RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 15

13 ม.ค.

เปิดจอง Re-Print Fiction  รายละเอียดตามนี้ค่า

>>https://www.facebook.com/photo.php?fbid=659478627428206&set=a.182708441771896.36463.157374394305301&type=1&relevant_count=1<<

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

มีคนบอกเอาไว้ว่าตอนที่เมาให้มีสติกว่าปกติ

                เหตุดีและเหตุร้ายที่เกิดขึ้นหลังจากน้ำมึนเมาเข้าปากมีมากมายหลายอย่าง บางคนอาจจะได้วีรกรรมไม่รู้ลืมติดตัวไปให้เพื่อนฝูงพูดล้อเล่นกันยันหลานบวช  (ถ้าหลานเป็นผู้ชาย)  บ้างก็เกิดเรื่องแย่ๆให้ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง จึงมีคำสอนเอาไว้ว่าการเมานั้น ต้องเมาอย่างมีลิมิตและควบคุมตัวเองให้ได้  อีกทั้งอากาศเมามายยังชอบมาคู่กับเรื่องชวนเข้าใจผิดอีกด้วย

การเมาและการเข้าใจผิดเป็นเรื่องคู่กันในพล็อตหลายเรื่อง

เป็นมุขเฉพาะที่จับมาเล่นกันได้เสมอๆ

ตอนที่ 15 :  เพื่อนเป็นกลุ่มทำให้ความสัมพันธ์วุ่นวาย

อุณหภูมิในยามเช้าอาจจะไม่สูงเท่ายามบ่าย แต่แสงแดดในตอนเช้าก็แยงตาทำร้ายกันได้ไม่น้อยแม้ไม่ร้อนแรง   แสงสีเหลืองอ่อนเจิดจ้ากำลังฉาบถนนในซอยหน้ามหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบเพื่อต้อนรับยามเช้า  ผู้คนที่หายตัวไปในยามค่ำคืนเริ่มขยับเขยื้อนใช้ชีวิตประจำวันกันอีกครั้ง

เช่นเดียวกับในหอพักนักศึกษาในระแวกนั้น   กลุ่มนักศึกษาคนแล้วคนเล่าเริ่มเดินออกจากห้องของตัวเองเพื่อไปเรียนคาบเช้าที่ไม่อยากจะถ่างตาตื่น  กลุ่มเด็กหนุ่ม 4 คนส่วนสูงต่างกันในชุดนักศึกษาคนละแบบคนละสไตล์ก็เดินหาวออกมาจากห้องของตัวเองเช่นเดียวกัน

“ง่วงว่ะ…. ถ้าไม่มีควิซ วันนี้จะตื่นสายๆให้เพื่อนแอบลงชื่อให้….”    โขนผู้เป็นอนาคตแม่พิมพ์ของชาติบ่นอย่างง่วงงัน  ช่างเป็นตัวอย่างที่ดีกับเด็กในวันหน้า….

เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาร่างบึกบึนถอนหายใจ  “เฮ้ยโขน  แกมีจรรยาบรรณในความเป็นครูหน่อย  ต่อไปจะสอนเด็กไงวะเนี่ย”

อานัติยืนมองไร่นาและโขนจ้องหน้ากันพลางขำ   “เอาน่า  ถึงจะบ่นแต่ก็ตื่นเช้ากันตลอดนี่”    เด็กหนุ่มนึกขำในพฤติกรรมอันแสนขัดกับคำพูดของแต่ละคน

ถึงแม้หน้าตานั้นจะดูเหมือนนักเรียนเกเรไม่น่าจะตั้งใจเรียนอะไรมากมาย  แต่อดีตทีมบาสเก็ตบอลเกือบปาฏิหาริย์ทุกคนล้วนแต่มีผลการเรียนที่ดีและเป็นแบบอย่างของคนอื่นเค้าได้  อย่างน้อยก็เป็นศิษย์เก่าที่น่าภาคภูมิใจของโรงเรียนมัธยมไทยทันวิทยาลัย

เข็มนาฬิกาบนนาฬิกาข้อมือของเบญจรูญผู้นิ่งเงียบบอกเวลา 08.00 น.  แทนที่เขาจะเปิดปากพูดกลับใช้วิธีสื่อความของตัวเองผ่านทางมือที่แปะลงบนบ่าของไร่นาแทน    “จันตื่นยังเนี่ย  วันนี้มันก็มีเรียนเช้าเหมือนกันนี่หว่า”   เด็กหนุ่มทำตัวเป็นร่างทรงให้คนข้างๆ

“ไม่รู้เหมือนกันแฮะ  เมื่อวานได้ยินเสียงเอะอะ”   โขนนึกถึงเหตุการณ์ที่รบกวนเพื่อนร่วมหอเมื่อคืน  แต่ทุกคนก็หาได้เดินไปดูห้องเพื่อนไม่….

“ลองไปดูที่ห้องจันก่อนเถอะ  แต่จันคงไม่ตื่นเช้ากว่าพวกเราหรอก”  นักศึกษาคณะการบินผมสีบลอนด์เสนอความคิด

4 หนุ่มมองหน้ากันและกันก่อนจะเคลื่อนที่จากหน้าห้องของตัวเองไปยังห้องของเพื่อนสนิท  เมื่อคืนอาจจะรำคาญเสียงเอะอะโวยวายแบบไร้สาเหตุ  แต่ทุกคนก็ข่มตาหลับไปโดยที่ไม่ได้สนใจว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า และเมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องก็มีแต่ความเงียบงัน

“มันออกไปแล้วรึเปล่า เงียบจริง”  ไร่นาคิดก่อนขยับไปเคาะประตูห้อง    เคาะไปครั้งที่หนึ่งไม่มีสัญญาณตอบรับ  เคาะไปครั้งที่สองก็ยังเงียบ  เคาะครั้งที่สามเพิ่มระดับเสียง ไม่มีวี่แววว่าจะเดินออกมาเปิด….

ประตูห้องที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ขณะนี้

…และท่านก็ไม่ได้เข้าสู่บริการรับฝากหัวใจ….

                กลุ่มเพื่อนสนิทตัวละครเอกของปิ๊งรักระยะสิบเซนยืนมองประตูห้องอันเงียบงัน    “จันไปเรียนแล้วมั้งน่ะ”  โขนเกาศีรษะที่ไร้เส้นผมของตัวเอง

แต่ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มเคลื่อนที่  เด็กหนุ่มร่างสูงที่สุดในกลุ่มก็พบบางอย่างที่ไม่ผิดปกติเข้าเสียก่อน  เมื่อมือจับที่ลูกบิดแล้วพบว่า…   “ประตูไม่ได้ล็อก”   ออกแรงบิดแล้วประตูไม่ได้ล็อก….

ทุกคนล้มเลิกเรื่องเดินจากไปในทันที   “ลืมล็อกห้องรึไงนั่น  สะเพร่าว่ะ”   ไร่นาถอนหายใจ  ถ้าพวกเขาไม่เดินมาดูจะโดนโจรขึ้นห้องมั้ยล่ะนั่น..

เบญจรูญผลักประตูเข้าไปหมายจะล็อกประตูให้เรียบร้อย   แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปกลับพบว่าห้องเปิดไฟสว่างไสว  “คงจะลืมปิดไฟด้วย”

“รีบจัดจนลืมทุกอย่างเลย   แย่แล้วว่ะจันเอ๊ย….”    ร่างผอมส่ายหน้าไปมาและเดินเข้าห้องของเพื่อนไป  เป้าหมายคือเดินไปปิดไฟให้   ค่าไฟหอพักมันแพงไม่ใช่น้อย!

แต่สิ่งที่เหล่าคณะตลก..เอ๊ย  คณะอดีตทีมบาสเก็ตบอลเกือบปาฏิหาริย์ได้พบในห้องนั้นไม่ใช่ห้องที่เจ้าของห้องไม่อยู่   กลับเป็นภาพที่ชวนให้อึ้งเสียมากกว่า  “เฮ้ย!!”

ปึง!!!

                ประตูปิดลงพร้อมกับกองทัพที่ล่าถอยออกมาในทันทีทันใด  แต่ละคนดวงตาเบิกกว้างมองค้างไปที่บานประตูห้องพักของเพื่อนในกลุ่ม   ก่อนจะเริ่มมองหน้ากันเองและเปิดประตูกลับเข้าไปใหม่  แล้วก็จบที่ปิดประตูกลับมาแบบเดิมอีกรอบหนึ่ง

ดวงตาที่เบิกกว้างพร้อมใจหันเข้าหากัน   “จันพาใครมาน่ะ!!”   เสียงทุกโทนผสานกันเป็นเสียงเดียวกัน  ไม่เว้นเบญจรูญผู้มักจะสงบเสงี่ยมก็เป็นไปด้วยอีกคน

4 หนุ่มนักศึกษาต่างคณะตั้งสติยังไม่ได้ แต่มือก็รีบเปิดประตูเข้าไปอีกรอบเพื่อเห็นภาพให้ชัดว่ามันไม่ใช่ความฝัน   และมันก็ไม่ใช่ตาฝาดไปจริงๆ   ภายในห้องที่รกอยู่แล้วของหนุ่มเดือนวิศวะเกลื่อนกราดไปด้วยกระป๋องเบียร์   แต่ซากกระป๋องไม่ได้น่าตกใจเท่าอย่างอื่น…

เพราะมันคือชุดนักศึกษากระจัดกระจายบนพื้น   และเจ้าของห้องที่ไปนอนเบียดอยู่กับใครบางคนที่ไม่คุ้นตาบนเตียงนั่นตะหาก   “ไอ้จัน!!”

เสียงเรียกลั่นห้องพาให้คนนอนหลับอยู่คิ้วกระตุก  เด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนแกมปลายสีเข้มพลิกตัวใต้ผ้าห่มหาได้สนใจคนนอนข้างๆ    “…..ใครมาตะโกนอะไรในห้องวะ…..”

กลุ่มเพื่อนรักส่งหน่วยกล้าตายอย่างอานัติเข้าไปปลุกในระยะใกล้ทันทีด้วยการผลักหลัง  เด็กหนุ่มคณะการบินปีสามลังเลหน่อยก่อนจะส่งเสียงเรียกในระยะใกล้  “จัน  พวกผมเอง ตื่นก่อนเถอะ…..”

คำพูดผ่านเข้าโสตประสาทคนที่ยังตื่นไม่ค่อยสนิท  จัน สะกิดใจใช้เวลาประมวลผลเสียงพูดนั่นพักใหญ่  “อ๋อ…อานัติเหรอ…. เข้ามาได้ไงวะเนี่ย….”   สะลึมสะลือขึ้นมานั่งทั้งที่ตายังไม่เปิดและคอเตรียมพับได้ทุกเมื่อ   ชุดนอนก็ใส่กลับหน้ากลับหลัง…..

“….ใช่ฉันเอง  พวกโขนก็มาด้วย…..นายลืมตาก่อนเหอะ….”  อานัติเขย่าตัวพระร๊องรองที่ดูเหมือนจะได้บทเด่นอย่างคาดไม่ถึง

เด็กหนุ่มเพิ่งตื่นนอนในชุดนอนใส่กลับหน้ากลับหลังพยายามเปิดเปลือกตาอันแสนหนักอึ้ง   ภาพที่เลือนลางค่อยๆชัดแม้จะเปิดตาแค่ข้างเดียวเพราะสู้แสงไม่ไหว   “…มากันพร้อมหน้า….”

ภาพเพื่อนๆที่กำลังทำหน้าตาเหวอๆอึ้งๆชวนให้รู้สึกงงตั้งแต่เพิ่งตื่น    มือยกขึ้นมาขยี้ผมและป้องปากหาว แต่เมื่อลดมือลงก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งแปลกปลอมที่อยู่บนเตียงด้วยกัน…   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบไปมองอย่างหน่ายๆ   “…..อลิน…นายแอบมานอนหอฉันอีกแล้วเรอะ…….”

เพื่อนทั้งสี่พร้อมใจกันส่ายหน้าเป็นฉากหลัง  พร้อมกับจันที่มองเห็นคนข้างๆอย่างเต็มตา..เส้นผม  รูปร่างหน้าตาทั้งหมดทั้งมวลนั้น…..    “เฮ้ย!!!!”

โครม!!!!

                เดือนมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบกลิ้งตกลงมาจากเตียงด้วยสภาพดูไม่ได้   เสียงเอะอะที่เกิดขึ้นขับให้คนที่นอนอยู่ข้างๆมาตลอดทั้งคืนลืมตาตื่นอย่างง่ายดาย…   ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองเปลือยท่อนบนไม่มีอาการงัวเงียซ้ำยังลุกขึ้นมานั่งได้อย่างปกติ  แม้จะมีอาการมึนๆตกค้างอยู่บ้าง

“ท่านประธาน $^$&*@*$(@_$$%@!!!!!”   จันพูดจาไม่เป็นภาษาและไม่เป็นคำ  โดยมีฉากหลังประกอบคือเพื่อนๆที่อึ้งและงงกับภาพที่เห็น…

อัศวิน สมิงห์นวดต้นคอตัวเองให้หายปวดเมื่อย  ดวงตาคมมองไปที่ใบหน้าเหวอๆพลางยิ้มให้   “อรุณสวัสดิ์จัน”  ทักทายอย่างราบเรียบ….

“ทำไมท่านประธานยังอยู่ที่นี่!!   แล้วมานอนเตียงผม $%$^@&$*@_)_+@”   ระบบประมวลผลของเด็กวิศวะกำลังรวนถึงขีดสุด

ประธานหนุ่มแห่งบริษัทสำรวจฯคลี่ยิ้ม   มือแกร่งเสยผมที่ปรกหน้าผากลงมา   “ก็พวกเราอยู่ด้วยกันทั้งคืนไม่ใช่เหรอ?”  สิ้นประโยคเสียงเอะอะที่หายไปตั้งแต่เมื่อคืนก็ลั่นขึ้นมาใหม่….

ประโยคในละครอย่าง [อยู่ด้วยกันทั้งคืนไม่ใช่เหรอ]

ใครว่ามันจะมีอยู่แต่ในละคร…..

จันที่โวยวายและผู้ชายลึกลับที่ยิ้มละไมพาให้เพื่อนๆที่เป็นฉากประกอบในห้องต้องทำอะไรสักอย่าง  ในที่สุดตัวแทนของกลุ่มอย่างไร่นา คารบาวก็เป็นคนแรกที่ส่งเสียงแทรกบรรยากาศการพบกันในตอนเช้าเข้ามา  “เอ่อ…คือ…พวกเราก็อยู่ในห้องด้วย…..”

ชายผู้แปลกหน้าในสายตาของเหล่าเยาวชนนักศึกษาปีสามหันไปมอง   ดวงตาคมสีฟ้าครามเปล่งประกายเป็นมิตรและภูมิฐานแม้จะไม่ได้อยู่ในสภาพที่เนี้ยบสมบูรณ์แบบมากนัก   “สวัสดี  พวกเธอเพื่อนของจันกับอลินสินะ”

ราวกับมีออร่าเจิดจ้าท่านประธานฉายเข้ามาใส่ให้คณะเกรียนติดสตัน และในที่สุด…..  “สวัสดีครับ…….”  สี่หนุ่มพร้อมใจกันยกมือไหว้ผู้ใหญ่กันอย่างพร้อมเพรียงและนอบน้อม….

แล้วเรื่องราวในยามเช้าของหอพักมหาลัยก็ต้องตัดฉากไปเพียงเท่านี้

…..เพื่อให้ตัวเอกได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและมีสภาพดีกว่านี้….

                08.30 น.  บนถนนที่ทอดยาวและแสนติดขัดของเมืองหลวง   รถยนต์หลากหลายยี่ห้อทั้งเปลืองน้ำมันและไม่เปลืองน้ำมันพากันติดหนึบบริเวณสี่แยกไฟแดง  ต่อให้เป็นรถความเร็วดีขนาดไหน เมื่อมาเจอเส้นทางการจราจรในยามเช้าวันทำงานและวันไปโรงเรียนก็ต้องจอดกันหมด

และนี่ก็คือกิจวัตรประจำวันในวันที่คู่รักบางคู่ต้องเผชิญในการเดินทางจากย่านพญาไทไปยังสะพานตากสิน     อลิน แย้มเก้อนั่งป้องปากหาวบนเบาะนั่งด้านข้างของคนขับ   ในมือถือแซนวิซที่ทำขึ้นอย่างง่ายๆมีไส้แค่แฮมกับผักกาดเขียว  ที่ต้องมากินมื้อเช้าในรถก็เพราะว่าตื่นสาย…

“พี่รีวัลย์กินอีกมั้ยครับ?”   มือยื่นของกินให้กับคนขับรถ   ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำไม่เคยเปลี่ยนสีใหม่ส่ายหน้าแทนคำตอบ   เด็กหนุ่มจึงหยิบน้ำให้แทน

“นายกินให้อิ่มไปเถอะ  ยังไงฉันก็ไปกินที่บริษัทได้อีก แต่นายไปถึงก็ต้องเข้าเรียนเลย”   เลขานุการสาวคงมีของเตรียมไว้ให้บ้าง…

“ตื่นสายกันทั้งคู่ลำบากเลยนะครับ แหะๆ”  อลินหัวเราะเบาๆพลางงับชิ้นแซนวิซที่อุตส่าห์ใช้เวลาสั้นๆทำมา  เหตุที่มาที่ไปของการที่ตื่นสายนั้นเดาได้ไม่ยาก…

การกินข้าวมื้อดึกมักทำให้เกิดเหตุการณ์นอนหลับยาวเกินไปได้เสมอ  เพราะการกินข้าวมื้อดึกทำให้อิ่มและนอนหลับสบาย(?)   บางครั้งก็อิ่มสบายจนนอนเพลินไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกกันได้บ่อยๆ    เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรกินข้าวมื้อดึกบ่อยๆ…

ดวงตาคมสีเข้มเหลือบมองคนข้างกาย  “นายไปเรียนไหวแน่?”  คำถามที่ทำให้คนฟังเกือบจะแซนวิซติดคอเพราะตกใจ….

“ไหวสิครับ!   ผมไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย”   อลินปัดมือไปมา  สภาพร่างกายเข้าขั้นชิน(?)ไปเรียบร้อยแล้ว…  กินมื้อหนักได้(?)

แฟนอายุมากกว่าไม่พูดอะไรต่อ  การตื่นสายวันนี้เป็นความผิดด้วยกันทั้งคู่ที่นอนเพลิน   หากให้เด็กหนุ่มนั่ง BTS ไปเรียนเองก็คงไปถึงแล้ว  จะเสียใจภายหลังก็ช้าไป อย่างน้อยได้ไปส่งที่มหาวิทยาลัยก็ดีกว่าปล่อยให้ไปเองในวันที่นอนไม่ค่อยพอแบบนี้(?)

เรื่องแหวนที่หายไปก็คลี่คลายได้ง่ายและไม่เกิดเป็นดราม่า  ความเป็นตัวเอกของเรื่องเริ่มหดน้อยลงทุกทีๆ…   “พี่รีวัลย์ไฟเขียวแล้วครับ”  อลินส่งเสียงบอกเมื่อเห็นอีกคนยังไม่ขยับตัว

ขับรถผ่านสี่แยกไปได้เล็กน้อย เสียงโทรศัพท์มือถือประจำตำแหน่งที่ทำงานก็ดังขึ้น  “คุณหาญจิตโทรมาล่ะครับ”  แฟนที่ทำหน้าที่เลขาบนรถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูให้

พร้อมกับจัดแจงใส่หูฟังเพื่อความปลอดภัยในการขับรถให้กับชายอายุมากกว่าเรียบร้อย   “มีอะไร? ฉันกำลังไปส่งอลินแล้วจะเข้าบริษัท”   ที่ปรึกษาผู้เห็นเรื่องส่วนตัวมาก่อนงานเล็กน้อยรีบบอกคนที่โทรหา

ปลายสายมีเสียงถอนหายใจนำมาก่อนในทันที   [นายก็จะมาช้าเหรอ   วันนี้ทุกคนทิ้งฉันอยู่ให้เฝ้าบริษัทตอนเช้ากันรึไง!]   หาญจิตโวยวายขึ้นพาให้คิ้วสีเข้มขมวด

“ทุกคน?   เพชรากับอัศวินไปไหน?”   เลขาสาวผู้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะมาทำงานคงไม่ไปไหน อาจจะแค่มาสาย  แต่ประธานบริษัทที่เคยขยันทำงานจนถึงช่วงก่อนหน้านี้อาจจะหายตัว…

อลินมองหน้าเมื่อได้ยินว่าชายที่ทำให้เรือธงมะขาม x จันของเขาล่มไม่ไปทำงาน   [โอ๊ะๆๆ  เพชรามาแล้ว  ท่าทางจะตื่นสาย  แต่อัศวินยังไม่มา  ฉันโทรไปที่บ้าน แม่บ้านก็บอกว่าไม่ได้กลับบ้าน โอ๊ย!!  ฉันต้องเข้าประชุมแทนสินะ ประธานหาย!!]

ยามนี้รีวัลย์มองเห็นภาพห้องทำงานของหาญจิตชัดเจนทีเดียว  หญิงสาวที่กำลังมีความสุขกับการเฝ้ามองแมลงสาบหลายๆพันธุ์ คงกำลังร้อนรนอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆประธานหายตัวไปแบบไม่บอก…   อัศวิน สมิงห์ไม่เคยหายไปเงียบๆไม่บอกใคร…

….ถึงจะทิ้งงานก็จะบอกเหตุผลที่ทิ้งให้ทำไว้ก่อน…

                เพื่อนร่วมงานผู้เข้าใจธรรมชาติการทำงานของเพื่อนฝูงถอนหายใจ   บางทีนี่อาจจะเป็นฤกษ์ดีที่รองประธานจะได้ทำงานที่สมกับเป็นรองประธานบ้าง ไม่ใช่แค่การเฝ้าดูเรื่องของแมลงเป็นหลัก  ออกไปประชุมให้ได้พูดคุยกับคนธรรมดาบ้างก็ดี….

“ประชุมเช้านี้ของอัศวินฉันคงไปไม่ทัน   เธอเข้าแทนไปก็แล้วกัน ตามนั้นล่ะ”   สิ้นประโยคก็มีเสียงถอนหายใจดังมาเฮือกใหญ่ทันที…

“อัศวินคงไม่หายไปเงียบๆ เดี๋ยวก็คงกลับมา อาจจะไปดื่มหนักแล้วเมาตื่นสายก็ได้”  เมื่อนึกถึงเหตุการณ์แฟนเก่าเพื่อนจะแต่งงานก็พอจะเข้าใจอะไรได้…

ปลายสายก็คล้ายจะเข้าใจ แต่เหตุผลของคนบางคนที่มาสายในยามนี้ล่ะ….  [แล้วทำไมนายตื่นสายล่ะรีวัลย์? ป่านนี้เพิ่งไปส่งน้องอลินหนอนชาเขียว?]   คำถามที่ต้องการคำตอบ….

แต่คนโดนถามไม่อยากตอบ  “ฉันกำลังขับรถอยู่  แค่นี้ล่ะ”   กดวางสายในทันทีแทนที่จะตอบว่าเหตุใดจึงตื่นสาย..   เพราะเขาว่ากันว่าคนยิ่งอายุเยอะจะยิ่งตื่นเช้า(?)

“คุณอัศวินยังไม่ไปที่บริษัทเหรอครับ?”  อลินรีบถามถึงพร้อมกับรับเครื่องโทรศัพท์กลับมาวางไว้ที่เดิมตรงที่ใส่ของในรถ

“ใช่   หมอนั่นคงมีปัญหา  แต่ไม่คิดว่าจะไม่มาทำงาน”   คำว่าแฟนเก่า เป็นคำที่ก่อบาดแผลในใจให้กับใครหลายคนได้  แต่เขานั้นไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าแฟนเก่าเสียด้วย…

คู่รักต้นแบบระยะสิบเซนติเมตรไม่เคยมีคำว่า [แฟนเก่า]

จะมีก็เพียงคำว่า [แฟนปัจจุบัน]  และเป็นแฟนต่อไปเรื่อยๆ….

 

                แต่ไหนแต่ไรมาอัศวิน สมิงห์เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะพาเพื่อนร่วมงานไปตื่นเสียจนเมามายเป็นประจำ  ครั้งนี้ก็อาจจะเป็นแบบนั้น  แต่คงจะไปคนเดียวไม่บอกใคร…    ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ไปก่อเรื่องอะไรไว้ที่ไหน  โดยเฉพาะกับเพื่อนของแฟนอายุน้อยข้างๆนี่ล่ะ….

“พี่รีวัลย์มองหน้าผมมีอะไรรึเปล่าครับ?”   ดวงตาสีเขียวมองกลับเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายมองอยู่  มองและไม่พูดแสดงว่าใช้ความคิด

“ไม่มีอะไร  แค่คิดว่ากลุ่มเพื่อนๆของนายดูวุ่นวายกว่าคนในบริษัทฉัน”  ด้วยวัยและหลายๆอย่าง  อาจจะด้วยเหตุผลนั้น…

“จะว่าไป  เพื่อนๆผมก็ไม่มีติดต่อมาเลยครับ  สงสัยเช้านี้จะตื่นสายกัน”   อลินจ้องมองโทรศัพท์ของตัวเอง  เงียบกริบเสียจนน่าสงสัยจริงๆ…

“มีแต่คนตื่นสายสินะ”  ดวงตาคมมองออกไปนอกกระจก  รถยนต์ยังคงเต็มท้องถนน  ต่อให้มีคนตื่นเช้าไปทำงาน  อย่างไรก็ต้องมีคนที่ตื่นสายแล้วไปทำงานในช่วงเวลาเดียวๆกันอยู่ดี…

ในชีวิตประจำวันอย่างน้อยก็ต้องมีวันที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นนาฬิกาแล้วต้องตาลีตาเหลือกไปอาบน้ำ   เหตุการณ์แบบนี้ถือเป็นสีสันชีวิตที่ต้องเคยเจอสักครั้งหนึ่ง  แต่สายแล้วเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องยากจะเดา…  พอๆกับเหตุผลที่ทำให้ตื่นสายก็มีเป็นล้านแปด…

แต่คนกลุ่มหนึ่งกำลังจะไปสายทั้งที่ตื่นเช้า….

                โขน ไร่นา เบญจรูญ และอานัติ  4 หนุ่มต่างคณะนั่งขัดสมาธิบนพื้นห้องของเพื่อนร่วมกลุ่มพลางจ้องมองไปยังชายแปลกหน้าซึ่งนั่งที่ขอบเตียงพลางดื่มกาแฟยามเช้าด้วยรอยยิ้ม  ประธานหนุ่มผมสีบลอนด์ผู้มีมาดอย่างคุณชายกำลังจิบกาแฟที่ชงจากกาแฟ 3 in 1  ส่วนเจ้าของห้องที่พยายามหลบสายตาของเพื่อนฝูงก็หลบฉากมาฉีดเสื้อช้อปที่ยับจากการไม่แขวนไว้ดีๆ…

ดวงตา 4 คู่จดจ้องไม่ละสายตาไปไหนประหนึ่งมองสำรวจของแปลก  ไม่นานคนโดนจ้องก็เบี่ยงสายตามองเหล่าหนุ่มนักศึกษา   “พวกเธอจ้องกันอย่างกับจะจับผิดอะไรงั้นล่ะ?”

“เปล่าเลยครับ!”   4 หนุ่มรีบปฏิเสธทั้งที่ในใจมีคำถามเป็นร้อยอย่างที่อยากจะถามออกไป  ผู้ชายลึกลับที่มาค้างคืนกับเพื่อนเดือนมหาวิทยาลัยที่รู้ๆกันอยู่ว่าชอบผู้ชาย….

จัน สะกิดใจสวมเสื้อช้อปที่ยังคงอุ่นจากไอร้อน   “เมื่อไหรจะกลับไปซักทีครับท่านประธาน  รีบกลับไปได้แล้ว”

“เฮ้ยจัน!  พวกเรายังไม่รู้เลยว่านี่มันอะไรยังไง  จะไม่อธิบายเลยเหรอวะนั่น?”   ร่างผอมไร้เส้นผมรีบถามเพื่อนรักคุด  เหตุการณ์นี้มันต้องการการอธิบายและคลี่คลายมากๆ

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองหน้าเพื่อนฝูงแต่ละคน   มันเขียนไว้บนหน้าผากว่าอยากรู้กันถ้วนหน้า  “เมื่อวานนี้ฉันมาหาจัน แล้วจันก็ชวนดื่มด้วยกันน่ะ”   เสียงทุ้มของหนุ่มใหญ่แทรกบทสนทนาของวัยรุ่น

เพื่อนจอมจุ้นตวัดมองกลับไปยังต้นข่าวทันทีทันใด   ปรอทความหงุดหงิดของหนุ่มวิศวะกำลังแล่นขึ้นสูงตั้งแต่เช้าตรู่     “ท่านประธานควรจะกลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว  แล้วทำไมยังอยู่ล่ะครับ!?”   แม้แต่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้…

อัศวินวางแก้วกาแฟลงบนเตียง     “หลังจากที่จูบเธอไป  เธอก็โวยวาย พวกเราก็เลยเล่นเกมดวลเบียร์กัน”  ประโยคหลังแทบไม่เข้าหูคนฟัง…..

“จูบ!!!!”   ดวงตาสี่สีสี่คู่เบิกกว้างขึ้นตามคำพูดนั้น   เชอรี่บอยผู้ไม่มีประสบการณ์ความรักนอกจากแอบรักเพื่อนพัฒนาไกลไปอย่างก้าวกระโดด!

“คุณจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมครับ!   ไปทำงานทำการได้แล้วครับ!   พวกนายก็ไปเรียนกันได้แล้วเว้ย!!”   ซึนเดเระบอยใบหน้าเริ่มเปลี่ยนสี   เสียงพูดตะคอกเพิ่มเดซิเบลขึ้นตามลำดับความความเคอะเขิน  มือหยิบกระเป๋าเป้ใส่หนังสือเรียนมาฟาดหลังเพื่อนให้รีบๆลุก

“จะไม่ฟังต่อแล้วเหรอว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?”   อัศวินขำขันที่เห็นท่าทีแก้เขินของคนบางคน  เหตุการณ์เมื่อวานใครจะลืมไปได้

“ไม่ต้องแล้วครับ! ผมเดาได้ว่าหลังจากนั้นผมก็คงเมา คุณก็คงเมา จากนั้นก็เมาหลับไปซักทางหนึ่ง”   จันรีบปัดทันที ฉากเหมือนละครน้ำเน่าหลายๆเรื่องมันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก!

เพราะถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงๆเขาควรจะลุกไม่ขึ้นแล้ว

มันต้องเป็นแบบนั้นแหละน่า!!

                จันไล่ต้อนเพื่อนทั้งสี่คนให้ลุกขึ้นราวกับไล่วัวไล่แกะในฟาร์ม  หากแต่แต่ละคนทำตัวเหมือนแม่เหล็กดูดติดพื้นห้องไม่ยอมลุกกันไปง่ายๆ   พร้อมกับเบญจรูญที่ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณขอเวลานอก   ท่าทางช่างเหมือนกับเด็กที่รอจังหวะเวลาให้อาจารย์เรียกถาม

“คือผมมีเรื่องสังสัย…..  จนถึงตอนนี้คุณยังไม่บอกพวกเราเลยว่าคุณเป็นใครน่ะครับ….”    เด็กหนุ่มถามพลางเหงื่อตกด้วยท่าทางประจำตัว

ทุกคนพร้อมใจกันกินจุด  ผ่านมาตั้งหลายประโยคกลับลืมเรื่องพื้นฐานที่สุดไปเสียได้  อัศวินถึงกับขำนำ   “นั่นสินะ ลืมแนะนำตัวไป  ฉันชื่ออัศวิน สมิงห์  เป็นประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  เป็นเพื่อนร่วมงานของแฟนอลินน่ะ”

คำว่าแฟนของอลินพาให้ทุกคนเดาอายุของคนตรงหน้าเอาไว้ที่ 4X  ตอนปลาย….   ภาพเสี่ยจีบเด็ก มีปัญหาทำรายงานไม่สะดวกมาหาพี่ เอ๊ย…  ประธานบริษัทที่ยิ่งใหญ่ลอยมาในทันที   และเมื่อรวมกับข้อมูลที่เคยได้ยินจากเพื่อนคณะแพทย์ยิ่งเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อยๆ…..

จนกระทั่ง…   “ตอนนี้กำลังจีบจันอยู่   ขออนุญาตเพื่อนๆอย่างพวกเธออย่างเป็นทางการเลยนะ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยบอกอย่างให้เกียรติผู้ปกครองคนที่สอง สาม สี่ ห้า หกของพระร๊องรองที่หล่อเสียของมาหลายปี…

“เดี๋ยวครับ!   เรื่องแบบนี้มันต้องถามผมไม่ใช่รึไงว่าผมอยากหรือไม่อยาก!!”   หนุ่มวิศวะที่เริ่มกลืนไปกับฉากหลังส่งเสียงโวยวาย

แต่…….   “เอาไปเลยครับ”  4 เสียงผสานเป็นเสียงเดียวกันพาให้เพื่อนที่โดนถีบส่งร้องลั่น   กระทั่งเพื่อนสนิทยังถีบส่ง!

ภาพชนเผ่าในป่าใหญ่จับกระต่ายโยนเข้าถ้ำเสือ

โลกมันจะโหดร้ายเกินไปแล้ว!

                เพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเกรียนมัธยมต้นโดนลากคอถีบส่งออกไปนอกห้องพัก   ซ้ำเจ้าของห้องยังปิดประตูใส่หน้า    จัน สะกิดใจจ้องหน้าชายหนุ่มซึ่งนั่งหัวเราะสนุกสนานกับเหตุการณ์มิตรภาพของเด็กๆ   ผมที่ไม่ได้หวีเรียบเหมือนทุกครั้งของอีกฝ่ายให้ความรู้สึกเหมือนสัตว์กินเนื้อยิ่งกว่าปกติ…

“เธอไปเรียนเถอะ  เดี๋ยวเธอไปฉันก็กลับแล้ว”   ประธานหนุ่มยิ้มให้    แต่คนที่โดนยิ้มให้กลับมีสีหน้าบึ้งตึงและเชื่อว่าถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆจะมีตีนกาก่อนใครเพื่อน

“เมื่อวานท่านประธานเมา  ผมก็เลยอ่อนๆให้บ้างเพราะสงสาร  แต่เลิกเล่นสนุกได้แล้วครับ”   สิ่งที่พูดต่อหน้าเพื่อนฝูงของเขา มันชวนต่อยหน้าจริงๆ…..

ดวงตาสีฟ้าจ้องมองกลับ    “ฉันไม่ได้เล่นสนุกแล้ว ที่ฉันบอกเธอเมื่อวานฉันจริงจัง เรื่องที่ฉันชอบเธอจริงๆ”  ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้ว

“ฉันจะเอาจริงเรื่องเธอแล้วนะ”    เมื่อความรู้สึกมันชัดเจนก็ไม่มีอะไรให้ลังเลและถอยหลังกลับไปอีกต่อไป  เจ้ากระต่ายที่คอยวิ่งหนีน่ะ…

หนุ่มวิศวะมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ   คำพูดที่ได้ฟังเมื่อสติครบถ้วนยิ่งทวีความจริงจังมากขึ้น  ชัดเจนว่าไม่ใช่เพียงแค่หลุดออกมาจากอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าด้วยความเมาและแผลใจเรื่องแฟนเก่า   ที่ประกาศกร้าวกับเพื่อนๆเขาเหมือนจะเล่นๆแกล้งให้เขาโวยวาย…แต่มันคือเรื่องจริง…..

การมีคนมาบอกว่าชอบ…มันเป็นความรู้สึกที่น่าดีใจ….

แต่บางอย่างใจยังไม่ยอมรับ….

                มีเหตุผลหลากหลายอย่างที่ยากจะเปิดรับ…  ควรจะปฏิเสธไปให้ชัดเจนหรือเปล่านะ…  แต่ก่อนเรื่องนั้น….   “เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นะครับ….”

ร่างสูงเดินไปหยิบกุญแจรถซึ่งวางทิ้งไว้แถวนั้น   “แน่สิ   ฉันไม่ใช่คนประเภทที่ว่าจะทำอะไรใครตอนหลับหรือว่าตอนเมาหรอกนะ”

“แต่คุณเคยละเมอเกือบปลุกปล้ำผมตอนอายุ 16…..   แล้วคุณก็พยายามปล้ำจูบผมอีกสองครั้ง…. ลักพาตัวผมอีกหนึ่งครั้ง……”   ช่างเป็นบาดแผลให้ชวนหวาดระแวงเสียเหลือเกิน….

อัศวินหัวเราะร่วน  เรื่องแย่ๆจำไว้เยอะจัง   “ฉันพูดจริงๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย  เรื่องแบบนั้นน่ะฉันรอได้อยู่แล้ว”  คนฟังไม่รู้จะรู้สึกชื่นชมหรืออะไรดีที่คนตรงหน้าตรงเสียขนาดนั้น….

“หรือเธอจะไม่เชื่อก็ได้นะ  แต่ยังไงเธอก็คงเชื่อล่ะ เพราะร่างกายเธอมันฟ้อง”   เด็กหนุ่มหน้าชาไปในทันที….  ร่างกายปกติดีมาก…..

การเปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมานั้นเป็นเรื่องที่ตรงข้ามกับคาแร็กเตอร์ซึนเดเระแบบเขามาก   คนรอบตัวมากมายของเขาเป็นคนแบบนั้น  แสดงความรู้สึกและบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการได้อย่างตรงไปตรงมา  แต่เขานั้นไม่ใช่…  อาจจะเคยตรงไปตรงมาแต่ผลตอบรับก็ไม่ดีนัก…

“ไม่ต้องรอล่ะครับ…. ผมยังไม่คิดจะคบกับใคร…”  เด็กหนุ่มเลือกบอกปัดออกไปตรงๆ   แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้ม…

“เธอบอกว่า [ยัง] ไม่ได้บอกว่า [ไม่มีทาง] ซักหน่อย”   โอกาสที่มีไม่ได้เท่ากับ 0 สนิท  มีความหวังอยู่ในนั้นมากกว่า 40% อย่างแน่นอน

…..ขอแค่เปิดใจอะไรก็เกิดขึ้นได้ในเรื่องของความรัก…

สำหรับคนโสดไม่มีใครสองคน

                จันพูดไม่ออกทันทีเพราะโดนดักทางคำพูดตัวเอง  จะตบปากที่ใช้คำพูดผิดก็ช้าเกินไปแล้ว   ผู้ชายตรงหน้าช่างเหมือนคนขายประกันชีวิต  รู้จักวิธีการดักทางคนอื่นทุกทาง  จะหลบเลี่ยงหนียังไงก็ยากเหลือเกิน…  ทำไมฟ้าช่างกลั่นแกล้งเขาแบบนี้นะ….

ไม่ใช่คนไม่ดี  แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่…     “ผมไปเรียนล่ะครับ!   กลับเมื่อไหรก็ล็อกห้องให้ผมด้วย!”   ร่างสูงโปร่งตวัดกายเดินไปเปิดประตู

เมื่อดึงบานประตูเข้าหาตัว ก็พบร่างของเพื่อนสนิททั้ง 4 คนที่เกือบเซล้มเข้ามาในห้องทันที   “พวกนาย……..”  มองยังไงก็คือแอบฟังกันอยู่  แต่ละคนถือม้วนกระดาษกันทำไม!!

“พวกผมขอตัวครับ”  4 หนุ่มยกมือไหว้คนอายุมากกว่าซึ่งอยู่ในห้องเพื่อน   หลังจากนั้นก็จ้ำหนีเจ้าของห้องไปในทันที   ปล่อยให้หนุ่มวิศวะตะโกนไล่หลังไปอย่างหงุดหงิด

อัศวินยืนมองภาพนักศึกษาทั้ง 5 คนพลางยิ้ม   นักศึกษาที่ยังมีพลังงานเปี่ยมล้น  มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ…  ช่างเป็นสถานที่ที่ชวนให้นึกถึงความหลังสมัยที่เป็นนักศึกษาอยู่ที่นี่   อาจจะผ่านพ้นไปหลายปีแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังเหมือนเดิม และเมื่อได้กลับมาก็ได้เจอบางอย่างที่ดี….

“It’s a destiny”   ทุกเหตุการณ์  ทุกสถานที่ ทุกบุคคลที่เชื่อมโยงให้เสือและกระต่ายมาเจอกันนั้น  คือการชักนำของโชคชะตา….

…เจ้ากระต่ายปิดประตูหลายบานเอาไว้…  ประตูที่จงใจปิด….

                ประตูบานแรกที่เปิดออกอาจจะไม่ใช่ประตูบ้านบานสุดท้าย   สถานที่แห่งหนึ่งไม่จำเป็นต้องมีประตูเพียงบานเดียวเพื่อเปิดเข้าไปถึงใจกลางของบ้าน   ยังคงมีบานประตูอีกมากมายให้เปิดเข้าไปเพื่อให้ได้รู้จักและสัมผัสเนื้อแท้ของจิตใจคนอื่น

ธรรมชาติของสัตว์กินเนื้อคือล่าเหยื่อมากิน…

แต่กับกระต่ายตัวนี้…  วิธีการล่าเหยื่อคงใช้ไม่ได้ผล…

คนที่มีแผลใจล้วนเข้าใจคนที่มีแผลใจด้วยกันได้อย่างดีในภาคทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติแล้วทำได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์  ของแต่ละคนและการเปิดใจ   ช่างเหมือนกับบัตรกระต่ายที่ต้องใช้เวลากว่าวันที่จะใช้ร่วมกับ MRT และ BTS ได้จะมาถึง…

คนหน้าตาดีบางคนก็ยังคงหล่อเสียของ

คนจะเลิกโสดได้มีปัจจัยหลายๆอย่าง…

 

สัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อคือผู้ถูกล่าและล่าโดยธรรมชาติ

แต่บางครั้งสัตว์กินพืชก็แกร่งเสียจนกินไม่ได้

—————————–

Free Talk : ตอนนี้เหมือนเป็นตอนคั่นเพื่อเริ่มเรื่องในช่วงที่ห่างออกไปอีกหน่อย ฮา
จะได้เริ่มเรื่องจุดเปลี่ยนที่เข้ามาเสียที

ทีมบาสเกือบปาฏิหาริย์ไม่ได้โผล่มานานแล้ว ให้มีบทบาทบ้าง คุณหาญจิตก็หายไปนาน แต่ยังไงต่อไปก็จะพูดถึงเรื่องฝั่งบริษัทสำรวจบ้างแล้ว เพราะวนๆเวียนๆฝั่งม.กก.มาพักใหญ่ๆ

ตั้งเป้าไว้ว่า 30 ตอนจะจบมั้งนะ….. เพราะเป็น SS2

ปล. เน็ตเน่ากว่าจะโพสได้!!!

ปล. ยิ่งนานยิ่งเขียนฟรีทอร์คสั้นลงเพราะหมดพลังงานในแต่ละวัน OTL….

Advertisements
 
4 ความเห็น

Posted by บน 01/13/2014 in Uncategorized

 

4 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 15

  1. fukaze33

    01/13/2014 at 9:59 PM

    ปัดโธ่~~~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ไม่รวบหัวรวบหางไปเลยฟร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    จิ๊กจั๊กขัดใจ+++!!!!

     
  2. fray666

    01/14/2014 at 8:26 AM

    ปุ๊ดโธ่เอ๊ยยย คุณอัศวินช้าไปแล้วอ้ะ อุตส่าห์มีโอกาศไม่งาบให้รู้แล้วรู้รอดเลยล่ะค้าาาา

    บุ่ยๆๆ กระต่ายน้อยก็ยังคงไว้ซึ่งความซึนเช่นเคย น่ารักจริงๆ เล้ยยย

     
  3. taraikari

    02/05/2014 at 9:17 PM

    ฉากเปิดประตูแล้วปิดนั่นโคตรซิทคอมอ่ะ
    แล้วที่ฮากว่าคือเพื่อนๆทั้งสีของจันยกมือไหว้คุณอัศวินอ่ะ
    บ่งบอกมากว่าเสียกำลังจะจีบเด็ก
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

     
  4. หมีฟูว์ (。・ω・。) (@PooFuGirl)

    02/17/2014 at 1:57 AM

    ชีวิตรักที่เปิดเผยของจัน… โถ! พ่อหนุ่มน้อยเชอร์รี่บอย
    ร่างกายมันฟ้องว่ายังบริสุทธิ์นะจ๊ะ !! 😀
    ขำสมาชิกทีมบาสเกือบปาฎิหารย์ทุกคนเป็นโรคเผือก
    เหมือนกันหมดเลย แม้แต่เบญจรูญ !!

    คุณอัศวินดูคุณชายนะ สะบัดผมตื่นเช้าแบบสดใสซาบซ่า
    ดื่มกาแฟ 3 in 1 ของเจ้าของห้องพร้อมกับยิ้มละไมขนาดนี้
    มีหน้ามาขออนุญาตจีบเพื่อนอีกต่างหาก แต่ไม่ขออนุญาต
    คนที่โดนจีบ 🙂 ถ้าเราเป็นจันคงขุดหลุมแล้วล่ะ
    เล่นอธิบายไปซะหมดว่าโดนอะไรบ้างงงงงง… 555+

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: