RSS

[KHRFic] LOVE Like Noodle!? Zwei (6927) CH6

17 ธ.ค.

Title : LOVE Like Noodle!?  Zwei
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Romance , Comedy(?) , Action(?) , Drama
Rate : NC-17
Pairing : 6927 (100)
Summary :   ในบะหมี่หนึ่งถ้วย.. ไม่ได้มีแค่บะหมี่ แต่มีลูกชิ้นเป็นอุปสรรคล่อตา..

————————————————————————

 

 

คนที่สอนให้ฉันพัฒนาขึ้นมาได้

คืออาจารย์พิเศษ

 

คนที่สอนให้ฉันเติบโตขึ้นกว่าเดิม

คือเพื่อนพ้อง

คนที่สอนให้ฉันรู้จักความทรงจำที่ขมขื่น

คือสายหมอกและนภาสีขาว

นภาอยู่สูงไกลขึ้นไปเกินเอื้อมถึง

มีหลากหลายสีและหลากหลายเวลา

 

สิ่งที่อยู่สูงเกินเอื้อมถึงนั้นคือ

สัญลักษณ์ของวามเป็นราชา

ในดินแดนแห่งนี้นั้น

ราชาทั้งสองกำลังจับดาบเข้าหากัน

 

 

Chapter 6

The Emperor

                เสียงดนตรีบรรเลงคลอเคล้าในบรรยากาศ  แสงจากโคมไฟและแชนเดอเลียในห้องโถงนั้นส่องแสงสีส้มอ่อน  เหล่าผู้คนในชุดสูทและชุดราตรีดูภูมิฐานเข้ากับสถานที่ยืนพบปะพูดคุยและสนทนากัน   ร่างสูงเรือนผมสีทองในชุดสูทสีดำขลับก้าวลงมาจากรถก่อนที่เดินไปเปิดประตูอีกฝั่งเพื่อเชิญให้ผู้ที่มาด้วยกันออกมา  ร่างโปร่งบางแต่งกายด้วยอาภรณ์ของหญิงสาวก้าวลงมาจากรถแลมองไปทั่วๆ  ห้องของโรงแรมคงไม่มีคนก้าวทำอะไรรุนแรงหรือน่ากลัวหรอกกระมัง… ถ้ากล้าทำก็คงเป็นคนที่กล้าหันหน้าเข้าหาผู้คุมกฎหมาย…

 

 

“ถึงแล้วล่ะนะสึนะ สถานที่ตามที่บอกไว้ในการ์ดเชิญ”  เนตรสีอำพันเหลือบมองใบหน้าอ่อนวัย   ร่างเล็กกว่ากวาดสายตาไปรอบๆ สิ่งที่สั่นไหวอยู่ในใจยังคงไม่หยุดลง….

 

“ผมสังหรณ์ใจแปลกๆยังไงก็ไม่รู้”  ทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากัน.. มีบางอย่างที่บอกถึงอันตรายแฝงไว้เสมอ

 

ดีโน่ คาบัคโรเน่มองสีหน้ากังวลนั้นพลางส่งรอยยิ้มให้  “ไม่ต้องกังวลน่า คิดว่ารุ่นพี่ของนายคนนี้พึ่งพาไม่ได้เชียว”   วงแขนแกร่งรวบแขนเรียวเล็กนั้นมาควงแขนให้แลดูเหมือนคู่ควงออกงาน

 

“คะ..คุณดีโน่!”  เสียงใสเปล่งร้องด้วยความตกใจเคอะเขิน

 

“จะได้เหมือนคนมาด้วยกันไง  จะให้เล่นบทน้องสาวก็ไม่ไหวนะสีผมสีตา.. ฮ่ะๆ”   ม้าพยศเหลือบมองตั้งแต่เกศาจรดปลายเท้า  วิกผมสีดำขลับ นัยน์ตาสีน้ำเงินจากคอนแท็คเลนส์ อย่างไรก็ต้องเป็นคู่ควงออกงานนั่นล่ะ

 

“ก็นั่นสินะครับ…”   ให้ใส่ผมสีทองก็คงแปลกๆ….

 

“เข้าไปข้างในกันเถอะ  มาถึงถ้ำเสือแล้ว ต้องให้รู้ว่าทางนั้นต้องการอะไร”   แม้รอยยิ้มของหนุ่มรุ่นพี่จะเจิดจ้าเพียงใด แต่ในใจของเขานั้นยังคงมีขุ่นตะกอน….

 

ชายคนนั้นผู้มีภาพลักษณ์ของสีขาวบริสุทธิ์

เอ่ยบอกทุกครั้งถึงเจตนาของตัวเอง

เพื่อกดดันเขา…

แล้วครานี้เชิญมาเฟียมากมายมาเพื่ออะไร

                ประตูลิฟต์เปิดออกเมื่อตัวเลขชั้นที่ 10 ปรากฏขึ้น  ชายหนุ่มบอสมาเฟียและหนุ่มแอ๊บสาว(?)ในชุดราตรีก้าวเข้ามาร่วมในห้องโถงงานเลี้ยงภายในโรงแรมหรู   เพียงแค่เปิดประตูก้าวเข้ามาก็ตกเป็นที่สนใจของคนในงาน  ชื่อและใบหน้าของดีโน่ คาบัคโรเน่ก็มีชื่อเสียงไม่ใช่น้อย  สาวที่มาด้วยกันจึงถูกจับตามองไปด้วย  ใบหน้าอ่อนวัยพยายามเบี่ยงหลบไม่ให้คนอื่นมองและจำได้….

 

 

“คงไม่มีคนจำได้ใช่มั้ยครับ…..”   เสียงใสกระซิบเสียงแผ่วเอ่ยถามรุ่นพี่หนุ่มที่นับถือ  พยายามเกาะติดให้ได้มากที่สุด…

 

“จำไม่ได้หรอกน่า น่าจะมองเพราะอย่างอื่น”  เอ่ยพลางขำเมื่อมองเห็นชายหนุ่มหลายๆคนกระซิบกระซิบเรื่องความน่ารักของสาว(?)ที่เขาควงมาด้วย

 

สึนะโยชิรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อมาอยู่ในสถานที่แบบนี้…  “จัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรกันนะ….”  มองหาคนต้นเรื่องเจ้าของงาน ยังคงไม่มีวี่แววแม้แต่เงา…

 

“นั่นน่ะ คงจะเป็นบอสของมิลฟิโอเร่สินะ”  สิ้นคำของเสียงทุ้ม  เนตรกลมโตมองตามทิศทางที่ชายหนุ่มเมียงมองไป  ณ ที่ตรงนั้น…..

 

 

ร่างสูงเรือนผมสีงาช้างในชุดสูทสีขาวเข้ากับเรือนผมยืนสนทนากับแขกในงานพร้อมกับผู้ติดตาม  ในยามนั้นเนตรสีอเมทิสต์เหลือบหันมองมาในทิศทางที่เจ้าตัวอยู่ ใบหน้าหวานเร่งหันไปมองทางอื่นไม่อยากให้แลเห็นตน…   ซ้ำยังเดินไปหลบเยื้องแผ่นหลังของรุ่นพี่สำนักเดียวกัน….

 

 

“คนนั้นล่ะครับ….”   ชายที่ต้องการวองโกเล่ริง และในขณะเดียวกัน…

 

 

ก็คงต้องการชีวิตของเขา….

 

 

แสงไฟในงานส่องสว่างขึ้นพริ้มกับภาพบนหน้าจอบนเวทีนั้นแสดงภาพสัญลักษณ์ของมิลฟิโอเร่แฟมิลี่  เหล่าบุปผชาตินับล้านที่เข้ามาแทรกแซงมีอำนาจในเวลาอันรวดเร็ว  ฝนของการรวมอำนาจของมาเฟียสองกลุ่ม…  เนตรสีน้ำตาลไหม้ใต้คอนแทคเลนส์สีน้ำเงินเงยขึ้นมองภาพนั้น.. รู้สึกอึดอัด….

 

 

“งานเลี้ยงกระชับมิตร?   น่าสงสัยชอบกล….”  ดีโน่อ่านข้อความในจอภาพ  ในงานวันนี้ไม่มีผู้ใดรู้สึกและรับรู้ถึงความผิดปกติเลยหรือไร….

 

“ในรายชื่อคนร่วมงานข้างหน้า.. ก็มีหลายกลุ่มที่ไม่มานี่ครับ…”   เสียงใสเอ่ยขึ้น.. และกลุ่มคนที่มีรายชื่อนั้นบางส่วนคือพันธมิตรของวองโกเล่… และอีกหลายกลุ่มคือกลุ่มที่เคยเจรจากันไว้…   กระนั้นก็ยังคงมีหลายกลุ่มที่มาในงานวันนี้…

 

“แสดงว่าที่อยู่ในงาน คือพวกที่พร้อมจะแปรพรรคไปเมื่อได้ผลประโยชน์ที่ดีกว่า”   ผู้มีประสบการณ์อย่างหนุ่มรุ่นพี่เรือนผมทองประเมินเรื่องราวคร่าวๆ    หากไม่ใช่เรื่องนั้นก็คงเป็นเรื่องการประกาศศักดา…

 

“…… ใครบ้างจะไม่เข้าหากลุ่มที่มีอำนาจกว่าล่ะครับ…..”    บอสวองโกเล่เอ่ยตัดพ้อกับตัวเอง มิตรแท้ในวงการนี้นั้นมีน้อยนิดนัก…..

 

 

สหายหรือเพื่อนที่พร้อมจะเปลี่ยนเป็นศัตรู…

มันชวนให้เจ็บปวดไม่เท่าคนที่เป็นศัตรูตั้งแต่แรก….

                ร่างโปร่งบางในชุดราตรีสีกรมท่าเมียงมองไปรอบๆงาน ผู้คนที่มีรอยยิ้มแสนสดใส…   บางคนก็เป็นคนที่เขาเคยเจอหน้ามาแล้ว…  คนเราสามารถเปลี่ยนฝ่ายกันได้อย่างง่ายดายสินะ…   ข้อมูลที่รั่วไหลไปก็มาจากกลุ่มคนเหล่านั้น…  ศึกครั้งนี้… บีบเพื่อให้เขายกแหวนและจุกนมอัลโกบาเรโน่งั้นเหรอ…

 

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกนะสึนะ  ไม่ว่ายังไงฉันก็อยู่ข้างนาย  และอีกหลายๆคนด้วย”  มือแกร่งวางลงบนศีรษะสีดำขลับยาวเหยียดตรง    คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเขาอบอุ่น…

 

“นั่นสินะครับคุณดีโน่….  ต่อให้อีกฝ่ายจะเติบโตขึ้นได้อีกแค่ไหน…. ผมก็จะอยู่ที่เดิมนั่นล่ะครับ…” ที่ๆมีเพื่อนพ้องและครอบครัว ที่ๆอบอุ่น….

 

 

ที่ๆเขาเตรียมไว้เพื่อ…. ให้สายหมอกกลับมา….

 

ความกังวลและความอึดอัดผ่อนเบาลงไปเพียงแค่คิดถึงเหล่าคนรู้จักมากมาย  เขายังมีพวกวาเรีย  พวกบาจิลคุง พวกคุณลันเซีย.. มีอีกหลายต่อหลายคน…   และในตอนนั้นเอง…. เพียงแค่เห็นรายการอาการบุฟเฟ่ต์ที่เรียงรายอยู่ในห้องนั้น  ความกังวลของซาวาดะ สึนะโยชิคุงมันหลุดลอยหายไปไกลแสนไกล.. ต่อมกระเพาะมันก็เริ่มทำงานในทันที…

 

 

“อาหารเยอะจังเลยนะครับ….”   สายตาสีน้ำเงินด้วยคอนแทคเลนส์จดจ้องมองไปยังอาหารเลิศหรู ของแบบนี้น่ะมันหาทานกันไม่ได้ง่ายๆนะ!!

 

ชายหนุ่มเนตรสีอำพันมองอย่างอึ้งๆ  เมื่อกี้ยังเครียดอยู่เลยนะ….  “ก็งานเลี้ยงหรูของมาเฟียนี่นะ สึนะดื่มน้ำส้มก็แล้วกัน”  มือแกร่งยื่นไปหยิบเอาแก้วใสบรรจุน้ำส้มคั้นส่งให้ร่างเล็กกว่าในชุดราตรีสีกลมท่า

 

มือเรียงรับเอาแก้วน้ำมาและตวัดมองไปหาเหล่าอาหารที่เรียงรายอยู่รอบๆงานอีกครั้ง   รู้สึกเหมือนโดนอาหารมันล่อตาล่อใจ…    “ผมขอไปตักอาหารก่อนนะครับ”  ความกังวลหายไปสิ้น….

 

ใบหน้าคมออกอาการตกใจและมึนงงในท่าทีนั่น เปลี่ยนง่ายมาก…   “อย่าไปไกลนักล่ะ ให้อยู่ในสายตาฉันหน่อย”

 

“รู้แล้วล่ะครับ ไม่ต้องห่วง ผมแต่งตัวแบบนี้คงไม่มีใครจำได้หรอก”  ปลาน้อยในร่างหญิงสาวรีบว่ายไปหาอาหารในทันใด  เมื่อกี้ยังเดินด้วยส้นสูงไม่ถนัดอยู่เลย….

 

“ฮ่ะๆ…  เหมือนกับตัวเราจริงๆแฮะ…”  ในสมัยก่อนและในยามนี้…  ลูกศิษย์ของอัลโกบาเรโน่รีบอร์นมักจะเข้มแข็ง….

 

“ถ้านายเป็นอะไรไป ฉันต้องโดนผู้พิทักษ์ของนายเล่นงานเอาแน่ๆ….”  บอสคาบัคโรเน่คอยสังเกตการเคลื่อนไหวของบอสรุ่นที่สิบของวองโกเล่เอาไว้…

 

ถึงกระนั้นก็อยากให้รุ่นน้องที่ใสดังแก้วคนนี้…

อย่าได้เจือปนไปกับสีดำของเหล่ามาเฟีย….

 

เจ้าทูน่าจอมตะกละตักเอาอาหารหลากหลายชาติใส่ลงในจานส่วนตัว ลืมสิ้นไปแล้วซึ่งมารยาทงามๆที่พึ่งแอ๊บเป็นหญิงสาว  ส้อมเรียวเล็กจิ้มเอาเนื้อมัตสึซากะจากญี่ปุ่นเข้าปาก ตามด้วยเนื้อปูอลาสก้า ตามด้วยปลา ตามด้วยกุ้ง ตามด้วยนั่นนี่โน่น.. และจบลงที่น้ำส้ม…  มันทำให้สบายใจจริงๆเลยน๊า….

 

 

“เอ๊ะ…. นี่เราเอ็นจอยมากไปรึเปล่า….”   ใบหน้าอ่อนวัยผินหันมองไปทางหนุ่มรุ่นพี่ซึ่งยินห่างออกไป  แลเห็นว่าเจ้าตัวโดนสาวๆรุมเข้ามาสนทนาด้วยซะแล้ว

 

แลเห็นภาพนั้นแล้วรอยยิ้มระบายขึ้นบนริมฝีปาก  “อย่าไปกวนดีกว่า  คุณดีโน่ก็ถึงวัยจะแต่งงานแล้วนี่นะ” คิดง่ายๆเลย.. แล้วกลับไปรับประทานอาหารต่อไป…

 

 

ร่างโปร่งบางซึ่งยามนี้แต่งตัวเป็นหญิงสาวน่ารักสดใสแลมองไปรอบๆ  ในงานมีแต่ผู้คนสนทนากันด้วยการสวมหน้ากากเข้าหากัน เรื่องที่พูดคุยกันนั้นเพียงแค่ได้ยินก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องทั่วไปอย่างที่เขาพูดคุยกับเพื่อนและคนรู้จัก..  รู้สึกแปลกแยกและเหินห่างจากบรรยากาศ…

 

“รู้สึกโหว่งๆแฮะ…”  ไม่มีเพื่อนคุย และไม่มีคนที่พูดภาษาเดียวกัน…  ทุกคนเอ่ยสนทนากันด้วยภาษาอิตาลี ไม่อยากสนทนาด้วยภาษานั้นเลย….

 

ตักเอาอาหารในจานเข้าปากอีกครั้งด้วยท่าทางเหม่อลอย  ยามนี้คนที่น่าจะอยู่ด้วยกลับไม่อยู่  และเขาได้ผิดสัญญากับคนๆนั้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ทั้งๆที่บอกว่าจะไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยง ไม่รนหาที่  หรือกระทั่งคำเตือนของเมฆาเขาก็ไม่คิดจะฟัง…

 

“ยืนอยู่คนเดียว ไม่เหงาเหรอ?  สาวน้อยที่น่ารัก”    เสียงหนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาทของทูน่าซึ่งกำลังเคลิ้มกับอาหาร เสียงนี้มัน….

 

ร่างโปร่งบางในชุดราตรีสีกรมท่าเรือนผมสีดำขลับยาวเหยียดตรงด้วยวิกค่อยๆผินหันไปมองเบื้องหลังทั้งที่ส้อมยังคาปาก  ซวยแล้วไง!!!   ใช่จริงๆด้วย!!   “มาด้วยกันกับบอสคาบัคโร่เน่ไม่ใช่เหรอ”   กล้วยไม้ขาว!!!!

 

จู่ๆสิ่งที่ตั้งใจจะไม่ให้เกิดขึ้นมันก็เกิดขึ้นอย่างกับสั่งได้   ชายหนุ่มเรือนผมสีงาช้างเข้ามาอยู่ในระยะประชิดห่างกันแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ซวยได้โล่…   “กะ…ก็.. เป็นลูกพี่ลูกน้องกันน่ะค่ะ”   หลุดปากเรื่องแปลกๆไปซะแล้ว…

 

คิ้วคมเลิกขึ้นก่อนจะส่งรอยยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้า  “นึกว่าเป็นแฟนกันซะอีก”  นี่เขากำลังโดนม่อใช่มั้ยเนี่ย….

 

สึนะโยชิคุงในสภาพหญิงสาวน่ารักจดจ้องมองใบหน้าคนตรงหน้าก่อนจะรีบเบี่ยงหลบ มือที่จับส้อมรีบตัดเอาอาหารเข้าปากหาทางหนี  คงจำไม่ได้หรอกนะ….   “นี่”  อย่าชวนคุยได้มั้ย….

 

สาวไม่ยอมเล่นด้วย  มือแกร่งจัดการคว้าเอาจานและส้มในมือของคนตะกละวางลงบนโต๊ะใกล้ๆนั้น  ใบหน้าอ่อนวัยแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางบางๆตวัดมองอย่างว่องไว  “ทานของพวกนี้มากๆ ระวังจะอ้วนเอานะ”

 

“เธอชื่ออะไรล่ะ?”   บอสวองโกเล่ผู้แอ๊บสาวอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลแสนไกล  จะดีใจดีมั้ยที่เค้าจำไม่ได้ แต่มาตามตื้อเหมือนจะจีบแบบนี้

 

“สึ…..สึนาโอะค่ะ”  คิดชื่ออย่างด่วนแต่มันไมได้ต่างไปจากชื่อเก่าซักเท่าไหร นี่เขาคิดถูกหรือคิดผิดที่คิดชื่อนี้มาเนี่ย…

 

เนตรสีอเมทิสต์พิศมองใบหน้าน่ารักนั้นพลางยิ้ม  มือแกร่งคว้ามือเรียวให้ก้าวเดินไปด้วยกันอย่างไม่ทันตั้งตัว  “เต้นรำด้วยกันสิสึนาโอะจัง”

 

ไม่ต้องการเฟ้ย!!!!!

                เสียงดนตรีเชื่องช้าเป็นจังหวะให้เต้นรำดังก้องในห้องโถง  แม้ใจจะปฏิเสธแต่ตัวกลับโดนลากมาถึงฟลอและจัดการนำเขาเต้นรำไปด้วยกันเสียแล้ว  บอสวองโกเล่ผู้มักจะเต้นในส่วนของผู้ชายเริ่มออกอาการเก้ๆกังๆ  เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากคมก่อนที่จะเป็นฝ่ายนำให้อีกฝ่ายเคลื่อนเท้าตาม

 

 

“ดูเธอจะไม่ชินกับงานแบบนี้เลยนะ”   ชายหนุ่มเริ่มบทสนทนา ในขณะที่คู่เต้นรำอย่างหญิงสาวปลอมๆไม่แม้แต่จะมองหน้า…

 

“ไม่ชอบมางานแบบนี้น่ะค่ะ….”   ตอบไปตามความจริง..  และพยายามไม่มองหน้าสบตา  แค่นี้เขาก็มีแววโดนมุคุโร่แผลงฤทธิ์ใส่มากขึ้นทุกที….

 

เบียคุรันส่งเสียงหัวเราะเบาๆ  “สึนาโอะจังนี่ แปลกคน”

 

“เธอไม่ถามกระทั่งชื่อของฉัน”   เนตรสีม่วงสวยมองมาอย่างมีเลศนัย  ในยามนั้นเองคนถูกถามพลันนึกเรื่องผิดพลาดขึ้นมาได้  เขาควรจะถามไม่อย่างนั้นก็เหมือนรู้จักอยู่แล้วสิ….

 

“เพราะว่าคุณควรจะแนะนำตัวเองไม่ใช่เหรอคะ ฉันก็เลยไม่ถามก่อน”   สึนะรีบเปลี่ยนประเด็น  ยามเมื่อเอ่ยถาม

 

“ฉันชื่อเบียคุรัน คงเข้าใจความหมายนะ ก็เธอเป็นคนญี่ปุ่นนี่”   ชื่อซึ่งแลดูคล้ายกับชื่อปลอม….

 

“ค่ะ….  ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ … เบียคุรัน….”  เปล่งนามนั้นด้วยชื่อเพียงอย่างเดียวเพื่อไม่ให้น่าสงสัย… หวังไว้ในใจว่าจะไม่โดนจับได้…

 

ครั้งที่สาม..ที่เจอกันในระยะประชิด…

รับรู้ได้ถึงความไม่ปลอดภัย….

 

เพลงบรรเลงจบท่วงทำนองลงอย่างเชื่องช้า  พร้อมกับจังหวะการเต้นรำที่หยุดลง   ตั้งแต่เมื่อใดที่ถูกชักนำไปให้เต้นรำด้วยกันจนกระทั่งจบเพลงก็มิอาจทราบได้.. แต่ไม่ใช่เพราะสิเน่หา… แต่เป็นเพราะไม่ต้องการจะหลบหนีไปให้น่าสงสัย…  ไม่ได้พิศวาสและสนใจเลยแม้แต่น้อย…

 

 

“ออกไปข้างนอกกันเถอะ”  จัดการรวบโอบเอวพาสาวน้อยที่ว่ายเข้าแหออกไปนอกตัวงานอย่างไวว่อง  อะไรมันจะ!!

 

“เอ๊ะ!!!?”    สึนะโยชิรีบตวัดมองหาหนุ่มรุ่นพี่บอสคาบัคโรเน่ที่มาด้วยกัน  หายไปไหนแล้ว!! เหลือแต่สาวๆ คุณดีโน่!!!

 

 

ทำไมพึ่งพาไม่ได้แบบนี้!!!!

 

ทูน่าบอสในร่างสาวน้อยน่ารักผมยาวเหยียดตรงหลุดออกมานอกงาน..ออกมาไกลเสียจนเขาเริ่มหวั่นใจ…  สิ่งที่แลเห็นคือระเบียงกว้างมองเห็นสระว่ายน้ำด้านล่าง.. ชั้นสิบนี่สูงจนกระทั่งคิดหนักว่าถ้าตกลงไปคงไม่รอด..  แสงสีของเมืองอิตาลีในยามค่ำคืนช่างแตกต่างจากญี่ปุ่น.. และในทิวทัศน์ที่เคยมองที่ฮ่องกง…

 

 

“ในงานมันวุ่นวายคุยกันลำบาก  แบบนี้ดีกว่าเนอะ~”  เบียคุรันช่างมีทีท่าเป็นมิตรเสียจนน่าสงสัย  สึนะโยชิมองดูใบหน้านั้น… หรือว่าจะไม่รู้จริงๆ…

 

“จะคุยอะไรเหรอคะ เพิ่งเจอกันก็ไม่มีเรื่องจะคุยอะไรมากมาย”   มือเรียวกระชับผ้าคลุมไหล่ไม่ให้หลุดไปตามแรงลมในยามค่ำ…

 

“มีเยอะมากมายเลยล่ะ  เพราะฉันสนใจเธอจริงๆนะ”   ถ้อยคำขับสีเรื่อขึ้นมาบนใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง

 

“พูดเกินไปแล้วล่ะค่ะ…”  ร่างโปร่งบางก้าวมาติดขอบระเบียง  และในยามนั้นเอง วงแขนแกร่งกลับคร่อมดันให้ร่างเล็กว่านั้นไร้ทางหนีไปไหน…  สบมองเนตรตรงๆไม่ให้ถอยหนี

 

“เธอมีคนอยู่ในใจรึยังล่ะ?”   ผ้าคลุมไหล่สีขาวนวลปลิวไปตามสายลม… ดังเช่นสายลมคำถามที่พัดผ่านเข้ามา.. มิอาจรู้ว่าคือคำถามถึงใครในยามนี้…..

 

“ที่เป็นคนสำคัญ…”   ใบหน้าคมในระยะประชิดนั้นสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น……

 

 

จะสึนาโอะ… หรือสึนะโยชิน่ะ…..

 

 

“ฉัน…มีคนที่สำคัญมากแล้วล่ะค่ะ….”  เนตรกลมโตมองเนตรคมอย่างจริงจัง ไม่หลบเลี่ยงหลบหนี  บ่งบอกถึงความในใจที่เข้มแข็งนัก…

 

 

ไม่มีที่ว่างให้คนที่เป็น…ศัตรูหรอก….

 

“…และฉันจะรักษาสัญญาให้ถึงที่สุด….”   แม้จะนานแค่ไหน….

 

 

จะกลับมาอยู่ใต้ผืนฟ้าเดียวกันอีกครั้ง

โดยไร้พันธนาการใดๆ…

 

แม้ต้องทุ่มเทจนเหนื่อยล้าเพียงใด…

เพื่อเป็นผืนฟ้าที่สายหมอกจะคงอยู่….

เขาจะไม่แปรเปลี่ยน.. แม้ต้องเสียสละอะไรไป…

 

สายตาซึ่งมองตรงมาอย่างจริงจัง  บ่งบอกถึงความตั้งใจไม่ถอยหนี   ดวงเนตรนั่นช่างลึกล้ำ…   “พยายามต่อไปก็แล้วกัน”  มือแกร่งปล่อยให้ร่างเล็กกว่าหลุดจากพันธนาการ  ไม่มีทีท่าว่าลังเลแม้แต่น้อย ช่างน่าสนใจ…

 

“ต้องขอโทษด้วยที่ปฏิเสธความหวังดีของคุณนะคะ”   และไม่คิดจะรับไปตลอดชีวิต…. ชายที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาจากด้านหนึ่งเป็นอีกด้านหนึ่ง….

 

“ฉันไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนั้นหรอก แค่โดนปฏิเสธน่ะ”   ใบหน้ายิ้มแย้มนั้นมองแล้วมิอาจเดาความคิด

 

“จะไปต่อกันที่อื่นมั้ยสึนาโอะจัง?”  แล้วเริ่มรุกต่อด้วยกระบวนการที่สอง   ทูน่าเริ่มมึนกับความคิดของผู้ชายตรงหน้านี้นัก…  เขาว่า…. เขาปฏิเสธไปเมื่อกี้เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนแล้วนะ…

 

“ไม่ล่ะค่ะ  ฉันจะกลับพร้อมคุณดีโน่”   เปล่งบอกปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม   มากกว่านี้ความอาจจะแตกก็ได้…

 

“งั้นเหรอ  หวังว่าจะได้พบกันอีกนะ ฉันคงต้องไปธุระต่อแล้วล่ะ”  เจ้างานกลับทิ้งงานไปเฉยๆแบบนั้น….

 

ร่างโปร่งบางโค้งลาคนตรงหน้าอย่างนอบน้อม  “โชคดีนะคะ..”   และหวังว่าจะไม่ได้พบกันอีก….  ในสถานการณ์แปลกๆ…

 

เบียคุรันมองร่างเล็กตรงหน้าตั้งแต่ผมจรดปลายเท้าอีกครั้ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนริมฝีปาก  “คราวหน้าใส่ชุดราตรี หน้าอกแบนเสริมมาอีกซักนิดก็ไม่มีคนสงสัยหรอกนะ”  มือแกร่งโบกไม้โบกมือให้ก่อนจะเดินจากไป  ให้คนโดนทักจ้องแผ่นหลังนั้นอย่างอาฆาต…

 

“เสียมารยาทที่สุด….  นี่เขาพูดกับผู้หญิงแบบนั้นรึไงน่ะ…”   เสียงใสบ่นมุบมิบ นี่ถ้าเขาเป็นผู้หญิงจริงๆคงจะจับรองเท้าส้นสูงปาหัวไปแล้ว…

 

แต่ทว่าในยามนั้นเอง จู่ๆชายหนุ่มกลับหันกลับมาอีกครั้ง  “แล้วเธอจะเสียใจนะ ที่ไม่ไปกับฉัน สึนาโอะจัง”

 

“เอ๋…..?”    ดวงเนตรทั้งสองสบมองกันในครู่หนึ่ง  และชายหนุ่มเรือนผมสีงาช้างในชุดสูทขาวจึงละไปจากที่แห่งนั้นพร้อมกับผู้ติดตาม ตรงไปยังที่ใดที่หนึ่ง…

 

“อะไรกันน่ะ…”   คำพูดอันแฝงความนัยหลากหลาย…..

 

เขาไม่เคยเข้าใจความหมายของคำพูด

ที่อีกฝ่ายบ่งบอกในแต่ละครั้ง….

กว่าจะรู้ก็เมื่อสาย…..

 

 

ซาวาดะ สึนะโยชิในชุดอาภรณ์ของหญิงสาวก้าวกลับมายังห้องโถงจัดงานเลี้ยง  เสียงดนตรีเงียบลงไปเสียจนน่าสงสัย  กระทั่งประตูยังปิดหมดทุกบาน   เนตรกลมโตกระพริบปริบๆมองอย่างประหลาดใจ  กำลังทำอะไรกันน่ะ หรือว่ามีงานเซอไพรต์อะไร  เจ้าของงานก็ชิ่งหายไปแล้วด้วย….

 

 

“ไปบอกคุณดีโน่ว่ากลับกันดีกว่า….”   เดินดุ่ยๆไปที่ประตูและจับที่เปิดประตู…  รู้สึกแปลกๆ…  ได้กลิ่นบางอย่างแปลกๆ…  เขาคงคิดมากไปเอง….

 

“อย่าเปิดนะครับ!!!”  เสียงทุ้มตะโกนเรียกบอกจากที่ไกลๆ   แต่มันช้าเกินเมื่อมือเรียวจับที่เปิดและค่อยๆเปิดบานประตูทางเข้างานเลี้ยงออกเชื่องช้า…  สัมผัสถึงบางอย่างที่มีไอร้อน…

 

“เอ๋?”  และในพริบตาที่ประตูเปิดออกนั้นเอง….

 

 

ตูม!!!!!!!

 

เปลวเพลิงร้อนระอุปะทุระเบิดออกมาทันทีเมื่อได้รับออกซิเจนเข้าไปในห้อง มองเห็นเพียงควันไฟและสีของเปลวเพลิงคร่าชีวิต และกลิ่นไอของการเผาไม้ เสียงไฟปะทุและการพังทลาย…   ห้องจัดเลี้ยงเมื่อไม่กี่นาทีก่อนกลับกลายเป็นเพียงทะเลเพลิง   ผู้คนที่เคยมีสีหน้ายิ้มแย้มสดใสพูดคุยสนทนากันกลายเป็นร่างที่จมอยู่ในกองเพลิงนั่น   โชคดีที่ร่างโปร่งบางในชุดราตรีสีกลมท่าโดนชายปริศนาดึงคว้าตัวออกห่างจากประตูนั้นได้ทัน.. ไม่งั้นคงโดนไฟครอกไปด้วย…

 

“แค่กๆ….”   สึนะสำลักควันไฟที่พุ่งออกมาคละคลุ้มภายนอก  ขี้เถ้าลอยปลิวกระจายชวนให้หายใจลำบาก…

 

“เกือบไปแล้วนะครับ…”   ร่างสูงเรือนผมสีทองมองร่างเล็กในอ้อมแขน   ชุดกระโปรงและรองเท้าส้นสูงคงทำให้ประสาทการตอบรับอันตรายทำงานช้าลง…..

 

“…ขอบคุณนะครับที่ช่วย….”   ผิวกายสัมผัสได้ถึงไอร้อนแปลกประหลาด.. นี่มันอะไรกัน…

 

“คุณนี่ไม่เคยฟังผมเลยนะครับ”  บทพูดของชายหนุ่มแลดูน่าสงสัยเสียจนนึกถึงใครบางคนในความคิด  สึนะโยชิคุงเริ่มรู้สึกแปลกๆในสภาวะตรึงเครียดนี้….

 

“…ทำไมคุณดีโน่พูดจาแปลกๆแบบนั้นล่ะครับ..เอ๋?…เห..??”   เนตรกลมโตเหลือบมองใบหน้าของรุ่นพี่เรือนผมทอง ก็ดูปกติดีนี่ แล้วทำไมพูดจาอย่างกับ….

 

ร่างกายกำยำของหนุ่มตะวันออกปกคลุมด้วยไปหมอกและค่อยๆเลือนรางหายไป เผยให้เห็นร่างที่แท้จริงอันแสนคุ้นเคยของเจ้าของเกศาสีไพลินและดวงเนตรสีต่างกัน..  “มัวแต่ตะกละจนได้เรื่องอีกแล้วสิครับ”

 

“มุคุโร่!!  อย่าบอกนะว่าที่มาด้วยกันตั้งแต่แรกน่ะคือ…..”   นิ้วเรียวยกขึ้นชี้ใบหน้าคมหล่อเหลา

 

“ม้าพยศดีโน่ออกไปนอกตึกนานแล้วครับ  ตอนที่เจอกันก่อนหน้านี้”  สายหมอกเอ่ยบอก  นี่เขาโดนมุคุโร่ตามติดอยู่ห่างๆเสมอๆเรอะนี่…

 

“แล้วทำไมนายไม่ออกมาก่อนหน้านี้….”  ในเวลาแบบนี้ควรจะมาทะเลาะกันหรือ….

 

“คึหึหึ  ก็ควรจัดการเรื่องของเราหรอกนะครับ  แต่ว่าตอนนี้ควรจะออกไปที่นี่กันก่อน”   เนตรสองสีเหลือบมองควันไฟ  เพลิงไหม้กำลังลุกลามไปทั่ว….

 

สดับฟังแล้วใบหน้าอ่อนวัยเร่งหันมองไปรอบตัว เหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวเกินที่จะสังเกต แต่ในยามนี้….   “……พวกคนในงานเลี้ยง……”   เปลวเพลิงสะท้อนภาพในดวงเนตร…

 

ทุกคนโดนหลอกให้มาในงานเลี้ยงสังสรรค์

ที่ควรจะเรียกว่า… งานเลี้ยงส่งเสียมากกว่า…..

                “อย่ามองมากไปกว่านี้เลยครับ”   มือแกร่งสวมถุงมือสีดำขลับยกขึ้นปิดดวงตาของมาเฟียผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ไม่เห็นภาพอันโหดร้ายนั่น…   ซากศพในกองเพลิงและคนที่กำลังดิ้นรนแต่มิอาจรอดพ้น… มันโหดร้ายเกินไป…

 

“…อึก….”  ริมฝีปากเรียวขบเม้มเสียจนสีซีดจาง…   เจ็บปวดที่ต้องเห็นผู้คนมากมาย… โดนสังหารเช่นนี้….

 

สีขาวบริสุทธิ์นั้นไม่ใช่สีขาวอย่างแท้จริง…

คือสีที่ต้องการย้อมทุกสิ่งเป็นสีขาว….

 

โดยไม่เลือกวิธีการ…..

วิธีการของนภาผู้เป็นราชาของหมู่ดอกไม้

                “คนๆนั้น.. รู้อยู่แล้วว่าฉันปลอมตัวมา…..”    จึงเอ่ยคำพูดนั้น… และพาเขาออกมาจากงาน….  หากต้องการชีวิตเขาใยจึงทำแบบนั้น….

 

“ออกไปจากที่นี่กันเถอะครับ  ก่อนที่จะโดนเผาทั้งคู่”    วงแขนแกร่งรวบเอาร่างเล็กกว่าขึ้นมาโอบอุ้มไว้  ชายหนุ่มมองซ้ายและขวามองหาทิศทางไปยังบันไดหนีไฟ… ดูเหมือนจะมีคนเล่นตลกบางอย่าง….

 

“บันไดหนีไฟกับไฟฉุกเฉินที่ควรจะมีบอก  หายไปหมดเลยนะครับ”   คาดเดาได้ว่ามีการวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดี….

 

ใบหน้าอ่อนวัยของสึนะโยชิเริ่มซีดเซียวจากความหวาดกลัว  หมดหนทางหนีแล้วงั้นเหรอ… แย่ที่สุด….  “มีทางไหนพอจะออกไปได้มั้ยครับ?”

 

“ทางนั้นมีระเบียงอยู่…    แต่จะออกไปได้เหรอ.. ข้างล่างเป็นสระว่ายน้ำ…”    หวังว่าคงไม่มีคนอยากเล่นบทพระเอกหนังหรอกนะ….

 

“ก็มีทางเดียวล่ะครับ”  สายหมอกก้าวเท้าพาเจ้านภาในชุดหญิงสาวไปตามทาง  เอาจริงเหรอ!!!

 

 

ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกพาบอสวองโกเล่มายังระเบียงกว้าง จากตรงนี้อากาศบริสุทธิ์กว่าภายในที่มีแต่ควันและไฟนัก…  เบื้องล่างแลเห็นผู้คนในโรงแรมหนีออกไปภายนอกกันจ้าละหวั่น   ช่างกล้าเสียเหลือเกินที่ก่อเรื่องในโรงแรมหรูแบบนี้…  คงมั่นใจในการปิดข่าวของตัวเอง….

 

 

“เอาจริงเหรอมุคุโร่?”  เสียงใสเรียกชายหนุ่มให้ตัดสินใจใหม่อีกครั้ง   ถ้าพลาดนี่จบกันเลยนะ….

 

เนตรสองสีกวาดมองลงไปเบื้องล่าง   จากตรงนั้นที่สระว่ายน้ำมองเห็นลูกน้องของคาบัคโรเน่เข้ามาช่วยคนอยู่จำนวนหนึ่ง  “เอาจริงสิครับ”  ว่าแล้วก็จัดการก้าวขึ้นไปเหยียบบนขอบระเบียง  ทูน่ากำลังจะช็อค!

 

“มีคนคอยช่วยอยู่ข้างล่างอยู่แล้วล่ะครับ”   เอ่ยจบ ก็จัดการโยนเจ้าทูน่าลงไป….

 

“มุคุโร่!!!!”    เสียงใสแผดร้องลั่น   โยนกันแบบนี้ได้ยังงาย!!!!

 

 

ซ่า!!!!!

                ทูน่าน้อยรีบว่ายขึ้นมาเกาะขอบสระน้ำในทันใด…  หัวใจจะวาย.. และเต้นระรัวด้วยความตกใจไม่หาย   หันกลับไปมองก็แลเห็นชายหนุ่มเรือนผมสีไพลินซึ่งโดดตามลงมาทีหลัง… ช่างไม่กลัวอะไรเลย เพราะไม่ใช่ร่างของตัวเองรึไง….

 

 

“ไม่เป็นไรนะสึนะมุคุโร่!!?”   ดีโน่วิ่งฝ่าฝูงชนซึ่งกำลังหนีตายมาดูอาการของคนทั้งสอง  ใบหน้าอ่อนวัยเงยขึ้นมองหนุ่มรุ่นพี่พลางส่งเสียงหัวเราะและยิ้มให้

 

“คุณดีโน่ก็ปลอดภัยดีนะครับ….”   มองเห็นรุ่นพี่ปลอดภัยเขาก็โล่งใจนัก… แต่ยามเมื่อมองขึ้นไปยังที่มาของไฟนั้น…  มองเห็นเพียงโศกนาฏกรรม…..

 

ผู้คนมากมายที่ถูกคร่าชีวิตไปวันนี้…

และคงให้ข่าวว่าเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุ…..

 

“เจ็บใจนัก…..”   มือทั้งสองกำแน่นด้วยความเจ็บปวด…หากเขารู้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นล่ะก็….    โรคุโด มุคุโร่เมียงมองใบหน้าทอประกายเจ็บปวดนั้นแล้วจึงพาร่างเล็กกว่าขึ้นจากน้ำ

 

“กลับคฤหาสน์วองโกเล่เถอะสึนะ  ตำรวจใกล้มาแล้วล่ะ”  หนุ่มรุ่นพี่เรือนผมทองเร่งบอก และส่งสายตาเป็นสัญญาณให้เจ้าสายหมอกเร่งพานภาของวองโกเล่ออกไป

 

“เรื่องบางเรื่อง มันก็ถูกกำหนดไว้แล้ว คุณทำอะไรไม่ได้หรอกครับ”   เพราะโลกมาเฟียนี้..คือโลกแห่งความโหดร้าย…..

 

 

โลกที่อยู่ระหว่างสีดำและสีขาว

แต่เป็นโลกที่มิอาจเป็นสีขาวได้อีกนอกจากไปทางสีดำ…

 

โลกที่นภาสีฟ้าใสยืนอยู่…

ที่ทุกคนพยายามปกป้องไม่ให้แปดเปื้อนไป….

                คฤหาสน์วองโกเล่ในยามดึกเริ่มวุ่นวายเมื่อเจ้านายกลับมาด้วยสภาพมอมแมมไปด้วยฝุ่นและควันซ้ำยังเปียกน้ำมาด้วย  เจ้าหมาน้อยโกคุเดระแทบคลั่งเข้ามาโวยวายกับเจ้าสายหมอก   อัลโกบาเรโน่รีบอร์นก้าวออกมาจากคฤหาสน์มองสภาพของลูกศิษย์ก็พอจะเดาได้…  ข่าวในโทรทัศน์เพิ่งจะนำเสนอออกไปไม่นานเรื่องข่าวไฟไหม้ด่วน….   เนตรกลมโตเมียงมองไปทางอาจารย์อย่างห่อเหี่ยวและรู้สึกผิด…

 

 

“ได้เห็นเต็มตาเลยล่ะรีบอร์น… ว่าพวกนั้นต้องการอะไร….”   มองเห็นเพียงควันไฟและซากศพ….  ติดตรึงในดวงเนตรแม้ได้เห็นเพียงครู่เดียว…

 

“ถ้าแกไม่ไปที่นั่น เจ้าดีโน่ก็คงซวยไปแล้ว”   นับเป็นโชคดีของลูกศิษย์ทั้งสอง…..

 

ใบหน้าอ่อนวัยสลดลง..   เขาช่วยได้คนหนึ่งแต่อีกหลายคนเล่า….   “บอสไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ”   เสียงใสของหญิงสาวเรือนผมสีม่วงเข้มดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเธอ  เอ๊ะ?

 

“…..โคลม…?   เหรอ..?  เอ๊ะ..?”     แล้วคนที่อุ้มเขาอยู่นี่มันใครล่ะ….

 

รีบอร์นแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างขำขัน   “ของขวัญของแกไงเจ้าห่วย”     สิ้นคำพูดของอาจารย์  สึนะโยชิเร่งตวัดมองใบหน้าของสายหมอก…

 

“ตัวจริง…?”   มองอย่างไม่เชื่อสายตา….

 

“ก็ใช่น่ะสิครับ”   ร่างสูงเกศาสีไพลินยิ้มเจ้าเล่ห์    ไม่จริงใช่มั้ยเนี่ย!!!???

 

มือเรียวเล็กรีบยกขึ้นแตะใบหน้าคม สัมผัสได้ถึงไออุ่น.. ไม่ใช่เพียงความเย็นหรือมายา….   สัมผัสกายเนื้อที่แท้จริง.. ความรู้สึกที่เหมือนจริง… ภาพที่เป็นของจริง….  “”มุ..คุโร่….”    น้ำตาเอ่อคลอขึ้นด้วยความตื้นตัน…..

 

แต่มาทำซึ้งกันผิดเวลา…   “ไปอาบน้ำอาบท่านอนซะ พรุ่งนี้เช้าแกมีเรื่องคุยกับฉันเยอะ”   อาจารย์สุดโหดเข้ามาแทรกกลางบรรยากาศ…   ของขวัญที่มอบให้ลูกศิษย์ในช่วงเวลาสั้นๆ… ก่อนที่จะถึงช่วงเวลาอันแสนโหดร้าย…..

 

 

จงมีความสุขให้มากที่สุด…..

ก่อนที่จะมิอาจยิ้มออกมาได้เต็มร้อยอีกต่อไป…..

 

                 จุดเปลี่ยนของอนาคตเริ่มต้นขึ้นอย่างเชื่องช้า… ช่วงเวลาที่มีความสุขมันไม่ยืนนาน…. หลังจากนี้ลูกศิษย์ของเขาคงได้เรียนรู้สิ่งสำคัญ.. ที่แลกด้วยความทรงจำอันโหดร้ายบางอย่าง…. เจ้าข่าวสารที่ได้มาพร้อมกับสัญญาณบอกโหมโรงของการเปลี่ยนแปลง…

 

จักรพรรดิคนใดจะอยู่รอดจนถึงวันสุดท้าย

ในอาณาจักรที่เรียกว่ามาเฟียนี้

.

.

 

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 12/17/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: