RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 19

02 ก.พ.

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”

Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

 

ถ้าเครื่องสำอางทำให้ผู้หญิงสวยขึ้นได้ แล้วผู้ชายล่ะ?

                การจับผู้ชายไปแต่งหน้าเพื่อให้ออกมาดูดีกว่าปกติเป็นเรื่องที่ไม่นิยมทำกันนัก  ในกรณีที่ไม่ใช่ดารานักร้อง มุกเสี่ยวนั้นมีบอกเอาไว้ว่า ผู้ชายจะหล่อและดูดีต้องออกมาจากข้างใน  แม้หน้าไม่หล่อแต่ใจพี่หล่อมาก….  ในเมื่อเครื่องสำอางไม่ใช่ของที่ทำให้ผู้ชายดูดีขึ้นในวันปกติ  เครื่องแบบจึงกลายเป็นมาอันดับ 1 ของไอเท็มที่ผู้หญิงคิดว่าขับรัศมีผู้ชายได้ขึ้นมาทันที

 

เสื้อกาวน์ เสื้อช้อป ชุดสูท เครื่องแบบทหาร

แต่ผู้ชายใส่ช้อปในเครื่องนี้นั้นชอบผู้ชาย…

ตอนที่ 19 :  พันธะที่ถูกยกมาใช้บ่อยๆเพื่อผูกมัดคือหนี้เงินตรา

 

17.00 น.  ณ สถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน  พนักงาน นักเรียน และนักศึกษาหยุดยืนรอรถไฟฟ้าบริเวณชานชาลาแน่นขนัด   เจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นคอยเดินสอดส่องคนที่ทำผิดกฏระเบียบ และยืนในพื้นที่ห้ามเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย จึงมีเสียงนกหวีดเป่ามาเป็นระยะๆ

 

อลิน แย้มเก้อพาดเสื้อกาวน์ไว้บนไหล่พลางยกมือขึ้นป้องปากหาว   วันนี้คาบเรียนสุดท้ายของเขาเลิกเร็วกว่าที่คิดเพราะอาจารย์มีธุระ  แต่การเรียนที่หนักหน่วงมาตลอดทั้งวันก็สูบพลังชีวิตไปเยอะแล้ว  ภาพเตียงนอนและโซฟาหน้าโทรทัศน์ลอยเข้ามาในหัวเป็นระยะๆ

 

การเป็นนักศึกษาแพทย์เป็นความฝันที่มีมาตลอดตั้งแต่สมัยยังเด็ก   พ่อของเด็กหนุ่มแม้ปัจจุบันก็ยังชอบซื้อขนมปังไส้แก่ๆมาให้เหมือนกวนประสาท หากแต่ผู้ให้กำเนิดซึ่งเป็นนายแพทย์ก็เป็นต้นแบบในดวงใจอยู่ดี  เพราะฉะนั้นการเรียนที่หนักหนาขึ้นทุกชั้นปีจึงไม่ใช่เรื่องที่ชนแล้วจะถอย  มีแต่ต้องพุ่งชนต่อไป….

 

[ผมกำลังกลับคอนโดนะครับ เลิกเรียนแล้ว]  มือพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์มือถือส่งไปหาแฟนหนุ่มที่ได้เวลาเลิกงานแล้วเช่นกัน

 

ไม่ถึง 1 นาทีหลังจากนั้น ข้อความตอบกลับจากอีกฝั่งหนึ่งก็ส่งมาอย่างไวว่อง   [เจอกันที่สถานีสยาม   วันนี้กินข้าวข้างนอกก็แล้วกัน]   คิ้วสีน้ำตาลเข้มเลิกขึ้นยามอ่านแต่ละตัวหนังสือ

 

โดยปกติแล้วถ้าไม่มีโอกาสพิเศษจริงๆ วันธรรมดาซึ่งเป็นวันเรียนและวันทำงาน  แฟนอายุมากกว่าจะเป็นคนทำกับข้าวเองที่คอนโดมีเนี่ยมมากกว่าจะออกไปกินข้างนอก  หากเป็นวันหยุดก็มักจะไปที่บ้านที่สะพานควาย หรือไม่ก็ไปเดท  หรือวันนี้มีโอกาสพิเศษอะไร?

 

อลินยังคงเดาไม่ออก  เด็กหนุ่มส่งข้อความตอบรับไปอย่างรวดเร็ว เขาอาจจะง่วงอยากนอน แต่รีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุลเป็นคนชวนก็ไม่มีทางปฏิเสธ   อีกฝ่ายก็ทำงานทั้งวันและเหนื่อยเหมือนๆกัน  ไม่นานนักรถไฟฟ้าพลันเคลื่อนขบวนเข้ามาจอดรับผู้โดยสาร

 

ก้าวขาขึ้นรถไฟฟ้ามาได้พลันนึกถึงเพื่อนสนิทที่หายเงียบไปเพื่อออกไปซื้อสูท   นักศึกษาหนุ่มที่ถูกประกบด้วยสาวออฟฟิศสองคน ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง?   แลดูน่าเป็นห่วง แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าคงจะไม่เป็นไร ผู้หญิงเลือกให้ย่อมออกมาดูดีมากกว่าตัวเองหรือเพื่อนผู้ชายมอง

 

‘งานแต่งงานเหรอ….  จะได้ไปงานแต่งงานพี่เพชราหรือว่าคุณหาญจิตรึเปล่านะชาตินี้…..’  ช่างเป็นความคิดที่โหดร้ายสมเป็นจอมมารในคราบนักศึกษาแพทย์อย่างแท้จริง….

 

ผู้ชายโสดและดีในบริษัทสำรวจและกำจัดภายในบ้าน

คงไม่ได้เป็นเกย์กันหมดแล้วใช่ไหม?

                ข้ามผ่านชานชาลาสถานีสะพานตากสินมายังห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านปทุมวัน  ถัดจากร้าน Armani มายังร้าน Dolce & Gabbana  ปฏิบัติการของเหล่านางฟ้าของซินเดอเรลล่าก็ยังไม่เสร็จสิ้นง่ายๆ   หญิงสาวทั้งสองยืนกอดอกจ้องมองประตูห้องลองเสื้อ

 

เมื่อเด็กหนุ่มซึ่งเคยสวมใส่เสื้อช้อปเปิดประตูออกมา  พวกเธอก็มองตั้งแต่หัวจรดเท้า    “ไม่ไหว ดูเหลาะแหละมาก ไม่เข้า!”   จัน สะกิดใจที่กลายเป็นตุ๊กตาลองเสื้อสูทถอนหายใจรอบที่หลาย…

 

สูทตัวล่าสุดที่สาวๆให้ลองสวมใส่เป็นเสื้อสูทโทนสีน้ำตาล  ซึ่งใส่แล้วไม่เข้ากับบุคลิกของพ่อหนุ่มวิศวะ   “ผมว่าใส่สีดำก็ดีแล้วล่ะครับ…”   หลังจากงานนี้ก็ใช้ได้อีกหลายงานเพราะมันเป็นโทนสีกลางที่สุด…

 

“สีดำกับสีเทานี่ ฉันนึกถึงอัศวินกับรีวัลย์ขึ้นมาทุกที  มันดูสูงวัยไปสำหรับเธอที่อายุยังน้อยน้องปลวก”  นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้… ผู้หญิงยามเลือกเสื้อผ้าช่างน่ากลัว….

 

“ลองเอามารวมกันมั้ยล่ะคะ  สีดำกับสีเทาเข้ม  ไม่ก็สีเทาเข้มไปเลย”  เพชราเดินไปหยิบจับเสื้อสูทและเวสตัวในมาลองทาบกับร่างของนักศึกษาวัยละอ่อน

 

แม้พวกเธอจะเลือกเยอะ  แต่การที่ทั้งคู่พยายามช่วยเด็กหนุ่มที่ไม่ได้สนิทสนมหรือเป็นเพื่อนเป็นญาติอะไรกันแบบนี้  จัน สะกิดใจจึงไม่กล้าบ่นอะไรนอกจากทำตัวเป็นหุ่นลองเสื้อว่าง่ายต่อไป  ปัญหาคือแต่ละตัวที่พวกเธอหยิบมามันแพง แพง แพงและแพงน่ะสิ….

 

“งั้นผมจะลองดู…”  จันเดินกลับไปในห้องลองเสื้ออีกครั้ง  ปล่อยให้พี่เลี้ยงทั้งสองคนยืนมองเสื้อผ้าในร้านรอไปพลางๆ

 

“พวกเราควรเลือกที่พวกเราชอบหรือว่าอัศวินชอบคะ?”   จนถึงตอนนี้นางฟ้าผมสีน้ำตาลส้มเพิ่งจะเริ่มคิดถึงจุดเริ่มต้น…  กระนั้นเรื่องรสนิยมของประธานใครจะไปรู้เท่าตัวประธานกันล่ะ

 

“นั่นสินะ  พวกเราไม่ได้เป็นควงน้องปลวกซะด้วย”   ผู้ชายที่ดูดีและเป็นถึงเดือนมหาวิทยาลัยคนนั้นชอบผู้ชาย  เป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนอย่างร้องไห้

 

ผู้ชายหน้าตาดีสองคนควงกันไปงานมันน่าระทมขนาดไหน

 

ไม่นานตัวละครที่เกี่ยวข้องก็มาปรากฏตัวขึ้น   บานประตูกระจกของร้านเปิดออกเผยร่างสูงใหญ่ของประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  เสียงพนักงานร้านเอ่ยทักทายต้อนรับลูกค้ากิตติมาศักดิ์เรียกให้ลูกน้องและรองประธานหันไปมองในทันที

 

“อัศวิน  ตามมาเร็วชะมัด อย่าบอกนะว่าออกมาก่อนเวลาเลิกงาน?”   หญิงสาวสวมแว่นสถานะโสดรีบทัก   บริษัทเลิกห้าโมงตรง  แต่คนแถวนี้มาถึงสยามในเวลา 5 โมงกว่าๆนี่มัน….

 

“ออกตามเวลานั่นล่ะ  เวลาเลิกประชุมกับเคลียร์งานนิดหน่อย”   อัศวินยิ้มและขำในคำทักทายแรกของเพื่อนฝูง  มองเป็นคนอย่างไรกันไปหมดแล้ว

 

“ตอนนี้น้องจันเข้าไปลองเสื้ออยู่ค่ะ  ลองมาหลายแบบหลายสีแล้ว  น้องแกใส่อะไรออกมาก็ดี แต่มันยังหาที่สุดไม่เจอ”  เลขาสาวของที่ปรึกษาจับคางใช้ความคิด

 

“จันของฉันดูดีสินะ  ควงไปงานคงมีคนอยากเข้ามาทำความรู้จักแน่ๆ”  ประโยคหลังนั้นคนฟังเห็นด้วย  แต่ประโยคแรกที่ออกจากปากหนุ่มใหญ่นี่มันสะดุดหูนัก…

 

ถ้าเจ้าตัวมาได้ยินคงแหกปากโวยวายว่าไปเป็นของประธานบริษัทตั้งแต่เมื่อไหร  เพชราและหาญจิตมองหน้ากันและกันคล้ายกับส่งสัญญาณผ่านดวงตาโดยไม่ต้องพูดตกลงกัน   บีหนึ่งเข้าใจว่าอย่างไร บีสองก็เข้าใจในทันทีว่าต้องทำอะไรต่อ

 

“ไหนๆนายก็มาแล้ว พวกฉันยกหน้าที่ให้นายต่อก็แล้วกัน  พวกฉันหิวแล้ว”   ทั้งๆที่ออกมาถึงห้าง กลับไม่ได้กินของหวานที่อยากกิน  ไม่ได้ช้อปปิ้งให้หายอยาก

 

อัศวินพยักหน้าตอบรับ  พร้อมกับยื่นมือออกไปรับบัตรเครดิตของตัวเองคืนมา  ถ้าไม่เอาคืนมาตอนนี้สองสาวคงเอาไปใช้เองเป็นแน่…   “ขอบใจมาก  เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง”   ภารกิจเลือกชุดใส่ไปงานของหนุ่มวิศวะมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ

 

แล้วนางฟ้าก็ทิ้งซินเดอเรลล่าไว้ในรถฟักทอง…

ปล่อยให้เจ้าชายออกจากวังมาหาด้วยตัวเอง….

 

                ชายหนุ่มผมบลอนด์ทองตาสีฟ้ามองดูเสื้อผ้าที่แขวนเรียงรายเอาไว้   แต่ละชุดที่พนักงานกำลังจัดเก็บคงเป็นตัวที่ลองใส่ไปบ้างแล้ว  มีทั้งสูทยาว สูทสั้น สีเทา สีดำ สีน้ำตาล มีกระทั่งสีส้ม สีเหลือง…  แบบหลังๆสองสาวคงเลือกมาให้ลองเล่นๆ

 

อัศวินหยุดยืนหน้าห้องลองเสื้อ  ฉับพลันประตูนั้นก็เปิดออกมา   “ขอโทษนะครับคุณเพชรา ช่วยผูกเนคไทด์ให้ผม………..หน่อย………….”  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนิ่งค้าง

 

ดวงตาสีฟ้าที่แตกต่างจากเจ้าตัวมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของนักศึกษาหนุ่มในเสื้อสูทสีเทาเข้มแกมสีดำ  เรียวปากคมคลี่ยิ้ม    “ออกมาดูดีใช้ได้เลยนะจัน”

 

“แว๊ก!!!!!”    คนไม่ทันตั้งตัวว่าจะได้เจอถอยหลังกลับไปในห้องลองเสื้อ หลังแนบกระจกพาตัวเองไปชิดมุมโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

คนที่เพิ่งมาแทนที่จะยืนยิ้มอยู่ภายนอกห้องกลับเดินตามเข้ามาในห้องลองเสื้อด้วย   มือยื่นออกไปจับเนคไทด์ที่ผูกไม่เรียบร้อยนั้น   “ไม่ค่อยใส่ชุดนักศึกษาก็เลยผูกไทด์ไม่เรียบร้อยเลยนะ”   ธรรมชาติของนักศึกษาที่ไม่ได้ใส่เครื่องแบบเต็มยศหากไม่ได้ไปสอบ

 

จัน สะกิดใจปากสั้นพะงาบๆเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกเมื่อโดนจู่โจมอย่างรวดเร็ว    “คุณตามมาถึงที่นี่ทำไมน่ะท่านประธาน!?”   ไม่อาจหนีออกห่างได้เมื่ออีกฝ่ายจงใจผูกเนคไทด์ช้าๆ….

 

ห้องลองเสื้อที่แคบอยู่แล้ว  ยิ่งมีคนเข้ามาช่วยผูกเนคไทด์ให้ในระยะประชิดยิ่งทำให้มันแคบเข้าไปอีก..   “อยากมาดูว่าเธอเป็นยังไงบ้าง  ถ้าได้ไม่ถูกใจฉันก็คงไม่ดี   ยังไงเธอก็เป็นคู่ควงไปงานของฉัน”

 

“คู่ควงอะไรล่ะครับ!   แค่ไปเป็นเพื่อน!”   เพราะรู้สึกผิดที่ปล่อยให้รอนาน  เป็นการไถ่โทษที่พาตัวเองไปจนมุมโดยแท้….

 

“เสร็จแล้ว   เธอดูดีนะใส่สูทแบบนี้ ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเลย”  มือใหญ่ตบที่เนคไทด์ยาวช่วงกลางอกของอีกคน   เสื้อสูทสีดำขลับ  เวสสีเทาและเนคไทด์เข้มกว่านั้นเปลี่ยนนักศึกษาที่สวมใส่แต่เสื้อช้อปวิศวะให้ออกมาดูดีขึ้นไปอีกขั้น  ยามโดนจ้องมองด้วยรอยยิ้มเด็กหนุ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที

 

….ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะไปด้วยกันเลยแท้ๆ…

                นักศึกษาหนุ่มตวัดกายหันไปมองกระจกเงาด้านหลังของตัวเอง   มองดูตัวเองในกระจก…  ก็ออกมาดูดีไม่ใช่เล่น  ไม่คิดว่าตัวเองจะหล่อได้อีก(?)ขนาดนี้  มันช่างน่าถ่ายรูปไปให้แม่ดูเพื่อเย้ยว่าไม่ได้หล่อเสียของซะจริง…  นี่เป็นครั้งแรกที่ใส่สูทเต็มรูปแบบขนาดนี้

 

แม้มันจะออกมาดูดี  แต่สัญญาณการเป็นหนี้เพราะไม่อยากยืมพ่อแม่ก็ลอยมาแล้ว    “ไม่ใช่ว่าตามมาเพราะจะย้ำเรื่องหนี้ค่าสูทหรอกเหรอครับ?”

 

คิ้วคมสีอ่อนเลิกขึ้น  “ฉันยังไม่ทันคิดเรื่องนั้นเลย  เธอคิดไปก่อนแล้วสินะ”   ก็แค่ช่วยสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายไปก่อนก็แค่นั้นเอง

 

จันเงียบใส่เมื่อจนมุมอีกรอบ  หรือเขาควรจะบอกพ่อแม่เรื่องค่าสูทจะได้ไม่เป็นหนี้บุญคุณกัน…  แต่ถึงกระนั้นประธานหนุ่มก็เป็นคนชวนเขาไปงานก็ควรจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายนี้อยู่แล้ว   จนถึงตอนนี้เด็กหนุ่มก็ไม่กล้ามองป้ายราคาทั้งหมด…

 

“สรุปว่าเอาตัวนี้ล่ะครับ คงไม่ต้องลองแล้ว”    มือยกขึ้นหมายจะถอดกระดุมเสื้อสูทออก… แต่ต้องชะงักอีกรอบเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีคนอยู่ในห้องลองเสื้อด้วย

 

“ฉันชอบนะสูทตัวนี้   แต่เธอใส่ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร”   อัศวินเข้ามายืนด้านหลังในระยะประชิด   มือแกร่งเอื้อมไปด้านหน้าของคนในชุดสูทสีเข้มเพื่อปรับเสื้อเวสให้พร้อมกับเนียนกอดไปในตัว

 

คนโดนลวนลามแบบเนียนๆแผดร้องออกมาแม้จะไม่มีเสียงเพราะกลัวคนด้านนอกจะได้ยิน   จากกระจกตรงหน้ามองเห็นใบหน้าแย้มยิ้มอารมณ์ดีของคนเนียนอย่างชัดเจน   มันไม่ใช่ช่วยแต่งสูทแล้ว นี่มันต้องการกอดเอวชัดๆไม่มีจุดประสงค์อื่น!!

 

“ท่านประธาน!   เสื้อเวสมันไม่ได้ปรับตรงเอวหรอกนะครับ!!”    ตวัดหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายสูงกว่า 10 เซนติเมตร    ยิ่งกลายเป็นอยู่ในสภาวะที่ล่อแหลมกว่าเดิม….

 

จัน สะกิดใจ นายมันโง่แท้ๆ!!!!

                ห้องลองเสื้อสี่เหลี่ยมแคบๆไม่เหมาะให้ผู้ชายสองคนเข้ามาอยู่ด้วยกัน  หนึ่งคนยืนพิงกระจกจนมุม  อีกคนยืนใช้มือคร่อมไม่ให้อีกคนหนีไปได้ถ้าไม่ใช้กำลังออกไป    ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องเขม็งกลับ  ดวงตาสีฟ้าก็หาได้หลบเลี่ยงไปทางอื่น ซ้ำยังยิ้มน่าเตะให้อีกตะหาก….

 

“โดนแกล้งขนาดนี้แล้ว  เธอจะยังไปงานแต่งงานไมค์รึเปล่านะ”   เสียงทุ้มเอ่ยถาม   วิญญาณมารร้ายในตัวพระร๊องรองกู่ร้องว่าไม่ไปอย่างแน่นอน

 

แต่วิญญาณคนดีที่ต้องรักษาสัญญากลับถีบมารออกไปห่างๆ   “….แกล้งผมแล้วเพิ่งจะมาถามเหรอครับ เพิ่งคิดได้?”    อัศวินหัวเราะร่วน

 

“Your cheeks flush when I tease you , I like it”   สิ้นประโยคหนุ่มวิศวะรู้สึกเหมือนมีระเบิดข้างในร่างกาย   ใบหน้าเปลี่ยนสีเป็นสีแดงก่ำ

 

พาให้ต้องยกมือขึ้นมาตบหน้าตัวเองให้หายแดงชนิดไม่กลัวเสียหน้า   ไอ้หน้าบ้า!!  จะแดงทำไมวะเนี่ย!  มันต้องแดงอยู่แน่ๆ   “Shut up!!!  Don’t tease me!”   ปฏิกิริยาตอบกลับเมื่อเจอเสียงในฟิล์มทำงานในทันที

 

“1 kiss for your 1 request Ok?”    แทนที่จะได้จูบพลันได้หมัดกระแทกเข้ากลางอกในทันที     ปรอทความเขินอายของจัน สะกิดใจใกล้จะระเบิดออกมาเต็มที

 

“ผมจะเปลี่ยนเสื้อแล้ว กรุณาออกไปด้วยครับท่านประธาน!”   กลับมาเป็นเสียงพากษ์ไทยเหมือนเดิม  พร้อมกับเท้าที่พร้อมจะยันคนออกไปได้ทุกเมื่อ…

 

การตั้งรับที่รุนแรงขึ้นของกระต่ายตื่นๆเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคุณสมิงห์    ปฏิกิริยาสดใหม่แบบนี้ไม่มีทางได้เห็นจากผู้ใหญ่รุ่นราวคราวเดียวกัน  เจอได้ยากในหมู่คนวัยทำงาน  เป็นปฏิกิริยาที่สดใหม่เฉพาะของนักเรียนและนักศึกษาอย่างแท้จริง….

 

ยามที่เด็กหนุ่มประหม่า มันยิ่งทำให้อยากแกล้งขึ้นไปอีก   เพื่อนร่วมงานซึ่งตกหลุมพราง(?)ของเด็กมัธยมต้นไปเมื่อ 6 ปีก่อนคงเคยเกิดความรู้สึกแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก    “สรุปว่าเธอก็ยังไปงานแต่งงานกับฉันใช่มั้ย?”

 

เดือนมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบจ้องมองนิ่ง   “ถ้าไม่ออกไปใน 5 วินาทีผมอาจจะเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว”   สิ้นคำก็เริ่มนับเลขเพื่อต่อรอง

 

….ทั้งๆที่ทำตัวต่อต้านเสียขนาดนั้น..

….กลับไม่ปฏิเสธและไม่ยอมผิดคำพูดที่ตัวเองลั่นเอาไว้…

 

                ความเป็นคนดีของจัน สะกิดใจทั้งที่แสนพยศนั้น… พาให้ชายหนุ่มตกหลุมรักเข้าอีกครั้ง   เสือควรจะเป็นสัตว์กินเนื้อจับกระต่ายกินซะง่ายๆ  แต่กระต่ายตัวนี้ไม่เหมือนเหยื่อธรรมดาทั่วไป  เป็นครั้งแรกที่ยอมให้ถึงขนาดนี้  ยอมให้คนๆหนึ่ง… ขอแค่ไม่วิ่งหนีอีกก็พอ

 

“ฉันจะรอข้างหน้านะ  สรุปว่าเธอเอาตัวนี้สินะ ฉันจะได้จัดการบอกพนักงานให้คิดเงินเลย”   จันหยักหน้าตอบ  คนจ่ายเงินจึงเดินออกไป

 

เสือออกไปจากห้องลองเสื้อ   กระต่ายซินเดอเรลล่าจำเป็นก็ทรุดตัวลงนั่งกอดเข่ากับพื้นทันที   ใบหน้ากลับมาแดงก่ำอีกครั้ง…  “บ้าเอ๊ย……”    หัวใจเต้นแรงเพราะการหลอกล้อของผู้ใหญ่ที่มีชั้นเชิงการจีบอย่างน่ากลัวนั่น…

 

ทำไมเขาไม่ปฏิเสธออกไปเสียเลย จะได้ไม่ต้องเป็นหนี้ค่าสูท  จะได้ไม่ต้องต่อสู้กับจิตใจของตัวเองขนาดนี้… ความเป็นคนดีไม่อยากผิดคำพูดที่เป็นมาตั้งแต่สมัยเด็กนี่มันแย่….  งานแต่งงานครั้งนี้มันไม่เหมือนงานแต่งงานทั่วๆไป… แต่เป็นงานแต่งงานของแฟนเก่าท่านประธาน…

 

ผู้ชายที่ทำตัวเหมือนไม่รู้สึกอะไร ก่อนหน้านี้เคยเมามายเสียศูนย์    ผู้ใหญ่ที่ไม่ปริปากบ่นแม้จะโดนทิ้งให้รอนานสองนาน…   ทั้งๆที่อีกฝ่ายก็น่าจะรู้ว่า….   “ต้องรู้อยู่แล้วแหงๆว่าฉัน….”  ยังมีใจให้กับรักครั้งแรกไม่น้อย…

 

แต่ก็ยังออกปากชวนให้ไปด้วยกัน  เขาก็บ้าที่รับปากไป…  และบ้าต่อที่โดนทำขนาดนี้แล้วยังไม่ปฏิเสธอีก  ยิ่งคิดก็ยิ่งวนกลับมาที่เดิม   “ก็แค่ไปหาข้าวฟรีในโรงแรม…”   สรุปให้ตัวเองอย่างง่ายๆและรักษากำแพงที่มีเอาไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน….

 

คนผิดหวังในความรักสองคนควรจะมาลงเอยกัน

ทฤษฎีแบบนั้นมันผูกมัดเกินไปแล้ว!?

 

                อัศวินยืนตรงหน้าแคชเชียร์ของร้านพร้อมกับพนักงานสองคนที่ช่วยกันคิดราคาจากป้ายแต่ละตัว   พนักงานชายและหญิงคอยเหลือบมองหน้าคนยิ้มค้างเป็นระยะๆ   เมื่อครู่นี้ทั้งสองคนคอยแอบฟังจากด้านหน้าห้องลองเสื้อ แม้รู้ว่ามันเสียมารยาท แต่เสียงโวยวายและอึกทึกคึกโครมนั่นมันทำให้กลัวว่าลูกค้าจะเป็นอันตราย…

 

หากแต่เมื่อมองดูใบหน้าเปี่ยมสุขของคุณลูกค้าแล้วนั้น…  เหตุการณ์ในห้องลองเสื้อคงไม่ใช่การทะเลาะกันหรอก   “มีอะไรเพิ่มอีกไหมครับคุณลูกค้า”

 

“อ๋อ  เนคไทด์เส้นนี้แล้วก็นาฬิกาเรือนนี้ด้วย”    มือแกร่งหยิบของสองสิ่งวางลงบนเคาน์เตอร์  เนคไทด์สีเขียวเข้ม  และนาฬิกาผู้ชายเรือนสีขาวดำแดง

 

“ห่อของขวัญให้ด้วยนะ  เป็นของขวัญให้คนสองคนที่สำคัญกับฉัน”   คำพูดและรอยยิ้มจางๆนั้นชวนให้พนักงานสาวหัวใจเต้นตึกตัก   ของขวัญสองชิ้นซึ่งมีความหมาย….

 

“ได้ครับ แยกกล่องนะครับ”    หนึ่งเนคไทด์  หนึ่งนาฬิกาให้กับใครบางคน

 

ตัวเลขที่หน้าจอของเครื่องติดเซนเซอร์เอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเงินที่ประธานหนุ่มต้องลงทุนไปกับการพาเด็กหนุ่มออกงาน   ขณะที่ในห้องลองเสื้อจัน สะกิดใจก็ยังคงจ้องหน้าตัวเองไปพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าไปพลาง  ความสัมพันธ์นี้เข้าใกล้ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกเข้าทุกที่….

 

ไม่ใช่เพียงคนรู้จัก  ไม่ใช่เพื่อนสนิทหรือคบเพียงเผินๆ…

ไม่ใช่แฟนหรือคนรักที่มีความรักตอบรับกันและกัน…

เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกเกินกว่าจะเรียกว่าเพื่อนธรรมดา

                ร้านชาไข่มุกบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยามมีวัยรุ่นและคนทำงานเดินซื้อและจากไปเรื่อยๆ    เยื้องจากร้านเครื่องดื่มเผยร่างของชายหนุ่มผมสีดำขลับในเสื้อสูทไม่กลัวร้อนยืนสไลด์หน้าจอโทรศัพท์เพื่ออ่านข่าวสารในอินเตอร์เน็ต  การแต่งตัวเต็มยศขับให้ชายผู้นั้นเป็นจุดเด่นอยู่ไม่น้อย

 

ทั้งหน้าตาที่นิ่งเฉย ทั้งส่วนสูง 16 0เซนติเมตรที่หาได้ยากแล้วสำหรับผู้ชายวัยทำงาน…  ก่อนที่จะโดนแซะไปมากกว่านี้ คนที่โดนแซะได้โอมจงเงยขึ้นจากโทรศัพท์ของตัวเอง   ดูเหมือนขบวนรถรอบต่อมาของ BTS จะมาถึงสถานีสยามแล้ว

 

“พี่รีวัลย์!   มาแล้วครับ!”   พร้อมกับการปรากฏตัวของแฟนเด็กในชุดนักศึกษา   อลิน แย้มเก้อรีบเก็บบัตรแรบบิทลงในกระเป๋าพร้อมกับหอบเหนื่อยที่รีบวิ่งลงมา

 

“นายไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ หิวแล้วงั้นเหรอ?”   เอ่ยพลางยกมือขึ้นขยี้ผมสีน้ำตาลเข้มที่ยุ่งเล็กๆ    เจ้าหมาน้อยยิ้มให้คุณแรคคูน

 

“ยังไม่หิวขนาดนั้นหรอกครับ  แต่เดี๋ยวพี่รีวัลย์จะรอนาน”  ตั้งแต่เมื่อก่อนที่มักโดนสอนไว้ว่าไม่ควรให้ผู้ใหญ่ต้องรอ  จนถึงตอนนี้ก็ยังทำตามอยู่

 

รีวัลย์ยิ้มบางๆเมื่อมองดูเด็กหนุ่มนักศึกษาแพทย์   “ไปกันเถอะ”   เลื่อนมือไปคว้ามือของอีกคนให้เดินตามมา   แสดงออกถึงความเป็นคนรักไม่สนใจสายตาของใคร

 

“จะไปกินอะไรเหรอครับ?   วันนี้มีโอกาสพิเศษอะไรรึเปล่า จู่ๆก็ชวนกินข้าวข้างนอก”   อลินก้าวขาเดินไปเคียงข้าง  ยามมองดูชายหนุ่มในเวลานี้รู้สึกว่าอีกฝ่ายนิ่งราวกับมีอะไรบางอย่าง

 

“ก็แค่วันนี้อยากกินข้าวกับนาย   นึกถึงตอนที่พวกเราเคยมาดูหนังด้วยกันเมื่อ 6 ปีก่อน”  ครั้งแรกที่เรียกได้ไม่เต็มปากว่าคือการมาออกเดท  เพราะมันคือการหลอก(?)เด็กออกมาเจอกัน…

 

ห้างสรรพสินค้าที่เราออกมาเจอกัน

ในวันที่แมลงสาบบุกโรงเรียนมัธยมไทยทันวิทยาลัย

                6 ปีที่แล้วซึ่งเป็นแค่คนรู้จัก  ในวันเดียวกันนั้นที่ตีเนียนขอไลน์ของเด็กมัธยมต้นทั้งที่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควรนัก  แต่เพราะวันนั้นความสัมพันธ์จึงสานต่อมาได้เรื่อยๆ… ตราบจนกระทั่งโปรแกรมสนทนาที่มีชื่อว่าไลน์เริ่มหมดความนิยมไปในที่สุด

 

ดวงตาสีเขียวจับจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคนรัก  คำพูดที่เอ่ยถึงความหลังนั้น  เขาเดาไม่ออกว่าทำไมจู่ๆถึงได้คิดถึงมันขึ้นมา  “งั้นเหรอครับ  งั้นพวกเราไปดูหนังกันเหมือนวันนั้นด้วยมั้ยครับ?”   ฉีกยิ้มกว้างออกมา

 

ดวงตาคมเหลือบมองและยิ้มตอบกลับ  “ก็ดีเหมือนกัน   ไม่ได้ดูหนังกับนายมาเกือบสองเดือนแล้วสินะ”  ด้วยภาระเรื่องการเรียนและการงานของทั้งคู่เอง…

 

“งั้นไปดูรอบที่โรงหนังกันเถอะครับ  ได้ยินจากโขนว่ามีหนังสนุกๆเข้าอยู่เหมือนกัน”   หนังสนุกๆที่เพื่อนหัวเกรียนชอบ….  เดาแนวได้ยากยิ่ง…

 

สองมือที่กระชับจับกันไว้กระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม    แม้ฝ่ายหนึ่งจะไม่รู้ที่มาที่ไปของสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มดูแปลกไปหน่อยๆ  กระนั้นก็ช่างมันเถอะ…  ได้ใช้เวลาร่วมกันย่อมดีกว่านึกสงสัยถึงสาเหตุของเรื่องราวอยู่แล้ว  คู่รักหมาน้อยและแรคคูนผู้รักความสะอาดเดินตรงไปยังบันไดเลื่อน..

 

เพราะเรื่องนี้มีชื่อว่าปิ๊งรักระยะสิบเซน…

ต่อให้อดีตเปลี่ยนแปลงไป…  คนสูงกว่าตัวเอก 5 เซนติเมตรก็เป็นพระเอกไม่ได้…

                และเพราะเรื่องนี้คือปิ๊งรักระยะสิบเซน   ความหวานจึงมาแบบไม่สุดและต้องเป็นซิทคอม  เมื่อสองหนุ่มขึ้นบันไดเลื่อนมาได้แค่ 1 ชั้น ก็พบเจอเข้ากับใครบางคนที่ไม่อยากจะเจอเข้า ใบหน้าคมที่เฉยชาซึ่งกำลังมีประกายความสุขที่อยู่กับคนรักดับวูบในทันที

 

“อ่าว น้องอลินหนอนชาเขียว รีวัลย์ด้วย  บังเอิญจังเลย”  หาญจิตโบกมือทักทายเพื่อนร่วมงานและนักศึกษา  สองมือของสองสาวมีถุงช้อปปิ้งของร้าน H&M

 

คิ้วสีดำขลับขมวดในทันที   “สวัสดีครับคุณหาญจิตพี่เพชรา บังเอิญจังเลยครับ”    อลินปล่อยมือที่จับกันเพื่อยกมือไหว้สองสาวอายุมากกว่า

 

เพชรารีบปัดมือไปมาทันทีไม่ต้องการรับไหว้   “บอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่ต้องไหว้น่ะน้องอลิน  ว่าแต่หัวหน้าคะ  ดูมีความสุขนะคะ”  เลขานุการสาวหัวเราะในลำคอแกมล้อเลียนคนเป็นนาย

 

“พวกเธอมาทำอะไรตรงนี้  ช้อปปิ้งสบายอารมณ์เสร็จงานที่ฉันวานไปแล้วรึไง”   ที่ปรึกษาบริษัทเริ่มอารมณ์ไม่ดีทันทีที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะเดท

 

“พวกเราทำหน้าที่เสร็จแล้วน่าไม่ต้องห่วง มีคนมารับช่วงต่อแล้วด้วย”   ได้ยินดังนั้นคนมาห้างพาราก้อนทีหลังทั้งสองก็เดาได้ทันทีว่าใครมารับช่วงต่อไป

 

“งั้นจันคงจะได้สูทแล้วสินะครับ  ก็หมดห่วงไป”  เพื่อนสนิทของหนุ่มวิศวะโล่งใจไปเปราะหนึ่ง  ส่วนเรื่องใครมาช่วยเพื่อนเลือกหลังจากนั้น ช่างมันเหอะ….

 

มือแกร่งยื่นมาจับดึงให้นักศึกษาแพทย์เดินตาม  เป็นสัญญาณเงียบๆเพื่อบอกให้รู้ว่าควรจะลี้ภัยไปจากตรงนี้เสียที   แต่….   “ว่าแต่กำลังจะไปกินข้าวกันเหรอ?  พวกเราก็ยังไม่ได้กิน ไปกินด้วยกันมั้ยน้องอลินหนอนชาเขียว~”  เพื่อนร่วมงานจอมจุ้นขยับแว่นตาอย่างมีเลศนัย

 

“พวกเราจะไปดูหนังยังไม่กินข้าว  พวกเธอไปกินกันเองเถอะ”  รีวัลย์รีบพูดดักปฏิเสธ   ปฏิกิริยาตอบกลับของชายซึ่งมักจะนิ่งๆเงียบๆช่างน่ากลั่นแกล้ง…

 

ผสมโรงด้วยเลขาสาวผู้ชอบทรยศและจิกกัดเจ้านาย   “พอดีเลยค่ะ มีหนังเรื่องนึงสนุกมาก  ฉันเพิ่งได้บัตรลดมาด้วย ไปดูด้วยกัน 4 คนเลยดีกว่าค่ะ”   นางมารร้าย……..

 

สมองของอดีตหัวหน้ากองบัญชีกำลังคิดไปถึงเงินเดือน

….เงินเดือนที่จะออกในช่วงปลายเดือนนี้….

                พระเอกซึ่งเคยมีเส้นทางต้อยเด็ก(?)อันราบรื่นมาตลอด Season 1 ตอนนี้นอกจากจะโดนลดบทบาทแล้ว  ยังต้องมาเจอคนเข้ามาแทรกในซีนคู่รักอีกตะหาก….   แบบนี้มันควรจะไปร้องเรียนที่หน่วยงานคุ้มครองบทตัวเอก  ไปยื่นคำร้องขอความเด่นกลับคืนมา….

 

ดวงตาสีเขียวเหลือบมองดูสีหน้านิ่งๆซึ่งแผ่รังสีหงุดหงิดเล็กๆออกมาของแฟนอายุมากกว่า   ท่าทางแบบนั้นไม่ได้เห็นบ่อยๆ   “ไปดูด้วยกันก็ได้นะครับ”   ประโยคตอบรับของอลิน แย้มเก้อเกินความคาดหมาย…

 

“แต่พี่เพชรากับคุณหาญจิตจะไม่รู้สึกเปล่าเปลี่ยวเหรอครับ  ไม่มีแฟนมาด้วย”  มีดดาบของจอมมารน้อยๆพุ่งเข้ามาปักกลางใจของสองสาวโสด…  คำพูดที่เด็กหนุ่มพูดออกมาด้วยความซื่อ… มันช่างรุนแรงและเจ็บปวด

 

รีวัลย์พยายามรักษาสีหน้าไม่ให้หลุดยิ้มออกมาเพราะมันตลก   เจ้านักเรียนมัธยมต้นที่เคยอะไรก็ได้ ยังไงก็ได้ ล่องลอยตามเพื่อนพนักงานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน ตอนนี้เติบโตเป็นจอมมารน้อยๆไปแล้ว…   เหล่าคนโสดอยากกัดผ้าเช็ดหน้า….

 

“ลองชวนอ้นมาสิเพชรา”  สิ้นคำของหัวหน้า  เลขาสาวผมตัดสั้นแทบจะกริ๊ดออกมาลั่นห้าง  ชื่อต้องห้ามที่ไม่อยากให้พูดออกมาโต้งๆแบบนี้!

 

“คุณหาญจิตคะ  ฉันว่าพวกเราไปช้อปปิ้งกันต่อเถอะค่ะ”  ใบหน้าของหญิงสาวแลดูมีสีเลือดฝาดประดับจางๆ   มือคว้าแขนรองประธานสาว

 

“อ่าว ไม่ไปก่อกวนคู่เดทเค้าแล้วเหรอ?”   เพชราสะบัดใบหน้ารัวๆเพราะกลัวกรรมตามสนอง  ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะหัวหน้าคะ!   กาแฟพรุ่งนี้ต้องรสชาติไม่จืดแน่นอน!

 

กขค.ที่พยายามจะเล่นบทนั้นล่าถอยไปอย่างงุนงง   อลินจ้องมองตาปริบๆด้วยความสงสัย  เมื่อคนขัดขวางจากไปแล้ว  มือแกร่งจึงดึงมือเด็กหนุ่มเป็นสัญญาณให้ออกเดินต่อ   “ไปเถอะอลิน   ไปดูรอบจะได้ไปกินข้าว”

 

“ครับ”  นักศึกษาแพทย์เดินตามผู้ใหญ่   แม้รู้สึกเสียดายเรื่องบัตรลดอยู่เล็กน้อย   อย่างน้อยทิ้งไว้ให้ก็ได้ถ้าไม่ไปดูด้วยกันน่ะ….

 

แล้วการเดทของสองตัวเอกจาก Season แรกก็ดำเนินต่อไป..   ความซึ้งที่ควรจะมีเต็มร้อย หายไป 20 เพราะโดนขัดในฉาก…  สมกับเป็นอาถรรพ์พระเอกและคู่เก่าไม่ใช่คู่ใหม่…  เรื่องนี้คงไปร้องเรียนจากหน่วยงานคุ้มครองบทบาทตัวเอกไม่ล่ะนะ… มันเป็นโชคชะตา…ั

 

ความรักสองรูปแบบของตัวเอกสองคู่ในห้างพาราก้อน

จุดเชื่อมโยงคือระยะสิบเซนติเมตร

                จากเด็กมัธยมต้นเมื่อ 6 ปีก่อน สู่กับการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย  เส้นทางที่เคยเป็นเส้นทางเดียวความสัมพันธ์เดียว  แตกแขนงออกเป็นสอง..    ป่าใหญ่นั้นมีสัตว์อยู่หลากหลายชนิด   หมาน้อยหลงทางมาเจอแรคคูนผู้รักความสะอาด  ส่วนกระต่ายนั้นก็ได้มาเจอเสือสัตว์กินเนื้อที่น่ากลัว…   ปลายทางของความรักครั้งนี้คือ….?

 

หนึ่งคือความสัมพันธ์ที่มีชื่อเรียกอย่างชัดเจน

หนึ่งคือความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกแน่นอน

 

ความรักนั้นเริ่มต้นได้ด้วยความกล้า

ถ้าไม่ลองต้อยเด็กอย่างจริงจังคงจีบเด็กไม่ติด

 

 

 

———————————-

Free Talk : ตอน 19 มาแล้วค่ะ!! มาอย่างไวว่องต่อเนื่องเลย พยายามปรับสปีดของตัวเองอยู่ ฮา… (วันนี้ปั่นฟิคได้สองตอน ฮือๆ)

คู่คุณอัศวินกับจันมีสวีทในห้องลองเสื้อ ส่วนคู่รีลินโดนตัดมุกหวานไปแบบจงใจ(?)

ปิ๊งรักซีซั่นสองดำเนินเรื่องแบบคนเป็นคู่รักกันอยู่แล้ว กับคนที่เพิ่งเริ่มออกห่างจากรักครั้งเก่าแบบคุณอัศกับจัน ถ้ามอองแบบนี้แล้วอลินดูจะเป็นคนที่เจ็บช้ำน้อยที่สุดในเรื่องนี้ เพราะผ่านอุปสรรคมาหมดแล้ว จันโดนเยอะที่สุดเพราะเป็นพระรองที่เทิร์นมาเป็นเคะ….
ปล. อีกไม่กี่ตอนจะมีไฟล์ลับ(?)

Advertisements
 
4 ความเห็น

Posted by บน 02/02/2014 in Uncategorized

 

4 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 19

  1. CheeseZzAnn

    02/02/2014 at 10:28 PM

    อลินเอ๋ย วาจาเธอเปรียบดังคมมีดที่เชือดเฉือนคอไททัน =_=;;

     
  2. llคนตาลูป

    02/03/2014 at 3:42 PM

    นั่งรอไฟล์ลับ อย่างใจจดใจจ่อ (???)

     
  3. ตป. | S.Luce

    02/07/2014 at 11:32 AM

    โอยยยยยย อีเว้นท์ในห้องลองเสื้อ
    อ่านแล้วยิ้มไม่หุบเลย รู้สึกบาปมากที่ทำหน้าโม่ยใส่คอมที่ทำงาน //ปิดหน้า

    มาตรวจคำผิด 5555

    – แต่ผู้ชายใส่ช้อปใน *เครื่อง* นี้นั้นชอบผู้ชาย…
    – การ *หลอกล้อ* ของผู้ใหญ่ (หยอกล้อ?)

     
  4. taraikari

    02/22/2014 at 10:11 PM

    จอมมารน้อยที่โตมาภายใต้การดูแลของจอมมารต้อยเด็ก(?)ช่างน่ากลัว
    คำพูดคำจาช่างทำร้ายหัวใจสาวโสดจริงๆ
    ถ้าฉันเป็นคุณเพชรากับคุณหาญจิตในตอนนั้นคงกระอักเลือดไปแล้ว
    แต่พี่พี่รีวัลย์คะ
    ไปแซวคุณเลขาแบบนั้นระวังเจอกาแฟใส่ผงชูรสนะคะ

    ขำจันในห้องลองเสื้อจริงๆ
    แทนที่จะหลบเลี่ยงอย่างปลอดภัยดันเอาตัวเองไปอยู่ในระยะอันตรายซะงั้น
    “จัน สะกิดใจ นายมันโง่แท้ๆ!!!!” <///<

    ปล ชื่อตอนดูเป็นละครดราม่าหลังข่าวมาก

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: