RSS

[KHRFic] LOVE Like Noodle!? Zwei (6927) CH2

17 ธ.ค.

Title : LOVE Like Noodle!?  Zwei
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Romance , Comedy(?) , Action(?) , Drama
Rate : NC-17
Pairing : 6927 (100)
Warning :  เหตุการณ์บางส่วนถูกดัดแปลงจากออรินิดหน่อยตามแรงจิ้นของคนเขียน

–          ต่อเนื่องจากภาคแรก

Summary :   ในบะหมี่หนึ่งถ้วย.. ไม่ได้มีแค่บะหมี่ แต่มีลูกชิ้นเป็นอุปสรรคล่อตา..

————————————————————————

 

 

 

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา… หลายสิ่งเริ่มเปลี่ยนแปลง..

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา.. หลายสิ่งดำเนินไป

 

คนเรามิอาจล่วงรู้ว่าจะอนาคตจะเกิดสิ่งใด

คนเรามิอาจล่วงรู้ว่าจะป้องกันมันได้หรือไม่..

ยิ่งใหญ่เทียบเท่าผืนฟ้าเพียงใด

มิอาจล่วงรู้ความเป็นไปของอนาคต

 

แม้นนภาจะแผ่กว้างเบื้องบน ณ ที่แห่งเดิม…

แม้นสายหมอกเฝ้าดูแล ณ ที่แห่งเดิม…

 

รอบกายของทั้งสอง..เวลามิได้หยุดหมุน..

ผู้คนมิได้หยุดเดินตาม…แม้นอยากหยุด..

ความสุขไม่ใช่เรื่องจีรัง…

กว่าพวกเราจะล่วงรู้เรื่องนั้น.. มันสายเกินแก้หรือไม่

Chapter 2

The Magician

 

ภัตตาคารอาหารอิตาเลี่ยนสุดหรู  แขกผู้ยากจะคาเดาความคิด.. ชวนให้มื้ออาหารมือนี้ของวองโกเล่รุ่นที่สิบมีรสชาติกล้ำกลืนไม่อร่อยเอาเสียเลย..   ร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้นั่งนิ่งตักอาหารเข้าปากอย่างเกร็งๆ…   เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยใบหน้าขึ้นมองคนร่วมโต๊ะอีกคนนอกจากยามาโมโตะ ทาเคชิ..   เขารู้สึกได้ว่าตลอดเวลาที่เขาเคลื่อนไหวหรือแม้แต่นั่งนิ่งๆ.. จะมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาตลอดเวลา…

 

 

“อาหารถูกปากมั้ย? สึนะโยชิคุง”  เสียงทุ้มเรียกทักให้เจ้าหัวฟูซึ่งนั่งทานเงียบๆมานานสะดุ้งเฮือก…  ผู้พิทักษ์แห่งสายวรุณอยากช่วยเพื่อน..หากแต่นภาสีขาวนั้นมิได้สนใจจะสนทนากับคนอื่นนอกจากร่างบางเลย..

 

“ครับ มันอร่อยมากเลยครับ”   สึนะผงกหัวน้อยๆเป็นคำตอบ.. หากแต่เจ้าตัวก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมของผู้จับจ้องอย่างเต็มตาเสียที..

 

“นั่งก้มหน้าตลอดแบบนั้น..กลัวฉันเหรอ?”  ไม่น่าถาม!! กลัวสิเฟ้ยเฮ้ย!!  นั่งข้างกันแบบนี้ทานอะไรไม่ลงเลย!!  มันไม่มีรสชาติแม้แต่น้อย!!

 

“สึนะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ฮะๆๆ ต้องขอโทษด้วยนะครับ”  เพื่อนสนิทและมือซ้ายออกโรงช่วยเหลือ  ราวกับว่าเจ้าบอสกลายเป็นคุณหนูไปเสียแล้ว..

 

“พวกเธอทุกคนรู้จักกันมาตั้งแต่ม.ต้นแล้วนี่นะ”   คำพูดสะกดให้ทั้งสองคนซึ่งร่วมโต๊ะอาหารเดียวกันนิ่งอึ้งไป.. รู้ได้อย่างไรกันเรื่อง..  เรื่องที่ไม่ใช่คนในไม่มีทางรู้….

 

 

เรื่องที่บอกว่าไปสืบหาเรื่องส่วนตัว…

ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเสียแล้ว…

 

“คุณเบียคุรันรู้เรื่องของพวกผมดีจังเลยนะครับ”   ได้สดับฟังความน่าสงสัยนั้น  ใบหน้าหวานพลันมีความกล้าเงยขึ้นมองสบเนตรสีม่วงสวยของชายหนุ่ม   รอยยิ้มเจ้เล่ห์ฉาบไปทั่วใบหน้าของชายผมขาว.. ไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีกเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 

“ถ้าบอกว่ารู้มาจากคนรู้จักของเธอ ก็คงได้ล่ะมั้ง”   มือใหญ่หยิบจับแก้วไวน์ยกขึ้นจิบ..  ฟังความเช่นนั้นยิ่งไม่อยากอยู่ร่วมโต๊ะเดียวกันนานไปมองกว่านี้…   คนใกล้ตัว..คนรู้จัก..   ใช้วิธีใดกันที่เข้ามาสืบหาเรื่องของพวกเขาน่ะ

 

“คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่..  คุณต้องการวองโกเล่ริงมากเพียงนั้นเลยเหรอ..”    เนตรสีน้ำตาลไหม้สบมองอย่างจริงจัง..   เป้าหมายของคุณคืออะไรกันแน่นภาสีขาว…  คุณต้องการอะไรจากผมกัน..

 

ร่างสูงเรือนผมสีงาช้างท้าวคางเมียงมองใบหน้าหวานพลางยิ้มด้วยท่าทีเป็นมิตร   “สิ่งซึ่งนำมาสู่อำนาจสูงสุดสามสิ่ง เธอรู้มั้ยว่ามีอะไรบ้าง?”

 

ผู้พิทักษ์ซึ่งนั่งอยู่เคียงใกล้บอสใหญ่แห่งวองโกเล่นั้นรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายมีบรรยากาศกดดันที่ร่างบางไม่ได้ล่วงรู้เลย..  การเล่นตอบคำถามซักไปซักมาและพูดคุยกันต่อไปนั้น..  ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยแม้แต่น้อย..   เนตรคมเหลือบมองเพื่อนสนิทข้างกายอย่างเป็นห่วง…  ‘สึนะ’

 

“ไม่ทราบหรอกครับ.. เพราะผมไม่เคยสนใจเรื่องนั้น…”      สึนะรู้สึกหายใจไม่กลัวท้อง.. รู้สึกอึดอัดไปทั้งร่างกายและสมอง..    ชายหนุ่มผู้ดูไม่มีพิษภัยตรงหน้าเขา… ไม่มีพิษภัย.. และเป็นสีขาวจริงๆเหรอ…

 

“สองสิ่งคือแหวน…  และสามคือจุกนม”   เนตรสีน้ำตาลเบิกกว้างเช่นเดียวกับผู้ติดตามซึ่งตกใจไม่แพ้กัน..

 

 

มาเร่ริงของจิสโรเนโรแฟมิลี่

วองโกเล่ริงของวองโกเล่แฟมิลี่

และจุกนมทั้ง 7 ของอัลโกบาเรโน่.. ทารกต้องสาป…

 

“พวกคุณต้องการจะทำอะไรกันแน่….”   สองมือเรียวนั้นกำแน่นวางลงบนหน้าตักตน   จะทำอะไรในวงการนี้กัน…

 

“จุดสูงสุดของอำนาจนั้น.. คนเป็นบอสหรือผู้นำคนอย่างเธอน่าจะเข้าใจมิใช่เหรอ   เอกนภาแห่งวองโกเล่”    มันคงมิใช่การกระชับมิตรแต่อย่างใด…   ยิ่งพูดคุยกันมากกว่านี้ยิ่งรู้สึกย่ำแย่..

 

“ผมไม่มีความทะเยอทะยานแบบนั้นหรอกครับ  ผมแค่ต้องการให้เพื่อนพ้องของผมอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”  แนวทางและเส้นทางซึ่งแตกต่างกันนั้น… คงไม่มีวันบรรจบเป็นมิตรได้กระมัง…

 

“ความสุข…  ในชุดยืนของเธอตอนนี้ คิดว่าจะมีจุดจบที่แสนสุขตลอดไปงั้นเหรอ?”    เนตรสีน้ำตาลไหม้เบิกกว้างอย่างตกตะลึงในคำพูดนั้น…

 

“มาเฟียคร่าชีวิตผู้คนมากมาย   หากจะมีความมั่นคงก็ต้องมีอำนาจสูงสุดเท่านั้น”   มือไม้บอบบางนั้นสั่นไหว..  กำลังถูกหว่านล้อม… ด้วยคำพูดอันเป็นความจริงทั้งมวล…

 

 

โลกที่สวยงามของมาเฟียน่ะ…

มันไม่มีทางสวยหรูตลอดไปหรอก…

 

 

ผู้ที่เข้มแข็งที่สุดจะอยู่รอด…

และผู้ที่อ่อนแอก็ต้องกลับคืนสู่ผืนดิน…

 

 

“มาเฟียอย่างเราๆน่ะ… มีวิธีการจะเอาชนะเยอะแยะไปไม่ใช่เหรอ…”    ตอกย้ำความโหดร้ายของโลกใบนี้.. โลกเบื้องหลังของเหล่ามาเฟีย…    เขาประจักษ์มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว.. ย่อมเข้าใจดี…

 

“บอสของพวกเรามีงานต้องจัดการต่อที่คฤหาสน์  ขอตัวพาบอสกลับนะครับ”   ยามาโมโตะพูดตัดบทกลางคันอย่างรวดเร็ว..  แลเห็นร่างบางนั้นราวกับเสียศูนย์..  จะพูดคุยกันมากไปกว่านี้จะแย่เสียเปล่าๆ…

 

“นะ..นั่นสินะยามาโมโตะ  ฉันก็ลืมไปซะสนิท  ไม่งั้นคงโดนรีบอร์นตบเอาแน่”   เสียงหวานรับคำเสแสร้งตอบ  ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีบริสุทธิ์… ขาวบริสุทธิ์เจิดจ้านั้น.. แท้จริงแล้วอันตรายเหลือเกิน..

 

 

 

นภาสีขาว… กล้วยไม้สีขาว…

เป็นคนที่อันตรายอย่างที่คาดคิดไว้….

 

คงจะไม่ใช่มิตร… และคงเป็นคนที่คลาดสายตาไปไมได้..

 

 

“ถ้ามีงานก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เธอเสียเวลามาทานข้าว  หากว่างเมื่อใดจะนัดไปใหม่นะ”     มือใหญ่ของเบียคุรันยื่นมาแตะปอยผมสีน้ำตาลไหม้เรียกให้ทั้งร่างสะดุ้งเฮือก

 

“งั้นผมต้องขอตัวก่อนล่ะครับ…”   บอสใหญ่แห่งวองโกเล่โค้งให้ชายผู้ซึ่งน่าจะอายุมากกว่าตนนั้น..   เขาไม่ควรจะเผลอทำตัวอ่อนหัดเลย…  ทำไมกันนะ… ทำไมกันนะ.. เนตรสีม่วงนั่นราวกับอ่านทางเขาได้ไปเสียหมด..  หรือเขาทำตัวให้เล่นไปตามเกมส์ของอีกฝ่ายกันแน่

 

มือใหญ่นั้นคว้าข้อมือเล็กเอาไว้เรียกให้ร่างบางตวัดกายหันมามอง   เบียคุรันนั้นฉุดรั้งร่างให้เซถลามาหาตัวเขาเสียแบบนั้น  “อุ๊บ!!!!”     ริมฝีปากเข้าทาบทับบุกรุกโดยที่ไม่ทันตั้งตัว   สัมผัสที่ไม่คุ้ยเคยนั้น..ชวนให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน..   ผู้พิทักษ์แห่งสายวรุณต้องเร่งดึงตัวร่างเล็กออกห่างจากชายคนนั้น

 

“ทำแบบนี้ค่อนข้างเสียมารยาทกับบอสนะครับ”   เนตรคมของเพื่อนสนิทเขม็งมองอย่างไม่พอใจนัก  เป็นคนอันตราย… เป็นตัวอันตรายที่นภาสีทองรับมือได้ยาก..

 

“คนญี่ปุ่นอย่างพวกเธอคงไม่ชินกับการทักทายแบบนี้มั้งนะ”  ทักทายบ้าบออะไรและ…  มือเล็กยกขึ้นเช็ดริมฝีปากตนพลางจ้องใบหน้านั้นนิ่งงัน..

 

 

สีขาวบริสุทธิ์…ขาวและว่างเปล่าไร้สิ่งใด…

ขาวจนมิอาจคาดเดาตัวตนภายใน…

 

คือชายผู้มีนามว่ากล้วยไม้ขาว…

 

“แล้วพบกันใหม่นะสึนะโยชิคุง  ฉันจะรออย่างคาดหวังว่าจะได้เจอกันอีก”     รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และสรรพนามนั้น.. ชวนให้มองเห็นใครอีกคนราวกับภาพซ้อนทับ..

 

“ครับ คุณเบียคุรัน…” ในใจนึกอยากตะโกนออกไปให้ลั่นโลกว่าไม่อยากเจอกันอีกแล้วโว้ย!!!    แต่ปลาทูน่ามาดหลุดเป็นชิ้นๆไม่กล้าพูดออกไป…

 

 

เขาคงกำลังเผชิญหน้ากับ…ศัตรูซึ่งรับมือยากที่สุด…

 

ไม่เหมือนผู้คนที่เคยพบมา…

ไม่อาจรู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนได้เลย….

 

จะต้องพบเจอสิ่งใดกันแน่นะ….

            สองหนุ่มกลับมายังคฤหาสน์วองโกเล่  ทันทีที่ลงจากรถผู้พิทักษ์แห่งวายุผู้เจ้านายยิ่งชีพเร่งวิ่งตรงมาหาบอสใหญ่แห่งวองโกเล่อย่างรวดเร็ว    หากร้องไห้น้ำตานองหน้าตรวจสอบร่างกายของร่างบางได้คงทำไปแล้ว    แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นท่าทางเหมือนคนหมดพลังงานจากคนทั้งสอง.. ไปเจออะไรกันมาน่ะ…

 

 

“รุ่นที่สิบมีอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ?”  ไร้คำตอบจึบหันไปถามคู่กัดของตนแทน

 

“ เฮ้ย! เจ้าบ้าเบสบอลเกิดไรขึ้นวะ!!!”  บทพูดช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว..  สึนะเดินเข้าไปด้านในอย่างคนไร้วิญญาณไม่มีคำตอบให้เจ้าตัวได้หายข้องใจ..

 

“บอสใหญ่ของมิลฟิโอเร่.. น่ากลัวกว่าที่คาดไว้เยอะเลยล่ะ”  มือใหญ่ยกขึ้นเกาแก้มไม่รู้ว่าจะใช้คำจำกัดความว่าอย่างไรดี.. เจ้าเล่ห์.. ฉลากหลักแหลม.. เดาคนเก่ง.. คล้ายหมอนั่นเหมือนกันนะ..

 

เนตรสีมรกตของโกคุเดระจ้องเขม็งอย่างประหลาดใจ  “คุณรีบอร์นก็พูดอะไรแปลกๆ.. บอกว่าอากาศช่วงนี้ไม่ค่อยดีล่ะมั้ง”    มือขวาคนสนิทนึกถึงคำพูดของอัลโกบาเรโน่รีบอร์นซึ่งพูดคุยกันระหว่างที่สึนะและยามาโมโตะไม่อยู่..    เขารู้สึกว่าอากาศมันก็ปกติ…   หมายความว่ายังไงกันน่ะ

 

“เวลายิ่งผ่านไป  ก็ยิ่งไม่ใช่การละเล่นล่ะนะ..”    ยามาโมโตะ ทาเคชิกอดอกมองตามแผ่นหลังของบอสใหญ่แห่งวองโกเล่ซึ่งเดินห่างออกไปไกลๆ    ชีวิตมาเฟียซึ่งตนนึกมาตลอดว่าเป็นเพียงการละเล่น.. ไม่ใช่อีกแล้ว..   แม้จะทำความฝันของตนเองไปด้วย  เลือกพวกพ้องไปด้วย..   เส้นทางของพวกเขาเดินอยู่บนเส้นด้ายจริงๆ..

 

“ถ้าพวกเราเครียดไปด้วยรุ่นที่สิบก็ยิ่งแย่สิฟะ!!”   ผู้พิทักษ์แห่งวายุฟาดมือเข้าใส่หลังของหนุ่มเรือนผมสีรัตติกาลเรียกสติ

 

“ก็นั่นสิน๊า  พวกเราเป็นผู้พิทักษ์ของสึนะนี่นา”    เชื่อใจและคอยโอบล้อมเดินหน้าไปพร้อมกับนภา.. ไม่ว่านภาจะตัดสินใจสิ่งใดก็ตามที..

 

 

 

สรรพสิ่งล้วนติดตามไป…

ทั้งวายุ วรุณ อัศนี อรุณ เมฆา และสายหมอก…

และเหล่าผู้คนผู้รักใคร่ผืนฟ้า…ล้วนติดตามไป….

 

 

ไปจนสุดปลายทางที่มองไม่เห็นพร้อมๆกัน…

                ร่างบางเหยียดกายลงบนเตียงนอนสีขาวของตนเอง.. สายตาจดจ้องมองเพดานกว้างก่อนปรือปิดเปลือกตาของตนลง…   รู้สึกเหนื่อยล้าเสียเหลือเกิน..  บุรุษผู้นั้นช่างเป็นคนอันตราย.. รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาบ้าง  รู้มาจากที่ไหน..  ใครกันเป็นคนบอก  และต้องการอะไรกันแน่.. คิดจะทำอะไรกันแน่…

 

 

 

“เป็นคู่มือที่รับมือยากจริงๆเลยนะ….”   ยิ่งกว่าคนอื่นที่เคยพบเจอมา… อันตรายที่สุด…

 

สึนะพลิกกายนอนตะแคงหยิบหมอนมาโอบกอดข่มตาหลับ..  อยากจะพักผ่อนซักหน่อย   รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองเหนื่อยไปหมดทั้งร่างกายแล้วก็จิตใจ   การไปพบกับชายคนนั้นช่างทำให้เขาสูญเสียพลังงานเหลือเกิน…  “เป็นคนที่…ไม่เหมือนที่จินตนาการไว้เลย..”

 

 

ลุงแก่ๆ.. ลุงอ้วนๆ..อะไรกันล่ะ…

เป็นชายหนุ่มรูปงามตะหาก…

 

ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายและนึกถึงคำพูดของสายหมอก..     “ฉันนี่ไม่ระวังตัวจริงๆอย่างที่นายบอกเลย..”   มือเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากของตน.. จุมพิตทักทายอะไรกัน.. ใครจะเชื่อ..   เรียกร้องแบบนั้นเป็นคำทักทายประเทศไหนกันล่ะ…

 

“ถ้ามุคุโร่รู้ต้องโกรธแน่ๆเลย”   ไม่อยากจินตนาการถึง… ยามเมื่อสายหมอกงอนและโกรธเขาด้วยไฟหึงเลยน๊า…

 

“โกรธสิครับ สึนะโยชิคุง”  เสียงทุ้มแว่วเข้ามาในโสตประสาท  ร่างบางเร่งเด้งตัวขึ้นนั่งมองจ้องไปปลายเตียงของตนทันที..    แลเห็นชายหนุ่มเรือนผมสีไพลินในชุดโค้ทสีดำยืนอยู่ตรงนั้น…

 

“มุคุโร่!!!  นายเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร!?  นี่สร้างร่างมางั้นเหรอ!?”     บอสใหญ่แห่งวองโกเล่ลุกลี้ลุกลนกลัวความผิดของตัวเอง  เนตรคมนั้นจ้องมองตรงเขม็งมาอย่างจับผิด   แว๊ก!!!   หรือว่าเห็นหมดทุกอย่างและทุกที่เลยเนี่ย!!!

 

โรคุโด มุคุโร่นั่งลงบนขอบเตียงพลางขยับเข้าไปใกล้นภาซึ่งนั่งไม่ห่าง   นัยน์ตาสีแดงและน้ำเงินนั้นจ้องมองราวกับตำรวจเค้นคอคนร้ายให้สารภาพผิดออกมาเสียแบบนั้น   “รู้ใช่มั้ยครับ?   ว่าผมโกรธอะไรจนต้องสร้างร่างมาหาคุณแบบนี้?”

 

“อะ..เอ่อ..เรื่อง….”   เนตรสีน้ำตาลไหม้หลบเลี่ยงไม่ยอมสบตา..   จะไปกล้าพูดได้ยังไง!!  แล้วมันก็เป็นอุบัติเหตุ(?)ด้วยน่ะ!!!

 

“จะตอบเอง หรือจะให้ผมลงโทษเด็กไม่ดีล่ะครับ?”   เจ้าหัวฟูเกิดอาการสยองขึ้นมาทันที..    ลงโทษอะไรอ่ะนั่น!?     แล้วเขาก็ไม่ใช่เด็กด้วยนะจะบอกให้!!!

 

“ถ้านายรู้อยู่แล้วจะถามทำไมอ่ะ… ฉันไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย…”  ใบหน้าหวานก้มลงมองมือทั้งสองของตัวเองซึ่งกำแน่นบนหน้าตัก   ไม่ได้ตั้งใจจะให้อีกฝ่ายมาลามปามแบบนั้น..  เป็นเหตุสุดวิสัยที่เขาไม่ได้ทันตั้งตัวตะหากล่ะ..

 

“รู้ครับว่าไม่ได้ตั้งใจ  เพราะผมเตือนแล้วคุณก็ไม่ยอมระวังตัวนี่ครับ”   มือแกร่งเชยคางมนจับใบหน้านั้นผินหันมามองสบตาอย่างคาดคั้น…    ริมฝีปากสีชมพูเม้มแน่นไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร

 

 

 

ไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่า..เห็นภาพซ้อนของคนสองคน..

นภาสีขาวนั้น.. มีส่วนคล้ายคลึ่งกับสายหมอกของเขา..

                “ขอโทษนะมุคุโร่…  ฉันขอโทษที่ไม่ระวังตัวอย่างที่นายบอก  แต่ฉันคิดว่าคุณเบียคุรัน..คงจะแค่ลองเชิงท่าทีของฉันล่ะมั้ง”   เนตรสีน้ำตาลไหม้มองสบอย่างจริงจัง..   คงไม่ใช่ในเชิงสเน่หาอะไรหรอก.. ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก..

 

“เรียกชื่อกันสนิทสนมดีนี่ครับ สึนะโยชิคุง”   ร่างบางถึงกับสะอึกไป.. อย่าบอกนะว่าโกรธจริงน่ะ.. รอยยิ้มไม่อาจคาดเดาอารมณ์..

 

“อย่าโกรธเลยนะมุคุโร่ ฉันขอโทษจริงๆ”   แค่จูบเอง… จะทำเป็นไรใหญ่ทำไมเล่า!!!?  ไม่ได้โดนกด(?)ซะหน่อย!!?

 

“ถ้าอยากให้ผมอารมณ์ดี  คุณก็ต้องทำอะไรให้ผมหายโกรธสิครับ”  ริมฝีปากคมเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์นัก..  ได้คืบจะเอาศอกอีกแล้วเรอะ..  ใบหน้าหวานเอือมๆในทันใด..

 

กรอบใบหน้าหวานเกินบุรุษนั้นเลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าคม…   เลือดลมราวกับมาสูบฉีดบนใบหน้า..   “อ่ะ.  เอ่อ.. จ้องแบบนั้นฉันไม่กล้าทำอะไรนะ…”    แลเห็นเนตรสองสีจ้องมองราวกับงูจ้องหนูแฮมสเตอร์ เขาเกิดป๊อดนะ!

 

“ก็ได้ครับ งั้นผมจะหลับตา”  บอกว่าคนอื่นเด็ก.. ตัวเองเด็กกว่ารึเปล่าน่ะ!!!    สึนะได้แต่บ่นในใจกับท่าทีเอาแต่ใจสุดขั้วของชายผู้เป็นคนรัก

 

“จะรอให้ถึงพรุ่งนี้ หรือว่าผมหมดแรงจะสร้างร่างก่อนรึไงครับ”  ปึด!!!    ร่างบางล่ะนึกอยากใช้สองมือของตัวเองบีบคอคนตรงหน้าเสียแทนเลยนี่!!

 

มีแต่เขาที่เสียเปรียบ.. ทุกครั้งเลย….

 

ริมฝีปากสีชมพูเรียวนั้นแนบสัมผัสลงบนกลีบปากคมของอีกฝ่ายแผ่วเบา…     แทนคำขอโทษจากใจจริงให้สายหมอกได้หายโกรธเคืองลงจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง   แตะสัมผัสราวกับขนนกแล้วจึงถอยห่างออกมาพร้อมใบหน้าแดงเรื่อเป็นผิวมะเขือเทศ     ทำแบบนี้แล้วเขินเป็นบ้า!!!

 

 

“แค่นี้เองเหรอครับ?”    หัวซึ่งชี้ฟูผิดธรรมชาติยิ่งฟูฟ่องราวกับแมวขู่เจ้าของ    มุคุโร่ยังคงรับตารอให้ร่างบางมอบของบรรเทาความโกรธของเขา…   นายอยากได้ฝ่ามือแทนมะ?  จะจัดการซักเปรี้ยงนึงน่ะ หมั่นไส้โว้ย!!!

 

“จะเอาอะไรนักหนาเนี่ย”

 

 

 

พลั๊ก!!!!

 

 

สึนะตรงเข้าหอมแก้มอีกฝ่าย… แต่ดูเหมือนจะแรงไปหน่อย..กลายเป็นกระแทกเสียแบบนั้น…     เจ้าของเรือนผมสีไพลินนั่งกุมใบข้างใบหน้าของตนเองหันไปทางหนึ่ง  เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ยกมือขึ้นปิดปากตนเองหันไปอีกทางหนึ่ง.. แรงไปหน่อย…  ฟันเค้า!!!!

 

 

“ตั้งใจจะทำร้ายผมรึไงครับ?”     ใบหน้าคมผินหันมาเมียงมองใบหน้าของเจ้าปลาป๊อดตัวแสบ     ร่างบางเร่งหันควับมามองหมายจะโต้ตอบ… ทว่าทันทีที่เห็นใบหน้าคมมีรอยฟันของเขา..มันก็อดขำไม่ได้   ต้องรีบยกมือขึ้นป้องปากเก็บเสียงหัวเราะของตัวเองเสียแบบนั้น

 

“ฮะ…ฮะๆๆๆ   ขะ..ขอโทษนะ..ฮะๆๆๆๆๆ!!”    สุดท้ายก็กลั้นหัวเราะไม่ไหวเสียแบบนั้น…  มุคุโร่ได้แต่ระอากับท่าทางเช่นนั้น

 

“หายเครียดแล้วสินะครับ”    วงแขนแกร่งโอบบ่าบอบบางนั้นรั้งมาซบลงกับไหล่ของตน   เนตรสีน้ำตาลไหม้กระพริบปริบอย่างมึนงงก่อนจะนิ่งซบชายหนุ่มเช่นนั้น..

 

“ถือว่าคุณพยายามได้ดีนะครับ ที่อดทนแรงกดดันได้”   มือใหญ่ลูบเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ราวกับให้รางวัลแก่เด็กดีเช่นนั้น..

 

“ถ้ายามาโมโตะไม่อยู่ด้วยคงจะแย่…   ผู้ชายคนนั้นรู้ข้อมูลของพวกเรา.. ไม่รู้ว่ามากแค่ไหน”    ดวงเนตรสีม่วงนั้นราวกับอ่านทางเขา..ได้ทุกอย่าง..

 

“มีหนอนในวองโกเล่กระมังครับ”   ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกคาดการณ์ในแง่เลวร้ายที่สุด..  หนอนในหมู่คนที่เขาไว้ใจนั้น..จะเป็นใครกันล่ะ

 

ใบหน้าหวานพลันโศกสลดลง   ไม่อยากนึกแคลงใจพรรคพวกคนไหน หากแต่มันก็มีความเป็นไปได้..  “บางทีฉันต้องเริ่มคิดอะไรบางอย่างอย่างจริงจังแล้ว..”

 

“เรื่องอะไรล่ะครับ?”   เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ     แววตานั้นทอประกายมาดมั่น..

 

“เรื่องทำลายวองโกเล่ริง”    เปลือกตาบางปรือหลับลงใช้ความคิด…     หากมันจะทำให้พรรคพวกของตนมีอันตรายแล้วล่ะก็… คงต้องปรึกษาเรื่องนี้กับทุกคนเสียที…

 

 

แหวนซึ่งสืบทอดกันมากว่า 400 ปี

คงต้องจบสิ้นลงในรุ่นนี้เสียแล้วหรือ….

 

เหล่าผืนฟ้าในรุ่นก่อนๆนั้นคงตราหน้าเขาเป็นคนทรยศ..

หากเขาทำลายสมบัติล้ำค่าแห่งวองโกเล่ไปเสีย..

            “หากคุณคิดดีแล้ว คงไม่มีใครขัดคุณหรอกครับ”    สายหมอกจับมือเรียวซึ่งสวมแหวนแห่งนภานั้นขึ้นแตะสัมผัสริมฝีปากตน

 

“ยังไงก็ต้องปรึกษาประชุมให้รู้กันทุกคน..  มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆนี่นะ…”   โดยเฉพาะกับรีบอร์น..  เขาคงต้องปรึกษาอดีตอาจารย์สอนพิเศษคนนั้นเสียก่อน..      กลัวจะพลาดพลั้งเหลือเกิน..

 

“วันนี้คุณเหนื่อยมามากแล้ว นอนเถอะครับ”   สองมือประคองร่างเล็กนั้นนอนเหยียดบนเตียงนุ่มและหนุนหมอนสีขาวนวล      มือเรียวของสึนะคว้าดึงแขนเสื้อของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกเอาไว้..    เขาคงจะเหมือนเด็กที่อยากให้พ่อแม่เล่านิทานให้ฟังก่อนนอน…

 

“อยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะหลับได้รึเปล่า?”    เนตรคมนั้นอึ้งไปน้อยๆ  ก่อนจะคลี่ยิ้มให้อย่างเคย

 

“เป็นคำสั่งเหรอครับ?”   ใบหน้าหวานค้อนน้อยๆเมื่ออีกฝ่ายล้อเล่นกลับมาเช่นนั้น..       ชอบพูดเล่นอยู่เรื่อย.. ปั่นหัวกันตลอด..

 

สึนะกอบกุมมือใหญ่เอาไว้ไม่ให้ไปไหน.. และปรือหลับตาลง   “ก็แค่อยากให้อยู่ด้วยตอนนี้….”    เพราะหลังจากนี้… ลางสังหรณ์ของเขามันบอกว่า..   เรื่องราวมากมายจะเกิดขึ้น..

 

เนตรสองสีมองภาพตรงหน้าพลางแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน     ภาพของนภาซึ่งผ่อนคลาย.. อยากให้เป็นเช่นนั้นตลอดไป  “ราตรีสวัสดิ์ครับ สึนะโยชิคุง”   แม้จะไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตามที…

 

 

 

บนเส้นทางนี้… เส้นทางอันยาวไกลนี้…

พวกเราจะเดินไปด้วยกันได้ถึงจุดไหนกัน…

 

ทั้งนภาและสายหมอกจะเคียงข้างกันได้นานเพียงใด

บางสิ่งเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่นภาสีขาวปรากฏ…

แหวน 7 วง

แลกด้วยอนาคตอันยาวไกล….

            ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น   อัลโกบาเรโน่รีบอร์นนั่งอ่านเอกสารในห้องทำงานส่วนตัวของเขา    งานมากมายเกี่ยวกับความคืบหน้าและข้อมูลของมิลฟิโอเร่แฟมิลี่       พันธมิตรอย่างคาบัลโรเน่ยังคงสืบหาข้อมูลมาได้รวดเร็วอย่างเคย  สิ่งที่รู้มีเพียงเรื่องพื้นๆของฝ่ายนั้นเท่านั้น..

 

 

“รู้สึกสังหรณ์ใจพิกล…”    แม้แต่นักฆ่าผู้ชาญฉลาดยังอดกังวลไม่ได้..    อากาศช่วงนี้…แปลกปลอมนัก…

 

“แค่กๆ!!”    มือถือเอกสารนั้นยกขึ้นป้องปาก…   บางสิ่งอันตรายเริ่มดำเนินไป…  กระดาษสีขาวของเอกสารนั้นเปรอะเปื้อนด้วยโลหิตชาดสีแดงสด…    รีบอร์นมองมือของตนเองซึ่งเปื้อนเลือดที่เขากระอักไอออกมาอย่างอึ้งๆ…   บางสิ่งบางอย่างซึ่งมองไม่เห็น..   อากาศ…ที่ไม่ดี..

ในห้วงอากาศที่แลมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

การเคลื่อนพลของสีขาว..เริ่มต้นขึ้น..

 

อีกฝั่งหนึ่งของทะเลกว้างใหญ่   นกป้อมสีเหลืองบินร่อนลงมาเกาะบนไหล่กว้างของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำขลับ  เรือนผมสีดำขลับและใบหน้าไร้อารมณ์นั้นยังคงเหมือนเดิมไม่แปรเปลี่ยน   เนตรสีรัตติกาลตวัดมองไปรอบๆซากมาเฟียในชุดดำซึ่งตนเป็นผู้จัดการโดยรอบ..   โดยมีคุซาคาเบะ ลูกน้องคนสนิทเป็นผู้จัดการตามเก็บกล่องของคู่ต่อสู้เสียแบบนั้น

 

 

 

“มีกล่องวายุ  กล่องอัศนี  ไม่มีกล่องนภาครับ”    ร่างหนาทรงผมรีเจนท์ส่งกล่องทั้ง 2 ให้ผู้เป็นนาย  ฮิบาริ เคียวยะจ้องมองกล่องนั่นก่อนโยนขึ้นให้ทอนฟาฟาดพังยับเยินไม่สนใจมัน

 

“นอกจากกล่องแล้ว  มีแหวนจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นสินะ”    จากการเดินทางไปทั่วของเขา.. พบคู่ต่อสู้มาหลายระดับ  แหวนที่มีอานุภาพแรงที่สุดคือวองโกเล่ริง.. และดูเหมือนจะมีบางกลุ่มต้องการมันเสียด้วย..

 

“ครับ  ไม่นึกเลยว่าจะแพร่หลายไปเร็วขนาดนี้ แม้แต่ที่ฮ่องกงก็มี”    คุซาคาเบะจดบันทึกลงในสมุดข้อมูล   เจ้านายของเขามัวแต่ยืนหาวไม่สนใจอะไรนอกจากนกน้อย.. หากเขาเป็นสาววายคงจิ้นนกกับคนไปแล้ว..

 

“ไปหาข้าวกลางวันกันได้แล้ว”   ชายหนุ่มตวัดกายพลางเก็บทอนฟากลับในสภาพกล่องเช่นเดิม    ร่างหนาเร่งเดินตามไป   คงต้องเดือดร้อนหาร้านอาหารญี่ปุ่นกันอีกแล้ว…

 

เพื่อนนางเอกแม้อยู่ไกลจากอิตาลี

ความรั่วยังคงติดตามตัวเสมอ…

 

ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาผู้รักความเป็นชาตินิยมเดินตวัดมองไปรอบๆร้านค้าสองข้างทางในย่านอุตสาหกรรมของเกาะฮ่องกง   นับจากการมาเยือนเพื่อช่วยภารกิจของนภาและสายหมอก  นี่เป็นครั้งแรกในหลายรอบปีที่เขากลับมาเหยียบที่นี่  ดุเหมือนที่นี่จะไม่ใช่แหล่งที่มาของกล่องอีกแล้วสินะ..

 

 

“คุซะ  คราวหน้าตีตั๋วไปลอนดอนซะ”      เจ้าของผมทรงรีเจนท์ผงกใบหน้าน้อยๆและจดบันทึกเพื่อเตรียมการต่อไปอีกครั้ง   ไปลอนดอนเขาก็นึกออกแค่เรื่องพ่อบ้าน(?)เท่านั้นล่ะ..

 

“ที่นี่น่าเบื่อชะมัด”   เนตรคมทอประกายเบื่อหน่าย   พักที่นี่มาสามวันได้ขย้ำคนไปแค่ไม่ถึง 10 น่าเบื่อเป็นบ้า..    มือใหญ่ลอบมองแหวนแห่งเมฆาบนเรียวนิ้วของตนเอง..  พลันนึกถึงเหล่าสรรพสิ่งซึ่งประจำการอยู่ที่อิตาลี..  ริมฝีปากคมพลันคลี่ยิ้มคมคาย

 

 

นอกเหนือจากการหาข้อมูลของกล่อง…

เขาตามหากล่องนภา.. เพื่อจะได้ต่อสู้กับนภาสีทองนั่น…

 

อยากจะลองสู้กับมัน..ซึ่งเติบโตเป็นสัตว์กินเนื้อ

อยากรู้นักว่ามันจะพัฒนาไปได้ถึงจุดไหน

จะสมกับที่เจ้าพืชล้มลุกนั่นพยายามหรือไม่

และจะรับมือกับเงามืดบางอย่างซึ่งคืบคลานอยู่ได้หรือไม่

 

“มีข้อมูลส่งมาจากอิตาลีบ้างหรือเปล่า?”     ได้รับคำสั่ง มือหยาบนั้นเร่งหยิบ PDAออกมาตรวจเช็คอีเมล์ลับ   ใบหน้าสูงวัยนั้นขยับยิ้มน้อยๆ

 

“โรคุโด มุคุโร่บอกว่าฝ่ายมิลฟิโอเร่เคลื่อนไหวขอพบท่านซาวาดะน่ะครับ”   ริมฝีปากคมพลันคลี่ยิ้มเหยียด  ฝั่งกองทัพดอกไม้เคลื่อนไหวแล้วงั้นเหรอ…

 

“จะแลกเปลี่ยนข้อมูลอะไรกลับไปรึเปล่าครับ?”   คุซาคาเบะมองจ้องเจ้านายของตนซึ่งยืนราวกับรอเรื่องสนุกเช่นนั้น   การติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลลับๆที่วองโกเลรุ่นที่สิบมิได้ล่วงรู้   ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกกลับไปยังวินดีเช่…

 

“ส่งกล่องสายหมอกกลับไปให้มัน”    ฮิบาริ เคียวยะก้าวเดินต่อไปเลิกสนใจเรื่องงานและมองหาร้านอาหาร    ขายาวก้าวเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง   ร่างหนาทรงผมรีเจนท์เร่งเดินตามไป  ทว่ากลับแลเห็นบางอย่างผิดปกติ..

 

“คุณเคียว!!!!”     เสียงทุ้มร้องเรียกให้ชายหนุ่มและนกสีเหลืองได้หันกลับมามองเบื้องหลัง…

 

“!!!!”

ตูม!!!!!!!

 

รถบรรทุกขนาดใหญ่พุ่งตรงใส่อาคารร้านอาหารอย่างรุนแรง   เศษอิฐเศษปูนและเศษกระจกกระจัดกระจายกระเด็นไปพร้อมกับเปลวไฟลุกไหม้น้อยๆจากการเสียดสี ….  การขับเคลื่อนของภัยร้าย…  กำลังคืบคลานเข้าหาพลรบทุกนายของวองโกเล่แฟมิลี่…

 

 

 

เวทมนต์ใหม่นั้นร่ายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง…

ศัตรูของผืนฟ้าสีทอง…

.

.

 

 

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 12/17/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: