RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 20

03 ก.พ.

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”

Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

 

ลูกชายหน้าตาดีแต่กลับไม่มีแฟนมันน่าสงสัย

 

                ความภาคภูมิใจของพ่อแม่ คือการที่ลูกเป็นคนดีศรีสังคม  หากมีลูกที่หน้าตาดีและยังเป็นคนดีก็นับเป็นผลพลอยได้  แต่ในบางครอบครัวอาจเกิดคำถามในใจขึ้นมาว่า… ทำไมลูกชายคนเดียวของบ้านที่ช่างเป็นคนดี เชื่อฟังพ่อแม่ ไม่เกเร(เท่าไหร) หน้าตาก็ดีเป็นถึงเดือนมหาวิทยาลัย ลูกชายคนนั้นไม่เคยพาแฟนมาแนะนำให้พ่อแม่รู้จัก ไม่เคยแม้แต่จะพูดเรื่องคนที่ตัวเองชอบหรือสนใจ…  ถ้าไม่เคยพูดถึงผู้หญิง ลูกชายก็คงเป็นเกย์  ถ้าจะชอบทั้งผู้ชายทั้งผู้หญิงนั้นคงเรียกว่าไบ

 

ถ้าไม่เคยพูดถึงทั้งหญิงทั้งชายล่ะ?

ลูกชายคนนั้นมีสถานะเป็นอะไรกันแน่นะ….

 

ตอนที่ 20 : ถ้าลูกจะมีคู่ พ่อแม่ก็อยากให้ลูกมีคู่ที่ดี

 

19.00 น.  รถยนต์บริเวณแยกราชประสงค์และประตูน้ำเริ่มหนาแน่นมากขึ้น   การจราจรบริเวณห้างสรรพสินค้าค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้าด้วยความเร็วเท่าหอยทากคลาน  ช่วงเวลานี้บางคนที่ไม่รีบร้อนจะกลับบ้านจึงเลือกที่จะหามื้อเย็นกินเสียก่อน เผื่อว่าหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงการจราจรจะผ่อนคลายลงบ้าง

 

แต่ก็มีบางคนที่เลือกจะเผชิญรถติดเพื่อจะกลับบ้าน  อย่างน้อยก็คือใครบางคนบนรถยนต์ Porsche สีดำขลับนี่ล่ะ  ในตัวรถหอมกลิ่นไก่ทอดของร้านขายไก่ทอดเกาหลีสัญชาติอเมริกันคละคลุ้ง   แต่กลิ่นนั้นมาจากกล่องใส่อาหาร หาใช่มื้อเย็นของคนบนรถไม่

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบมองหน้าคนขับรถ  “ไม่ต้องไปส่งผมก็ได้นะครับ  ผมแค่จะเอาไก่ไปให้แม่ แล้วผมก็จะกลับหอ”

 

ชายคนขับเหยียดยิ้ม  “ฉันอยากไปส่ง  สัมภาระของเธอก็เยอะด้วย  ต้องเปลี่ยนรถไฟฟ้าหลายรอบมันลำบากนะ”   ทั้งเสื้อสูท ทั้งไก่ทอดของมารดา  ทั้งกระเป๋าเป้ส่วนตัว การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT ในช่วงเวลาแบบนี้ไม่เหมาะนัก

 

“อีกอย่างเธอมาบอกตอนที่นั่งอยู่บนรถกับฉันแล้ว มันตลกนะจัน”  ประโยคของประธานหนุ่มพาให้คิ้วสีน้ำตาลอ่อนกระตุก  จริงเสียจนเถียงไม่ออก….

 

“คุณเดินตามผมอย่างกับสตอกเกอร์ ใครจะหนีพ้นล่ะครับ!”  ตั้งแต่ออกจากร้านสูทยันเดินไปร้านไก่ และเดินตามทุกฝีก้าว.. รู้ตัวอีกทีก็โดนต้อนมายังลานจอดรถ

 

“ก็เห็นเธอสัมภาระเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หวังดีนะจัน”  อัศวินหยักยิ้มจริงใจ  มันประหยัดค่าเดินทางก็จริง แต่ระยะเวลาเดินทางเพิ่มขึ้น…

 

จู่ๆมารดาผู้น่ารักและชอบตอกย้ำเรื่องความหล่อเสียของก็โทรศัพท์มาขอให้ซื้อไก่ทอดให้อย่างกะทันหัน  KFC หรือว่า McDonald ดันไม่อยากกิน  อยากกินบอนชอนขึ้นมาเสียอย่างนั้น…  และแทนที่จะให้พ่อออกไปซื้อให้  กลับโทรหาเขาซึ่งน่าจะอยู่มหาวิทยาลัยไปซื้อเสียนี่ สมกับเป็นแม่….

 

ผู้ชายซึ่งอยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหารทั้งในบ้านและมหาวิทยาลัยถอนหายใจอย่างปลงๆ  ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย  มันเป็นชะตากรรมของลูกชายบ้านสะกิดใจ  แม่มีอำนาจสูงสุดในบ้านจากนี้และตลอดไป….  อย่างน้อยพรุ่งนี้เขาก็ไม่มีเรียนเช้าจึงตะลอนๆยามค่ำวันนี้ได้

 

ปัญหาตอนนี้คือ เขาไม่ควรไปโผล่ที่บ้านพร้อมชายแปลกหน้าที่แม่ไม่เคยเจอ…  “ท่านประธานส่งผมแค่ที่บ้านก็พอครับ หลังจากนั้นผมจะกลับเอง”

 

“เธอไม่อยากให้ฉันเจอพ่อแม่ของเธองั้นเหรอ  รีบไล่ล่วงหน้าขนาดนี้”   การพูดคุยกับประธานหนุ่มช่างเรียกให้เลือดลมสูบฉีดได้ในหลายๆความหมาย  ทั้งทำให้เขินอายได้  ทั้งทำให้หงุดหงิดเลือดขึ้นหน้าได้…

 

“ไม่อยากครับ  ถ้าเป็นเพื่อนๆคงให้เจอได้ แต่แบบท่านประธานไม่เจอจะดีกว่า”   ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าชายคนนี้จะทำอะไรบ้าง

 

หนุ่มใหญ่หัวเราะเบาๆ  คำพูดของหนุ่มวิศวะคนนี้ช่างทำให้ขำได้เสมอ   “พ่อแม่เธออาจจะโล่งอกที่ลูกชายมีคนมาจีบก็ได้นะ  ได้ยินว่าเธอไม่เคยมีแฟนนี่”  จันอยากจะโดดลงจากรถบัดเดี๋ยวนั้น  แต่เขาไปไม่ได้ สัมภาระที่ต้องเอาติดตัวไปด้วยมันมากเกินไป

 

เด็กหนุ่มนั้นไม่ได้ปิดบังกับพ่อแม่ว่าตนเองชอบผู้ชาย  กระทั่งแม่ยังสงสัยเลยว่าเขาเป็นเกย์จริงๆหรือไม่  ถ้าจะมีผู้ชายด้วยกันมาตามจีบลูกชายแล้วพ่อแม่โล่งอก  มันน่าสงสัยเกินไปไหมว่าพ่อแม่โล่งอกในเรื่องอะไร!?   เรื่องที่เขาเป็นเกย์จริงๆน่ะเรอะไม่ได้แค่อำ…

 

โลกนี้เริ่มอยู่ยากขึ้นทุกวี่ทุกวัน….

(มันไม่ยากแต่บางคนทำให้มันยากเอง)

 

                “ส่งห่างๆบ้านก็พอครับ…ไม่ต้องเข้าใกล้ ไม่ต้องลงจากรถ….”  จัน สะกิดใจพยายามทุกวิถีทางไม่ให้ผู้ปกครองที่บ้านได้พบกับผู้ชายที่ออกตัวแรงว่ามาจีบลูกชายบ้านเค้า  แต่ภายใต้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆของประธานหนุ่มช่างเดายากว่าฟังที่พูดหรือไม่…

 

ถนนทอดยาวจากแยกประตูน้ำมายังพระรามเก้า ถัดไปเป็นสุทธิสาร ห้วยขวาง ศูนย์วัฒนธรรม จนกระทั่งเข้าใกล้เขตรัชดาภิเษกอันเป็นที่ตั้งของบ้านพระร๊องรองอันอยู่ห่างไกลเส้นทางของ BTS  ท่าทางการขับรถอย่างคุ้นเคยเส้นทางของชายสูงอายุกว่าช่างทำให้หงุดหงิด

 

ยิ่งไม่ต้องบอกทางว่าบ้านของตนอยู่ที่ไหนยิ่งแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องของเขาไปเสียหมด  หากมองในแง่ดีก็คงจะแค่ชินตาเพราะเป็นทางกลับบ้านที่เกษตรนวมินทร์  ถ้าไม่มองในแง่ร้ายว่าเคยมาสอดส่องสำรวจบ้านสะกิดใจของเขาล่ะนะ….

 

“บ้านเธออยู่ซอยข้าง BTS รัชดาภิเษกสินะ”  เสียงทุ้มถามขึ้นคล้ายกับลองเชิง   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหล่มองขวับกลับไป

 

“ยังต้องถามอีกเหรอครับ  ผมไม่คิดว่าท่านประธานจะไม่รู้หรอก”  สิ้นคำชายหนุ่มที่ฟังก็หัวเราะ  สร้างความหงุดหงิดใจให้หนุ่มวิศวะขึ้นไปอีก

 

จากปากซอยเข้ามาระยะหนึ่ง  เริ่มเข้าใกล้บ้านของเด็กหนุ่มเข้าทุกที  และเมื่อถึงระยะที่เหมาะสมแต่คนขับไม่ยอมจอด จันก็ตวัดใบหน้ามองในทันที   “ห้ามจอดหน้าบ้านนะครับ!”   รถยนต์ยุโรปมีราคามันช่างโดดเด่นเกินจะให้คนข้างบ้านและในบ้านสงสัย…

 

อัศวินหยุดรถตามที่บอก..  ห่างจากบ้านของอีกฝ่ายเพียงแค่ 2 เสาไฟเท่านั้นเอง   “จอดตรงนี้ไม่น่าสงสัยกว่าเหรอ  ถ้าคนข้างบ้านเธอเห็นเธอลงไป”

 

จันมองออกไปนอกกระจกรถเพื่อสำรวจเส้นทางในทันที   เมื่อเห็นใบหน้าของลูกคนข้างบ้านพึงรีบย่อตัวลงหลบ…   ฟิล์มก็ออกจะมืด  ภายนอกก็มืด… ระแวงเกินไปแล้ว  “คุณทำให้ผมลำบากนะท่านประธาน”

 

“เธอทำให้มันยากเองตะหาก  เด็กคนนั้นเดินเข้าบ้านไปแล้วน่ะ”  มือใหญ่เอื้อมไปหยิบกล่องใส่ไก่เกาหลีสัญชาติอเมริกันมายื่นให้

 

“ถ้าผมหายไปเกินชั่วโมงแสดงว่าแม่ดึงตัวไว้  กลับไปได้เลยนะครับ ถือว่าผมฝากสูทไว้ที่คุณก่อน”  หนุ่มวิศวะออกตัวไล่คนตามจีบในทันที  ช่างไร้เยื่อใย..   ความกลัวที่มีต่อแม่อยู่เหนือการสร้างเผลอสร้างพันธะให้ต้องมาเจอกันอีก

 

ประธานบริษัทสำรวจเคลื่อนตัวเข้าไปหาคนดื้อรั้น   เด็กหนุ่มสะดุ้งตัวทันทีที่ถูกรุกเข้าใส่ในระยะประชิดอีกครั้ง  มือจับถุงใส่กล่องไก่ทอดเอาไว้แน่น    “ถ้ายืมคำพูดรีวัลย์มาใช้  คงจะเป็นไม่มีมารยาทกับผู้ใหญ่ล่ะนะ”  พระเอกหมายเลข 2 ยืมคำพระเอกหมายเลข 1 มาอย่างทรงอานุภาพ…

 

เด็กเอ๋ยเด็กดีต้องมีหน้าที่ 10 อย่างด้วยกัน

…ข้อ 4 บอกเอาไว้ว่าให้พูดจาไพเราะอ่อนหวาน…

                ผู้ชายอายุ 21 ปีเกินวัยจะเป็นเด็กดีแสนเชื่อง  ผสมด้วยอีโก้ความเป็นนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบคิ้วขมวด  คำพูดแบบนั้นอาจจะทำให้สะดุดใจ  แต่ไม่ทำให้เชื่องได้อย่างที่คนปากคนเคยหลอกเด็กใน Season แรกหรอก

 

และเมื่อชายสูงอายุกว่ายื่นหน้าเข้ามาใกล้   จันก็รีบเปิดประตูหนีทันที   “ผมจะเข้าบ้านแล้ว!!”   ตะคอกเสียงใส่คนขับชนิดไม่กลัวใคร

 

“……….จัน…?”   แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนโดนสะกด  เมื่อขยับใบหน้าหันมองไปตามทิศทางของเสียงพลันเบิกตากว้างเป็นไข่ห่าน

 

“แม่!!!!”  มาดามสะกิดใจปรากฏตัวในเวลาไม่ถูกต้อง  ดวงตาของหญิงร่างท้วมจ้องมองลูกชายซึ่งลงมาจากรถยนต์ยุโรปอย่างสงสัย   ดูเหมือนเธอจะเพิ่งกลับจากสมาคมแม่บ้านระแวกนี้แล้วได้มาเจอแจ็คพอตลูกชายตัวเองเข้าพอดี…

 

หรือเรื่องราวหลังจากนี้จะกลายเป็นการสู่ขอ?

                ห้องนั่งเล่น 4 เหลี่ยมบ้านสะกิดใจได้เปิดต้อนรับแขกในเวลาเกือบสองทุ่ม  ลูกชายเจ้าของบ้านนั่งตัวลีบบนโซฟา  พ่อของลูกชายหัวดื้อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ห่างออกไป  ชายปริศนาผมสีบลอนด์ซึ่งมาส่งลูกชายเค้านั่งยิ้มละไมอยู่เป็นมิตร  ส่วนมารดาผู้เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านนั่งประจำที่ตรงหน้าทีวีพลางจ้องหน้าคนทั้งสอง

 

“คนรู้จักของจันเหรอคะ?”    เธอถามอย่างสงสัย   มองอย่างไรทั้งคู่ก็ไม่น่าจะเป็นเพื่อนกันได้ด้วยวัยที่ห่างกันมาก  ผู้ชายคนนี้ดูรุ่นราวคราวเดียวกับสามีของเธอ…

 

จันกัดเล็บแก้เครียด  จะอธิบายว่าเป็นเจ้านายของแฟนเพื่อน  มารดาคงยิ่งมึนหนัก  เขารีบตอบก่อนคนข้างๆจะเปิดปากพูด  “เป็นเพื่อนของอ.ที่ปรึกษาน่ะแม่”  แทนที่จะช่วยให้หายสงสัย  เจ้าหล่อนกลับทำหน้าตามึนงงยิ่งกว่าเดิม

 

ชายหนุ่มผู้รู้งานจึงหยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋า  ยื่นส่งให้กับผู้หญิงในวัยใกล้เคียงกันด้วยรอยยิ้มประหนึ่งขายตรง   หญิงร่างท้วมก้มลงมองนามบัตรในมือของตัวเอง   [อัศวิน สมิงห์ ประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน จำกัด มหาชน]   ดวงตาของเธอเบิกกว้างในทันที

 

“จันไปรู้จักกับคุณคนนี้ได้ยังไงเนี่ย??”    คุณแม่ที่น่ารักหันมองหน้าลูกชายของตัวเอง  หนุ่มวิศวะรีบประมวลผลในหัวหาทางเอาตัวรอด  ต้องรีบแก้ต่างก่อนที่ชายข้างๆจะพูดอะไรชวนพาเขาลงเหว

 

บิดาซึ่งนั่งอยู่ห่างๆเริ่มหูผึ่ง  คุณแม่ผู้สนใจเรื่องราวตั้งใจฟังเพื่อให้กระจ่างแจ้ง   “อ.นนท์แนะนำให้ลองไปฝึกงานที่บริษัทคุณอัศวินน่ะแม่  คุณอัศวินก็เลยมาคุยรายละเอียดเผื่อผมจะสนใจ!!”   จันรวบรวมสกิลแถมาใช้  เหงื่อกาฬไหลพรากทำตัวมีพิรุธ   คำแก้ตัวช่างข้างๆคูๆเสียเหลือเกิน…

 

“ประธานบริษัทมาคุยกับแกเองเลยเหรอ…. น่าเหลือเชื่อ”  อย่างกับละครหลังข่าวที่สมาคมแม่บ้านติด   จัน สะกิดใจเริ่มจนมุมอีกครั้งหนึ่ง

 

“จันเอาไก่ทอดไปใส่จานเถอะ”   คุณพ่อสะกิดใจเปล่งเสียงเรียกลูกชาย  หากแต่เด็กหนุ่มไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว   เขาจะออกจากห้องนี้ไปตอนนี้ไม่ได้!

 

“ไหนๆคุณอัศวินก็มาถึงบ้านแล้ว  อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันเลยนะคะ”   เจ้าบ้านคลี่ยิ้มต้อนรับแขกอย่างเป็นมิตร  ตรงข้ามกับลูกชายของเจ้าของบ้าน  แม่จะชวนเขาทำไม ปล่อยเขากลับไป!

 

“ไหนๆก็ได้มาทำความรู้จักกับคุณพ่อคุณแม่จันอย่างเป็นทางการแล้ว   ผมก็ขออนุญาตเพื่อแสดงความจริงใจเลยก็แล้วกัน”   คำเกริ่นประโยคที่ชวนให้เด็กหนุ่มหวาดผวา

 

“ผม………”   มือของเดือนมหาวิทยาลัยคว้าปิดปากคนยิ้มละไมเอาไว้ในทันที! จะข้าวเย็นหรือจะอะไรไม่ต้องกินแล้ว!!

 

ความคิดวิเคราะห์ประมวลผลถูกนำมาใช้เต็มพิกัดยิ่งกว่าตอนทำข้อสอบ  จากสถานการณ์ในตอนนี้ ไม่ว่าเขาจะเดินไปทางซ้ายหรือทางขวา โอกาสรอดมีแค่น้อยนิด   ตอนนี้เขาเหมือนกระต่ายที่โดนนายพรานล่อมาจนมุมไม่มีทางออก  แถมเป็นการพาตัวเองมารนหาที่ของแท้….

 

“ท่านประธานมีงานด่วนพรุ่งนี้เช้า ต้องรีบกลับแล้วใช่มั้ยครับ กลับเถอะครับ!”   ท่าทางอันรีบร้อนเหมือนกระต่ายตื่นตูมยิ่งทำให้สถานการณ์ดูน่าสงสัยเข้าไปอีก

 

ดวงตาสีฟ้าครามเบี่ยงมองอย่างรู้ทัน   มีหรือที่ชายหนุ่มจะยอมคล้อยตามง่ายๆ   “กินข้าวให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปส่งเธอก็ได้”  ยิ่งช่วยให้ผู้ปกครองทั้งสองสงสัยเข้าไปอีก  บทสนทนาที่ดูมีนัยยะอย่างน่าประหลาดระหว่างคนสองคนที่ไม่น่าจะเป็นแค่คนรู้จัก

 

ผู้ชายสองคนมาส่งถึงบ้านตอนค่ำๆ…แล้วยังไปส่งกลับหอ…

ถ้อยคำอันอ่อนโยนนั้นไซร้ไม่เหมือนคนรู้จัก….

 

ท่าทางอันมีพิรุธเกินปกติของลูกชายหล่อเสียของ  กระตุกต่อมนักสืบของคุณแม่ให้ทำงานเร็จกว่าละครหลังข่าว   “คุณอัศวินเป็นเกย์เหรอคะ?”    ถามผ่ากลางโต๊ะโต้งๆไม่มีหักเลี้ยวอ้อม

 

เด็กหนุ่มในเสื้อช้อปรู้สึกเหมือนจะคลั่งที่ได้ยินคำพูดแม่   “ไม่ได้เป็น!   แม่ถามเสียมารยาท!!”  รีบดักคอก่อนเสือสมิงห์จะออกล่า….

 

“แม่คิดว่าเขามาจีบแกซะอีก  เห็นมาส่งแกถึงบ้าน”   พ่อหนุ่มพยศแผดเสียงลั่น   เรดาห์ของผู้ให้กำเนิดช่างทำงานดีเหลือเกิน….

 

ร้อยวันพันปีลูกชายผู้มีดีทั้งหน้าตาและการเรียนไม่เคยจะพาใครมาที่บ้านนอกจากแก๊งค์เพื่อนโข่งตั้งแต่สมัยมัธยมต้น   ประธานบริษัทที่มาคุยกับเด็กฝึกงานด้วยตัวเองเพราะอยากให้ไปฝึกงานด้วย เรื่องแบบนั้นมันมีแต่ในละครน้ำเน่าที่คนแก่มาหลงเด็ก….

 

“ไม่ได้จีบเลยแม่!   แม่ก็คิดไปได้!”   จากที่นั่งตัวลีบเริ่มตื่นด้วยการเถียงกลับทุกดอก   ลิ้นพูดรัวคล้ายจะพันกัน…  ท่าทางของคนมิพิรุธชัดๆ

 

มีหรือจะหยุดยั้งการโจมตีของมาดามสะกิดใจได้   “ถ้าไม่ได้จีบ ก็ช่วยจีบหน่อยเถอะค่ะ  ไม่งั้นมันจะหล่อเสียของ”   แม่!!  ม๊า!!  หม่ามี๊!!  ม่าม๊า!!!  Mother!!!

 

ถ้าผู้หญิงร่างท้วมตรงหน้าไม่ใช่แม่   พระร๊องรองผู้โดนกลั่นแกล้งคงหาเทปกาวมาช่วยหยุดคำพูดของเธอ  แต่แค่คิดเขาก็มีแววจะโดนแม่เตะเอา….   อัศวินซึ่งเงียบมาพักใหญ่คลี่ยิ้ม   มือใหญ่ดึงมือที่พยายามปิดปากของเขาออกไปห่างๆ

 

“ไม่ต้องขอให้ช่วย   ผมก็จีบลูกชายคุณแม่อยู่น่ะครับ”   เพียงเท่านั้นทุกอย่างในมโนภาพของจัน สะกิดใจก็เหมือนพังทลายลง…

 

….อย่าได้คิดว่าจะรอดไปจากผู้ใหญ่ชั้นเชิงสูงได้….

                วิญญาณเชอรี่บอยลอยออกไปทางปาก  ร่างกายกำลังจะซีดเป็นกระดาษขาว   ขณะที่คุณพ่อที่ไม่มีปากไม่เสียงถึงกับทำหนังสือพิมพ์ตก   คุณแม่ที่น่ารักก็ยกมือขึ้นมาป้องปากอย่างตกตะลึงระคนดีใจราวกับถูกหวย  ความฮาของครอบครัวสามคนแม่ลูกชวนให้ชายสูงอายุอารมณ์ดีนัก

 

“ขออนุญาตจีบจันอย่างเป็นทางการนะครับ”    หนุ่มใหญ่โค้งศีรษะให้กับผู้ชี้เป็นชี้ตายในเส้นทางรักระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กมหาวิทยาลัย

 

คุณแม่ของกระต่ายพยศโค้งศีรษะตอบในทันที   “ด้วยความยินดีค่ะ  จีบได้เลยนะคะ”   แม่!!  ม๊า!!  หม่ามี๊!!  ม่าม๊า!!!  Mother!!!  X 100

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนตวัดหันไปขอความช่วยเหลือจากบิดา   แต่แล้วก็โดนหักหลังด้วยการที่อีกฝ่ายเมินมองไปทางอื่น…  ในระดับปิรามิดอำนาจของบ้าน  จะพ่อหรือเขาก็ไม่ต่างกัน  พ่ออาจจะดีกว่าเขาตรงที่อยู่เหนือเขาอีกทีก็แค่นั้นเอง

 

น้ำตาลูกผู้ชายมันจะไหล…   วันนี้ช่างเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ยิ่งกว่าโดนเพื่อนสนิทหักอก  นี่มันโดนแม่จับใส่พานถวายให้หนุ่มใหญ่นักธุรกิจผู้เป็นเกย์อย่างกับในนิยายบอยเลิฟของขนิษฐา  จบ..จบกันแล้ว…   หนุ่มวิศวะตวัดมองนักธุรกิจหนุ่มด้วยความแค้น

 

เขาหันมองรับสายตาอันเร่าร้อนนั้นด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร   เสือกำลังเล่นงานกระต่ายด้วยหลุมพรางเรียบง่ายแต่อานุภาพรุนแรงนัก   “งั้นกินข้าวเย็นด้วยกันเลยนะคะคุณอัศวิน จัน!  ไปจัดโต๊ะ เอาไก่ไปใส่จานด้วย!”   นายหญิงใหญ่ของบ้านชี้นิ้วสั่งนางซินในทันที….

 

….ซินเดอเรลล่ายุค 20XX ไม่ได้มีพี่สาวใจร้าย…

มีแต่คุณแม่ที่สนับสนุนไม่ให้หล่อเสียของ

                “ฝากไว้ก่อนเถอะครับ!”    จัน สะกิดใจเดินลากสังขารที่ล่องลอยเหมือนไร้วิญญาณไปยังห้องครัว   ท่าทางแบบนั้นช่างดูขำขันอย่างประหลาด   คุณพ่อผู้ไม่อาจอยู่ข้างเดียวกับลูกชายได้มองตามไปด้วยสายตาอาลัย   บ้านนี้ผู้หญิงใหญ่สุดเป็นที่หนึ่ง…

 

“ขอโทษที่จันเสียมารยาทนะคุณอัศวิน   จันมันเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ  ดื้อๆบ้าๆ  ไม่เหมือนหน้าตาหล่อๆของมัน อย่าไปถือสาเลยนะคะ”   มารดาถอนหายใจให้กับความหล่อเสียของของลูกชาย  อุตส่าห์ได้พ่อกับแม่มาคนละครึ่ง ผสมผสานกันจนกลายเป็นหนุ่มรูปงามแท้ๆ

 

“ไม่ถือสาหรอกครับ  จันที่เป็นแบบนั้นน่ารักดี”  คำหวานที่เอ่ยออกมาแม้เจ้าตัวไม่อยู่ชวนให้คุณแม่รู้สึกเขินแทนคุณลูก  ส่วนฝ่ายพ่อขนลุกเล็กๆ….

 

“คุณอัศวินนี่ปากหวานจังเลยนะคะ”  หญิงผู้เป็นผู้ปกครองรู้สึกหน้าร้อนอย่างประหลาด  การเข้าหาผู้ใหญ่อย่างมีชั้นเชิงเป็นสกิลติดตัวของพนักงานบริษัท

 

ดวงตาสีฟ้ามองผ่านไปยังห้องครัวที่มองเห็นได้จากตรงนั้น   เด็กหนุ่มในเสื้อช้อปมีสีหน้าบูดบึ้ง บางครั้งก็เปลี่ยนเป็นกระฟัดกระเฟียด  บางครั้งก็เปลี่ยนเป็นถอนหายใจ.. แล้วก็กลับมาเป็นสีหน้าตึงๆอีก… แม้อารมณ์จะเสียแต่มือก็ยังจัดเรียงจานตามที่แม่สั่ง… ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ

 

“จันเป็นเด็กดีนะครับ”  ประธานหนุ่มเอ่ยขึ้น  แม้จะชอบโวยวายและทำตัวต่อต้าน  เมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัวก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี

 

“ใช่ค่ะ จันน่ะเป็นเด็กดี  ขยันเรียน  กีฬาก็ใช้ได้  ประกวดเดือนมหาลัยก็ชนะ  ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิง ต่อให้ชอบซื้อหนังโป๊มาแอบซ่อนไว้ใต้เตียง  ไหนจะยอมรับโต้งๆอีกว่าชอบผู้ชายไม่ปิดบังพ่อแม่  เป็นเด็กดีจริงๆค่ะ”  เผาไม่มีเหลือซาก….

 

คนฟังหัวเราะเบาๆเมื่อได้ฟังข้อมูลขำๆ   “ก็ไม่ได้หล่อเสียของนะครับแบบนั้น”   ในระดับคนทั่วๆไปถือว่าดีมากแล้ว

 

ใบหน้าของหญิงร่างท้วมนิ่งไปครู่หนึ่งคล้ายกับเป็นกังวล   “ค่ะ ไม่ได้หล่อเสียของ  เป็นเด็กดีจนพวกฉันรู้สึกกังวลเลยล่ะค่ะ”  คิ้วคมสีอ่อนเลิกขึ้น

 

            ลูกชายซึ่งไม่เคยทำอะไรให้ผิดหวังแม้แต่อย่างเดียว…

ไม่เคยปิดบังพ่อแม่ กระทั่งเรื่องที่ชอบผู้ชายด้วยกัน….

                “ทั้งๆที่จันเป็นคนดีขนาดนั้น  แต่ไม่เคยพาแฟนหรือว่าใครมาแนะนำให้พวกเรารู้จักเลย  จะผู้หญิงหรือว่าผู้ชายก็ไม่เคย  ทั้งๆที่บอกว่าตัวเองเป็นเกย์แท้ๆ  จนพวกเราแปลกใจเลยล่ะค่ะว่าจันมันเป็นเกย์จริงๆรึเปล่า”   ท้ายประโยคพาให้คนฟังหลุดขำ

 

แต่….   “บางทีฉันกับสามีก็สงสัยนะคะ  ถึงปากจะบอกว่าไม่ปิดบัง  แต่คงกลัวว่าพวกเราจะผิดหวังในตัวลูกรึเปล่านะ”  ไม่เคยเปิดเผยเรื่องความรัก   ไม่เคยเลยที่จะพูดถึงคนที่ตัวเองสนใจ ไม่เคยเลย….

 

นักธุรกิจผมบลอนด์นิ่งฟังความในใจของผู้ปกครองของหนุ่มวิศวะอย่างตั้งใจ   สีหน้าและแววตาของคนเป็นแม่ดูเป็นกังวล   คนเป็นพ่อก็คงไม่ต่างกันต่อให้ไม่หันไปมองก็ตามที    “ผิดหวังเรื่องที่ไม่ได้ชอบผู้หญิงสินะครับ”  แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปบ้างแล้วก็ตามที

 

“ก็ได้แต่เดาน่ะค่ะ  เพราะจันเชื่อฟังพวกเรามาก  โวยวายแต่ก็ไม่เคยขัดอะไร”   คนที่เป็นคนดีขนาดนี้ มีหรือจะไม่มีใครสนใจเลยจริงๆ….

 

ความเป็นพ่อเป็นแม่ การที่ลูกเปิดเผยว่ามีรสนิยมความชอบที่เป็นเพศเดียวกัน  ส่วนหนึ่งก็ต้องตกใจในตอนแรก…  แต่ท้ายที่สุดก็ยอมรับได้เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นลูกชายเพียงคนเดียว  ลูกชายที่ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ในทุกเรื่อง ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ….

 

“จะชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย  คนเป็นพ่อเป็นแม่ให้ลูกมีความสุขก็พอแล้ว”    เพราะเด็กหนุ่มเป็นคนดีที่หาได้ยากยิ่ง   เป็นลูกชายที่น่าภาคภูมิใจมากแล้ว

 

อัศวิน สมิงห์จ้องมองดูความสัมพันธ์อันอบอุ่นในบ้านสะกิดใจ  พลางเหลือบมองไปยังหนุ่มวิศวะซึ่งกำลังวางกับข้าวลงบนโต๊ะ    ตลอดชีวิตที่เคยชอบพอใครสักคน  นี่คงเป็นครั้งแรกที่พ่อแม่ของฝ่ายตรงข้ามเปิดเผยเรื่องราวแบบนี้ให้ได้ฟัง  ถึงแม้ชายหนุ่มจะรู้สาเหตุที่แท้จริง..เขาก็ไม่อาจบอกออกไปได้…

 

ทั้งๆที่เขาเป็นคนนอกที่มาจีบลูกชายเค้า  อีกฝั่งกลับเล่าเรื่องให้ฟังอย่างจริงจังราวกับเป็นคนในครอบครัว  “ไม่ต้องเป็นห่วงจันหรอกครับ   ที่จันยังโสดอยู่  เพราะว่าจันเป็นคนดีมากน่ะครับ”   หลงรักเพื่อนสนิท  ทุ่มเทเพื่อคนเพียงคนเดียวมาตลอดแม้ไม่ได้อะไรกลับมานอกจากมิตรภาพ…

 

มุ่งมั่นตั้งใจถึงขนาดนั้น…จึงไม่เล่นๆกับใครให้คนอื่นต้องเจ็บ…

เหมือนตัวเองที่เข้าใจความรู้สึกเจ็บเป็นอย่างดี…

                “ไม่ต้องว่าจันหล่อเสียของบ่อยๆนะครับ  จันน่ะกังวลเรื่องนี้มากกว่า”   ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆให้กับทิฐิในเรื่องนั้นของอีกฝ่ายหนึ่ง

 

เธอปัดมือไปมาอย่างเขินอายที่ชอบพูดใส่ลูกชายแบบนั้น   “แค่แกล้งน่ะค่ะ  เผื่อจะทำตัวดีๆขึ้นมาหน่อย”  คู่สนทนายิ้มตามไป

 

“ถ้าเสียของจริงๆ  ผมคงไม่สนใจ”  มีคนอีกมองที่เห็นความดี  แค่เจ้าตัวไม่ยอมรับใครก็เท่านั้นเอง….  คู่แข่งที่มองไม่เห็นตัวอาจจะมีเป็น 100 ก็ได้

 

มารดาของเด็กหนุ่มหัวเราะตอบกลับ   “งั้นจีบจันให้ติดนะคะ  จันจะได้ไม่หล่อเสียของ  ฉันเปิดไฟเขียวให้”   คุณพ่อที่นั่งอยู่ห่างๆอยากจะยกมือถาม…ว่าไม่ถามความเห็นของเขาบ้างเลยเหรอ….

 

สนธิสัญญาระหว่างตัวแทนบริษัทและบ้านสะกิดใจโดนเซ็นไปอย่างง่ายดาย…   “ผมจัดโต๊ะเสร็จแล้ว  จะไปกินรึยังน่ะครับ…”    จัน สะกิดใจเดินกลับมายังห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าบึ้งตึง  สายตาจ้องเขม็งไปทางประธานบริษัทสำรวจคล้ายกับบอกล่วงหน้าว่าจะคาดคั้นถามว่าคุยอะไรกับพ่อแม่ตัวเอง…

 

“กินข้าวเถอะค่ะคุณอัศวิน  ฝากจันด้วยนะคะ”   เด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้าฉากมาได้แค่ไม่กี่บรรทัดถึงกับงงว่าเกิดอะไรขึ้น      เขาคลาดสายตาไปไม่เท่าไหร  แม่กับประธานตกลงอะไรกันอีกแล้ว

 

“ด้วยความยินดีครับพี่สาว”   เรียกพี่สาวให้อีกฝ่ายรู้สึกเขินจนคิ้วคนเป็นสามีกระตุก  ส่วนคุณลูกชายอยากจะตะคอกใส่หน้า…

 

เรียกพี่สาวได้ยังไงก็วัยเดียวๆกันทั้งนั้น

แม่อายุน้อยกว่าท่านประธานเสียอีก!!!

                มื้อเย็นพ่วงมื้อค่ำของบ้านสะกิดใจผ่านพ้นไปอย่างอบอุ่น เต็มไปด้วยบทสนทนาแฉเรื่องราวของพระร๊องรองให้ได้อายแทบหนีออกจากบ้าน…  จนกระทั่งเวลาผ่านพ้นไป… คุณแม่และคุณพ่อเดินออกมาส่งลูกชายและแขกตรงหน้าบ้าน   รถยนต์ยุโรปสีดำขลับเป็นมันเงาออกเดินทางไปสู่ท้องถนนในยามค่ำคืนอีกครั้ง…

 

ความเงียบปกคลุมในห้องโดยสารของรถยนต์   นักศึกษาผมสีน้ำตาลอ่อนแกมปลายสีเข้มมองออกไปนอกกระจกรถ   คนขับก็ขับเคลื่อนรถไปอย่างสงบไม่มีบรรยากาศของการมีปากเสียงหรือเถียงกันอย่างที่ควรจะเป็น  ถึงแม้ว่าใบหน้าจันจะบึ้งตึงก็ตาม

 

“คุยอะไรกับพ่อแม่ผมบ้างน่ะครับ… อย่าไปฟังมาก…ลืมๆไปเถอะครับ….”  เรื่องราวอันน่าอับอายซึ่งโดยเปิดโปงมาหลายๆอย่าง เพื่อนบางคนยังไม่รู้เลย….

 

“ไม่มากหรอก  แม่ของเธอน่ารักดีนะ”   ประโยคที่พาให้คนฟังเบ้ปาก… ถ้าคุณพ่อของเขามาได้ยินคงจะสะดุ้งไม่น้อย…

 

“วันนี้ท่านประธานทำแสบมากนะครับ….”   ประกาศเจตนารมย์ของตัวเองต่อหน้าผู้ปกครองคนที่ตัวเองจีบ  นี่ใจกล้าหน้าด้านยิ่งกว่าพระเอกของ Season แรกอีกหรือเปล่านั้น

 

อัศวินหัวเราะเบาๆ    “เป็นครอบครัวที่ดีนะ  พวกเขาห่วงเธอมาก  เลิกโสดจะได้ไม่เสียของดีกว่ามั้ยจัน?”  คนฟังจะสำลักออกมาในทันที

 

“ถ้าหมายถึงคบกับท่านประธานคงจะไม่ล่ะครับ!!!”   หนุ่มวิศวะปฏิเสธเสียงแข็ง  แต่ในประโยคนั้นมีบางอย่างที่คนฟังรู้สึกมีความหวัง…

 

“ไม่ใช่ตอนนี้?”  เสียงทุ้มถามกลับไป  ดึงให้จัน สะกิดใจสะอึกจนเงียบไปในครู่หนึ่ง…   คำว่าไม่มีทาง ไม่มีวัน  มีน้ำหนักกว่าคำว่า “คงจะไม่”  เพราะมันมีความเป็นไปได้อยู่ในนั้น….

 

ความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่ทั้งเพื่อน ไม่ใช่เพียงแค่คนรู้จัก  ยังไม่ถึงขนาดจะกลายสภาพเป็นความรัก  แต่ก็เป็นความผูกพันที่ดีในระดับหนึ่ง…  สิ่งที่ต่อยอดออกไปในทิศทางของความรักได้   ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกของพวกเราสองคนนั้น  ยังไม่มีคำนิยามที่ถูกต้อง….

 

จะเปลี่ยนไปในทางคนรัก หรือจะคงสถานะไว้แค่นี้

หรือจะจบลงที่คนรู้จักก็ยังไม่รู้…

                ทิศทางการต่อยอดไปข้างหน้าก็เหมือนรถไฟฟ้าที่มีโครงการจะขยายออกไปเรื่อยๆ…  ซักวันหนึ่งจะเสร็จสิ้น  แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหายไปเลย   รถยนต์ Porsche เคลื่อนตัวไปบนท้องถนนเพื่อไปยังสะพานตากสิน  รถเริ่มบางตาลงเมื่อเทียบกับช่วงเย็นและพลบค่ำ

 

“ผมยอมไปงานแต่งงานไมค์เป็นเพื่อนท่านประธาน ไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมใจอ่อนแล้วนะครับ”   ยังมิได้เปิดใจ

 

“I know. Even if you’re trying to avoid me, I will still chase after you.”  ถึงเวลาก็ชอบหยอดคำหวานด้วยภาษาต่างประเทศอยู่ร่ำไป….

 

“So stubborn”  หนุ่มอายุมากกว่าหัวเราะที่โดนต่อว่า   คำต่อว่าที่มาจากคนดื้อด้านเหมือนกัน  ทั้งเสือทั้งกระต่ายก็คงเป็นคนประเภทเดียวกันในบางด้าน…

 

ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองไปยังถุงใส่ของด้านหลัง  ของที่ซื้อมาพร้อมกับเสื้อสูทของอีกฝ่าย  “จริงๆฉันมีของจะให้เธอ”  คิ้วสีอ่อนเลิกขึ้นอย่างสงสัย

 

“แต่ฉันจะเก็บเอาไว้ก่อน  ให้ถึงเวลาที่เหมาะสม”  จันทำหน้ามึนงงใส่คนเจ้าวางแผน…   วางแผนอะไรอยู่ในใจกันนะ  อดีตหัวหน้าฝ่ายแผนและพัฒนาบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน…

 

การไล่ตามอลิน แย้มเก้อว่ายากแล้ว  การวิ่งหนีสัตว์กินเนื้ออย่างประธานบริษัททำความสะอาดยากยิ่งกว่า…  หรือสิ่งที่ยากกว่านั้นคือใจของเขาเองกันแน่…   “ไม่กล้าเดาล่ะครับว่าจะทำอะไรอีก   ท่านประธานวางแผนหลายอย่างจนผมตามไม่ทัน”

 

“ฉันถือว่านั่นเป็นคำชมนะ”  อัศวินยื่นมือไปลูบศีรษะคนดื้อรั้นบนเบาะที่นั่งข้างคนขับ…  สัมผัสที่แสนธรรมดาไม่จาบจ้วงเหมือนอย่างเช่นทุกๆครั้ง…. ก็แค่การลูบหัว….

 

….ก็แค่ผู้ใหญ่ลูบหัวเด็ก….

                หนุ่มวิศวะปัดมือที่ยังพยายามลูบศีรษะของตนอยู่   ท่าทางต่อต้านไม่โอนอ่อนให้ง่ายๆมันเป็นเสน่ห์ของม้าพยศและกระต่ายดื้อ   ภายในหนึ่งวันคล้ายกับว่าบรรยากาศรอบตัวระหว่างคนทั้งสองแปรเปลี่ยนไปหน่อยๆ… เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น….

 

จะเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย

ความรักก็คือการเรียนรู้เรื่องราวของฝ่ายตรงข้าม

                คนสองคนที่ไม่เคยเป็นคนรู้จักกันมาก่อน เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าที่รู้จักกันเพียงผิวเผินผ่านทางคนอื่น  ค่อยๆมาทำความรู้จักกัน ทำทุกอย่างไปตามกระบวนการของคนเพิ่งหัดจีบ…  ครอบครัวก็เป็นสิ่งที่ทำให้รู้จักกันมากขึ้น ยิ่งกว่าการรู้จักผ่านเพื่อนฝูง

 

กระต่ายโดนจับให้ใส่พานโยนออกจากถ้ำ

ให้ออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่หลบหนี

 

เมื่อใดก็ตามที่เปิดใจที่คอยปิดบังปกป้องตัวเองเอาไว้

ความรู้สึกดีๆคงบังเกิดแจ่มชัด….

—————————-

Free Talk : มาต่อตอนใหม่อย่างรวดเร็ว มาถึงตอนที่ 20 แล้ว ตอนนี้เป็นเรื่องของบ้านจัน สะกิดใจ กำแพงที่บ้านของคู่นี้เท่ากับ 0 ไม่เหมือนฝั่งคู่รีลินที่กว่าจะผ่านเรื่องพ่อแม่มาได้แทบแย่ 5555 เป็นเรืองข้อแตกต่างของช่วงวัยของสองคู่นี้

คุณอัศวินได้รู้จักจันมากขึ้นกว่าเดิม ตกหลุมรักซ้ำๆ ส่วนจันก็เริ่มจะใจอ่อนมากขึ้นเรื่อยๆ วันที่จะยกเกียร์ให้คงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

Advertisements
 
4 ความเห็น

Posted by บน 02/03/2014 in Uncategorized

 

4 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 20

  1. CheeseZzAnn

    02/03/2014 at 11:33 PM

    ก๊ากกกก จันเธอหนีไม่พ้นแล้วล่ะ แม่จับกระต่ายพยศใส่พานถวายเซ่นแด่ประธานเสือแล้ว

     
  2. fray666

    02/04/2014 at 9:39 AM

    จันเอ๊ยยยยยยไม่รอดแล้วล่ะ มะม้าไฟเขียวยังไม่พอแถมยังจับใส่พานถวายให้อีก

    ชีวิตนี้จบสิ้นแล้วล่ะ 55555+

     
  3. ตป. | S.Luce

    02/07/2014 at 12:55 PM

    ชอบหม่าม้า!! “ถ้าไม่จีบก็ช่วยจีบด้วยเถอะค่ะ” 555555555555555

    คำผิดงับ

    – คนปากคนเคยหลอกเด็ก
    – เร็จกว่า
    – มิพิรุธ

     
  4. taraikari

    02/24/2014 at 10:07 PM

    สกิลท่านประธานนี่จะไม่ยอมน้อยหน้าพี่รีวัลย์พระเอกแห่งซีซั่นแรกเลยใช่มั๊ยคะ
    เข้าหาถึงบ้านแถมยังขออนุญาตจีบจันอีก
    คุณแม่ก็เปิดไฟเขียวด้วยนะ
    ทางโล่งแล้วท่านประธาน
    ลุย!

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: