RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 26

22 ก.พ.

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”

Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

—————————————————————————————————-

 

การปรับเปลี่ยนสถานะจากโสดเป็นอีกอย่างมันมีวิวัฒนาการ

                แค่คำว่าโสดกับไม่โสด ก็เขียนไม่เหมือนกันแล้ว ทั้งในภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ   การเป็นคนโสดกับคนไม่โสดจึงมีความแตกต่างกันอยู่บางตั้งแต่น้อยถึงมาก  ขึ้นอยู่กับระดับความสวีทหวานแหววของคู่รักคู่นั้น  บางคู่ก็สวีทกันจนน้ำตาลยังเรียกทวด มดกินไม่ลงต้องถอยหนี  บางคู่ก็อาจจะนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบ่อที่ไม่ได้กวน…   ต่อให้ต่างยังไงคนพวกนั้นก็ไม่โสดอยู่ดี

 

คู่รักสองคู่ในเรื่องนี้ก็มีความแตกต่าง

คู่หนึ่งช่างเหมือนนมชมพู ส่วนอีกคู่คือนมกาแฟ…..

 

ตอนที่ 26  :  การปรับตัวของคนโสดกับสถานะโสดไม่สนิท

 

เช้าวันอังคารของการเปลี่ยนแปลงสถานะของคนบางคน  ณ คอนโดมีเนี่ยมย่านพญาไทก็ยังคงมีคู่รักสถานะดั้งเดิมไม่ได้เปลี่ยนอยู่  นับตั้งแต่วันเริ่มคัมภีร์ต้อยเด็กมัธยมต้น  จากวันนั้นเด็กมัธยมได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ส่วนอีกคนจากหัวหน้ากองก็ก้าวหน้าทางการงานไปเป็นที่ปรึกษาบริษัท

 

นอกจากความสูงที่แตกต่างกันไม่เปลี่ยนแปลงที่ระดับ 10 เซนติเมตร  ความสัมพันธ์ฉันท์คนรักก็ไม่เคยเปลี่ยนจนบางคนรอบตัวหมั่นไส้    อลิน แย้มเก้อเดินหยิบหนังสือเรียนใส่ในกระเป๋าเป้   จับสำรวจเครื่องแบบนักศึกษาบนร่างกายว่ามีอะไรหายไปบ้างหรือเปล่า  ฉับพลันโทรศัพท์ก็ดังเตือนว่ามีข้อความบางอย่างเข้ามา

 

เด็กหนุ่มหยิบขึ้นมากดอ่านพร้อมกับคิ้วที่เลิกขึ้น   “อ่าว  งั้นวันนี้ก็ไม่ต้องมหาลัยน่ะสิ”   ข้อความจากเพื่อนร่วมคณะแพทย์ที่ส่งมาบอกว่าอาจารย์มีธุระกะทันหัน  คลาสในวันนี้จึงยกเลิกไปเรียนชดอีกทีวันเสาร์

 

ดวงตาสีเขียวเหลือบมองไปทางนาฬิกาบนชั้น ขณะนี้เพิ่งจะ 07.00 น.   เขาตื่นมาตั้งแต่เช้าเพราะว่าบ้านไกลมหาวิทยาลัย  แล้วก็ก้าวกลับไปที่ห้องนอน  บนเตียงนั้นยังคงมีชายคนรักอายุมากกว่านอนหลับไหลอยู่  วันนี้เจ้าตัวหมดสภาพจากงานหนักเมื่อวานจึงไม่อาจตื่นไปส่งเขาแล้วออกไปทำงานพร้อมกันได้

 

อลินเดินไปนั่งบนขอบเตียงพลางจ้องหน้า  ครุ่นคิดว่าควรจะปลุกตอนนี้หรือปล่อยให้นอนไปถึง 8 โมงดี  แต่ก่อนจะได้ทำอะไรแขนของอีกคนก็ขยับมาพาดเอว   “…นายยังไม่ไปมหาลัยอีกเหรอ?”

 

“เพื่อนเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่าอ.มีธุระด่วน ก็เลยยกเลิกคลาสน่ะครับ  ดีที่เห็นก่อนออกไป”  ยิ้มแป้นทักทายอย่างสดใส

 

“ไม่ปลุกให้ตื่นพร้อมกันนี่เกรงใจรึไง?”   รีวัลย์สะลึมสะลืออยู่หน่อยๆ   เห็นแบบนี้แล้วใครจะกล้าปลุกให้ตื่นเช้าพร้อมกันล่ะนั่น

 

“งั้นวันนี้ผมไปช่วยงานพี่รีวัลย์ที่บริษัทนะครับ   เผื่อพวกพี่ๆเค้าจะยุ่งกันอีก”  อดีตเด็กทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมเสนอตัว  อย่างน้อยก็ดีกว่านอนเล่นที่คอนโดให้เวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์

 

ที่ปรึกษาบริษัทยิ้มบางๆและกระชับรอบเอวเจ้าหนุ่มนักศึกษาแน่นขึ้น   “ได้  นายเอาหนังสือไปนั่งอ่านด้วยก็แล้วกัน  เผื่อวันนี้จะไม่ยุ่งเท่าเมื่อวาน”

 

อลินผงกศีรษะตอบรับพร้อมรอยยิ้ม   “พี่รีวัลย์งีบอีกซักครึ่งชั่วโมงผมจะมาปลุกนะครับ  เดี๋ยวผมไปปิ้งขนมปัง”  สิ้นประโยคนั้นผู้ชายที่สะลึมสะลือก็เด้งตัวขึ้นจากเตียงทันที

 

“ฉันจะไปอาบน้ำ  เดี๋ยวฉันจะทำมื้อเช้าเอง”   จะมื้อเช้า มื้อเที่ยง มื้อเย็น  หรือทำอาหารง่ายๆขนาดไหนก็ไม่ควรปล่อยให้อลิน แย้มเก้อเข้าครัว…    มิฉะนั้นวันนั้นอาจจะไม่ได้ไปทำงานก็ได้เพราะต้องมาจัดการซากอารยธรรมที่หลงเหลืออยู่จากสงครามแทน….

 

บางคนเป็นศัตรูของเครื่องใช้ไฟฟ้า จับอะไรก็พัง

บางคนก็เป็นศัตรูกับการทำอาหารเช่นกัน  ต้มมาม่ายังห้องเละ

                จังหวัดกำแพงกุหลาบเป็นเมืองที่มีการจราจรและยามเช้าและเย็นแน่นขนัดจนกลายเป็นเรื่องปกติ   ถึงแม้จะมีขนส่งสาธารณะบริการอย่าง BTS MRT Airport Links ปริมาณรถบนท้องถนนก็มิได้ลดลงตามเส้นทางรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเลย  อุตสาหกรรมรถยนต์ยังคงขายดีอยู่

 

เช่นเดียวกับบริการกำจัดแมลงและทำความสะอาดที่ยังคงขายดิบขายดีอยู่  ตราบเท่าที่แมลงสาบและแมลงร้าย หรือว่าฝุ่นยังไม่หายไปจากโลกใบนี้   สถานที่หลายแห่งก็ยังต้องการบริการจำกัดแมลงสาบ ปลวก แมลงร้ายอื่นๆอยู่ดี  บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านจึงยังมีรายได้ที่ล้นหลาม

 

เวลา 08.00 น. ณ ห้องประธานบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  ชายผมสีบลอนด์ในชุดสูทสีเทาภูมิฐานถือกระเป๋าเดินเข้ามาก่อนเลขานุการและลูกน้องหลายๆคน  ใบหน้าของหนุ่มใหญ่ช่างผ่องใสเหมือนมีออร่าความสุขแผ่ออกมา   อาจจะดูเด็กลงนิดนึง?

 

อัศวิน สมิงห์นั่งลงที่โต๊ะประจำตำแหน่ง   จัดแจงวางกระเป๋าส่วนตัวแล้วจึงเปิด Notebook   ระหว่างรอเครื่องรัน ก็หยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความ   ในหน้าจอแสดงการสนทนาโต้ตอบกันระหว่าง Tiger กับ Bunny(?)   เจ้ากระต่ายตอบมามีแต่ประโยคห้วนๆ

 

สำหรับเช้าวันนี้การสนทนาก็เริ่มด้วยประโยคดาษๆเช่น [ตื่นไปเรียนรึยัง]  และอีกฝ่ายก็ตอบว่า [กำลังจะอาบน้ำครับ] จบห้วนๆไม่มีถามต่อว่าทางนี้จะไปทำงานรึยัง ถึงที่ทำงานแล้วรึเปล่า อย่าลืมหาข้าวกิน และอื่นๆที่ควรขยายต่อ  กระนั้นชายที่อ่านก็อมยิ้มอยู่ดี

 

มันคืออาการของคนมีความสุข   “นั่งยิ้มกับโทรศัพท์คนเดียวเงียบๆ  ดูมีความสุขนะอัศวิน”   หญิงสาวสวมแว่นตาโผล่หน้าเข้ามา   ช่างไม่น่าเชื่อว่าจะมาทำงานเช้าได้

 

ดวงตาสีฟ้ามองกลับพร้อมกับตอบคำตอบที่น่าหมั่นไส้   “แน่นอนสิ  ความรักกำลังราบรื่น”  รองประธานบริษัทฟังแล้วกินจุด

 

เหล่ามนุษย์ต้อยเด็กรุ่นลูกแต่ละคนช่างดูมีความสุขเสียเหลือเกิน   อย่างน้อยถ้าพวกนี้มีความสุขดี บริษัทก็คงสงบสุขไปได้สักพักใหญ่ๆนั่นล่ะ  สาวโสดเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันก็ไม่ได้ชอบทำงานแทนคนอื่นเสียด้วย  เป็นรองประธานแบบจำยอม

 

“หวังว่าน้องปลวกจะยอมยกระดับสถานะเร็วๆก็แล้วกัน   พวกฉันจะได้มั่นใจว่าบริษัทจะไม่เจ๊ง”   อัศวินฟังแล้วหัวเราะร่วน

 

“คงต้องใช้เวลาซักหน่อย  ซึนเดเระน่ะปากแข็งซะด้วยสิ”   สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่าอาการซึนเดเระคงเป็นเรื่องลำดับชนชั้นในใจอีกฝ่ายหนึ่ง

 

แม้ยินดีที่จะเป็นที่สองในใจ  กระนั้นหากได้เป็นแฟนก็หวังที่จะเป็นที่หนึ่งในใจให้ได้ในสักวันหนึ่ง   วัยรุ่นให้ความสำคัญกับเพื่อนมาก่อนเสมอ  เพราะฉะนั้นรักครั้งแรกที่เป็นเพื่อนรักนั้นเป็นลำดับที่เอาชนะยากในหลายๆความหมาย

 

เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกเสียดายที่เรียนจบปริญญาโทไปแล้ว  หรือจะเรียนต่อปริญญาเอกอีกสักใบที่มหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบดี    “หาญจิต  ถ้าฉันไปลงเรียนที่มหาลัยกำแพงกุหลาบ  เธอจะว่ายังไง?”

 

“ฉันคงไม่ว่าไง  แต่รีวัลย์คงไฟลุกเลยล่ะนะ~”    หาญจิตยิ้มแย้ม   แผนการไปเรียนตามเด็กนักศึกษาที่ตามจีบอยู่ มันเป็นแผนการที่สิ้นคิดที่สุด!

 

อายุขนาดนี้มันเป็นวัยส่งลูกเรียนหนังสือ….

แต่ลูกไม่มีก็เลยต้องไปเรียนตามเด็ก…. มันก็…………

 

                ประธานหนุ่มลองนึกสถานการณ์ในใจ  หากเขาไปบอกคนที่กำลังคบหากันอยู่ตอนนี้ว่าอยากจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอีก  เดือนมหาวิทยาลัยคนนั้นก็คงแผดเสียงด่าออกมาแล้วขัดขวางสุดชีวิต   ในเมื่อแผนนั้นห้ามใช้ และยังมีงานที่ต้องรับผิดชอบ  ต่อให้อยากเห็นหน้าบ่อยๆก็ต้องจำใจอดทน

 

“รีวัลย์มาทำงานรึยังน่ะหาญจิต”  พลันนึกถึงต้นตำหรับของผู้ชายที่จีบเด็กจนติดด้วยโครงการแสนละเอียด  เคสตัวอย่างสำหรับการคบเด็กวัยเรียน

 

หญิงสาวขยับแว่น  “น่าจะยังไม่มามั้ง  ตอนฉันเดินผ่านห้องก็ยังไม่เห็นใคร”  ต่อให้เป็นเครื่องจักรทำงานที่แข็งแกร่งที่สุด อายุเยอะขึ้นเจอ OT ก็คงอ่อนล้าได้เหมือนกัน

 

“ฉันจะไปดูหน่อยเผื่อว่าจะมาแล้ว”  อัศวินลุกจากโต๊ะทำงานของตัวเองมุ่งไปยังห้องทำงานของที่ปรึกษาบริษัท  เหลือไว้แค่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างให้เพิ่อนร่วมงานยิ้มกรุ่มกริ่ม   มีการ Sync ข้อมูลข้อความเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เผื่ออ่านง่ายๆเสียด้วย   คนมีความรักนี่ทำตัวโลกเป็นสีชมพูเสียจริงๆ

 

แล้วอีกฝ่ายทำตัวเป็นสีชมพูด้วยหรือเปล่า?

                เช้าวันอังคาร ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ LAB อาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์  เด็กหนุ่มในเสื้อช้อปที่ไม่ได้ศักมาครบอาทิตย์กำลังนั่งเกยหน้ากับคีย์บอร์ด  ในหน้าจอตัวหนังสือขึ้นเต็ม Notepad  เพราะคีย์บอร์ดโดนกดค้าง   นายจัน สะกิดใจ เดือนคณะกำลังชีวิตแบบไร้วิญญาณ

 

นับตั้งแต่เมื่อวานเป็นต้นมา  ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่โดนประนามว่าหล่อเสียของ ก็ไม่ใช่คนเสียของอีกต่อไป  สถานะโสด โดนคุกคามให้กลายเป็นโสดไม่สนิท  แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวก็ไม่กล้าบอกใครนอกจากเพื่อนรักคณะแพทย์และแฟนของเพื่อนอยู่ดี…

 

ท่าทีเฉาเหมือนกระจ่ายอดกินแครอทชวนให้เพื่อนร่วมคณะเป็นห่วง   “จัน  เป็นอะไรไปรึเปล่าจ๊ะ?  เอามื้อเช้ามั้ย?”  ขนิษฐาผู้แสนใจดียื่นดีน่างาดำมาให้

 

เด็กหนุ่มสะบัดใบหน้ารัวๆไม่รับนมกล่อง   แล้วก็ทำตัวเหี่ยวแห้งบยคีย์บอร์ดนั้นอยู่ดี  คนมองยิ่งรู้สึกเป็นห่วง  เป็นห่วงว่าคอมพิวเตอร์จะพังเอาล่ะนะ…   “มีอะไรไม่สบายใจปรึกษาฉันได้นะ  ฉันจะไม่บอกใครเลย”  ศิราณีอาสาสมัคร

 

จัน สะกิดใจนิ่งไปเมื่อได้ยินคำว่าที่ปรึกษา   ขนิษฐา นางฟ้าแห่งคณะวิศวะที่มีแต่ผู้ชายดิบๆเถื่อนๆ  เป็นผู้หญิงที่ชอบผู้หญิง และในขณะเดียวกันก็ชอบเรื่องแนว Boy Love เอามากๆ   เรื่องคำปรึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชวนฉงนของผู้ชายกับผู้ชายสามารถปรึกษาเธอคนนี้ได้…

 

เจ้าหนุ่มที่เพิ่งหัดมีแฟนเป็นผู้ชายมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆอย่างคิดหนัก   เรียบเรียงความสับสนออกมาเป็นคำถามไม่ถูกเลยทีเดียว    “ขนิษฐา  การ์ตูนวายที่พวกเธออ่าน  มีแนวซึนเดเระกับคนที่เปิดเผยสุดๆ ปากหวานๆ อะไรแบบนั้นมั้ยน่ะ…”   เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้น

 

“ถ้าเป็นแนวพระเอกเป็นประธานบริษัท คุณชายรวยๆ  นายเอกซึนๆ ปากแข็งๆ ทำตัวรั้นๆ ชอบหนีพระเอก แต่สุดท้ายก็ตายรังนี่มีนะ  เพิ่งซื้อมาอ่านเลยล่ะจ้ะ”   จันรู้สึกเหมือนอะไรมาทับบนหลัง   ไอ้พล็อตแบบนี้มันเป็นพล็อตดาษๆของการ์ตูนวายรึนั่น!

 

แค่ได้ยินพล็อตก็ไม่กล้าอ่านแล้ว  “……….ไม่มีทางหนีรอดเลยว่างั้นเถอะ……..”   การจะหนีออกจากความรักที่แสนสับสนนั้น…

 

“มันเป็นการ์ตูน Boy Love นะจัน  ก็เหมือนความรักในการ์ตูนผู้หญิงนั่นล่ะ  ไม่จบ Bad End หรอก  ต่อให้นายเอกรั้นและดื้อขนาดไหน  สุดท้ายก็พ่ายแพ้ใจตัวเองว่าหลงรักคนๆนั้นไปเรียบร้อยแล้ว”  ได้ยินเสียงหวานพร้อมรอยยิ้ม  ผู้ชายที่ได้ฟังอยากเอาคอมพิวเตอร์ปาด้วยความคลั่ง   เขายังไม่ได้หลงรักนะเฟ้ย!!

 

นั่นก็ไม่ได้พูดถึงชีวิตนายเสียหน่อย

                ว่ากันด้วยลำดับเรื่องแบบดาษๆ   Spin-off เรื่องของพระรองที่อกหักจากนายเอกการ์ตูนวาย   โดยส่วนมากแล้วก็ไม่แคล้วลงเอยกับคนใหม่  จะช้าจะเร็วในเล่ม 1 หรือว่าเล่ม 2 ของการ์ตูน Boy Love ความสัมพันธ์ก็ยากจะถอยแล้ว  นี่เขาใช้ชีวิตเหมือนการ์ตูนพวกนี้ไปแล้วเหรอ….

 

“จัน หรือว่าตอนนี้จันเริ่มคบกับผู้ชายแล้ว  เลิกรักคุดแล้วเหรอ?”   ตำนานรักคุดของเดือนคณะพ่วงตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยกำลังจะจบลงแล้วงั้นเหรอ

 

คนฟังสะดุ้งเฮือกรีบสะบัดใบหน้ารัวๆแก้เก้อไป  “ยังไม่ได้คบ!   ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก!!”  หลุดปากไปและยังหาเชือกมามัดตัวเสียอีก…..

 

นางฟ้าผมสีบลอนด์คลี่ยิ้มอย่างปิติ   เป็นใบหน้าที่ยินดีกับเพื่อนร่วมคณะอย่างสุดซึ้ง  โดยเฉพาะเพื่อนที่ก้าวลงสู่โลกของBoy Love ไปแล้วเรียบร้อย  สมแล้วที่เป็นเดือนคณะวิศวะ  เดือนคณะนี้ในนิยายวายมักไม่รอดหรอก….    “จันน่ะปากแข็ง  สุดท้ายอาจจะเหมือนฝ่ายรับในเรื่องนี้ก็ได้นะ”    เด็กสาวหยิบการ์ตูนเล่มหนึ่งขึ้นมาวาง…  หน้าปกเป็นผู้ชายชุดสูทสีดำกับเด็กหนุ่มถือกล้อง….

 

จันมองอย่างอึ้งๆ  แต่ประเดี๋ยวก่อน..!   “ขนิษฐา!!  ไงเธอคิดว่าฉันเป็นฝ่ายรับล่ะนั่น!!”   โวยวายเสียงดังเรียกให้เพื่อนทั้งห้องหันมามอง….

 

เธอยิ้มตอบอย่างอ่อนโยนนัก   “ก็จันเป็นซึนเดเระชอบโวยวายนี่จ๊ะ   คาแร็กเตอร์แบบนี้เป็นฝ่ายรับไม่ใช่เหรอ”  ราวกับมีประกายของแม่พระสาดส่องออกมาให้คนจ้องไม่กล้าจ้องอีกต่อไป  แสงแห่งสัจธรรมอันแสนเจิดจ้า  น้ำตามันจะไหล…..

 

เขากลายเป็นฝ่ายรับไปแล้วจริงๆด้วยล่ะ….

                การโจมตีแบบวางระเบิดนิวเคลียร์ของขนิษฐา ดาวคณะผู้แสนอารีฆ่าผู้ชายคนหนึ่งตายไปแล้วในมโนภาพ   จัน สะกิดใจนอนเกยหน้ากับคีย์บอร์ดคอมคณะแบบแน่นิ่งยิ่งกว่าเดิม   ไม่นานนักเด็กสาวก็จากไปเพราะว่าแฟนสาวของเธอเรียกหา    เหลือซากวิญญาณของเด็กหนุ่มทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองจ้องหน้าปกการ์ตูน Boy Love หน้าปกไอหึ่งที่วางอยู่ใกล้ๆ   มือที่ไร้เรี่ยวแรงแอบเปิดดูนิดหน่อย เจอฉากฟีทเจอริ่งเกินครึ่งเล่มเขาก็ปิดทันที….   ช่างน่ากลัวเหลือเกินขนิษฐา ยุพิน มะขาม สามสาวที่ล่อลวงอลินไปติดกับดักการ์ตูน BL…

 

เพราะรุกไม่สำเร็จจึงกลายเป็นรับ  นี่แหละคือสัจธรรม….   พระร๊องรองไม่อาจกลับไปสูเส้นทางของการเป็นรุกได้อีก   เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือเซเมะยังมีโคตรเซเมะกว่า   หนุ่มวิศวะกำลังลิ้มรสสัจธรรม.. ไม่นานก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความ

 

เจ้าข้อความที่ขึ้นเรียงกันมาตั้งแต่เมื่อคืน  ส่งมาเรื่อยๆเพราะรู้ว่าเขาไม่อยากใช้โทรศัพท์คุย  ต่อให้ตอบสั้นๆก็ยังพิมพ์ข้อความมาหาอยู่ตลอด  ข้อความล่าสุดเมื่อชั่วโมงก่อนคือ [ถึงมหาลัยแล้วรึยัง อย่าลืมหาอะไรกินด้วย]   เป็นห่วงเป็นใยคอยถามยิ่งกว่าพ่อแม่ซะอีก….

 

ตั้งแต่สมัยก่อนเด็กหนุ่มก็ไม่ได้ตอบกลับไป  สุดท้ายก็พิมพ์ตอบไปด้วยใบหน้ากลั้นความซึนเดเระเต็มที่   [ถึงนานแล้วครับ]   แค่นี้จบ……..

 

พาลนึกถึงอลิน แย้มเก้อที่คอยส่งข้อความโต้ตอบกับแฟนตัวเองแทบตลอดเวลาที่ว่าง  ตั้งแต่มัธยมจนถึงตอนนี้ก็เป็นอยู่  พยายามทำตัวประหนึ่งมีระยะห่างก็มีมีปัญหา  คนคบหากันก็ต้องเป็นแบบนั้นสินะ?   แต่ซึนเดเระไม่ใช่คนประเภทนั้นที่จะตรงไปตรงมา….

 

“เฮ้อ………..ทำตัวไม่ถูก……..”   แฟนก็ยังไม่ใช่  ความสัมพันธ์ก็เกินเลยไปถึงไหนๆ…  อาจจะต้องเปิดใจให้มากกว่าตอนนี้…

 

“จัน อยู่นี่นี่เอง    ได้ของที่ฝากขนิษฐาไปเมื่อวานรึยังน่ะ?”  เสียงหนึ่งและชายที่เดินย่างเข้ามาหาเรียกให้เดือนคณะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับนั่งให้ดีๆ

 

เมื่อหันไปเห็นอาจารย์ที่ปรึกษาก็รีบสลัดคราบคนไร้วิญญาณออกไป   มือคว้าหนังสือการ์ตูนหน้าปกน่าสงสัยเก็บซ่อนในกระเป๋าเป้   “ได้แล้วครับอาจารย์นนท์  ขอบคุณมากนะครับ!”   เอกสารรับรองของมหาวิทยาลัยเพื่อนำไปใช้สำหรับฝึกงาน

 

อาจารย์ผมสีเข้มไว้เครานิ่งมองพักหนึ่ง   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกระพริบปริบๆ   “กับอัศวิน ยังโดนตามอยู่รึเปล่าน่ะ?”  เพื่อนเก่าของประธานบริษัทหนุ่มเอ่ยถามลูกศิษย์

 

คนฟังสำลักน้ำลายตัวเองทันที   “อ…เอ่อ… ไม่ได้โดนตามแล้วครับ  ไม่แล้ว!”   ไม่โดนตามแล้ว  แต่โดนยื่นข้อเสนอให้คบกันไปเรียบร้อยแล้ว…

 

อาจารย์นนท์ผู้เป็นที่ปรึกษาถอนหายใจ  ไม่ได้ถอนหายใจให้นักศึกษาในสังกัด  แต่เป็นการถอนหายใจหน่ายๆเมื่อนึกถึงเพื่อนสมัยเรียน   โลกมันช่างกลมเกินไป และเริ่มจะเล็กเหมือนปิงปอง   เมื่อสมัยก่อนจีบผู้หญิงคนเดียวกัน  สมัยปัจจุบันก็จีบนักศึกษาของเขาอีก   ทุกอย่างมันวนๆเวียนๆอยู่แถวนี้

 

“ถ้าไม่โดนตามแล้วก็ดี  เป็นนักศึกษาก็ใช้ชีวิตแบบนักศึกษาดีแล้ว”    มันช้าไปแล้วล่ะครับอาจารย์ครับ…  จัน สะกิดใจไม่กล้าพูด

 

…..ปัญหาหัวใจมันปรึกษาอ.ที่ปรึกษาไม่ได้….

….เพราะคนที่เป็นปัญหาหัวใจเป็นเพื่อนที่ปรึกษา……

                อาจารย์คณะวิศวะมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง  เกือบจะได้เวลาไปเข้าสอนนักเรียนในคลาสอื่น   แต่ก่อนจะเดินออกไปเกิดนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้   ใบหน้าที่มีเคราไม่โกนให้ดีหันมองหน้าเจ้าหนุ่มที่มีสีหน้ามีความลับไม่กล้าพูด  จันมองอย่างงุนงง

 

“เรื่องทุนเรียนต่อที่เคยมาถามเอาไว้  ยังสนใจอยู่รึเปล่าน่ะ  ตอนนี้เค้าตอบกลับมาแล้วด้วย”   เด็กหนุ่มนิ่งไปวูบหนึ่ง   เจ้าทุนเรียนต่อต่างประเทศเพื่อพัฒนาตัวเองนั้น….

 

“เอ่อ…ไว้เรียนเสร็จผมจะไปหาอาจารย์ที่ห้องพักอาจารย์นะครับ….”  เรื่องที่เกือบจะลืมไปแล้ววนกลับมาใหม่อีกครั้ง…  มาในเวลาแบบนี้….

 

คนเรามีความทะเยอทะยานในทางใดทางหนึ่ง….

เพราะการเรียนนั้นก็มีการแข่งขันในหลายๆด้าน…..

                อลิน แย้มเก้อนั่งอ่านหนังสือบนโซฟาตัวยาวภายในห้องทำงานของคนรักอย่างเงียบๆ   เพราะวันนี้ไม่ยุ่งอย่างเมื่อวาน  เด็กหนุ่มจึงไม่ต้องไปช่วยงานพี่ๆในแผนกอื่น  เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อเงยหน้ามองนาฬิกาอีกที  เข็มนาฬิกาก็บอกเวลาเที่ยงตรงแล้ว  ถึงเวลาพักอาหารกลางวันของบริษัท

 

ซึ่งฝ่ายคนรักอายุมากกว่ารู้สึกตัวก่อน    “นายอยากกินอะไรน่ะเที่ยงนี้?”   เสียงทุ้มเอ่ยถามคนที่ตามมาที่บริษัทด้วยในวันว่าง

 

“ไม่ต้องไปกินไกลๆก็ได้ครับ  กินแถวบริษัทพี่รีวัลย์จะได้กลับมาทำงานด้วย”  จะเข้าเลทอย่างที่แอบมาหาเขาถึงมหาวิทยาลัยคงจะไม่ดี…

 

ชายหนุ่มผงกศีรษะตอบพร้อมกับปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเพื่อประหยัดไฟ    “งั้นออกไปกินซูชิสายพานแถวนี้ก็แล้วกัน  ร้านที่เคยพานายไปกิน”   อลินได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารัวๆเป็นหมาน้อยที่หูกระดิก

 

ชายทั้งสองเดินออกมาจากห้องทำงานของที่ปรึกษา  ระหว่างทางเดินไปลิฟต์เจอเข้ากับกับประธานบริษัทที่กำลังรอลิฟต์อยู่พอดี    “คุณอัศวินไปกินข้าวที่ไหนเหรอครับ?”  เด็กอายุน้อยกว่าเป็นฝ่ายทักก่อน

 

อัศวินยิ้มกลับ   “กะว่าจะไปกินใกล้ๆนี่ล่ะ   พวกเธอจะไปกินที่ไหนกันล่ะอลิน”   เพื่อนร่วมงานมีแฟนมานั่งเป็นกำลังใจถึงที่ทำงานช่างเป็นภาพที่น่าอิจฉายิ่ง

 

“จะไปกินซูชิน่ะครับ  คุณอัศวินไม่มีเพื่อนกินข้าวพอดี ไปกินกับพวกผมมั้ยล่ะครับ?”    ออกตัวถามโดยไม่ถามคนข้างๆ…  ซึ่งฝ่ายที่ปรึกษาหนุ่มก็ไม่ได้พูดขัดคออะไร

 

ดวงตาสีฟ้ามองไปยังชายตาสีดำ   อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยายินดียินร้าย  เรียวปากคมก็หยักยิ้ม   “งั้นขอขัดเวลาส่วนตัวของพวกเธอล่ะนะ”  ไปเป็นกขค.ในมื้อเที่ยงของคู่รักอย่างเต็มใจ

 

Moment แฟนมากินข้าวด้วยถึงบริษัท

คงยากที่จะเกิดขึ้นหากอีกฝ่ายคือจัน สะกิดใจ

                กลุ่มสามคนเดินทางมายังตึกในระแวกสีลมซึ่งมีร้านซูชิสายพานรสชาติดีตั้งอยู่บริเวณชั้น 2  วันนี้ลูกค้าบางตาทั้งสามจึงได้เข้าไปนั่งเลยโดยไม่ต้องรอคิวก่อน   เชฟชาวญี่ปุ่นทักทายแขกพร้อมกับลูกค้าที่เดินไปประจำการใกล้กับเคาน์เตอร์สายพานเพื่อเล็งซูชิที่ตัวเองอยากได้ไม่ก็สั่งพิเศษ

 

อลิน แย้มเก้อนั่งอมตะเกียบรอซูชิของโปรดตัวเองผ่านมา  ฝั่งผู้บริหารที่ยังไม่ทันเย็นก็สั่งน้ำชาธรรมดาแทนที่จะเป็นเบียร์หรือสาเก    “เป็นไงบ้างล่ะหลังจากเริ่มคบกับจัน สะกิดใจ?”   รีวัลย์เปิดประเด็นถามในทันที

 

คนฟังหัวเราะเบาๆ   “ไม่เป็นอะไร  ยังไม่มีอะไรคืบหน้าหรอก แค่ส่งข้อความหากัน”  ดวงตาคมสีดำขลับเหล่มอง  คำว่าไม่คืบหน้าใช้กับคู่นี้ได้ด้วยเหรอ…

 

“ไม่คืบหน้าแต่เคยค้างคืนกันมาแล้ว  พวกนายมันข้ามขั้นเกินไป”   ชายผู้ดำเนินรอยตามกฏหมายและความถูกต้องยกจานซูชิปลาหมึกมาวางให้คนรัก   ดวงตาสีเขียวเป็นประกาย   หวานแหววเสียจนคนโสดที่มาด้วยต้องยอม

 

“ฉันรู้ว่ามันข้ามขั้นเกินไป  ตอนนี้ก็เลยอยากให้มันถูกต้อง  ต้องให้จันใจอ่อนลงเรื่อยๆคงจะดีกว่านี้”  จนกว่าจะถึงวันที่ตัวเองเป็นลำดับที่ 1

 

นักศึกษาที่เป็นอันดับที่ 1 ของจัน สะกิดใจหยิบจานยำสาหร่ายวางให้ขายคนรักอายุมากกว่า   “จันไม่ใช่คนใจแข็งหรอกครับ  หมอนั่นน่ะใจดี  แค่ซึนเดเระจนไม่กล้ายอมรับอะไรง่ายๆ”  โตจนอายุ 21 ปีแล้วบางทีความเป็นเด็กก็ไม่ได้เปลี่ยน

 

อัศวินขำตอบ   “ถ้าจันได้ยินที่เธอพูด  จันคงช้ำใจนิดๆนะอลิน”    คำพูดแบบนั้นจากปากคนที่ชอบ  มันฟังแล้วรู้สึกเจ็บปวดได้ไม่น้อย

 

หนุ่มนักศึกษาแพทย์เทโชยุ    “ก็คงใช่ครับ  แต่ผมปฏิเสธจันไปชัดเจนแล้วเพราะว่าเป็นเพื่อนกัน”  รีวัลย์เหลือบมองหน้าคนพูด   ที่แท้ที่กลับมาถึงคอนโดมีเนี่ยมพอๆกับที่เขากลับมาจากที่ทำงานก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง  อยู่กินข้าวกับเพื่อนเสียนานสองนาน

 

เคยคิดว่าน่าจะซื่อและไม่ล่วงรู้ความในใจนั้น

แต่ดูเหมือนอลินอายุ 21 จะไม่ได้บื้อเหมือนเมื่อก่อน…

                ชายซึ่งมีสถานะคบหาดูใจกับเพื่อนคนพูดนิ่งมอง  ไม่นานเรียวปากคมก็คลี่ยิ้มพร้อมกับหยิบอาหารมาวางที่ตัวเองบ้าง  ดูเหมือนที่เขาคิดไว้ว่าอลิน แย้มเก้อจะซื่อและบื้อจนดูไม่ออก แท้จริงมันจะไม่ใช่อย่างนั้น  เจ้าตัวเป็นคนที่ฉลาดและวางตัวเป็นกว่าที่คิด

 

“เธอเป็นคนชัดเจนดีนะอลิน”  เพื่อนก็คือเพื่อน  คนรักก็คือคนรัก  สองสถานะที่แตกต่างกันไม่ได้อยู่ใน Rank แบบเดียวกัน

 

“ผมเป็นแฟนพี่รีวัลย์  แล้วจันก็เป็นเพื่อนสนิทที่ผมไม่ควรกั๊กให้อยู่แบบนี้นะครับ”  คนสำคัญของเขาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา  แม้จะอยู่ในต่างสถานะก็ตามที

 

“ถ้าคุณอัศวินจะทำให้จันมีความสุข ผมก็โอเคครับ แต่ถ้าไม่ ผมก็มีเคืองนะครับ”  ดวงตาสีเขียวจ้องซูชิไข่หวานปานจะกินเลือดกินเนื้อ   พูดทุกอย่างออกมาหมดจนรีวัลย์ฟังแล้วถอนหายใจออกมาทั้งรอยยิ้ม   สมกับเป็นเด็กหนุ่มที่เค้าเฝ้าดูแลมาเป็นอย่างดี…

 

“ถ้าเพื่อนนายทำประธานบริษัทเรามีปัญหาหัวใจ  ฉันก็แย่เหมือนกันนะ”  รีวัลย์พูดขึ้นพร้อมกับหยิบปลาทูน่า  อลินฟังแล้วร้อนรน  บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านมันจะสั่นคลอนเพราะปัยหาความรักนี่ล่ะ…

 

อัศวิน สมิงห์มองดูคู่รักทฤษฎีสีชมพูอย่างเงียบงัน  สองคนที่อยู่ในสถานะใกล้ชิดกับจัน สะกิดใจมากกว่าเขา  ล่วงรู้เรื่องเยอะกว่า  เข้าใจอีกฝ่ายมากกว่า  กระนั้นเขาไม่ไดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเลยสักนิด  แต่กลับคิดว่าต้องเป็นคนที่เด็กหนุ่มยอมเปิดใจให้จนได้

 

“ถ้าได้คบกับจันเป็นแฟนแบบเต็มตัวแล้วไปดับเบิ้ลเดทกันซักครั้งก็คงจะดีนะ”   ชายหนุ่มขำในความคิดของตัวเอง   ภาพในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง  และไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร…

 

ไปออกทริปด้วยกันเหมือนครั้งไปอยุธยาในวันนั้น….

กลับไปที่จุดเริ่มต้นที่พวกเราได้รู้จักกัน….

                จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นว่ามีสายเข้า  ประธานหนุ่มล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมา   ในเวลาพักเที่ยงแบบนี้ก็มีโอกาสที่จะมีคนโทรมาถามถึงงาน  การเป็นผู้บริหารทำให้เวลาส่วนตัวน้อยลงไปเยอะนัก    คู่รักข้างๆก็มองไปพร้อมกับกินซูชิของตัวเองกันไปด้วย

 

แต่แล้วโทรศัพท์ที่ควรจะเป็นเรื่องงานกลับเป็นเรื่องอื่น…  [เอ่อ….. นี่ผมโทรมากวนเวลากินข้าวของคุณรึเปล่าน่ะครับ…]  เสียงจากโทรศัพท์และชื่อที่อยู่บนหน้าจอตอนนี้เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ….

 

ชื่อของจัน สะกิดใจเด่นอยู่บนหน้าจอนั่น   “ไม่เลย  ถ้าเธอโทรมาไม่เรียกกวนหรอก  ฉันดีใจซะอีกที่เธอโทรมาหา”  สายที่ไม่มีทางจะได้รับแบบนี้มันแสนเซอไพรต์

 

[ผมก็ไม่ได้คิดจะโทรหาหรอกครับ!!   แค่อ.นนท์จะถามเรื่องคุณอัศวินรู้เรื่องงานเลี้ยงรุ่นมหาลัยรึยัง!]   เรื่องแบบนั้นส่งข้อความมาถามก็ได้  เรียวปากคมเผลอยิ้มออกมา  ภาพของท่านประธานพาให้คู่รักข้างๆทำตัวไม่เป็นกขค.ด้วยกันกินซูชิมุ้งมิ้งกันสองคน….

 

“รู้ตอนเธอบอกนี่ล่ะ  ไว้ฉันจะถามนนท์อีกทีก็แล้วกัน   เธอกินข้าวรึยัง?”  ถามกลับไปเพื่อชวนคุยต่อ  เชื่อว่ายังไงก็ไม่กล้าตัดสาย….

 

[กำลังจะไปกินครับ..คุยกับอ.นนท์เสร็จก็จะไปกินแล้ว…!]  บางช่วงจังหวะคล้ายกับเสียงแผ่วเบาลงไปคล้ายกับเดินสวนเพื่อนร่วมคณะหรือคนอื่น   มองเห็นมโนภาพว่าอีกฝ่ายเดินหลบๆซ่อนๆขนาดไหน  ช่างขำขันยิ่งนัก

 

“เหรอ  ดีแล้วล่ะ  แล้วเย็นนี้ฉันไปกินข้าวกับเธอได้มั้ย?”  เสียงปลายสายเงียบไปพักใหญ่ๆ…   ถึงจะเงียบแต่ก็ได้ยินเสียงหายใจฟึดฟัดเหมือนคิดหนักผ่านเข้ามา   อลินและรีวัลย์นั่งมองช่วยลุ้นไปด้วยในตัว….

 

เด็กหนุ่มผู้เป็นฝ่ายโทรมาหาก่อนกระแทกเสียงใส่กลับมา  [อยากมาก็มา  ผมไม่ได้ห้ามนี่ครับ!]   แล้วเสียงสัญญาณโทรศัพท์ก็บอกว่าอีกฝ่ายตัดสายหนีไปเสียแล้ว….

 

อัศวินมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่มีชื่อ call in มาก่อนหน้านี้คือชื่อ จัน สะกิดใจด้วยรอยยิ้ม   ปราการที่มีต่อกันคล้ายกับพังทลายลงไปเรื่อยๆทีละน้อย   และเมื่อหันไปมองคู่รัก Season 1  รีวัลย์ก็เหยียดยิ้มบางๆพร้อมกับคีบซูชิจิ้มโชยุ   อลินก็ชูสองนิ้วมาให้แสดงความยินดีด้วยเช่นกัน

 

การคบหาดูใจของพวกเรานั้นเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

                เด็กหนุ่มในเสื้อช้อปเดินมองหน้าจอโทรศัพท์ระหว่างเดินไปตามทางเดินด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ  เมื่อใครผ่านมาทักก็ตะโกนว๊ากใส่รุ่นน้องไปทั้งที่ผ่านเทศกาลรับน้องไปแล้ว   ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง ณ ร้านซูชิหมุน  มื้อเที่ยงนั้นคล้ายกับกลายสภาพเป็นงานเลี้ยงแสดงความยินดีหย่อมๆ

 

ความรักในป่าใหญ่ 10 เซนติเมตรของพ้องเพื่อนสัตว์โลก

แลดูจะราบรื่นดี….หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น…

                จุดเริ่มต้นของความรักคือการกล้าที่จะเปิดใจเข้าหาคนแปลกหน้าที่เข้ามาหา   ทีละเล็กทีละน้อยความสัมพันธ์ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป   จะรักกับหนุ่มคณะวิศวะนั้นเหมือนจะยาก  การที่จะได้มาซึ่งใจของอีกฝ่ายอย่างแท้จริงคือวันที่ได้รับเกียร์มาเป็นของตัวเอง

 

การปรับตัวของคนที่เคยโสดมานาน

ยังคงอยู่ในระยะเริ่มต้น

 

ผู้ชายซึนเดเระกับประธานบริษัทหนุ่มมาดดี

ตอนจบจะเหมือนการ์ตูนวายหรือเปล่านะ *ขำ*

 

———————————

Free Talk : ตามที่คิดเอาไว้คือจะให้จบตอนที่ 32 ไม่ก็ 34 แรกเริ่มเลยคิดไว้ที่ 30 ด้วยซ้ำ แต่เปลี่ยนแปลงออกไปอีก ฮา

ความรักของจันกับคุณอัศวินมาถึงจุดที่ใกล้จะเป็นแฟนกันเต็มตัวแล้ว จันไม่มีพันธะอะไรกับอลินแล้ว คุณอัศก็ไม่ได้มีพันธะอะไรกับอดีตแล้ว เป็นเรื่องของคนสองคนล้วนๆว่าจะทำยังไงกันต่อไป ก็คงจะไม่มีดราม่าอะไรแล้วมั้ง…มั้ง…มั้ง…. เหลือเกียร์อย่างสุดท้ายที่จันยังไม่ให้พร้อมกับใจ

 

 
2 ความเห็น

Posted by บน 02/22/2014 in Uncategorized

 

2 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 ตอนที่ 26

  1. taraikari

    03/22/2014 at 11:12 PM

    เจอคำว่าจะไปปิ้งขนมปังของน้องอลินเข้าไป
    พี่รีวัลย์ถึงกับตาสว่างเลยสินะคะ
    ไม่งั้นงานงอกแน่

    “ต่อให้เป็นเครื่องจักรทำงานที่แข็งแกร่งที่สุด อายุเยอะขึ้นเจอ OT ก็คงอ่อนล้าได้เหมือนกัน”
    ส่วนประโยคนี้ท่อนแรกก็ดูเป็นคำชมนะ แต่พอท่อนหลังนี่ดูแอบจิกกัดขุ่นพี่ไปในตัวด้วยสินะ ฮ่าๆๆๆ

    ขนิษฐา จริงๆแล้วเธอหวังดีจะช่วยจันสินะ
    แต่พอดีว่าคำพูดของเธอมันดันไปแทงใจชายจันเข้าพอดีจนกลายเป็นสภาพอย่างที่เห็น

    แล้วท่านประธานก็ลัลล้ามากหลังจากรับโทรศัพท์
    ไม่แน่มื้อนี้พี่รีวัลย์กับน้องอลินอาจได้กินฟรี ^^

     
  2. ตป. | S.Luce

    03/24/2014 at 1:49 PM

    คิดถึง *ขำ* ของคุณอัศวินมากอ่ะพี่ 55555555

    มาเห็นบรรทัดสุดท้ายนี่ยิ้มเลย

    ฉากที่บ้านพญาไทหนูอุตส่าห์ลุ้นว่าอาจจะมีอะไร(?) แต่สงสัยสังขารคุณพี่จะเหนื่อยเกินกว่าจะทำให้มันมี //เงาอะไรดำๆ

    คำผิดงับบบ

    – ตกต่างกันอยู่บาง >> บ้าง
    – งั้นวันนี้ก็ไม่ต้องมหาลัยน่ะสิ >> ตก “ไป”
    – เสื้อช้อปที่ไม่ได้ศัก >> ซัก
    – กำลังชีวิตแบบไร้วิญญาณ ???
    – บยคีย์บอร์ด >> บน
    – ปัยหาความรัก >> ปัญหา
    – ยินดีหย่อมๆ >> ย่อมๆ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: