RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 12

27 ธ.ค.

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

อายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้มุมมองและทัศนคติเปลี่ยนไป

                ช่วงเวลาที่ผ่านไปหลายปีทำให้คนเติบโตขึ้นและมีพัฒนาการทางร่างกายและอารมณ์  ไม่มีใครที่หยุดอยู่ที่อายุเดิมตลอดไปยกเว้นแต่ไม่ยอมโต  เมื่อ 6 ปีที่แล้วความสัมพันธ์เป็นไปในทางหนึ่ง อีก 6 ปีต่อมาความสัมพันธ์นั้นอาจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใหม่ๆก็ได้  แต่ถึงกระนั้นในแต่ละช่วงของการคบหากันก็ต้องเกิดปัญหาขึ้นเล็กๆน้อยๆจนถึงไม่เคยเกิดอะไรเลย

 

คู่รักบางคู่เลิกลากันไป บางคู่รักกันดี บางคนก็เพิ่งจีบกัน

แต่ด้วยอายุที่มากเกินกฏหมายเยาวชน กรอบก็น้อยลงไป

ตอนที่ 12  :  คำโปรยหัวไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องเลย

 

ฉากเดิมๆนำกลับมาใช้ใหม่รอบที่ไม่อยากนับ  ณ  มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ  กลุ่มนักศึกษาชายจากหลากคณะนั่งล้อมวงกันรอบขนมขบเคี้ยวและน้ำอัดลม  ฉากเดิมๆและตัวละครเดิมๆพาให้รู้ได้ทันทีว่าพูดถึงคณะอดีตนักบาสเก็ตบอลทีมเกือบปาฏิหาริย์ทั้ง 6 คน

 

หนุ่มๆในชุดเครื่องแบบหลากสไตล์นั่งเคี้ยวขนมพลางสนทนาเรื่องชีวิตประจำวันผิดจากโต๊ะข้างๆที่ส่งเสียงม่อนักศึกษาหญิงที่เดินผ่านไปมา บ้างก็แอบมองกระโปรงสั้นทรงเอชวนให้มองขาอ่อน  กลุ่มคนไม่โสด 5 คน + 1 คนโสดช่างมีบรรยากาศที่แตกต่าง

 

“ตกลงว่าเดือนหน้าจะนัดเจอเพื่อนๆห้อง 104 กันที่โรงเรียนไทยทันนะเว้ย  สรุปกันได้แล้ว”  ไร่นาบอกข่าวเพื่อนฝูงหลังจากอ่านอีเมล์ในโทรศัพท์

 

“สรุปได้แล้วสินะฉันจะได้ทำตัวให้ว่าง”  อลินหยิบมันฝรั่งทอดเข้าปากพลางเปิดสมุดโน้ตอ่านเลคเชอร์ของคาบเรียนเช้า

 

ทั้ง 6 คนเรียนม.ต้นมาด้วยกัน ม.ปลายก็เรียนด้วยกัน มหาวิทยาลัยก็ยังเรียนในที่เดียวกันอีก  สายสัมพันธ์ของชมรมบาสเก็ตบอลอาจจะสานต่อยันนั่งวงขนมด้วยกันตอนอายุ 60  อย่างน้อยความแน่นแฟ้นนี้ก็ไม่เคยสั่นคลอนเพราะการเผลอไปจีบผู้หญิงคนเดียวกันเข้า

 

“ว่าแต่เมื่อวานนี้จันกับมะขามไปเดทกันมาเป็นยังไงบ้าง?”  อานัติมองหน้าคนโสดคนสุดท้ายของกลุ่ม  เดือนมหาวิทยาลัยถึงกับสะอึก

 

“นี่นาย…ประกาศทั่วเลยเรอะ….”  ร่างสูงโปร่งเหล่นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนไปหาเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด   หนุ่มนักศึกษาแพทย์ทำเป็นไม่ได้ยินอะไร

 

“คงไม่เวิร์กอ่ะดิ  ไม่งั้นคงไม่กลับมานั่งกินข้าวหน้าหอ”  โขนเหยียดยิ้มกรุ่มกริ่ม   อยู่หอเดียวกันใยจะไม่เห็นความเป็นไปของเพื่อนกันล่ะ

 

การออกเดทที่ต้องกลับมานั่งกินข้าวเองที่บ้านหรือหอพัก  ว่ากันตามตำราออกเดทแล้วถือเป็นความอัปยศอย่างยิ่งยวด  มีอย่างที่ไหนไปเดทกับสาวถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว แต่ดันกลับมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อคนโสดแบบนี้…  จัน สะกิดใจช่างเป็นความอับอายของเดือนมหาวิทยาลัย….

 

….เดือนมหาวิทยาลัยตั้งแต่รุ่นแรกยันล่าสุดคงอยากร้องไห้…

กลายเป็นตำนานขึ้นมาคงขำไม่ออก

                “เออ!  โดนมะขามหักดิบกลางคัน อยากสมน้ำหน้าก็สมน้ำหน้ามาเล้ย! ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว!”    เพื่อนจับคู่ให้แล้วก็มาแห้วทั้งที่คนอื่นจัดมา…

 

“แต่เมื่อวานจันไม่ได้นั่งกินข้าวคนเดียวไม่ใช่เหรอ”   เบญจรูญผู้มีบทพูดไม่บ่อยนักหลุดข้อมูลสำคัญให้กับเพื่อนฝูงโดยไม่ได้ตั้งใจ…(?)

 

ทุกสายตาพากันจ้องมองไปยังคนมีความลับ   หนุ่มวิศวะเริ่มแก้เก้อด้วยการหยิบขนมยัดเข้าปาก   แต่…   “นี่นายโดนมะขามทิ้งเสร็จก็หาคนอื่นได้เลยเหรอวะ?” ตัวเอกของภาคที่แล้วเหล่มองหน้า

 

“หาคนอื่นอะไรเล่า!  ท่านประธานตามมาเอง!!”   ผู้ชายที่ไม่สามารถเก็บความลับได้เพราะโดนไล่ต้อนหลุดปากออกมาทันที   ยกมือปิดปากไม่ทัน….

 

ทุกสายตาพร้อมใจกันจ้องหน้า  โต๊ะกำลังจะเปลี่ยนสภาพเป็นที่นั่งสอบสวนของตำรวจ  “แบบนี้ฟ้าส่งมาชัดๆเลยว่ะ”   ร่างหนาบึกบึนที่สุดในกลุ่มฟันธงเสร็จสรรพไม่ฟังเสียงโวยวาย

 

“สรุปว่าคุณอัศวินตามจีบนายจริงๆสินะ  ผมว่าลองศึกษาดูก็คงไม่เลวร้าย”  เพื่อนคณะการบินคลี่ยิ้มอย่างยินดีที่ประสบการณ์รักคุด 9 ปีของบางคนจะได้หยุดลงเสียที

 

จันถลึงตาใส่เหล่าคนที่หวังดีและรีบเถียง    “เฮ้ยๆๆ  อย่าด่วนสรุป!   พวกนายก็ไม่ได้รู้จักท่านประธานดีขนาดนั้น  ท่านประธานอย่างกับพวกมาเฟีย!!”   มาเฟียเฒ่า(?)  คนรวยที่ทำตัวไม่เกรงกลัวกฏเกณฑ์  ระดับความด้านได้อายอดสูงติดเพดาน!

 

“แล้วทำไมนายถึงไม่ลองเปิดใจเรื่องรักครั้งใหม่ล่ะวะ  นายกลัวอะไร   ผลบุญของนายก็พาให้พ้นช่วงรักคุดมาแล้วนะเว้ย”   ร่างผอมซึ่งไร้เส้นผมจ้องหน้า   มองออร่า(?)แล้วไร้เงามืดบดบังไม่เหมือนในอดีต

 

สิ้นประโยคเด็ดของคนสละโสดเป็นคนแรกในกลุ่มบาสเก็ตบอล  ทุกคนพร้อมใจกันพยักใบหน้าพร้อมกัน  ยกเว้นเพียงคนที่โดนสอบสวนเท่านั้นที่หน้าเสีย   มือกำหมัดเอาไว้แน่น  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหมือนเส้นผมเหลือบไปทางใบหน้าของคนๆหนึ่ง… คนที่ทำให้เกิดแผลใจครั้งใหญ่ในชีวิต

 

การเปิดใจให้กับรักครั้งใหม่มันเหมือนจะง่าย…..

                แต่มันก็ช่างยากกว่าที่คิดเอาไว้  หากมันง่ายคงมีแฟนไปตั้งนานแล้ว ไม่อยู่เป็นหล่อเสียของให้แม่ถอนหายใจเล่น   “เอาน่า!  นี่มันเรื่องของฉัน ฉันจะตัดสินใจเอง ฉันยังไม่คิดตัดสินใจอะไรทั้งนั้น!”  ยกแก้วน้ำอัดลมขึ้นมาซดอึกเดียวหมดทั้งแก้วไม่กลัวสะอึก

 

“ฉันไปล่ะ!  จะไปหาอ.นนท์!”   นักศึกษาหนุ่มในเสื้อช้อปสีน้ำเงินรีบวิ่งไปจากโต๊ะสนทนาของเพื่อนฝูง  เถียงไม่ออกแล้วก็หนีอีกตามเคย

 

“หนีอีกแล้วเจ้าจัน ตลอดๆ”  คนเคยเป็นกุนซือเรื่องจีบคนอื่นถอนหายใจให้กับความป๊อดของคนบางคน   ความรักจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากความกล้าเปิดรับ

 

“อย่าไปเร่งจันมันเลย  ฉันก็ไม่ได้รู้จักคุณอัศวินดีขนาดนั้น บอกไม่ถูกว่าเป็นคนยังไง”   อลินจ้องมองขนม  เพื่อนของแฟนซึ่งไม่ได้พบกันบ่อยนัก และมักจะเจอกันตอนเมา….

 

คำพูดของคนที่เป็นรักครั้งแรกของฝ่ายนั้นฟังแล้วมีเหตุผล   “กลัวว่าจันจะยังไม่ตัดใจจากนายน่ะสิอลิน”  ไร่นามองหน้า   นักศึกษาแพทย์รีบปัดมือไปมาทันที

 

“ตัดไปแล้ว ตัดแล้วจริงๆฉันรับรองได้  จันมันไม่ได้คิดอะไรกับฉันแล้วเว้ย!”   รีบเถียงทันทีที่เข้าเรื่องนี้   มันเป็นเรื่องต้องห้ามของภาคความรักของพระร๊องรองอย่างยิ่ง

 

เรื่องราวในค่ำคืนวันนั้นเป็นเหมือนความลับและเรื่องที่โดนฝังลึกเอาไว้ไม่ให้เปิดเผยออกมา   มันคือการตัดสินใจครั้งใหญ่ของคนบางคนที่ไม่ควรขุดมันขึ้นมาใหม่   เพื่อนทั้งสองคนซึ่งมีขนาดตัวต่างกันผงกศีรษะตอบ  จะมีก็เพียงอีกสองคนที่มองมานิ่งๆคล้ายกับคิดอะไรในใจ

 

“พวกเรามองแล้วก็ให้กำลังใจจันห่างๆเถอะ”  อานัติเสนอ  คำพูดของอดีตผู้จัดการทีมนั้นมีเหตุผล  ตอนนี้ไม่เหมือนในอดีตที่เป็นนักเรียนมัธยมต้นแล้ว

 

แผลใจนั้นรักษาหายยาก

แต่ก็อาจจะรักษาหายได้ด้วยระยะสิบเซนติเมตรก็เป็นได้

                ดวงตาเขียวมองนาฬิกาข้อมือ  อีกไม่ถึง 10 นาทีก็จะถึงเวลาคาบเรียนภาคบ่ายของเขาแล้ว   นักศึกษาแพทย์เก็บรวบรวมอุปกรณ์การเรียนพร้อมกับลุกขึ้นจากที่นั่ง  “ฉันไปเรียนบางล่ะ  หลังคาบนี้มีควิซด้วย แล้วเจอกัน”   ตารางเรียนที่แน่นขนัดพาให้มีเวลากับเพื่อนฝูงน้อยลงไป

 

“โชคดีนะอลิน   ถ้าเรียนเสร็จแล้วยังไม่กลับก็ส่งข้อความมาบอกที่อานัติไม่ก็ฉันนะเว้ย!”    ทุกสายตามองส่งเพื่อนสนิท

 

ร่างสูงโปร่งซึ่งคงความสูงของตัวเองไว้ที่ 170 เซนติเมตรเดินไปตามทางเดินเพื่อกลับไปที่คณะของตัวเอง   มือหยิบโทรศัพท์ออกมาทันทีที่ห่างจากกลุ่มเพื่อน  นิ้วรัวจิ้มคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่วเพื่อส่งข้อความออกไปยังเป้าหมาย  ไม่ถึง 1 นาทีก็มีข้อความตอบกลับมา

 

[ควิซภาคบ่ายตั้งใจทำล่ะไม่ต้องรน  วันนี้อาจจะกลับช้าซักหน่อยมีงานติดพัน]  เด็กหนุ่มอ่านข้อความด้วยรอยยิ้มบางๆบนใบหน้า    ตั้งแต่เป็นที่ปรึกษาบริษัทงานก็ยุ่งมาโดยตลอด

 

จู่ๆความทรงจำบางอย่างมันก็สะดุด    “จะว่าไปเมื่อเช้านี้… พี่รีวัลย์ลืมใส่แหวนรึเปล่านะ?”   ภาพความทรงจำในยามเช้าปรากฏขึ้น

 

ร่างโปร่งลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำ  อาบน้ำแล้วก็แต่งตัว  ทำมื้อเช้าง่ายๆไว้ให้แล้วก็ออกไปทำงาน   บางทีอาจจะถอดทิ้งไว้ตอนที่ล้างจานแล้วก็ลืมก็เป็นได้   “ต้องเตือนๆเรื่องชอบถอดออกเวลาล้างจานบ้างแล้ว”   วางทิ้งไว้สะเปะสะปะจะหล่นหายได้

 

เสียงสวรรค์อยากจะบอกให้ตัวเอกหนุ่มรู้ใจจะขาดว่ามันหายไปแล้ว…   แต่ด้วยข้อจำกัดของการติดต่อสื่อสารกับตัวละครในนิยายจึงทำได้เพียงให้กำลังใจ   อลิน แย้มเก้อเลิกคิดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ อย่างการทำแหวนหล่นหายไป  เด็กหนุ่มมุ่งหน้าไปยังคณะแพทย์เพื่อทำหน้าที่นักศึกษา

 

แหวนวงนั้นได้หายไปในปล่องภูเขาไฟในเมาท์ดูมเสียแล้ว

(ไม่ใช่ Lord of –beep-)

 

บทของตัวเอกโดนตัดมาให้พระร๊องรองผู้เคยมีบทแบบตอนเว้นตอน  ตอนเว้นสองตอนเมื่อครั้งอดีต   จันสะกิดใจเดินมาถึงหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์  เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น   เด็กหนุ่มหยิบขึ้นมามองก็พบว่ามันไม่ใช่ข้อความแต่เป็นอีเมล์

 

ที่อยู่อีเมล์ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าจอนั้นพาให้ดวงตาเบิกกว่าขึ้นกว่าเดิม   “…ไมค์?”   อีเมล์จากเพื่อนทางเมล์ที่ห่างหายไปนาน…  กลับได้เห็นอีเมล์มาอีกครั้งหนึ่ง

 

เด็กหนุ่มในเสื้อช้อปจ้องมองอีเมล์ฉบับนั้นอยู่นานไม่กล้ากดอ่าน..   ลางสังหรณ์มันบอกว่าการกลับมาแบบนี้มันเหมือนหนังและละครหลังข่าวที่แม่ชอบดูมาก   ช่วงนี้แม่ของเขากำลังติดซีรี่ย์เกาหลีเสียด้วยสิ…  หากนี่เป็นนิยายเรื่องหนึ่งแล้วล่ะก็…

 

การมาของเพื่อนเก่าผู้มีสถานะแฟนเก่าพระเอก(?)

มักจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ…..

                รถไฟฟ้าแล่นจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินออกไปไกล  ณ บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านใกล้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงและสีลม  ตึกที่เงียบสงบและสะอาดสะอ้านกลับมีบรรยากาศที่มาคุจากในห้องๆหนึ่ง  สีทะมึนอบอวลไปทั่วทั้งห้อง

 

ภายในห้องทำงานของที่ปรึกษาบริษัท   ร่างโปร่งในชุดสูทสีดำนั่งเพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าจริงจังประหนึ่งมีวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น   หน้าตาที่นิ่งอยู่แล้วน่ากลัวขึ้นกว่าปกติพาให้เลขานุการไม่กล้าชงกาแฟพลาด   หญิงสาวในชุดกระโปรงเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะอย่างหวั่นๆ

 

“หัวหน้าเป็นอะไรรึเปล่าคะ  หน้าเครียดมากจะมีตีนกาขึ้นนะคะ”  เพชราผู้หวังดีกับเจ้านายเสมอรีบทัก  ถ้าปล่อยให้สูงอายุมากไปกว่านี้ หน้าตาจะยิ่งล้ำแฟนเด็กไปกันใหญ่

 

คำพูดแทะเล็มไม่เคารพเจ้านายนั้นดูเหมือนคนเป็นนายจะไม่ตั้งใจฟัง  ดวงตาคมยังคงจับจ้องสิ่งที่อยู่ในจอภาพ  จนกระทั่งดวงตาของหญิงสาวผมสีส้มสังเกตเห็นบางอย่าง  “มือหัวหน้าดูโล่งๆนะคะ  เหมือนมีอะไรหายไป”  อะไรบางอย่างที่ควรจะมี….

 

รีวัลย์เงยสายตาขึ้นจากหน้าจอทันที   “เพชรา ฉันมีงานจะมอบหมายให้เธอทำ”   คิ้วสีอ่อนเลิกขึ้นในทันที  ปกติก็หางานให้ประจำอยู่แล้ว…

 

“งานอะไรเหรอคะหัวหน้า คงจะไม่ใช่ประชุมแทนหรือเฝ้าบริษัทแล้วหัวหน้าจะออกไปหาน้องอลินหรอกนะคะ”   เจ้าหล่อนรีบดักคอไว้เสียก่อน

 

“ไม่ใช่  ฉันจะให้เธอตามหาแหวนที่เหมือนแหวนอันนี้หน่อย”   ที่ปรึกษาบริษัทยื่นรูปถ่ายซึ่งพอจะเห็นแหวนได้ชัดเจนกับคู่สนทนา

 

มือเรียวรับมาถือและจ้องมอง   จู่ๆมาบอกแบบนี้ก็นึกออกได้อย่างเดียว  “อย่าบอกนะคะว่าหัวหน้าทำแหวนหายไปน่ะค่ะ?”   เดาแม่นยิ่งกว่าหมอดูฟันธงดวงเมือง…..

 

แหวนคู่ของแฟนหาย = หายนะอย่างแท้จริง

                มีเพียงความเงียบเป็นคำตอบให้กับคนถาม   ไม่ต้องได้คำตอบอะไรก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าตัวเอง  ตีนกาที่มาตามอายุมันจะต้องเพิ่มขึ้นอีกจากเหตุการณ์นี้เป็นแน่แท้   คนเป็นเลขานุการมืออาชีพจะต้องดูแลสุขภาพของนายให้ดี!

 

“ช่วยหาก็หาได้นะคะ  แต่หัวหน้าบอกน้องอลินรึยังคะ  เกิดหาไม่ได้จะแย่เอา”   เป็นคำถามที่ดีมาก แต่คนฟังไม่อยากจะชมว่าถามได้ดี…

 

ดวงตาสีดำจ้องมองนิ้วที่ว่างเปล่าไร้แหวนที่มักจะใส่ไว้เสมอๆ   “ฉันจะลองหาดูก่อน  ถ้าหาไม่ได้จริงๆก็จะบอกตรงๆ แล้วจัดการขั้นต่อไป”

 

“….หัวหน้าพูดเหมือนมีแผนการสำรองเลยนะคะ….”  ร่างบางมองแบบไม่ไว้ใจ  บางทีในเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นอาจจะมีร่างโครงการอะไรประหลาดๆขึ้นมาอีกก็ได้

 

[โครงการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์แหวนหาย  ค่าใช้จ่ายในโครงการไม่เกิน 1 แสนบาท]  ดำเนินการโดยที่ปรึกษาบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  บทคัดย่อว่าด้วยการแก้ไขปัญหาที่สำคัญกว่าเรื่องโลกร้อนหรือรถติดในเมืองหลวง  และคงปั๊มหน้าโครงการไว้ว่าด่วนที่สุด!

 

“เธอไปค้นข้อมูลได้แล้วเพชรา  ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ร้านเดิมที่ฉันเคยซื้อมาปิดกิจการไปแล้ว”  โอกาสที่จะหาแหวนแบบเดิมกลับมาได้แทบจะเป็นศูนย์

 

เลขาสาวเดินไปประจำการที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ของตัวเอง  พร้อมกับที่ประธานบริษัทเดินมายังห้องทำงานของที่ปรึกษาด้วยตัวเอง   ใบหน้าคมของชายผมสีบรอนด์ซึ่งเข้าใกล้รูทจีบเด็กในเกมส์จีบหนุ่มประดับรอยยิ้มที่อบอุ่น   หน้าตาคนละอารมณ์กับผู้บริหารอีกคนโดยสิ้นเชิง

 

“ดูงานยุ่งกันนะ  มีงานด่วนอะไรงั้นเหรอ?”   คนถืออำนาจสูงสุดเดินมานั่งที่โซฟารับแขกภายในห้องกว้าง  ช่างเป็นคำถามที่ไม่อยากจะตอบตรงๆ

 

“หัวหน้าทำแหวนคู่ของตัวเองหายน่ะค่ะ”  เพชราตอบตรงไปตรงมาเกินไป   หัวหน้าหนุ่มเหลือบมองด้วยสายตาปลงๆ

 

นิยายรักหวานแหววโดยทั่วไปเจ้านายมักจะลงเอยกับเลขานุการ..

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่จึงกลายเป็นเยี่ยงนี้….

                มีเลขานุการมืออาชีพที่รู้ไปเสียหมดทุกเรื่องก็เหมือนมีแม่มาตามเฝ้าที่บริษัท  รีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุลถอนหายใจให้กับความรู้ใจและรู้งานเกินไปของหญิงสาวที่ทำงานร่วมกันมานาน  เธอช่างเป็นเลขาที่เหมาะแก่การหักโบนัสหรือเงินเดือนเสียจริง… แต่ก็ไม่เคยทำ

 

อัศวินมองเพื่อนซึ่งมีสีหน้าตึงเครียดมากกว่าปกติ  “ทำแหวนหายงั้นเหรอ  อลินรู้เรื่องรึยังน่ะ?”  ชายหนุ่มส่ายหน้าตอบแทนคำพูด

 

“นายมีเรื่องอะไร?  หน้าตานายบอกว่ามีเรื่องซักอย่าง”   ที่ปรึกษาถามประธานราวกับอ่านใจได้  ชายหน้ายิ้มนิ่งไปทันทีที่โดนมองทะลุ

 

“สมกับเป็นรีวัลย์   มองคนอื่นทะลุปรุโปร่ง”   ชมพลางหัวเราะในความเก่งกาจไปเสียทุกเรื่องยกเว้นเรื่องหัวใจของเพื่อนร่วมงาน

 

“สรุปว่ามีเรื่องอะไร?  จะให้ฉันไปประชุมแทนหรือรับหน้าที่คุยอะไรตอนนี้ ฉันคงไม่ว่าง”   ธุระของตัวเองสำคัญมาก และไม่ควรปล่อยให้มันล่วงเลยผ่านวันนี้ไปเฉยๆ

 

ดวงตาสีฟ้ามองลงมาที่พื้นห้องแทนที่จะเป็นคู่สนทนา   ภาษากายที่พาให้คนมองเริ่มเดาได้ว่าเป็นเรื่องน่าลำบากใจ    “หุ้นบริษัทตก?”  อัศวินหัวเราะและส่ายหน้าทันที

 

“จัน สะกิดใจหาแฟนได้แล้ว?”   การเดาครั้งที่สองซึ่งทำให้ขำยิ่งกว่าเดิม  ขำลามไปถึงเลขาสาวที่ต้องพยายามเก็บใบหน้าตัวเองไม่ให้หลุดยิ้มด้วย

 

เพชราแทรกบทสนทนาในทันที  “หัวหน้าก็เดาไปนะคะ  ฉันว่าอาการแบบนี้ถ้าเป็นคนทั่วไปก็คงเรื่องแฟนเก่าล่ะค่ะ”  หญิงสาวหัวเราะ

 

….แต่มันเรียกเสียงกาบินผ่านในห้องทำงานได้ในทันใด…

จุดไข่ปลาร้อยเรียงเป็นแถบ

                ดูเหมือนสัมผัสที่หกของหญิงสาวจะน่ากลัวยิ่งนัก  อัศวิน สมิงห์เงียบไปในทันทีเรียกให้เพื่อนร่วมงานเงยหน้าจากปัญหาของตัวเอง  ชายหนุ่มผมดำถอนหายใจให้กับปัญหาความรักนี้  เรื่องแฟนเก่าในช่วงที่ตามจีบคนใหม่มันช่างนิยายเสียจริง…

 

“จะดื่มแก้อาการเครียด  ฉันก็ไม่ว่างจะดื่มด้วยอยู่ดี”   ภารกิจการตามหาแหวนของเซารอน เอ๊ย… รีวัลย์ยังไม่สิ้นสุด

 

เรียวปากคมหยักยิ้มให้กับเพื่อนวัยใกล้เคียงกัน  “ฉันไม่ได้จะชวนดื่ม  แค่มาหาที่คุยก็แค่นั้น  ฉันรู้ว่าตอนนี้ปัญหานายมันใหญ่ไม่ใช่เล่น  จะให้ช่วยรึเปล่า?”  ด้วยเส้นสายและเครือข่ายอะไรบางอย่าง

 

“ไม่จำเป็น   ถ้าจะช่วยก็อนุมัติให้ฉันออกจากที่ทำงานก่อนเวลาเลิกงานก็แล้วกัน”   สิ้นคำขอนั้นเลขาสาวมองแบบปลงๆ ส่วนคนมีหน้าที่อนุญาตนั้นหัวเราะขำขันคล้ายกับจะลืมเรื่องตัวเองไปช่วงหนึ่ง

 

“ได้สิ  แต่ถ้าฉันออกไปหาจันบ้าง นายคงไม่ว่าอะไรนะ”   ที่ปรึกษามองนิ่ง  ส่วนเลขานุการของที่ปรึกษาเริ่มนวดขมับ  ทำไมผู้บริหารบริษัทนี้ถึงได้…..

 

“นายอยากทำอะไรก็ทำ   พวกฉันจะว่าอะไรนายได้”   คนที่เหนื่อยคงจะเป็นรองประธานบริษัทซึ่งคงโสดระยะยาวเป็นแน่ถ้าผู้บริหารคนอื่นยังคงทำตัวแบบนี้กันอยู่   อนาคตของบริษัทจะเป็นอย่างไรต่อไป…

 

“ว่าแต่แน่ใจเหรอว่าจะไม่ให้ช่วยจริงๆ?”   อัศวินถามย้ำอีกครั้ง  ชายผมดำใบหน้านิ่งเฉยมองนิ่ง   สุดท้ายคนโดนถามก็ยอมจำนน

 

“ช่วยก็ได้”  ได้เห็นเพื่อนร่วมงานซึ่งมักจะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองยอมลดการ์ดลงเพราะแฟนหนุ่มอายุน้อย เห็นแบบนี้บ่อยๆเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

 

แต่ความเปลี่ยนแปลงของคนบางคนก็ทำให้คนบางคนงานมากขึ้น   “ฉันว่าถ้ามีสมัครงานคราวหน้า  ต้องเขียนระบุแล้วค่ะว่าต้องการคนที่ทุ่มเทให้กับบริษัทได้ ไม่ลางานเพราะเรื่องความรัก”  หญิงสาวพูดลอยๆให้คนทั้งสองได้ยิน

 

แต่ผู้บริหารทั้งสองคนทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย  เกิดเป็นผู้หญิงในบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านนั้นมันเป็นกรรม  หากยังหาแฟนไม่ได้แล้วล่ะก็… อย่าคาดหวังว่าจะได้แต่งงานหรือหาแฟนได้ตราบเท่าที่ความรักของเจ้านายยังไม่ลงตัว….

 

“แล้วคุณอัศวินมีปัญหาอะไรล่ะคะ   จะได้แก้พร้อมๆกับปัญหาของหัวหน้าเลย จะเรียกคุณหาญจิตมาช่วยฟังก็ได้นะคะ”   ศิราณี(?)เปิดโต๊ะรับฝากปัญหาเฉพาะกิจ

 

ร่างสูงผมสีบรอนด์ยิ่งขำเมื่อห้องนี้เริ่มกลายเป็นคลับบางอย่างช่วงวันศุกร์    “นี่คือ Club Tuesday สินะ”  ไม่ใช่วันศุกร์….

 

เปิดเรื่องเล่า Club Tuesday ตอน [ปัญหารักชายอายุมาก]

ขอเชิญผู้ฟังที่ต้องการมีส่วนร่วมโทรเข้ารายการทางเบอร์  XXX-XOXOXOX

                ฝั่งโลกของผู้ใหญ่นั้นมีปัญหา  ขณะที่โลกของนักศึกษาหมุนวนไปในการเรียนการสอน   ภายในห้องคอมพิวเตอร์ของตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์   นักศึกษาในเสื้อช้อปชายหญิงนั่งทำงานและเล่นเกมส์กันในห้องเฉพาะของคณะ   หลายคนนั่งใส่หูฟังขนาดใหญ่ไม่สนใจคนรอบตัว

 

มุมสุดของห้องเผยร่างเด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนแกมด้วยปลายสีเข้ม   เด็กหนุ่มเปิดหน้าสมุดเลคเชอร์ทิ้งเอาไว้แต่ในหน้าจอไม่ได้ลงมือทำงาน แต่กลับเปิดหน้าจอของเว็บไซด์ Email  ชื่อดังอันหนึ่งและทำการสนทนาผ่านหน้าเว็บนั้น  หน้าจอเต็มไปด้วยการโต้ตอบภาษาอังกฤษ

 

จัน สะกิดใจนั่งอ่านบทสนทนาภาษาอังกฤษที่ไม่ได้ใช้มานาน  อีกหน้าจอหนึ่งจึงต้องเปิดพจนานุกรมภาษาอังกฤษเอาไว้ด้วยเมื่อนึกไม่ออก  “ไม่ได้ใช้นานแล้วแฮะ”  การใช้ภาษามันหดไปตามเวลา…

 

จากอีเมล์ภาษาอังกฤษที่ผ่านวุ้นแปลภาษาแล้ว  เพื่อนจากอเมริกาที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานส่งมาทักทายเพื่อบอกเล่าเรื่องราว  คำทักทายที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานนั้นพ่วงมาด้วยข้อความที่บอกว่าช่วงนี้อยู่ที่ประเทศไทย  ข้อความที่บอกว่าอยู่ที่เมืองไทยพาให้นึกถึงคนบางคนทันที

 

“ถ้าไมค์อยู่เมืองไทย  ท่านประธานไม่ไปเจอรึไงนั่น หรือเจอแล้ว?”   ความสัมพันธ์ของแฟนเก่านั้นซับซ้อน  อีกทั้งเขาก็ไม่กล้าถามด้วยว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องเขาหรือเปล่า

 

ก่อนจะสงสัยต่อกลับมีคนมาขัดจังหวะ    “จัน ขอยืมแฮนดี้ไดร์ฟหน่อยสิจ๊ะ”   เสียงใสราวกับกระดิ่งดังมาจากด้านหลัง  เมื่อหันกลับไปมองพลันเห็นรอยยิ้มของนางฟ้าที่ส่องมาเหมือนไฟฉาย

 

“เอาไปๆ   แต่ระวังอย่าให้ติดไวรัสล่ะ!”   มือหยิบของส่วนตัวให้กับเพื่อนร่วมคณะ  มือเรียวยื่นมารับไปพร้อมกับยิ้มตอบ  เจิดจ้าเสียจนเพื่อนร่วมคณะในห้องอิจฉา…

 

ดวงตาใสกลมโตมองเห็นข้อความในหน้าจอซึ่งมีแต่ภาษาอังกฤษ   “เก่งจัง คุยกับคนต่างชาติคล่องเชียว”  ผิดวิสัยหลายๆคนในห้องนี้ซึ่งตกวิชา Eng 1

 

จันมองหน้าดาวคณะคล้ายกับมีคำถาม   สุดท้ายก็ถามออกไป  “ขนิษฐาถ้าเกิดเธอเลิกกับแฟน….. ”   จริงๆเขาควรจะถามเรื่องแบบนี้จากอลิน แย้มเก้อหรือเปล่า….  ถามไปก็เท่านั้น  อลินก็ยังคุยกับเขาปกติ

 

พูดยังไม่ทันจบประโยค ขนิษฐาก็ตอบมาในทันใด   “ที่จันถามแบบนี้เพราะว่าไม่มีประสบการณ์มีแฟนสินะ”  รอยยิ้มนางฟ้าแต่ถ้อยคำช่างเหมือนฟ้าผ่าใส่คนโสดให้ตายคาเครื่องคอม…

 

คำพูดบาดใจคนรักคุดพาให้ใจโดนแผดเผา…

เรื่องที่อยากรู้โดนดูดหายไปในพสุธา…  

                ว่ากันว่าคนน่ารักมักจะใจร้าย  คนสวยมักจะโหดร้ายกว่านั้น  เขานั้นประจักษ์ในเรื่องนี้อย่างถ่องแท้เมื่อได้มาเจอขนิษฐาและมะขาม….  ผู้หญิงช่างน่ากลัวเหลือเกิน  ตรงข้ามกับที่แม่คอยบอกและกรอกหูอยู่เสมออย่างแท้จริง..  แม่  ไหนบอกว่าผู้หญิงน่ะอ่อนแอ ต้องปกป้องไง!!  นี่ฆ่ากันด้วยคำพูดตลอดเลย!

 

“…..ไม่มีอะไร ฉันไม่ถามแล้ว  เอาแฮนดี้ไดร์ฟที่ยืมไปเหอะ….”   ร้าวระบมไปกับคำพูดของนาฟง้าน่ารักผู้มีแฟนแล้ว ใช่สิ… ผู้ชายแบบเขามันหล่อเสียของ….

 

“จะเป็นไรมั้ยถ้าเอาไปก๊อปโดจินกับสแกนการ์ตูน BL ฝากไปให้อลินน่ะ?”  จุดประสงค์ที่ขอยืมดันมาหลังการขอ…  ร่างสูงโปร่งเดือนคณะพูดไม่ออก….

 

“….ไม่เป็นไร  ก๊อปไปเถอะ….”  คนส่งสารจำต้องยอมรับทุกสถานการณ์   ได้ยินดังนั้นขนิษฐาก็รีบกลับไปที่คอมพิวเตอร์ของตัวเองทันที….

 

ผู้ชายดีๆก็กลายเป็นยาโอย  ผู้หญิงสวยก็กลายเป็นยูริ

หนุ่มสาวคณะวิศวะกำแพงกุหลาบผู้ฝักใฝ่นอมอลอยากจะกอดคอกันร้องไห้

                จันหันกลับไปสนใจการสนทนาตอบโต้ในหน้าจอต่อ   อ่านซ้ำๆแล้วนึกอยากถามในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ แต่สิ่งนั้นยากจะไปถามประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  เขาน่ะไม่ได้อยากรู้เรื่องนี้หรอกนะ  แต่ในฐานะของคนที่โดนตามตื้อแบบไร้สาเหตุ…มันอยากรู้จริงๆ….

 

“ไม่ได้อยากรู้ซักนิดเลยนะ!”   แต่มือพิมพ์รัวข้อความภาษาอังกฤษลงไปอย่างรวดเร็วและกดส่ง…  ไม่ได้อยากรู้เลยจริงๆ….

 

[Why did you break up with your ex-boyfriend?]

                ใช้คำว่า Boyfriend คงถูกต้องแล้ว…   หรือควรจะถามว่า Girlfriend?  พิมพ์ถามไปแล้วจึงเริ่มกลับมาสับสนทีหลังว่าตัวเองเผลอถามอะไรผิดหรือเปล่า  ในเมื่อที่ผ่านมาไม่แน่ใจว่าฝ่ายแฟนที่อยู่เมืองไทยเคยพูดถึงเขาเมื่อ 6 ปีก่อนหรือเปล่า…

 

ในสถานะที่น่าสับสนของเขาคงจะถามเรื่องนี้ได้   มันคงแปลกถ้าเขาจะอยากรู้   แฟนของเพื่อนทางเมล์   เลิกกับเพื่อนแล้วมาตามจีบตัวเอง  เรื่องแบบนี้มันน่าเอาไปเล่าให้คลับวันศุกร์ฟังเสียนี่กระไร…  อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามยังมีอายุมากกว่าตนมากมายด้วย

 

หน้าจอนั้นนิ่งไปพักใหญ่ๆราวกับอินเตอร์เน็ตมันตกร่อง…    “หรือเราไม่ควรจะถาม….”   ก็ไม่ได้อยากรู้อะไรมากมายหรอกนะ

 

จันวางมือลงบนคีย์บอร์ด   คิดจะพิมพ์ข้อความขอโทษที่ถามออกไป  มันอาจจะเสียมารยาทไปหน่อยที่ไปละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวแบบนี้   แต่……   “Because I will be married on Sunday”

แปลเป็นไทยว่า..   ฉันกำลังจะแต่งงานอาทิตย์นี้แล้ว    นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างขึ้น   “หา!!!!”    แผดเสียงร้องลั่นห้องคอมพิวเตอร์ในทันที  การแต่งงานหมายถึงการใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนไปชั่วชีวิต  นี่น่ะเหรอคือเหตุผลของการเลิกลา…

 

ซิทคอมนั้นเป็นเรื่องราวสนุกสนานและขบขัน….

แต่ทุกคนล้วนมีเรื่องราวที่ปิดซ่อนเร้นเอาไว้ข้างใน….

                รถยนต์มากมายสัญจรไปมาบนท้องถนน และหยุดลงเมื่อเจอสัญญาณไฟจราจร  ตัวเลขบอกเวลาอย่างยาวนานเสียจนผู้คนบนรถหลายคันต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลาที่เสียเปล่าไปกับการรอคอย   รถยนต์ Porsche สีดำขลับเคลื่อนมาหยุดต่อท้ายแถวรถติดของแยกอโศก

 

ร่างสูงผมสีบรอนด์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอสมุดโทรศัพท์   เลื่อนไปยังเบอร์โทรศัพท์กลุ่มที่โทรออกบ่อยที่สุด  และหยุดที่เบอร์ของที่ปรึกษาบริษัท  กดโทรออกไปไม่นานอีกฝั่งก็รับสาย   “รีวัลย์  ฉันจะไปดูที่ร้านให้แล้ว มันแค่คล้ายแต่ก็ไม่เหมือน”

 

[งั้นเหรอ  ฉันคงต้องสารภาพกับอลินตรงๆ]  ความพยายามตามหาแหวนที่ซื้อเมื่อนานหลายปีแล้วนั้น เหมือนการหารักแท้ใน Google

 

“นายบอกตรงๆอลินก็คงไม่ว่าอะไร  ถ้าไม่บอกคงหงุดหงิดมากกว่า”   คำแนะนำจากคนมีประสบการณ์รักมากกว่านั้นน่าเชื่อถือ

 

[ขอบใจ]  ปลายสายกดวางสายไป   ประธานบริษัทมองหน้าจอที่ตัดไปแล้วอย่างขำขัน  ตั้งแต่เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ความรักได้เปลี่ยนคนๆหนึ่งไปมากจริงๆ  เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจากที่เคยเห็นเรื่องงานสำคัญกว่าเรื่องใดๆ  กระนั้นก็ยังไม่เชี่ยวชาญพอ

 

“รีวัลย์กับอลินเป็นคู่รักที่ดี”  ชายหนุ่มหยักยิ้มกับหน้าจอของโทรศัพท์   ความรักต่างวัยที่ประคับประคองผ่านอุปสรรคด้วยกันมา มีหลายสิ่งที่แตกต่าง อายุก็ห่างกันมาก ทั้งๆที่ควรจะเกิดปัญหาเสียจนน่าจะถอดใจ  สองคนนั้นกลับไม่เป็นแบบนั้น

 

อลิน แย้มเก้อเป็นเด็กดี  เขามองเห็นข้อดีของเด็กคนนั้นที่ทำให้เพื่อนร่วมงานที่เย็นชาละลายน้ำแข็งในตัวเอง  เพราะมองเห็นข้อดีจึงเข้าใจได้ทันทีว่าใยจัน สะกิดใจจึงมีเด็กหนุ่มเป็นรักครั้งแรก  นี่เป็นกำแพงที่สูงชันไม่ใช่น้อยการจะอยู่เหนือรักครั้งแรกผู้เป็นเพื่อนรัก

 

ดูเหมือนเขาจะต้องจริงจังกับเรื่องนี้ให้มากขึ้นอีกนิด

                ยามคิดถึงใบหน้าของนักศึกษา Cherry Boy ผู้มีพร้อมทุกอย่างแต่ดันรักคุดก็อดขำไม่ได้   เป็นเด็กที่พยศยิ่งกว่าม้า(?)  “ไปหาจันดีกว่ามั้ง”   ไปมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ…..

 

หากแต่ตอนนั้นเองโทรศัพท์มือถือกลับดังขึ้นเสียก่อน   ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอนั้นพาให้สีหน้าเปลี่ยนไป  นิ่งลงในทันใด  พร้อมกับมือที่กดรับสายไปโดยไม่มีทีท่าลังเลใดๆ   [Can I see you? ]

 

ดวงตาสีฟ้าเพ่งมองดูพวงมาลัยนิ่งๆ   ใบหน้าที่ยิ้มแย้มก่อนหน้านั้นช่างนิ่งเฉยลงไปวูบหนึ่ง   กระนั้นแล้วริมฝีปากก็มีรอยยิ้มขึ้นมา   “Yes , Where do you wanna go out?”  อัศวินตอบรับพร้อมกับสัญญาณไฟจราจรที่เปลี่ยนสีเขียวให้รถได้ขยับเขยื้อนไปข้างหน้า…

 

ณ มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ นักศึกษาสองคนต่างคณะกันคนหนึ่งนั่งเรียน คนหนึ่งหมกมุ่นกับบางอย่างจนไม่ได้ทำงาน  ต่างคนต่างไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนมีเรื่องว้าวุ่นใจเกิดขึ้น.. ปัญหาของผู้ใหญ่ที่ไม่เปิดเผยให้ฝั่งโลกของเด็กได้รับรู้มัน

 

ราวกับสัญญาณเตือนของรถไฟฟ้าดังขึ้นอีกครั้ง

ระยะสิบเซนอย่างไรก็คือระยะห่าง

                ทุกคนมีเรื่องราวความรักของตัวเอง  มีปัญหาความรักเป็นของตัวเองในช่วงวัยหนึ่ง   บางอย่างระหว่างนักศึกษาและชายวัยทำงานนั้นขับเคลื่อนไปในอีกขั้น   รักครั้งที่สองหรือสามสี่ของคนที่มีปัญหาใจ    ที่แน่ๆฟิคชั่นเรื่องนี้จะใช้ Sub title ภาษาไทยมากกว่าใช้เสียง Soundtrack ล่ะนะ….

 

การจะสละโสดไม่ได้ง่ายเหมือนเข้าร้านสะดวกซื้อ

เส้นทางความสัมพันธ์ไม่ราบเรียบและมีทางลัด

 

การจราจรในเมืองหลวงนั้นติดๆขัดๆ

การจราจรของเส้นทางทั้ง 4 ก็ติดขัดไม่แพ้กัน

———————————

Free Talk : เรื่องของอัศจันต้องใช้ภาษาอังกฤษบ่อย =3=” เริ่มเข้าเนื้อหาเรื่องของรักครั้งเก่าของคุณอัศวินบ้าง ในบอทไม่มีลงรายละเอียดเรื่องนี้ซักเท่าไหร ฮา เพราะนี่เป็นปมนึงที่ทำให้จันรู้จักคุณอัศวินมากกว่า ไม่เหมือนคุณอัศวินที่ค่อยข้างจะรู้เรื่องของจันในหลายๆอย่างอยู่

ส่วนพี่รีวัลย์กับน้องอลิน ปัญหาของสองคนนี้ไม่ค่อยมี มีแต่เรื่องการขยับความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆมากกว่า กับเป็นตัวช่วยในเรื่องของจันอีกเยอะ เพราะสองคนนี้เอี่ยวเต็มๆมากตั้งแต่ภาคแรก 555

 

Advertisements
 
2 ความเห็น

Posted by บน 12/27/2013 in Uncategorized

 

2 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 12

  1. ตป. | S.Luce

    12/30/2013 at 9:21 PM

    พี่อายะอัพฟิคแล้ววววววว ฮืออออออออ //โผเข้าใส่

    ไม่ได้เจอจันในบอท ได้เจอในฟิคก็ยังดี คิดถึงจัง TTwTT

    รายละเอียดหลายๆ อย่างของคุณอัศวินเริ่มเผยแล้วสินะ ><

     
  2. หมีฟูว์ (。・ω・。) (@PooFuGirl)

    02/16/2014 at 10:21 PM

    คราวนี้แหล่ะจะได้เห็นเรื่องราวของคุณอัศวิน
    กับไมค์ซะที XD อยากรู้เวลาสองคนเจอกันจะคุยกันแบบไหน
    เพราะใน SS 1 ไม่ได้มีการเอ่ยถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่
    เท่าที่อ่านมาก็รู้สึกเหมือนจะไม่ค่อยรู้จักคุณอัศวินสักเท่าไหร่
    ส่วนจันนี่คือคนอ่านมองทะลุปรุโปร่งไปหมดแล้ว

    แต่จันก็กล้าถามไมค์นะว่าเลิกกับแฟนเก่าเพราะอะไร
    เป็นเราเราไม่กล้าถามล่ะ… = =’ เกรงใจ แฮ่ แฮ่…

    อาการแบบแฟนเก่ากลับมาขอมาเจอกันอีกสักครั้ง
    นี่มันคงจะอึมครึมน่าดู จันก็คงจะคิดแบบนั้นแหล่ะนะ

    ส่วนพี่รีวัลย์ความผิดคงเงียบได้อยู่ไม่นานแล้วล่ะ
    น้องอลินเริ่มรู้ตัวแล้ว Orz เป็นเลขาของบริษัทนี้นี่เหมือนจะ
    สบายนะ แต่ดูลำบาก เจ้านายแต่ละคนหนีงาน
    ไปตามจีบหนุ่ม กับจัดการปัญหาเรื่องรักบ๊อยบ่อย 555+

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: