RSS

[KHRFic] LOVE Like Noodle!? Zwei (6927) CH3

17 ธ.ค.

Title : LOVE Like Noodle!?  Zwei
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Romance , Comedy(?) , Action(?) , Drama
Rate : NC-17
Pairing : 6927 (100)
Summary :   ในบะหมี่หนึ่งถ้วย.. ไม่ได้มีแค่บะหมี่ แต่มีลูกชิ้นเป็นอุปสรรคล่อตา..

————————————————————————

 

 

 

นภาก็ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง

สายหมอกก็ยังคงอยู่ตรงนั้นไม่เปลี่ยน

 

หากแต่รอบตัวนั้นมิได้หยุดนิ่งตามไป

ทุกอย่างยังคงหมุนวนเปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่เพียงเรื่องดี เรื่องร้ายๆย่อมตามมา

ตามมาในมุมที่มองไม่เห็น

สิ่งที่อยู่ระหว่างเราสองคนคือสิ่งเดิม

สิ่งที่อยู่รอบตัวเรามีสิ่งเปลี่ยนแปลง

 

 

นภาผืนหนึ่งเป็นสีฟ้าสดใส

หากแต่อีกมุมหนึ่งมีนภาสีขาวคอยแทรกแซง

ในวันที่สายหมอกและนภาคงอยู่ร่วมกัน

จะคงอยู่ถึงเมื่อใดกัน

Chapter 3

The Moon

            ในวันนั้นคงมีเรื่องวุ่นวายให้นภาสั่นคลอน  เนตรสีน้ำตาลไหม้ตื่นตกใจเมื่ออ่านข้อความในจดหมาย  ผู้พิทักษ์แห่งวายุซึ่งทำตนเป็นเลขผู้ภักดีได้แต่ยืนเงียบๆมองเจ้านายผู้เป็นที่รักของตน   ข้อความจากรายงานเหล่านั้นมันชวนให้หัวใจว้าวุ่นนัก  ข่าวคราวซึ่งมาจากองค์กรกรรมการรักษาระเบียบ แจ้งมาทันทีเมื่อเกิดบางอย่างผิดปกติกับหัวหน้าของตนเอง  หัวใจของบอสวองโกเล่รุ่นที่สิบเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

 

“ไม่จริงใช่มั้ยน่ะ….”  ข่าวสารที่อยู่ในหน้ากระดาษใบนี้ เป็นเรื่องโกหกใช่หรือเปล่า… การหายตัวไปของผู้พิทักษ์แห่งเมฆา

 

“… เป็นข่าวสารที่เชื่อถือได้มากที่สุดครับ..”  โกคุเดระ ฮายาโตะย้ำความน่าเชื่อถือของเอกสารด้วยใบหน้าอันเคร่งเครียด

 

สีหน้าของสึนะโยชิหม่นหมองทอประกายสับสน  “คุณฮิบาริ… ไม่น่าจะจู่ๆหายตัวไปแบบนี้….”  ลางสังหรณ์ในใจร้องเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า  รับรู้ได้ว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ…

 

“รุ่นที่สิบอย่ากังวลไปเลยครับ อย่างหมอนั่นหนังเหนียวแค่ไม่ยอมส่งข่าวก็แค่นั้น”  ร่างสูงเรือนผมสีเงินก้าวเข้ามาปลอบโยนเจ้านายตน  ยิ่งเจ้านายสับสนและเจ็บปวด เหล่าสรรพสิ่งล้วนว้าวุ่นไม่แพ้กัน

 

“ให้ใครออกไปตามข่าวของคุณฮิบาริรึยัง….  รีบอร์นรู้เรื่องนี้รึเปล่า?” สมองพยายามสั่งการให้ร่างกายของตัวเองหยุดสั่น

 

“คุณรีบอร์นน่าจะยังไม่ทราบเรื่องครับ จู่ๆก็ออกไปธุระข้างนอกกับจางนีนี่น่ะครับ”  อาจารย์ของตนมีบางอย่างแปลกไป… กังวลอยู่ในใจน้อยๆ….

 

สภาพจิตใจของบอสวองโกเล่เกิดบาดแผลจากเรื่องหลายอย่างที่ประดังเข้ามาในเวลาอันสั้น  แต่เสาหลักอย่างเขาจะต้องเข้มแข็งไว้  “งั้นเหรอ….”

 

“…. รุ่นที่สิบพักหน่อยมั้ยครับ หลายวันแล้วที่ไม่ได้พักเลย เรื่องงานหรือแปลนฐานผมจะจัดการต่อเอง”  วายุเร่งหยิบเอางานทั้งหมดบนโต๊ะไปทำต่อเอง

 

 

นภาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของทุกคนในแฟมิลี่

ความห่วงใยที่มีให้ทุกคนมีเหลือล้น

 

แต่ไม่เคยห่วงตัวเองให้เทียบเท่าที่ห่วงคนอื่นเลย

                “ขอบคุณนะ….  ฉันจะไปเดินเล่นในสวนแล้วจะกลับมาทำต่อ”   ใบหน้าหวานระบายรอยยิ้มผ่อนคลายจางๆ  งานเอกสารมากมายที่ตนต้องรีบสะสาง…  บางอย่างบอกเตือนไม่ให้เขาอยู่ที่อิตาลีนานไปกว่านี้  รู้สึกเป็นห่วงบ้านที่ญี่ปุ่นเหลือเกิน…

 

พลันนึกถึงญี่ปุ่นจึงนึกบางเรื่องขึ้นมาได้  “ยามาโมโตะกำลังจะกลับไปเยี่ยมบ้านสินะ  ไหนๆก็จะไปญี่ปุ่นแล้ว  บอกยามาโมโตะให้ไปตามข่าวคุณฮิบาริที่ฮ่องกงหน่อยสิ”

 

เนตรคมสีมรกตขวางทำองศา 45 องศาในทันใด   “รุ่นที่สิบน่าจะบอกมันเองนะครับ….”   ต่อให้เป็นเรื่องงานแต่คาดว่าคงคุยกันได้ไม่นาน

 

“ถ้าฉันเจอหน้ายามาโมโตะตอนนี้  รายนั้นต้องล้มเลิกไม่ยอมกลับบ้านแน่ๆเลยน่ะสิ”  หัวเราะในลำคอยามเมื่อนึกถึงความเป็นห่วงแบบเนียนๆนั่น  แต่ทุกครั้งชายหนุ่มผู้เป็นดั่งสายฝนมักจะรับรู้ความผิดปกติของเขาได้อย่างรวดเร็ว

 

เจ้านายสั่งความมาเช่นนั้น ผู้ติดตามผู้แสนภักดีมิอาจขัดคำสั่ง  “เข้าใจแล้วครับ ผมจะไปบอกเจ้าบ้าเบสบอลเอง….”  แอบสบถในลำคออีกหลายครั้ง

 

“ฝากด้วยนะ”  แต่เมื่อเจอรอยยิ้มละไมของบอสวองโกเล่  ความไม่เต็มใจก็ลอยหายไปในอากาศ

 

 

เขารู้ดีว่าทุกคนเป็นห่วงเขาในเวลาแบบนี้

เพราะเขาไม่ชอบเลยการที่ใครสักคนหายไป

 

ไม่ชอบเลยจริงๆ

ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา…..

                ร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ในชุดสูทเดินออกไปรับลมในสวนอันเป็นพื้นที่แสนสดชื่นของคฤหาสน์   ดอกไม้ผลิดอกออกช่อสวย  สองขาก้าวไปหยุดยังโต๊ะนั่งพักผ่อนและทอดมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ฮ่องกง…  ความทรงจำมากมายหลากหลายวนเวียนอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้น  เรื่องดีและเรื่องไม่ดี การพบพานและการลาจาก…. สถานที่ที่มีมิตรผู้ไว้วางใจได้อยู่คนหนึ่ง…

 

 

ความคิดบางอย่างฉุกคิดขึ้นมากะทันหันในสมอง  “คุณหยุน!! ใช่แล้ว!!”   ริมฝีปากได้รูประบายรอยยิ้มอย่างมีความหวัง  หากเมฆาหายไปที่ฮ่องกง ก็มีคนๆนั้นที่เขาวางใจได้มากที่สุด!!

 

ฉับพลันวงแขนหนึ่งวาดโอบล้อมบ่าเล็กแลดูบอบบางหากแต่แข็งแกร่งนัก  “จู่ๆเอ่ยชื่อคนๆนั้นทำไมกันน่ะครับ”  เสียงทุ้มอันแสนคุ้นเอ่ยแผ่วเบาข้างใบหู

 

“มุคุโร่!!  มาแบบนี้ตกใจหมด!”   ใบหน้าอ่อนวัยตวัดหันมองเจ้าของเสียงและวงแขน

 

ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะคลายวงแขนก้าวไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกัน  “ได้ยินว่าฮิบาริ เคียวยะคุงหายตัวไปสินะครับ”

 

คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงเมื่อสดับฟังคำนั้น  “นายรู้ด้วยเหรอ?”   รอมยิ้มน่าสงสัยระบายบนริมฝีปากคมเป็นคำตอบ

 

“รู้บ้างน่ะครับ  ด้วยเหตุผลบางอย่าง”  ไม่ยอมเอยบอกว่าแท้จริงตนเองแอบส่งข่าวและแลกเปลี่ยนข่าวสารกับเมฆาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

“จากรายงาน… คุณฮิบาริไปฮ่องกงกับคุณคุซาคาเบะแล้วหายตัวไป   ก็เลย..อยากจะติดต่อคุณหยุนให้สืบข่าวให้หน่อยน่ะสิ”   สีหน้าบ่งบอกถึงความกังวล  นภากำลังหม่อนหมอง….

 

“แม้ผมจะไม่พอใจซักเท่าไหร  แต่คุณก็คิดถูกแล้วล่ะครับที่ทำแบบนั้น”  ใบหูของบอสวอโกเล่ผึ่งออกเมื่อได้ยินคำว่าไม่พอใจเข้าหู  นั่นน่ะหมายความว่าหึงอีกแล้วน่ะสิ?

 

 

วันก่อนก็นภาสีขาว วันนี้ก็เมฆาฮ่องกง

สายหมอกไม่เข้าพวกกับใครเลยงั้นสินะ

                “ไว้กลับไปทำงานแล้วจะส่งเมล์ไป  ฮ่องกง…อืม… คิดถึงอาหารอร่อยๆจังเลยน๊า”  สายหมอกมองอย่างเอือมระอา แทนที่จะนึกถึงสถานที่หรือความทรงจำอื่น กลับนึกถึงเรื่องอาหารการกินไปเสียได้  ยังคงสมเป็นเด็กในสายตาเขาซะจริง

 

“อาหารจีนที่ไหนๆก็มีครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นฮ่องกงก็ได้”  พูดให้ถูกคือ อยู่ที่ไหนเจ้าปลาจอมตะกละนี่ก็ทานได้ไปซะหมดทุกอย่าง…

 

“นั่นสินะ  นายก็พูดถูก แต่ต้นตำหรับมันอร่อยสุดๆนะ!”   ยึดมั่นใจจิตวิญญาณของนักกินตัวยง  ใบหน้าคมหล่อเหลาได้แต่มองและส่ายศีรษะไปมา

 

“แต่ตอนนี้คุณดูผอมลงไปนิดแล้วนะครับ  คงเพราะโหมงานมากเกินไป”   ร่างสูงเรือนผมสีไพลินก้าวไปหยุดตรงหน้าของร่างบาง  สองมือประคองจับพวงแก้มนิ่ม

 

สึนะโยชิยิ้มเหือดแห้งจากความเหนื่อยล้า  “ช่วงนี้รีบอร์นป้อนงานเยอะน่ะสิ  ไม่รู้เป็นอะไร….”  อาจารย์ก็เป็นอีกคนที่เขาเป็นห่วง  ช่วงนี้เก็บงำอะไรไม่ยอมบอกเค้ากันนะ….

 

“แปลกจังเลยนะ.. ที่ช่วงนี้มีเรื่องเข้ามาไม่หยุด”  ราวกับเป็นโชคชะตา…  ราวกับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันโดยที่ใครบางคนกำลังเตรียมการเอาไว้อย่างดี

 

“หวังว่าคุณฮิบาริจะปลอดภัยนะ….”   ภาวนาในใจและขอให้พรนี้ส่งผ่านท้องฟ้าเพียงผืนเดียวนี้…   ข้ามผ่านท้องทะเลไปยังแดนไกล ไปสู่แฟมิลี่อันเป็นรักยิ่งของเขาด้วยเถอะ…

 

 

เพื่อนนางเอกยังหมดบทไม่ได้หรอก(?)

 

 

“ความสงบสุข มันก็ต้องมีช่วงอิ่มตัวเป็นเรื่องธรรมชาติน่ะครับ”  สายลมและอากาศมิได้สงบอยู่ตลอดเวลา มันต้องมีการเปลี่ยนแปลง และสงบลงอีกครั้งหนึ่ง…

 

“ทฤษฎีแบบนั้นน่ะ มันมองในแง่ลบเกินไปแล้ว….”   ภัยธรรมชาติมิได้เกิดขึ้นบ่อยเช่นนั้นหรอกนะ…..

 

 

ไม่อยากจะคิดแบบนั้น

เพราะจุดศูนย์กลางของปัญหาทั้งปวงนั้น

 

มาจากตัวเขาเอง….

                เนตรสองสีมองลึกเข้าไปในนัยน์เนตรสีน้ำตาลไหม้  ลึกๆในนั้นเขามองเห็นความขุ่นเคืองในใจและความกังวล  กระนั้นมันก็ยังคงเป็นประกาย และแฝงไว้ด้วยความหวังเสมอ  “ก็เหมือนทุกครั้ง ที่คุณดื้อดึงจนมันผ่านไปนี่ครับ”   มือใหญ่ปล่อยพวงแก้มนิ่มเปลี่ยนมาดึงให้ยืดน้อยๆ

 

“อื้อ!!!  อุอุโอ้~~~!!”  ผู้ที่ควรมีฐานะเป็นนายกลับตกเป็นของเล่นของผู้พิทักษ์เสียได้

 

“คึหึหึ  ทำหน้าเครียด สุดท้ายก็ไม่ได้ทำให้หน้าแก่ขึ้นมากหรอกครับ  เพราะข้างในนี้มันยังอายุน้อยอยู่”   นิ้วยาวเคาะศีรษะปกคลุมด้วยไหมอ่อนนุ่มแฝงความนัยหลอกด่า…

 

“หา….. นี่นายหลอกด่าว่าฉันโง่นี่!”    สีหน้าอันเป็นธรรมชาติและแก้มขึ้นสีแดงฝาดจากความเขินอาย ต้องตาคนช่างแกล้งนัก

 

“รู้ตัวเร็วขึ้นเยอะนะครับ”  ชายหนุ่มในชุดโค้ทสีดำขลับขยับก้าวกลับไปนั่งที่นั่งของตน

 

บอสวองโกเล่มองใบหน้าคมพลางยิ้ม พยายามทำให้เขาสบายใจอย่างที่เคยทำอีกแล้วล่ะนะ  “ฉันคิดมากไปเองสินะ”

 

“ไม่หรอกครับ คิดไว้ก่อนดีกว่าไม่คิดอะไรเลย คุณเป็นมาเฟีย คุณต้องระวังตัวให้มากสิครับ”  สดับฟังผู้พิทักษ์สายหมอกเอ่ยเรื่องมาเฟีย  ริมฝีปากอดยิ้มไม่ได้

 

สิ่งที่เกลียด.. กลับพูดออกมาด้วยน้ำเสียง

ที่แลดูไม่รังเกียจอย่างเคย…

                เขาอาจจะเป็นมาเฟียเพียงคนเดียวที่ชายหนุ่มยอมรับก็คงจะใช่ กระนั้นแล้วการทำงานที่ผ่านมา โรคุโด มุคุโร่ไม่เคยคร่าชีวิตใครเลยซักครั้ง นอกจากครั้งนั้น… มันทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นหน่อย    “โดยเฉพาะกับบอสของมิลฟิโอเร่”

 

นามที่ลอยเข้าหูเรียกให้เนตรกลมโตเมียงมองสบตาคนตรงหน้า  “นั่นสินะ  ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากเจออีก..”  เลี่ยงให้มากที่สุด..

 

แต่ทว่าในยามนั้นเอง…   “วองโกเล่  มีแขกฝากข้อความขอพบไว้ครับ”  ผู้พิทักษ์แห่งอัสนีมาอย่างตัวประกอบฉากเหี่ยวๆ

 

การ์ดสีขาวส่งมอบให้กับมือเรียวบาง   “แขกเหรอแรมโบ้?”   โดยไม่รู้ตัวอีกคนที่นั่งอยู่ด้วยกันอย่างสายหมอกกำลังทำสีหน้าเซ็งๆเมื่อมีคนมาขัดจังหวะ(?)

 

“แต่ไม่ค่อยคุ้นหน้า  เขามาที่หน้าประตูรั้วคฤหาสน์แล้วก็ไปน่ะครับ”  คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง แขกที่ฝากข้อความไว้แล้วก็จากไปอะไรกันน่ะ…

 

สายตาเปลี่ยนมาเพ่งมองอ่านข้อความบนการ์ดกระดาษขาว   วันนี้อากาศดี มาดื่มชากันเถอะ ที่ร้านxxx  from เบียคุรัน อะไรนะ….

 

ลูกตาปลาทูน่าแทบถลนออกมาจากเป้า มองเจ้าชื่อที่ลงท้ายอีกครั้ง  เบีย-คุ-รัน เบียคุรัน… เบียคุรัน  ก็มีคนเดียวนี่นา!!!    “ใครกันเหรอครับ?”   อย่าถามเลยนะมุคุโร่!!!

 

บอสวองโกเล่ออกอาการปิดท่าทางร้อนรนไม่มิด  คนที่เพิ่งนินทาไปหยกๆกลับมาปรากฏตัวขึ้นนัดเจอข้างนอกอีก  อุตส่าห์ภาวนาเอาไว้ว่าอย่าได้เจอกันอีกเลย ก็ดันมาถึงที่!!  “ไม่มีอะไรหรอก แค่ข้อความน่ะ…แหะๆ…”

 

มือใหญ่คว้าเอาการ์ดปริศนานั่นไปอ่านซะเอง  เจ้าทูน่าเริ่มหน้าตาตื่น  “เดี๋ยวก่อน..!!!”

 

เนตรสองสีพิศมองตัวอักษรทีละตัวจนกระทั่งจบ  รอยยิ้มปริศนาวาดขึ้นบนริมฝีปากคมที่มุมปาก  “ตายยากดีนะครับคนๆนี้”  ว๊าก!!!  เขาไม่ได้เชิญให้มานะ!!

 

“มาฝากข้อความถึงที่นี่…   น่ากลัวชะมัดเลย…”  ยามเมื่อนึกถึงใบหน้าและภาพลักษณ์อันเต็มไปด้วยสีขาวนั่น  สิ่งที่นึกถึงต่อมาก็คือ…

 

จูบที่โดนขโมยไปตอนนั้น!!!

 

คิดแล้วอยากจะฉีกข้อความโดยเฉพาะที่ชื่อนั่นเป็นชิ้นๆ  นอกจากทำตัวแปลกๆแล้ว ยังทำตัวน่าสงสัย แล้วก็เดาอะไรไม่ออก บรรยากาศชวนอันตรายเสียเหลือเกิน  เขาควรทำเป็นลืมข้อความในการ์ดนั่นไปเสีย

 

 

“จะไม่ไปก็เสียมารยาท แต่ผมสนับสนุนให้คุณเสียมารยาทนะครับ”  เสียงทุ้มบอกพลางยิ้ม แต่ร่างบางเริ่มเสียวสันหลังขึ้นมาโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ

 

“ไม่คิดจะออกไปหรอก  คราวก่อนที่ไปเพราะว่ารีบอร์นให้ไป…”   แล้วก็มียามาโมโตะพ่วงไปด้วยก็เลยออกไปเจอหรอกนะ

 

สายหมอกจอมหลอกลวงนั่งท้าวคางพิศมองใบหน้าท่าทางของนภา  สถานะในการเป็นบอสมันทำให้ลำบากใจสินะ  “ถ้าเป็นงาน  ผมจะตามไปด้วยครับ”  ใบหน้าอ่อนวัยหันมองขวับ

 

“ไม่ได้!!  นายสร้างร่างมายานี่มานานน่าดูแล้ว มันเปลืองพลังงาน!!”   เร่งหยัดกายขึ้นเดินไปจับบ่าทั้งสองของคนที่ตนเป็นห่วงนัก   ถ้าใช้พลังมากครั้งหนึ่ง.. อีกนานกว่าจะได้เจอกัน….

 

“กลัวว่าผมจะหมดเรี่ยวหมดแรงรึไงครับ”  มือแกร่งกอบกุมมือเล็กนั้นดึงมากุมเอาไว้   มันสมควรเป็นห่วงมั้ยล่ะ…

 

“แหวนสายหมอกอาจจะทำให้ภาพมายาดีขึ้น แต่ว่า…  ก็ไม่ใช่ร่างนายอยู่ดีนะ…”   นี่เป็นร่างของโคลม โดคุโร่ตะหากล่ะ..  ไม่รู้จะมีคนอื่นที่เป็นร่างแทนอีกหรือไม่…

 

 

คุกน้ำไร้แสงไร้เสียงไร้ความอบอุ่น

ร่างกายที่อยู่ห่างไกลถูกพันธนาการเอาไว้

 

เขายังคงรักษาสัญญาไม่ได้อยู่ดี….

                สีหน้าของนภาบ่งบอกถึงความเป็นห่วงเป็นใยจริงจัง   สายหมอกมองดวงเนตรกลมโตนั้นแล้วเป็นต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไปโดยดี    “เข้าใจแล้วครับ”

 

ริมฝีปากได้รูประบายยิ้มออกมาอย่างโล่งอก  “ดีแล้วล่ะ”  สองแขนกระชับโอบร่างสูงซึ่งนั่งบนเก้าอี้เอาไว้  โอบศีรษะนั้นซบลงกับอกตน

 

แม้ไม่ใช่ร่างจริงของตนเอง แต่สัมผัสได้ถึงไออุ่น… อาจะเป็นแค่การคิดไปเอง คิดไปเช่นนั้นก็คงดีอยู่แล้ว…  “แทนที่จะห่วงผม คุณห่วงตัวเองให้มากเถอะครับ”  อันตรายที่อยู่รอบตัวในยามนี้ ไม่ว่าใครคงรับรู้ได้…

 

“นายไปพักเถอะ ฉันไม่เป็นไรหรอก  เดี๋ยวฉันก็จะกลับไปทำงานเหมือนกัน”   แนบหน้าผากตนกับหน้าปากของชายหนุ่ม  ช่วงเวลาที่ได้ใกล้ชิดกันแม้ไม่บ่อยไม่ยาวนาน….

 

“ก็หวังว่างานนั้นจะไม่ใช่ไปดื่มน้ำชากับใครหรอกนะครับ”  คำพูดจากสายหมอกเรือนผมสีไพลินเป็นมีดปักฉึกเข้ากลางใจของทูน่าบอส

 

“บอกว่าไม่ไปสิน่า….” รับปากด้วยสีหน้ามุ่งมั่นแลดูขำขันพิกล…

 

ชายหนุ่มร่างสูงยิ้มจางๆเจ้าเล่ห์ส่งท้าย และโบกมือลา   “แล้วเจอกันครับ”    สายหมอกเลือนรางหายไปกลับคืนเป็นร่างของหญิงสาวคาดปิดตาด้วยที่ปิดตาสีดำขลับเรือนผมสีม่วงเข้ม

 

“ขอตัวนะคะบอส”  โคลม โดคุโร่โค้งให้บอสที่เคารพของเธอ แล้ววิ่งเอื่อยๆไปจากบริเวณสวน  ปล่อยให้นภาอยู่ที่แห่งนั้นเพียงลำพัง  รอยยิ้มค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มแห้งๆ…

 

“มันเป็นงานนะมุคุโร่…. ขอโทษจริงๆนะ…”  ยกมือขึ้นมาตบแปะกันพนมบอกคนที่จากไปกลายเป็นสายหมอก  หน้าที่ของบอสมาเฟียไม่ควรละเลย ความสัมพันธ์กับแก๊งค์อื่นที่อาจเกิดความบาดหมางไม่ควรละเลย เป็นสิ่งที่อาจารย์ตัวดีสอนเอาไว้ เขาต้องไปเจอกล้วยไม้ขาว….

 

 

ก็แค่ไปเจอคงไม่มีอะไรหรอก….

แม้เงาจันทร์จะเริ่มก่อตัว….

 

 

เสียงของโลหะกระทบกันดังแว่วมาจากที่ไกลๆ  เสียงของนกร้องและเสียงกระพือปีกของมันเคลื่อนตัวอยู่ใกล้ใบหูซึ่งเป็นจุดรับเสียง  เนตรคมสีนิลเข้มปรือเปิดขึ้นแลมองเห็นภาพเงาเลือนรางและค่อยๆแจ่มชัดขึ้น  คือภาพของลูกน้องคนสนิทผมทรงรีเจนท์ และเจ้านกเหลืองบินร่อนลงมาหาตน

 

 

“คุณเคียวฟื้นแล้วนะครับ….”   คุซาคาเบะผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอก   หัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นนั่งให้เจ้านกเหลืองร่อนลงมาเกาะบนไหล่ได้

 

“ที่นี่ที่ไหน?”  เนตรคมกวาดมองไปรอบๆห้อง   ห้องนอนกว้างประดับตกแต่งอย่างคุ้นเคย  ประเมินความจำของตนเองแล้วนึกถึงห้องพักที่เขาเคยมา…

 

“โรงแรมที่พวกเราพักที่ฮ่องกงน่ะครับ  คุณเคียวหมดสติไปเกือบสองวันเลยล่ะครับ”  หน้าผากยังคงพันรอบด้วยผ้าพันแผล  น่าตกใจจริงๆที่ผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญเช่นนั้นมาได้ด้วยบาดแผลเพียงแค่นิดเดียว

 

ฮิบาริ เคียวยะนั่งย้อนความไปในยามนั้น  เพราะมีเจ้านกป้องเหลืองอยู่ด้วย   จึงหลบไม่ได้สะดวกนัก แต่ใช้ทอนฟาฟาดเขาใส่รถที่พุ่งเข้ามาเต็มเหนี่ยว.. จำได้เพียงแค่นั้น  “ไม่ใช่อุบัติเหตุสินะ”   เป็นการจงใจ…

 

“ไม่ทราบแน่ชัดครับ คนขับเสียชีวิตตั้งแต่รถพุ่งเข้ามา”  เมฆานั่งเรียบเรียงเหตุการณ์  ก็คงไม่พ้นพวกที่ปองร้ายเพราะเจ้าแหวนเจ้าปัญหานี่….

 

“ค่อยกลับไปเอาเรื่องกับเจ้าสัตว์กินพืช”  มีเรื่องให้ทำด้วยการตบตีนางเอก(?)ของเรื่องเข้าแล้ว…

 

“สึนะโยชิงานยุ่งอยู่แล้ว  ก็ยังคิดจะไปหาเรื่องเขาอีกนะ”   เสียงทุ้มดังลอดผ่านประตูห้องเรียกให้คนในห้องหันไปมองเป็นทางเดียวกัน  ก่อนจะพบกับคนที่หน้าตาเคยคุ้นนัก…

 

“แก…..”  คิ้วคมขมวดเข้าหากันเมื่อได้พบกับศัตรูเก่า(?)

 

“你好 (หนีห่าว) Cloud Guardian”   ชายหนุ่มเรือนผมสีดำเข้มและเนตรสีดำขลับในชุดสูทและโค้ทยาวบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีอิทธิพลในแผ่นดินเกาะฮ่องกงส่งรอยยิ้มทักทายให้แก่สหายที่ไม่ได้พบกันเนิ่นนาน

 

“คุณหยุนเหว่ยเป็นคนติดต่อหาแพทย์ให้น่ะครับ”  ร่างหนามองเจ้านายตนพลางหันมองอีกคน  มีความคล้ายของอะไรบางอย่าง… ธาตุเดียวกัน?

 

เขาคิดไปเองรึเปล่าว่ารังสีฆ่าฟัน

มันบินร่อนผ่านหัวเขาไปมา….

                “เสร็จธุระแล้ว พวกเราจะได้กลับ”   ฮิบาริ เคียวยะผู้หัวดื้อไม่ปริปากเอ่ยคำขอบคุณแม้แต่นิดเดียว  ซ้ำยังคิดจะหนีกลับไปทำหน้าที่ของตนทันที

 

“กะว่าจะถามทุกข์สุขของสึนะโยชิซะหน่อย  ได้ยินว่าช่วงนี้มีเรื่องไม่ดี”  เมฆาวองโกเล่หันมองขวับด้วยปลายตา  ในช่วงที่เขาไม่อยู่นั้นมันเกิดอะไรขึ้นรึไง

 

“เท่าที่ได้รับการติดต่อ และข่าวสารครั้งสุดท้ายทางวองโกเล่สงบสุขดีครับ”  คนสนิทเอ่ยบอกก่อนที่เจ้านายจะเริ่มอาละวาดตามประสาเพื่อนนางเอกแอบเคือง(?)

 

“ช่วงนี้มีการเสนอข้อต่อรองและผลประโยชน์ให้กับมาเฟียหลายกลุ่ม เพื่อทำอะไรบางอย่างกับวองโกเล่อยู่นะ”  ข่าวสารที่ไม่น่าเชื่อเปล่งบอกจากปากของพันธมิตรบนแผ่นดินใหญ่ผู้ไว้วางใจได้

 

“คงมีเกลือที่กลายหนอนบ้างแล้วสินะ…หึ…”    ความสงบที่น่าเบื่อกำลังจะผ่านไป… เขาจะได้มีเรื่องสนุกทำเสียที

 

“สึนะโยชิกับผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกเป็นยังไงบ้างล่ะ?”  คนคิดอยากจะเป็นก้างยังคงสนใจจะเข้าแทรกอยู่เสมอไม่เปลี่ยน….

 

“ไม่เกี่ยวกับฉัน”    เมฆาเอ่ยบอกและขยับมือลูบศีรษะกลมของนกป้อมสีเหลืองที่ดูเป็นห่วงตนนัก    คำเอ่ยนั้นบอกปัดหรือเป็นหน้าที่ของเพื่อนที่ดีกัน?

 

หยุนเหว่ยยิ้มจางๆที่เห็นเหล่าผู้พิทักษ์ของวองโกเล่เหมือนเดิม  เจ้านายก็คงเหมือนเดิมเช่นกัน  “ถ้าคิดจะกวาดล้างเกลือที่เป็นหนอนในฮ่องกงต่อไป  ก็หวังว่าเราจะเป็นมิตรที่ดีต่อกันชั่วขณะหนึ่งนะ”  เมฆาวองโกเล่ยิ่งฟังยิ่งคิ้วขมวด…

 

“จะพยายามหาข่าวสารมาให้ในฐานะพันธมิตรนะ  ฝากบอกสึนะโยชิด้วยว่าคิดถึงถ้าส่งข่าวไปบอกทางนั้น”  ช่วยเพราะหวังผลชัดๆ!!!   แล้วชายหนุ่มบอสมาเฟียฮ่องกงพลันเดินออกไปจากห้อง

 

ลูกน้องคนสนิทนั่งมองเจ้าหน้านั่งทำหน้าทำตาเหมือนคนอยากจะฆ่าใครแล้วคิดหนัก  “ตอนนี้เราพึ่งพาเขาได้ ดีกว่าไม่มีหน่วยข่าวนะครับคุณเคียว”

 

“ไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้น”  ฮิบาริ เคียวยะเอ่ยขึ้นอย่างเป็นปริศนา  หากในคำพูดนั้นบอกเรื่องหนอนของวองกเล่แล้วล่ะก็…. ไม่ว่าใครที่ไม่ใชช่คนใกล้ชิดนภาของวองโกเล่  ก็ไว้ใจไมได้ทั้งนั้นรวมทั้ง….  เมฆาแห่งแดนมังกรคนนั้นด้วย…

 

 

เงาจันทร์นั้นกำลังแผ่กว้างออกไป

เรื่องราวที่อยู่ลึกลงไป……

                นักฆ่าร่างสูงที่เติบโตขึ้นจากทารกยืนเมียงมองนักวิทยาศาสตร์ร่างท้วมที่มาด้วยกันจับอุปกรณ์แกว่งไปมา  มองแล้วไม่น่าเชื่อถือและคงจะไม่ได้อะไร  ถึงกระนั้น… อากาศก็มิสามารถเก็บเอากลับไปเป็นตัวอย่างในห้องทดลองได้ มีแต่การทดลองตรวจสอบกลางแจ้งเท่านั้น…

 

 

“เป็นไง”  อัลโกบาเรโน่รีบอร์นยืนมองพลางเก็บอาการอึดอัดบางอย่าง   ตั้งแต่อาการไอออกมเป็นเลือด เขามิได้บอกใครเรื่องความผิดปกติของตัวเขาเอง….

 

“เครื่องตรวจวัดมลพิษไม่มีปฏิกิริยาครับ  มันไม่น่าจะมีอะไร…”   จางนีนี่หันมองด้วยท่าทางเหยาะแหยะ   คำบอกนั้นไม่ได้เป็นที่น่าพอใจของคนฟัง

 

“ตรวจสอบให้ละเอียดกว่านี้ซะ”  นักฆ่าโหดสั่งความ…   อากาศนี่..  มีบางอย่างเจือปนอยู่….

 

“คงต้องตรวจสอบในห้องทดลองอีกซักระยะนะครับ  ผมก็คิดว่ามันผิดปกติ…”  นักวิทยาศาสตร์ร่างท้วมบันทึกค่าและใช้การทดลองทุกวิถีทางเพื่อตรวจสอบค่าบางอย่างในอากาศที่แลดูเหมือนไม่มีอะไรนั้น

 

“ให้เร็วที่สุด…  ก่อนที่จะปัญหาเกิดขึ้น”  นักฆ่าอัจฉริยะมองผ่านอากาศอันแสนสดใสพินิจพิจารณาบางอย่าง  บางสิ่งที่อยู่ในอากาศนี่… จะก่อปัญหาในไม่ช้า เช่นเดียวกับร่างกายของเขา…

 

 

อากาศที่เริ่มไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป  ความเปลี่ยนแปลงที่คืบคลานเข้ามาใกล้ตัวขึ้นเรื่อยๆ  จุดเปลี่ยนของความสงบสุข.. สิ่งที่ตรงข้ามกับเรื่องดีนั้น.. คืออะไรกันนะ?

 

 

เงาของพระจันทร์บดบังแสงนวลผ่อง

สายลมเปลี่ยนทิศทางบ่งบอกถึงเรื่องราวซ้อนเร้น

.

.

 

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 12/17/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: