RSS

[KHRFic] LOVE Like Noodle!? Zwei (6927) CH9

17 ธ.ค.

Title : LOVE Like Noodle!?  Zwei
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Romance , Comedy(?) , Action  , Drama
Rate : NC-17
Pairing : 6927 (100)
Summary :   ในบะหมี่หนึ่งถ้วย.. ไม่ได้มีแค่บะหมี่ แต่มีลูกชิ้นเป็นอุปสรรคล่อตา..

————————————————————————

ข้ามฝั่งทะเลมายังแดนแห่งความทรงจำ

สถานที่อันมีชื่อว่าฮ่องกง

 

ทั้งสิ่งที่ดี สิ่งที่โหดร้าย

ยังคงตราตรึงอยู่บนผืนแผ่นดินแห่งนี้

 

 

สิ่งที่ได้พบบนแผ่นดินนั้น

คือการปกปิดความลับ

หน้าไพที่แสดงออกมาในความมืดมิด

คือสิ่งปิดบังซ่อนเร้น

 

ในช่วงเวลาที่นภาและสายหมอก

ได้พบสหายเก่าในยามนั้น….

บางสิ่งบางอย่างคงใกล้บังเกิดขึ้น

โดยที่พวกเราต้องรับมัน…

Chapter 9

The High Priestess

                มื้อเที่ยงของวันจบลงในร้านอาหารจีนในย่านท่องเที่ยว  บนโต๊ะกลมลายครามเต็มไปด้วยเข่งไม้ของติ๋มซำทั้งซาลาเปาขนมจีบฮะเก๋า และอีกมากมายเกินจะนับได้  หากแต่ตรงหน้าของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกและเมฆากลับมีเพียงแค่ถ้วยบะหมี่คนละถ้วยเท่านั้น ที่เหลือเป็นของนภาไปเสียหมดช่างบ่งบอกถึงความตะกละที่ไม่น่าให้อภัยของปลาทูน่าบอสวองโกเล่   มือเรียววางแก้วน้ำชาลงก่อนจะแย้มยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้อิ่มท้องจากอาหารต้นตำหรับ 4 พันปีในแดนมังกร

 

 

“ขอบคุณสำหรับอาหารครับ”  แล้วไม่ลืมที่จะทำตามธรรมเนียมของคนญี่ปุ่น  เนตรสองสีเมียงมองแล้วส่ายใบหน้าไปมาอย่างระอา  หยุดไมได้จริงๆ…

 

“ทานเสร็จแล้วแบบนี้ ควรจะคุยกันต่อเลยมั้ยล่ะครับ”   เอ่ยถามอย่างเจ้าเล่ห์  สีหน้าของสึนะโยชิเปลี่ยนไปในทันใด  เพิ่งกินเองนะ…

 

“ข้อมูล……..”  ยังไม่ทันสิ้นคำพูดของเมฆา นภากลับส่งเสียงแทรกขึ้นมาในทันที

 

“ขอขนมจีบปูอีกที่ครับ!!”  ตะโกนบอกเจ้าของร้านเพื่อขออาหารอีก 4 ชิ้นในเข่ง…   ใบหน้าของฮิบาริ เคียวยะออกอาการทะมึนด้วยความโกรธเคืองในพริบตา

 

“คึหึหึ..   เลี่ยงได้เลี่ยงให้ตลอดนะครับ  ยังไงเย็นนี้เราก็ต้องคุยเรื่องนี้ที่ภัตตาคารของแก๊งอี้เหออยู่แล้ว”  ภัตตาคารของดอกบัวและหยกขาว…  ในสายตาเขาก็เป็นหนึ่งในจุดต้องสงสัยเช่นกัน…

 

“นี่นายยังไม่เลิกไม่ไว้ใจคุณหยุนอีกแล้วสินะ”  ใบหน้าใสผินมองคนข้างกาย  ทำไมเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนี้กัน….

 

“คุณเชื่อใจคนง่ายเกินไปตะหากครับ  ทุกคนไม่ได้ซื่อบริสุทธิ์เหมือนเด็ก”   กระทั่งเด็กในยุคสมัยนี้นั้นก็เจ้าเล่ห์มากด้วยแผนการ…

 

“ถ้าจะสงสัยเค้าเพราะกะอีแค่ชื่อแก๊งค์เค้ามีชื่อดอกบัวที่เป็นดอกไม้อยู่เนี่ย มันตลกสิ้นดีล่ะ!”  เสียงใสเถียงกลับไป  แม้นั่งอยู่ข้างกันยังกัดกันเสียจนคนนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างเมฆาคิ้วขมวด

 

“ฉันก็ไม่ไว้ใจมันเหมือนกัน”  ฮิบาริ เคียวยะนั่งกอดอกจ้องมองใบหน้าของบอสวองโกเล่  เนตรสีดำขลับบ่งบอกอย่างจริงจังถึงความไม่เชื่อใจ.. พูดอะไรไม่ออก..

 

“ผมไม่อยากคิดแบบนั้นนี่ครับ….”    คิ้วเรียวทั้งสองขมวดเคร่งเครียด  สีหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด  ไม่อยากจะคิด.. ไม่อยากคิดแม้แต่นิดเดียว….

 

 

แต่ในใจของเขานั้นคิดไปไกล…ตั้งแต่แรก…

จึงหลอกตัวเองไว้ก่อน…

                เข่งขนมจีบปูวางลงบนโต๊ะลายครามของร้านอาหาร  มือเรียวเพิ่งแค่ยื่นมือไปจับตะเกียบถือค้างเอาไว้   บรรยากาศในการทานอาหารกร่อยลงไปในช่วงเวลาอันรวดเร็ว   เจ้าขนมจีบเหล่านั้นจึงเสร็จคนเบื่อหน่ายอย่างผู้พิทักษ์ทั้งสองไปโดปริยาย   เสียเวลาอยู่ที่ร้านอาหารนานเกินไปแล้ว…

 

 

“ไปเดินเที่ยวกันเถอะครับ สึนะโยชิคุง”  มุคุโร่แตะบ่าเล็กแลดูบอบบางของคนสำคัญ  นภาผินมองใบหน้าคมหล่อเหลาอย่างมึนงง  เนตรสองสีสบมองมาอย่างตั้งใจ

 

“หูฝาดไปรึเปล่าเนี่ย…”   ได้คำชวนจากเจ้าของเกศาสีไพลินแบบนี้.. ซ้ำยังมีเมฆาจอมโหดพ่วงอยู่ด้วยกันอีกคนน่ะ…

 

“ไปเที่ยว~  ไปเที่ยว~”  นกป้อมสีเหลืองสดบินไปบินมาและร่อนลงเกาะบนบ่าของหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบซึ่งยังมีบาดแผลที่ศีรษะ… อยู่เฉยๆก็คงเบื่อสินะ….

                “โอเค ไปเดินเที่ยวกันเถอะนะ”  ใบหน้าใสระบายรอยยิ้มกว้างกระจ่างไปทั่วใบหน้า  ก่อนถึงเวลาไปภัตตาคารฐานของมาเฟียอี้เหอ… ยังคงมีเวลาสงบให้ได้ทำใจรับความจริง… แม้อาจจะไม่ใช่ก็ได้…

 

 

หรือสองคนนี้เป็นห่วงเขา…

และอ่านความคิดของเขาได้อยู่แล้วกัน…

 

 

สามคนแต่ไม่ใช่สามพี(?)เดินเที่ยวไปตามร้านค้าต่างๆในบริษัทนั้น  นภาสนุกสนานกับการเลือกของและดูของแปลกๆในย่านนั้นโดยมีสองหนุ่มก้าวไปพร้อมกัน…    มือเรียวจับจูงมือแกร่งของสายหมอกลากเดินไปยังร้านช็อกโกแลตที่เจ้าตัวชอบ ในขณะที่เมฆาก้าวเดินตามมาห่างๆอย่างคนรู้กาลเทศะ     ช็อกโกแลตทำมือเรียงรายในร้านส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนให้น้ำลายไหล   จำได้ว่าผู้พิทักษ์เกศาสีไพลินชอบนัก สึนะโยชิจึงตั้งใจเลือกหามาได้กองโต

 

พฤติกรรมของหนุ่มชาวญี่ปุ่นร่างเล็กผู้นี้อยู่ในสายตาสองสีนั่นตลอดทุกอิริยาบถ  ในขณะที่ร่างสูงเรือนผมสีดำขลับยืนพิงพนังร้านอยู่ภายนอกเพราะไม่ชอบของหวาน แต่คนผ่านไปผ่านมาแค่เห็นหน้าเจ้าตัวก็ไม่กลายเฉียดเข้ามาใกล้ร้าน เห็นแล้วน่าสงสารคนขาย….

 

 

“นายชอบช็อกโกแลตแบบไหนเป็นพิเศษรึเปล่าน่ะ?”   มือเรียวไม่หยุดหยิบเอาช็อกโกแลตรูปทรงต่างๆมาใส่ในถาด   นี่ก็กองโตแล้วนะ….

 

“พอแล้วล่ะครับ  ขืนทานหมดนี่ผมว่าเลือดกำเดาออกจนเข้าโรงพยาบาลแน่ๆ”   ตัวเองไม่น่าห่วง.. แต่คนตะกละแถวนี้สิน่าห่วงกว่า..

 

“งั้นไปจ่ายเงินก่อนล่ะ~”    ปลาทูน่าบอสแลดูอารมณ์ดีเสียเหลือเกิน มุคุโร่เมียงมองพลางยิ้มและส่ายหน้า ดีแล้วล่ะ..แบบนี้ดีแล้ว….

 

หัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบเรือนผมสีดำขลับก้าวเข้ามาในร้าน สีหน้าแลดูเคร่งเครียดนัก  “มีคนลอบตามมา เจ้าสัตว์กินพืชมันยังไม่รู้อีกรึไง”   เสียงทุ้มเปล่งบอก  พวกคนในร้านพากันแอบมองหนุ่มรูปงามสองคนแล้วกระซิบกระซาบกันยกใหญ่…

 

“ดูเหมือนจะไม่รู้ล่ะครับ  ผมว่าไม่รู้ก็ดีแล้ว”   สายหมอกเองก็รับรู้ได้ว่าตลอดเส้นทางที่เดินผ่านมานั้น  มีคนลอบตามมาไม่น้อยกว่า 5 คน.. ตามซอกมุมต่างๆ….

 

“หึ…  กำลังคันไม้คันมืออยู่พอดี”    ชายหนุ่มเรือนผมดำเนตรดำขลับก้าวออกไปนอกร้านตวัดมองหาเหยื่อที่เข้าตา

 

“อ่าว คุณฮิบาริไปไหนล่ะนั่น?”   สึนะโยชิคุงผู้ไม่ระวังตัวยามเมื่ออยู่กับคนที่ไว้ใจได้ก้าวกลับมาจากเคาน์เตอร์พร้อมกับถุงช็อกโกแลตถุงใหญ่  เนตรสองสีเบี่ยงมองและจับบ่าเล็กพาเดินไปยังร้านอื่นต่อ

 

“ไปห้องน้ำน่ะครับ เดี๋ยวก็คงกลับมา” อ้างไปเช่นนั้นไม่อยากให้นภาต้องกังวลและหมดบรรยากาศของการท่องเที่ยว… อย่างน้อยๆคนทางนั้นก็คงอยากชำระแค้นบางอย่างอยู่หรอก

 

 

ปึก!!! โครม!!!!

                ร่างในชุดสูทกระเด็นกระแทกผนังกำแพงราวกับไร้น้ำหนัก…. หยุดเลือดหยดกระเซ็นเปรอะเปื้อนตามกำแพงอิฐและหยดลงพื้นจากทอนฟาสีเงินวาววับ…  เนตรคมสีนิลกาฬเหลือบมองพวกคนเคราะห์ร้ายที่เขามาหาเรื่องเขาในเวลาหงุดหงิดอย่างถูกใจ  เรียวลิ้นแลบเลียริมฝีปากราวกับคนคนกระหายการต่อสู้     อาวุธคู่กายกระชับมันในมือตวัดฟาดร่างของชายในชุดดำคนแล้วคนเล่า

 

 

“หึ….”   กระทืบซ้ำอย่างไร้ความปราณีพลางเหล่มองหาเหยื่อรายต่อไป….  เหล่าคนที่ยังคงไร้บาดแผลและครบ 32 พากันหน้าซีดปากสั่น….    เมฆาของวองโกเล่… ชโลมไปด้วยเลือด…

 

“ปีศาจ….” สองขาแม้นึกอยากวิ่งหนีไปจากที่นั่น  แต่กลับโดนไอสังหารคละคลุ้งพันธนาการเอาไว้ให้หยุดอยู่กับที่เป็นกระสอบทรายเสียแบบนั้น

 

“ปีศาจงั้นเหรอ…..คงงั้น เจ้าพวกสัตว์กินพืช….”   สองขาพาตัวก้าวเคลื่อนที่พุ่งเข้าใส่วาดทอนฟาทั้งสองฟาดใบหน้าของผู้เอ่ยและคนในระยะมือเลือดสาดกระเซ็น

 

ผู้เคราะห์ร้ายซึ่งริตามติดพวกวองโกเล่กระจัดกระจายบนพื้นราวกับเป็นกระดาษที่ถูกทิ้งกระจาย    ร่างสูงผู้พิทักษ์แห่งเมฆาหย่อนกายลงกระชากเนคไทด์ของผู้ที่ยังมีสติ  จดจ้องมองด้วยสายตาคาดคั้น  “ใครส่งพวกแกมาล่ะ”

 

แทนที่จะได้คำตอบกลับไม่ยอมตอบและนิ่งเฉยให้ไม่สบอารมณ์  ทอนฟาโหดจึงฟาดเข้าอีกครั้งจะได้หมดเรื่อง   ทำการค้นหาตราหรือบัตรที่น่าจะมีข้อมูล  แต่ไร้แวว   “พวกที่ถูกว่าจ้างงั้นสิ…”   เหมือนคราวก่อนๆ… จ้างแล้วทิ้งเมื่องานไม่สำเร็จ หรือแค่มาทดลอง….

 

 

โครม!!!!

                กองอิฐที่วางอยู่จู่ๆกลับกระเด็นมาตามแรงฟาดของใครบางคน   ร่างสูงตวัดกายหลบการโจมตีอย่างกะทันหันนั่น  เนตรเบี่ยงมองไปตามทิศทางของการโจมตี  ใครกัน….  ลอบกัดแบบนี้…..

 

“แก….”   มองไปตามทิศทางนั่น.. แลเห็นชายในชุดดำคนละระดับกับพวกก่อนหน้า… จับไอสังหารแล้วคาดเดาได้ว่าเป็นศัตรู…

 

“ส่งแหวนมา   เจ้านายของพวกนายจะได้ปลอดภัย” คำขู่ซึ่งน่าขำเสียเหลือเกินยามเมื่อเมฆาได้สดับฟัง ตลกเกินไปแล้ว….

 

ไฟธาตุเมฆาลุกโชนขึ้นอาบทอนฟาทั้งสอง   “เจ้านั่นจะเป็นไงก็ช่าง…. แต่แกมาทำให้ฉันหงุดหงิด”    สองมือกระชับทอนฟาพุ่งเข้าใส่ชายลึกลับ….

 

 

เมฆาชโลมเลือดตามใจตนเอง….

ปิดบังผืนนภาที่กำลังมีความสุข

 

ไม่ใช่เพราะหน้าที่… แต่เพื่อความสำราญใจ

 

 

บริเวณย่านการค้าเต็มไปด้วยชาวต่างชาติเดินจับจ่ายซื้อของ  สองร่างในชุดสูทดำยืนพิงพนังริมถนนทานช็อกโกแลตที่เพิ่งซื้อมาจากร้านก่อนหน้า   รอคอยผู้พิทักษ์เมฆาที่ถูกสายหมอกอ้างว่าสายไปห้องน้ำ  แต่ทำไมไปนานจัง  คิดในแง่เพื่อนนางเอกคงเรียกว่าเปิดโอกาส… แต่คนอย่างฮิบาริ เคียวยะเนี่ยนะ.. คิดแล้วตลกน่าดู….

 

“คุณฮิบาริไปไหนนานจังแฮะ….”   เนตรกลมโตสีน้ำตาลไหม้มองซ้ายมองขวา… ไร้วี่แววของหนุ่มรุ่นพี่สมัยเรียนโรงเรียนนามิโมริ… รู้สึกสังหรณ์ใจพิกล …

 

“….  เดี๋ยวผมไปตามให้ก็แล้วกันครับ คุณอยู่ตรงนี้ล่ะ”  ชายหนุ่มเกศาน้ำเงินมองสำรวจทั้งซ้ายและขวา.. หากอยู่ในย่านคนพลุ่กพล่านแบบนี้คงไร้ปัญหา

 

“ไม่ให้ไปด้วยเหรอ?   มันน่าหลงทางนะเนี่ย…”  สึนะโยชิมองใบหน้าคมอย่างกังวล  เกิดหายไปกับฝูงชนหากันไม่เจออีกจะทำยังไงกัน…

 

มือแกร่งวางลงบนศีรษะปกคลุมด้วยไหมสีน้ำตาลไหม้  “อยู่ตรงนี้ห้ามขยับไปไหนล่ะครับ  คุณหลงแน่ๆ”  สั่งความไว้จนจบชายหนุ่มจึงละไปจากพื้นที่นั้น…

 

“อะไรกันเนี่ย….”   มือเรียวหยิบเอาช็อกโกแลตเข้าปากอย่างสงสัย… กังวล…  ว่าต้องมีเรื่องอะไรซักอย่าง…

 

 

เขาแสร้งทำเป็นร่าเริงแม้ในใจจะร่ำร้องเตือนตลอดเวลา

ตั้งแต่มาเหยียบแผ่นดินฮ่องกงนี้…

 

แม้สายหมอกและเมฆาจะปิดบัง…

                “คงเกิดอะไรขึ้นกับคุณฮิบาริแน่ๆ…”  ไม่ก็มีคนแอบตามมาตั้งแต่แรก..  กระนั้นก็ยังยืนอยู่ที่เดิมตามคำบอกหรือคำสั่ง(?)ของคนดูแลอยู่ดี  หลงทางแน่ๆ….

 

 

สายตาทอดมองไปทั่วๆ… ไม่เห็นใครมีหน้าตาน่าสงสัย    ยืนรอเฉยๆมันก็ช่างน่าเบื่อ….   เคลื่อนกายเดินมายังร้านค้าใกล้ๆกับพื้นที่หยุดยืนก่อนหน้า  อย่างน้อยๆก็ไมได้ไปไหนไกลจากที่บอกเอาไว้เสียหน่อย   หยิบเอาของตกแต่งที่ทำจากเรซิ่นขึ้นมองดู.. น่าซื้อไปฝากพวกคนที่อิตาลีที่ไม่ได้มาด้วยแฮะ…..

 

 

“มารอบนี้… ท่าทางจะไม่ได้เที่ยวแฮะ…”  เพราะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เข้าซะแล้ว……

 

 

ร่างโปร่งบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้เดินดูของภายนอกร้าน   ฉับพลันเหลือบมองเห็นอะไรบางอย่างในซอกถนนใกล้ๆนั่น  ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ  ที่ผู้คนผ่านไปมาไม่ยอมสนใจ…  ความเป็นคนดีของบอสวองโกเล่ก็ทำลืมคำเตือนของสายหมอกและวิ่งตรงไปช่วยในทันที

 

 

วิ่งตรงเข้ามาในซอกถนนแลเห็นกลุ่มนักเลงกำลังรีดไถเงินจากนักท่องเที่ยว  “ปล่อยคุณคนนั้นไปเดี๋ยวนี้นะ…”  เอ่ยไปแล้วเพิ่งนึกได้ว่าพลาดครั้งใหญ่ที่ไปขู่โจรในพื้นที่ด้วยภาษาญี่ปุ่น  โง่แล้วเรา!!!

 

พวกกลุ่มนักเลงชาวจีนหันมามองอย่างไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นฮีโร่ร่างเล็กก็พากันหัวเราะให้หนุ่มญี่ปุ่นเนตรสีน้ำตาลไหม้ตาขวาง    “พูดไม่รู้เรื่องงั้นสินะ…” แหงล่ะ….

 

 

สึนะโยชิตั้งท่าต่อสู้กำหมัดเตรียมฟาดมือกับเหล่านักเลงเจ้าถิ่น…  หากไร้วิชาอะไรติดตัวเขาก็คงเสียชื่อการเป็นบอสมาเฟียอันดับต้นๆของอิตาลีแล้ว….   ผายมือและกวักมือเรียกพวกนักเลงด้วยท่าทางยียวนให้พุ่งเข้ามาหา  รอยยิ้มและสมาธิจดจ้องอยู่ที่ช่องว่างของเหล่าคนทั้งสาม

 

ผัวะ!!!!

                หมัดตรงฟาดเข้าใส่กลางลำตัวนักเลวริดูถูกบอสมาเฟีย…   สภาพปกติไม่ได้อยู่ในโหมดดับเครื่องชนต้องใช้แรงมากกว่าปกติเสียหน่อย…   นักเลงที่เหลือมองอย่างไม่เชื่อสายตา  ร่างเล็กๆนั่นเอากำลังวังชามาจากส่วนไหนกัน…  สึนะโยชิก้าวเข้าไปตวัดหมัดฟาดเข้าใส่คนที่สองเอาแค่หมดสติ…

 

 

“ไม่ได้ตะกละอย่างเดียวหรอกนะ…”  นึกถึงคำพูดของพวกผู้พิทักษ์ที่ห่วงเกินเหตุแล้ว… อดแค้นจนปล่อยหมัดฟาดหน้าของนักเลงคนสุดท้ายไม่ได้…

 

 

นักเลงเจ้าถิ่นลงไปกองตัวสั่นก่อนจะพากันวิ่งหนีหายไปจากบริเวณนั้น   บอสวองโกเล่ผ่านลมหายใจยาวก่อนจะเดินไปหานักท่องเที่ยวผู้โชคร้ายคนนั้น   “ปลอดภัยแล้วนะครับ”   ยิ้มแย้มให้ก่อนจะได้รับการขอบคุณกลับมาด้วยการโค้งให้และพยายามสื่อภาษามือ เพราะคงพูดภาษาต่างกัน

 

สึนะโบกไม้โบกมือส่งนักท่องเที่ยวคนนั้นจากไปพร้อมกับรอยยิ้ม  ได้ทำความดีแล้วดีจังเลยแฮะ…   “รีบกลับไปที่เดิมดีกว่าแฮะ…”  ถ้าสองคนนั้นกลับมาแล้วคงจะวุ่น…

 

ร่างโปร่งบางตวัดกายเดินกลับไปตามทาง  โดยที่ไม่ได้ระวังตัวว่าเบื้องหลังจะมีชายลึกลับเข้ามาในระยะประชิด…   “อึก!!!!”  โลหะคล้ายสายโซ่ตรงเข้ารัดคอของซาวาดะ สึนะโยชิจากเบื้องหลัง   มือเรียวเร่งขึ้นจับดึงรั้งอาวุธนั่นเอาไว้ทันที… ใครกัน…. ไม่ใช่นักท่องเที่ยวคนเมื่อกี้….

 

“นะ…นาย…..!!”  พยายามเหลือบหันไปมองใบหน้าของผู้ปองร้าย…. แต่ไร้ผล… พละกำลังนั่นมัน…

 

มือหนึ่งพยายามหยิบล้วงเอาถุงมือไหมพรมในกระเป๋ากางเกงออกมา… พร้อมทั้งยาดับเครื่องชน… ทนให้ได้ทนอีกนิด… ไม่เป็นไรหรอก…..   แม้สองมือจะสั่นพยายามรั้งสายโลหะนั้นเอาไว้ไม่ให้รัดคอให้ได้นานที่สุด…. บ้าที่สุดเลย!!!

 

 

มุคุโร่!!!!   คุณฮิบาริ!!!

 

โรคุโด มุคุโร่ก้าวตามหาเมฆาจนกระทั่งพบผู้พิทักษ์จอมบ้าเลือดและซากร่างนอนสลบคาเลือดของพวกผู้เคราะห์ร้าย  ริมฝีปากคมเหยียดยิ้มในการกระทำของฮิบาริ เคียวยะ  หากนภาได้มาเห็นภาพนี้คงต้องร้องโวยวายเป็นแน่แท้…

 

 

“สึนะโยชิคุงให้มาตามน่ะครับ”   เสียงทุ้มเปล่งบอก   แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะเอาแค่พยายามเค้นคอคนที่สลบไปแล้ว แบบนั้นจะได้อะไรกัน…

 

“เจ้าพวกนี้เป็นพวกเดียวกับสปาย”   บอกข้อมูลที่จำเป็นให้สายหมอกได้รับรู้ แม้ไม่คิดจะใช้ข้อมูลร่วมกันก็ตามที  แต่บอกให้คนใกล้ชิดของบอสวองโกเล่รู้ตัวเอาไว้ก็ดี

 

“ครับ?”  คิ้วคมเลิกขึ้นอย่างสงสัย…  และในยามนั้นเอง… เขาได้ยินเสียงแผ่วเบาแว่วผ่านมา…

 

 

Nebbia…..

                ร่างสูงเกศาสีไพลินตวัดกายหันมองเบื้องหลัง… ไร้ผู้คนแล้วเสียงนั่นมาจากไหน….    เสียงเรียกหาของใครบางคน  ภาษาอิตาลีที่เขาไม่ได้ฟังมาเนิ่นนานตั้งแต่คลุกคลีกับกลุ่มวองโกเล่….   น้ำเสียงอันแสนคุ้นเคย…  และไม่คุ้นเคยในช่วงเวลาเดียวกัน….

 

 

“เสียงใครกัน….”   เมฆาเหลือบมองมาตามเสียง.. ไม่ได้เรียกมันซะหน่อย….

 

“ฮิบาริ ฮิบาริ~”  นกป้อมสีเหลืองเพิ่งบินหลับมาหลังจากฉากโชกเลือดได้ผ่านพ้นไป  ร่อนลงเกาะบนศีรษะปกคลุมด้วยไม้สีนิลราวกับเป็นรัง

 

 

Nebbia…..   กลับไป…..

 

กลับไปซะ….. Nebbia…..

                เสียงแผ่วเบาแว่วมาในโสตประสาท… ร้องเตือนให้สองขาพาตัวเองวิ่งก้าวกลับไปยังสถานที่ที่บอสวองโกเล่อยู่.. แม้ไม่รู้ว่าเป็นเสียงที่คิดไปเอง หรือหูแว่วไปเองหรือไม่ แต่….  สังหรณ์ใจว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…  “ผมจะกลับไปหาสึนะโยชิคุงก่อนนะครับ!”

 

“…… อะไรของมัน….”    ฮิบาริ เคียวยะมองตามไปก่อนที่จะค้นหาของในตัวของเหยื่อคนล่าสุด… ตราดอกไม้…. งั้นเหรอ…

 

“มิลฟิโอเร่แฟมิลี่?”  ไม่น่าจะใช่…. ตราดอกไม้แบบนี้…. หรือแค่เกี่ยวพันกัน…..

 

 

จิ๊กซอร์นำมาประติดประต่อทีละชิ้น

เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

 

สิ่งที่ชักใยอยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ทั้งหมด

                นภาแห่งวองโกเล่หยิบเอาถุงมือไหมพรมออกมาอย่างยากลำบากหลังยื้อแรงพละกำลังของผู้ปองร้ายมาได้พักใหญ่  ใช้ปากกัดสวมถุงมืออย่างรวดเร็ว  พร้อมกับหยิบเอายาเม็ดดับเครื่องชนใส่เข้าปากก่อนที่ตนจะหมดลมหายใจไปเสียก่อน  เปลวเพลิงดับเครื่องชนจุดขึ้นบนหน้าผากและถุงมือทั้งสองแปรเปลี่ยนสภาพไป   เร่งไฟที่มือทั้งสองเผาละลายสายโลหะนั่นออก  หากแต่มันไม่ขาดเพียงแค่คนใช้ละห่างออกไปเท่านั้น

 

 

“นายเป็นใคร!!”  ตวัดกายหันมามองแลเห็นเพียงชุดในชุดสูทสวมผ้าคลุมดำลงมาปิดหน้าปิดตา แว่นดำยิ่งทำให้มองเห็นไม่ชัด… ใคร….

 

มืออาบเพลิงดับเครื่องชนทั้งสองกำแน่นตั้งท่าเตรียมรับมือ   ฟาดมือปะทะเข้ากับอีกฝายเข้าที่ฝ่ามือน้อยๆ  แต่โซ่นั่นยังคงไม่ละลายหายไปกับไฟดับเครื่องชน…   “ไม่ใช่โซ่ธรรมดา….”

 

สึนะโยชิถอยหลังมาอย่างระมัดระวัง   อีกฝ่ายดูนิ่งและไม่บุกเข้ามาเสียจนเขารู้สึกกดดัน   “พวกที่เล่นงานคุณฮิบาริสินะ…”    เอ่ยถามไปเช่นนั้นกลับได้คำตอบคือการส่ายหน้าไปมาของชายลึกลับ ไม่ใช่งั้นเหรอ….

 

 

สายโซ่พุ่งตรงเข้ามาหาหมายจะทำร้ายนภาอีกครั้ง   ยกมืออาบเปลวเพลิงปัดเอาการโจมตีนั้นออกห่างไป   การเคลื่อนไหวเชื่องช้าไปเพราะโดนรัดคอก่อนหน้า..   โลหะยาวพุ่งตรงมาอีกครั้งฟาดเข้ากลางลำตัวกระเด็นชนเข้ากับผนังพื้นที่แคบๆ

 

 

“แค่กๆ….”   ร่างโปร่งบางทรุดลงนั่งกับพื้นจุกไปกับการโจมตีก่อนหน้า… เรี่ยวแรงนั่นมากกว่าเขา….  สภาพร่างกายไม่พร้อมแบบนี้… เสียท่าแน่ๆ…..

 

“กล้านะครับที่เข้าโจมตีบอสของเราแบบนี้…”

 

 

เคร้ง!!!!!

 

ตรีศูรยาวฟาดเข้าใส่ชายลึกลับ ในขณะที่อีกฝ่ายยกสายโซ่ขึ้นรับการโจมตีของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก  พยายามแลมองให้เห็นใบหน้าแต่กลับมองไม่เห็นอะไร.. รู้เพียงแค่เป็นชายหนุ่มเท่านั้น…  คู่ต่อสู้ฟาดผลักเอามุคุโร่ออกห่างไปด้วยพละกำลังรุนแรง

 

 

มือแกร่งสวมถุงมือของชายลึกลับยกขึ้นทำสัญญาณมือคล้ายบอกเป็นนัยๆให้คนทั้งสองออกไปจากพื้นที่แห่งนี้ซะ   “หยุดนะครับ!”    สายหมอกคิดเข้าไปเล่นงานอีกครั้งหนึ่ง… หากแต่…

 

“อย่ามุคุโร่!  ….  ไม่ต้องตามไป….”   นภานั่งทรุดอยู่บนพื้นพยายามหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะเพื่อผ่อนความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นห่อนหน้า   ไฟดับเครื่องชนค่อยๆสลายหายไป…

 

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ สึนะโยชิคุง”   ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกเร่งเข้ามาดูอาการของคนสำคัญ… หากไม่ได้เสียงลึกลับนั่น… เขาคงมาไม่ทันเป็นแน่….

 

“ไม่เป็นอะไรมาก…  แหะๆ…”   มือเรียวยกขึ้นสัมผัสมือใหญ่ซึ่งช่วยประคองตนให้ลุกขึ้นมา…   คนๆนั้น… อาจจะไม่ตั้งใจเล่นงานเต็มที่….

 

ต้องการบอกเตือนสิ่งใดกัน……

                “โฮ่….  มีเรื่องน่าสนุกนี่นะ”   ฮิบาริ เคียวยะก้าวเดินตามมาทีหลังพร้อมกับตราดอกไม้ที่ได้จากชายลึกลับที่ตนได้เล่นงานไปก่อนหน้านี้  แลเห็นสภาพของบอสวองโกเล่และร่องรอยการต่อสู้ นึกเสียดายที่มาช้า….

 

เนตรกลมโตแลมองชุดสูทที่เปื้อนเลือดของคนอื่นเช่นนั้น พอจะเดาอะไรได้   “มีคนตามพวกเรามาสินะครับ ตั้งแต่แรกแล้ว…”

 

“หึ….  ก็แค่พวกสัตว์ชั้นต่ำ…”  ดุเหมอืนเมฆาจะอาละวาดไม่เต็มที่เสียด้วยซ้ำ   แต่อย่ามาอาละวาดต่อกับเขาก็แล้วกัน …

 

ใบหน้าอ่อนวัยของสึนะเงยมองใบหน้าคมหล่เหล่าของมุคุโร่  ระบายยิ้มแห้งๆ..  “ขอโทษนะ ช็อกโกแลตที่ซื้อมาหายไปไหนก็ไม่รู้ซะแล้ว แหะๆ….”  มัวแต่สนใจเรื่องช่วยคน…

 

“เวลาแบบนี้ยังจะห่วงช็อกโกแลตอีกเหรอครับ”   ร่างสูงโอบดึงศีรษะปกคลุมด้วยไหม้สีน้ำตาลให้เซมาทางตนซบลงกับแผ่นอก…   ไม่น่าคลาดสายตา…. จะไม่คลาดสายตา…..

 

“มุคุโร่……”    เสียงใสเปล่งแผ่วเบา….   คงเผลอทำตัวให้เป็นห่วงอีกจนได้ เขาไม่ควรหาเรื่องเดินมาจากตรงนั้น….

 

คนเมื่อครู่ให้ความรู้สึกว่า…..

ไม่ควรปะทะด้วย… ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง…

ใครกันนะ..ใครกัน……

 

เมฆายืนเมียงมองบรรยากาศของคู่รักแล้วหงุดหงิดกับการสวีทกันผิดเวลา… เพื่อนนางเอกของเรื่องนี้เป็นคนมีความอดทนต่ำและไม่ค่อยหวังดีกับคนอื่นซักเท่าไหร…   “ทำอะไรกันอยู่ตรงนั้นน่ะ?  อ่าว สึนะโยชิ?”

 

เสียงทุ้มที่เปล่งเข้ามาท่ามกลางคนทั้งสามคนเรียกให้สึนะหันมอง  “คุณหยุน?”    มองเห็นบอสมาเฟียฮ่องกงพร้อมลูกน้องสองคนเดินเข้ามา  มีอาวุธมาด้วย.. มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ…

 

“ได้ยินว่ามีเรื่องวุ่นวาย ที่แท้ก็ฝีมือผู้พิทักษ์เมฆาและสายหมอกของเธอสินะ”   หนุ่มชาวจีนเหยียดยิ้มมองใบหน้าของคนทั้งสาม ตัวก่อเรื่อง…

 

“ใครก่อเรื่องกันครับ….”   สายหมอกกระชับโอบไหล่ของนภาเอาไว้ ท่าทางแบบนั้นเค้าเรียกว่าหึงไม่ใช่เหรอ….

 

เนตรสีดำขลับของหนุ่มแดนมังกรเหลือบมองเห็นร่องรอยแผลถลอกของบอสวองโกเล่เข้าพอดี  “บาดเจ็บด้วยนี่สึนะโยชิ  ไปทำแผลก่อนเถอะ”   ผายมือบอกให้เดินออกไปยังรถที่จอดอยู่ด้านทางออกของซอกถนน

 

สึนะมองใบหน้าของสายหมอกสลับกับเมฆา   คนหนึ่งมีสีหน้าคล้ายกับกำลังโกรธ  อีกคนจ้องมองใบหน้าของบอสพันธมิตรฮ่องกงราวกับมีเรื่องค้างคา  เขาจะเอายังไงดีล่ะเนี่ย… “รบกวนด้วยนะครับ”  สิ้นคำที่เปล่งบอกไป มือที่โอบไหล่ของเขาอยู่นั้นราวกับมันกระตุกจิกมาครู่หนึ่ง…

 

เขาอยากย้ำให้มั่นใจ… ว่ามิตรหรือมิตร…

ไม่มีวันแปรเปลี่ยน…..

                คนทั้งสามเดินทางมายังภัตตาคารอาหารฐานของมาเฟียอี้เหอ  ผู้พิทักษ์ทั้งสองต้องมานั่งอยู่อยู่หน้าห้องส่วนตัวของหัวหน้ามาเฟียชาวจีนเสียแบบนั้น  บรรยากาศของสายหมอกนั้นช่างมาคุ  ในขณะที่เมฆากวาดสายตามองไปมาอย่างเย็นชา คนทั่วไปมิกล้าเฉียดเข้ามาใกล้ .. แม้น้ำชาก็ยังส่งให้แบบมือสั่นๆ…

                “ขอบคุณนะครับคุณหยุน  จริงๆผมไม่ได้เป็นอะไรมากแท้ๆ”   ที่เป็นคือเป็นอยู่ใต้เสื้อตะหาก…..

 

บอสวองโกเล่ในชุดสูทมานั่งทำแผลอยู่ในห้องส่วนตัวพ่วงห้องทำงานของบอสหนุ่ม    ริมฝีปากคมแย้มยิ้มให้  “ดีกว่าปล่อยเอาไว้”   หวังดีเสียจนเขาเกรงใจอยู่เรื่อย…

 

“แค่รอยถลอกได้มาบ่อยอยู่แล้ว ชินแล้วล่ะครับ”  แย้มยิ้มให้ทั้งที่เป็นเรื่องไม่น่าภูมิใจ   ที่ได้มาบ่อยน่ะ… ก็เพราะตบตีกับผู้พิทักษ์ด้วยกันน่ะสิ…

 

เมฆาผู้ยิ่งใหญ่นั่งเมียงมองใบหน้าใสที่ไม่ได้พบกันนาน    “ผู้พิทักษ์สายหมอกของเธอคงเป็นห่วงแย่  ระวังๆสิ”  ความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาของคนทั้งสอง ที่เขานึกอิจฉาอยู่ลึกๆ

 

“นี่ก็ระวังสุดๆแล้วล่ะครับ…”  ยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เขิน  ไม่กล้าบอกว่าไปเจอมาหลายเรื่องแล้ว.. เขาคงใกล้ไม่รอดเต็มทีแล้วล่ะ… กับการลงโทษของสายหมอก…..

 

 

คืนนี้ก็อาจจะไม่รอดแหง….?

 

 

“ต่างหูสวยดีนี่  เหมือนจะเป็นคู่กับผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก”    สิ้นคำทักของหยุนเหว่ย  มือเรียวยกขึ้นแตะต่างหูคริสตัลสีน้ำเงินที่ประดับอยู่บนติ่งหู.. สีดวงเนตรของสายหมอก….

 

“ของสำคัญน่ะครับ…”  ของขวัญชิ้นแรกที่ได้รับ… ของเราสีน้ำเงิน… ของมุคุโร่สีน้ำตาล…

 

“น่าอิจฉาซะจริงๆ  ความสัมพันธ์ดีกันแบบนี้”  เมฆาจอมตื้อผู้ไม่ยอมลดละแม้มีเจ้าของแล้วเอ่ยขำขัน  มือแกร่งปิดกล่องพยาบาลให้เรียบร้อยเตรียมนำไปเก็บ แต่…

 

เนตรสีน้ำตาลไหม้เหลือบเห็นรอยแผลจางๆบนมือของเมฆาแผ่นดินใหญ่    รอยที่แลดูคุ้นเคย… รอยไหม้งั้นเหรอ…  “คุณหยุนไปโดนอะไรมาเหรอครับ?”

 

“อ๋อ  ไฟลวกน่ะ”   ชายหนุ่มเรือนผมดำขลับคลี่ยิ้มให้ก่อนจะนำเอากล่องพยาบาลไปเก็บที่เดิม   แลมองแผ่นหลังนั่นราวกับเห็นภาพซ้อน…  ไฟ….ลวก….

 

 

การปะทะกันเมื่อยามบ่าย….. ชายคนนั้น….

 

“ไม่จริงใช่มั้ย……”   เนตรกลมโตเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา…. ไม่จริง… ไม่มีทางเป็น…ไปได้….

 

“มีอะไรเหรอ? สึนะโยชิ?”    ใบหน้าอ่อนวัยสะบัดไปมาปฏิเสธเมื่อฝ่ายนั้นหันมาเมียงมอง  เป็นไปไม่ได้… คงไม่ใช่… แค่เรื่องเข้าใจผิด….

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ….”  เขาก็แค่…. คิดไปเอง……

 

 

เรื่องที่ซ่อนเร้น… คือความจริงที่ยากจะรับได้…

ใต้การชักนำทางของปีศาจ

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 12/17/2013 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: