RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 14

09 ม.ค.

เปิดจอง Re-Print Fiction  รายละเอียดตามนี้ค่า

>>https://www.facebook.com/photo.php?fbid=659478627428206&set=a.182708441771896.36463.157374394305301&type=1&relevant_count=1<<

 

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

การเปิดปากคุยกันนั้นเป็นวิธีการเปิดใจที่ดีที่สุด

                ถ้าคนเราไม่เปิดปากพูดออกมา ก็ยากที่จะมีใครมาเข้าใจสิ่งที่ต้องการหรือสิ่งที่เป็นอยู่   ทั้งนี้ทั้งนั้นการเปิดปากคุยกันก็มีลิมิตความตรงไปตรงมาที่ใช้ได้ในการคุยอยู่เหมือนกัน   รวมไปถึงใจที่เปิดรับฟังของผู้ฟังก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของการพูดคุยเปิดอก..  ถ้าผู้ฟังไม่เปิดใจรับฟัง  การสนทนาก็กลายเป็นการสื่อสารแบบทางเดียวไม่มีผลหรือการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น

 

การเปิดอกคุยกันไม่ได้หมายถึงเปลือยบนแล้วนั่งคุยกัน

กรณีนั้นใช้กับหนัง Erotic เสียมากกว่า

ตอนที่ 14 : สถานการณ์ของคนโสดกับคนมีคู่

 

กลิ่นสบู่อาบน้ำเดทตอลหอมฟุ้งอบอวลห้องน้ำของคอนโดมีเนี่ยม   กลิ่นที่แสนสดชื่นและสะอาดซึ่งคนเขียนไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรจากผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้  ทั้งหมดติดตัวของเด็กหนุ่มนักศึกษาแพทย์สูง 170 เซนติเมตรแม้เจ้าตัวจะสวมใส่เสื้อชุดลำลองเพื่อเตรียมออกมากินมื้อเย็นแล้ว

 

อลิน แย้มเก้อในชุดลำลองกึ่งชุดนอนเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเดินออกมาจากห้องนอน   ความเย็นของน้ำและกลิ่นสบู่ชวนให้รู้สึกสดชื่นมีเรี่ยวแรงกว่าตอนที่กลับมาจากมหาวิทยาลัยใหม่ๆ   กลิ่นที่โชยนำมาก่อนตัวพาให้คนไล่ไปอาบน้ำหันมองจากโต๊ะอาหาร

 

“ค่อยดีขึ้นหน่อย”    แฟนหนุ่มผู้มีหน้าที่ทำมื้อเย็นถอนหายใจ   กลิ่นฟอมาลีนที่ติดตัวมากับชุดนักศึกษานั้นชวนให้เขาหัวเสียอยู่เสมอๆ  แต่เด็กหนุ่มนั้นเคยชินจนไม่รู้สึกว่ามันติดมาด้วย

 

แฟนตัวสูงกว่าเดินฉีกยิ้มพร้อมกับมานั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ   “เดี๋ยวผมเอาชุดนักศึกษาไปโยนลงเครื่องซักผ้าเลยนะครับ หลังจากกินข้าวเสร็จ”

 

“อย่าลืมแยกผ้าสีกับผ้าขาวซะก่อน  หวังว่านายจะไม่ลืมอีก”   คนฟังหัวเราะเฉไฉใส่ผู้ใหญ่ที่กำลังตักข้าวให้    มันเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว…  เจ้าคดีฆาตกรรมเสื้อสีขาวในถังซักผ้าปิดตาย(?)

 

“กินข้าวกันเถอะครับ  กินเสร็จพี่รีวัลย์จะได้ไปอาบน้ำพักผ่อน”   อลินตักกับข้าวที่เรียงรายบนโต๊ะให้ชายตรงหน้าราวกับต้องการปิดปากเรื่องความผิดพลาดเสมอๆของตัวเอง

 

ท่าทีแบบนั้นแม้จะทำให้ชายหนุ่มถอนใจ แต่ก็อดแอบยิ้มจางๆที่มุมปากไม่ได้   “กินข้าวเถอะ”   แล้วกิจวัตรประจำวันก็ดำเนินไปแบบนั้น…

 

แต่….   “ทำกับข้าวเสร็จก็ลืมหยิบแหวนมาใส่อีกแล้วนะครับ”   ดวงตาสีเขียวเหลือบมองไปยังมือที่จับอุปกรณ์กินอาหารของพ่อหนุ่มอายุเยอะ

 

รีวัลย์ถึงกับสะอึกและมือชะงักไปจนน่าสังเกต   “มันจะหายได้นะครับ ถ้าถอดๆใส่ๆบ่อยๆ”   แหวนนั้นถอดๆใส่ๆแล้วจะหาย ไม่เหมือน Something(?)

 

มันหายไปสามตอนแล้ว…และนี่จะเป็นตอนที่สี่

                ที่ปรึกษาบริษัทสำรวจฯ ไม่คาดคิดว่าเรื่องที่ตั้งใจจะคุยจะโดนเริ่มประเด็นขึ้นมาเร็วขนาดนี้   ดวงตาคมจ้องมองเม็ดข้าวมากมายในจานเพื่อเรียบเรียงคำพูดที่อยู่ในใจของตัวเอง   การเตรียมการอะไรล่วงหน้าไม่เคยได้ผลเมื่ออยู่กับอลิน แย้มเก้อ

 

“มันหายไปแล้วอลิน”    เสียงทุ้มตอบอย่างตรงไปตรงมา  สายตามองตรงไม่มีถอนหนีอย่างคนที่มีความลับแสดงออกถึงความจริงจัง

 

ดวงตาสีเขียวมองจ้องตอบ   “มุขเหรอครับน่ะ?”    เด็กหนุ่มร่างสูงกว่าขยับมือไปตักกับข้าวใส่ลงในจานอย่างไม่ใส่ใจประเด็นดราม่า(?)นั่น

 

“ฉันพูดจริงๆ  แหวนหายไปแล้ว”  การย้ำครั้งที่สองด้วยสีหน้านิ่งๆและจริงจังชวนให้น้ำหนักของเรื่องเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม

 

ได้ยินแบบนั้นเป็นครั้งที่สอง  อลินก็วางช้อนและส้อมลงในจานข้าวที่ไม่ทันไรก็เหลือข้าวแค่ครึ่งจานไปแล้ว  “หายจริงๆเหรอครับ?  นี่พูดจริงๆ ไม่ได้อำผม?”

 

ร่างโปร่งพยักหน้าตอบ  “ใช่  มันตกลงไปในท่อเมื่อวานนี้ ตอนที่ฉันถอดแล้วก็ล้างจาน”   ได้ยินประโยคนั้นแล้วมือของนักศึกษาแพทย์ก็ยกขึ้นนวดขมับ

 

ภาพเหตุการณ์ในจิตนาการปรากฏขึ้นในหัวของนักศึกษาหนุ่ม  ซึ่งมันไม่ได้แตกต่างจากภาพจริงที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ตอนก่อนหน้านี้นัก..  เจ้าแหวนที่โชคร้ายหายไปจนได้หลังจากที่เขาคิดไว้แล้วว่าสักวันจะต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้น   “ตกใจเลยล่ะครับ…”

 

“ฉันไม่อยากโกหกนาย  จริงๆฉันตั้งใจจะไปหาแหวนแบบเดิมก่อนที่นายจะรู้  แต่มันไม่มี”   แฟนหนุ่มสารภาพทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อมและแก้ตัว

 

“ฉันผิดเองนั่นล่ะ ที่ไม่ระวังให้ดี”   สารภาพและยอมรับความผิด พร้อมด้วยสำนึกผิดครบทุกอย่าง  คนฟังได้แต่มองพลางกระพริบตาปริบๆ…  แทบจะไม่เหลือช่องอะไรให้เขาพูดอะไรอีกแล้วนะนั่น!

 

เล่นปิดช่องเหตุการณ์ทุกอย่างที่ควรจะเกิดตามพล็อตดาษๆไปหมด…

แล้วเขาจะเล่นบทอะไรให้ยืดต่อไปอีกนิดล่ะนั่น….

                อลินยกมือขึ้นขยี้ผมสีน้ำตาลเข้มเมื่อทำอะไรไม่ถูก  จริงอยู่มันก็น่าตกใจ  แต่ความตรงไปตรงมาเสมอๆของอีกฝ่ายที่พยายามไม่ปิดบังเรื่องผิดนั้นทำให้เขาต่อว่าอะไรไม่ได้  “มันเป็นอุบัติเหตุที่ผมไม่แปลกใจเลยล่ะครับ”  มันควรจะเกิดขึ้นเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำไป….

 

“ก็ตกใจนะครับ แต่ไม่โกรธอะไรพี่รีวัลย์หรอก  แอบขำซะอีกที่นึกภาพตามได้เป็นฉากๆน่ะครับ”  ตั้งแต่นาทีแรกที่แหวนหาย ไปจนถึงการตามล่าหาแหวนที่เหมือนกันด้วยใบหน้านิ่งๆพยายามไม่ร้อนรน   แต่ละเหตุการณ์นั้นเขานึกภาพออกมาได้เป็นฉากๆ

 

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มจริงใจของอีกฝ่ายพาให้คนมองดูยิ้มตอบกลับอย่างอ่อนโยน  “ขอบใจนะ  แล้วก็ขอโทษที  มันเป็นแหวนสำคัญที่ฉันซื้อคู่กับนาย”   ของขวัญที่ให้ไว้ในวันที่เรียนจบมัธยมปลาย….

 

“ที่พี่รีวัลย์ยังคบกับผมตั้งแต่อายุ 15 จนถึงตอนนี้สำคัญกว่านะครับ”   เต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน  เหตุการณ์ร่วมกันซึ่งมีหลากหลาย…

 

“ไว้ไปซื้อแหวนคู่วงใหม่ด้วยกันอลิน”   แหวนวงใหม่ที่เลือกด้วยกันสองคน..   สำหรับการคบกันปีที่ 6 และยาวนานต่อไป

 

ดวงตาทั้งสองคู่สบมองกันและกันอย่างเข้าใจ  การคบหากันมา 6 ปีทำให้เข้าใจกันและกันมากกว่าที่คิด   บรรยากาศอบอุ่นรายล้อมโต๊ะอาหารของคอนโดมีเนี่ยมย่านพญาไทชวนให้คนโสดหลายคนต้องหมั่นไส้…  แต่ดูเหมือนมันจะจบเรื่องง่ายเกินไปหรือเปล่า…?

 

เพราะความตรงไปตรงมาและพยายามไม่มีความลับของแฟนอายุมากกว่า  มันทำให้อลิน แย้มเก้อนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา  “พี่รีวัลย์พูดตรงๆกับผม..  ผมก็ควรพูดทุกเรื่องกับพี่รีวัลย์”    แม้จะบอกหมดทุกอย่าง แต่มันก็มีบางเรื่องที่เป็นความลับ….

 

….ความลับที่ตั้งใจว่าจะปิดบังไปชั่วชีวิต…

                ถึงแม้มันอาจจะทำให้บุคคลที่สามต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง  แต่เพื่อความบริสุทธิ์ใจในการคบหากันให้ยาวนาน  เขาก็ควรจะสารภาพออกไป  เพื่อตัวเขาเอง และใครบางคนคนนั้นด้วย…  เจ้าวันนั้นเมื่อช่วงรับน้องหลังจากเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยปีที่ 3 ได้ไม่นานนัก…

 

“คือผมกับจัน…. เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้… เกือบ…..”  เกือบมีความสัมพันธ์แบบนอกใจไปเสียแล้ว… เพราะความสงสารและเห็นใจคนที่แอบชอบตัวเองมากว่า 9 ปี….

 

“ฉันรู้  นายไม่ต้องบอกก็ได้ เรื่องของนายกับจัน สะกิดใจ ฉันพอจะเดาๆได้ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น”   ประโยคที่ออกจากปากของแฟนหนุ่มพาให้ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างอย่างตะลึง

 

“รู้ได้ยังไงน่ะครับ!  พี่รีวัลย์มีตาทิพย์เหรอ!!”    หรือเคยไปแอบอ่านไฟล์ลับตอนที่ 3 (?)   หรือว่าติดเครื่องติดตามตัวที่เขา หลอกให้เขากินเครื่องสอดแนมไปหรือเปล่า!?

 

รีวัลย์มองจ้องหน้านักศึกษาหนุ่มที่ร้อนรนและตกใจพร้อมกับถอนหายใจ    “เวลานายทำตัวมีความลับ  นายชอบทำตัวมีพิรุธปิดอะไรไม่มิดหรอกอลิน”   ความมีพิรุธและน่าสงสัยมันเขียนอยู่บนหน้าผาก…

 

อลินเริ่มนั่งไม่ติดเมื่อได้รู้ความจริงที่ชวนตะลึงกว่าการที่แหวนคู่หาย  ความรู้สึกผิดยิ่งปะทุขึ้นมาในใจเพราะความจริงที่ว่าอีกคนรู้อยู่แล้ว  การแกล้งทำเป็นไม่รู้ทั้งที่รู้อยู่แล้วนี่มัน….    “พี่รีวัลย์ไม่แสดงออกเลยว่ารู้….ผมขอโทษนะครับที่ปิดบังมานาน”

 

ชายหนุ่มผมดำส่ายหน้าไปมา  “หลังจากนั้นเห็นเจ้าจัน สะกิดใจเริ่มทำตัวแปลกๆ มาบอกว่าจะตัดใจจากนาย   ฉันยิ่งเดาประติดประต่อเรื่องได้ว่าหลังจากที่นายไปค้างหอหมอนั่นวันนั้น  น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นซักอย่าง”

 

“แต่มันไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเกินเลยไปมากนะครับ  ผมสาบานให้ฟ้าผ่าได้เลย”   แม้จะพ้นวัยเป็นลูกเสือไปแล้ว   อลินก็ยังชูสามนิ้วขึ้นมาด้วยเกียรติของลูกเสือ

 

ท่าทางแบบนั้นชวนให้มือแกร่งยื่นไปดีดหน้าผาก    “ฉันเข้าใจว่าทำไมนายถึงปิดบัง  เข้าใจด้วยว่าเจ้าหมอนั่นน่าสงสาร  ฉันก็เลยไม่ได้ว่าอะไรเรื่องที่พวกนายจะสนิทสนมกัน”  ในฐานะเพื่อนสนิท…  ความสัมพันธ์ที่พยายามเปลี่ยนให้มันเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืน…

 

                เพราะมันไม่ใช่รักสามเส้าที่ต้องแตกหักกันไปข้าง…

                อลินมองหน้าแฟนหนุ่มอายุมากกว่าซึ่งยังดูดีแม้จะมีริ้วรอยอยู่บนเปลือกตาบ้าง   มองด้วยความซาบซึ้งใจผสานไปกับความรู้สึกผิด   การที่อีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้ทำให้เขายิ่งชอบมากขึ้นทุกวัน  ความเป็นผู้ใหญ่ที่ทำให้เขาตัดสินใจเลือกชายคนนี้ตั้งแต่ยังเป็นแค่เด็กมัธยมต้น

 

“พี่รีวัลย์ใจดีจังเลยนะครับ  ถ้าเป็นคนอื่นคงต่อยจันคว่ำไปแล้ว”  ยุ่งและตื้อกับแฟนชาวบ้านชนิดที่เรียกว่าเจ็บแล้วไม่จำ… ตามเกาะติดยิ่งกว่าตุ๊กแก(?)

 

“จริงๆฉันก็หึงนาย  แต่เพราะเป็นหมอนั่นก็เลยไม่รู้สึกอะไรซักเท่าไหร  คิดว่าหมอนั่นคงทำอะไรนายไม่ได้”   สิ้นประโยคนั้นอลินก็หัวเราะร่าออกมาทันที  ช่างเป็นคำพูดที่ทำร้ายเดือนมหาวิทยาลัยผู้ถูกแม่ตราหน้าว่าหล่อเสียของซะเหลือเกิน!

 

เด็กหนุ่มผมน้ำตาลเข้มหยัดกายขึ้นเดินตรงไปหาคนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง  กางแขนออกพร้อมกับโน้มมากอดรัดร่างของแฟนอายุมากกว่าเอาไว้   ใบหน้านิ่งๆที่เหมือนจะไม่รู้สึกอะไร  แต่คนหน้านิ่งคนนี้นั้นช่างเป็นคนที่ใจดีและใจกว้างกว่าภาพลักษณ์ภายนอก

 

ทั้งหมดนั้นทำให้เขาภูมิใจที่ตัวเองได้คบกับที่ปรึกษาบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  “รักมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าเลยครับ”

 

“เจ้าเด็กบ๊อง”  เรียวปากคมคลี่ยิ้มบางๆ    คำบอกรักที่ดูเหมือนขำๆ  แต่ออกจากปากของคนที่รู้สึกแบบนั้นจริงๆฟังแล้วรู้สึกดี

เจ้าหมาน้อยนักศึกษาแพทย์ซุกซบใบหน้ากับบ่าแกร่ง  ท่าทางเชื่องๆเหมือนสุนัขตัวใหญ่ๆช่างตลก  “ฉันก็รักนาย”   คนรักซึ่งมีส่วนสูงต่างกัน 10 เซนติเมตร…

 

ระยะห่าง 10 เซนติเมตรของส่วนสูง

ไม่มีผลเพิ่มระยะอะไรกับความสัมพันธ์

ริมฝีปากคลอเคลียจุมพิตแผ่วเบา  จากทีละน้อยแนบลงซ้ำๆย้ำๆ และไร้ซึ่งระยะห่าง พร้อมกับดวงตาที่ปรือหลับลงเพื่อให้รู้สึกถึงสัมผัสระหว่างกันเพียงอย่างเดียว   และเพียงไม่นานที่ผละออกห่างกัน   อลินก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อร่างที่สูงกว่าของตัวเองโดนยกขึ้นพาดบ่าอีกคนเหมือนแบกข้าวสาร

 

“พี่รีวัลย์!  ข้าวเย็นผมยังกินไม่หมดเลย!”  ชะตากรรมต่อไปข้างหน้าของข้าวสาร(?)อยู่ที่ไหน  มีหรือคนโดนแบกจะไม่รู้…   ข้าวสารน่ะ..สุดท้ายก็ต้องโดนพาไปหุงต้มด้วยความร้อน…

 

ให้มันสุกเป็นสีขาวนวลพร้อมรับประทานสมกับเป็นมื้อเย็น…    “เปลี่ยนเป็นมื้อค่ำหรือดึกแทนก็แล้วกัน”   ถึงเวลานั้นไมโครเวฟอุ่นกับข้าวก็ไม่สาย…

 

เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ  ซึ่งนั่นเขาก็ไม่ได้ติดขัดอะไรหรอกนะ(?)  “ถ้าไม่หลับไปซะก่อนนะครับ”

 

ข้าวสารและคนหุงข้าวตรงไปหาหม้อหุงข้าวซึ่งไม่ได้อยู่ในครัว… แต่เป็นห้องนอนที่มีเตียงอันแสนเรียบร้อยรออยู่   เรื่องราวหลังจากนั้นก็เหลือไว้เพียงโต๊ะอาหารที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง…  เรื่องราวที่ควรจะเกิดความร้าวฉานกลับไม่เกิดขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น…

 

คอนโดมีเนี่ยมนี้มีคนหุงข้าวแล้วไม่ได้ขาด…

แต่หอพักบางที่มีหม้อหุงข้าวก็เอาไว้ต้มมาม่า….

 

ข้ามหลายเขตมายังย่านสะพานตากสินอันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ  ณ หอพักที่ยามนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นของข้าวผัดกะเพราไก่ไข่เจียวและเบียร์กระป๋องที่แสนจะไม่เข้ากัน   ภายในห้องที่ติดรกเล็กน้อยของเด็กหนุ่มโสดไม่มีคนดูแลคนหนึ่ง

 

กระป๋องเบียร์ยี่ห้อเหมือนสัตว์ชนิดหนึ่งวางเรียงรายบนพื้นและมีอีกบางส่วนที่น่าจะหลับไหลอยู่ในตู้เย็น  นอกจากเครื่องดื่มมึนเมา ยังมีข้าวในกล่องโฟมวางไว้สองกล่องที่น่าจะเป็นกับข้าวแบบเดียวกัน นั่นคือกะเพราไก่อันเป็นอาหารสิ้นคิดยามที่คิดไม่ออกว่าอยากกินอะไรดี

 

เจ้าของห้องผมสีน้ำตาลอ่อนคว้าหยิบเอากล่องโฟมมาเปิดออก  ดวงตาสีเหมือนเส้นผมคอยเหลือบมองดูคนร่วมก๊วนเบียร์เฉพาะกิจเป็นระยะๆ   “กินได้นะครับ  ผมซื้อเผื่อแล้ว”

 

ชายซึ่งสูงวัยกว่ามองมาด้วยรอยยิ้ม  “ขอบใจนะ ไม่นึกว่าเธอจะซื้อข้าวเผื่อให้ด้วย  ค่าเบียร์จะจ่ายคืนให้นะ”  มือแกร่งเปิดกระป๋องที่สองเข้าไปแล้ว…

 

ที่แน่ๆเจ้าตัวก็ไม่ใช่คนคอแข็งอะไร  อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังมีอาการเมามาก่อนแล้วน้อยๆ  เด็กหนุ่มวิศวะจึงมีลางสังหรณ์ว่าอีกคนต้องเมารอบสองอีกแน่ในเวลาไม่นาน   “มองอะไรน่ะครับ ไม่เคยเห็นคนกินข้าวในกล่องโฟมรึไงท่านประธาน”

 

อัศวินคลี่ยิ้มพลางกระดกเบียร์ในมือ   “เคยเห็น  เธอสมกับเป็นเด็กหอดี คงขี้เกียจล้างน่ะสิ”  ตัวผัดกะเพราที่ใส่ถุงมานั้น ก็แกะกินมันในถุงนั่นล่ะไม่มีเทออกมา..

 

“ไม่เคยทำรึไงครับ  ท่านประธานคงใช้ชีวิตในมหาลัยอย่างคุณชาย”   คำพูดแดกดันในมาดประธานบริษัทของชายตรงหน้าพาให้ขำขัน

 

“ถ้าฉันเป็นคุณชายจริงๆ คงไม่เป็นพนักงานบริษัทธรรมดาๆมาก่อนหรอก  จะถามเรื่องสมัยเรียนของฉันจากอ.นนท์ของเธอก็ได้”   เพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่ค่อยกินเส้นกันมากนัก…

 

จันฟังแล้วเถียงไม่ออก  แต่เรื่องแบบนี้ถ้าเป็นละครหลังข่าวหรือแนวบ้านใหญ่  ชายหนุ่มก็คงเป็นพวกลูกชายที่โดนส่งให้ไปทำงานในธุรกิจคนอื่น จากนั้นก็เริ่มยึดกิจการนั้นไปเป็นของตัวเอง  จากนั้นก็แข่งขันกันเองในหมู่พี่น้องว่าใครจะเหนือกว่าใคร!?

 

ละครแผ่นดินใหญ่ๆสุดๆ…คงจะเป็นไปไม่ได้

                หนุ่มวิศวะบรรจงกินข้าวเย็นของตัวเองแกล้งเบียร์   คนคออ่อนสองคนมาเจอกัน  อีกไม่นานก็คงจะเมากันไปแล้วคุยไม่รู้เรื่อง   เด็กหนุ่มจึงรีบถามตอนที่ยังมีสติ   “จะไปงานแต่งงานของไมค์รึเปล่าน่ะครับ?”

 

“ถามแปลกๆนะ  ก็ต้องไปสิ  เธอจะไปด้วยกันรึเปล่าล่ะ?”   จันรีบส่ายหน้ารัวๆปฏิเสธคำถามนั่น  เพื่อนทางเมล์ไม่ได้การ์ดเชิญจะไปทำไมเล่า….

 

“ไมค์แต่งงานกับผู้หญิงจริงๆสินะครับ   ไม่นึกว่าจะแต่งงานกับผู้หญิง”  อีกฝ่ายฟังแล้วก็หัวเราะร่วน  เด็กหนุ่มกับกะเพราเริ่มคิดว่าตัวเองถามอะไรผิดหรือไม่

 

“อะไรก็เกิดขึ้นได้น่ะ  ไม่เลิกกันเพราะเรื่องนี้ ต่อไปก็อาจจะต้องเลิกกันอยู่ดีเพราะระยะทางที่สร้างระยะห่าง”  คำพูดที่มาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า  จันมองแล้วรู้สึกว่ามันคือการเสแสร้งอย่างประหลาด

 

ความนัยมันบ่งบอกว่าระยะห่างทำให้ปันใจ   “ก็เจ๊ากันไปรึเปล่าครับ  ท่านประธานเองหลังจากเลิก ไม่นานก็ตามจีบคนอื่น”  ซึ่งคนๆนั้นก็ไม่ใช่คนไกล…..

 

อัศวินฟังความคิดของหนุ่มวัยรุ่นผู้เป็นเชอรี่บอยแล้วยิ่งรู้สึกขำขัน   “เธอก็พูดเกือบถูกนะจัน  คนอื่นที่ว่าก็คือเธอนี่”

 

ข้าวกลายเป็นที่ระบายอารมณ์   ตอนนี้มันคงนึกเสียใจที่ป้าร้านอาหารตามสั่งส่งให้มันมาเป็นเหยื่อระบายอารมณ์ของเด็กหออย่างก้าวร้าว   จัน สะกิดใจพยายามสะกดกลั้นใบหน้าไม่ให้บูดบึ้งออกมา  คงมีหลายคนบนโลกที่ดีใจเมื่อมีคนโปรไฟล์ดีขนาดนี้โผล่มา  แต่มันไม่ใช่กับเขา….

 

ร่างสูงเอนกายนั่งพิงผนังห้อง   “เมื่อ 6 ปีก่อนเธอก็คงเห็น ว่าฉันกับไมค์ก็ทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่บ่อยๆ  ระยะทางก็มีผลเหมือนกันนะ”  พูดพลางหัวเราะราวกับมันเป็นเรื่องตลก

 

แต่คนฟังไม่ได้ขำไปด้วย  กลับตั้งใจฟังอีกฝ่ายซึ่งคล้ายกับระบายความรู้สึกออกมา ไม่ว่ามันจะเป็นเพราะน้ำเมาหรือต้องการบอกให้รู้  “ต่อให้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา  ก็ใช่ว่าจะราบรื่นหรอกครับ…”   นึกถึงเคสรักครั้งแรกของตนเองแล้วยิ่งขำไม่ออก….

 

ใกล้เกินไปก็อย่างหนึ่ง ไกลเกินไปก็อย่างหนึ่ง….

อายุมากไป น้อยไป มีความแตกต่างมากมายที่หลายคนเอาชนะได้..

แต่บางคนก็พ่ายแพ้….

                ดวงตาสีฟ้ามองเด็กหนุ่มที่วางข้าวลงและหยิบเบียร์กระป๋องขึ้นมาดื่มเป็นเพื่อน   การได้มานั่งพูดคุยกันในหอพักของอีกฝ่ายโดยที่อีกฝ่ายยินดีให้เข้ามานั้น… มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ก่อนหน้านี้  เหตุการณ์นี้ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนขี้สงสารไม่ใช่น้อย

 

“เธอน่ะถ้ามีแฟนคงจะเป็นแฟนที่ดี  เพราะว่าเธอเป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อนๆเธอ แล้วก็เป็นคนแอบชอบที่ดีสำหรับคนที่เธอไปชอบด้วย”   ข้อหลังแทบจะทำให้คนฟังสำลักเบียร์

 

“อันหลังเหมือนจะชม แต่ก็เหมือนถากถางนะครับ….”  บ่งบอกถึงความรักคุดเป็นอย่างดี  เป็นคนจีบที่ดีแล้วไม่ติด มีประโยชน์อะไร!

 

อัศวินมองหน้าตาเหวอๆนั่นแล้วก็ขำ   สองมือจับกระป๋องเบียร์สัมผัสถึงไอเย็น   “จัน  ฉันมีเรื่องจะสารภาพความจริงกับเธอนะ  ถือเป็นการเปิดใจให้เธอรับรู้”

 

ประโยคนั้นพาให้หนุ่มวิศวะลดกระป๋องเบียร์ลงจากที่ยกขึ้นดื่ม   ดวงตาคมจ้องมองมา   “ตอนแรกที่ฉันมาหาเธอ  ก็ไม่ได้คิดจะจีบจริงจังหรอก”

 

“ไม่แปลกใจหรอกครับ  ยิ่งมารู้ว่าเลิกกับไมค์เพราะอะไร ผมยิ่งไม่แปลกใจเลยซักนิด”   จันตอบกลับทันทีทันใดไม่มีอาการอึ้งแม้แต่น้อย

 

คู่สนทนาที่เมาแต่มีสมาธิหัวเราะ   สมแล้วที่เป็นคนฉลาด ต่อให้มีประสบการณ์ความรักไม่มาก  แต่คงเข้าใจสถานการณ์แบบนั้นอยู่บ้าง   “คงคล้ายๆกับหาอะไรทำให้รู้สึกสนุก  แล้วนึกถึงเธอขึ้นมาตอนนั้นพอดี”  เด็กหนุ่มที่มีเรื่องราวค้างคาใจกันมาก่อน…

 

ผลตอบรับจะเป็นอย่างไรก็ไม่ได้จริงจังมากมาย.. เหมือนการเล่นเพื่อให้ลืมเรื่องบางเรื่องที่ตัวเองอยากทิ้งเอาไว้ข้างหลัง  การกระทำแบบนั้นไม่ใช่คนดีเสียสักนิด   “จะบอกว่าฉันแย่มากก็ได้นะ  ที่มาเล่นๆกับเธอ”  เล่นสนุกโดยการทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ

 

เดือนมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบผู้มีแผลใจเป็นของตัวเอง

การเข้าหาด้วยวิธีแบบนั้นจะโดนโกรธก็ไม่แปลก

                ความจริงที่ออกจากปากของคนที่เข้ามาในชีวิตในช่วงเวลาที่ผ่านมา  ทุกอย่างนั้นคือการสารภาพอย่างตรงไปตรงมา  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองดูชายหนุ่มอายุมากกว่าที่เริ่มเปิดเบียร์กระป๋องใหม่  ความรู้สึกที่ได้ฟังตอนนี้ เขาก็นิยามมันออกมาไม่ถูกกว่าจะคิดอย่างไรดี

 

“ก็แย่จริงๆน่ะครับ  เพราะมันคุกคามชีวิตผมมาก  บันเทิงบนความลำบากใจของผมมาก”  จันถอนหายใจเฮือกใหญ่  เป็นช่วงเวลาที่ไม่คิดจะเจอด้วยซ้ำไป

 

อัศวินน้อมรับคำพูดนั้นโดยไม่แก้ตัว  “แต่มันก็สนุกมากจริงๆนะ  เห็นปฏิกิริยาแต่ละอย่างของเธอน่ะ”   เด็กหนุ่มบีบกระป๋องเบียร์จนบิดเบี้ยวในทันที….

 

“สารภาพหน้าตาเฉยมากครับ!!”   ไม่รู้จะนิยามคำด่าอะไรมาใช้ในตอนนี้เลยทีเดียว….

 

“ตอนนี้กลับรู้สึกดี  ที่ตอนนั้นคิดถึงเธอขึ้นมา แล้วก็มาหาเธอที่มหาลัย”  ห้องที่ไร้ซึ่งเสียงจากโทรทัศน์คล้ายกับเงียบงันลงไปอีก…  ให้น้ำเสียงของคำพูดนั้นแจ่มชัดขึ้นไปอีก….

 

ถ้าเมื่อ 6 ปีก่อนไม่เกิดเรื่องให้มีปัญหากันแล้วเกิดเป็นเรื่องค้างคาใจ

ถ้าหากรับรู้ว่าเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่เคยมาทำงานพิเศษที่บริษัท

ถ้าไม่รู้สึกสะกิดใจอะไรเลยแม้เพียงแต่นิดเดียว…

                ถ้าไม่ได้ตัดสินใจเลือกที่จะเข้าหานักศึกษาวิศวะธรรมดาๆที่ไม่ธรรมดาคนนี้   ก็คงไม่ได้รู้ว่าเชอรี่บอยคนนี้เป็นคนดีมากขนาดไหน  ช่วงเวลาสั้นๆที่รู้จักกันแบบข้ามขั้นแต่กลับมีความหมาย  และคุ้มค่าที่ได้สารภาพความจริงออกไปโดยไม่ปิดบัง…

 

“นี่จัน….”  การที่ได้รู้จักเธอมากขึ้นทีละเล็กทีละน้อย  จากที่เคยเป็นแค่คนรู้จักที่น่าจะผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเฉยๆนั้น…

 

“ก่อนหน้านี้ฉันแค่เล่นๆ  แต่หลังจากนี้ฉันจีบเธอแบบจริงๆจังๆได้มั้ย?”  ทำให้รู้สึกว่าการอกหักจากความรักครั้งเก่า  มีความหมายที่ดีในการเริ่มต้นใหม่…

 

เด็กหนุ่มผู้มีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนแกมปลายสีเข้มมองตามคำพูดนั้นอย่างนิ่งงัน   ตกใจเสียจนคำพูดทุกอย่างกลืนหายไปไม่สามารถเลือกมาใช้ได้ถูก   “ท่านประธาน….”

 

“ฉันว่าตอนนี้ฉันชอบเธอจริงๆแล้วล่ะ”  คนที่เลือกให้เป็นความรักครั้งใหม่   เริ่มต้นใหม่  แม้จะยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตามที….

 

ระยะ 10 เซนติเมตรที่พาให้มาเจอกันนั้น

เป็นความบังเอิญที่สวรรค์สร้างมาก็เป็นได้

                คำสารภาพรักภายในห้องของตัวเองนั้นพาให้นัยน์ตาเบิกกว้าง  ปากเกือบจะอ้าค้าง  กระป๋องเบียร์หลุดลงจากมือลงไปกลิ้งบนพื้น…  โชคดีที่มันไม่มีน้ำอยู่ข้างในแล้ว…   บรรยากาศที่โรมานซ์สุดๆเมื่อไม่กี่บรรทัดก่อนหน้าแตกกระจุยด้วยใบหน้าอึ้งและแดงก่ำของชายรักคุด

 

“ตบหัวแล้วลูบหลังรึไงครับ!!”    นี่เขาเปิดประตูให้เสือเข้ามาในถ้ำกระต่ายหรือเปล่า  เอ๊ย! เขาไม่ใช่สัตว์หน่อมแน้มแบบกระต่ายนะ!

 

“Can I?”   เดือนมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบแผดเสียงร้องออกมาเป็นการระบายอารมณ์โดยไม่เกรงใจคนข้างห้องและคนชั้นบนในทันที

 

“เฮ้ยจัน! เงียบๆหน่อยเว้ย!”   เสียงตะโกนดังผ่านผนังเข้ามาจากห้องข้างๆ  เสียงของเพื่อนร่วมหอที่ต้องการความสงบ….

 

ปฏิกิริยาตอบรับที่แสนขำขัน  ทั้งการตบหน้าตัวเองให้หายแดง  ทั้งพูดผิดๆถูกๆแทบไม่เป็นคำ  อาการแบบนั้นช่างชัดเจนว่าเป็นเชอรี่บอย   “ไม่มีคนสารภาพรักกับเธอตรงๆเลยเหรอจัน ไม่น่าเชื่อนะ เป็นถึงเดือนมหาวิทยาลัย”

 

“มะ..มะ….มันก็มีหรอกครับ!”    แต่ไม่ใช่ในลักษณะแบบนี้อย่างแน่นอน…  จัน สะกิดใจผู้หล่อเสียของค่อยก้าวเดินออกจากกรอบของพระร๊องรองทีละน้อย

 

พร้อมกับคนที่บอกว่าจะจีบได้รุกคืบเข้ามาใกล้ในทันที   “เดี๋ยว! เข้ามาใกล้ๆผมทำไมครับท่านประธาน!”  เด็กหนุ่มส่งเสียงดังชนิดลืมไปแล้วว่าไม่ได้อยู่ในหอพักคนเดียว….  รีบถอยหนีไปชนกับผนังด้านหลังจนมุมคล้ายกับโดนกำดักเสือ

 

“ถามแปลกๆนะ  เห็นหน้าเธอตอนนี้แล้วอยากจูบน่ะ”   ใบหน้าที่แดงก่ำและเหวอตกใจ   เป็นใบหน้าที่น่าทำให้เคอะเขินมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันเท่า

 

พระร๊องรองซึ่งเคยเป็นสายรุกมาตลอด  บัดนี้โดนผลักลงบัลลังก์สายรุกอย่างแรง    ขายาวเตรียมยันคนรุกรานออกถ้าเข้ามาใกล้ในระยะไม่ปลอดภัย   “นี่มันคุกคามนะครับ!”   สารภาพรักเสร็จก็รุกใส่นี่มันสเต็ปจีบหนุ่มแบบไหนกันแน่!

 

อาการเมาที่เริ่มจะมีถึงกับสร่างกระโดดหายไปจากร่างในทันที

                มือแกร่งจับเข้าที่บ่าอดีตนักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมเกือบปาฏิหาริย์   เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกรุกคืบเข้ามาในระยะประชิด   ภาพความทรงจำครั้งที่โดนลักพาตัวไประยองแล่นขึ้นในสมองราวกับย้อนฟิล์มกลับไปในวันนั้น  สถานการณ์เข้าขั้นอันตราย

 

Alert!   ข้าศึกบุกโจมตีเข้ามาถึงป้อมปราการแล้ว   “เดี๋ยวๆๆ!!    อย่าฉวยโอกาสตอนเมา!”   แผดเสียงออกไปพร้อมๆกับมือที่ออกแรงกระชากมือของอีกฝ่ายออก…

 

หากแต่การตั้งรับและการโจมตีของคนประสบการณ์มันไม่เท่ากัน…   เรียวปากคมนั้นแนบลงกลางหน้าผากที่ปรกด้วยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนพาให้ดวงตาสีเดียวกันนั้นเบิกกว้าง   ราวกับเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น แต่กลับรู้สึกเหมือนนิ่งค้างนาน….

 

การตราทับของริมฝีปากที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากจุมพิตที่พยายามจาบจ้วงในวันนั้น…  จัน สะกิดใจอึ้งค้างไปครู่หนึ่งราวกับติดคาถาหยุดการโจมตี 1 เทิร์นของจอมเวทย์    “เชอรี่บอยจริงๆนะ”

 

สิ้นคำนั้น  เรียวปากคมที่เคยทาบทับที่หน้าผากพลันเปลี่ยนมาแนบลงที่ริมฝีปากคนที่อึ้งค้าง   ราวกับเมื่อครู่เป็นแค่การหลอกล่อ… และการโจมตีคราวนี้เป็นของจริง   รุกคืบยิ่งกว่าคราก่อน   แนบสนิทไร้ซึ่งทางหนี  เข้าระยะประชิดให้รับรู้รสของ French Kiss ของจริง

 

คนที่มีแผลใจคล้ายๆกันนั้นควรจะมาปลอบใจกันหรือเปล่า?

บางครั้งก็อาจจะไม่ใช่… แต่บางครั้งมันก็คงใช่…..

                จัน สะกิดใจซึ่งโดนขโมยลมหายใจไปในครู่หนึ่งนิ่งค้างเป็นก้อนหิน    ชายหนุ่มประธานบริษัทซึ่งผละห่างออกมาจดจ้องมองใบหน้าที่แดงก่ำเป็นสีเดียวกับพริกในผัดกะเพรา  รสจุมพิตของเด็กหนุ่มเชอรี่บอยไม่ประสีประสา  เป็นเหมือนยาที่ช่วยเยียวยาใจ

 

“คราวนี้ก็รู้แล้วนะ ว่า French Kiss จริงๆเป็นแบบไหน”   ยิ้มและถอยห่างออกมาหยิบกล่องข้ามที่คนหวังดีซื้อมาให้ขึ้นมาเปิดกิน

 

จันถึงกับปากสั่นด้วยความโกรธและเคือง    “ออกจากห้องผมไปเลย!!!”   เสียงที่แผดร้องออกมานั้นช่างสูญเปล่า…  ไม่มีประโยชน์  และรบกวนคนข้างห้องให้หาหูฟังมาใส่ปิดโสตประสาทของตัวเองแทน…..

 

“กลับตอนนี้ก็โดนตำรวจดักสิ  อีกอย่างข้าวที่เธอซื้อมาให้ฉันยังไม่ได้กินเลย”   อาหารในกล่องโฟมที่ดูไม่เข้ากับมาดของประธานบริษัทนัก

 

นักศึกษาวิศวะผู้โดนคุกคามทางเพศ(?)ไปเมื่อครู่จ้องมองคนช่างกล้าที่อยู่ตรงหน้า   เวลาแบบนี้ยังกล้านั่งกินข้าวได้หน้าตาเฉยอีก…   “คุณนี่มัน……….”    ช่างเหมือนมาเฟียที่เอาแต่ใจ มากกว่าจะเป็นประธานบริษัทที่ควรจะมีภาพลักษณ์ที่ดีกว่านี้….

 

รสจูบที่มีรสชาติของเบียร์ยี่ห้อที่ดื่มประจำ…รสมันกลับแตกต่าง….

จากนี้คงไม่อยากกินเบียร์ตราสัตว์หน้าคุ้นไปอีกพักใหญ่ๆ!!

                แต่ความโกรธก็ลดปรอทลงอย่างรวดเร็ว  อยากจะจับคนบางคนโยนออกไปให้ไวว่อง  แต่เมื่อดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองเห็นภาพคุณชายบางคนพยายามแกะยางมัดถุงกะเพรา ที่ถูกมัดมาด้วยวิทยายุทธผูกกับข้าวขั้นเทพของป้าร้านอาหารตามสั่ง…. เขาก็ถอนหายใจออกมา…

 

ถ้าจะทำไม่เป็นซะขนาดนี้…  “ไม่ได้กินแน่ครับ  ถ้าท่านประธานพยายามแกะเอง….”  สุดท้ายก็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยจนได้….

 

“ใจดีจังเลยนะ”  คำชมและรอยยิ้มที่คนได้รับทำหน้าตาบึ้งตึงใส่…  กระนั้นบนใบหน้าก็ยังมีสีแดงที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจระบายไว้อยู่ดี

 

“ไม่ได้ใจดีครับ แค่ทนดูไม่ได้!!”   อัศวินมองคนใจอ่อนที่ลงมือแกะยางรัดถุงกับข้าว  จากเมื่อ 6 ปีก่อนจนถึงปัจจุบันในตอนนี้… สิ่งที่เขามองเห็นในตัวของเด็กหนุ่มไม่ใช่การมองที่ผิดพลาด…

 

เป็นคนดีตามธรรมชาติ  พยายามจะแข็งกร้าวแต่ก็ติดๆดับๆ  อาจไม่ใช่เพียงแค่เขาที่มองเห็นความดีและข้อดีนอกเหนือจากหน้าตา  จัน สะกิดใจ ผู้ใจดีแต่กลับปากแข็ง   หากไม่ได้จีบคงต้องเสียใจภายหลัง  หลังจากนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่แท้จริง…

 

ถึงแม้ว่าจะมีกำแพงที่กั้นอยู่ก็ตามที….

 

ดวงตาคมมองไปยังกรอบรูปที่ประดับอยู่ในห้อง รูปถ่ายของกลุ่มเพื่อนซึ่งน่าจะเป็นรวมสมาชิกทีมบาสเก็ตบอลเกือบปาฏิหาริย์  ทั้งรูปมัธยมต้น มัธยมปลาย และรวมทีมในชุดนักศึกษา  ภาพของเพื่อนและเพื่อนรัก….    คอนโดมีเนี่ยมในย่านพญาไทมีคนหุงข้าวแล้ว  แต่บ้านเกษตรนวมินทร์ยังขาดคนหุงข้าวอยู่นะ

 

คนมีคู่ก็มีเรื่องราวของคนมีคู่  คนไร้คู่ก็มีเรื่องราวของคนไร้คู่

ความรักนั้นมีอยู่รอบตัว..เพียงแค่จะเปิดใจหรือไม่

 

หม้อหุงข้าวไม่ได้มีไว้ต้มมาม่ากิน…

เพราะฉะนั้นต้องเอาไปใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับชื่อของมัน

 

 

————————————————————————————————————–

 

Free Talk : ฉากในมุ้งของรีลินโดนตัดออกไปเพราะกองเซนเซอร์ 555 (วิ่งหนี) ส่วนของอัศจันก็คืบหน้าขึ้นมาจากเดิม เหมือนเป็นการเริ่มจีบจริงๆจังๆแล้ว แต่เพิ่งจะเริ่มเอาตอนที่ 14… เหมือนจะช้า แต่คู่นี้จะดำเนินไปอย่างแตกต่างจากคู่รีลิน

Advertisements
 
8 ความเห็น

Posted by บน 01/09/2014 in Uncategorized

 

8 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 14

  1. firodendon

    01/09/2014 at 10:02 PM

    พรุ่งนี้จะกินข้าวผัดกะเพรา…..แงงง

     
  2. fukaze33

    01/09/2014 at 10:34 PM

    ไม่ใข่เหมือนจะช้า…………………โคดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดช้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาเลยคร๊าพี่น้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

     
  3. Rey Leeja Alumilight (@Leeja777)

    01/10/2014 at 12:24 AM

    มาแบบแตกต่างจริงๆ คู่นึงก็รุกเร็วซะขนาดที่คนอ่านยังตั้งตัวไม่ทัน
    อีกคู่ก็ค่อยๆคืบคลานไปอย่างช้าๆ(?)

     
  4. mimi.k

    01/10/2014 at 1:12 AM

    กราบพี่สาวอายะเลยค่ะ….
    สองคู่ รักสองแบบ หวานซ่อนเปรี้ยวอย่างกับผลเลมอน…
    อ่านจบแล้วเขินแทนจันเลยอ่ะ (//w\\)~♥

     
  5. fray666

    01/10/2014 at 10:25 AM

    กรี๊ดดดดดดดดดด อ่านแล้วจิกหมอนไปด้วย ฟินโฮกกกกกกกกก

    อายะซางงงงงงง เรทในมุ้งมันหายไปหนายยย / โดนเตะ

    คู่นี้น่ารักจริงจังนะเนี่ย คนละอารมณ์กับคู่แรกเลย อันน้นค่อยเป็นค่อยไปสุดๆ คู่นี้ก็รุกปานมาเฟียไล่ทวงหนี้เลย ฮาาา

     
  6. ตป. | S.Luce

    01/13/2014 at 12:11 AM

    แง๊ !!! เพิ่งเห็นพี่อายะอัพ อัพแบบเงียบๆ เลยนะ (หรือหนูไม่ว่างดู TL เองหว่า Orz) คู่รีลินดูราบรื่นผิดคาดเลยนะ แอบคิดว่าน้องอลินจะมีงงมีงอนคุณพี่ไรงี้ แต่สุดท้ายคงเพราะอยู่กันมานาน รู้นิสัยกันดีก็เลยเข้าใจกันง่าย ส่วนข้างอัศจันนี่คงเพิ่งเริ่มต้นสินะ ดีใจกับจันด้วยที่ได้เรียนวิธี Frensh kiss จากอาจาร์ย กร๊ากกกกกกกกก

     
  7. taraikari

    02/04/2014 at 8:39 PM

    “คอนโดมีเนี่ยมนี้มีคนหุงข้าวแล้วไม่ได้ขาด…

    แต่หอพักบางที่มีหม้อหุงข้าวก็เอาไว้ต้มมาม่า….” <<< ชอบมากอ่ะอันนี้ มันคือชีวิตเด็กหอ
    อาฉากสารภาพเรื่องแหวนหายจริงๆนะ
    ไม่มีลูกเล่น สารภาพกันตรงๆเลย
    ชัดเจนมากค่ะขุ่นพี่
    แล้วก็ฉากท่านประธานกับชายจันทำให้เรานึกถึงเพลงนี้
    "บ้านพี่ขาดคนหุงข้าว…"

     
  8. หมีฟูว์ (。・ω・。) (@PooFuGirl)

    02/17/2014 at 1:39 AM

    คุณอัศวินต้องร้องเพลงบ้านพี่ขาดคนหุงข้าวแล้วล่ะงานนี้…
    เผื่อกระต่ายน้อยจะไปตำข้าวให้ที่บ้าน XD

    เจอสารภาพตรง ๆ แบบนั้นก็น่าจะสะอึกอยู่นะ
    จีบเล่น ๆ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสนุก ทั้งที่ทำให้ระทึกอยู่ทุกตอน
    ไอ้ที่จูบรอบแรกนั่นก็ด้วย !! น่าจะโมโหตบหัวคุณอัศซะ
    แต่ก็ไม่ทำใจดีเกินไปแล้ว… สถานการณ์ของอีกฝ่าย
    แห้งเหี่ยวมาหา มาอ้อนให้กอดซะขนาดนั้นนี่นะ
    เหมือนเสือหางลู่ หูตก.. ไม่ให้สงสารยังไงไหว

    รีลินนี่คือแบบสารภาพแล้วน้องอลินนั่งนิ่งไป
    แต่ก็พอจะเข้าใจฟีลล์ คู่นี้รักกันยืนยงรักกันด้วยเหตุผล
    ไว้ไปเลือกแหวนคู่ด้วยกัน 🙂 ประหนึ่งหมั้นแล้วรอบนี้จะขอแต่ง !!
    หวานกันจนไปกินตับกันแทนกินข้าวมื้อเย็น อิชชี่ !!

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: