในกระเพาะของเหล่าสาวน้อย….

 

“จะเที่ยงแล้วนะครับ  ลงเรือแล้วก็คงเวลาอาหารของคุณพอดี”   รายงานกำหนดการเวลาราวกับเป็นพ่อบ้านส่วนตัว  สึนะโยชิคุงหูผึ่งเมื่อได้ฟังว่าเที่ยงแล้ว

 

“นายเลี้ยงข้าวนะ รับปากไว้แล้วนี่”  หัวเราะแผ่วเบาอย่างเจ้าเล่ห์ จะฟาดมื้อใหญ่ให้สนุกเลยเชียว..  กระนั้นแล้วสีหน้ากลับสลดลงเมื่อนึกถึงภัตตาคาร…

 

มุคุโร่สังเกตเห็นท่าทางแบบนั้นพอจะเดาความคิดได้ง่ายๆ  คนอย่างนภาไม่มีทางลืมเรื่องการสูญเสียไปได้ในเวลาเพียงวันเดียว เพียงแค่พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองอยู่ก็เท่านั้น   “จากท่าเรือมีร้านอาหารอยู่ครับ ในแผนที่ของคุณเขียนเอาไว้”   ตามใจจอมตะกละซักวัน…

 

“เห… ไม่ได้สังเกตเลยแฮะ   นี่นายมองชื่อร้านอาหารก่อนฉันเหรอเนี่ย”   ร่างบางมองใบหน้าคมอย่างไม่เชื่อสายตา..  มองไม่ออกเหรอว่ากำลังเอาใจอยู่เนี่ย…

 

“เผื่อคุณหิวขึ้นมาจะได้ไม่งอแงกลางทางน่ะสิครับ”  ปึด….  เส้นอารมณ์ของทูน่าตึงเปรี๊ยะขึ้นมากะทันหัน  เขาโดนว่าในเชิงว่าเป็นเด็กมากี่รอบแล้วเนี่ย~~!

 

“ระวังกระเป๋าเงินของนายไว้ให้ดีเถอะ!!!”   สิ้นคำก็มีเพียงเสียงหัวเราะน่าสงสัยของสายหมอกมาเป็นระยะๆ…  นี่เขาลืมอะไรไปรึเปล่าเนี่ย….

 

 

งบที่ใช้ในการทำภารกิจมาจากเงินของวองโกเล่

บัตรเครดิตก็หักจากเงินกลางของวองโกเล่นั่นเอง…

                คู่รักคู่บอสและผู้พิทักษ์ลงจากเรือมาถึงฝั่งก็มองหาร้านอาหารในทันที  ร้านอาหารที่ชายหนุ่มบอกนั้นอยู่ไม่ห่างจากท่าเรืออย่างที่คิด  ดูเหมือนจะเป็นร้านดังที่มีชื่อเสียง มีคนแน่นขนัดเมื่อได้เวลาอาหารมื้อเที่ยงของคนทั่วไป  เห็นปู กุ้ง หูฉลาม ปลาที่หน้าร้านแล้วน้ำลายสอ.. มีเป็ดปักกิ่งด้วยล่ะ…

 

 

“มื้อเที่ยง อย่ากินให้มันเยอะครับ”  เตือนบอสทูน่าที่น่ากลัวว่าจะกลายเป็นโลมาด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย   คำว่าเดทกำลังจะแปรสภาพเป็นอื่นไปแล้ว…

 

โดนดักทางเข้าจึงต้องเปลี่ยนแผนไปถล่มมื้อเย็นแทน…   “บะหมี่กับเต้าฮวยน่ากินนะ  กินแบบจานเดียวก็ได้..”  ยอมแพ้จริงๆ…

 

 

ก้าวเข้าไปในร้านสไตล์จีนโบราณ  คนทั้งสองมองหาที่นั่งและสั่งอาหารไป   คงเพราะเป็นร้านอาหารดังจึงมีกุ๊กจำนวนมาก  นั่งรอไม่นานก็ได้กับข้าวมาอย่างรวดเร็วสมแล้วที่เป็นต้นตำรับของอาหาร  บนโต๊ะประกอบไปด้วยบะหมี่สองชาม เกี๊ยวซ่า เต้าฮวยในถังไม้เล็กๆ แล้วไหนจะมีติ๋มซำอีก…  ก็เยอะอยู่ดีนั่นล่ะ…

 

 

“ตะกละซะจริงๆนะครับ”  สายหมอกทานเพียงแค่จานเดียวที่เหลือเป็นของนภาหมด… กะว่าจะไม่บ่นแล้วก็อดไม่ได้

 

“ก็ฉันไม่ได้จ่ายเองนี่~”  ดูเหมือนสึนะคุงผู้เริงร่าจะลืมไปแล้วว่าโรคุโด มุคุโร่ใช้เงินไปเท่าไหรก็มาจากเงินของเขาทั้งนั้นล่ะ.. เพราะมันคือเงินของวองโกเล่

 

“คึหึหึ”  เสียงหัวเราะอันน่าสงสัยก่อนที่เจ้าของเนตรสองสีจะลงมือทานอาหารมันช่างน่าสงสัยเสียจริง…  แต่ทูน่าบอสก็ยังไม่รู้เรื่องอยู่ดี

 

“เต้าฮวยนี่อร่อยนะนี่”  ตักเอาเต้าฮวยเข้าปากแล้วลิ้มรส  การกินของหวานสลับของคาวของร่างบางทำให้คนมองปวดหัวน้อยๆ   ไม่ทันไรก็มีช้อนตัดของหวานนั่นมาหยุดตรงหน้าในระดับริมฝีปากเขา  จะปฏิเสธก็ได้แต่ก็ยอมทานที่นภาป้อนให้อยู่ดี…

 

“ช่วงบ่ายไปไหนกันต่อดีล่ะ”  หนึ่งวันที่ต้องใช้ให้คุ้มค่า.. เมื่อพรุ่งนี้จะมีเวลาอยู่บนเครื่องเสียมากกว่าน่ะ…

 

“คุณอยากไปไหนล่ะครับ”  ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกเปิดโอกาสให้เสนอ  มือเรียวรีบละจากเกี๊ยวซ่าหอมกรุ่นในทันที โอกาสนี้ล่ะ!!

 

“ดิสนีย์แลนด์~!”  ฟังแล้วมุคุโร่ถอนหายใจอย่างหน่ายๆ  คิดอยู่แล้วล่ะว่าจะต้องไม่เลิกคิดง่ายๆ

 

“โอเคครับ  ตามใจคุณก็แล้วกัน คุณก็ต้องตามใจผมด้วย”  ทำอะไรได้ก็ต้องทำให้เต็มที่ ก่อนจะไม่ได้ทำอะไรอีก… ไม่น่าไปสอนเรื่องนี้เลย…

 

“ห้ามกลับคำนะ!!”   ร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ยิ้มแย้มรอยยิ้มแถมฉีกไปถึงหู..  ได้ไปดิสนีย์แลนด์เพื่อย้อนเวลาให้ตัวเอง.. กลับไปยังช่วงเวลาที่ไม่มีเรื่องมาเฟียเกี่ยวข้องแบบนี้ ช่างมีความสุข….

 

 

เอาแต่ใจซักนิดคงไม่เป็นไร…

                ฝั่งโรงแรมที่พักนั้น ห้องหมายเลข 1818 ฮิบาริ เคียวยะตื่นมานั่งทานมื้อเที่ยงของรูมเซอวิสพร้อมกับลูกน้องคนสนิทอย่างคุซาคาเบะและนกน้อยฮิเบิร์ดที่รอดการโดนย่างมาได้อย่างหวุดหวิดเมื่อวาน  เมฆาเพื่อนนางเอกพอจะเดาได้ว่าป่านนี้สองคนในห้องอื่นคงหนีไปเที่ยวกันอย่างสนุกสนานแล้ว

 

 

“คุซะ เอกสารที่ได้มาเมื่อวานนี้ก๊อปปี้เป็นสองชุดซะ”  ฉบับตัวจริงเก็บเอาไว้เอง และอีกชุดหนึ่งส่งไปให้ทางวองโกเล่..   เพิ่มกำลังรบให้มากขึ้นอีก..

 

“ครับ แล้วคุณเคียวจะกลับอิตาลีพร้อมกับซาวาดะรึเปล่าครับ”  ร่างหนาทรงผมรีเจนท์เอ่ยขึ้น  ใบหน้าคมส่ายไปมาเชื่องช้า.. เขามีงานต้องไปทำอีกมาก…

 

“ฉันจะไปอังกฤษ”   การเดินทางเพื่อหาข้อมูลของกล่องและแหวนนั้น.. ยังไม่จบเพียงแค่นี้…

 

“เข้าใจแล้วครับ ผมจะไปเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย”   คุซาคาเบะโค้งให้และนำซองเอกสารสีน้ำตาลไปก๊อปปี้เป็นสองฉบับ  เนตรคมสีดำขลับของฮิบาริเมียงมองออกไปภายนอก…

 

“ต่อไปก็ถึงเวลาของเจ้านั่นแล้ว”  แผนการขั้นที่สอง…  อีกไม่นานคงต้องประชุมใหญ่…  ตามข้อมูลบุคคลที่ควรติดต่อในมิลฟิโอเร่  จะเชื่อได้แค่ไหนก็มิอาจรู้…   อิริเอะ โชอิจิงั้นเหรอ….

 

 

ม่านสงครามยังมิได้เปิดฉาก…

เวลานั้นยังคงไม่มาถึง….

                บอสวองโกเล่มาถึงประตูทางเข้าดิสนีย์แลนด์ซึ่งเต็มไปด้วยครอบครัว นักท่องเที่ยว คู่รัก และเด็กๆ   สายหมอกจดจ้องมองท่าทางอันแสนสดใสนั้นเอาไว้  มือที่คอยกวักเรียกให้เขาเดินเร็วๆ  สายตาที่ปิดบังความดีใจไว้ไม่มิด..   การย้อนเวลาไปหาความสุข…   เพราะนาฬิกาเวลาของพวกเรานั้นกำลังจะหยุดลงแล้ว….  อีกนานจะกลับมาเดินใหม่อีกครั้ง…

 

 

แสงอาทิตย์อันอ่อนโยนยังคงอยู่เหนือตัวเรา

ไม่ว่าเมี่อใดก็ต้องสัมผัสมันได้

.

.

.

TBC……………………………..

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 12/17/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: