RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 Secret File

16 ก.พ.

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”

Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : NC-17
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

Note :  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากตอนที่ 23

—————————————————————————————————-

อุบัติเหตุในการตัดต่อที่เกิดขึ้นได้บ่อยคือไฟล์หาย

                บางครั้งการทำงานตัดต่อละครหรือภาพยนต์ แม้แต่โฆษณาหรือวีดีโอสั้นๆ ก็มักจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น นั่นก็คือกรณีของการที่ทำไฟล์เหตุการณ์บางอย่างหายไป  ซึ่งระหว่างตอนที่ 23 กับ 24 ก็เกิดการตัดต่อที่ผิดพลาดขึ้นเช่นกัน ฉากบางอย่างจึงหายไปอย่างน่าสงสัย….  เมื่อคนตัดต่อกู้ชีพไฟล์นั้นขึ้นมาได้ มันจึงกลายมาเป็นเทปลับปริศนาห้ามเปิดเผย…

ค่ำคืนที่หายไปนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

คำตอบนั้นอยู่ที่เทปที่หายไปนั่นเอง

Secret File :  การเลียแผลเป็นคำเปรียบเปรยไม่ใช่การกระทำจริง

คฤหาสน์หลังใหญ่โตช่างเงียบเหงาเมื่อมีสมาชิกในบ้านน้อยกว่าขนาดของที่พักอาศัย  เคยมีคนกล่าวว่าบ้านไม่ต้องใหญ่ก็ได้ หากว่าคนอยู่ด้วยมีน้อยและไม่มีเวลาจะอยู่  แต่สำหรับบางคน บ้านคือสถานที่ที่อยากกลับมาพักผ่อน  การซื้อบ้านที่ดูดีแม้จะไม่ค่อยได้อยู่ จึงเป็นความสุขทางใจและการผ่อนคลายแบบหนึ่ง

ยามนี้ทุกอย่างนั้นเงียบสงัด  เหล่าแม่บ้านนอนหลับไหล  เหลือเพียงเจ้านายและแขกเพียงสองคนที่ยังไม่นอน  และสองคนที่ยังไม่นอนก็หาได้สนทนากันแต่อย่างใด   ต่างคนต่างก็นั่งเงียบในห้องนอนกว้างขวางสไตล์โมเดิร์น   เตียงคิงไซด์กลางห้องช่างทำให้ผู้มาเยือนหวาดผวาเสียเหลือเกิน

จัน สะกิดใจไม่กล้าจะถอดเสื้อเวสออกทั้งที่ควรจะถอด  เพียงแค่ถอดเสื้อสูทตัวนอกไปพาดก็ยังรู้สึกหวั่นๆ   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคอยจ้องไปทางเจ้าของห้องซึ่งเดินล่องลอยอาการไม่ดีนัก   เห็นแล้วรู้สึกถอนใจอย่างประหลาด เจ้า ผลกระทบของงานแต่งงานแฟนเก่า

“ท่านประธานไปอาบน้ำแล้วก็นอนเถอะครับ  ยังสร่างเมาไม่สนิทไม่ใช่เหรอ”   เด็กหนุ่มเตือนคนเป็นผู้ใหญ่กว่า  เวลานี้คงไม่ต้องคำนึงถึงช่วงวัยที่ต่างกัน

“เธอแน่ใจนะว่าจะไม่หนีกลับบ้าน?”  นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องเขม็งกลับไปยังตาสีฟ้านั่น   ดึกขนาดนี้จะกลับหอพักได้อย่างไรกัน ไม่มีทางจะกลับ…..

“ผมรักษาคำพูดนะครับ  ผมจะอยู่ที่นี่    ท่านประธานก็รีบๆนอนซะ ผมจะได้ไปนอนบ้าง”  ห้องนอนมากมายคงจะมีที่ให้นอนได้อยู่….

แต่ความคิดก็ต้องชะงักลง    จากคำพูดเจ้าของบ้านซึ่งเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว  “นอนห้องนี้ก็ได้  แม่บ้านหลับไปหมดแล้วไม่มีคนเตรียมห้องให้เธอ”

“ไม่ต้องจัดห้องผมก็หาที่ซุกหัวนอนได้ครับ!”  นักศึกษาหนุ่มแผดเสียงปฏิเสธชัดเจน   นอนห้องเดียวกันอะไรนั่น ลิมิตอันตรายเต็ม 100 ตอนนี้เขาให้ 80 เลย…โคตรออันตรายเหลือเกิน

ประธานบริษัทสำรวจฯ มองกลับด้วยสายตาหงอยเหงาอย่างน่าสะดุ้ง  “งั้นคุยกันจนกว่าฉันจะหลับ เอาแบบนั้นก็แล้วกัน  วันนี้พวกเราไม่ค่อยได้คุยกันเลย”   อาจจะเป็นความเหงาที่เกิดขึ้นในค่ำคืนที่เสียอะไรบางอย่างไป…

ต่อให้เป็นผู้ใหญ่ เรื่องของความรักก็ทำให้เกิดแผลใจได้  และเพราะว่าเป็นผู้ใหญ่  บาดแผลที่อยู่ในใจจึงอาจจะฝังลึกมากกว่าเด็กวัยรุ่นมากนัก  การแสดงออกและที่ระบายก็ต่างกัน…  จัน สะกิดใจรู้สึกเข้าใจทั้งที่ไม่อยากเข้าใจ  แต่เขาตามมาถึงขั้นนี้และตัดสินใจมาค้างเอง…  ก็ต้องรับผิดชอบคำพูด

การช่วยคนอื่นนั้นเป็นบุญกุศลสร้างผลบุญให้ตัวเอง

อดีตเณรเมื่อนานโขมาแล้วอย่างโขนบอกเอาไว้….

                แต่ผลบุญที่เคยทำเอาไว้ก็ไม่ได้ช่วยเรื่องความรักของเด็กหนุ่มเลยสักนิด… หรือมันจะสะสมไปใช้ในชาติหน้าให้หายรักคุดกันแน่…  งั้นชาติหน้าจัน สะกิดใจคงเกิดใหม่เป็นคนเนื้อหอมสนิทจีบ 100 ติดทั้ง 100 นั่นก็เป็นเรื่องของชาตินี้  ชาตินี้ต้องรับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้าก่อน…

“เสื้อผ้าในตู้หยิบใช้ได้เลยนะ  ฉันให้ยืม”   อัศวินชี้ไปทางตู้เสื้อผ้าพลางเดินไปอาบน้ำ  อย่างน้อยหนุ่มใหญ่ก็มีความรับผิดชอบและมีอนามัย  ไม่เหมือนเพื่อนตอนเมา… พวกนั้นไม่คิดจะอาบน้ำเลยสักนิด…

ก็สมกับที่ทำงานบริษัทที่เน้นความสะอาด… พาให้จินตนาการว่าบ้านที่พญาไทอาบน้ำวันละกี่รอบกันนะ ถ้าเกิดมีกิจกรรมเข้าจังหวะ….  เอ่อ…. มือยกขึ้นตบหน้าไม่รักดีเพื่อเรียกสติให้ลืมจินตนาการสุดล้ำนั้นไป   สถานการณ์นี้มันไม่ควรนึกถึงเหตุการณ์พวกนั้น!

….ท่องเอาไว้ว่าเล่านิทานให้เด็กฟังจนหลับ…จากนั้นก็จงไปนอน…

                นิทานเรื่องซินเดอเรลล่าเริ่มเข้าใกล้เรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร  เมื่อลูกชายโดนถีบส่งให้ไปคบกับคุณชายสมิงห์  หลังจากทั้งคู่แยกย้ายกันไปอาบน้ำ  อัศวิน สมิงห์ก็ไปนั่งพิงหมอนอ่านหนังสือบนเตียงอย่างว่าง่ายและคาดไม่ถึง    จันเดินออกมาจากห้องน้ำทั้งผ้าจนหนูแปะศีรษะเพื่อซับน้ำจากการสระผมเห็นแล้วก็แปลกใจ

“ใส่ได้รึเปล่า  ถ้าใส่ไม่ได้ก็ไม่มีให้เปลี่ยนแล้ว มีแต่ไซด์ที่ใหญ่กว่าเธอ”   ดวงตาสีฟ้ามองไปยังเด็กหนุ่มในชุดนอนของตัวเอง

นักศึกษาที่ไม่ได้ผอมแห้งมากมายจับเสื้อชุดนอนกระดุมหน้าและกางเกงขายาว   “ใส่ได้อยู่แล้วล่ะครับ เสื้ออาจจะหลวม แต่กางเกงก็ใส่ได้”  เพราะมันมียางยืด….

“พวกเราใส่ชุดนอนคู่กันเลย”  คนฟังถึงกับเบ้ปาก…   แบบเดียวกันแต่คนละสี  คนหนึ่งเป็นสีเทาหม่นๆ  อีกคนก็เป็นสีน้ำตาลหม่นๆ  เป็นสีชุดนอนของผู้ใหญ่อย่างแท้จริง

เด็กหนุ่มสูง 178 เซนติเมตรเดินไปหยิบเสื้อผ้าชุดเก่าที่ถอดเอาไว้เพื่อนำมาพับให้เรียบร้อย   ท่าทางมีระเบียบจนไม่น่าเชื่อชวนให้คนมองแปลกใจเล็กๆ  เพราะมันผิดวิสัยของนักศึกษาชายโสดอยู่หอคนเดียว   ปกติก็ปล่อยห้องรกแท้ๆ    “เรียบร้อยกว่าที่คิดนะ  มานั่งพับตรงนี้ก็ได้”   มือแกร่งชี้มายังโซฟาข้างเตียง

จันมองครู่หนึ่งก่อนจะเดินถือก้อนผ้ามานั่งตามคำบอก   “ถ้าอยู่ห้องตัวเองไม่ทำหรอกครับ”   บ่งบอกว่าให้เกียรติที่พักอาศัยเล็กๆ

“ไม่แปลกใจล่ะ  เพราะห้องของเธอค่อนข้างรกอยู่นะ ตอนที่ฉันไปค้างน่ะ”   ห้องเด็กหนุ่มโสดไม่มีแฟน  สภาพแบบนั้นถือเป็นเรื่องปกติ…

คนโดนทักเรื่องห้องหน้าตึง   “ตอนอยู่มหาลัยไม่เป็นรึไงครับ หรือว่าเป็นคุณชายก็เลยมีคนมาทำความสะอาดห้องให้”    ภาพในใจสมัยที่ประธานหนุ่มยังเป็นนักศึกษาคือคุณชายสุดๆ…

“รกสิ  หอพักมีไว้นอนอย่างเดียวไม่ได้สนใจอะไรมากมาย  แชร์ห้องกับนนท์  ทางนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร ยิ่งรกกว่าปกติ”  ข้อมูลที่ได้รับถือเป็นข้อมูลใหม่  นอกจากอาจารย์ที่ปรึกษาจะเป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนแล้ว  ทั้งคู่ยังเป็นรูมเมทกันมาก่อนด้วยในสมัยนั้น

ชีวิตสมัยมหาวิทยาลัยตอนที่เขาเพิ่งเกิด..น่าจะเพิ่งเกิด…

คงโบราณน่าดูเลยทีเดียว…..

                ถึงแม้จะนั่งพับเสื้อ  เสื้อผ้าที่พับก็พับแบบลวกๆไปทีละตัวไม่ได้เรียบร้อยอะไรนัก    “สมัยเรียนไม่เคยเกิดเหตุการณ์จีบคนเดียวกับเพื่อนเหรอครับ  พวกผมน่ะไม่เคย แต่กลุ่มอื่นเคยมี มันก็น่าจะมีบ้าง”   เกิดถูกใจสาวคนเดียวกันอะไรแบบนั้น

อัศวินวางหนังสือในมือลง   “นนท์คงไม่เล่าให้เด็กในที่ปรึกษาฟังแน่ๆ   ภรรยาของนนท์ในตอนนี้  สมัยที่พวกเราเรียนมหาลัยเคยแย่งจีบกันมาก่อน”  ข้อมูลใหม่และ Unseen ยิ่งกว่าปรากฏ!   ความหลังของท่านประธานกับอาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งทำให้ตะลึงตาค้าง

“จริงเหรอครับ….  ทำไปได้……”  ประสบการณ์ความรักช่างโชกโชนทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย  ที่น่าแปลกใจคือทำไมฝ่ายหญิงจึงเลือกอาจารย์ของเขานี่สิ….

“เป็นเรื่องราวตอนเป็นวัยรุ่นที่ดีเลยล่ะ   ของเธอก็คงจะเป็นตามจีบเพื่อนที่มีแฟนแล้ว”  อัศวินหัวเราะเบาๆ   แววเจ้าเล่ห์บนใบหน้าชวนให้คนฟังรู้สึกหน้าชา

จันรีบเปลี่ยนเรื่อง   “ยังไม่ง่วงอีกเหรอครับ เมื่อไหรจะนอนซักที……….”   เริ่มอยากกรอกเหล้าให้เมามายและหลับไป  หรือไม่ก็ยานอนหลับ…

“ยังเลย  ยิ่งบังคับก็ยิ่งนอนไม่หลับ  หรือว่าเธอจะร้องเพลงกล่อมให้ฟังน่ะจัน?”  ดวงตาสีน้ำตาลถลึงตาใส่  ไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กกับเด็กน้อยนะเว้ย…..

คนหนึ่งคือคนที่ยังไม่สร่างเมาสนิทอายุ 4X  ส่วนอีกคนเป็นนักศึกษาอายุแค่ 21  แต่ยามนี้เด็กกลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นพี่เลี้ยงของผู้ใหญ่  ผู้ใหญ่ที่อ่อนแอเพราะเพิ่งกลับมาจากงานแต่งงานของแฟนเก่า    สถานการณ์แบบนี้มาพูดคุยเชิงออดอ้อนมันอันตรายมาก….

“รีบๆนอนซักทีเถอะครับ  ไม่งั้นต้องคุยยันเช้ากันพอดี!!”    จันฟึดฟัดใส่อย่างหงุดหงิด  พับผ้าตัวสุดท้ายเสร็จจึงลุกขึ้นถือไปหมายจะไปตามหาถุงใส่    แต่แล้วมือแกร่งกลับคว้าดึงแขนของเด็กหนุ่มเอาไว้…  ของในมือร่วงหล่น  ร่างกายก็ล้มลงมาอยู่บนเตียงเดียวกัน…

โป๊ก!!!!

                แต่มันไม่สวยงามเหมือนอย่างในนิยายมากนัก…. หน้าผากเดือนมหาวิทยาลัยกระแทกเข้ากับเข่าที่มีผ้าห่มหนาคลุมของอีกฝ่ายในทันที     เด็กหนุ่มกลิ้งด้วยความทุรนทุราย    ต้นเหตุซึ่งไม่ได้ตั้งใจรีบประคองจับขึ้นมานั่งให้อยู่นิ่งๆเพื่อดูอาการ

“ขอโทษๆ  ฉันคงดึงแรงไปหน่อย  กะแรงไม่ถูก”   คนเจ็บตัวมองด้วยสายตาเคียดแค้นปานจะเอาไฟเผาได้  นี่มันไม่ใช่นิยายรักหรือละครหลังข่าวเฟ้ย!!!

โดยปกติแล้วฉากที่พระนาง หรือพระพระมีการดึงตัวให้เข้ามาหากันนะ   แข้งขาของคนโดนดึงจะต้องทรุดตัวลงมานั่งเกาะแบบจงใจ ซึ่งกรณีมันไม่ใช่…. นี่คือเหตุการณ์จริงไม่มีบท ไม่มีแสตนอิน ไม่มีการเตี๊ยมกันไว้ก่อน…  หน้าผากนั้นเป็นสีแดงก่ำ…..

“ผมไม่เป็นอะไร  ช่างเถอะครับ!”  จันปัดมือที่พยายามลูบหน้าผากนั้นออก…  สุดท้ายก็มานั่งอยู่บนเตียงเดียวกันจนได้….

อัศวินจ้องมองท่าทางดื้อรั้นนั้นด้วยความเอ็นดู    “ตอนที่เธอตอบว่าจะค้างที่นี่   ฉันตกใจจนลืมหายใจไปครู่นึงเลย”    ไม่คาดคิดว่าจะได้คำตอบแบบนั้นจากคนที่ตามจีบ

จันนิ่งงันไป   มือแตะหน้าผากตัวเองที่ยังเจ็บอยู่เล็กๆค้าง   เขาตอบออกไปเพราะท่าทางและสายตาของฝ่ายตรงข้าม…  เหมือนเสือที่ตากฝนเปียกปอนมาขอพึ่งพาร่วมของกระต่ายอะไรอย่างนั้น   สีหน้าเว้าวอนขอให้ใครบางอยู่.. เขาเคยทำมาก่อน…

“…..เพราะผมเข้าใจความรู้สึกใจหายเป็นอย่างดีล่ะมั้งครับ….”  อาจจะไม่เหมือนกันเสียทั้งหมด   แต่เป็นแผลใจและความเหงาที่เข้าใจได้….

“ใจดีจริงๆเลยนะ   เธอเป็นคนดีมาก”    ยื่นมือออกไปลูบศีรษะอีกคนอย่างเอ็นดูราวกับเป็นเด็กกับผู้ใหญ่   เป็นคำชมที่ไม่น่าปลื้มใจมากนัก….

ลึกๆข้างในใจรู้สึกเหมือนเป็นตาชั่ง   ความรู้สึกควรทำกับไม่ควรทำมันค้านกันอยู่ในใจ  เพราะสถานะของทั้งคู่มันไม่ชัดเจน เป็นเพื่อน เป็นคนรู้จัก เป็นอะไรกันแน่  ที่แน่ๆคืออีกฝ่ายเป็นคนที่มาตามจีบ  การที่ใจดีและใจอ่อน  นับว่าเขาทำตัวเองแท้ๆ…. รู้แล้วก็ยังทำ   บ้าจริงๆ จัน สะกิดใจ!!

นิสัยแบบนี้มันพระรองในนิยายชัดๆเลย!!

                “ท่านประธานบอกว่าทำใจเรื่องไมค์ได้  แต่วันนี้ถ้าเอาตามที่ผมมอง  ผมว่าคงใจหายสินะครับ”   คนที่เคยเป็นคนพิเศษต่อกันมาก่อน วันหนึ่งได้เดินออกไป

“ก็ใช่  ถ้าวันหนึ่งเธอหายไป  ฉันก็คงเป็นเหมือนกัน”  ตอบไม่ตรงคำถามอีกตามเคย….  จะแสดงออกว่าอ่อนแอก็แสดงออกมาให้หมดสิ!  ช่างกั๊กชะมัด…

จันถอนหายใจ  จนกระทั่งมองไปยังแววตาสีฟ้าครามซึ่งกำลังมองออกไปตรงอื่น  แลเห็นบรรยากาศหม่นๆอยู่รอบตัวชายคนนั้น   “การมองส่งคนที่เคยสำคัญมากออกไป  เป็นเรื่องที่ควรจะทำเมื่อถึงเวลา  การแสดงออกน่ะ  แสดงออกต่อหน้าคนเหล่านั้นไม่ได้หรอก  ว่าแท้จริงรู้สึกยังไง”   การจากลาเป็นเรื่องที่ยากเสมอ

ข้างในหัวใจเด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนมีเข็มมาแทง..  ย้ำซ้ำให้รู้สึกถึงเรื่องเก่าๆของตัวเองบ้าง   ความรู้สึกที่ต้องมองส่งเพื่อนที่รักมาก  คนที่ตัวเองรักมาก  เพราะคนที่ตัวเองรักมีคนที่รักมากอยู่แล้ว  และเขานั้นก็เป็นได้แค่เพื่อน…  ความรู้สึกแบบนั้นช่างเป็นแผลใจจริงๆ….

“…..ผมเข้าใจนะครับ… มันแสดงออกมาไม่ได้ว่าจริงๆเสียใจ….”   แต่เขานั้นพลาดที่แสดงออกไปจนเกือบทำให้ความสัมพันธ์ของเพื่อนเปลี่ยน… ดีที่ยั้งไว้ได้ทันเสียก่อน…

เพื่อนรัก กับผู้ใหญ่ซึ่งนับถือว่าเป็นพี่ที่น่าเคารพที่สุดคนหนึ่ง….

เขาตัดสินใจเดินออกมาจากตรงนั้นแล้ว….

 

                อัศวินมองเห็นใบหน้าที่หงอยไปของหนุ่มวิศวะซึนเดเระที่มักจะมีสีหน้าตาขวางใส่บ่อยครั้ง   วงแขนแกร่งจึงโอบไหล่เข้ามาให้เด็กหนุ่มซบลงที่บ่า   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นเบิกกว้าง   สิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายอยู่ที่นี่วันนี้คือความสงสารและเข้าใจ  จะมีความรู้สึกดีๆอยู่บ้างซ่อนอยู่หรือเปล่า… ก็ยังไม่เห็นชัด…

“ฉันว่าเธออาการหนักกว่าฉันรึเปล่าจัน ฮ่ะๆ”   สีหน้าคนฟังเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในทันที   ดันโดนสะกิดแผลใจเข้าเสียได้!!

“ผมไม่ได้เป็นอะไรเลยซักนิดครับ!    อย่าเปลี่ยนเรื่องโยนให้ผมเป็นแทน!!”   ราวกับคนเจ็บสองคนมาเลียแผลกันเองอะไรอย่างนั้น

ประธานบริษัทสำรวจหัวเราะเบาๆ    “จัน   May I kiss you?”   เด็กหนุ่มผละออกห่างมาทันทีด้วยสีหน้าแดงก่ำ  ปากเริ่มสั่นเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก

Red Zone!!  นี่มัน Red Zone แล้วชัดๆ  อันตรายมาก!!    “ใครตอบ Yes ก็………….!!!”  ยังไม่มีคำตอบ Yes หรือว่า No  ริมฝีปากก็โดนปิดทับไม่ให้คำพูดออกมาได้อีก

….จูบที่แฝงความรู้สึกลึกซึ้งมากกว่าครั้งอื่นๆ…

                แม้จะสะดุ้งและรู้สึกประหลาดเมื่อเรียวลิ้นแทรกผ่านเข้ามาทวีความแนบแน่น  คล้ายกับสติสัมปชัญญะเริ่มหลุดลอยหายออกไปทุกทีๆ   สมองสั่งให้ต่อต้าน  แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อไม่กระทำตามเสียอย่างนั้น   นี่มันอ่อนหัดอย่างแท้จริงจนไม่น่าให้อภัย!!

กว่าสมองจะสั่งการได้ถูกต้อง ก็เมื่อมือแกร่งลูบผ่านเข้ามาใต้เสื้อชุดนอนและสัมผัสเข้ากับแผ่นหลัง   “Stop!!  Stop!!   ล้ำเส้นเกินไปแล้วนะครับ!!”

อัศวินมองสบตากระต่ายตื่นที่สีหน้าเป็นสีแดงก่ำ   “ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก”   ดวงตาสีน้ำตาลจ้องเขม็ง…. ไม่ทำอะไร?

ถ้าคนตรงหน้าเป็นเสือ  เขาคงเห็นภาพเสือที่กำลังหูลู่ หางขดด้วยท่าทางเหมือนเสือที่เปียกฝนมา…  อย่าใจอ่อนนะจัน สะกิดใจ!!  แต่…..   “ผมให้กอดอย่างเดียว  ให้ยืมอกไว้ซับน้ำตาได้นะครับ…..”  บทพูดโคตรจะพระเอก….

แต่ทำคนฟังเผลอหัวเราะ  “ถ้าไว้ใช้พูดกับผู้หญิง  เธอคงดูเป็นผู้ชายที่ดีมากและน่าพึ่งพาสุดๆเลยล่ะ”  แต่พอดีว่าคนตรงหน้าเป็นผู้ใหญ่กว่า…..

จันหน้าแดงก่ำเหมือนคนหน้าแตก   ไม่ทันไรชายที่ทักเรื่องคำพูดของเขากลับเข้ามากอดเสียอย่างนั้น  กอดซบลงที่ไหล่คล้ายกับอ้อมกอดมิตรภาพธรรมดาๆ…. แล้วจะว่าเขาเพื่ออะไรกันเล่า!?   เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างหน่ายๆ.. ถอนหายใจให้กับความใจอ่อนของตัวเองด้วย

จนในที่สุดความเงียบก็ปกคลุมไม่มีคำพูดใดๆต่อกัน

                อัศวิน สมิงห์ยามนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำตัวไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่  แต่การที่อีกฝ่ายเปิดกำแพงเพราะความใจดี มันก็ห้ามตัวเองได้ยากไม่ให้รับความใจดีนั้นมา…   มันเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะเอาเปรียบความใจดีนั่นโดยเฉพาะอีกฝ่ายที่เป็นคนที่ตัวเองตามจีบอยู่….

กระนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทำ…   หากก้าวข้ามเส้นมากกว่านี้ในเวลาแบบนี้… บางทีก็ยากที่จะกลับมาจุดเดิมได้อีกระหว่างคนทั้งสองซึ่งมีความสัมพันธ์แบบที่ไม่มีชื่อเสียงและกำกวม  ถ้าเด็กคนนี้เปิดใจให้ก็คงจะดีนะ  ถ้าเด็กคนนี้เป็นความรักที่เริ่มต้นใหม่ได้…ก็คงจะดี….

….ถ้าสามารถมีเธออยู่ด้วยได้ล่ะก็… แม้จะต้องอยู่ในลำดับที่สอง…

….ก็ไม่เป็นไรเลย…

                “I can’t let you go anymore…..”   เสียงกระซิบแผ่วเบาในระยะประชิดพาให้ได้ยินไม่ชัดเจน    คิ้วสีอ่อนเลิกขึ้นอย่างสงสัย

“ท่านประธาน?”  อ้อมกอดที่ผละออกห่าง…  ความเงียบงันที่รายล้อมอยู่รอบตัวของทั้งคู่   สิ่งที่แจ่มชัดคือดวงตาของอีกฝ่ายหนึ่งที่มีสีต่างกับตัวเอง

“Even though the one you love the most isn’t me ,  I love you”  ถ้อยคำที่สะกดให้คนฟังไม่อาจละสายตาออกไปไหน….  คล้ายกับเข็มที่เข้ามาทิ่มแทงข้างในอกอย่างรุนแรง

คืนวันนั้น….  ที่เขาตัดสินใจที่จะละทิ้งความรักของตัวเองเสีย…

 

ถึงแม้ว่านายจะมีคนที่ตัวเองรักอยู่แล้ว…แต่ฉันก็รักนาย….

และฉันจะตัดใจจากนาย…..

                น้ำตาที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้หลั่งรินออกมากลับไหลผ่านแก้ม…   ภาพของตัวเองกับอลิน แย้มเก้อ และสิ่งที่อีกฝ่ายพูดในตอนนี้ช่างทำให้ความรู้สึกเจ็บข้างในลึกๆเปิดเผยออกมาโดยไม่รู้ตัว    จันรีบยกแขนขึ้นมาถูเช็ดดวงตาอย่างน่าอาย  น้ำตาบ้าเอ๊ย!  ไหลทำไมกันวะ!!

คนที่เห็นก็ตกใจไม่น้อยไปกว่ากัน  และเข้าใจได้ทันทีว่าแผลเก่าคงเปิด…   “เธออาการแย่กว่าฉันอีกนะ จัน สะกิดใจ”  จะไหวหรือเปล่า…. เด็กหนุ่มที่เพิ่งอายุ 21 เท่านั้นเองและไม่เคยเริ่มความรักครั้งใหม่เลย

“อย่าย้ำสิครับ!!  โธ่เว้ย!!”   มาเสียน้ำตาต่อหน้าคนที่มาจีบตัวเอง  คนที่ไม่อยากให้มายุ่งมากที่สุด  จะเป็นคนดีไปถึงไหนกันเล่า…..

ยิ่งอ่อนแอมากเท่าไหร   การที่จะเผลอก้าวพลาดมันยิ่งมากขึ้นเท่านั้น  มือแกร่งยื่นไปแตะข้างกรอบใบหน้าคมนั่น   “Close your eyes”

แม้ลังเลในครู่หนึ่ง  สุดท้ายก็หลับตาลงตามที่อีกฝ่ายนั้นบอก   ยามรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาใกล้และแนบสัมผัสริมฝีปากลงมานั้น… ใช่ว่าจะเดาไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างนั้น….  แต่ไม่จำเป็นต้องหยุดใช่หรือเปล่า…?   ถ้าในเวลานี้แต่ละคนซ้ำแผลกันเอง….

“Can I…?”   ยามที่ถูกมองสบในระยะประชิด  สมองนั้นว่างเปล่า….

“Do whatever you want….”  ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์จะไปทางไหนต่อไป…ก็ยากที่จะรู้….  กว่าพวกเราจะรู้ตัวก็คงเป็นรุ่งเช้าที่จะมาถึง….

การถอยออกจากความรักครั้งเก่านั้น…..

….จะทำอย่างไรก็เหลือร่องรอยให้จารึกเอาไว้…

                มันอาจจะเป็นการเลียแผลกันเอง…. อาจจะเป็นเรื่องราวที่ไม่ถูกต้องและควรจะหยุด  แต่ในเวลานั้นคงไม่มีใครที่คิดจะหยุด…    จัน สะกิดใจซ่อนใบหน้าของตัวเองลงกับหมอนนุ่มไม่ให้ใครเห็นสีหน้า   ความรู้สึกตอนนี้มันประหลาดพอๆกับอับอายผสมผสานปนเปกันไปหมด

ร่างกายที่เปลือยเปล่านอกจากเพื่อนร่วมชมรมตั้งแต่สมัยมัธยมต้นคงไม่มีใครได้เห็น  เรื่องที่มาทำอย่างนี้ยิ่งไม่เคยปล่อยให้ใครมายุ่งได้มากขนาดนี้….  มันน่าอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีไปในเวลานี้…  โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟสลัวมันก็ยังเห็น!

“…ย…อย่าจับ!!  เดี๋ยวครับ!  เดี๋ยว!”    เด็กหนุ่มได้แต่ส่งเสียงร้องโวยวาย   ทุกครั้งที่โวยวายแผ่นหลังก็จะถูกกัดด้วยคมฟันให้ร่างกายสะดุ้งตกใจ

ผิวกายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ซ้ำร่างกายนั้นยังสั่นเทาไปทั่วร่าง   “I’m going to make you feel really good, so feel it okay?”  ชายสูงวัยกว่าลูบผ่านเอว   ณ เวลานี้เด็กหนุ่มอยากจะระเบิดตัวตายไปเลยจริงๆ…

เขาอาจจะไม่เคยมีประสบการณ์  แต่ที่ผ่านมารุกใส่รักครั้งแรก เขาเป็นสายรุกมาตลอดอย่างแน่นอน  แต่ตอนนี้……   “Shut up!!”   สองมือรัดหมอนเอาไว้แน่นเมื่อความรู้สึกร้อนวาบเข้ามาครอบคลุมช่วงล่าง

อัศวินมองดูอีกฝ่ายที่พยายามปิดบังหน้าตาของตัวเองอย่างเต็มที   ทั้งร่างที่สั่นเทาไปหมดอดไม่ได้ที่จะแกล้งทั้งที่ไม่น่าแกล้ง…   สภาพแบบนี้มันน่าอาย  แต่มันช่วยไม่ได้ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมที่จะสบตาและไม่คิดจะสบตาอย่างเด็ดขาด  ด้วยทิฐิจึงไม่ยอมหนีเสียอย่างนั้น

“อย่าเกร็งล่ะ Good boy”   ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง  เมื่อโดนรุกล้ำเข้ามาเกินพิกัดที่เคยจินตนาการเอาไว้   เรียวนิ้วยาวที่แทรกผ่านเข้ามาพาให้ร่างกายสะดุ้งเกร็ง….

แปลกปลอม…  ประหลาด…ต่อต้าน…..ไม่คุ้นชินและยากจะคุ้น

สติสัมปชัญญะจะแตกเป็นเสี่ยงๆ….

                ช่างน่าอายจนร้องไม่ออก  นิยามอะไรไม่ถูกว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร    แต่เขารู้สึกว่าดีแล้วที่มองอะไรไม่เห็นนอกจากหมอน   หากต้องเห็นเขาคงทนอยู่ในสภาพนี้ต่อไปอีกไม่ได้เป็นแน่   ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆมาจากคนที่มอบความรู้สึกนี้ให้ยิ่งอยากลุกไปต่อย……..

“Do you feel Good?”

“I don’t know…..!”   สองขาเกร็งจากสัมผัสที่จาบจ้วง   ในนิยาย Boy Love ของสองสาวเพื่อนร่วมคณะรวมไปถึงพี่สาวเพื่อนสนิทบอกเอาไว้ว่า   มันแทบจะเป็นฉากบังคับ…  แต่มาเกิดขึ้นกับตัวเอง เขาล่ะอยากให้มันโดนตัดทิ้งออกไปจริงๆ…….

ถึงแม้ความรู้สึกจะต่อต้าน  ร่างกายกลับซื่อสัตย์จนเกินไปตามธรรมชาติของมนุษย์    ชายสูงวัยกว่าขยับเข้าไปใกล้ใบหู   ความรู้สึกเมื่อผิวกายจากแผ่นอกของฝ่ายตรงข้ามประชิดแผ่นหลังช่างรู้สึกร้อนผ่าว…   อุณหภูมิร่างกายที่ขึ้นสูงกว่าปกติ…

“ถ้าเธอไม่ไหวฉันจะหยุด  เพราะมันจะเจ็บ  เธอคงรู้”   เชอรี่บอยสะบัดใบหน้ารัวๆ…   จะไปรู้ได้อย่างไรเพราะว่ามันไม่เคยน่ะสิ…

“….. I know……. you don’t stop….president….”    เรียวปากคมสัมผัสข้างหูคล้ายเป็นคำตอบ    มือแกร่งที่เคลื่อนมาสัมผัสมือที่สั่นเทาช่างคล้ายกับการปลอบประโลมให้ใจเย็นลงบ้าง…

จันเพียงแค่เงียบและหอบหายใจ…   เมื่อพยายามทำให้จิตใจสงบนิ่ง…  ความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาพาให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้นบ้างแม่จะไม่คุ้นชินอยู่ดีกับการที่ต้องมาเป็นรับ…  (โดยที่ในชีวิตก็แทบไม่เคยรุก)  ประธานหนุ่มก็นิ่งและเชื่องช้าลงคล้ายกับปรับตัวให้อีกฝ่ายนั้น…

….เสียงหัวใจเต้น….คล้ายกับเป็นเสียงเดียวกัน…

                เด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนแกมปลายสีเข้มสงบลงกว่าคราแรก  อุณหภูมิเย็นจากเครื่องปรับอากาศคล้ายจะไม่เพียงพอเมื่อเหงื่อรินไหล   ข้างในร่างกายมันร้อนกว่าภายนอกนัก..  ชายผมบลอนด์ละมือห่างออกมา แต่มือของจันกลับคว้าข้อมือนั้นเอาไว้…

เรียวปากคมพลันคลี่ยิ้มยามจ้องดูมือที่สั่นเทานั้น   เจ้ากระต่ายที่ทำเป็นกล้า  การดื้อรั้นไม่ยอมผิดคำพูดกับความตั้งใจ  การเป็นคนแบบนั้นจะโดนคนอื่นเอาเปรียบได้ง่ายๆเลยนะ…   “I will warm you up now”  ได้ยินถ้อยคำนั้น…  เปลือกตาก็ปิดลงแทบเป็นเส้นตรงรอรับชะตากรรม…

ความร้อนวาบและแปลกปลอมกว่าเรียวนิ้วขับพาให้ร่างกายสะดุ้งตกใจและต่อต้านยิ่งกว่าเดิม   ความรู้สึกแรกที่รู้สึกคือ….  โคตรเจ็บ!!    “…It’s hurt!…!!!”

“It’s softer than I imagined”  จินตนาการอะไรเอาไว้ หา!!!   เด็กหนุ่มอยากจะกู่ร้องออกมาดังๆ  แต่คล้ายกับเสียงมันจุกอยู่ที่ลำคอพูดอะไรไม่ออก  ร่างกายสั่นเทาไปทั้งร่าง

“หยุดๆ!!!  อย่าเข้ามามากกว่านี้ครับ!!”  ต่อต้านร้องโวยวายเมื่อร่างกายรับไม่ไหว   ประสบการณ์ครั้งแรกที่ชวนให้น้ำตาไหลพราก…….

มือที่จับข้อมือของชายหนุ่มไว้บีบเกร็งคล้ายจะจิกนิ้วหรือเล็บให้เกิดบาดแผล..    ประธานหนุ่มรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังอึดอัดและทรมาน   ใบหน้าที่ซ่อนไว้กับหมอนสีขาว… แดงก่ำมาถึงหู   เช่นเดียวกับเสียงหอบหายใจหนักๆที่แจ่มชัดออกมา

“…จัน….หันมาทางนี้…”  พยายามหนีไม่สบตากลับโดนชักพาให้หันมาเจอหน้า  เพียงพลิกตัวมาพลันเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายแล้ว  หมอนใบเดิมก็โดนหยิบมาปิดหน้าของตัวเองในทันทีทันใด….  ณ เวลานี้อัศวินรู้สึกขำไปพร้อมๆกับสงสาร   บรรยากาศที่ควรจะดีกว่านี้กลายเป็นก่ำกึ่งดีกับไม่ดี

“…..ยะ…อย่า..เพิ่งขยับ…  Don’t move…..”  น้ำเสียงสั้นเครือนั้นเค้นเสียงออกมาคล้ายกับพยายามสั่ง  แต่น้ำเสียงอ่อนเกินไปไร้เรี่ยวแรงจนกลายเป็นคำขอ

อยากจะโอบกอดเอาไว้…  และครอบครองให้ได้ถึงหัวใจ….

                มือหนึ่งเลื่อนไปดึงมือของอีกคนมาจับผสาน    ร่างกายโน้มลงเคลื่อนเข้าใกล้กระซิบแผ่ว   “ถ้าไม่อยากมองหน้าก็กอดฉันไว้  ฉันจะไม่มองหน้าเธอเหมือนกัน”   ไม่อยากให้อับอายไปมากกว่านี้….

หนุ่มวิศวะที่หมดทางสู้ผสานมือนั้นตอบ…  ค่อยๆดึงหมอนที่ปิดหน้าตัวเองออกไป  อีกฝ่ายนั้นก็ทำตามที่บอกคือไม่มองหน้า  ซบใบหน้าลงที่ไหล่ของเขา  ลมหายใจถี่กระชั้นไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก….   “เจ็บ…ชะมัด…….”  เจ็บจริงๆแบบที่ไม่คิดว่าจะเจ็บขนาดนี้……

มือข้างที่ว่างโอบล้อมไหล่กว้างนั้นเอาไว้ตามที่อีกคนเสนอบอก   ปล่อยให้ลมหายใจรินรดกันและกันอย่างนั้น    “Are you hurt….?”   คิ้วสีอ่อนกระตุกเล็กๆ   รู้ว่าทำตัวเองแต่ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกไป…

“…………มากครับ……!!….”   คำตอบนั้นดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไร…..

“I’m sorry…..”   คำขอโทษที่ค้านกับการกระทำพาให้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้าง  เด็กหนุ่มส่งเสียงโวยวายได้เพียงครู่หนึ่ง….  สุดท้ายนั้น…. ความทรงจำหลังจากนั้นคล้ายกับเป็นสีขาวโพลนที่ไม่น่าจดจำเท่าไหรนัก….

ค่ำคืนนั้นที่ผ่านพ้นไปโดยที่หลงลืมไปว่า….

พวกเรานั้นอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก…..

                นิยามของคำว่าน่วมอาจจะเอามาใช้ได้กับสถานการณ์ในตอนนี้  หนุ่มวิศวะที่มีนิสัยดื้อรั้น ซึนเดเระ และแสนพยศนั้นกลายเป็นคนสงบปากสงบคำเพราะนอนหลับสนิทหมดเรี่ยวหมดแรงไปในทันที   ชายผมสีบลอนด์จับผ้าห่มหนาขึ้นมาคลุมให้พลางลูบศีรษะนั้นอย่างเอ็นดูด้วยรอยยิ้มจางๆ…

“หมดฤทธิ์ไปแล้ว”  เป็นครั้งแรกที่เห็นใบหน้ายามหลับไหลแบบดีๆ   ทุกครั้งจะต้องเกิดเหตุการณ์หลบหนีไปก่อนอยู่เสมอ…

ภาพหยดน้ำตาของเด็กหนุ่มเวียนผ่านเข้ามาในสมอง   “จัน  กลายเป็นว่าฝ่ายไหนที่โดนปลอบใจกันแน่นะ”   ระหว่างคนสองคนที่มีบาดแผลใจ..และเปิดแผลของอีกฝ่ายโดยที่ไม่ได้ตั้งใจนั้น

…หากพวกเราได้เป็นคนรักกัน….คงจะดีกว่าคลุมเครือแบบนี้….

                สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันข้ามขั้นตอนที่ควรจะเป็น  แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็เกิดขึ้นเพราะความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย   อาจจะต้องเสียใจภายหลังในการกระทำของตัวเอง  อาจจะทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงไปกลับมาเป็นจุดเดิมไม่ได้อีก  การเดินที่ผิดพลาดนี้…

ที่แน่ๆยามเช้าที่จะมาถึง  สิ่งที่ต้องเจอคงจะเป็นอารมณ์โมโห  ไม่ก็เสียงโวยวายนั่น    “คงต้องหายาแก้ปวดให้ก่อน”  ไม่นานนักมือของคนที่หลับไปแล้วก็ยังละเมอมาปัดมือที่ลูบผมตัวเองออกได้…  น่าตลกจริงๆ

เมื่อวันใหม่มาถึง…. ฉันจะทำให้มันถูกต้อง….

ความรักที่ต้องการเริ่มต้นในหลังจากนี้….

                ธรรมชาติของเสือเป็นสัตว์กินเนื้อ   แต่เมื่อเสือมาเจอกับกระต่ายที่อยู่ในโลกของตัวเองไม่ยอมก้าวออกมา  เสือจึงต้องยอมถอดเขี้ยวเล็บเพื่อจะได้เข้าใกล้กระต่ายตัวนั้นให้ได้…   ต่อให้เป็นที่สองในตอนนี้  ในนอนาคตอันใกล้หรือนานกว่านั้น… คงจะได้ใจเธอมา….

….ตอนนี้เป็นที่สองไปก่อนก็ได้…

ประธานหนุ่มเอื้อมมือไปปิดไฟข้างเตียงแล้วล้มตัวลงนอนเคียงข้างเจ้ากระต่ายที่ระบมหมดฤทธิ์และกำลังหลับลึก  คำทักทายของพรุ่งนี้มีไว้คิดเอาข้างหน้า  …  เส้นทางที่สะดุด สุดท้ายก็ต้องแก้ไขให้มันเป็นไปตามลำดับที่ควรจะเป็น… อย่างน้อยหัวใจของฝ่ายหนึ่งก็ถูกเยียวยาให้ดีขึ้น

ความรักครั้งเก่ามีไว้เพื่อจดจำ

และแก้ไขเพื่อเริ่มต้นกับสิ่งที่จะได้พบในความรักครั้งใหม่

 

กระต่ายกับเสือยังต้องเดินต่อไปข้างหน้า

เรื่องราวหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรต่อนะ

——————————

Free Talk : ตอนนี้มีหลากหลายอารมณ์ มีทั้งหงอย ทั้งเหงา ทั้งซึม ทั้งขำ ทั้งดราม่า(?) ทั้งโรแมนติก… มันรวมหลายๆอย่างลงไป แถม NC นี่โดนตัดทิ้งเยอะนะ เพราะถ้าเขียนเต็มจริงๆแบบในหัวคือ ไม่ไหวนะ 5555 ปล่อยให้มันเป็นมโนไปก็แล้วกัน

อารมณ์นี้คือทั้งสองคนพร้อมที่จะรับผลไปด้วยกันแล้วที่ทำลงไป ต่างคนต่างใช้อีกคนเป็นคนปลอบใจ ที่เหมือนจันจะใช้คุณอัศวินมากกว่านะ คุณอัศวินก็ยอมที่จะเป็นที่สอง ความรู้สึกสำคัญในใจของจัน ยังไงอลินก็มาเป็นที่หนึ่ง แต่ตอนนี้คงกลับไปหาอลินไม่ได้อีกแล้วล่ะ….

เหตุการณ์หลังจากนี้ก็คือตอนที่ 24 ค่ะ

Advertisements
 
4 ความเห็น

Posted by บน 02/16/2014 in Uncategorized

 

4 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 Secret File

  1. fray666

    02/17/2014 at 10:29 AM

    อ๊อกกกกกกกกกก จมกองเลือดตาย ต่อมจิ้นทำงานมากไปหน่อย / ปาดเลือด

    ทำไมอ่านแล้วมันช่าง… หวาน ฮา หื่น 5555+ เป็นเรทที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นระยะๆ จริงๆ ค่ะอายะซัง

    ชาบูๆๆๆ คนเขียน ขอบคุณคร้าาาาาา *3*

     
  2. karnalone

    02/17/2014 at 9:21 PM

    เป็นเรทที่ขำ ดราม่า ซึ้ง หลากอารมณ์มาก โอเค…เข้าใจแล้ว ไหนๆ ก็ไหนๆ คุณอัศวินอย่าลืมเอาสินสอดทองหมั้นไปขอจันนะคะ

     
  3. ตป. | S.Luce

    03/08/2014 at 9:46 AM

    เพิ่งมาตามอ่านไฟล์ลับ กร๊ากกกก ตอนที่ถูกตัดไปมันเป็นแบบนี้นี่เอง ทั้งที่จันเป็นฝ่านปลอบคุณอัศวินแต่หนูกลับสงสารจันมากกว่าอีกแน่ะ

    ต่อไปนี้จันไม่ใช่เชอรี่บอยแล้วสิ เสียดายจังงงง

    เช็คคำผิดให้ฮับ

    – โคตรออันตราย
    – นั่นก็เป็นเรื่องของชาตินี้ >> น่าจะชาติหน้ามากกว่าหรือเปล่า
    – ความสัมพันธ์แบบที่ไม่มีชื่อเสียงและกำกวม >> น่าจะ ไม่มีชื่อเรียก นะ
    – ในนอนาคต >> ในอนาคต ฮับ

     
  4. taraikari

    03/16/2014 at 8:36 PM

    เป็นเรทที่เดาอารมณ์ไม่ถูก
    มาทุกอารมณ์ทั้งสุขเศร้าเหงาทุกข์และฮา
    ส่วนเสียงซาวด์แทร็กที่มาเป็นช่วงๆพอมโนตามแล้วมันให้ความรู้สึกฟินไปอีกแบบ
    นี่แหละคือ “อัศจัน”

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: