RSS

[Au-TitanFic] Attack on NG (Levi x Eren) Take.4

02 ก.พ.

Title : Attack on NG “รักนี้ไม่มีเทค”
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing : Levi x Eren

—————————————————————————————————-

การประโคมข่าวเป็นหนึ่งในกระบวนการโฆษณา

จะเป็นข่าวจริงหรือข่าวเท็จ นับว่ามีประโยชน์ในการโฆษณาทั้งสิ้น

 

โปรเจ็คที่ดีจากทีมงานที่มีชื่อเสียงเป็นตัวกระตุ้นความคาดหวังของคนตาม

การโฆษณาก็เหมือนผงชูรสให้อยากลิ้มลองขึ้นไปอีก

Take 4 : เจอกันนอกฉาก บางครั้งก็จำกันไม่ได้อย่างกับละคร

                นับจากวันออดิชั่นบทในละครฟอร์มยักษ์อย่าง Attack on Titan จบลงไปเมื่อ 3 วันก่อน  ข่าวบันเทิงทุกฉบับ และตามเว็บบอร์ดในโลกโซเชี่ยลก็เต็มไปด้วยเรื่องของนักแสดงที่จะมาเล่น  ทั้งข่าวลือมากมายผสมโรงเข้ากับข่าวจริง  เพราะผู้กำกับและทีมงานไม่ยอมปริปากเรื่องจริงออกมาให้ได้รู้   ดารามากหลายหลายตาจากหลายวงการจึงถูกขุดรูปขึ้นมาลองแคสบทในใจของชาวเน็ต

 

บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของร้านอินเตอร์เน็ตปรากฏภาพของเว็บบอร์ดคุณภาพแห่งหนึ่ง  ภายในจอแสดงรายชื่อกระทู้เกี่ยวกับวง CJ เรียงกันเป็นตับเบียดกระทู้เกี่ยวกับนักแสดงที่มาเล่นเป็นตัวเอกของ Attack on Titan จนตกไปอยู่หน้าสอง  เหตุการณ์แบบนี้ชวนให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งหงุดหงิดยิ่งนัก….

 

เอเลนในชุดไพรเวทปกติไม่มีการปลอมตัวนั่งเล่นในอินเตอร์เน็ตคาเฟ่   ดวงตาสีเขียวจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าบึ้งตึง  มือกดเลื่อนรายชื่อกระทู้ลงมาเรื่อยๆก็พบแต่เพียงเรื่องของ โคนี่ โคนี่ โคนี่ โคนี่ และโคนี่อีกหลายกระทู้ แซมด้วยเรื่องของแจน และเรื่องของเขาที่ตกไปหน้าสองโดยที่ไม่ค่อยมีคนเข้ามาตอบ….

 

ความแตกต่างของความนิยมมันช่างชัดเจน   แต่ที่เขาหงุดหงิดไปกว่าเรื่องโดนขโมยซีนกระทั่งในอินเตอร์เน็ตก็คือ…   [Candidate ของบทหัวหน้าทหารคือ Cony แห่งวง CJ จริงๆเหรอ!?]   ข่าวซึ่งแพร่ออกมาจากที่ใดสักแห่งผ่านทางกลุ่มแฟนคลับบอยแบนด์…

 

กระแสวิจารณ์มากมายออกมาในหลายๆเสียง ในเรื่องของความเหมาะสมก็พอได้ เพราะว่านักร้องหนุ่มไม่ได้สูงเกินกว่าบทของต้นฉบับ  กระทั่งบางคนก็ยังเรียกละครเรื่องนี้ว่าละครของ CJ ไปแล้ว…  ความเห็นที่พูดถึงเขาจึงออกไปทางน่าสงสารที่มาเล่นประกบดาวดัง…

 

                Poll ความนิยม Character ต้นฉบับ Attack on Titan

อันดับ 1 คือหัวหน้าทหารรีไวล์  อันดับสองคือ แจน กิลชูไตน์

                และอันดับสามก็คือบทของเอเลน เยเกอร์… ด้วยความนิยมของตัวคาแร็กเตอร์ต้นฉบับก็ทำให้เขาเป็นรองอีกสองคนทั้งที่เป็นตัวเอก   ฉบับคนแสดงก็มาเจอของหินอย่างวง CJ อีก  หนทางการขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของการเป็นนักแสดงมันช่างมีขวากหนาม….

 

“รีไวล์ซังไม่คิดจะเล่นบทนี้จริงๆเหรอ  มันเป็นบทของรีไวล์ซังแท้ๆ”  หากได้เล่นกับนักแสดงในดวงใจคนนั้น  เรื่องประกบคนโคตรดังเขาก็ไม่สนใจหรอก!

 

ยิ่งอ่านกระทู้และหน้าเว็บไซด์ข่าวบันเทิงก็ยิ่งหงุดหงิดระคนผิดหวัง   การต่อสู้ไม่ได้มีแค่ในบท  แต่ขนาดของบริษัทโมเดลลิ่งก็สำคัญไม่ใช่น้อย…  เขาซึ่งเป็นนักแสดงในค่ายเล็กกว่าคนอื่นเขาไม่ได้ออกสื่อสาธารณะมากเท่า  ละครเรื่อง Attack on Titan จึงสำคัญกับเขาและผู้จัดการอย่างอาร์มินมาก

 

เขาจะทำให้ทุกคนจดจำชื่อและการแสดงของเขาให้จนได้!

                เอเลนหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายหลัง  ก้าวเดินออกจากร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่เพื่อไปหาอะไรกินในยามว่าง  วันนี้เด็กหนุ่มไม่มีคิวถ่ายละคร หนำซ้ำยังไม่มีงานอื่นเป็นพิเศษ วันว่างแบบนี้จึงเหมาะแก่การซ้อมบทของตัวเองไปพร้อมกับพักผ่อน

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกให้เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มหยิบขึ้นมามอง   “ว่าไงอาร์มิน ฉันออกมาร้านเน็ต”  ออกมาเล่นคอมพิวเตอร์นอกบ้านเพื่อเป็นการประหยัดไฟ

 

[เอเลน ทางทีมงานละครโทรมาหาผม  วันแถลงข่าวเปิดโปรเจ็คละคร Attack on Titan กำหนดแล้วนะ]  บ่งบอกว่าตัวละครทั้งหมดมีการวางตัวเรียบร้อยแล้ว…

 

ดวงตาสีเขียวเบิกกว้าง  “ฮ่ะจริงเหรอ!?   คุณเอลวินได้ตัวแสดงครบแล้ว?”  หรือข่าวลือเรื่อง Cony จะมารับบทหัวหน้าทหารจะเป็นเรื่องจริง….

 

[ผมคิดว่างั้นล่ะ  ตัวละครเด่นๆคงจะได้ครบแล้ว  วันแถลงข่าวก็มีนาย มีมิคาสะ มีฉัน  มีแจน แล้วก็คนที่จะมารับบทหัวหน้าทหาร]   เหล่าตัวเอกของเรื่อง Attack onTitan

 

ได้ยินดังนั้นเอเลนเริ่มทำหน้าตึง   “คนอื่นฉันพอเข้าใจนะ  แต่แจนมันเป็นบทตัวเด่นในเรื่องด้วยเรอะ?”  ทั้งตัวคนแสดงและทั้งบทในเรื่อง…

 

[เอเลน!  อย่าพูดแบบนี้ให้แฟนเกิร์ลได้ยินเชียวนะ นายจะโดนจวกจนไม่เกิด ระวังๆหน่อย]  ทั้งแฟนเกิร์ลบอยแบนด์และแฟนเกิร์ลของตัวละคร   ความคับแค้นไม่ชอบหน้ากันส่วนตัวจำเป็นต้องวางไว้ก่อน….

 

หากจะพูดถึงความเป็นตัวเอก…  บทของหัวหน้าทหารรีไวล์นั้นออกมาน้อยกว่าตัวละครแจน กิลชูไตน์เสียอีก  แต่ความนิยมกลับพุ่งแรงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง  หรือความนิยมมันลดหย่อนไปตามการโผล่หน้าออกมาในเรื่องกันแน่…   โลกไม่ยุติธรรม….

 

แต่ที่สำคัญไปกว่าเรื่องคู่อริ  มีเรื่องที่สำคัญกว่านั้น   “แสดงว่าที่เขาลือกันว่าโคนี่จะเล่นบทหัวหน้าทหารก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ”

 

อาร์มินเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายกับครุ่นคิด  [ยังไม่แน่หรอก  ทีมงานอาจจะเปลี่ยนก็ได้   ชาวเน็ตก็บางเสียงที่บอกว่าไม่เหมาะไม่ใช่เหรอ]   บทชายผู้แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มมนุษยชาติในเรื่องไททัน

 

“คงไม่ใช่แค่ชาวเน็ตที่คิด  ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่คิด”  แม้ดาราที่เป็นแรงบันดาลใจของตนจะสูงเกินบทบาท  แต่การแสดงต้องทำให้คนดูลืมเรื่องสูงเกิน 160 เซนติเมตรไปได้แน่ๆ…

 

เพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งผู้จัดการซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสายโทรศัพท์เงียบกริบ   เพียงฟังแค่เสียงก็เดาได้ว่าเพื่อนคิดอะไรอยู่  ซึ่งผู้จัดการหนุ่มที่โดนลากมาแสดงด้วยเพื่อเพิ่มค่าตัวเป็น 3 คน ก็ไม่ปฏิเสธว่าชายคนนั้นไม่เหมาะกับบท  ปัญหาคือเอเลนที่ยังไม่รู้ความจริงเสียทีตะหาก….

 

            เพราะแฟนคลับที่เป็นแบบนี้

จึงทำให้ชายหนุ่มคนนั้นไม่รับเล่นอะไรง่ายๆ… 

 

                [มิคาสะใกล้จะเสร็จงานแล้ว ผมจะไปคุยงานก่อน  แล้วเจอกันที่บ้านนะ]  อาร์มินกดวางสายไป  เพื่อนสาวเป็นคนที่มีงานมากที่สุดในบริษัทชิกันชินะ….

 

“แล้วนายก็ดันไม่บอกฉันว่าแถลงข่าววันไหน….”  คุยเรื่อยเปื่อยไปจนกระทั่งต่างคนต่างก็ลืมไปเสียสนิท…

 

นักแสดงหน้าใหม่ชื่อเสียงยังคงอยู่ระดับกลางๆค่อนไปทางล่างเดินดิ่งไปตามถนนเพื่อกลับที่พัก  ระหว่างทางเดินผ่านร้านสะดวกซื้อเจ้าประจำที่ต้องแวะมาทุกวัน  ยามคิดไม่ออกว่าจะกินอะไรเป็นต้องเดินผ่านประตูเลื่อนนี้เข้ามาทุกครั้ง  และวันนี้ก็ช่างคล้ายกับวันก่อนหน้านี้…

 

เมื่อบริเวณแผงหนังสือและนิตยสารมีใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้น   ชายผมดำขลับสูง 160 เซนติเมตรสวมแว่นตาดำ สวมผ้าปากยืนอ่านนิตยสารด้วยท่าทางชวนน่าสงสัย..  ช่างน่าแปลกใจที่พนักงานไม่เดินมาขอให้ถอดออก เพราะมันช่างเหมือนคนร้าย…

 

เอเลนเห็นแล้วจำได้ในทันที  “น้องไม่ดื่มนมเมื่อตอนนั้น”   เสียงของนักแสดงหนุ่มพาให้คนได้ยินสะดุ้ง  มือที่จับนิตยสารเกือบปล่อยให้หลุดร่วงตกลงไป

 

ชายสวมแว่นตาดำเบี่ยงสายตาใต้แว่นมอง   ภาพของอีกฝ่ายเดินตรงมาอยู่ในระยะประชิด   “ตัดผมทรงเดียวกับรีไวล์ซังด้วย  วันก่อนใส่หมวกก็เลยไม่สังเกต”

 

“ฉันไม่ได้ตัดผมเลียนแบบใคร  แล้วนายมีปัญหาอะไร?” เสียงทุ้มซึ่งแสนคุ้นเคยตอบกลับมา  ใต้ผ้าปิดปากและจมูกรวมไปถึงแว่นตาดำคงเป็นสีหน้าหงุดหงิดตามโทนเสียงเยียบเย็น

 

เจ้าหนุ่มไม่รู้เรื่องอะไรปัดมือไปมา   “ไม่มีปัญหาอะไรหรอก  แต่น้องแต่งตัวแบบนี้มันเด่น”   สิ้นประโยคนั้นชายลึกลับยกมือขึ้นมาจับขาแว่นคล้ายกับจะถอด… แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ

 

“เลิกเรียกว่าน้องซะ  ฉันไม่ใช่น้องนาย  ไม่มีมารยาท”  หันหน้ากลับไปอ่านนิตยสารและไม่สนใจเจ้าคนไม่รู้กาลเทศะอีกต่อไป

 

ท่าทีอันไม่เป็นมิตรของคนสูง 160 เซนติเมตรช่างเหมือนกับตัวละครหัวหน้าทหารในการ์ตูน   โดนพูดจาชวนหงุดหงิดใส่  คนเลือดร้อนพานจะของขึ้นตามกัน  “วันก่อนน้องปัดกล่องนมของฉันทิ้ง  นั่นฉันเสียเงินไปแล้วยังไม่ได้กินเลยนะนั่น”

 

คิ้วคมสีเดียวกับเส้นผมสีดำกระตุกเล็กๆ  ยังกล้าเรียกน้องได้ แสดงว่ามันเป็นการกวนส้นกันชัดๆ   ชายลึกลับหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาหยิบธนบัตร   “เอาไป  ค่านมที่ฉันไม่ได้ต้องการ  เอาไปซื้อใหม่ซะสิ”   ร้ายมาร้ายตอบ….

 

นี่มันฉากเอาเงินฟาดหัวแบบละครบ้านไร่หลังข่าว

ฉากนี้เขายังไม่เคยเล่นในละครเลยนะ!

                ดวงตาสีเขียวมองธนบัตรซึ่งมีจำนวนมากกว่าราคาของนมในวันนั้น  ร้ายกาจ… ผู้ชายตรงหน้าช่างร้ายกาจ…  แม้จะมีน้ำเสียงที่เหมือนกับดาราที่เขาปลื้ม  แต่การตอบสนองมันช่างไม่เป็นมิตร   ด้วยส่วนสูงที่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร  เอเลนก็ยังปักใจเชื่อว่าอีกฝ่ายเด็กกว่าอยู่ดี

 

“น้อง อย่าเลียนแบบละครหลังข่าว”   พฤติกรรมพระเอกละครหลังข่าว หากเอามาใช้ในชีวิตจริงมันน่าถีบ..

ชายสวมแว่นตาดำหันมาจ้องหน้าทันที   แผ่รังสีอันดำทะมึนออกมาอย่างรุนแรง  ฉากหลังประหนึ่งเขียนด้วยอักษร [ใครเป็นน้องแก]

 

“นายเป็นนักแสดง  ทำปากเสียใส่คนธรรมดา ภาพลักษณ์จะเสีย”  คำพูดปรามขับให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้างขึ้น

 

“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นนักแสดง…..”  ใบหน้าอึ้งระคนตื่นเต้นที่มีคนจำได้  อีกฝ่ายซึ่งหลุดปากนิ่งเงียบไป…  ประหนึ่งทำอะไรพลาดลงไปแล้ว

 

“ฉันก็แค่เคยเปิดทีวีแล้วเห็นนายผ่านๆ   ไม่เคยดูละครของนาย  อ่อนหัด”   ดูผ่านๆแต่วิจารณ์ว่าอ่อนหัด   คำพูดช่างพาให้คนฟังอึ้งทึ่ง…

 

เป็นแฟนคลับสไตล์เตี้ย แบน ซึนหรือเปล่า(?)    “ไม่เคยดูละครของฉัน  แล้วรู้ได้ไงว่าฉันเล่นอ่อนหัด?”  ชายลึกลับสวมแว่นตาดำเงียบไปอีกครั้ง… จนมุมเพราะคำพูดของตัวเอง

 

“ฉันอ่านในอินเตอร์เน็ต ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”  วงแขนแกร่งยกขึ้นกอดอกจ้องไปทางอื่น   จะให้ตัวตนที่แท้จริงเปิดเผยออกมาไม่ได้

 

คำว่าอินเตอร์เน็ตยิ่งทำให้คนฟังสงสัย   “ในเน็ตยังแทบไม่พูดถึงฉันเลยนะนั่น…..” ก้าวลงเหวไปอีกครั้ง ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว…

 

ชายสูงน้อยถอนหายใจยาว   สมองคิดหาทางเอาตัวรอดอย่างว่องไว   “นายคงไม่รู้ว่าในทวิตเตอร์วิจารณ์นายกันเยอะ  ไม่ต้องถามแล้ว ฉันขี้เกียจตอบ”    นักแสดงหน้าละอ่อนทำหน้างงกลับ.. คนเริ่มคือใครกันล่ะเรื่องนี้

 

….มีคนพูดถึง..แสดงว่ามีคนรู้จักอยู่บ้าง….

                ในแง่ของ feedback การโดนพูดถึงบ้าง ดีกว่าเงียบกริบไม่มีกระแสอะไรเลย  ละครที่เขาเล่นนั้นเป็นละครภาคดึก  ถ้าไม่อยู่ดูตอนนั้นก็ต้องรอโหลดกันทีหลัง…   การที่ชายตรงหน้าเคยเห็นแสดงว่านอนดึกพอสมควร  บรรยากาศยามยืนอยู่ด้วยมันช่างคุ้น…คุ้นเหมือนเคยเกิดขึ้นที่ไหนสักแห่ง…

 

“ถ้าว่างมาเดินซื้อขนมกินเล่น  เอาเวลาไปซ้อมบทละครซะเถอะ จะได้พัฒนามากกว่านี้ให้สมกับบทเด่น”    ชายลึกลับวางนิตยสารกลับลงชั้น

 

“นายรู้เหรอ ว่าฉันเล่นบทตัวเอกของ Attack on Titan?”   ยิ่งคุยก็ยิ่งยาวหาทางหลบฉากออกไปไม่ได้…  เอเลนเริ่มสงสัยในตัวอีกคนหนึ่ง

 

“นายรู้เรื่องของฉันเยอะจังนะ……”   แว่นตาและผ้าปิดปากที่ปิดบังใบหน้าของชายตรงหน้าปกปิดไม่ให้รู้ว่าสีหน้าเป็นอย่างไร    ที่แน่ๆครู่หนึ่งคล้ายกับว่าอีกฝ่ายสะดุ้งตัว

 

ดวงตาสีเขียวพยายามจ้องผ่านแว่นตาดำ   “นายน่ะ………”   170 เซนติเมตรปะทะ 160 เซนติเมตรลึกลับซึ่งตี๊ต่างว่าต้องเป็นรุ่นน้อง

 

“เป็นแฟนคลับของฉันสินะ!”   เสียงของความเงียบงันเข้ามาแทรกแซงระหว่างคนทั้งคู่  เมื่อมือนั้นชี้ตรงมาที่ใบหน้าของคู่สนทนา…

 

พฤติกรรมการติดตามผลงานของนักแสดง

ถ้าไม่ใช่แฟนคลับก็ต้องเป็นแอนตี้แฟน….

                ผู้ชายขาดแคลเซี่ยมถึงกับพูดไม่ออก   เจ้าเด็กหนุ่มตรงหน้านี้ทั้งมารยาทแย่ ปากไม่ค่อยจะดี  เอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง…  คิดได้ยังไงว่าตนเป็นแฟนคลับ…   แต่จะเปิดเผยตัวเพราะความหงุดหงิดมันก็ใช่เรื่อง  มือที่กอดอกเอาไว้ขยับเขยี้อนบ่งบอกว่าอารมณ์ไม่ดี

 

“ถ้าฉันเป็นคนแสดงคู่กับนาย แล้วมีฉากเตะปาก  ฉันจะเตะปากนายจริงๆ”  เสียงทุ้มเอ่ยเยียบเย็นออกมา  เตะจริงไม่มีตัวแสดงแทน ไม่ใช้มุมกล้อง

 

เขาผู้ไม่ยอมถอดแว่นตาดำตวัดกายเดินไปหยิบน้ำเกลือแร่ในตู้แช่ก่อนจะเดินผ่านหน้าเอเลนไป    เด็กหนุ่มรีบตวัดตัวหันตามแผ่นหลังนั้นไป   “กินนมดีกว่าเกลือแร่นะ!”    หาเรื่อง……..

 

อีกฝ่ายไม่อยากต่อล้อต่อเถียงต่อ  เห็นชัดว่าทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น  พร้อมกับโทรศัพท์ในร้านสะดวกซื้อซึ่งฉายภาพโฆษณาที่นักแสดงหนุ่ม Levi เป็นคนเล่นขึ้นมา..   โฆษณาสั้นๆไม่ถึงนาทีที่เรียกให้ดวงตาสีเขียวหันไปมองด้วยความสนใจ

 

ดวงตาคมใต้แว่นตาดำเหลือบมองไปยังนักแสดงหน้าใหม่ประสบการณ์น้อย  สีหน้าและแววตาที่แสดงออกยามที่จ้องมองภาพโฆษณาในโทรทัศน์เปี่ยมไปด้วยความชื่นชม  ท่าทางกร่างๆก่อนหน้าหายไปหมด   เหลือเพียงภาพเด็กหนุ่มที่ต้องการไล่ตามอะไรบางอย่าง

 

ทำสีหน้าเหมือนตอนที่เจอกันในบริษัท Recon…    เจ้าเด็กบื้อที่ไม่รู้ความจริงอะไรในวงการบันเทิง   เด็กที่เพื่อนร่วมบริษัทคัดสรรมาเพื่อเป็นตัวเอกของละครฟอร์มยักษ์  แม้จะไม่มีชื่อเสียงเท่าใครๆ  ไม่มีหลักประกันอะไรว่าจะไม่ทำให้ละครดิ่งร่วง…

 

จะฝากฝังเรตติ้งของละครทั้งเรื่องเอาไว้ได้จริงๆน่ะเหรอ?

                มือแกร่งยกขึ้นขยับแว่นตาดำ  การถ่ายทำยังไม่เริ่มต้น  ทุกอย่างเป็นเรื่องของอนาคตอันใกล้ที่ยังมาไม่ถึง ยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร    “นายคิดว่าจะเล่นละครเรื่องนี้ไหวงั้นเหรอ ในบทตัวเอก?”

 

คำถามที่จู่ๆโผล่มาจากคนที่เมินใส่ตนเองเมื่อครู่ชวนให้ประหลาดใจ   “ไม่ไหวก็ต้องไหว  มีเพื่อนที่สนิทกันด้วย ต้องทำได้”

 

“อยากแสดงกับ….. นักแสดงคนนั้นรึไง?”   เงียบไปครู่หนึ่งคล้ายกับระวังคำพูด    เอเลนมองกลับไปแม้ไม่รู้ว่าสบตามองกับดวงตาใต้แว่นตานั้นได้หรือไม่

 

“อยากมาก  ได้แสดงในละครฟอร์มยักษ์ขนาดนี้ก็เป็นความฝันแล้วอย่างหนึ่ง  ถ้าได้แสดงกับนักแสดงที่เป็นแรงบันดาลใจ  จะสุดยอดมาก”  ความมุ่งมั่นที่แผ่ออกมานั้น..ราวกับเป็นบทหนึ่งในละคร….

 

“ผมจะเข้าร่วมทีมสำรวจ!  ผมจะฆ่าไททันให้หมด”

อารมณ์ความรู้สึกคล้ายกับบทเด็กนั่นใน Attack on Titan หรือเปล่านะ….

 

                การเล่นละครกับคนที่ไม่ถูกโรคไม่ใช่ปัญหา  มืออาชีพย่อมทำได้ทุกอย่าง  เล่นเป็นคนรักกับคนที่เกลียดกันปานจะกลืนกินก็ต้องทำได้เพื่อละคร  ยามนี้ชายหนุ่มพยายามมองเด็กตรงหน้าให้คล้ายกับมองเข้าไปในบทละคร  สิ่งที่หัวหน้าทหารมองดูเอเลน เยเกอร์…

 

ก็ยังไม่เข้าใจดีนัก…  ว่ามองเจ้าเด็กที่แปลงร่างเป็นไททันได้ด้วยความรู้สึกแบบไหน  จากที่มองเผินๆเป็นแค่หัวหน้ากับลูกน้อง  ถ้ามองแค่นั้นคงไม่มีโดจินสะพัดเต็มอินเตอร์เน็ตไปหมด…  เล่นโดยที่ไม่เข้าใจคงโดนวิจารณ์อย่างหนัก  … พอๆกับแฟนคลับที่ไม่พอใจเรื่องส่วนสูง

 

“ถ้าอยากพัฒนา ก็เข้าใจตัวละครของตัวเองให้ดีก็แล้วกัน”    มือคว้าหยิบถุงที่พนักงานคิดเงินให้เรียบร้อย  คำแนะนำจากแฟนคลับ(?)

 

เอเลนทำหน้าตางุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปนั้น   “เมื่อกี้ยังเสียงแข็งใส่อยู่เลยน่ะ…..”   อารมณ์ช่างแปรปรวนอย่างกับคนขาดน้ำตาล… แต่นี่ขาดแคลเซี่ยม

 

จู่ๆอีกฝ่ายก็ยื่นขวดบางอย่างมาให้ตรงหน้า  “ถ้านายไม่เอาค่านมไป  ก็เอานี่ไปแทน”  ขวดน้ำผึ้งผสมเกลือแร่ชุ่มคอ…..

 

เด็กหนุ่มผมน้ำตาลเข้มมองตามร่าง 160 เซนติเมตรซึ่งเดินออกไปนอกร้านอย่างเงียบๆ  มองสลับกับขวดน้ำในมือของตัวเอง  น้ำผึ้งผสมเกลือแร่ที่ช่วยให้ชุ่มคอเหมาะกับคนใช้เสียงมาก…. เหมาะกับนักแสดง    “เป็นแฟนคลับซึนๆรึเปล่าหว่า….”   เป็นแฟนคลับจริงๆสินะ….

 

การแสดงที่ต้องแหกปากมากๆจำเป็นต้องพึ่งของโด๊ป…

ก่อนจะไม่มีเสียงให้ใช้….

 

                บานประตูรถสปอร์ตติดฟิล์มมืดปิดลง  เจ้าของรถผมสีดำขลับสตาร์ทรถพร้อมกับดึงผ้าปิดปากออกไป     ยามถอดแว่นตาสีดำนั้นออกเผยให้เห็นดวงตาที่แท้จริงซึ่งเหลือบมองไปเบาะที่นั่งข้างคนขับ   ตรงนั้นมีหนังสือนิตยสารหลายๆเล่มวางอยู่  ทุกข่าวบันเทิงที่พาดหัวเรื่องบอยแบนด์วง CJ จะมารับบทในเรื่อง Attack On Titan

 

พาดหัวที่ใหญ่ที่สุดคือข่าวลือเรื่องของ Cony ที่จะมารับบทเป็นหัวหน้าทหารรีไวล์   “พวกนั้นคงเป็นคนปล่อยข่าวเอง”  ข่าว Unseen ส่วนใหญ่มาจากวงในกันทั้งนั้นล่ะ…

 

รีไวล์มองดูพาดหัวข่าวนั้นซ้ำๆ  หาได้สนใจข่าวซุบซิบเรื่องนักร้องหนุ่มออกเดทกับสาวในกรอบเล็กๆ    เพื่อนนักแสดงซึ่งพ่วงตำแหน่งผู้กำกับจนถึงตอนนี้ก็ยังพูดซ้ำๆซากๆเรื่องให้พิจารณาบท   และเขาก็ยังปฏิเสธเรื่อยๆอย่างเบื่อหน่ายที่จะตอบ

 

กระแสในอินเตอร์เน็ตมากมายก็อยากให้เขาเล่น แต่ติดปัญหาเดียวคือเรื่องของส่วนสูง…  ซึ่งจริงๆมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก  ปัญหาคงอยู่ที่เขาเองมากกว่า…   การเปิดเผยเรื่องราวที่ปกปิดเอาไว้ของนักแสดง  เป็นเหมือนดาบสองคมในชีวิตการทำงาน

 

การเปิดเผยส่วนสูงที่แท้จริงมันคงไม่ดังเท่า

เปิดเผยว่าเป็นเกย์หรืออะไรแบบนั้น

                เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หน้าจอเขียนแสดงชื่อของ Erwin  ก่อนจะรับก็ถอนหายใจล่วงหน้าไปก่อน   “มีอะไร?”   ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูไปพร้อมกับถอยรถยนต์ไปด้วย

 

[ผู้จัดการนายโทรตามหาว่านายอยู่ไหน   จะถึงเวลาถ่ายทำ CM แล้วอีกครึ่งชั่วโมง]  ดวงตาคมเหลือบมองนาฬิกาในรถยนต์เมื่อได้ยิน

 

“ยังไงก็ไปทัน ตอนนี้ฉันก็อยู่แถวๆที่ถ่ายนั่นล่ะ  ออลโอ้ตื่นตูมเกินไป”   การที่นักแสดงไปไหนมาไหนเองเงียบๆไม่บอกผู้จัดการล่วงหน้าก่อนก็ใช่ว่าจะดี….

 

เสียงหัวเราะเบาๆลอดผ่านโทรศัพท์มา  สมกับเป็นนักแสดงลึกลับอันดับหนึ่ง     รีไวล์หยิบนิตยสารบันเทิงบนเบาะข้างที่นั่งคนขับโยนไปเบาะหลัง..  ใต้นิตยสารเหล่านั้นคือบทของละครเรื่อง Attack On Titan บทที่เขายังไม่ตัดสินใจแต่อยู่ในช่วงโดนโน้มน้าว….

 

[โทรบอกออลโอ้ล่วงหน้าด้วยแล้วกัน  เดี๋ยวหมอนั่นจะกัดลิ้นตายจนเข้าโรงพยาบาลที่นายหายไป]  ทำงานกับคนที่มีอารมณ์ศิลปินต้องทำใจ….

 

แต่คนโดนเตือนก็คล้ายกับไม่ได้ตั้งใจฟังชายหนุ่มเพื่อนร่วมงานนัก   “เอลวิน  ฉันจะลองอ่านบทหัวหน้าทหารดีๆอีกครั้ง”

 

[จู่ๆก็เปลี่ยนใจขึ้นมารึไงรีไวล์?]  ดวงตาคมจ้องมองปกของบท  มองลึกและนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสามวันที่เคยเจอกับเจ้าเด็กหนุ่มที่มารับบทเป็นเอเลน เยเกอร์…

 

ความประทับใจที่มีต่อเจ้าเด็กบ้าคนนั้นออกจะติดลบ  ความประทับใจด้านดีๆ เกิดขึ้นแล้วก็ NG ไปอย่างรวดเร็ว  “ในบทมีฉากที่เตะปากเจ้าเด็กนั่นสินะ”  คนฟังถึงกับกินจุดไปกับคำพูดนั่น  น้ำเสียงจริงจังเสียจนยากจะคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นกันเฉยๆ….

 

[มันก็มีหรอกนะ  นายคิดอะไรล่ะนั่น?]  บทเตะปากนั้นสำคัญไฉน…   ฉากจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความสัมพันธ์ของตัวละครในการ์ตูนสองคนกลายเป็นที่พูดถึงขึ้นมา…

 

“ไม่มีอะไร  ฉันกำลังจะไปที่ถ่ายทำ  CM ฝากนายโทรบอกออลโอ้ให้ด้วยก็แล้วกัน”  ที่พูดไม่ก่อนหน้าคือไม่ได้ฟังและไม่สนใจฟังเลยสักนิด  รีไวล์กดวางสายไปด้วยตัวเอง วางโทรศัพท์ไว้ในที่ใส่ของข้างมือและไม่สนใจมองอีก

 

อย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็เข้าใจประโยคหนึ่งในบท….

[สิ่งที่นายต้องการ การสั่งสอนด้วยความเจ็บปวด]

                การตีความบทประพันธ์นั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับคนเขียนบทโทรทัศน์และตัวนักแสดงเอง   หากการตีความบทกลายเป็นแบบนี้ ชะตากรรมของ Eren ผู้มารับบทเอเลน เยเกอร์คงมิแคล้วโดนเตะปากแบบไม่ใช้แสตนอินเข้ามาแสดงแทนเป็นแน่แท้….

 

ร้านแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาดังยี่ห้อหนึ่งเต็มไปด้วยการ Set กล้องและอุปการณ์จัดไฟหลากหลาย   เหล่าทีมงานเดินเก็บอุปกรณ์เมื่อใช้งานเสร็จ  บ้างก็ยืนคุยกับเจ้าของเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม   ส่วนผู้จัดการเพียงหนึ่งเดียวของนักแสดงบริษัทชิกันชินะออกมายืนรอด้านนอกร้าน

 

อาร์มินมองนาฬิกาและสมุดโน้ต   ตารางงานของเพื่อนสนิทหญิงในวันนี้ก็เสร็จสิ้นไปด้วยดีอีกหนึ่ง เหลืออีกงานหนึ่งที่ต้องไปหลังจากนี้  ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่   รายได้หลักของบริษัทและเงินเดือนของเขา(?)ตอนนี้ขึ้นอยู่กับงานของมิคาสะเสีย 80%

 

“อาร์มิน เรียบร้อยแล้วไปกันเถอะ”  เด็กสาวซึ่งสูงถึง 170 เซนติเมตรเดินออกมาจากร้านหลังจากลาทีมงานตามมารยาทเสร็จสิ้น

 

“เหลืออีกงานเดียวก็กลับบ้านกันได้ล่ะ”  เด็กหนุ่มยิ้มให้เป็นกำลังใจ  แม้จะมองออกว่าคนข้างๆอยากกลับบ้านเต็มทีแล้ว.. เพราะวันนี้เป็นวันที่เอเลนไม่มีงานไงล่ะ

 

สองร่างเดินไปยังลานจอดรถซึ่งอยู่ห่างออกมา   บริษัทชิกันชินะนั้นไม่ใช่บริษัทใหญ่  ผู้จัดการจึงต้องขับรถเองไม่มีคนขับรถให้กับนักแสดง และนักแสดงก็ยังไม่มีรถยนต์ส่วนตัว   ก่อนที่มิคาสะจะอ่านรายละเอียดงานชิ้นสุดท้ายของวันนี้  เธอเปิดอินเตอร์เน็ตในโทรศัพท์ขึ้นมาตามข่าวสารทั่วไปเสียก่อน

 

“กระทู้เรื่อง CJ เต็มไปหมดเลยนะ  เรื่องของเอเลนตกไปเลย จนไม่มีคนสนใจว่าใครจะเล่นเป็นพระเอก”   เรื่องของเธอซึ่งเป็นนางเอกยังมีมากกว่าเสียอีก

 

“ความนิยมมันผิดกันนี่นะ….  ผมว่าเอเลนคงหงุดหงิดที่แพ้แจน”   สองคนที่ไม่ถูกโรคกันทั้งที่เส้นทางแทบจะเป็นคนละสาย… สายไอดอลกับสายนักแสดง

 

“ในหมู่ผู้หญิงยังไง CJ ก็ดังกว่า  ไม่งั้นคงไม่มีแฟนฟิคเต็มไปหมด”  มิคาสะสไลด์หน้าจอดูรายชื่อแฟนฟิคชั่นนักร้องที่เรียงรายกันเป็นตับ  สลับคู่กันไปเรื่อยๆบ้างเป็น Cony x Jean บ้างก็เป็น Jean x Cony

 

อีกทั้งทวิตเตอร์ของแฟนคลับที่ทวิตกันตลอดเวลา

ความนิยมนักแสดงหน้าใหม่ละครรอบดึกเทียบไม่ได้เลย…

                อย่าว่าแต่บอยแบนด์สองคนนั้น  จะมิคาสะหรือคนอื่นๆที่มาร่วมแสดง   การจะเป็นนักแสดงชั้นนำต้องชี้ชะตากันในละครฟอร์มยักษ์เรื่องนี้   เด็กหนุ่มจะไปถึงฝันได้จำต้องเล่นตีบทแตกในละครที่มีแต่คนเก่ง…  หากทุกอย่างไปได้ดีอนาคตการแสดงของเด็กหนุ่มและค่ายชิกันชินะก็จะสดใส…

 

“ผมก็เครียดเหมือนกันนะที่จู่ๆคุณเอลวินจับให้เล่นละครแบบนี้……”  ผู้จัดการที่โดนลูกหลงไปด้วยแบบไม่รู้ตัว แต่เพื่อค่าตัวเพิ่ม…..

 

ดวงตาสีดำขลับแม้เฉยชาแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน   ตอนนั้นสายตาของเด็กสาวพลันสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง  “นั่นแจน?”

 

หนึ่งหญิงหนึ่งชายในรถยนต์มองออกไปนอกกระจกรถ  จากมุมที่ทั้งคู่อยู่แลเห็นชายผมสีน้ำตาลอ่อนแกมปลายสีเข้มเดินอยู่ในอีกฝั่งถนน  แม้จะใส่แว่นตาดำ และแต่งตัวไม่โดดเด่น  กระนั้นคนในวงการด้วยกันก็รู้อยู่ดีว่านั่นคือเพื่อนร่วมวงการ

 

คนที่ทำผมสียาย้อมผมหมดแบบนั้นมีไม่กี่คนหรอก…    “เที่ยวตามประสาวันหยุดของไอดอลล่ะมั้ง”  ไม่ใช่ช่วงโปรโมท Single หรือ Album เสียด้วย…

 

แต่แล้วภาพหนึ่งก็สะกดให้คนทั้งสองยิ่งจ้องมอง  เมื่อมีรถยนต์คันหนึ่งเข้ามาจอดรับไอดอลหนุ่มความนิยมอันดับสองของวง CJ ไป   รถยนต์ที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด…   อาร์มินและมิคาสะหันมองหน้ากันในทันทีทันใด  นั่นไม่ใช่รถของบริษัทเสียด้วย

 

“นั่นใช่รถของคุณเอลวินรึเปล่า?”    ครั้งที่สองแล้วที่เห็นเหตุการณ์น่าสงสัยแบบนั้น…..  เมื่อคนที่เลือกให้ไอดอลหนุ่มเล่นบทนั้น ก็คือตัวผู้กำกับเอง….

 

เรื่องลับๆใต้วงการมายานั้นมีมากมาย

อย่างกับความลับของจักรวาลบนท้องฟ้า

                โปรไฟล์ที่เขียนประวัติผิดครั้งเดียวก็เป็นตราบาปให้รับงานยาก   นิสัยที่ในจอและนอกจอต่างกัน  ความทะเยอทะยานเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝัน   หน้าข่าวลือในอินเตอร์เน็ต  แฟนคลับที่คาดหวัง   การโคจรมาเจอกันของเหล่าคนบันเทิงในหลายวงการ   การแถลงข่าวเปิดตัวละครใกล้จะมาถึง….

 

….การแสดงละครกับคนที่ไม่ชอบหน้านั้นไม่ใช่เรื่องยาก….

 

….แต่ก็มีคนมากมายที่รับบทเพื่อให้ได้ฉะกันผ่านละคร…

 

….ละครเรื่องหนึ่งประกอบด้วยความตั้งใจของนักแสดงหลายๆคน…

 

 

———————————

Free Talk : โฮวกกกก หายไปนานกับ NG กลับมาแล้วค่ะ พยายามจะสลับเขียนไปเรื่อยๆ OTL” รีไวล์ซังเริ่มมีความคิดจะเล่นละครขึ้นมาแล้ว ส่วนเอเลนก็ยังบื้อจนทำเรื่อง NG ใส่อีกคนไปเรื่อยๆแบบไม่รู้ตัว

ปล. เรื่องนี้ไม่ใช่เอลแจนหรอกนะ 5555

Advertisements
 
5 ความเห็น

Posted by บน 02/02/2014 in Uncategorized

 

5 responses to “[Au-TitanFic] Attack on NG (Levi x Eren) Take.4

  1. firodendon

    02/02/2014 at 3:33 PM

    ปล. เรื่องนี้ไม่ใช่เอลแจนหรอกนะ 5555 << กำลังจะทักเลยค่า 55555

     
  2. CheeseZzAnn

    02/02/2014 at 3:50 PM

    กำลังจะปักธง เอลแจน แล้วเชียว =3=

     
  3. Bee Saiwong

    02/02/2014 at 8:07 PM

    หึหึ ฉากท่าเตะในตำนาน >0<
    " ปล.เรื่องนี้ไม่ใช่เอลแจนหรอกนะ " <<<< เหมือนดักเลยค่ะ ฮาาาา

     
  4. Kapunoii Yaoiworlds

    02/10/2014 at 2:46 AM

    กำลังคิดเลยว่าหรือจะเป็นเอลแจนเหมือนปิ้งรัก แล้วบักแจนจะคู่กับใครอาร์มินหรือไม่ แต่ก่อนหน้านั้นอยากให้แอบหลงรักเอเลนบ้าง อยากได้โมเม้นคู่นี้นิดๆ แต่ปิดท้ายด้วยเฮย์โจเท่านั้นนะครัช เป็นกำลังใจให้ตอนต่อไปครับ หวังว่าจะคลอดออกมาเร็วๆนี้ ยังไงก้อสู้ๆและพักบ้างนะครับถ้าเหนื่อยเกินไป

     
  5. milkmilkck

    11/05/2014 at 6:32 PM

    ถึงจะไม่ใช่เอลแจน แต่สถานการณ์มันน่าคิดมากค่ะ 555

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: