RSS

[Au-TitanFic] Attack on NG (Levi x Eren) Take.3

19 ธ.ค.

Title : Attack on NG “รักนี้ไม่มีเทค”
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing : Levi x Eren

—————————————————————————————————-

การแสดงบทบาทที่ได้รับเป็นหน้าที่ของนักแสดง

เมื่อออกนอกบทบาทจึงกลับเป็นตัวเอง… แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น

 

ต่อหน้าสื่อและนักข่าว การแสดงออกบางครั้งก็เป็นบทบาท

แล้วการแสดงออกต่อแฟนคลับนั้น ใช่บทบาทหรือตัวจริง?

Take 3 :  แฟนคลับคือแรงสนับสนุนของศิลปิน

                มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะได้พบกับนักแสดงซึ่งชอบทำตัวลึกลับไม่ออกสื่อ….   และยิ่งคนๆนั้นเป็นดาราในดวงใจแล้วล่ะก็ โอกาสที่จะได้เจอนั้นยิ่งเหมือนความฝันที่กลายมาเป็นความจริง   ภายในตึกบริษัท Recon อันแสนสะอาดสะอ้านได้บังเกิดการพบกันของคนสองคนที่ไม่น่าโคจรมาเจอกันอย่างยิ่ง…

 

ร่างสูงโปร่ง(?)ผิดหูผิดตาในเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำขลับช่างมีภาพลักษณ์ของสีดำตัดกับผนังสีขาวบริสุทธิ์   ดวงตาสีเขียวจ้องมองดูคนตรงหน้าเพื่อเก็บรายละเอียด   ช่างคุ้มค่าเหลือเกินที่แอบเดินตามมาและตัดสินใจเรียกออกไป เพราะปฏิกิริยาที่ตอบรับมานั้นยืนยันให้รู้ว่าคนๆนี้คือ LEVI  นักแสดงในดวงใจของเขา

 

เอเลน เริ่มมีดวงตาเป็นประกายพาให้คนโดนจ้องนานสองนานรู้สึกอึดอัด    สมกับเป็นรีไวล์ซัง!  ตัวจริงช่างสูง(?)  ดูดี  อาจจะมีรอยตีนกามากกว่าในภาพนิ่งที่ผ่านการ Photoshop มานิดหน่อย  กระนั้นทุกอย่างก็ดูดีมีออร่าพาให้แฟนคลับตื่นเต้นและตื้นตันเสียเหลือเกิน…

 

ท้ายที่สุดคนโดนจ้องก็ทนต่อไปไม่ได้   “ฉันถามว่านายมีธุระอะไร  จะยืนจ้องอีกนานมั้ย ถ้าไม่มีฉันจะไป”  น้ำเสียงทุ้มแกมรำคาญดึงให้เด็กหนุ่มหลุดออกจาภวังค์

 

“ข..ขอโทษครับ!  ผมตกใจไปหน่อยไม่คิดว่าจะได้เจอรีไวล์ซังตัวจริง!”   นักแสดงหน้าใหม่ปลื้มเสียจนแสดงออกมาทางสีหน้า…

 

หน้าผากของเจ้าเด็กผมสีน้ำตาลเข้มสูงตามธรรมชาติ(?)คล้ายกับเขียนแปะเอาไว้ว่า [ปลื้มมาก]  พาให้ดวงตาคมต้องเบือนไปทางอื่น   “แค่นั้นสินะ  ฉันมีธุระ”   ขายาว(?)ตวัดหมายเดินต่อ

 

แต่ก็ต้องชะงักอีกรอบเมื่อนักแสดงหน้าใหม่เดินมาดักตรงหน้า   “ขอจับมือได้มั้ยครับ!”   สีหน้าจริงจังแกมด้วยสีแดงระเรื่อจากความตื่นเต้น  มือที่ยืนเข้ามาหาสั่นระริก…

 

นี่มันคนเดียวกับเจ้าเด็กเกรียนที่เจอหน้าร้านสะดวกซื้อหรือเปล่า?   เกิดคำถามขึ้นในใจของชายหนุ่มสูงวัยกว่าเข้าทันที   “นายได้บทเป็นตัวเอกของเรื่อง Attack on Titan สินะ?”

 

ร่างสูงโปร่งเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายทันที   “ใช่ครับ  คุณเอลวินบอกให้ผมเล่นบทเอเลน เยเกอร์ เป็นบทตัวเอกเรื่องแรกเลยครับ!”   รีไวล์พยักหน้าตามคำพูดนั้นแผ่วเบา…

 

“งั้นเหรอ  ทำให้เต็มที่ก็แล้วกัน”   แม้เป็นเพียงคำพูดแสนสั้นและฟังดูเป็นแค่คำพูดให้กำลังใจไปงั้นๆตามมารยาท  สำหรับคนฟังแล้ว… มันคือคำพูดที่ซึมลึกเข้าไปในใจ…

 

นักแสดงหนุ่มผู้เป็นแรงจูงใจให้เขาเป็นนักแสดง

นักแสดงหนุ่มที่ตนเองปลาบปลื้มและอยากจะพบมาตลอด….

                ความฝันได้เป็นความจริงแล้ว….   มือของเอเลนเอื้อมไปคว้ามือของอีกฝ่ายเอาไว้ทันที   คนโดนจับมือถึงกับอึ้ง… เมื่อครู่นี้ยังพูดขออยู่ ตอนนี้ไม่ขอแล้ว?   ดวงตาสีเขียวนั้นเริ่มมีหยดน้ำแล่นริ้วปานจะทะลักออกมาในนาทีสองนาทีข้างหน้า  ดวงตาคมเริ่มนิ่งค้าง

 

“ผมเป็นแฟนคลับของรีไวล์ซังครับ!  ผมปลื้มบทบาทและทุกงานของรีไวล์ซังมาก เป็นต้นแบบของผมเลยครับ!”   ราวกับคำสารภาพรักถึงชายผู้สูงโปร่ง(?) ดูดีแม้อายุจะเริ่มมากแล้ว…

 

รีไวล์พูดอะไรไม่ออก  ทำได้เพียงมองดูเจ้านักแสดงที่กลายร่างเป็นหมาน้อยตรงหน้า  เพราะกรรมวิธีไม่ธรรมชาติบางอย่าง(?) ระดับสายตาจึงอยู่ใกล้เคียงกัน…     “ขอบใจ….”

 

“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ ผมดีใจเกินไปหน่อย!”   รีบชักมือกลับมาอย่างไวว่อง   ยืนตัวตรงสงบเสงี่ยมและเจียมตัว…

 

“ไม่เป็นไร  ฉันไปได้รึยัง?”    เสียงทุ้มถามกลับ  เอเลนรีบผงกศีรษะรัวๆ   ในที่สุดก็จะได้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียที…  การยืนบนแผ่นเสริมส้นนั้นทำให้เมื่อย…..

 

แต่แล้ว…  “ดะ เดี๋ยวก่อนครับรีไวล์ซัง ผมมีอีกคำถาม”    คิ้วคมเลิกขึ้นและเริ่มจะขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด…

 

คราวนี้ไม่มีคำพูดถามกลับเป็นการนำ  มีเพียงสายตาในระดับเดียวกันที่จ้องดวงตาสีเขียวที่เป็นประกายจากการปลื้มไอดอล   หากแต่ในสายตาของคนถูกจ้อง ตอนนี้เขาเริ่มอยากเตะคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน… เจ้านักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ที่จะมารับบทนำในละครของเพื่อน….

 

“รีไวล์ซังจะเล่นเรื่อง Attack on Titan รึเปล่าครับ?”  ชายหนุ่มผู้มีภาพลักษณ์และชื่ออันสอดคล้องกับบทบาทหัวหน้าทหารยิ่งกว่าใคร…

 

บทของหัวหน้าทหาร Levi ซึ่งมีส่วนสูงเพียง 160 เซนติเมตร

หากแต่เป็นชายผู้แข็งแกร่งที่สุดของมวลมนุษยชาติ

                จากต้นฉบับที่เขาเคยอ่านมีบทบู๊ไม่น้อยและต้องใช้ทักษะที่เยอะมาก   เขาเชื่อว่าไอดอลของเขาจะต้องเล่นได้เข้าถึงบทบาทและนิสัยของตัวละครนี้อย่างแน่นอน ถ้าเทียบกับไอดอลผมหัวเกรียนที่ได้เจอกันบทลิฟต์….  ชายคนนั้นทำเอาละครซีเรียสกลายเป็นละครคอมเมดี้ในชั่วพริบตา

 

ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมสีดำขลับเบือนมองไปทางอื่นพลางถอนหายใจ   คำถามที่ถูกถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากคนหลายคน   “ฉันยังไม่ตัดสินใจแน่นอน”

 

“งั้นเหรอครับ…  ผมคิดว่ารีไวล์ซังเหมาะกับบทหัวหน้าทหารมาก  แต่มันคงลำบากสินะครับต้องเล่นเป็นบทคนที่เตี้ยกว่าตัวเอง ถ้าปรับส่วนสูง แฟนของต้นฉบับก็คงไม่พอใจด้วย”  การเปลี่ยนแปลงบทประพันธ์ให้เข้ากับนักแสดงถือเป็นเรื่องต้องห้าม…..

 

แต่ประเด็นที่ทำให้คิ้วคมกระตุกนั้นคือ [เตี้ยกว่าตัวเอง]    วินาทีนั้นในฉากคล้ายกับมีลูกศรสีแดงอันใหญ่หล่นลงมาชี้ยังรองเท้าของชายหนุ่ม  เจ้าส่วนสูงจอมปลอมที่เป็นภาระ…  เจ้าประวัติที่บริษัทปล่อยออกไปแล้วไม่ยอมแก้ไขและปล่อยให้เป็นปัญหาเรื้อรัง…

 

รีไวล์ถึงกับพูดอะไรไม่ออก พาลให้นึกถึงคำพูดของเจ้าเด็กกล่องนมตอนที่เจอกันวันก่อน   ส่วนสูง 160 เซนติเมตรมันไม่ใช่ตราบาป  แต่คนรอบข้างนั่นล่ะทำให้มันกลายเป็นตราบาปพร้อมจะเป็นข่าวได้ทุกเมื่อ ถ้าความจริงมันเปิดเผยออกมา….  และอีกอย่าง…

 

….เขายังมองไม่เห็นความเป็นไปได้..

……ที่จะการแสดงร่วมกับเจ้าเด็กตรงหน้า……

                การแสดงไม่จำเป็นต้องถูกกัน รู้ใจกัน เข้าขากัน พื้นฐานคือการเล่นในบทของตัวเองแม้จะไม่พอใจคนที่เล่นด้วย  แต่การจะทำให้คนดูรู้สึกอินและมีอารมณ์ร่วมไปด้วย  ความเข้าขากันของนักแสดงก็เป็นส่วนช่วยเกือบ 60% เสริมด้วยฝีมือยิ่งทำให้ผลงานออกมายอดเยี่ยมขึ้นไปอีก…

 

“นายมีธุระอะไรก็ไปทำ  ฉันไปล่ะ”   ร่างสูงโปร่งก้าวเดินผ่านหน้าของเด็กหนุ่ม    ดวงตามองไปข้างหน้าไม่มีการเหลียวมองเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเรียกได้อีก

 

“อะ..เอ่อ  แล้วพบกันใหม่นะครับ!”   เมื่อรุ่นพี่ในวงการไม่ยอมมอง  รุ่นน้องก็ได้แต่ตะโกนบอกลาตามหลังไป… ไม่หันกลับมาจริงๆด้วย

 

เอเลนมองตามแผ่นหลังที่ดูยิ่งใหญ่  เส้นทางที่ทอดยาวไปไกลของตึก  เงาร่างของชายผู้ใส่เสื้อโค้ทตัวยาวปานหลุกออกมาจากนิตยสาร   ความรู้สึกของเอเลน เยเกอร์ยามที่มองเห็นแผ่นหลังที่ประดับด้วยตราปีกแห่งเสรีภาพ.. มันคงจะเป็นแบบนี้…   ประทับใจ เคารพ  ปลาบปลื้ม อยากทำงานร่วมกัน…

 

“อยากแสดงด้วยกันจัง…”  ด้วยฝีมือการแสดงของฝ่ายนั้น  คนดูจะต้องลืมไปเลยแน่ๆว่าบทที่เล่นมันต้องสูงแค่ 160 เซนติเมตรน่ะ….

 

ฉับพลันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น    เด็กหนุ่มผมน้ำตาลเข้มรีบหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกง   “อาร์มินว่าไง  พวกนายออดิชั่นเสร็จแล้วเหรอ?”

 

[เสร็จแล้ว  นายอยู่ตรงไหนของบริษัทน่ะเอเลน จะกลับขึ้นมาข้างบนรึเปล่า?]   ผู้จัดการส่วนตัวซึ่งได้รับงานแสดงไปแบบงงๆเร่งถาม

 

เอเลนมองซ้ายทีขวาที  ตำแหน่งของตัวเองบอกไปก็ลำบากเพราะที่นี่คือชั้นลอย   “ถ้าพวกนายเสร็จแล้วก็คงไม่ขึ้นไปแล้ว   นักแสดงคนอื่นๆไว้รอเจอกันตอนแถลงข่าวก็ได้”

 

[เอางั้นเหรอ  งั้นเจอกันที่หน้าบริษัทก็แล้วกันเอเลน  ค่อยคุยกัน]   อาร์มินกดวางสายไป  การออดิชั่นเสร็จเร็วกว่าที่คิด  ผลการทดสอบของมิคาสะซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและนักแสดงร่วมค่ายคงจะผ่านไปได้ด้วยดี

 

“คงจะได้งานกันหมด…”  นักแสดงจากค่ายเล็กๆที่จะได้ลืมตาอ้าปากก็งานนี้   ผู้จัดการคงหมดห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายถ้ามันประสบความสำเร็จ

 

เด็กหนุ่มนักแสดงมือใหม่ยกมือขึ้นมาเมียงมอง  มือนี้ที่ได้สัมผัสมือของดาราในดวงใจที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกันในลักษณะแบบนี้  Levi  คนที่อยู่ในจอโทรทัศน์ คนที่เป็นต้นแบบ  หากได้เล่นละครด้วยกันล่ะก็.. มันจะยิ่งกว่าฝันเป็นจริงเสียอีก  จะมีโอกาสนั้นหรือเปล่า…?

 

จะเป็นนักแสดงที่สุดยอดเหมือนรุ่นพี่ในบริษัท Recon แห่งนี้ให้ได้

จะทุ่มเทฝีมือเล่นละครเรื่องนี้ให้ดีที่สุด…  

 

                เข็มนาฬิกาหมุนไปจนกระทั่งเข้าช่วงบ่ายคล้อย  ณ ห้องประชุมอันกว้างขวางของค่าย Recon เหล่าทีมงานที่เกี่ยวข้องกับละครฟอร์มยักษ์ Attack on Titan นั่งคร่ำเคร่งกับกองกระดาษผลการออดิชั่น  รูปถ่ายและประวัติมากมายถูกแนบด้วยผลการทดสอบในบทต่างๆ

 

นักแสดงมากประสบการณ์ผมสีบรอนด์นัยน์ตาสีฟ้าหยิบใบประวัติของเหล่า Candidate ในบทเด่นวางเรียงกันตรงหน้า  แต่ละคนล้วนมาจากวงการหลากหลายทั้งโมเดล CM พรีเซนเตอร์ ไอดอล นักแสดง  ตามบทประพันธ์แล้วตัวละครที่มีบทเด่นนั้นคือกลุ่มทีมสำรวจ และเหล่าทหารฝึกหัดรุ่นที่ 104 นอกจากพระเอก นางเอก เพื่อนของสองคนนั้น ตัวละครอื่นๆยังคงกำหนดคนไม่ได้ แม้การออดิชั่นบทจะจบลงไปแล้วก็ตาม

 

“ที่ฉันเลือกออกมา กลุ่มนี้คือคนที่ดูแล้วมีแววและเหมาะกับบทในระดับหนึ่ง”   เอลวินจ้องมองภาพถ่ายของแต่ละคนเปรียบกับภาพอิมเมจของเจ้าของต้นฉบับ

 

เหล่าทีมงานช่วยกันดูและตัดสินใจ  บางคนก็ตัดสินใจได้ง่าย  บางคนก็ยังมีความลังเลว่าน่าจะมีคนที่เหมาะกว่านี้  บางคนก็มีอำนาจมืดจาก Agency ใหญ่กดดันเข้ามา          แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือบทของตัวละครที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั้น…  คนที่เหมาะสมกลับไม่รับปากว่าจะเล่น   “บทหัวหน้าทหารรีไวล์อาจจะต้องมองหาคนที่เหมาะสมจากในนี้ด้วย”

 

มิเกะซึ่งเข้ามาช่วยคัดเลือกหยิบใบประวัติขึ้นมาใบหนึ่ง   “Jean ก็สูงไปสินะถ้าจะเล่นบทนั้น  แต่หมอนี่เหมาะกับบทคู่ปรับพระเอกอยู่แล้ว คงไม่ต้องเปลี่ยน”   ชีวิตจริงก็ไม่ถูกโรคกันอยู่แล้ว…

 

ชายในชุดสูทสีดำมองไปยังภาพและประวัติของสมาชิกบอยแบนด์คนนั้น    “นายก็คิดแบบนั้นสินะ  ฉันไปทาบทามมาถูกคน  เหมาะกับบทจริงๆ”

 

“บทจะเลือกคนที่เล่น  แต่ถ้าพวกเรายังรอแบบนั้นคงจะไม่ได้ถ่ายง่ายๆ”  เอลวินถอนหายใจที่จำต้องล้มอุดมการณ์นั้นไปก่อน   สปอนเซอร์และทีมงาน มีหลายชีวิตที่ต้องคำนึกถึง

 

ได้ยินดังนั้นเพื่อนร่วมค่ายและวงการจึงหยิบใบประวัติใบหนึ่งขึ้นมา   “ถ้ารีไวล์ไม่ยอมเล่นเรื่องนี้   พวกเราก็ต้องปั่นกระแสความสนใจของละคร”   กระดาษสีขาวนั้นแนบด้วยรูปถ่ายของเด็กหนุ่มไร้เส้นผม….

 

ใบประวัติของ Cony  นักร้องนำของวงบอยแบนด์ CJ

เด็กหนุ่มไอดอลที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งของวง

                แม้จะเรียกว่าวงบอยแบนด์ แท้จริงแล้ว CJ ก็เป็นวงที่มีสมาชิกแค่สองคนนั่นคือ นักร้องนำและ Rapper  ในหมู่มวลไอดอลในตอนนี้พวกเขามีความนิยมสูงที่สุด  กระแสในหมู่วัยรุ่นมากที่สุด  มีเพลงที่ฮิตติดอันดับยอดขายอันดับหนึ่งตั้งแต่เพลงเดบิวด้วยเพลง [โป้ง ชี้ ก้อย I Love You]

 

“ถ้าให้โคนี่รับบทหัวหน้าทหาร  จะต้องเป็นกระแสอยู่แล้ว  เพราะ CJ ตอนนี้ได้รับความนิยมสูง” เผลอๆจะกลบข่าวเรื่องพระเอก E นิรนามที่มารับบทเอเลน เยเกอร์เสียอีก….

 

คนเสนอความคิดพยักหน้าตาม   “ส่วนสูงใส่ส้นเพิ่มไปหน่อยก็ถึง 160 เซนติเมตร  ผมไม่มีก็ใส่วิกเอาได้  แต่งเสียหน่อยก็คงมีอิมเมจที่คนตามต้นฉบับรับได้”   มิเกะเสนอความคิด….

 

พร้อมกับเปิด Application รูปถ่ายอันหนึ่งในโทรศัพท์ขึ้นมา   “อีกอย่างเจ้าตัวโพสลงใน instragram บอกแฟนคลับไปแล้วว่า… จะต้องคว้าบทหัวหน้าทหารมาให้ได้]  ภาพที่แสดงหราอยู่ในหน้าจอคือท่าทีอันเคร่งขรึมตามบทที่ตัวเองอยากได้..  จำนวนถูกใจก็ช่างมหาศาลพร้อมด้วยข้อความให้กำลังใจ

 

“ถ้าโคนี่ไม่ได้บทนี้  แฟนคลับของ CJ จะกลายเป็นแอนตี้แฟนของละครรึเปล่าน่ะ?”  ผู้กำกับหัวเราะเฝื่อนๆ  ถ้าไม่ได้เล่นต้องเป็นข่าวให้นักข่าวเล่นกันพักใหญ่ๆ

 

“คงไม่แอนตี้ เพราะยังไงแจนก็ได้บทที่เด่นมากพอสมควร ต่อให้หมอนั่นความนิยมเป็นอันดับสองของวงก็เถอะ”  เป็นประโยชน์วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย  ไอดอลหนุ่มจะมีความนิยมเพิ่มขึ้น

 

เอลวินถอนหายใจแผ่วเบาจากที่ต้องครุ่นคิดอย่างหนัก   เรื่องความนิยมไม่มีปัญหา  จะเรื่องอะไรก็ไม่มีปัญหานอกเสียจากบทๆนี้มีคนที่เหมาะสมกว่า แต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมตัดสินใจ  “อาจจะต้องนัดแต่ละคนมาลองฟิตติ้งดู”

 

ร่างสูงซึ่งเคยเล่นละครกับเอเลนเหยียดกายพิงพนักเก้าอี้   “ถ้าถึงที่สุดก็ต้องเลือกเอาคนที่ใช้ได้  ไม่เหมาะกับบท แต่ถ้าแสดงดีคนก็ไม่ครหาหรอก”

 

ฟังเพื่อนพูดแบบนั้น  คนที่เป็นคนริเริ่มละครได้แต่ถอนหายใจ  นี่คือละครเรื่องแรกที่เขาจะกำกับและแสดงเอง  มันเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่  เขาคาดหวังจะให้ละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำว่ามันคือละครที่ยอดเยี่ยมแห่งปีและอีกยาวนาน

 

“คงน่าเสียดายถ้ารีไวล์ไม่เล่น  แค่เพราะต้องรักษาภาพลักษณ์ในใจแฟนคลับ”   เจ้าประวัติที่ค่ายทำผิด… ไม่ยอมแก้ไขและปล่อยให้เป็นปัญหาคาราคาซังมานาน….

 

ภาพลักษณ์ของนักแสดงนั้นมีผลกับความนิยมมาก…

ภาพในใจของแฟนคลับก็สำคัญมาก… เพราะจำเป็นต้องมีคนสนับสนุน

                “นินทาฉันกันอยู่สินะ” เสียงทุ้มดังมาจากประตูของห้องประชุม  เผยให้เห็นร่างที่สูงโปร่งด้วยกรรมวิธีอันแนบเนียนยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น

 

“ว่าไงรีไวล์  น่าเสียดายที่นายเพิ่งมา พวกเอเลนกลับไปนานแล้ว”  เอลวินทักทายเพื่อนร่วมค่าย   ดวงตาขวางสีเดียวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนจ้องอย่างเงียบงัน

 

“ฉันเจอเจ้าเด็กนั่นแล้ว”  ขาที่ยาวด้วยอะไรบางอย่าง(?)ก้าวเดินมายังเก้าอี้ตัวที่ว่าง   นั่งไขว้ห้างด้วยท่าทางอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

 

สองชายหนุ่มซึ่งรู้จักกันมานานพากันมองใบหน้าคนอายุ 3X แต่ยังคงเหมือนหนุ่ม 2X กลางๆ    “ไปเจอกันตอนไหนล่ะนั่น แล้วคุยกันรึเปล่าน่ะกับเอเลน?”

 

ภาพความทรงจำสองเหตุการณ์ที่แตกต่างกันมากล่องลอยมาในสมอง   เหตุการณ์แรกที่ร้านสะดวกซื้อช่างไร้มารยาท  เหตุการณ์ที่สองในวันนี้แทบจะหน้ามือเป็นหลังมือ   ช่างคล้ายกับหนังคนละม้วนตัดต่อผิด   เป็นเด็กหนุ่มที่บ้าจริงๆ….

 

“คุยกันนิดหน่อย   หมอนั่นบอกว่าเป็นแฟนคลับของฉัน”   คำพูดนั้นพาให้คนฟังทั้งสองมองหน้ากันและเริ่มทิ้งงานให้ทีมงานคนอื่นเป็นคนคัดสรรแทน

 

“ถ้าได้เล่นละครด้วยกัน  เอเลนคงปลื้มมาก”   และเมื่อให้สัมภาษณ์ลงนิตยสารก็ยิ่งเป็นกระแสที่ดีสำหรับการโปรโมทพระเอกด้วย…

 

หัวข้อเรื่อง [แฟนคลับที่ได้เล่นละครกับไอดอลในฝัน]

เป็นหัวข้อข่าวที่ดีให้คนพูดถึง

                รีไวล์ถอนหายใจซ้ำๆ    “ฉันคิดว่าฉันเข้ากับเด็กนั่นไม่ได้”  จากความประทับใจแรกที่แสนจะติดลบ…  เจ้าเด็ก 170 เซนติเมตร  มีปัญหากับส่วนสูงของคนอื่นนักรึไง….

 

“แต่การแสดงไม่จำเป็นต้องถูกกันนี่ นายก็รู้อยู่แล้ว”  มิเกะยักไหล่   หากได้เล่นละครแอคชั่นต่อสู้กับคนที่ไม่ชอบหน้า  การหลุดผิดคิวแต่ละครั้งถือเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่ง… ถ้าได้เล่นเป็นศัตรูกัน อินเนอร์ภายในก็ยิ่งส่งให้บทมันสุดยอด Epic

 

หากแต่กรณีนี้มันไม่ใช่… เนื้อบทเป็นเจ้านายกับลูกน้องที่เกื้อหนุนกันไม่ใช่น้อย  “นอกจากเรื่องเด็กนั่น  ฉันยังไม่เข้าใจบทของหัวหน้าทหารรีไวล์มากนัก”  จะต้องตีความจากต้นฉบับอีกมาก… อารมณ์ ความคิด  ความรู้สึกเบื้องลึกข้างใน  ที่มาที่ไปของการกระทำแต่ละอย่าง

 

ดวงตาสีฟ้าจดจ้องมอง   “นายจะเข้าใจ  เพราะบทนี้เป็นบทของนาย”   เฉกเช่นเดียวกับตัวแสดงอีกหลายคนที่คล้ายเกิดมาเพื่อสิ่งนี้…  รวมไปถึง Eren ที่ได้รับบทเอเลน เยเกอร์ด้วย…

 

คำพูดคล้ายกับกดดันพาให้มือแกร่งต้องยกขึ้นนวดขมับของตัวเอง  เป็นการรับงานที่ต้องคิดให้ดีเพราะช่างยากที่จะตัดสินใจ   ทุกอย่างดูจริงจังไปหมดจนกระทั่ง…   “ฉันว่าไม่ใช่เรื่องบทมาเป็นอันดับหนึ่ง  ที่ทำให้นายลังเลใจน่าจะเป็นเรื่องส่วนสูงที่แท้จริงของนายจะเปิดเผยมากกว่ารีไวล์”

 

วินาทีคล้ายกับว่ามิเกะได้กลายเป็นเทพสายฟ้าเรียกฟ้าฟาดลงมากลางห้องประชุม…  ส่วนสูง 160 เซนติเมตรอันเป็นความลับที่แสนยิ่งใหญ่ของบริษัท Recon    กรอกผิดเพียงครั้งเป็นตราบาปไปชั่วชีวิต   ดวงตาคมสีเข้มเริ่มทะมึนพลางมองหน้าคนพูด….

 

เงาดำเริ่มแผ่กว้างออกมาจากแผ่นหลังคนเตี้ยที่สุดในห้อง   “เลิกคิดถึงประเด็นนั้นได้แล้วน่า  มีข่าวลือกับภาพ Capture จับผิดนายเต็มอินเตอร์เน็ตไปหมดแล้ว”  มันคือการรุมเปิดโปงของแอนตี้แฟน….

 

“โดนจับผิดมันเป็นเรื่องไร้สาระ  ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น”   รีไวล์รีบปฏิเสธการเดาส่งเดชของมิเกะ  แม้มันจะเป็นเรื่องจริงก็เถอะ…..

 

“ความคาดหวังของแฟนคลับสินะ  ถ้าแฟนคลับผิดหวังจะมีข่าวลบออกมา  ส่งผลถึงนาย บริษัท แล้วก็ละครเรื่องนี้ด้วย”  ชายผมบรอนด์ใบหน้าเกลี้ยงเกลายิงประเด็น  คำพูดนั้นพาให้คนฟังพูดไม่ออก

 

ที่ต้องทนรำคาญของเพิ่มส่วนสูงทั้งหลายก็เพราะการรักษาแฟนคลับ…

ไม่อยากจะทำ…  แต่บริษัทต้องการให้เป็นแบบนั้น….

 

                แฟนคลับบางครั้งก็ช่างเป็นภาระ  หน้าที่การงานที่ต้องสนใจแฟนคลับช่างทำให้ชีวิตมันลำบาก  การออกสื่อน้อยๆเพื่อรักษาความลับมันไม่ใช่ปัญหา เพราะมันกลายเป็นจุดขายไปแบบไม่รู้ตัวไปแล้ว  แต่ที่น่าเบื่อคือการทนใส่รองเท้าสั่งทำพิเศษทั้งหลาย  การปลอมตัวออกไปเดินในเมืองปิดหน้าปิดตาเหมือนคนเป็นโรคร้ายหลบนักข่าว…..

 

“ฉันจะยังไม่ตัดสินใจ  ถ้านายให้นักร้องวง CJ อะไรนั่นเล่น  มันก็คงเหมาะแล้ว”   เหมาะทั้งในทางกายภาพและอื่นๆ….. เหรอ..!?

 

นักแสดงหนุ่มไม่ยอมฟังคำโต้แย้งและรีบเดินออกไปจากห้องก่อนจะโดนเซ้าซี้ให้รับเล่นให้จนได้    ทีมงานได้แต่ถอนหายใจตามผู้กำกับและหนึ่งในนักแสดงของเรื่อง  การจะไปบังคับใจดาราดังมันยาก… การจะบ่นก็ทำได้ยากเพราะมันกลายเป็นข่าวได้หมดหากหลุดลอดออกไป….

 

“ต้องเริ่มให้ข่าวว่า Cony เป็น Candidate ของบทหัวหน้าทหารรึเปล่าครับ”  ทีมงานคนหนึ่งยกมือขึ้นถามอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

เอลวินถอนหายใจหน่ายๆ   “เริ่มจากปล่อยข่าวในเว็บไซด์หรือเว็บบอร์ดดังๆก็แล้วกัน  นักข่าวจะไปจัดการต่อเอง”  นี่คือกลยุทธที่แยบยล….

 

ตัวละครมากมายที่จะเข้ามาร่วมเติมเต็มเนื้อเรื่องของผู้ประพันธ์  การดำเนินการสร้างที่ใช้ทุนสูง   ละครเรื่องหนึ่งมีองค์ประกอบมากมายหลากหลาย  ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายๆคน  จะวางเกมพลาดไม่ได้  ถ้าพลาดแล้วจะเสียหายทั้งคนทั้งเงิน…

 

หากกำหนดตัวแสดงไปแบบนั้น…การต่อสู้ก็คงเริ่มขึ้น…

การต่อสู้กับคอมเมนต์จากแฟนคลับต้นฉบับและแฟนคลับนักร้อง….

                ดวงจันทร์เข้ามาแทนที่พระอาทิตย์อย่างช้าๆ  ในที่สุดท้องฟ้าของเมืองใหญ่ก็กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มและดำในที่สุด   ครอบคลุมอาคารหอพักนักแสดงของบริษัทชิกันชินะให้เป็นสีน้ำเงินอ่อนจากการผสมสีท้องฟ้าและผนังตึก    เสียงกระป๋องน้ำชนกันอย่างรื่นเริงดังมาจากห้องหนึ่ง

 

“ฉลองที่พวกเราได้งานกันทุกคนนะ!”   ผู้จัดการหนุ่มร่างเล็กมีสีหน้าสดใส    ในมือถือกระป๋องน้ำอัดลมแทนที่จะเป็นเบียร์หรือของมึนเมาทำนองนั้น…

 

บรรยากาศการฉลองเล็กๆและเรียบง่ายมีสมาชิกเพียงแค่ 3 คน  อาหารโทรสั่งจากพิซซ่า  น้ำก็แถมมากับพิซซ่า  “ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณเอลวินจะเลือกนายให้เล่นด้วย  นายไหวแน่น่ะอาร์มิน?”    ดวงตาสีเขียวมองหน้าเพื่อน

 

“ไหวไม่ไหว ผมก็จะพยายามดู  คงไม่เป็นหรอกเพราะได้เล่นละครกับพวกนาย  ฉันเคยดูพวกนายไปเรียนการแสดงหลายครั้งจำพื้นฐานได้”   การเป็นผู้จัดการอย่างน้อยๆก็ต้องเรียนรู้….

 

มิคาสะจิบน้ำอัดลมกระป๋องอย่างเงียบๆยากจะเดาความคิด    “เขาใช้เกณฑ์การคัดเลือกตัวแสดงจากชื่อรึไงนะ…”  เธอได้แต่สงสัย    เอเลนน่ะเป็นนักแสดงมือใหม่หน้าใหม่ คนแทบไม่รู้จักแท้ๆ….

 

“ละคร Season แรกมีทั้งหมด 25 ตอน  ถ้าเรตติ้งดีจะได้มี Season 2  ต้องพยายามกันนะพวกเรา  เป็นงานใหญ่”  งานที่จะเปลี่ยนชีวิต Agency ต๊อกต๋อยให้ดีขึ้นมา….

 

เอเลนนั่งมองแผ่นพิซซ่าเงียบๆ   นักแสดงที่เข้าร่วมเล่นเรื่องนี้นอกจากอาร์มินที่เป็นมือใหม่สุดๆแล้ว  บางทีอาจจะมีแค่เขาก็ได้ที่ค่อนข้างโนเนม….   “ต้องทำได้….”  จะต้องเล่นบทพระเอกครั้งนี้ให้ได้….

 

ดวงตาสีดำของหญิงซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและรับบทพระนางร่วมกันเบี่ยงมอง  “เอเลน  นายได้เจอไอดอลของนายรึเปล่า  Levi น่ะ”   ประโยคคำถามที่พาให้อาร์มินสะดุ้งตาม   พร้อมๆกับคิ้วสีน้ำตาลเข้มที่เลิกขึ้นตามคำถาม

 

“ลืมเล่าเรื่องนี้ไป!  ฉันได้เจอรีไวล์ซัง  ได้คุยกันนิดหน่อย”  สองสหายสะดุ้งและรู้สึกขนลุก   สองสายตาต่างสีสันกันพากันจ้องหน้าคนพูด…   เริ่มกังวลอะไรบางอย่าง…

 

“นายเจอในสภาพไหนน่ะ นายไม่ได้ช็อกหรืออะไรใช่มั้ยเอเลน?”   อาร์มินรีบถามเพื่อความมั่นใจ  ยิ่งพาให้คนฟังสงสัยว่าทั้งคู่เป็นอะไรไปจึงทำหน้าเหมือนกลัวเพื่อนไปเจอผีแบบนั้น…

 

“ถ้าช็อกเพราะได้เจอโดยบังเอิญก็เกือบ  สภาพก็ปกตินี่  พวกนายก็พูดเหมือนรีไวล์ซังมีสภาพอย่างอื่นนอกจากสูง ดูดี น่านับถือ”  ดวงตาสีเขียวมองหน้าเพื่อนทั้งสองซ้ายทีขวาที   คนโดนจ้องรีบพากันมองไปทางอื่น… นิยามที่บอกมาแสดงว่ายังไม่รู้ความจริงสินะ…

 

“งั้นก็ดีแล้วที่นายได้เจอนักแสดงในดวงใจ   ดีใจด้วยนะเอเลน”   เด็กสาวผมสีดำหยิบน้ำอัดลมขึ้นมาดื่ม… แต่มันช่างมีพิรุธเพราะมันคือกระป๋องของอาร์มินไม่ใช่ของตัวเอง….

 

“ข่าวลือในอินเตอร์เน็ตที่บอกว่าจริงๆรีไวล์ซังโกงความสูงในประวัติมันเป็นแค่ข่าวลือ  พิสูจน์แล้ว”  ยิ่งฟังก็ยิ่งสะอึก…..

 

บางครั้งการปล่อยให้เด็กน้อย(?)ได้อยู่ในโลกแห่งความฝัน

มันก็เป็นทางเลือกที่ดีแล้ว….  นี่คือการแสดงบทบาทของเพื่อนที่ดี….

                แม้ในใจของมิคาสะจะอยากบอกใจจะขาดเพื่อทำลายฝัน  เธอก็พูดออกมาไม่ได้เมื่อเพื่อนร่างเล็กผู้จัดการคอยบอกให้เงียบไว้…   เอเลนนั่งกินพิซซาอย่างมีไฟ..   ทั้งสองคนจึงไม่กล้าพูดเรื่องประเด็นนี้อีก  และรีบเปลี่ยนเรื่องไปโดยอาร์มิน  “ถ้ารีไวล์ซังเล่นละครเรื่องนี้ด้วยก็ดีนะ  ผมว่าเหมาะกับบทมาก”

 

เอเลนผงกศีรษะตอบเชื่องช้า  “ใช่   ตอนที่ฉันอ่านต้นฉบับเพื่อศึกษา  มันใช่มาก”   ติดแค่ความสูง 160 เซนติเมตรเท่านั้นเอง… หากแสดงอาจจะต้องใช้ CG เข้ามาช่วยลดความสูงก็เป็นได้

 

ก็หวังว่าเขาจะรับเล่น  ความฝันนายจะได้เป็นจริงอย่างหนึ่ง”    มือเรียวหยิบพิซซ่าขึ้นมากินบ้าง   ไม่ใส่ใจหรอกว่าความจริงจะเปิดเผยหรือไม่

 

ดวงตาของนักแสดงหนุ่มมองไปยังบทละครที่วางไว้โต๊ะห่างออกไป   “อยากเล่นละครด้วยกันจริงๆ”    น้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความหวังของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลเข้มพาให้เพื่อนทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้ง  นอกจากเรื่องปากท้องและชื่อเสียง  ความฝันก็คือแรงขับเคลื่อน….

 

การดำเนินการสร้าง Attack on Titan

กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า

                ความจริงบางอย่างยังคงไม่เปิดเผย  ความจริงหลายอย่างในวงการบันเทิงก็ยังมิอาจเปิดเผย  ทุกอย่างอยู่ใต้ม่านของการแสดงและมายา แต่เป้าหมายนั้นคือของจริง  เส้นทางของละครเรื่องนี้ยังคงมีขวากหนาม…  วันนี้อาจจะเป็นวันแรกและวันสุดท้ายที่ไม่เกิด NG ก็เป็นได้…

 

ความจริงที่เปิดเผยอาจทำให้แฟนคลับคนหนึ่งและหลายต้องเสียใจ

 

แต่จำหรือที่ต้องเก็บเอาความลับนั้นจนตาย

 

…….ภาระที่แบกรับอยู่บนบ่า กับสิ่งที่ต้องการจะทำ…. จำต้องเลือก…….

 

——————————————————————————

Free Talk : ตอนนี้พระเอกจืดจางน้อยลงหน่อย ตอนก่อนๆจืดจางซะไม่มี….. รอบนี้เลยมีบทรีเอ แต่ดันไม่สวีทอะไรซักเท่าไหร เพราะยังมึนๆใส่กันอยู่ไม่รู้จักกันดีพอ =w=”

ส่วนโคนี่… นายดูจะเด่นกว่าแจน….
ปล. OTL” ดองหายไปนาน แต่จะพยายามให้จบด้วยเหมือนกัน แงๆๆๆๆ งานและรถติดทำลายล้าง

Advertisements
 
3 ความเห็น

Posted by บน 12/19/2013 in Uncategorized

 

3 responses to “[Au-TitanFic] Attack on NG (Levi x Eren) Take.3

  1. chiba

    12/21/2013 at 7:58 PM

    แอบฮากับชื่อเพลงสุดฮิตของโคนี่
    รีไวล์รับบทที นึกสภาพโคนี่เป็นเฮย์โจว… ไม่ไหวอะเฮ้ย-0-

     
  2. AYjin NoirLogic

    01/07/2014 at 5:41 AM

    รีไวล์ซังต่อส้นได้เนียนขนาดนั้นเชียว55+
    รู้สึกตอนนี้เอเลนพูดเน้นย้ำเรื่องความสูงหลายๆรอบแล้วทั้งขำทั้งเอ็นดู โธ่ว ตอนเฉลยจะช็อคขนาดไหนเนี่ย ฮาา

     
  3. milkmilkck

    11/05/2014 at 6:09 PM

    ทางบริษัทไปเขียนเรื่องส่วนสูงรีไวไว้ในอีท่าไหน ทำไมรีไวต้องทำตัว (เหมือนจะ) สูง ขนาดนั้นด้วยล่ะ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: