RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 24

16 ก.พ.

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”

Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

 

แฟมิลี่มาร์ทนั้นเป็นร้านค้าในเครือของเซ็นทรัล

                ความจริงที่บางคนอาจไม่เคยรู้หากไม่ได้สนใจเรื่องของร้านแฟมิลี่มาร์ท หรือโครงสร้างการค้าในระบบเศรษฐกิจ   แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนิยายรักกันล่ะ?    ความรักบางครั้งก็มีเรื่องราวคล้ายกับการทำธุรกิจ  อาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่บางทีอาจมีจุดร่วมจุดต่อให้เดินหน้าไปด้วยกันได้ในทางใดทางหนึ่ง  ถ้าไปต่อได้ก็มุ่งหน้าต่อไป  ถ้าไปต่อไม่ได้ ก็จำต้องหยุดความสัมพันธ์การค้าลง….

 

พระร๊องรองนั้นคือแฟมิลี่มาร์ทผู้เกลียดเซเว่น

แล้วใครกันล่ะ ที่จะมาเทคโอเวอร์ควบบริษัทพระร๊องรองไป

 

ตอนที่ 24 : เลเวลใกล้ตันก็ต้อง Class Change!

 

วันจันทร์คือวันเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ที่การจราจรมักจะแน่นขนัดมากที่สุด  ผู้คนกระตือรือร้นออกจากบ้านไปเรียนและไปทำงานเร็วที่สุด  หลังจากผ่านวันหยุดเสาร์อาทิตย์ไป  วงจรชีวิตของผู้คนในเมืองหลวงก็กลับคืนสู่วันคืนของการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง

 

นักศึกษานั้นมีหน้าที่เล่าเรียน  มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบในยามเช้าวันจันทร์นั้นแสนคึกคัก  หนุ่มสาวในชุดเครื่องแบบเมื่อเจอหน้ากันต่างพูดคุยถึงเรื่องวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  และเมื่ออาจารย์เข้าห้องสอน เสียงสนทนาก็เงียบลง  เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว

 

อลิน แย้มเก้อนั่งคร่ำเครียดในห้องเลคเชอร์คณะแพทย์ศาสตร์   สีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนักยามที่อยู่กับคนรักแสดงออกว่าเจ้าตัวจริงจังกับการเรียนขนาดไหน   บนสมุดโน้ตและตำราเล่มหนามีปากกาสีเขียนจดสิ่งที่อาจารย์บอกเพิ่มเติมอย่างละเอียด

 

เข็มนาฬิกาของคาบเรียนก็หมุนวนไปเรื่อยๆ  ในที่สุดก็ต้องกด Skip เพราะนิยายรักไม่ใช่สารคดีการเรียน(?)   กระโดดข้ามขั้นทีเดียวสองวิชาคาบเช้า   “วันพุธมี Quiz ตั้งใจอ่านหนังสือกันล่ะพวกเธอ”   อาจารย์หญิงวัยกลางคนเก็บอุปกรณ์การสอนของตัวเอง

 

เหล่านักศึกษาก็เริ่มเก็บอุปกรณ์เพื่อเตรียมย้ายไปห้องเรียนต่อไป    เด็กหนุ่มผมน้ำตาลเข้มก็เริ่มบิดตัวด้วยความเมื่อย  นั่งเรียนเต็มคาบมา 4 ชั่วโมงไม่มีเลิกก่อน เป็นการเรียนที่เต็มที่กับชีวิตมาก  และวันนี้ตารางเรียนก็แน่นขนัดไม่อาจแว่บไปกินข้าวกับคนรักได้

 

“อลิน พวกเราไปก่อนนะ เจอกันที่ห้องโน้นหลังเที่ยง”  เพื่อนร่วมคณะเดินผ่านโต๊ะพลางบอกล่วงหน้า   อลินยกมือปัดๆไปอย่างไม่สนใจนัก

 

แล้วเด็กหนุ่มก็หยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาพาดไหล่พร้อมจะเดินออกไปโรงอาหารเพื่อสมทบกับเพื่อนๆที่รอกินข้าวอยู่  แต่เมื่อเดินออกจากตึกคณะมาได้ไม่กี่ก้าวกลับพบใครบางคนเข้าเสียก่อน   นักศึกษาสาวดาวคณะวิศวกรรมเห็นว่าอีกฝ่ายสบตาแล้วจึงยกมือโบกทัก

 

“ไม่ต้องเอาของมาให้ถึงคณะก็ได้ ฉันไม่ดีรีบขนาดนั้น”   นักศึกษาหนุ่มในชุดกาวน์เดินมาหยุดตรงหน้านางฟ้าตัวเล็กๆของกลุ่มผู้ชายวิศวะ….

 

เธอส่ายหน้าไปมา  “รีบเอามาให้ก่อนน่ะ  เดี๋ยวบ่ายๆกลัวว่าจะไม่เจออลิน”  เด็กสาวยื่นถุงกระดาษปริศนาส่งให้  ภายในมองเห็นหนังสือหลายเล่ม

 

“ขอบใจ   มะขามเคยบอกว่าเรื่องนี้สนุกแต่ดันเอาคืนเธอไปซะก่อน ฉันยังไม่ทันได้อ่านเลย”  หยิบขึ้นมาจึงได้เห็นว่าหน้าปกมีแต่ผู้ชาย…ผู้ชาย… ผู้ชายสองคนในท่วงท่าต่างๆ

 

ขนิษฐายิ้มแย้ม   “สนุกสิ   คนที่เหมือนเซเมะดันเป็นอุเคะ  ส่วนคนที่เหมือนอุเคะดันเป็นเซเมะ  แล้วกลางๆเรื่องเค้าก็เปลี่ยนขั้วด้วยนะ”  ในดวงตาของนางฟ้าคล้ายกับมีประกายที่อันตรายบางอย่าง….

 

นิยามของ Boy Love “ผู้ชายหนึ่งคนเป็นได้ทั้งรุกและรับ”

                “เมื่อก่อนมะขามไม่ชอบแนวนี้  แต่ตอนนี้ดันเริ่มอ่านแล้วบอกว่าสนุก  แสดงว่าบรรลุแล้วล่ะ!”   ดวงตาสีเขียวจ้องมองหน้าอีกคนอย่างนิ่งๆ…..  ผู้หญิงเขาบรรลุอะไรกัน  ที่เด็กหนุ่มรู้ก็คือการ์ตูนประเภทนี้มันก็อ่านสนุกดีเหมือนกันนะ… ได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ(?)

 

“พูดถึงเปลี่ยนขั้ว ฉันก็นึกถึง………..”  อลินเงียบไปก่อนจะพูดต่อเมื่อเห็นคนตรงหน้ามองอย่างใคร่รู้   คาดว่าจะเก็บข้อมูลไปเขียนพล็อตอะไรบางอย่างกับยุพินเป็นแน่

 

นักศึกษาแพทย์จำต้องเก็บความลับของว่าที่แฟนเพื่อน(?)เอาไว้ก่อน   ผู้ชายหนึ่งคนเป็นได้ทั้งรุกและรับ…  บางครั้งก็กลับด้านได้อีกตะหาก อืม….    “เธอออกมางี้ จันมันคงเรียนเสร็จแล้ว  เจ้านั่นเงียบหายไปเลย”  ไม่มีชาไข่มุกมาให้เหมือนอย่างทุกๆวัน…

 

เด็กสาวผมบลอนด์ทุบมือตัวเอง   “พูดถึงจันก็นึกขึ้นมาได้เลยจ้ะ”   ขนิษฐาหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลซองหนึ่งให้คู่สนทนา   อลินมองอย่างงงงวย

 

“นี่หนังสือรับรองสำหรับเอาไปให้ที่ฝึกงานของจัน  อ.นนท์ฝากมาให้ แต่วันนี้จันยังไม่มาเรียนเลย  ฉันฝากอลินไว้ก็แล้วกันนะ”  คำว่าเพื่อนสนิทยังไม่มาเรียนช่างสะดุดหู…

 

“จันยังไม่มาเรียน???”  อลินถามซ้ำ  ดาวคณะสวมเสื้อช้อปผงกศีรษะตอบ    ฟังดูก็เหมือนจะไม่แปลกอะไรสำหรับเช้าวันจันทร์  บางคนอาจจะตื่นสายแล้วไม่ลุกมา

 

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า…  เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หรือก็คือเมื่อวานนี้  จัน สะกิดใจไปงานแต่งงานแฟนเก่าของอัศวิน สมิงห์ด้วยกันสองคนน่ะสิ…  ตั้งแต่เมื่อวานเด็กหนุ่มก็วุ่นๆอยู่กับเดทของตัวเองจึงไม่ได้สนใจส่งข้อความหรือโทรศัพท์ไปถามไถ่เหตุการณ์เสียด้วย

 

“ฉันไปก่อนนะอลิน  ฝากให้จันด้วยนะ”   เพื่อนสาวโบกมือลาและรีบวิ่งไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงของตัวเอง ซึ่งในนั้นมีมะขามอยู่ด้วย  ปล่อยให้ว่าที่แพทย์ยืนมองซองเอกสารในมือของตัวเอง

 

“มันกลับหอรึเปล่าวะเนี่ย????”   คงไม่ใช่แค่เขาเป็นแน่ที่สงสัย…  คาดว่าเพื่อนๆในกลุ่มทีมบาสเก็ตบอลเกือบปาฏิหาริย์ที่จะได้เจอกันในอีกไม่กี่นาทีนี้จะต้องสงสัยเช่นเดียวกัน…

 

และคนอ่านก็สงสัยเช่นกัน

ว่าทำไมฉากตอนต้นมันก้าวกระโดดจากตอนที่แล้วขนาดนี้….

                ปริศนานั้นใช่ว่าจะเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบเพียงที่เดียว   ผลกระทบดันมาเกิดที่บริษัทแห่งหนึ่งในย่าย BTS ศาลาแดงด้วย…  ห้องทำงานชั้นบนสุดของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านใกล้จะลุกเป็นไฟ   บรรยากาศทะมึนแผ่ไปทั่วห้องรับแขก…

 

เลขานุการสาวซึ่งกำลังจะได้แต่งงานเหล่มองไปยังโซฟาหนังสีดำ    มองแล้วเลื่อนแก้วกาแฟไปให้หัวหน้าเพื่อให้ใจเย็นลง     “เดี๋ยวลูกค้ารายใหญ่จะมา  หัวหน้าจะทำหน้าบูดไม่ได้นะคะ  เดี๋ยวเค้าหนีพวกเราจะเสียหายหลายล้าน”   เธอเตือนสติเรียกความเป็นมืออาชีพ

 

รีวัลย์ซึ่งหน้านิ่วคิ้วขมวดใกล้จะเกิดเป็นตีนกาเพิ่มจ้องแก้วกาแฟปานอยากให้แก้วแตก  “อัศวินหายไปไหน  จนป่านนี้ยังไม่มา”   ทั้งๆที่มันเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบในวันนี้แท้ๆ….

 

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะคะ  ฉันก็ไม่รู้เหมือนกับหัวหน้านั่นล่ะค่ะ……..” เพชราถอนหายใจ   จู่ๆประธานบริษัทหายไปโดยที่ไม่บอกล่วงหน้าก่อนเกือบครึ่งวัน

 

ไม่ทันไรประตูห้องรับแขกก็เปิดออก  ดึงให้เจ้านายและลูกน้องหันมองไปอย่างพร้อมเพรียง  คนที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงกับสะดุ้งตัว  “มองกันด้วยสายตาสุดเร่าร้อน!  ฉันมาแทนอัศวินน่ะ  หมอนั่นน่าจะมาไม่ทันหรอก หรืออาจจะไม่มาเลย ฮ่าๆ”    รองประธานสวมแว่นตาหัวเราะร่าเริง

 

“ถ้าหมอนั่นป่วย ก็ควรจะโทรมาบอกล่วงหน้า เพราะพวกเรานัดลูกค้าเอาไว้”  ลูกค้ารายใหญ่ซึ่งมาพร้อมกับโปรเจคหลายล้านที่จะทำรายได้ให้กับบริษัทได้เยอะ

 

หาญจิตยกมือขึ้นเกาแก้ม  “เอาน่า  คงไม่มีคนรู้ตัวเองหรอกว่าเมาแล้วจะมาทำงานได้รึเปล่า  เมื่อวานต้องให้น้องปลวกพากลับเลยนา”

 

ได้ยินดังนั้นที่ปรึกษาบริษัทคล้ายจะสงบไฟขุ่นเคืองลงไปได้เล็กน้อย   หญิงสาวผมตัดสั้นสีส้มผงกศีรษะตามข้อมูลที่ได้รับ   “ไปงานแต่งงานแฟนเก่า  คงจะกระทบกระเทือนจิตใจไม่น้อยเลยนะคะ”   กรณีนี้ควรจะเห็นใจและปล่อยให้ประธานไปพักร้อน..?

 

รีวัลย์ฟังแล้วถอนหายใจ   “เอาเถอะ   ถือว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน”  จำใจรับสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้องนี้ไปอย่างปลงๆ   คนมีปัญหาหัวใจมันห้ามไม่ได้…

 

“ค่ะ  เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินเหมือนที่หัวหน้าสร้างอุบัติเหตุในบริษัท เวลาที่มีอะไรเกี่ยวกับน้องอลิน”   เลขาสาวพูดกัดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม…  เหล่าผู้บริหารของที่นี้ล้วนแต่เป็นคนที่มีปัญหายิ่งนัก…

 

เป็นที่มาให้คนสงสัยว่าเลขานุการได้เงินเดือนเท่าไหร่กัน

จึงทนรับสภาพปรวนแปรของเจ้านายได้ขนาดนี้

                ที่ปรึกษาบริษัทผู้มีแฟนเด็กเงียบไม่พูดอะไรต่อ   ยามนี้เขาพูดอะไรออกไปก็คล้ายกับจะโดนสองสาวโจมตีกลับมาได้   มือแกร่งเปลี่ยนเรื่องด้วยการหยิบกาแฟมาดื่ม   ท่าทีแบบนั้นเพื่อนร่วมงานทั้งห้องเห็นแล้วแอบขำ.. เขาเรียกว่าคนมีชนักติดหลัง

 

“จะว่าไปเพชรา  ตกลงว่าเธอกับอ้นจะแต่งงานเมื่อไหรนะ?”   หาญจิตเบนเข็มไปหาคนที่เพิ่งสละโสดอย่างเป็นทางการ    หญิงสาวใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

 

“ยังไม่กำหนดหรอกค่ะ  อาจจะเป็นปลายๆปี หรือว่าต้นปีหน้า  ต้องมีเวลาเตรียมตัวค่ะ”   ทั้งธีมงาน ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว  ถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง ออกแบบการ์ดเชิญ  ตามหาสถานที่  ตามหาตากล้อง  งานแต่งงานนั้นยุ่งยากเกินกว่าจะแต่งเลยเดือนหน้าแบบที่แฟนหนุ่มคาดหวัง…

 

หญิงสวมแว่นถอนหายใจ   “มีแต่คนสละโสดกันไปแล้ว  เหลือแค่ฉันกับอัศวินเหรอเนี่ย เฮ้อ….”   ประธานบริษัทก็นับว่ายังเป็นคนโสดอยู่…

 

“ถ้าเธอบ้าแมลงให้น้อยลงกว่านี้  เธออาจจะขายออกทันแก่ก็ได้”  เสียงทุ้มพูดแทรกกลางเสียงถอนหายใจของเพื่อนร่วมงาน  ช่างเป็นคำพูดที่หยาบคายต่อผู้หญิงยิ่งนัก!

 

“แมลงยังมีสิ่งให้ฉันค้นหาอีกเยอะ   เรื่องนี้มาก่อนทุกอย่างย่ะ”   หาญจิตขยับขาแว่นอย่างมุ่งมั่น  เพราะทัศนคติแบบนี้แหละจึงต้องโสดอย่างที่เป็นอยู่….

 

เลขาของที่ปรึกษากลั้นขำ   “คุณอัศวินกับคุณหาญจิต  ใครจะสละโสดก่อนกัน น่าลุ้นนะคะเนี่ย”  คนหนึ่งไม่มีวี่แววว่าจะมีใครที่แอบคบกุ๊กกิ๊กอยู่ด้วยเลย  ส่วนอีกคนนั้นยังอยู่ในระหว่างตามล่าตามจีบไม่มีที่สิ้นสุด…    พระร๊องรองนั้นก็ไม่ได้ใจอ่อนง่ายๆ….

 

รีวัลย์ไม่แสดงความคิดเห็น  อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ในความเป็นไปไม่ได้  อย่างเช่นการที่ได้คบกับเด็กมัธยมต้นในช่วงเวลาสั้นๆตามแผนโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเขียนขึ้นอย่างละเอียดและเห็นผล  ความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อถือนั้น  บัดนี้เป็นความรักที่ยืนยาวกว่าที่ใครๆคิด…

 

ไม่ทันไรคนที่อยู่ในห้วงความคิดคำนึงก็ปรากฏขึ้นในรูปแบบข้อความทางโทรศัพท์  เสียงเตือนพิเศษเฉพาะใครบางคนได้ดังขึ้น  มือแกร่งหยิบขึ้นมาอ่าน   [คุณอัศวินไปทำงานรึเปล่าครับ?]  คิ้วคมเลิกขึ้น  คำถามที่ส่งมาไม่ใช่ถามทุกข์สุขประจำวันของแฟนตัวเองเสียนี่….

 

เขาพิมพ์ข้อความส่งตอบกลับไป   ไม่ถึง 1 นาทีก็มีข้อความส่งกลับมาอย่างรวดเร็ว  [จันก็ไม่ได้มาเรียนครับ  หายเงียบไปตั้งแต่เมื่อวานเลย]   อ่านจนจบชายสูง 160 เซนติเมตรถึงกับนิ่ง…..

 

“จัน สะกิดใจไม่ได้ไปเรียน”  สองสาวได้ยินถึงกับหูผึ่งและตวัดใบหน้ามองเพื่อนร่วมงานในสูทสีดำอย่างพร้อมเพรียงกัน…  นี่คือเหตุการณ์เยี่ยงการ์ตูนนักสืบ!

 

คดีการหายตัวไปของอัศวิน สมิงห์และจัน สะกิดใจ

                คนสุดท้ายที่พบเห็นคนทั้งคู่คือ รองประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  สถานที่ที่พบเห็นครั้งสุดท้ายคือหลังแยกย้ายกันที่โรงแรมอันเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของนายไมค์ ซึ่งเป็นแฟนเก่าของคนที่หายไป  เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเมื่อวานจนถึงเช้าวันนี้….

 

“น้องปลวกเมื่อวานก็ไม่ได้ดื่มด้วย  เพราะต้องขับรถพาอัศวินกลับบ้าน  เอ…. แล้วหลังจากนั้นน้องปลวกได้กลับหอรึเปล่านะ?”  หญิงสวมแว่นตาลูบคางใช้ความคิด

 

เพชรายกมือทั้งสองขึ้นมากุมหน้าตัวเองเมื่อจินตนาการถึงเหตุการณ์อะไรบางอย่าง   “หรือว่า…น้องจันไม่ได้กลับหอรึเปล่าคะ…?”    ถ้าจัน สะกิดใจไม่ได้กลับหอ…แล้วจะไปอยู่ที่ใดได้

 

นักสืบโคแก่  ซึ่งเป็นคู่แข่งของโค-beep-  รวบรวมข้อมูลที่ได้มาประมวลอย่างเงียบๆ   เมื่อคืนอัศวิน สมิงห์เมาเพราะไปงานแต่งงานของแฟนเก่า  จัน สะกิดใจไปส่งที่บ้าน  ทั้งคู่หายไปด้วยกันจนถึงเที่ยงวันนี้  คนหนึ่งไม่มาทำงาน อีกคนหนึ่งก็ไม่ได้ไปเรียน…

 

ความเป็นไปได้ที่จะค้างด้วยกันที่คฤหาสน์เกษตรนวมินทร์เท่ากับ 99.9%   ทั้งคู่เคยค้างแรมด้วยกันมาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง  มันอาจจะไม่เกิดอะไรเลยก็เป็นได้…   แต่ความเป็นได้ที่จะรอดไปเรื่อยๆมากกว่า 3 ครั้ง…  มันเกิดขึ้นได้น้อยนิดเหลือเกินเมื่อนึกถึงนิสัยของเพื่อนร่วมงานที่รู้จักกันมานาน

 

ทุกอย่างคงมีแคล้วเกิดเรื่องแบบการ์ตูน Boy Love ที่อลินวางทิ้งไว้บนโต๊ะกินข้าวเป็นแน่…    “สองคนนั้นคงจะ…..”    พูดยังไม่ทันจบประโยค….

 

ผู้ช่วยนักสืบก็พูดแทรกเสียงดังขึ้นมาทันที   “สองคนนั้นคงจะไปก๊กกันดีที่บ้านอัศวิน  แล้วก็เมาเละเทะร้องคาราโอเกะจนจนเช้าแล้วยังไม่ตื่น แน่นอนเลย!!”   คล้ายกับอีกาบนผ่านห้องรับแขกของบริษัทไป….

 

โน่นแน่ะนกเขา คู จุ๊ก จุ๊กกรูนกมันเฝ้าคูหาชู้มัน

………มันจะใช่เหรอ……

                การสืบคดีเป็นต้องชะงักลงเมื่อลูกค้าเดินทางมาถึง   บทสนทนาเกือบมีสาระของผู้บริหารบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านจำต้องจบลงอย่างค้างๆคาแบบนั้น   หญิงสาวและชายมีตีนกาตามวัยเข้าสู่โหมดทำงานเต็มขั้น…   หรือเหตุการณ์ที่หายไปจะเป็นอย่างซิทคอมจริงๆกันน่ะ….

 

….ปริศนาของคดีนี้ไม่จำเป็นต้องมีนักสืบ…

ทุกอย่างคงไขกระจ่างได้ในไม่กี่บรรทัดต่อไป

                แม่บ้านคฤหาสน์สมิงห์ย่านเกษตรนวมินทร์เตรียมอาหารในห้องครัวพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี   หัวหน้าแม่บ้านก็เดินตรวจงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม   บรรยากาศภายในอันหรูหราเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสุขอย่างน่าแปลกประหลาด…  ถึงแม้จะแอบมีแม่บ้านสาวบางคนแอบซับน้ำตาก็ตามที….

 

เข็มนาฬิกาเรือนใหญ่ขยับเดินบอกเวลา 12.30 น.  อีกเพียงแค่สามสิบนาทีก็ยากจะเรียกว่าเที่ยง  เพราะมันเข้าใกล้บ่ายขึ้นทุกที…   กล้องนำเที่ยวชมคฤหาสน์ออกเดินจากชั้นหนึ่งซึ่งเป็นห้องครัวไปสู่ชั้นสองที่มีห้องนอนหลากหลายห้อง   บางห้องก็คือห้องนอนแขก   บางห้องก็คือห้องส่วนตัวของคุณย่าที่หายไปเที่ยวรอบโลก… และมาหยุดลงที่หน้าประตูไม้สีเข้ม.. ห้องของเจ้าของบ้าน…

 

ภายในห้องของประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านตกแต่งในแบบโมเดิร์น  เตียงนอน king size แต่ไว้สำหรับนอนคนเดียวมีก้อนผ้าห่มสีน้ำตาลลึกลับวาง(?)อยู่   มองใกล้ๆจึงเห็นเป็นเค้าร่างของคนที่กำลังนอนหลับคลุมผ้าห่มอย่างแน่นหนา….

 

ศีรษะที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มออกมานั้นมีสีน้ำตาลอ่อน   ไม่นานนักเจ้าก้อนผ้าห่มก็เริ่มเคลื่อนไหว..  เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่โผล่พ้นออกมาว่ากำลังนอนกอดหมอนอยู่    “……กี่โมงแล้ววะเนี่ย……..”  เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนแกมปลายสีเข้มอันมีเอกลักษณ์สะลึมสะลือมองหานาฬิกา…

 

หันมองซ้ายมองขวาอย่างช้าๆ  ในที่สุดก็เห็นนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ข้างเตียง    เลขดิจิตัลบนนั้นบอกเวลา 12.32 น.  เพียงเท่านั้นดวงตาสีเดียวกับเส้นผมก็เบิกกว้างขึ้น   “เฮ้ย!!!  จะบ่ายแล้ว มีเรียนเช้า!!!”    จัน สะกิดใจเด้งตัวขึ้นอย่างไวว่อง….

 

กร๊อบ!!

                เสียงไม่พึงประสงค์ดังขึ้นพร้อมกับร่างกายที่ทรุดลงไปนอนราบกองกับเตียงอีกรอบ  “เจ็บๆๆๆๆๆ….!!”    มือจับสะโพกปวดร้าวทุรนทุราย…..

 

ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วในยามไม่เช้านั้น… เมื่อมันทุเลาลงเล็กน้อย  สติที่สะลึมสะลือก็พาให้คิดถึงบางอย่างที่มันสำคัญยิ่งกว่าการไปเรียนไม่ทันแล้ว  “…เฮ้ย……… เมื่อวานนี้…..จริงเหรอเนี่ย…..”   สองมือเริ่มลูบคลำสำรวจร่างกายตัวเอง…

 

เสื้อผ้าชุดสูทที่ลงไปเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นเยี่ยงฉากอะไรซักอย่างในนิยายอีโรติก   ร่างกายที่เปลือยเปล่าหลงเหลือความเจ็บปวดเอาไว้ราวกับการ์ตูนอะไรก็ไม่รู้ของพวกขนิษฐา   ภาพความทรงจำบางอย่างที่ไหลย้อนกลับมาเมื่อได้สติ….  ทุกอย่างหล่อหลวมรวมกันกลายเป็นภูเขาไฟระเบิด

 

“อ๊าก!!!!!”   เด็กหนุ่มแผดร้องออกมาในทันทีด้วยสีหน้ากระต่ายตื่น   เสร็จ…เสร็จมัน!!!   เสร็จกัน!!   จนได้!!  มันเกิดขึ้นจนได้!!

 

หนุ่มใหญ่สวมซึ่งยืนแต่งตัวหน้ากระจกห้องน้ำได้ยินเข้าจึงเดินกลับมาที่เตียงนอน    “ตื่นแล้วเหรอจัน  เป็นอะไรไปน่ะ?”   อัศวินในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองสีขาวและกางเกงสีน้ำเงินตรงไปหาเด็กหนุ่มในทันที

 

จัน สะกิดใจรีบคว้าผ้าห่มมาปิดท่อนล่างตัวเอง  ใบหน้าเป็นสีแดงก่ำเมื่อได้สบตาสีฟ้าครามนั้น   อารามตกใจพร้อมๆกับที่ลุกขึ้นนั่งอย่างไว  พาให้อาการเจ็บกลับมาอีก   “อย่าเข้ามาใกล้ครับ!!  …โอ๊ยๆ..!”  กิริยาช่างน่าขำขัน… ห้ามไปด้วยเจ็บไปด้วย….

 

ประธานหนุ่มที่รีบออกมาทั้งที่ยังหวีผมไม่เรียบร้อยยิ้มพลางถอนใจขำๆ   “อย่ารีบขยับตัว  เดี๋ยวจะระบมเปล่าๆ”  ได้ยินคำนั้นแล้วภาพมันแล่นกลับมาให้ต้องยกมือปัดไล่ไป

 

ว่ากันว่าความเผลอไผลมักพาให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เสมอ   เชอรี่บอยได้เรียนรู้เองกับตัวเอง… ตอนนี้คงเรียกว่าเชอรี่บอยไม่ได้แล้ว(?)    ดวงตาสีฟ้ามองนักศึกษาหนุ่มแล้วรู้สึกตลก   เจ็บก็ยังพยายามจะนั่งเพื่อตั้งการ์ด  ชายหนุ่มเดินมานั่งลงที่ขอบข้างเตียง   กระต่ายตื่นถึงกับสะดุ้ง

 

“ยังเจ็บมากรึเปล่า?”   คำถามเป็นห่วงเป็นใยนั้นน่าซาบซึ้ง  แต่สาเหตุของเรื่องมันเป็นเรื่องน่าอับอายเสียมากกว่า….

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนไม่กล้าสบตา   “แหงล่ะครับ….!!”   ประสบการณ์ครั้งแรกที่โดนตัดต่อหายไปอันไม่น่าเกิดขึ้น  แต่มันก็เกิดไปแล้วล่ะนะ…….

 

ค่ำคืนที่เหตุการณ์หลายอย่างนำพาไปของคนสองคนที่มีความสัมพันธ์อันไม่มีชื่อเรียก   เกิดขึ้นโดยที่สติสัมปชัญญะของเด็กหนุ่มไม่ได้ขาดหายเพราะน้ำมึนเมาใดๆ   รู้ตัวตลอด…  จะมานึกให้มันเป็นแค่ความฝันที่เหมือนจริงมากก็เป็นไปไม่ได้แล้ว…  จัน สะกิดใจน้ำตาจะไหลเป็นเลือด….

 

เมื่อมือแกร่งนั้นเคลื่อนมาจับมือพาให้สะดุ้งหลุดจากความคิดของตัวเอง   “ขอโทษอีกรอบนะ   แต่ครั้งแรกก็แบบนั้นล่ะ”   (อดีต)เชอรี่บอยอยากจะหนีไปมุดท่อเสียเหลือเกิน…

 

“ช่างมันเถอะครับ!    ยังไงมันก็ผ่านไปแล้ว!”  เพราะต้องแบ่งประสาทความเจ็บปวด  ร่างกายของจันคล้ายกับติดสตันจึงลืมสั่งการไม่ให้ชักมือหนี….

 

คำพูดพร้อมใบหน้าที่เคอะเขินเป็นสีแดงก่ำของฝ่ายตรงข้าม    ร่างกายท่อนบนที่โผล่พ้นผ้าห่มที่จับมาคลุมช่วงล่างอย่างลวกๆมีร่องรอยจ้ำอันน่าอาย    อาจจะไม่ใช่เช้าแรกเพราะนี่มันจะบ่ายแล้ว  แต่การตื่นมาสนทนากันหลังจากเหตุการณ์อย่างว่าครั้งแรก   แม้แต่ฝ่ายคนกระทำ(?)เห็นแล้วก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้…

 

ในความประหม่านั้นก็มีความรู้สึกผิด และความรู้สึกยินดีปะปนรวมกันอยู่   ดวงตาสีฟ้าจำต้องเบือนมองไปทางอื่น  ความเงียบเข้าครอบงำระหว่างคนทั้งคู่…  ได้ยินเพียงเสียงภายนอกห้องและเสียงของเครื่องปรับอากาศ   ต่างคนต่างนึกคำพูดไม่ออก

 

มันเป็นการก้าวข้ามเส้นความสัมพันธ์แบบก้าวกระโดด….

ประหนึ่งข้ามจากเกษตรนวมินทร์ไปเชียงใหม่…

                ให้ลืมเรื่องเมื่อคืนไปเสียแล้วกลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…  การกระทำแบบนั้นก็ไม่ต่างจากความสัมพันธ์ทางกายเพื่อการปลอบใจ  ซึ่งคนที่เสียก็อาจจะไม่มีหรอก  เพราะทั้งคู่เป็นผู้ชายเหมือนกัน   จะจบในรูปแบบนั้นก็คงไม่เป็นอะไร…  มันคือความพลั้งเผลอ…

 

ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมองหน้าอีกฝ่ายที่แลดูจะไม่กล้ามองเขา    “กำลังรู้สึกผิดเหรอครับ  ที่ทำอะไรผมจนได้น่ะท่านประธาน…..”  หลังจากที่ตะล่อมปลุกปล้ำมานาน(?)

 

อัศวินเบี่ยงสายตากลับมามองสบ    “ต้องรู้สึกผิดอยู่แล้ว  เพราะเธอกับฉันสถานะมันคลุมเครือ  แต่เรื่องที่เกิดขึ้นฉันก็รู้สึกดีนะ”  แน่ใจนะว่ารู้สึกผิด….   กระต่ายใกล้จะพยศซักรอบ…

 

แต่แล้วคำพูดจากฝ่ายตรงข้ามก็ตรึงให้หยุดความคิด    “ถึงเรื่องจะเกิดขึ้นเพราะว่าสงสาร   แต่การที่เธอยอมทำ  เพราะว่าเธอรู้สึกดีๆกับฉันอยู่บ้างรึเปล่านะ?”    ความรู้สึกลึกๆที่อยู่ภายในหัวใจของเด็กหนุ่มผู้มักจะมีกำแพงมาขวางเอาไว้อยู่เสมอ…

 

จัน สะกิดใจพูดอะไรไม่ออก…  สำหรับตัวเขาที่เคยตามจีบอลินและมาทางสายรุก(?)มาโดยตลอด   การที่ยอมทำเรื่องอะไรแบบนี้…การก้าวข้ามเส้นไปกับคนที่ไม่ใช่คนรัก   อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามคือประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  คนที่เขาพยายามหนีมาตลอด…

 

สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากความรู้สึกลึกๆภายในงั้นเหรอ… หรือเพราะความสงสารมากกว่า?   “ไม่รู้หรอกครับ….”    ทุกอย่างยิ่งดูคลุมเครือมากขึ้นไปอีก…  ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก ตอนนี้ยิ่งซับซ้อนมากไปกว่าเดิม…  ที่แน่ๆคงยากที่จะถอยไปได้ง่ายๆ

 

 

….ก้าวกลับไปที่จุดเดิมไม่ได้อีกแล้วเพียงชั่วข้ามคืน….

                ถึงแม้จะไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน   ชายผมบลอนด์ก็คลี่ยิ้มอย่างอบอุ่นให้   ความคิดของนักศึกษาหนุ่มวิศวะคงกำลังสับสนเป็นแน่   เส้นทางที่ควรจะเป็นไปทีละขั้นๆมันก้าวกระโดดไปอย่างผิดขั้นตอน   ซึ่งคนที่ไม่ยั้งใจก็มีส่วนผิดกว่าอยู่มากเช่นกัน

 

“แต่ก็รู้สึกดีใช่มั้ย? เมื่อคืนน่ะ”   หัวเราะเบาๆย้อมสีใบหน้าซึนเดเระบอยที่ได้สลัดคราบเชอรี่ให้เป็นสีแดงฉาบไปทั่วถึงใบหู

 

“เจ็บตะหากล่ะครับ!!!  เจ็บจนไม่น่าเชื่อ!!”   พูดแล้วสะโพกก็เริ่มกลับมาปวดอีกครั้ง…   อยากจะกราบขอขมาเพื่อนสนิทอย่างอลิน แย้มเก้อ  รวมไปถึงอดีตกุนซือในทางรักอย่างโขนขึ้นมาตะหงิดๆ

 

อัศวินยิ้มแย้มเมื่อได้เห็นท่าทางเป็นปกติของจัน สะกิดใจ   อย่างน้อยๆเช้าวันใหม่ก็ไม่ได้เป็นไปในทางเลวร้ายที่สุดอย่างที่จินตนาการเอาไว้   คล้ายกับว่าใกล้กันมากขึ้นกว่าเดิมอีกนิดหนึ่ง.. ถึงแม้มันจะผิดขั้นตอนไปมากก็ตามที  แล้วหนุ่มใหญ่จึงเดินไปหยิบของบางอย่างจากลิ้นชัก

 

ปล่อยให้เด็กหนุ่มมองสำรวจร่างกายด้วยเอง  ยิ่งเห็นรอยจ้ำสีกุหลาบยิ่งมีสีหน้าเหวอขึ้นทุกที   ในที่สุดของแบบนี้ก็มาอยู่บนตัวเขาเหรอเนี่ย….  ถ้าพวกเพื่อนๆเห็นมีอันโดนล้อยาวไปทั้งสัปดาห์แน่     “ทายาจะหายเร็วมั้ยฟะเนี่ย….” เหมือนรอยแผลแมลงกัด

 

“ก็อาจจะหายนะ เป็นรอยช้ำประเภทหนึ่ง  ทายาแก้ปวดด้วยก็ได้”   คำแนะนำที่ลอยผ่านหูมาชวนให้รู้สึกอยากต่อย…   ทิ้งไว้เพียบเลย…..

 

แล้วอัศวินก็กลับมาพร้อมกับกล่องขนาดพอดีมือ  เพียงแค่นั่งลงที่เดิมหนุ่มวิศวะก็สะดุ้ง   “ที่จริงฉันคิดไว้แล้วว่าสักวันนึง อาจจะเป็นวันสงกรานต์ วันลอยกระทง ฉันจะให้ของนี้กับเธอ”    แต่ละเทศกาลพาให้คนฟังรู้สึกตะหงิด…

 

“………ใบทวงหนี้ค่าสูทรึไงครับ…..”    เดือนมหาวิทยาลัยทำลายบรรยากาศ   สถานการณ์ตอนนี้เขารู้สึกหวาดระแวงพิกล….

 

มือแกร่งจับแขนของคนเปลือยท่อนบนให้ยื่นออกมาข้างหน้า    ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองของขวัญนั้นนิ่ง…  เมื่อชายซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่าบรรจงสวมนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่งให้.. นาฬิกาสีขาวดำแดงที่เคยเห็นในร้านครั้งที่ลองและวุ่นวายอยู่กับเสื้อสูท

 

…..ของขวัญสองชิ้น….ชิ้นหนึ่งให้กับแฟนเก่าที่เป็นอดีตที่ผ่านไป….

                “Will you be my lover?”   คำขอและเรียวปากที่สัมผัสลงที่มือนั้นสะกดให้คนรับมองนิ่ง….   คำพูดที่ไม่เคยได้จากคนที่ตัวเองแอบรัก…. ไม่มีทางได้….

…..ของขวัญชิ้นที่สอง…. ให้กับคนที่ต้องการให้เปิดใจเดินไปด้วยกันจากนี้…

                จัน สะกิดใจรู้สึกเหมือนโดนมัดตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน   สบตามองดวงตาสีฟ้าที่จ้องมาเช่นกันเพื่อรอคำตอบ   มันผิดขั้นตอนไปรึเปล่า???   นี่มันเรียกว่าตบหัวแล้วลูบหลังรึเปล่า???   ถ้าเขาเป็นผู้หญิงคงน่าคิดว่านี่คือการรับผิดชอบที่พรากความบริสุทธิ์(?)

 

“คิดจะให้วันลอยกระทงไม่ก็สงกรานต์…คิดได้นะครับ…….”   ความคิดของคุณชายมันควรจะเป็นวันวาเลนไทน์หรือคริสมาสต์จะเข้ากว่าเสียอีก….

 

อัศวินหัวเราะเบาๆ    “เธอก็ยังไม่มีใคร  ฉันก็ชอบเธอ   เรื่องมาถึงขั้นนี้   ลองมาคบกันดูไหม?  เปิดใจรู้จักฉันให้มากกว่านี้  ฉันรู้จักเธอมากกว่านี้”    มาช่วยรักษาแผลใจด้วยกันจะดีกว่า….

 

จันถึงกับพูดไม่ออก   ตอนนี้หัวใจของเด็กหนุ่มมันน่าเตะให้กลับมาเต้นเป็นจังหวะเดิม  หน้าก็ควบคุมไม่ได้ และเชื่อว่ามันต้องเป็นสีแดงเถือกอยู่แน่ๆ    ชายตรงหน้าช่างกล้าพูดคำหวานเลี่ยนแบบนั้นออกมาได้  ถ้าไม่ได้ชอบผู้ชาย เอาไปพูดกับผู้หญิง 100 ทั้ง 100 คงติดซัก 98….

 

เขาไม่ได้เกลียด…..แต่ก็ยังไม่ได้ชอบฝังลึกขนาดนั้น…..

                คำตอบมากมายไหลอยู่ในหัวสมอง  หากปฏิเสธทุกอย่างเป็นอันจบ  หากตกลงก็ยังมองไม่เห็นว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร    “ถ้าผมตกลง  ก็เป็นการทำร้ายท่านประธานไม่ใช่เหรอครับ  เพราะว่าผมไม่ได้ชอบท่านประธาน”

 

“แต่เธอก็รู้สึกดีๆกับฉันพอสมควรใช่ไหมล่ะ   ถึงฉันจะเป็นที่สองรองจากอลินในตอนนี้”   ความรู้สึกดีๆที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้….

 

จะก้าวผ่านความรักในอดีตเพื่อลองเริ่มต้นความรักครั้งใหม่  หรือจะยืนอยู่ที่เดิมเพื่ออยู่ในบทบาทของเพื่อนสนิทที่แอบรักต่อไป…   เคยตัดสินใจไปแล้วอย่างเด็ดขาดคือตัดใจ    ทุกคนรอบกายล้วนแต่ย้ำเตือนให้กล้าที่จะไปต่อข้างหน้า  แม้แต่ชายตรงหน้าก็ยังเสนอทางเลือกให้ ทั้งๆที่ตัวเองก็มีแผลใจแท้ๆ…

 

เป็นเสือที่ยอมถอดเขี้ยวเล็บแสดงความจริงใจต่อกระต่าย

เหมือนจะเป็นคนดี…แต่ก็หวังผลไม่ใช่น้อย

                ซึ่งจุดนั้นแสดงออกอย่างตรงไปมาไม่หลอกลวง… ก็นับว่าเป็นคนดีสินะ   เด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนดึงมือของตัวเองกลับมา  นาฬิกาข้อมือที่สวมใส่อยู่นี้คือพันธะสัญญา…  จะถอดหรือจะเก็บเอาไว้     “I want you to always be by my side , I like you”

 

ประโยคหวานเลี่ยนช่างน่าขนลุก…   “……..มะ…ไม่ได้อยากตกลงหรอกครับ……  ไม่ได้ตกลงหรอกนะครับ…!!”   แต่…..

 

….ไม่ได้อยากตกลงเลยสักนิด….แต่…..

 

ถ้าไม่ลองเดินก็คงไม่มีทางรู้ว่าข้างหน้าเป็นอย่างไร…  พระเอกสองคนเคยบอกเอาไว้…    “ยังไม่เป็นแฟนหรอกครับ!!    อยู่ในระยะคบหาดูใจกันเฉยๆก็พอแล้ว!”    ใบหน้าเดือนวิศวะมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบฉาบด้วยสีแดงก่ำ  ไม่มีออะไรจะเสียแล้วกระทั่งความเชอรี่…..

 

คำตอบที่ได้มานั้นแม้จะไม่ใช่ Yes  แต่ก็ไม่ใช่ No   เป็นคำตอบที่หวังผลได้ต่อไปในอนาคต…  เพราะมันไม่ใช่การถอยหลังกลับไปที่เดิม     “I’m really happy”

 

ในใจจัน สะกิดใจเริ่มกร่นด่าว่าจะพูดเสียง Soundtrack ทำไมนักหนา…   คำพูดพวกนั้นพาให้นึกถึงเรื่องเมื่อวานแล้วช่างน่าตะโกนระบายความเครียด…  แต่ก่อนที่จะได้โวยอัศวิน สมิงห์พลันเข้ามากอดนักศึกษาหนุ่มเอาไว้แน่น  ภาษากายบอกชัดว่าดีใจขนาดไหน….

 

“อย่ามากอดนะครับ!!!”  ใช้แขนดันร่างอีกฝ่ายออกไปห่างๆ   จะมากอดอะไรอีก เมื่อคืนกอดไปถึงไหนๆ(?)    ท่าทางซึนเดเระกำเริบต่อต้านทำให้คนโดนดันออกตลก

 

และล่าถอยออกมาก่อนที่กระต่ายจะตื่นไปมากกว่านี้   “จะบ่ายแล้วลงไปกินข้าวเถอะ   แม่บ้านเตรียมมื้อเที่ยงเอาไว้แล้ว  ลุกไปอาบน้ำไหวมั้ย?”    อัศวินยืนมองจากข้างเตียง

 

“ไหวสิครับ ผมไม่ได้เป็นอะไร!”   ท่าทีฝืนๆทั้งๆที่ดูออกชัดว่าเจ็บสะโพก คนมองก็ได้แต่กลั้นขำ ยิ่งเขินมากก็ยิ่งโวยวายมากเท่านั้น  เป็นอีกครั้งที่ประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านได้เรียนรู้เรื่องของซึนเดเระ

 

จันลากสังขารพาตัวเองไปอาบน้ำ   หนุ่มใหญ่ผมสีบลอนด์มองตามไปจนกระทั่งอีกฝ่ายปิดประตูไล่  ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่ได้เป็นแฟนอย่างเต็มตัว   แต่กำแพงที่กั้นขวางระหว่างทั้งคู่คล้ายกับโดนทลายไปจนเหลือเพียงกำแพงที่มองไม่เห็น…  เพียงแค่อีกฝ่ายยอมทำให้มันหายไปเท่านั้น…..

 

เรียวปากคมคลี่ยิ้มกับตัวเอง  ความรักครั้งนี้คล้ายกับทำให้กลับเป็นหนุ่ม  แตกต่างจากความรักที่ผ่านๆมา   นึกถึงค่ำคืนที่ผ่านไปแล้ว… ช่างเป็นวันเริ่มต้นที่ดีนะ  จะเหลืออีกอย่างที่อยากให้เปลี่ยนในเร็ววัน… ก็คือการเรียกชื่อที่ไม่ยอมใจอ่อนเรียกชื่อเสียทีนี่ล่ะ….

 

ท่านประธาน สรรพนามนี้ใช้เรียกได้หลายคนบนโลก

แต่ “อัศวิน”  เรียกได้แค่เพียงคนเดียวเท่านั้น

                ด้วยเหตุนี้คฤหาสน์เกษตรนวมินทร์จึงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสุข  ยกเว้นคนในห้องน้ำที่อยู่ในอารมณ์หลายฟีลลิ่ง…  ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก  ในที่สุดก็ใกล้จะมีชื่อเรียกอย่างแท้จริงเสียที   ค่ำคืนที่โดนตัดต่อหายไปนั้น บางทีเทปอาจจะหายไปแล้วก็เป็นได้….

 

การเดินทางของความรักระยะสิบเซน

ใกล้จะมาถึงหน้าบ้านขึ้นทุกที

                รูปแบบของความรักนั้นมีหลายแบบ  การเริ่มต้นของการคบหากันนั้นมีได้หลายประเภท ตั้งแต่การเขียนโครงการ การตกหลุมรัก การมัดมือชก  การกระโดดข้ามขั้น  ทุกขั้นตอนในการ Class change  นั้นมีเควสที่แตกต่างกันออกไป  ความรักครั้งนี้ยังไม่ถึงเส้นชัย….แต่ก็คงใกล้แล้วล่ะ…มั้งนะ….

 

การคบหาดูใจเป็นขั้นตอนเทพหลอกเด็ก

ของพระเอก Season ที่ 1

 

แล้วการคบหาดูใจของพระเอก Season ที่ 2

จะลงเอยด้วยการเปลี่ยนคลาสหรือเปล่านะ?

—————————–

Free Talk : ตอนนี้มีบางอย่างที่ขาดหายไป ฮา ความสัมพันธ์ของคุณอัศวินกับจันก้าวกระโดดแบบข้ามขั้นกว่าคู่รีลิน ความหวานเหมือนจะมา แต่ก็ดูเป็นการเริ่มที่ต่อไปจะขรุขระไม่ราบรื่น….

ที่จริงแล้วจันก็ยังไม่ค่อยยอมรับตัวเองว่ารู้สึกดีๆกับคุณอัศวินอาจจะมากกว่าอลินแล้วก็ได้ เพราะความสัมพันธ์ที่ก้าวหน้าไปขนาดนั้นแล้ว แต่ตัวจันก็ยังยึดติดกับเรื่องเก่าๆ ไม่เหมือนคุณอัศวินที่ตัดไปหมด สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นทำร้ายหรือจะรักกันดีๆ ก็ต้องไปต่อ

 

ปล. เทปที่โดนตัดไปนั้นเป็นไฟล์ลับ ก๊าก   ถ้าอ่านไฟล์ลับแล้วกลับมาอ่านตอนนี้อาจจะดีขึ้น(?)

Advertisements
 
11 ความเห็น

Posted by บน 02/16/2014 in Uncategorized

 

11 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 24

  1. fray666

    02/16/2014 at 12:12 PM

    อ๊ากกกกกกกกกกกก //บีบคออายะซัง

    ไฟล์ลับไปหนายคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา /ดิ้นๆๆๆๆๆ

     
    • Ayafee

      02/16/2014 at 12:16 PM

      เหยดดดดดดดดดดดดด เดี๋ยวลงค่า ก๊ากกกกกก แต่ลงตอน 24 ก่อน แฮ่!!! #หนี

       
      • fray666

        02/16/2014 at 12:18 PM

        กรั้กๆๆ แล้วจะรออ่านคร่าาาา

        แบบว่าคู่นี้ลุ้นมันกว่าพี่รีวัลกะน้องอลินอีก กระต่ายสุดซึนโดนงาบแย้วววว

         
  2. ตป. | S.Luce

    02/16/2014 at 6:00 PM

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ช่วงที่หายไปมันเกิดอะไรขึ้น ตื่นมาจันก็ไม่ใช่ของหนู(?)อีกต่อไปแล้ว Q[]Q
    จันพลาดอีท่าไหน ทำไม อะไร ยังไง อยากเห็น >___> ก๊ง

     
  3. karnalone

    02/16/2014 at 6:42 PM

    จันนนนนนนนนนนนนนนนนนนน บอกตรงๆ ค่ะ ยังทำใจไม่ได้ มันเร็วเกินไปอ่ะ
    รู้สึกเหมือนลูกสาวหนีตามไอ้หนุ่มเมืองกรุง รู้อีกทีมันก็ได้เสียกันซะแล้วยังไงยังงั้น
    ลูกยอมได้ไงอ่ะจันนนนนน อยากรู้มาก หวงตัวได้ตั้งนาน คุณอัศวินกล่อมอีท่าไหนถึงยอมล่ะลูกกกกกกก นาทีนี้อยากเอาปืนสไตล์กำนันไล่ยิงคุณอัศวินมากค่ะ

    แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดีนะคะ //ปาดน้ำตา

    รอไฟล์ลับค่า

     
    • Ayafee

      02/16/2014 at 10:51 PM

      ตอน 24 มันเหมือนเหตุการณ์หายไป เลยต้องมีไฟล์ลับที่เหมือนตอนที่ 23.5 ค่า แฮ่….

       
  4. kuroageha

    02/16/2014 at 8:33 PM

    แงงงงงงงงงงงงงง จำศีลอยู่หลายวัน ศีลแตกเพราะ23-24
    T v T จยันนนนน อ่านท้ายตอน23ไม่นึกว่าจะมากันถึงขั้นนี้ 5555
    ถ้าจะเผลอใจเพราะสงสาร จันคงต้องเป็นพ่อพระ โถ พ่อนักบุญเชอรี่บอย(อดีต) 5555555555555555555555555555555555555555555555 กรี๊ดดดด

    ปล.งานนี้เบญจรูญรับทรัพย์ไปเท่าไหร่คะเนี่ย 55

     
    • Ayafee

      02/16/2014 at 10:55 PM

      งานนี้เบญจรูญรับไปเต็มที่ 300 บาท(?) อ่านไฟล์ลับแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมไปถึงขั้นนั้นได้ แฮ่… ความสัมพันธ์ลัดขั้นตอนกว่ารีลินมาก

       
  5. firodendon

    02/16/2014 at 9:45 PM

    บอกตามตรงว่าผิดคาด ตอนที่อ่านตอนที่แล้วแอบคิดว่าตอนนี้คงไม่มีอะไรหรอกคงโดนหลอกให้เงิบอีกแหละะะ //ตั้งการ์ต
    แต่ในที่สุดจันก็…อา //ซับน้ำตาด้วยความปลาบปลื้ม(?)
    พอไม่มีกฎหมายเยาวชนมายุ่งเกี่ยวใจ มันเลยเป็นแบบนี้สินะ ฮาาา อยากรู้จริงว่าคู้รีลินถ้าเจอกันช้ากว่านั้น น้องอลินโตเกินกฏหมายคุ้มครองแล้ว จะออกมาเป็นแบบไหน XD

     
    • Ayafee

      02/16/2014 at 10:57 PM

      เราก็แอบคิดว่าทุกคนคงไม่คิดว่าจันจะเสร็จคุณอัศเร็วขนาดนี้ แต่ว่ามันก็เป็นไปแล้ว แฮ่….. ทุกอย่างเกิดขึ้นที่ไฟล์ลับ ถ้าคู่รีลินมาเจอกันช้ากว่าตอนนั้น คิดว่าพี่รีวัลย์อาจจะจีบไม่ติดค่ะ(?) น้องอลินอาจจะไม่หลงกลแล้วก็ได้…. แต่อนาคตน้องอลินก็อาจจะเปลี่ยนนิดๆเหมือนกัน

       
  6. taraikari

    03/16/2014 at 8:07 PM

    จนได้สินะ
    จันแขวนตำแหน่งเชอรี่บอยจนได้
    ขอบคุณท่านประธาน
    ต่อไปนี้จันจะไม่หล่อเสียของอีกแล้ว//วิ่งไปล่าไฟล์ลับในทันที
    ส่วนพี่รีวัลย์ก็ใจร้ายมากอ่ะ
    พูดจาทำร้ายจิตใจคุณหาญจิตทำไมคะ
    มันกระทบหลายๆคนค่ะ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: