RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 21

04 ก.พ.

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”

Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

 

นิยายหรือละครที่มีภาคต่อมักจะเปลี่ยนตัวเอก

                หากไม่ใช่ซีรี่ย์เรื่องราวคู่เดียวต่อกันเป็นไตรภาคหรือยาวกว่านั้น  การดำเนินเรื่องในภาคต่อไปหรือว่า Side Story มักจะเป็นบทของคนอื่น  บ้างก็เป็นรุ่นลูก บ้างก็เพื่อนพระเอก เพื่อนนางเอก พระรองที่เคยตามจีบนางเอก  หรืออาจจะเป็นตัวละครที่ออกมาเพียงครึ่งตอนโดยที่คนอ่านก็ยังจำไม่ได้  ส่วนตัวพระเอกนางเอกของภาคแรกก็มักจะโดนลดหย่อนบทบาทไปเพื่อกระจายความเด่น….

 

บางเรื่องคนที่เคยเป็นตัวเอกอาจจะหายไปเลย

บางเรื่องก็กลายไปเป็นตัวละครเสริมเอาฮาเสียอย่างนั้น

ตอนที่ 21 : ศักดิ์ศรีของอดีตตัวละครเอก อย่างน้อยต้องยังมีบทเด่น 

 

อรุณเบิกฟ้า นกกาโบยบิน ออกหากินร่าเริงแจ่มใส เราเบิกบานรีบมาเร็วไว ยิ้มรับวันใหม่ยิ้มให้แก่กัน  คือเสียงเพลงของรายการโทรทัศน์ยามเช้าตรู่ที่นักเรียนเมื่อสมัย 10 – 20 ปีก่อนจะต้องได้ยินก่อนออกจากบ้าน  คนที่คุ้นเคยกับเพลงดังกล่าวมักจะมีอายุในระดับหนึ่ง…

 

นี่คือเช้าวันเสาร์ซึ่งมีหมอกลงของจังหวัดกำแพงกุหลาบ  เข็มนาฬิกาที่บอกเวลา 08.00 น. แต่กลับไม่มีคนตื่นก็เพราะวันนี้เป็นวันหยุด  ถึงแม้จะไม่ใช่วันหยุดของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  ณ คอนโดมีเนี่ยมย่านพญาไทอันเป็นบ้านของที่ปรึกษาบริษัทก็ยังไม่มีคนตื่นอยู่ดี

 

สองร่างในชุดนอนหลับไหลบนเตียงนอนสีขาวสะอาดเหมือนใหม่  เด็กหนุ่มนอนกอดหมอนข้างตะแคงหันหลังให้กับแฟนอายุมากกว่า  ถ้าเป็นตำราเรื่องชีวิตคู่อาจจะโดนฟังธงได้ว่าคนทั้งคู่คงใกล้จะเตียงหัก  แต่ตำราเล่มนั้นคงจะใช้กับคู่รักระยะสิบเซนติเมตรไม่ได้

 

เวลาล่วงเลยจนกระทั่งตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาเปลี่ยนเป็น 8.30 น.  ในที่สุดนายรีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุลก็ลืมตาตื่น  ชายหนุ่มเหลือบมองไปทางเจ้าเด็กซึ่งนอนอยู่ข้างๆ  วันไหนที่ไม่มีเรียนเด็กหนุ่มจะนอนหลับอุตุเสมอ ถ้าไม่มีกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ(?)

 

“อรุณสวัสดิ์”  เสียงทุ้มเปล่งแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนที่กำลังหลับสบายตื่น   ปลายยื่นไปสัมผัสลูบผมสีน้ำตาลเข้มอย่างแผ่วเบา

 

อลิน แย้มเก้อพลิกตัวอย่างเกรียนๆแล้วก็หลับต่อ  ท่าทางแบบนั้นช่างน่าขำปนน่าเขกกระโหลก  ในเมื่อคนรักยังไม่ตื่น คนที่มีหน้าที่ทำอาหารเช้าก็ต้องลุกเพื่อไปอาบน้ำและเข้าครัว  รีวัลย์จัดแจงผ้าห่มให้นักศึกษาแพทย์ที่ต้องการพักผ่อน แล้วเขาก็ลุกออกจากห้องนอนไป

 

และนี่คือเรื่องราวในวันหยุดของคู่รัก Original 10 เซนติเมตร

                โดนตัวเอกซึ่งเคยเป็นพระร๊องรองใน Season แรก ขโมยบทบาทเด่นๆไปหลายสิบตอน ในที่สุดตัวเอกของ Season แรกก็ได้มีบทเด่นของตัวเองอย่างจริงจังเสียที    อุปกรณ์เตรียมอาหารจากในตู้เย็นวางเรียงบนเคาน์เตอร์ทำอาหารอย่างเป็นระเบียบ  ผักแช่น้ำสะอาด เนื้อหั่นบนเขียงถูกสุขอนามัย  ทุกอย่างราวกับหลุดออกมาจากรายการทำอาหารไม่ใช่สภาพครัวปกติของชาวบ้าน…

 

ตั้งแต่เจ้าเด็กมัธยมที่ฟูมฟักเลี้ยง(?)มาตั้งแต่มัธยมต้นเข้ามหาวิทยาลัยปีที่ 2   ทั้งคู่ก็ย้ายมาอาศัยอยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้ก็ปีกว่าๆ  ความรับผิดชอบเรื่องงานบ้านโดยส่วนมากจะแบ่งกัน ยกเว้นเพียงเรื่องทำอาหารเท่านั้นที่ชายวัย 4X รับผิดชอบเพียงผู้เดียว เพราะไม่อยากให้มีระเบิดพังคอนโดมีเนี่ยม  ถึงกระนั้นทุกครั้งที่เจ้าเด็กแอบเกรียนทำความสะอาดเขาก็ต้องคอยดูตามหลังอยู่ดี

 

เวลาผ่านเลยไป ตีนกาที่เปลือกตาก็เพิ่มขึ้น  อย่างน้อยหน้าผากก็ยังเต่งตึง…    รีวัลย์สับหมูด้วยความเร็วเยี่ยงโฆษณาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับ   ดูเหมือนเสียงนั้นจะดังไปปลุกคนที่นอนหลับไหลอยู่   “….เช้านี้ทำอะไรครับ….?”

 

เด็กหนุ่มเดินมาอย่างงัวเงีย   ตาสีเขียวยังลืมแทบไม่ขึ้นแต่ก็ยังลากตัวเองลงจากเตียงมาได้  ลุกจากเตียงมาได้หลังจากที่ชายอายุมากกว่าตื่นไม่นาน แสดงว่าเมื่อคืนไม่มีกิจกรรมพิเศษ(?)   “อรุณสวัสดิ์อีกรอบ  ฉันกำลังจะทำข้าวห่อไข่”

 

“…..งั้นผมขอราดซอสบนข้าวเองนะครับ….”  คำพูดที่เปล่งบอกแทนที่จะเป็นขอเป็นลูกมือ  กลับเป็นขอช่วยอะไรเล็กๆน้อยๆอย่างราดซอส… ช่างเป็นแฟนที่ดี

 

ซึ่งนั่นก็ดีแล้วในสายตาคนทำ   “ได้ นายไปอาบน้ำเถอะจะได้ตื่นเต็มที่”   ใช้สายตาบอกแทนพาเดินไปเข้าห้องอาบน้ำ   เจ้าหมาน้อยเชื่องๆก็เดินล่องลอยเข้าห้องน้ำไป

 

มื้อเช้าของคนสองคนไม่ใช่เพียงแค่ข้าวห่อไข่   ส่วนผสมที่วางเรียงบนเคาน์เตอร์ยังมีซุปและมีทบอล  เพื่อสุขภาพที่ดีทุกคนจำเป็นต้องกินข้าวเช้าหนักๆเพื่อให้มีพลังงานไปทั้งวัน…  โดยเฉพาะวันหยุดที่ต้องไปเยี่ยมเยียนบ้านแย้มเก้อที่สะพานควาย…

 

การเป็นแฟนที่ดี ต้องเป็นคนดีในครอบครัวอีกฝ่ายด้วย

จีบเด็กต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู

                ก้าวแรกของการรักษาความสัมพันธ์ที่ยาวนาน คือการดูแลเอาใจใส่กันเอง  ส่วนเก้าสองนั้นคือสิบแปด…..   ก้าวสองคือการมีสัมพันธภาพที่ดีกับครอบครัวของคนรัก  ผู้ใหญ่พอใจและปราบปลื้ม  การคบหาก็จะราบรื่นตามไปด้วย  คู่รักอายุห่างกันเกิน 10 ปีจึงประคองความสัมพันธ์มาได้

 

ข้ามฉากอาบน้ำแต่งตัวไปเพราะไม่ใช่ฉากจำเป็น  คู่รักต่างวัยนั่งกินมื้อเช้าไปพร้อมกับดูรายการข่าวทางโทรทัศน์   ข้าวห่อไข่สีเหลืองอร่ามสวยงามราดด้วยซอสรูปศิลปะเด็กอนุบาล… บ่งบอกว่าคนราดซอสไม่เก่งศิลปะเอาเสียเลย  รูปแมวช่างเหมือนหมีเบี้ยวๆ

 

“พี่รีวัลย์จะสอนแม่ทำกับข้าวอีกรึเปล่าครับ?”  เด็กหนุ่มเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับเคี้ยวข้าวอย่างเอร็ดอร่อย  มีแฟนทำกับข้าวเก่ง อาหารนอกบ้านก็สู้ไม่ได้

 

“ถ้าแม่นายมีอะไรที่อยากทำ ฉันก็จะสอน  พี่สาวนายก็ควรจะเรียนทำอาหารเหมือนกัน”  เป็นสาวเป็นนางควรจะหัดเป็นแม่บ้านแม่เรือนบ้าง..   มิใช่เป็นสาวสวยนักบู๊อย่างเดียว

 

“ถ้าเรียนกับคนอื่นมะขามคงจะเรียนล่ะครับ แต่เพราะเป็นพี่รีวัลย์ก็คงจะไม่….”  ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจได้   ความสัมพันธ์ไม่อาจเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์

 

“พี่สาวนายจะขายออกรึเปล่าน่ะ”  เจ้าตัวไม่อยู่เลยพูดถึงได้แบบไม่ต้องกั๊ก…  แต่ต่อให้อยู่ตรงหน้าก็คงพูดใส่ได้แบบไม่เกรงใจพอๆกัน

 

มื้อเช้าดำเนินไปด้วยบทสนทนาสะเปะสะปะไม่มีเรื่องใดเป็นพิเศษ   นักศึกษาหนุ่มเป็นฝ่ายเล่าเรื่องเสียมากกว่า  เรื่องของเพื่อนๆ  เรื่องการเรียน เรื่องผ่าอาจารย์ใหญ่…. มันควรจะพูดบนโต๊ะกินข้าวหรือเปล่า?  จนกระทั่งเสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น

 

“ใครมาตั้งแต่เช้าน่ะครับ?  เดี๋ยวผมไปเปิดเอง”   อลินวางช้อนและส้อมลงและลุกไปทางประตูห้อง   วันหยุดแบบไหนใครช่างขยันมาหา

 

เสียงกริ่งกดครั้งที่สองเผื่อว่าคนในห้องจะยังไม่ตื่น   “ครับๆ  มาเปิดแล้วครับ”   กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาเปิด  แขกที่มาเยือนพาให้คนเปิดประตูยืนนิ่งไปพักหนึ่ง

 

“อรุณสวัสดิ์จ้ะน้องอลิน  พี่มารบกวนรึเปล่า จะมาหาหัวหน้า”   แขกไม่ได้รับเชิญในวันนี้คือเลขานุการสาวผู้ชอบลอบทำร้ายเจ้านายของตัวเอง…

 

สัญญาณความไม่สงบในวันเสาร์ที่ควรจะเป็นวันครอบครัว…

เริ่มดังขึ้นประหนึ่งอินโทรภาพยนต์ลึกลับ…

                มื้อเช้าชะงักลงทันทีกลายเป็นการต้อนรับแขกที่มาเยือน  ข้าวเช้าที่มีเพียงสองจาน  ตอนนี้เพิ่มข้าวเปล่ามาอีกจานหนึ่งให้กับหญิงสาวผมสั้นสีน้ำตาลส้ม   เพชราที่มารบกวนคู่รักแม้จะมีสีหน้ามีกังวล  แต่มือของเธอนั้นก็ขยับตักกับข้าวฝีมือเจ้านายมากินโดยไม่มีท่าทีอึกอัก

 

“มีธุระอะไรตั้งแต่เช้า  ถ้าตามฉันไปบริษัท วันนี้ฉันบอกล่วงหน้าแล้วว่าจะไม่เข้าไป”  บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านเปิดทำการจันทร์ – เสาร์  วันนี้จึงไม่ใช่วันหยุด

 

“ไม่ได้ตามไปบริษัทหรอกค่ะ  ฉันมีเรื่องอยากให้หัวหน้าช่วย……”   น้ำเสียงที่แลดูห่อเหี่ยวอย่างกะทันหันชวนให้คู่รักต่างวัยมองหน้ากันและกัน

 

หญิงสาวผู้มีสีหน้ายิ้มแย้มอยู่เสมอ แม้แต่ในเวลาที่หัวหน้าเครียด หัวหน้ามีปัญหา  ตอนนี้เธอคนนั้นมีสีหน้าที่ชวนให้สงสัยว่าเกิดเรื่องอะไรบางอย่าง    “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับพี่เพชรา?”   คงไม่ใช่เรื่องยืมเงินหรอกกระมัง…

 

เพชรานิ่งมองจานข้าว  “อ้นหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนค่ะ”   สิ้นประโยคนั้นคนฟังทั้งสองนิ่งค้างไป  เรื่องสำคัญแบบนี้ใยไม่บอกตั้งแต่แรกมัวแต่นั่งกินข้าว!?

 

ดวงตาคมจ้องหน้าเลขาของตัวเอง  “อ้นหายตัวไป?  เธอรู้ได้ยังไงว่าหมอนั่นหายตัวไป?”  คำถามคล้ายกับหลอกถามความสัมพันธ์เพื่อกลั่นแกล้งคืนไปในตัว…

 

หญิงสาวแม้จะอึกอักแต่ก็จำเป็นต้องตอบ    “ฉันโทรไปหาเมื่อคืนไม่ยอมรับสาย  พอไปที่บ้านตอนเช้า  คนข้างห้องบอกว่าอ้นออกไปตั้งแต่เมื่อคืนค่ะ”

 

“คุณอ้นกับพี่เพชราเป็นแฟนกันอย่างเป็นทางการแล้วสินะครับ”  อลินทุบมือตัวเอง  ในที่สุดบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านก็มีสถิติผู้ชายขายออกเสียที….

 

ราวกับสีแดงเข้ามาเททับร่างของแขกผู้มาเยือน   ใบหน้าสวยของเพชราเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ  หน้าร้อนจนควันแทบจะออกมาทางหู   ลิ้นเริ่มจะพันกันและพูดไม่รู้เรื่อง…  นี่คือลักษณะของผู้หญิงซึนเดเระหรือเปล่า  แต่อีกฝ่ายไม่ได้เตี้ย แบน ซึน…..

 

….ถ้าเตี้ย แบน ซึน…เอ่อเกือบจะซึน…

คือที่ปรึกษาบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน

 

“เธอไปหักอกอ้นเข้ารึไง  อ้นมันเลยหนีไป”  รีวัลย์พูดต่ออย่างไร้น้ำใจและความเป็นห่วง  มือเรียวตบโต๊ะกินข้าวบ้านคนอื่นในทันที

 

“เปล่านะคะ!  ฉันก็แค่….!!!”   เกือบหลุดปากออกมาแล้วก็ปิดปากด้วยการกัดฟันและสีหน้าแดงก่ำ   ท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้คนสอบสวนสงสัยเข้าไปใหญ่

 

“ก็แค่?”   สองเสียงของคนรักผสานเป็นเสียงเดียวกันย้อนถาม   เพชรารู้สึกเหมือนตัวเองโดนต้อนเข้ามาจนมุม   เธอคิดถูกหรือคิดผิดที่มาพึ่งพาบ้านหลังนี้แทนที่จะเป็นบ้านของประธานบริษัท

 

มือเรียวของหญิงสาวกำเอาไว้แน่น   กำหมัดเอาไว้เพื่อรวบรวมความกล้าที่จะสารภาพออกไปว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างละเอียด   ดวงตาสองคู่ของเจ้าบ้านช่างอยากรู้อยากเห็น   อดีตหัวหน้ากองบัญชีคล้อยตามแฟนเด็กจนมีพฤติกรรมเหมือนกันไปเสียแล้ว….

 

“ก็แค่ปฏิเสธคำขอแต่งงานของอ้นเพราะว่าฉันยังไม่พร้อมน่ะสิคะ!!”    แผดเสียงใส่หัวหน้าและคนรักหัวหน้า   ข่าวที่ได้รับทำให้ทั้งคู่สะลึง….

 

เสียงเพลงงานแต่งงานและเสียงระฆังโบสถ์ดังก้องกังวาน

แต่หญิงสาวเลือกจะเดินไปทางคานแทน…เอ่อ….

                รีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุลมองหน้าลูกน้องของตัวเองด้วยสายตานิ่งงันและไร้อารมณ์  สายตาแบบนั้นชวนให้ลูกน้องสาวชงกาแฟรสเด็ดให้กินจะได้เลิกจ้อง   ยามเช้าวันหยุดของพนักงานหนุ่มและนักศึกษาแพทย์กำลังจะกลายเป็นภารกิจตามหาคน

 

“อายุเธอก็เยอะขึ้นทุกวัน  น่าจะตอบตกลงไปซะ  เดี๋ยวก็ขึ้นคาน”  หัวหน้าเอ่ยอย่างหวังดีไม่อยากเห็นเลขานุการต้องหงอย

 

“เอ่อ… พี่รีวัลย์ครับ   แอบหัวเราะรึเปล่าน่ะครับ”  อลินทักขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มเหยียดยิ้มที่มุมปาก  ใจจริงคงอยากหัวเราะออกมาแต่เกรงใจ…

 

เพชรายิ่งรู้สึกอายเพิ่มขึ้นทุกขณะ   “เรื่องนั้นช่างฉันเถอะค่ะ!  ….  พอคุยกันเสร็จแล้วจากนั้นอ้นก็หายไปเลย   น่าเป็นห่วงว่าจะหนีไปไหนไปทำอะไร…”  ไม่กล้าคิดว่าจะไปฆ่าตัวตายหรือเปล่า….

 

คอนโดมีเนี่ยมพญาไทแห่งนี้ก็ไม่ใช่สำนักงานนักสืบ  ตกลงรับคดีแล้วก็ใช่ว่าจะไปเจอฆาตกรรมซ่อนเงื่อน  หากนี่เป็นการ์ตูนเรื่องนักสืบคอยนาน  หากหลังจากนี้รีวัลย์และอลินคงได้เข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมลูกน้องที่หายตัวไป  โดยมีเลขาคนนี้เป็นผู้ต้องสงสัย

 

ดวงตาสีเขียวเบี่ยงมองใบหน้าด้านข้างของหนุ่ม 4X  มือขยับไปสะกิด  “พี่รีวัลย์ ไปช่วยพี่เพชราตามหาคุณอ้นกันเถอะครับ  เผื่อคุณอ้นจะคิดสั้น”   ปกติกัดลิ้นตลอดเวลา… เป็นหนังจีนคงตายไปแล้ว(?)

 

ชายผมดำนั่งมองจ้องลูกน้อง  หญิงตรงหน้าที่มักจะมีสีหน้าและท่าทางมาดมั่น คอยชงกาแฟรสชาติเหมือนน้ำทะเลมาให้  ตอนนี้เธอดูมีสีหน้ากังวลอย่างจริงจัง  คนเป็นเจ้านายมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของลูกน้อง…  นิยามของหัวหน้าเขียนเอาไว้แบบนั้น

 

“รถของพวกฉันนั่งได้แค่สองคน   ขับรถของเธอไปก็แล้ว  ลองไปที่ๆอ้นน่าจะไป”   ในที่สุดพ่อบ้านในวันหยุดก็ลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะกับออกนอกบ้านมากกว่านี้

 

นัยน์ตาสีเดียวกับเส้นผมสีส้มจับจ้องชายที่ทำงานร่วมกันมานานอย่างอึ้งๆ  “หัวหน้า……”    หัวหน้าที่ชอบทำหน้าตาตึงเครียดจนมีตีนกา

 

“ไม่รีบไปรึไง  เผื่ออ้นมันโดดแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้ว  โทรหาอัศวิน หาญจิต  อิ๊ด กระเชอด้วย พวกนั้นจะได้กระจายไปหาที่อื่น”   อลินแอบหัวเราะในท่าทางไม่อยากจะช่วยแต่ก็จะช่วยของคนรัก  ใครว่าคนในบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านไม่ค่อยรักกัน   ออกจะรักและเกื้อกูนกันเสียขนาดนี้

 

สิ่งที่เหมือนกันของเหล่าพนักงานบริษัทนี้..

ก็คงจะเป็นโดดงานทันทีที่มีเรื่องความรักเข้ามาเกี่ยว….

                รถยนต์ฮอนด้า Jazz สีเหลืองสดแล่นไปตามท้องถนนของเมืองใหญ่   ปฏิบัติการตามหาอ้นที่หายไปกระทำกันอย่างมีระบบ   ชายผู้เป็นหัวหน้าเป็นคนขับ  แฟนของหัวหน้านั่งที่นั่งข้างคนขับคอยสังเกตรอบๆ  ส่วนเลขานุการนั่งเบาะหลังคอยกาเครื่องหมายลงในแผนที่จังหวัดกำแพงกุหลาบ

 

อัศวิน สมิงห์ออกตามหาในพื้นที่ย่านเกษตรนวมินทร์ งามวงศ์วาน บางเขน ลาดพร้าว จตุจักร บางกะปิ รามคำแหง   และระแวกใกล้เคียง  ส่วนรองประธานนั้นออกไปตามหาในพื้นที่ตัวเมืองอย่างอโศก  สีลม  สุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัย พระโขนง  คนอื่นๆก็กระจายกันออกไปแต่ละที่  ส่วนรถยนต์ Jazz ก็มุ่งหน้าไปทางฝั่งธนบุรี

 

กระบวนการทำงานที่กระจายตัวกันไปในพื้นที่ต่างๆช่างเหมือนกองกำลังทหาร  อลินรู้สึกทึ่งในการแบ่งงานของพนักงานบริษัทสำรวจฯ   บางทีนี่อาจจะเป็นความสามารถที่ได้จากการเดินทางตามหาลูกค้าในแต่ละพื้นที่ก็เป็นได้  บางทีอาจจะเจอคนที่หายไปได้โดยไม่ต้องแจ้งตำรวจมาช่วย

 

“ยังไม่มีใครไปแถวดอนเมือง  ปากเกร็ด  หลักสี่  รังสิต หรือระแวกนั้นเลยนะคะ”  เพชรานั่งอ่านแผนที่   ในตอนนั้นเด็กหนุ่มผมน้ำตาลก็ปัดมือไปมา

 

“คุณอ้นคงไม่ไปแถวหลักสี่หรอกครับ  ถ้าเป็นพี่รีวัลย์หรือคุณอัศวินก็ว่าไปอย่าง”   คนฟังทั้งสองกินจุดไข่ปลานับล้าน…. อย่าบอกนะว่านี่คือมุก….

 

สกิลการจิกกัดหัวหน้าหนุ่มคงไม่มีใครทำได้ดีเท่าแฟนหัวหน้าอีกแล้ว   เพชราพยายามกลั้นหัวเราะเมื่อเหลือบมองดูสีหน้านิ่งๆคล้ายกับกล้ำกลืนที่ไม่สามารถตบกระหม่อมเด็กนักศึกษาได้   อย่างสองคนนั้นน่ะเลขหลักสี่ไปไกลแล้ว… จะถึงแจ้งวัฒนะแล้วล่ะมั้ง

 

“เพชรา  เธอพอจะนึกอะไรออกบ้าง ว่าอ้นน่าจะไปไหน”   เสียงทุ้มรีบถามเปลี่ยนประเด็นในทันที  แซะเรื่องอายุกันอยู่นั่น….

 

หญิงสาวเริ่มครุ่นคิด  “….ที่ไหนเหรอคะ… เคยได้ยินว่าปีนี้ปีชงอยากจะไปแก้ชงที่วัดแถวเยาวราช  แล้วก็อยากไปเดินดูสะพานพระราม 8 อยากไป Korea Town อยากจะไปดรีมเวิร์ล  อยากไปกินข้าวมันไก่สะพานควาย” สุดแสนจะไม่มีพิกัดที่แน่นอน…

 

ชายผมดำถอนหายใจให้กับความไม่ใส่ใจแฟนของเลขา จะเรียกว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกันก็คงไม่ได้… อยู่ในประเภทไม่อยากเปิดตัวอย่างกับหนังเรื่อง  CDM  ฝากเงินมาแลกรัก(?)   คนในบริษัทนี้ยังคงมีค่านิยมแอบคบใครลับๆไม่บอกเพื่อนร่วมงานกันอยู่

 

“เป็นไปได้มั้ยครับ ว่าคุณอ้นจะไปโดดแม่น้ำเจ้าพระยา….”  อลินพูดในแง่ร้ายที่สุดออกมา  คนที่ผลักหลังผู้ชายชอบกัดลิ้นถึงกับหน้าซีด…

 

คล้ายกับว่าดวงตาใสนั้นมีน้ำตาเอ่อคลอ   “………..ฉันไม่คิดว่าอ้นจะคิดมากขนาดนี้ค่ะ………..”  คำพูดปฏิเสธนั้นชายที่มั่นใจว่าต้องได้รับการตอบรับคงจะหวังคำตอบเอาไว้มาก….

 

“การขอแต่งงานมันต้องใช้ความกล้ามาก”   รีวัลย์เอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มเงียบงันและเคร่งเครียด   มันไม่ใช่เพียงการสารภาพรัก….

 

การแต่งงานคือการชักชวนเพื่อมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันตลอดไป

กลายมาเป็นครอบครัวเดียวกัน…เป็นการสาบานว่าจะดูแล….

                คนๆหนึ่งจะเอ่ยคำขอแต่งงานกับใครอีกคนหนึ่งก็เมื่อเชื่อมั่นและเลือกอย่างดีแล้ว  การแต่งงานเป็นความฝันของหญิงสาว  เจ้าทึ่มในกองบัญชีคงคิดมาอย่างดีแล้วก่อนจะบอก…  คงไม่แปลกที่จะผิดหวัง เพราะมันไม่ใช่แค่การชวนไปออกเดท…

 

อลินหันไปยังที่นั่งด้านหลัง   “พอคุณอ้นหายไปแบบนี้  พี่เพชรารู้สึกร้อนใจมากรึเปล่าครับ?”  อาจจะไม่ได้คำตอบ.. แต่ใบหน้าที่แดงระเรื่อก็เป็นคำตอบได้แล้ว…

 

“ถ้าพี่เพชราไม่รู้สึกอะไรคงไม่ร้อนใจจะตามหาแบบนี้หรอกครับ”  ดวงตาสีเขียวเหลือบมองไปยังชายที่เคยทำแหวนหายแล้วร้อนรน  ไหนจะอดีตที่เคยมีหลายๆเรื่องเกิดขึ้นมาก่อน…

 

“ความรู้สึกดีๆทำให้เราห่วงอีกคนหนึ่งนะครับ  ไปไหนทำอะไรที่ไหนยังไง”   คล้ายกับว่าบรรยากาศในรถได้กลายเป็นสีชมพูขึ้นมา…..

 

….ประเดี๋ยวก่อน…..นี่มันซีนที่เธอต้องเครียดไม่ใช่เหรอ…

                เพชราจ้องมองดูคู่รักเบาะด้านหน้าด้วยสีหน้านิ่ง    นักศึกษาแพทย์ที่ส่งสายตามองแฟนของตัวเองอย่างประหม่าที่พูดคำหวาน   ที่ปรึกษาบริษัทสำรวจที่ลอบยิ้มจางๆและยังเผลอขับรถเหยียบหลุม… เอ่อ….  มันกลายเป็นฉากโลกของคนสองนไปได้อย่างไรกันล่ะนั่น!!

 

ส่งเสียงกระแฮ่มไอให้คนข้างหน้าได้ยิน   “หัวหน้ากับน้องอลินจะหวานกันก็ไม่ว่าหรอกนะคะ  แต่เกรงใจคนโสดหน่อยค่ะ…”   คนโสดไม่สนิทที่กำลังจะโสดเพราะเผลอไปหักอกเค้าทำไม….

 

“พี่เพชราไม่ได้โสดไม่ใช่เหรอครับ?”   เจ้าเด็กมัธยมที่เคยเป็นของเล่นให้พวกพี่สาวในบริษัทหยอกเล่น ตอนนี้เติบโตเป็นจอมมารน้อยไปเสียแล้ว……

 

หญิงสาวเริ่มจนมุมเมื่ออยู่กับคนทั้งคู่   เธอเริ่มกุมขมับจนกระทั่ง…  “เพชรา  ถ้าเธอเจออ้น เธอก็ไตร่ตรองดูดีๆก็แล้วกัน  ว่าเธอจะเอายังไงต่อ”

 

“หัวหน้าคะ………..” ดวงตาสีส้มมองดูคนทั้งสอง   ทั้งๆที่เธอแกล้งใส่เกลือในกาแฟเจ้านายมาตลอด  เงินเดือนก็ไม่เคยลด  ไม่เคยดุด่าว่ากล่าว…  มีปัญหาก็ช่วย….  ในที่สุดเลขานุการที่ชอบทรยศเจ้านายก็เริ่มสำนึกผิดครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี……

 

ฉากแห่งความประทับใจของเจ้านายกับลูกน้องดำเนินไปในรถอย่างเงียบๆ…   หากแต่ยามนั้นเองอลิน แย้มเก้อมองออกไปนอกกระจกรถแล้วเห็นอะไรบางอย่าง…  ใครบางคนที่แต่งตัวคล้ายๆกับแฟนตัวเองตรงหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งหลังผ่านพ้นสะพานพระราม 7

 

“พี่รีวัลย์!  หยุดรถก่อนครับ นั่นคุณอ้น!”   ความเร็ว 100 กิโลเมตร/ ชม. กับถนนในเมืองในยามสาย….  ถนนที่ไม่ได้เรียบนัก…….

 

เอี๊ยด!!!

 

                รถยนต์ Jazz เบรคกะทันหันเกือบหน้าคว่ำ…  โชคดีที่ไม่รถตามมาข้างหลัง มิอย่างนั้นคงได้เกิดโศกนาฏกรรม  ดวงตาคมมองตามไปอย่างเหยี่ยวที่มองเห็นเหยื่อ  ชายหนุ่มเข้าเกียร์ถอยหลังและหักหัวเลี้ยวเข้าไปในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในทันที….

 

ฉากในเร็วและโคตรโกรธบังเกิดอีกครั้ง ราวกับรีไซเคิลจากฉากการไล่ล่าที่ระยองในตอนต้นๆเรื่องของพระเอกรุ่นสอง(?)   Jazz สีเหลืองสดพุ่งเข้าปาดหน้าคนเดินตรงหน้าทางเข้าโรงพยาบาลที่มีชื่อด้านการศัลยกรรมในทันใด…  ชายผู้นั้นแผดร้องลั่น…

 

“เฮ้ย!!!”    บุคคลที่เหล่านักสืบตามหาสะดุ้งตกใจพร้อมกับกัดลิ้นตัวเองเข้า    บุรุษพยาบาลและคนระแวกนั้นแตกตื่น…

 

“อ้น!!!   นายมาอยู่ที่นี่เอง!!”   ประตูรถเปิดออกอย่างไวว่อง   เพชราที่ร้อนรนตรงดิ่งไปหาชายที่ตัวเองเผลอปาก(?)ปฏิเสธออกไปทันที   อีกฝ่ายเห็นหน้าแล้วอ้าปากค้าง

 

“เพชรา!  เธอมาได้ยังไง!!”   ยังไม่ทันจะได้คำตอบทุกอย่างก็กระจ่างแจ้งเมื่อได้เห็นอดีตหัวหน้ากองบัญชีพ่วงแฟนที่กำลังลงมาจากรถ

 

รีวัลย์มองหน้าลูกน้องซึ่งพยายามเลียนแบบตนมาตั้งแต่เข้าทำงานใหม่ๆ   ไม่มีคำพูดใดๆออกจากปากเพราะไม่ใช่หน้าที่  หน้าที่ของนักสืบตอนนี้เสร็จสิ้นแล้ว… หลังจากนี้จะกลายเป็นละครหลังข่าวที่ได้มาดูการถ่ายทำในสถานที่จริงๆ…

 

“จู่ๆนายหายไปไหน!   รู้มั้ยว่าคนอื่นเค้าเป็นห่วง!!”   เสียงใสแผดใส่คนตรงหน้า  คำพูดคำจาเริ่มตรงไปตรงมาลืมไปแล้วว่ามากับคนอื่นด้วย…

 

“เธอเป็นห่วงฉันด้วยเหรอ….  เธอปฏิเสธฉันแล้วไม่ใช่รึไง!”   พ่อแง่แม่งอนสุดๆ  ยามนี้อลินนึกอยากเดินเข้าไปซุปเปอร์ใกล้ๆเพื่อหาของกินมาแกล้มระหว่างดู….

 

หญิงสาวผมสีน้ำตาลส้มพูดอะไรไม่ออก  มันจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูดจนเธอจนมุม….   “ก็ดีแล้วที่นายไม่ได้คิดสั้น…” แค่กัดลิ้นทุกวันก็เหมือนจะตายได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องฆ่าตัวตาย….

 

ชายหนุ่มคิ้วขมวด   ใบหน้าที่ดูสูงวัยกว่าผู้ชายอายุ 4X ใกล้ๆนั้นสลดลงไป    “เธอคิดว่าฉันจะฆ่าตัวตายงั้นเหรอเพชรา….”

 

“งั้นนายมาทำอะไรที่นี่  นายเป็นอะไรรึเปล่า??”   เลขาหญิงของที่ปรึกษามองสำรวจร่างกายของอีกคน  ทุกอย่างยังครบ 32 แต่มันครบจริงๆรึเปล่า…….   เด็กหนุ่มตาสีเขียวมองไปทางป้ายของโรงพยาบาล  มันคือโรงพยาบาลชื่อดังด้านศัลยกรรมตกแต่ง…..

 

“ฉันไม่ฆ่าตัวตายหรอกน่า!   ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ชอบคนหน้าตาดี  ฉันก็เลยจะมาปรึกษาหมอ!!!”  ราวกับพายุหิมะพัดเข้ามาใส่คู่สนทนา…  ลามพัดไปโดนคนดูละครอีกสองคนเป็นลูกหลงไปด้วย…….

 

อันตำรามากมาย นิยาย ละครหลังข่าว มักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้หญิงนั้นผู้ชายที่หน้าตาดี  เพราะฉะนั้นพระเอกละครจึงหล่อไปเสียหมด…  บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านคนที่ไม่โสด ก็ล้วนแต่เป็นผู้ชายหน้าตาดีทั้งสิ้น (ถึงจะเป็นเกย์)  โลก…มันไม่ยุติธรรม….

 

เขาจะต้องเปลี่ยนแปลง….. เปลี่ยนไปเป็นผู้ชายหน้าตาดี

 

กระทั่งผู้หญิงที่ตัวเองชอบก็ยังปฏิเสธ  เขาจะต้องเปลี่ยน   “ฉันจะเปลี่ยนตัวเอง เธอจะได้ชอบฉันไงเล่า!!”  ใบหน้าที่จริงจังและการกลั้นใจพูดทั้งที่เลือดกลบปากมันช่างทรงพลัง…..

 

ผู้คนรอบกายที่เข้ามาเป็นไทยมุงล้วนซาบซึ้งในความรักอันยิ่งใหญ่….  อลินที่ไม่รู้เอาหมูปิ้งมาจากไหนกัดเนื้อค้าง   คนข้างหายผมสีดำซึ่งไม่รู้ไปหาน้ำมาจากไหนอีกเช่นกันก็นิ่งมอง    ทุกอย่างรอบกายของสองคนนั้นนิ่งราวกับอยู่คนละโลก…

 

ถ้อยคำที่จริงจังของชายหนุ่มซึมผ่านไปสู่หญิงสาว….   “เจ้าบ้าอ้นเอ๊ย!!!!”  ฝ่ามืออรหันต์ฟาดเปรี้ยงเข้าใส่แก้มเจ้าผู้ชายหน้าแก่เกินวัย    คู่รักหวานชื่นที่มองดูเงียบๆอึ้งทึ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว…

 

อ้นผู้ถูกกระทำลงไปนั่งจับแก้มทั้งเลือดกลบปาก…  กัดลิ้นตัวเองแล้วยังมาโดนสาวตบต่อหน้าประชาชีอีกจะซวยไปไหน!  ใช่ซี่!  เขามันไม่ใช่คนหล่อหน้าตาดี    “พี่รีวัลย์ครับ เราเข้าไปห้ามทัพกันดีมั้ยครับ?”  อลินเริ่มรู้สึกว่ากินเผือกอย่างเดียวคงไม่ดีแน่แล้ว…  แต่คนรักสะบัดใบหน้าตอบ

 

เพชรากำหมัดแน่นราวกับจะฟาดหน้าให้อีกซักรอบ  แต่…..   “นายชวนแต่งงานเดือนหน้า  ฉันก็เลยไม่พร้อมสิยะ!!!”  คดีพลิก…..

 

ทุกสายตามองไปทางคนร้ายที่หลบหนีมาถึงฝั่งธนบุรีและหวังจะผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้า…    อ้นมองตาปริบๆ  “แล้วถ้าแต่งเดือนอื่น เธอจะไม่ปฏิเสธฉันรึไงยัยบ้า!”  ตะคอกกลับไปอย่างกับคู่รักหลังข่าว….

 

“ก็ใช่สิยะ!!”  นิยามของตอนนี้คือซึนแตก….

 

แสงจากสวรรค์ทอดลงมาจากท้องฟ้า…

ฉาบร่างของชายหนุ่มคล้ายกับมีนางฟ้าลงมาโปรด….

                ใบหน้าของเลขานุการเพียงคนเดียวของที่ปรึกษาบริษัทเป็นสีแดงก่ำ   ดวงตาที่ตี๋เหมือนลูกคนจีนจ้องมองดูหญิงผู้น่ารักคนนั้น   คนที่คอยตามหลังหัวหน้า คอยชงกาแฟแกล้งเจ้านาย…  คนหน้าตาดีที่น่าจะเหมือนคนอื่นๆที่ชอบคนหน้าตาดี….

 

“เธอจะแต่งงานกับฉันสินะเพชรา..?”   เหล่าไทยมุงเริ่มกำมือแน่นแนบอกเหมือนลุ้นผลสลากกินแบ่งที่จะออกในอีกไม่กี่วินาทีนี้

 

ดวงตาสีส้มเหลือบมองไปทางอื่น   “……… แต่งสิยะ…..”  แล้วเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องขึ้นจากรอบกายที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาให้กำลังใจ(?)

 

เด็กหนุ่มนักศึกษาแพทย์คาบหมูปิ้งมองด้วยสายตาเป็นประกายก่อนจะช่วยปรบมือแสดงความยินดีด้วย   หัวหน้าของคนทั้งสองยืนมองลูกน้องเจ้าปัญหาพลางถอนหายใจ… ก่อนที่ชายหนุ่มผมดำจะลอบยิ้มออกมาที่มุมปาก  งานนี้นักสืบยังไม่ทันเข้าไปคลี่คลายเลยสักประโยคเดียว…

 

อลินหันมองหน้าคนรักข้างกายทั้งคาบหมูปิ้งเต็มปาก   รีวัลย์ยิ้มตอบกลับให้เช่นกัน…  รู้ผ่านสายตาว่าต้องการสื่ออะไร…  การได้เห็นคนอื่นมีความสุข  บางครั้งก็เป็นความสุขของตัวเองเช่นกัน  โดยเฉพาะเมื่อเป็นคนที่รู้จักใกล้คิด…แต่…..  มันคลี่คลายง่ายไปมั้ย!!??

 

…..อันหญิงสาวนั้นเหมือนตำราความยาวเท่ากำแพงเมืองจีน….

….เข้าใจยากยิ่งกว่าความลับของจักรวาลเสียอีก…..

                เมื่อเรื่องราวคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว  คู่รักเจ้าปัญหาอ้นและเพชราก็ยืนโค้งศีรษะสำนึกผิดที่ทำให้หัวหน้าและแฟนเด็กต้องเดือดร้อน  ทั้งคู่ก้มหน้าไม่ยอมเงยขึ้นมา…  รีวัลย์กอดอกมองอย่างเงียบเฉย  ในตอนนี้เขาไม่รู้จะพูดอะไรดีเลยจริงๆ….

 

“คลี่คลายไปในทางที่ดีก็ดีแล้วล่ะครับ  ถึงผมจะงงๆที่จบเร็วก็เหอะ….”  ว่ากันว่าพื้นที่ของตัวละครที่ไม่ใช่ตัวเอกมันสั้นนักล่ะ…

 

“ขอโทษน้องอลินกับหัวหน้าด้วยนะที่ทำให้เดือดร้อน  อ้นก้มหัวอีก!”   หญิงสาวผมตัดสั้นสีส้มจับแฟนที่เปิดเผยได้แล้วกดศีรษะให้ต่ำลงไปอีก….

 

“ขอโทษครับหัวหน้า!  เพราะยัยบ้าเลยวุ่นวายกันไปหมด”   นายก็ด้วยเหมือนกัน… เสียงในใจของที่ปรึกษาบริษัทก็ได้แต่ดังอยู่ในใจเพียงอย่างเดียว…

 

ชายหนุ่มถอนหายใจ  “ช่างเถอะ  พวกนายจะแต่งงานกันฉันก็ยินดีด้วย  ต่อไปก็เลิกปิดบังคนในบริษัทซักที”  ทำตัวลับๆประหนึ่งยังอยากจะหาตัวเลือกใหม่ๆอย่างนั้น…

 

ถึงแม้ชายหญิงตรงหน้าจะแอบเถียงกันเบาๆ.. กระนั้นแล้วมือของทั้งสองก็ยังจับจูงกันไว้ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหายไปทำอะไรอีก  ภาพแบบนั้นช่างดูสดใส…  อาจจะสดใสเพราะอ้นยังเป็นเด็กก็เป็นได้ ถึงใบหน้าจะไปไกลก่อนอายุเยอะแล้วก็ตาม…

 

“งั้นพวกเรากลับก่อนนะคะ…  ขอโทษที่รบกวนวันหยุดของหัวหน้ากับน้องอลิน  ยังเหลือเวลาวันหยุดอีกเที่ยวให้สนุกนะคะ”  ถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันไป   ทั้งสองคนโค้งลาและเดินไปทางรถยนต์สีเหลือง

 

“ยินดีด้วยนะครับพี่เพชรา  ต้องเชิญผมไปนะครับ การ์ดของจันด้วย!”   อลินบอกไล่หลังผู้ว่าจ้างในคดีนี้(?)   เธอหันกลับมายิ้มให้… รอยยิ้มที่ดูมีความสุขกว่าเมื่อเช้า…  ใบหน้าของหญิงสาวควรจะเป็นสีหน้าที่มีความสุขแบบนี้สินะ  สองคนนั้นดูมีความสุข….

 

มองเห็นสถานการณ์ซึนเดเระแบบนั้นแล้ว….

วันหนึ่งที่ซึนเดเระบอยบางคนเลิกทำตัวปากแข็ง…วันนั้นจะมาถึงหรือเปล่านะ….

                รถยนต์ฮอนด้า Jazz สีเหลืองสดเคลื่อนที่ออกไปจากโรงพยาบาล   ผู้คนในระแวกนั้นแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองกันต่อ… หลังจากได้เป็นสักขีพยานรักและแอบถ่ายไปลงโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กกันเสร็จสรรพ  เมื่อภารกิจของสองนักสืบแบบงงๆจบลง… ก็ถึงเวลาไปสร้างซีนของตัวเองเสียทีโดนแย่งไปเยอะ

 

“พวกเราก็กลับกันเถอะ”  มือแกร่งยื่นไปจับมือของเด็กหนุ่มคนรัก  ไม่มีอะไรค้างคาที่นี่อีกต่อไปแล้ว..  จบไปอย่างรวดเร็ว

 

“จะว่าไปพี่รีวัลย์ครับ  พี่เพชราลืมสินะครับว่าพวกเรามาด้วยกัน….”  จุดไข่ปลาลอยเต็มอากาศ…   สายลมอันเงียบงันคล้ายกับพัดเข้ามาระหว่างกลางของคนทั้งสอง

 

คนสองคนที่โดนพาออกมาช่วยเหลือและโดนทิ้งยืนเงียบ   ในสมองของที่ปรึกษาบริษัทสำรวจญเริ่มครุ่นคิดถึงโบนัสที่จะออกในไตรมาสนี้…   ดูเหมือนการตัดสินเรื่องโบนัสจะต้องง่ายขึ้นแน่ๆ… และที่สำคัญคนอื่นๆจะยังร่อนไปทั่วกำแพงกุหลาบหรือเปล่านะ…

 

“เจ้าพวกนั้น…..”  ก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับคู่รักบ๊องๆคู่นั้น….

 

อลินดึงมือของคนรักที่สูงน้อยกว่าตัวเอง 10 เซนติเมตร   มือข้างที่ว่างชี้ไปยังรางรถไฟฟ้า BTS ที่อยู่สูงขึ้นไป   “งั้นนั่ง BTS ไปเที่ยวกันเถอะครับ”   อย่างน้อยก็ยังมีรถไฟฟ้า BTS ให้ได้เดินทาง..   โครงการที่เมื่อ 6 ปีที่แล้วยังเป็นแค่โครงปูน  ถัดมาอีก 6 ปีก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว…

 

                อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงไปในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา…

เหมือนความสัมพันธ์ของคนเรานั้น….

                สองร่างเดินจูงมือกันไปหาทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า  BTS   ดวงตาสีดำขลับจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าตัวเอง  เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบครึ่งวันนี้….  ทุกอย่างก็ใช่ว่าจะสูญเปล่าเสียเวลาไปหมด  เพชรากับอ้นช่วยให้เขาได้มองภาพอะไรบางอย่างชัดเจนขึ้น….

 

….ภาพในอนาคตที่ชัดขึ้นในความสัมพันธ์นี้….

                เจ้าเด็กมัธยมต้นที่เติบโตมาเรื่อยๆ จากเครื่องแบบกางเกงสีกากี  เป็นเครื่องแบบกางเกงสีดำ และเป็นเครื่องแบบนักศึกษา ต่อไปก็จะเป็นเสื้อแบบของหมออย่างเต็มตัว…   ในวันหยุดนี้พวกเราก็ควรจะทำสิ่งที่ยังไม่ได้ทำให้เสร็จสิ้น และเริ่มเรื่องอื่น…

 

“ไปซื้อแหวนใหม่กัน   ไหนๆวันนี้ก็ว่างไม่ได้ไปบ้านพ่อแม่นายที่สะพานควายแล้ว”  แหวนที่หายไปหลายตัว  ถึงเวลาที่จะซื้อใหม่ได้แล้ว….

 

ดวงตาสีเขียวหันมองและยิ้มให้     “ครับ  ไปเลือกวงใหม่ด้วยกัน”   แหวนที่หายไปจะได้กลับมาเป็นคู่  พร้อมเรื่องราวบางอย่างที่ต่างคนต่างไม่ต้องพูดมันออกมา…เพราะเข้าใจกันเองได้….

 

การเลือกใครสักคนให้มาอยู่ข้างกายกันนั้น

…..เป็นการมองภาพอนาคตที่ไกลออกไป….

                เส้นสายรถไฟฟ้าที่ครั้งหนึ่งยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง   ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางนั้นจะจบลง  มันยังทอดยาวออกไปได้อีก  ต่อสายออกไปไกลมากขึ้นเรื่อยๆตราบเท่าที่ยังได้อยู่เห็นความเปลี่ยนแปลงของมัน   เส้นทางของการคบหา.. หากเดินต่อไปด้วยกันเรื่อยๆ ก็คงได้เห็นทางที่ต่อยอดต่อไปได้อีก….

 

เรื่องราวของตัวเอกบางครั้งอาจจะโดนแย่งซีนไปบ้าง

แต่ตัวเอกก็คือตัวเอก

 

ความรักของคู่รัก Original สิบเซนติเมตรนั้น…

จากวันนี้และพรุ่งนี้ก็ยังหวานชื่นอยู่….

 

 

—————————–

Free Talk : ตอนนี้เหมือนจะเป็นตอนของรีลิน แต่จริงๆเป็นตอนของอ้นและเพชรา 5555 มาอย่างซิทคอมและไปอย่างซิทคอม… แต่อย่างน้อยเรื่องการแต่งงานของสองคนนั้น ก็ทำให้คุณรีวัลย์คิดอะไรบางอย่าง น้องอลินก็คิดอะไรบางอย่าง แต่การขอแต่งงานของสองคนนั้นคนอ่านอาจจะไม่ได้เห็น ฮา #โดนตบ

สถานที่ในตอนนี้คือโรงพยาบาลยันฮีค่ะ =w= แต่น่าจะเดาได้จากโรงพยาบาลในไทยที่ดังเรื่องศัลยกรรมล่ะนะ….

Advertisements
 
3 ความเห็น

Posted by บน 02/04/2014 in Uncategorized

 

3 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 21

  1. fray666

    02/05/2014 at 9:07 AM

    เป็นคู่รักบ้าบอที่สุดในเรื่องนี้แล้วมั้งเนี่ย 5555+

    อ้นนายคิดได้ไงเนี่ยว่าทำศัลยกรรมแล้วเพชราจะหันมามองมากขึ้นเนี่ย เล่นขอแต่งงานเดือนหน้าใครมันจะไปตกลงฟระ ไม่ได้เมค เซนส์เล้ยยยย ฮาาาา

     
  2. ตป. | S.Luce

    02/07/2014 at 1:18 PM

    โอยยยย นานๆ รีลินจะออกเต็มตอน ก็ยังไม่วายมีอ้นกับเพชรามาแย่งซีน 5555

    อ้น.. นายไปขอแต่งงานเดือนหน้า ใครจะไปตกลงทันทียะ!!

    คำผิดฮับบบ
    – ปราบปลื้ม
    – สะลึง
    – ขับรถของเธอไปก็แล้ว ลองไปที่ๆอ้นน่าจะไป < เหมือนพิมพ์ตก พิมพ์สลับคำกันหรือเปล่า
    – เกื้อกูน
    – ผู้หญิงนั้นผู้ชายที่หน้าตาดี < พิมพ์ตกแย้วว
    – แหวนที่หายไปหลายตัว < ตอน ! 5555

     
  3. taraikari

    03/12/2014 at 8:48 PM

    แค่ชื่อตอนก็บ่งบอกถึงความเป็นซิทคอมที่จะเกิดในตอนแล้วอ่ะ
    เพชราเธอโผล่ขัดความสุขพี่รีวัลย์กับน้องอลินแล้วปล่อยสองคนนี้ทิ้งไว้งั้นเรอะ
    ช่างเป็นเลขาที่รักเจ้านายจริงๆ
    ฮาอ้นอ่ะ
    คิดได้ไงว่าจะไปอัพหน้า
    เฮ้ออออออออออออออ
    เวลาเดือนเดียวจะเตรียมอะไรทันล่ะอ้นเอ๊ยยยยยยย

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: