RSS

[KHRFic] LOVE Like Noodle!? Zwei (6927) CH5

17 ธ.ค.

Title : LOVE Like Noodle!?  Zwei
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Romance , Comedy(?) , Action(?) , Drama
Rate : NC-17
Pairing : 6927 (100)
Summary :   ในบะหมี่หนึ่งถ้วย.. ไม่ได้มีแค่บะหมี่ แต่มีลูกชิ้นเป็นอุปสรรคล่อตา..

————————————————————————

 

 

 

ความตายที่อยู่ใกล้

เพียงแค่เอื้อมมือถึงเท่านั้น

 

ความตายเหล่านั้นไม่มีใครล่วงรู้

ว่าที่อยู่ตรงข้ามนั้นเป็นของผู้ใด

อาจจะเป็นตัวเรา

หรืออาจจะเป็นคนใกล้ตัวเราก็ได้

 

คำเตือนในวันนั้นมิอาจรู้ว่า

มาจากความปรารถนาดีหรือเปล่า

 

ลางร้ายที่ประดังเข้ามา

อย่างเช่นสายเกลียวคลื่นที่ซัดสาดนั้น

จะพบลงเมื่อใดกันนะ

ท้องฟ้าจะได้สงบลงเสียที

 

Chapter 5

The Hangedman

                หนังสือพิมพ์ในมือแกร่งวางลงบนหน้าตักซึ่งอยู่ภายใต้ผ้าห่มสีขาวบริสุทธิ์ของโรงแรม  เนตรสีดำขลับของชายหนุ่มในชุดนอนสีดำเข้ากับเรือนผมจดจ้องมองรายละเอียดข้างในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษคอลัมน์เล็กๆอย่างสนใจ   เหตุการณ์การระเบิดที่แลดูเหมือนอุบัติเหตุทั่วไปที่เกิดขึ้นในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลี  หากแต่ในห้วงคิดของชายหนุ่มกลับรับรู้ถึงบางสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ในข่าวที่ปิดบังชื่อของผู้เกี่ยวข้องและเจ้าทุกข์ที่อยู่ในที่เกิดเหตุนั่นได้  เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเขาจนทำให้ต้องนอนเล่นบนเตียงอย่างขัดใจ

 

 

“มีอะไรเหรอครับคุณเคียว?   ข่าวธรรมดาๆนี่ครับ”   ร่างหนาเรือนผมทรงรีเจนท์ก้าวเข้ามาพร้อมกับกาแฟในถ้วยส่งกลิ่นไอหอมกรุ่น

 

ชายหนุ่มเรือนผมสีเข้มบนเตียงละสายตาจากหนังสือพิมพ์ และเหลือบหันมาหาลูกน้องคนสนิทเสียแทน  “ไม่ธรรมดา.. เพราะมีคนใช้เงินปิดข่าวสาร”  และคาดการณ์ได้ด้วยว่าเป็นใคร…

 

“….งั้นแสดงว่าเป็นการปะทะของมาเฟียสิครับ  แต่มันดูจะเล็กน้อยเกินไป”  คุซาคาเบะเลิกคิ้วอย่างสงสัย มันดูจะเป็นแค่เพียงการก่อกวนในร้านกาแฟเสียมากกว่า…

 

“ต่อโทรศัพท์ไปหาเจ้าสัตว์กินพืชซะ”  จู่ๆเสียงทุ้มของคนบนเตียงเปล่งออกคำสั่ง   ยิ่งทำให้ลูกน้องผู้ติดตามประหลาดใจมากขึ้นอีก

 

“รับทราบครับ”  ร่างหนาก้าวไปหยิบโทรศัพท์มือถือต่อสายไปตามคำสั่ง  นี่คงเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวออกปากให้ติดต่อไปหาทางวองโกเล่เองเป็นครั้งแรกกระมัง….

 

ดูเหมือนจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเล็กๆ….

                เสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานดังต่อเนื่องเป็นจังหวะ   ร่างสูงเรือนผมสีเงินนัยน์เนตรสีเขียวมรกตในชุดสูทละมือจากการจัดการงานเอกสารเปลี่ยนมารับโทรศัพท์แทน   เจ้านายผู้เขาแสนห่วงใยโดนเรียกไปคุยที่ห้องของนักฆ่าโหดตั้งแต่เช้า โกคุเดระ ฮายาโตะจึงต้องเป็นฝ่ายมานั่งทำงานที่ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติซะแทน

 

 

“รุ่นที่สิบไม่……..เฮ้ย!!!”  เสียงทุ้มอุทานด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงบอกว่าปลายสายเป็นใครกัน…

 

 

ร่างโปร่งบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ฟูฟ่องเดินคอตกมาตามทางเดิน ก่อนจะเปิดประตูเข้ามาเจอผู้พิทักษ์แห่งวายุทำสีหน้าตื่นอยู่ในห้องทำงาน  เห็นสีหน้าแบบนั้นแล้วเริ่มกังวลว่าตัวเองจะเจองานอะไรเข้าตัวอีกแล้วรึเปล่า   เพิ่งโดนรีบอร์นสวดมาเมื่อกี้เองนะ!!

 

 

“มีอะไรเหรอโกคุเดระคุง หน้าตาตื่นเชียว…”   เสียงใสเปล่งถาม และทันทีที่คนรับโทรศัพท์ได้ยินเสียงเจ้านายจึงรีบนำหูของโทรศัพท์ไร้สายมาส่งให้

 

“เจ้าฮิบาริติดต่อมาหารุ่นที่สิบครับ!”  สิ้นเสียงของมือขวาคนสนิท  มือเรียวรีบแย่งโทรศัพท์มาสนทนาเองในทันใด

 

“คุณฮิบาริเหรอครับ!!  ปลอดภัยดีใช่มั้ยครับ!!  ผมเพิ่งจะติดต่อให้ยามาโมโตะไปตามข่าวคุณแท้ๆ!!”  ความเป็นห่วงมิอาจเก็บกักไว้ได้ทางใบหน้าและน้ำเสียง  แต่การโวยวายใส่คนไม่ชอบสุมหัวมันก็…..

 

[…. น่ารำคาญจริง… หนวกหู…]  เพียงแค่นั้นเจ้าปลาบอสจำต้องรีบหุบปากของตัวเองให้สนิท และเริ่มสงบสติอารมณ์ลงซะ

 

กระนั้นก็มิอาจลบรอยยิ้มหมดห่วงบนใบหน้าไปได้  “แค่คุณฮิบาริติดต่อมา ผมก็หมดห่วงแล้วล่ะครับ…”  หลังจากที่ได้ข่าวคราวว่าหายตัวไปที่เกาะฮ่องกง…

 

 

สรรพสิ่งล้วนทำให้ฟากฟ้าต้องกังวล…

 

คู่สนทนาปลายสายเงียบกริบไปครู่หนึ่ง   สึนะโยชิเลื่อนโทรศัพท์ออกมามองว่าสัญญาณตัดหายไปหรือไร แต่มันก็ยังอยู่นี่นา   “คุณฮิบาริ?  ….เอ่อ… เกิดอะไรขึ้นที่ฮ่องกงรึเปล่าครับ…”   มีลางสังหรณ์บางอย่างร้องเตือน…

 

[….ฉันจำเป็นต้องบอกแก?]   แล้วโทรมาทำไมเนี่ย ไอ้กระผมไม่อาจเข้าใจได้!!!

 

“บอกมาแบบนี้ผมสงสัยนะครับ มันดูแปลกๆ… ผมรู้สึกแปลกๆ…”  สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นกังวลเสียจนวายุซึ่งอยู่ร่วมห้องแลเห็นแล้วอดกังวลตามไม่ได้….

 

 

ความกังวลใจของนภาก่อร่างเพิ่มพูนขึ้นจากทีละน้อยเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ  เหตุการณ์หลากหลายอย่างที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว..  เขาอยากจะให้สรรพสิ่งและเหล่าคนสำคัญของเขาอยู่ในสายตา… อยู่ในพื้นที่ที่เขาสามารถมองเห็นได้ว่าทุกคนไม่มีอะไร…

 

 

[…. ข่าวร้านกาแฟที่อิตาลี  เกี่ยวข้องกับแกสินะ…]   โดนเสียงทุ้มของเมฆาถามกลับมาเจ้าปลาบ๊องที่พาตัวไปรนหาที่สะดุ้งเฮือก

 

“รู้ได้ยังไงน่ะครับ… รีบอร์นให้คนปิดข่าวกับตำรวจที่มาสอบสวนแล้วแท้ๆ…”   มาเฟียกับตำรวจไม่ควรเกี่ยวข้องกัน.. มันเป็นกฎ….

 

[….. หึ…  ไม่แปลก…  รอบตัวแกคงกำลังมีอะไรเกิดขึ้นน่ะสิ]  อาจจะเรียกได้ว่า.. มีการเคลื่อนไหวอยู่โดยรอบ ทุกหนทุกแห่งที่มีชื่อของวองโกเล่อยู่เสียมากกว่า…

 

ซาวาดะ สึนะโยชิประเมินจากคำพูดของผู้พิทักษ์ซึ่งอยู่ในแดนไกล  แม้แต่คนไกลยังต่างแดนยังรู้ได้.. แสดงว่าต้องมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้น..   “มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นที่ฮ่องกงสินะครับ…”

 

เงาสีดำที่คืบคลานเข้าหาคนสำคัญของเขา

ราวกับต้องการให้เขากังวลใจ

 

ให้ได้มากที่สุด……

                ฮิบาริ เคียวยะซึ่งอยู่ในสายสนทนานิ่งเงียบไปเอ่ยตอบอะไร  เพียงแค่นั้นบอสวองโกเล่รุ่นที่สิบก็พอจะเดาได้อยู่แล้ว   “ถ้าคุณฮิบาริไม่บอก.. ผมจะไปฮ่องกงให้ดู!!!”  คนร่วมห้องอย่างโกคุเดระเริ่มตะลึงตกใจแทนคนที่สนทนาด้วย

 

“ระ..รุ่นที่สิบครับ!!”  วายุรีบเข้ามาปรามก่อนที่เจ้านายจะวู่วามไปมากว่านี้

 

[ไม่ต้องมา] ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาจอมหัวแข็งก็ตอบกลับมาอย่างห้วนๆไม่ต้องการความช่วยเหลือ ทูน่าเริ่มเดือดแล้วนะ!

 

“พูดแบบนี้แล้วคิดว่าผมจะไม่ไปเหรอครับ!!?”  นภาเปิดฉากโต้เถียงทางโทรศัพท์  หงุดหงิดสุดๆ!!  ทำไมทุกคนต้องทำเหมือนเขาพึ่งพาไมได้ด้วยเนี่ย…

 

[อยากโดนขย้ำรึไง….] คำขู่สุดอำมหิตดังมาจากปลายสาย แต่ตอนนี้ความห่วงมันขึ้นหน้าไม่กลัว!!

 

“แต่ว่า….!!!”   ในตอนนั้นเอง…..

 

[อยู่เฉยๆอย่ารนหาที่จะดีกว่า] แล้วโทรศัพท์ก็ตัดไปแบบจงใจ….. ทิ้งไว้เพียงเสียงของสัญญาณโทรศัพท์ดังต่อเนื่องว่าโดนตัดสายไปแล้วให้คนฟังหงุดหงิดเล่น

 

 

ร่างโปร่งยืนนิ่งจับหูโทรศัพท์อย่างสั่นๆ  โกคุเดระซึ่งอยู่ข้างๆมองแล้วไม่กล้าปริปาก   มิอาจรู้ว่าเจ้านายคุยอะไรกับเจ้าคนหัวแข็งนั่น แต่พอจะเดาได้ว่าต้องปะทะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างแน่นอน  ระหว่างคนชอบสุมหัว กับคนไม่ชอบสุมหัวน่ะ….

 

 

“มีเอกสารความเสียหายจากฐานที่ไหนบ้างรึเปล่าโกคุเดระคุง?”  ใบหน้าอ่อนวัยผินหันไปมองมือขวาคนสนิทซึ่งเป็นคนจัดการงานเอกสารในช่วงนี้

 

“กะ..ก็มีมาเรื่อยๆล่ะครับ  แต่ความลับมันก็รั่วไหลไปบางเรื่องจนต้องเร่งตัดข้อมูลไปก็มีเหมือนกัน…”  คำตอบที่ได้รับ.. พอจะทำให้เขาเดาได้….

 

 

คนในที่กลายเป็นหนอน

และคนนอกที่ต้องการจะเข้ามาเพื่ออะไรบางอย่าง….

                “แย่จริงๆนั่นล่ะ…  ชักจะเป็นห่วงหลายๆคนแล้วสิโกคุเดระคุง…”   แทนที่จะห่วงตัวเองกลับห่วงคนอื่นมากกว่า.. วายุแลมองใบหน้านั้นแล้วจะดีใจหรือจะกังวลแทนดีนะ….

 

“รุ่นที่สิบไม่ต้องห่วงอะไรหรอกครับ  ก็แค่เรื่องวุ่นวายที่คงจบไปเหมือนหลายๆเรื่องน่ะครับ”  มือแกร่งจับบ่าเล็กทั้งสองเพื่อให้มั่นใจ…

 

เนตรสีน้ำตาลไหม้เมียงมองใบหน้าจริงจังของเพื่อนสนิท  ทุกคนก็คงให้คำตอบแบบเดียวกัน…  “นั่นสินะโกคุเดระคุง  เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปเหมือนที่ผ่านมา”  ทุกๆครั้ง… ทุกๆเรื่อง…

 

 

หวังว่า… ฉันคงไม่ต้องฆ่าเธอหรอกนะ….”

นภาสีขาว… ก็คงเป็นแค่ปัญหาหนึ่งที่ผ่านมาและผ่านไป….

                “ช่วยตามเช็คดูให้หน่อยนะ  ว่าที่ไหนมีข่าวสารและความเสี่ยงของข้อมูลหรืออัตราความเสียหายมากที่สุดน่ะ….”  สึนะฝากฝังงานให้กับผู้ที่ไว้วางใจได้   ในยามนี้ที่เขาทำได้.. คือระวังตัว และเชื่อใจ….

 

“….ดูเหมือนว่า…. อีกฝ่ายจะรู้เรื่องของพวกเรามากเกินไป….”  เสียงใสเปล่งด้วยความกังวล  ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน กระทั่งความเสียหายที่เกิดขึ้นตามฐานที่ต่างๆ  จะบังเอิญหาเจอง่ายเกินไปรึเปล่า…

 

“เข้าใจแล้วครับ  ผมจะรีบจัดการรุ่นที่สิบไม่ต้องกังวลนะครับ!!”   เจ้าหมาน้อยโกคุเดระรับคำและหยิบแว่นขึ้นมาสวมกลับไปหมกมุ่นหน้าที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

 

 

บอสวองโกเล่รุ่นที่สิบแลมองผู้พิทักษ์แห่งวายุทำงานพลางยิ้ม  ผู้พิทักษ์แต่ละคนที่แยกย้ายกันไปล้วนพยายามอย่างเต็มที่..  แต่กระนั้นเขาก็ยังกังวลในบางอย่าง  ท่าทีแปลกๆของอาจารย์พิเศษสุดโหด ราวกับปิดบังอะไรเขาไว้ ทั้งยังดูเข้มงวดผิดปกติ…..

 

“รุ่นที่สิบไปพักทานชาหรือกาแฟก่อนก็ได้นะครับ   ผ่อนคลายแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ”  สายลมผู้ปลอบโยนเอ่ยแนะนำทางที่ควรไป

 

“อืม…..นั่นสินะ….”   เขาเป็นผู้นำ… เขาคือแก่นกลางหลักของวองโกเล่แฟมิลี่…  เขาจะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด…..

 

“งั้นฝากด้วยนะโกคุเดระคุง”  ส่งรอยยิ้มละไมให้แล้วจึงก้าวออกจากห้องไป….

 

 

อนาคตที่เคยคิดเอาไว้ในวัยเยาว์

อนาคตที่ตัวเขาเป็นมาเฟียสมบูรณ์แบบ

 

เคยคิดเอาไว้ตั้งแต่ตัดสินใจ

ว่าคงไม่เหมือนเดิม ไม่สงบสุขอย่างเดิม

ขอแค่คนสำคัญทุกคนอยู่ร่วมกัน

อย่าได้มีคนพรากช่วงเวลาเหล่านั้นไปเลย….

                ห้องทำงานของอาจารย์นักฆ่าสุดโหดมีแขกผู้แสนคุ้นเคย   ร่างสูงเรือนผมสีทองนัยน์ตาสีอำพันมาเยี่ยมเยือนคฤหาสน์แฟมิลี่ของรุ่นน้องร่วมสำนักพร้อมกับจดหมายบางอย่าง  และเจ้าจดหมายปัญหาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตรงหน้าของอัลโกบาเรโน่รีบอร์นนั้นก็ทำให้เจ้าตัวมีสีหน้าเย็นชาขึ้นมาเช่นกัน…

 

 

“นอกจากคาบัคโรเน่ ก็คงมีอีกหลายแฟมิลี่ที่ได้รับเจ้าจดหมายนี่ละนะ”   ดีโน่ยืนมองเจ้าจดหมายสีขาวที่เขานำติดตัวมาให้ฝั่งวองโกเล่ตรวจสอบ

 

มือแกร่งหยิบเอาจดหมายขึ้นมาและนำเอาแผ่นกระดาษภายในออกมาอ่าน…  “ทางวองโกเล่ไม่ได้รับจดหมายนี่  ท่าทางจะเชิญแต่คนที่มีประโยชน์บางอย่างสินะ”   บัตรเชิญร่วมไปงานสังสรรค์ที่น่าสงสัย

 

“…ไม่ได้สินะ … น่าสงสัยจริงๆแฮะ”   บอสหนุ่มเรือนผมทองมองเจ้าการ์ดเชิญนั่น  มีเวลาและวันที่ระบุเอาไว้ แลดูเป็นงานเลี้ยงเป็นอย่างเป็นมิตรที่น่าสงสัยเกินไป

 

“แกก็เข้าไปร่วมงานเลี้ยงนี่ซะสิ  เผื่อจะได้ข่าวอะไรสำคัญๆ  เชิญมาก็สนองไปซะ”   รีบอร์นโยนบัตรเชิญคืนกลับให้เจ้าของ

 

 

คงเป็นการหาพรรคพวก

ในการสร้างกำลังพลกระมัง….

เพื่อต่อกรกับวองโกเล่

                “จะบอกสึนะดีมั้ยน่ะ  ฉันว่ามันดูน่าสงสัยนะเนี่ย”   เชิญกระทั่งแฟมิลี่ที่เป็นพันธมิตรของวองโกเล่  นี่มันสารท้ารบหรืออะไรกัน….

 

“คิดเองสิ  แกเป็นบอสของแฟมิลี่ จะให้คนอื่นคิดแทนได้ไง”   รอยยิ้มคมระบายบนริมฝีปากของนักฆ่าหนุ่ม  แต่กฎข้อนี้คงใช้ไม่ได้กับบอสวองโกเล่ล่ะนะ….

 

“ชวนสึนะไปออกงานด้วยกันสองคน จะโดนใครบางคนจ้องเล่นงานทีหลังมั้ยน่ะ ฮ่าๆๆ”  หนุ่มอารมณ์ดีหัวเราะขำขัน แค่คิดก็เสียวสันหลังแปลกๆ….

 

 

โครม!!!

 

“คุณดีโน่!!  มาแล้วก็ไม่บอกกันนะครับ!  ถ้าผมไม่ได้ยินจากพวกสาวใช้คงไม่รู้!”  ประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างรวดเร็วทันทีที่พูดถึงคนตายยาก…    พูดถึงทูน่า ทูน่าก็มาทันทีอย่างกับสั่งได้…

 

ทั้งบอสคาบัคโรเน่และเจ้าของห้องมองเจ้าคนตายอย่างเป็นสายตาเดียว  ช่างมาได้จังหวะดีเหลือเกินนะนั่น…  “มาพอดี กำลังพูดถึงแกพอดีเชียวเจ้าห่วยสึนะ”

 

“หวัดดีสึนะ!  เห็นนายมาแบบนี้ก็ตัดสินใจได้แล้วล่ะ”  รุ่นพี่หนุ่มร่วมสำนักหัวเราะขำขัน  เจ้าบอสปลาทำหน้ามึนงงในทันที

 

“คุยอะไรกันอยู่นะครับ?”  ทูน่าที่เพิ่งว่ายเข้ามาในเขตน้ำน่าสงสัยยังคงไม่เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในยามนี้ซักเท่าไหร

“มีบัตรเชิญไปร่วมงานเลี้ยงของมิลฟิโอเร่ส่งมาให้เจ้าดีโน่”  สิ้นคำพูดของอาจารย์สุดโหด ดวงเนตรสีน้ำตาลไหม้เบิกกว้างขึ้น

 

“อะไรนะ………”   นภาสีขาวนั้นยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวเขา แล้วการที่เชิญรุ่นพี่ของเขาไปนี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน…

 

“ไม่เข้าใจเหมือนกันนะว่าต้องการอะไร อาจจะแค่ประกาศศักดาของตัวเองล่ะมั้ง”  มือแกร่งยกขึ้นลูบคางให้ความคิด

 

 

แฟมิลี่หน้าใหม่ที่คิดจะเข้ามาทำลายวองโกเล่

อาจจะดูน่าขำในสายตาผู้คนมากมาย

แต่มันเป็นไปแล้วจริงๆ…..

 

 

ราวกับการประกาศสงครามทั้งทางตรงและทางอ้อม  มือเรียวรับเอาบัตรเชิญจากหนุ่มรุ่นพี่อ่านข้อความบนนั้น มีตราดอกไม้ที่บ่งบอกถึงความหมายของแฟมิลี่  เหล่าบุปผชาตินับล้าน… มิลฟิโอเร่….   ดอกไม้ที่สวยงามแต่อันตรายนัก  ก็แค่เอาความสวยงามของดอกไม้มาปิดบังโฉมหน้าที่แท้จริง….

 

“ผมจะไป…..  ผมอยากรู้ว่าคนๆนี้ต้องการอะไรกันแน่….”    เนตรสีน้ำตาลไหม้เหลือบมองสบตารุ่นพี่ที่เคารพบ่งบอกถึงความตั้งใจ…

 

 

ต้องการรวบรวมทุกสิ่งเพื่ออำนาจ….

เพื่ออะไรกัน….

 

เขาไม่ชอบวิธีการแบบนี้….

                “สึนะ…..”  แม้ยังไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มร่างเล็กกว่าข้างกาย แต่การตัดสินใจในแต่ละครั้งของเจ้าตัว เขาก็พอจะเดาได้ว่าต้องมีเรื่องแอบแฝง…

 

“ถ้าแกคิดจะไปในฐานะบอสวองโกเล่ แกคิดผิดถนัด เพราะเขาไม่ได้เชิญแก”  รีบอร์นเปล่งบอกพลางท้าวคางมองใบหน้าที่แลดูจริงจังเมื่อกี้ ไม่ทันไรก็กลับเป็นสีหน้าบ๊องๆเหมือนเดิม

 

“…..แล้วจะให้ไปแบบไหนเล่า ก็ฉันจะไป….”  ไปรนหาที่อีกแล้วพอจะรู้ตัว…  โดนสายหมอกต่อว่าเละเทะอีกแน่นอนตอนกลับมา…

 

ดีโน่ คาบัคโรเน่มองใบหน้าละอ่อนนั้นพลางใช้ความคิด  ก่อนที่จะทุบมือตัวเองเมื่อหาหนทางออกพบ  “ก็ไปในฐานะคู่ควงของฉันก็โอเคนะ~”   เฮ้ย!!!!

 

สึนะตวัดใบหน้ามองรุ่นพี่เรือนผมสีทองอย่างไม่เชื่อสายตา  ที่พูดออกมานั่นคิดดีแล้วเรอะ!!   “ก็ไม่เลว”  ตวัดไปมองหน้าคนสนับสนุนอีกคน  มันจะตกลงกันง่ายเกินไปแล้ว!!

 

“ดะ….เดี๋ยวก่อน!!”  จู่ๆเขากลับรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาอีกครั้ง  ความรู้สึกเดียวกับตอนที่อยู่ในร้านกาแฟมันบังเกิด ซวยอีกแล้ว….

 

“ให้โคลมจัดการเสื้อผ้าให้แกซะ”  ว่าไงน๊า!!!!

 

ถ้าให้ผู้หญิงจัดการเสื้อผ้าให้…

ก็หมายความว่า……..?

                “จะให้ฉันแต่งตัวเป็นผู้หญิงเหรอ!!!?”   ศักดิ์ศรีความเป็นชายโดนกลบทิ้งลงดินไปทันทีเมื่อคุณอาจารย์สุดโหดประกาศมาเช่นนั้น

 

“ไปในฐานะคู่ควงก็ต้องแต่งผู้หญิงสิสึนะ แต่งเป็นชายเขาก็จำหน้าได้สิ”  มือแกร่งของชายหนุ่มอารมณ์ดีตบเข้าที่บ่าคล้ายกับปลอบใจ  เห็นดีเห็นงามกันเข้าไป…..

 

เจ้าคนโดนรุมยืนนิ่งงันไปในทันใด  ในใจพร่ำขอโทษสายหมอกที่เขาทำผิดสัญญาเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายอีกแล้ว และหวังว่ารอบนี้เจ้าตัวคงไม่รู้เรื่องอะไรก็ดีหรอก ไม่งั้นเขาคงซวยซ้ำซวยซ้อนอีกแล้วล่ะ….

 

 

ระหว่างที่เจ้าปลาบอสยืนนิ่งวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง  คนเป็นอาจารย์ก็จัดการโทรต่อสายไปหาผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกอีกคนให้เรียบร้อย   พยายามให้คนทั้งสองออกไปจากห้องก่อนที่ตัวเองจะแสดงอาการผิดปกติออกมาให้เห็น

 

“ติดต่อโคลมแล้ว  พวกแกก็ไปเตรียมตัวซะ”  วิญญาณปลากลับเข้าร่างและตวัดมองหน้าอาจารย์ในทันที

 

“เดี๋ยวก่อนนะ… งานน่ะวันนี้เรอะ?” สิ้นคำของบอสวองโกเล่ผู้ไม่ได้อ่านรายละเอียดให้ดี  สองคนในห้องก็จัดการพยักหน้าให้เป็นคำตอบที่ชัดเจนสุดๆ…. ซวยแล้ว….

 

“หกโมงจะมารับนะสึนะ  อย่าลืมพกถุงมือไปด้วยเผื่อฉุกเฉินล่ะ”  หนุ่มผู้ไม่กลัวตายเพราะคนที่ควงไปด้วยมีเจ้าของแล้วก็จรลีจากไปพร้อมกับรอยยิ้ม

 

“มันรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทันนะเนี่ย…”   ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องนี้  แต่เป็นหลายเรื่องที่ประดังเข้ามาในตอนนี้เสียมากกว่า รวดเร็วเหลือเกิน……

 

“ทำตัวดีๆ แล้วฉันมีของขวัญจะให้แก”  เนตรคมของนักฆ่าหนุ่มมองใบหน้าละอ่อนไม่สมวัยก่อนจะปัดมือไล่เอาเจ้าปลาบ๊องออกไปจากห้องทำงานของเขาเสียที… ก่อนที่จะสังเกตเห็นอาการผิดปกติของเขา….

 

“………..หา?”   สึนะโยชิคุงสดับฟังคำนั้นแล้วประหลาดใจนัก ไม่เข้าใจความหมาย  แล้วของขวัญที่ว่ามันอะไรกันน่ะ…..

 

ของขวัญจากอาจารย์ผู้เข้มงวด

ไม่เคยเป็นเรื่องดีๆเลยซักครั้งน่ะสิ…..

 

 

ออกมาจากห้องก็พบกับหญิงสาวเรือนผมสีม่วงเข้มยืนรออยู่นอกห้องเรียบร้อยแล้ว  เมื่อมาสายตาซื่อๆที่มองมานั้นเขาก็คิดอยู่ในใจว่ามันคงไม่เป็นไรหรอก ก็เสื้อผ้าของโคลมนี่นะ…  ขนาดตัวก็ไม่ได้ต่างกัน(?)มากเท่าไหร แล้วเจ้าตัวก็แลดูเป็นหญิงสาวเรียบร้อยๆด้วย….

 

 

“คุณรีบอร์นสั่งไว้หมดทุกอย่างแล้วค่ะ  เดี๋ยวฉันจะจัดการชุดให้บอสนะคะ”  มือเรียวเล็กยื่นมาดึงแขนเสื้อของคนเป็นนายให้ตามไปที่ห้องของเจ้าหล่อน

 

สึนะโยชิคุงตามมาที่ห้องของโคลมอย่างว่าง่าย   หญิงสาวน่ารักไปจัดเตรียมเอาชุดออกมาจากในตู้   เนตรสีน้ำตาลไหม้เหลือบมองเป็นระยะๆ   โรคุโด มุคุโร่เองก็คงมองผ่านสิ่งที่หล่อนมองเห็น… ยังไงก็หนีไม่พ้นล่ะนะ….

 

“มุคุโร่กำลังโกรธรึเปล่าน่ะ..?”   เปล่งถามล่ามเอนกประสงค์ที่ช่วยให้ติดต่อกันได้….

 

“ก็… นิดหน่อยค่ะ…   แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะบอส  ที่เป็นแบบนั้นเพราะท่านมุคุโร่เป็นห่วงบอสหรอกค่ะ”  ใบหน้าใสผินหันมามองพลางยิ้มให้   ได้ยินแบบนั้นแล้วมันรู้สึกผิด….

 

“ฉันดูแลตัวเองได้…  ขอแค่คนจำไม่ได้ก็พอแล้วล่ะ…”   สาวใช้มาเคาะประตูห้องพร้อมกับอุปกรณ์วิกผมยาวเหยียดตรงสีดำขลับและคอนแทคเลนส์ แบบนี้เริ่มมันใจว่าต้องจำไมได้!!

 

“..แต่ก็น่ากลัวว่า.. ท่านมุคุโร่จะทำอะไรเสี่ยงเพื่อบอสล่ะนะคะ… เป็นไปได้.. บอสอย่าเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายบ่อยๆเลยค่ะ”  โคลม โดคุโร่เดินมาพร้อมกับกล่องชุด 4 5 กล่อง

 

“……รู้แล้วล่ะ….”  เพราะเขาเองก็รู้ดีว่านิสัยของสายหมอกนั้นเป็นอย่างไร….

 

ไม่อยากทำซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง……

                เสื้อผ้าชุดราตรีหลากหลายและกล่องรองเท้าวางเต็มห้องไปหมด  มันมาจากไหนก็ได้แต่สงสัยกันต่อไป…  ทั้งเนื้อผ้าแบบและสีสันมีมากเสียจนต้องคิดว่าคนที่เตรียมของพวกนี้เอาไว้ล่วงหน้าเนี่ย..เป็นใครกัน…..

                “บอสลองชุดนี้นะคะ”  หญิงสาวยิ้มแย้มจริงใจ  แต่ทูน่ามองชุดแต่ละชุดที่เธอเลือกมาให้อย่างอึ้งๆ  ของพวกนี้มันรสนิยมของใครกันแน่!!  ไม่ใช่ของเจ้าหล่อนแน่ๆ!!

 

“ดะ..เดี๋ยว.. จะดีเหรอ!!!”   แล้วเสียงกรีดร้องปฏิเสธนั้นก็ดังมาเป็นระยะๆให้คนในคฤหาสน์สงสัยกันต่อไปว่าเกิดอะไรขึ้น….

 

“มันสั้นเกินไป… ว๊าก!!!  อันนั้นมันเปิด…!!!”  เสียงโวยวายนั้นช่างน่าสงสัยจริง……

 

มันคือการล้างแค้นของสายหมอก!!

                เข็มนาฬิกาบอกเวลาหกโมงเย็น   รถของบอสคาบัคโรเน่พร้อมคนขับรถอย่างโรมาริโอ้มาจอดเบื้องหน้าคฤหาสน์วองโกเล่ตรงตามเวลานัด  ชายหนุ่มเรือนผมทองมาในมาดใหม่ใส่สูทแลดูภูมิฐาน  เขาและผู้ติดตามก้าวมานั่งรอเจ้าของคฤหาสน์ในห้องรับแขกพลางจินตนาการว่ารุ่นน้องที่แสนน่ารักจะแต่งตัวมาในสภาพไหน  แค่คิดว่าแต่งเป็นผู้หญิงมามันก็เป็นภาพที่หาดูได้ยากแล้ว

 

 

ฝั่งห้องแต่งตัว  หญิงสาวตัวแทนผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกนั่งแต่งหน้าบางๆให้บอสรุ่นที่สิบเบื้องหน้ากระจก  ดูเธอจะภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง  แต่แอบเสียดายที่คนไปด้วยกันไม่ใช่ชายผู้มีพระคุณของเธอ  “เรียบร้อยแล้วค่ะบอส ไม่มีคนจำได้แน่ๆค่ะ”

 

ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของวายุที่เข้ามาตามนายเหนือหัว  “เจ้าม้าพยศมารอแล้วครับ”

 

“อะ…อืม… เสร็จแล้วล่ะ”   เสียงใสเปล่งบอกพลางผินใบหน้าหันมามอง  จากชายหนุ่มร่างโปร่งบางผมฟูฟ่องเปลี่ยนสภาพกลายเป็น…..

                “ระ..รุ่นที่สิบ!!”  โกคุเดระ ฮายาโตะเกิดอาการหน้ามืดไปในทันใดเมื่อเห็นบอสที่น่ารักของเขา  อยากเอากล้องมาถ่ายไว้เป็นบ้า!!!

 

เจออาการสุดเว่อร์อลังการของผู้พิทักษ์แห่งวายุแบบนั้น ใบหน้าอ่อนวัยซับสีเรื่อด้วยความอายและอยากมุดหนีไปที่ไหนซักแห่ง  “ฉันกำลังจะบ้าตาย……….”

 

 

นี่มันเป็นรสนิยมแบบล้างแค้นของมุคุโร่ใช่มั้ย!!!

 

 

แขกในห้องรับแขกนั่งรอพลางมองนาฬิกา  ปกติแล้วสาวๆมักจะแต่งตัวช้า แต่นี่เป็นชายแต่งสาวเฉพาะกิจมันคงจะช้ายิ่งกว่า  เสียงฝีเท้าเรียกให้คนทั้งสองหันไปมอง  ก่อนที่จะอึ้งใบหน้านิ่งกันไปทั้งคู่   “แต่งขึ้นกว่าที่คิดนะสึนะ จำไม่ได้เลยแฮะ…”

 

 

ใบหน้าอ่อนวัยแต่งหน้าบางๆด้วยโทนสีชมพู ขับความน่ารักให้แลดูเหมือนสาวน้อยน่าพิศมอง  วิกผมเรือนผมสีดำขลับยาวเหยียดตรงแลดูคล้ายกับตุ๊กตาญี่ปุ่นเข้ากับคอนแท็คเลนส์สีน้ำเงินเข้มที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติไม่เหมือนของปลอม   ชุดราตรีสายเดี่ยวสีกรมท่ากระโปรงยาวมีระบายส่วนปลายสีครีมเลยเข่าแค่คืบเดียว คลุมด้วยผ้าคลุมไหล่สีขาวปิดบังส่วนไหล่ที่จะดูไม่เนียนเท่าไหรเอาไว้   สวมถุงน่องและรองเท้าส้นสูงสีขาวผูกโบว์น่ารักสดใส…

 

 

“นี่เอาที่เรียบที่สุดที่บอสบอกว่าจะไม่ดูเด่นเกินไปแล้วนะคะ”  โคลมนึกเสียดายที่ไม่ยอมเลือกชุดอื่น….

 

“ผมไม่มั่นใจเลยซักนิดเดียวครับ!!”   แต่เพียงแค่เดินเท่านั้นความงามมันก็หล่นหายไปหมด…. เพราะคนมันไม่ชินกับส้นสูง….

 

“เดินดีๆหน่อยสึนะ   แบบนั้นมันดูหมดกันเลยนะ..ฮ่าๆ”   ดีโน่นั่งมองดูสภาพของรุ่นน้องเดินกะโผลกกะเผลกแล้วขำขันนัก

 

“มันเดินยากนี่ครับ….”  พวกผู้หญิงใส่กันไปได้ยังไงเนี่ย!!

 

“บอส ได้เวลาแล้วล่ะครับ”  โรมาริโอ้มองนาฬิกาแล้วเอ่ยบอกเตือนเจ้านายที่มัวแต่สนุกกับการดูสภาพคนที่เหมือนตกนรกทั้งเป็น…

 

“โอเค  งั้นไปกันเถอะสึนะ  ได้เวลาเริ่มของจริงแล้วล่ะ..แล้วก็.. แม้คนที่นายควงไปด้วยจะไม่ใช่หมอนั่น แต่ก็ทนๆไปก่อนนะ”   บอสหนุ่มผมทองเอ่ยแซวในความสัมพันธ์ของนภาและสายหมอก

 

“คุณดีโน่…. อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ  เดี๋ยวผมจะซวยเอา….”  จะซวยจริงๆเพราะหญิงสาวผู้เป็นล่ามเอนกประสงค์ไม่ได้ไปไหนไกลเลย…..

 

“ระวังตัวด้วยนะคะบอส”  โคลมเปล่งบอกและมองส่งบอสที่เคารพของเธอ   มองเห็นบางสิ่งบางอย่างกำลังก่อเงาดำขึ้นทีละน้อย…..

 

“ไปกันเถอะ”  มือแกร่งยื่นมาหาชายหนุ่มแอ๊บสาว(?)  เพื่อให้อีกฝ่ายส่งมือมาตามมารยาทที่ควรจะเป็น..เพราะคงต้องทำแบบนี้ไปตลอดงาน….

 

“ครับ…..ไปกันเถอะ…”  แม้จะยังไม่มั่นใจในสภาพการแอ๊บสาวของตัวเองในยามนี้  แต่… ภารกิจมันเริ่มต้นแล้วก็ต้องดำเนินต่อไป….

 

 

พายุที่สงบอยู่นั้นเริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่  ภายใต้ชื่อของงานเลี้ยงสังสรรค์นั้นยังคงไม่มีใครรู้ว่ามันคือจุดเริ่มต้น… สิ่งที่เรียกขานกันว่าโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่นั้น…. ไม่ได้เกิดโดนที่มีสิ่งใดบอกล่วงหน้าหรอก…..

 

 

 

 

การอดทนต่อเงามืดคุกคามนี้

เมื่อใดจะสิ้นสุดลง

.

 

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 12/17/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: