RSS

[TitanFic] Kimi no na wa kibou (Levi x Eren) CH.02

02 มี.ค.

Title : Kimi no na wa kibou
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : Shota , BL
Rating : PG
Pairing : Levi x Eren
—————————————————————————————————-

 

เด็กนั้นต่อให้ผ่านโลกสีเทามาก็ยังคงมีความไร้เดียงสา

เพราะอายุที่ยังน้อยไม่มากประสบการณ์อะไร

 

ไม่ควรถือสาอะไรกับเด็ก  คำนี้เป็นคำที่ผู้ใหญ่ต้องคอยเตือนตัวเอง

แต่ถ้าเด็กมันดื้อมากก็ต้องสั่งสอนบ้างหรือเปล่า?

Chapter 02 :  Picky Eater

                ในความฝันนั้นเป็นภาพความทรงจำสีชาด   เสียงฝีเท้าของม้าและไททันสูงใหญ่ดังกึกก้องผสานไปกับเสียง 3D Gear   เช่นเดียวกับเสียงสั่งการที่เรียกดังอยู่ไม่ห่างให้พรรคพวกระวังตัว   ทั้งอสูรร้ายนอกกำแพงและทหารในเครื่องแบบสีน้ำตาลล้มตายไปร่างแล้วร่างเล่า….

 

ความตายและใบหน้าของศพเหล่านั้นมิได้ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของชายหนุ่ม   หากแต่ภาพของเพื่อนพ้องซึ่งเป็นพี่น้องทั้งสองนั้นตะหากที่ตรึงตาเสียยิ่งกว่า….   การเลือกที่ผิดพลาดนำมาซึ่งการสูญเสีย   การคิดถึงเรื่องตรงหน้าแทนที่จะเป็นเพื่อนพ้อง… บางครั้งมันก็คือความผิดพลาด….

 

เพื่อนทั้งสองไม่อาจได้เห็นโลกภายนอกที่ไกลแสนไกลกว่านั้น

                ดวงตาสีดำขลับเยี่ยงขนกาปรือเปิดขึ้นเมื่อแสงแดดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง   นานแล้วที่ไม่ได้หลับฝันเป็นเรื่องราว  และนานมาแล้วที่ไม่ได้ฝันถึงเรื่องในอดีตแม้จะไม่ชัดเจนอะไรนัก   ชายหนุ่มจ้องมองไปยังเพดานไม้สูง  มองนิ่งและนึกถึงคนที่อยู่ในความทรงจำ

 

แต่นอนอยู่นิ่งๆได้ไม่นานกลับเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติบนเตียงนี้  เจ้าสัมผัสเบียดเสียดบนที่นอนซึ่งไม่ได้กว้างมากมายอะไร    รีไวยันร่างขึ้นมานั่งและมองไปข้างตัว  แลเห็นก้อนอะไรบางอย่างอยู่ใต้ผ้าห่ม… แค่เห็นก็เริ่มเหนื่อยใจขึ้นมา

 

และก็เป็นไปตามที่คิด  เมื่อเปิดผ้าห่มออกก็เผยให้เห็นร่างของเจ้าเด็กน้อยคนหนึ่ง ไม่ใช่หมาไม่ใช่แมวที่ไหน  นี่คือเอเลน เยเกอร์ซึ่งกลายเป็นเด็กมาพักใหญ่ๆ  ปัญหาคือทำไมเจ้าเด็กบ้านนี่ถึงได้มามุดอยู่บนเตียงนอนของเขาได้ แล้วตั้งแต่เมื่อใดกัน?

 

ชายหนุ่มถอนใจพร้อมกับยื่นมือไปเขย่าร่างเล็กๆนั้นให้ตื่น  “เอเลน  ตื่น”   พูดด้วยโทนเสียงปกติแล้วมิได้เข้าหูคนหลับสนิทแต่อย่างใด

 

เรียกครั้งที่สองเอเลนก็ยังนอนนิ่ง ซ้ำยังพลิกตัวนอนตะแคงหลบไปอีก  ช่างเป็นภาพที่น่าหงุดหงิดนัก..  เด็กเล็กนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือสามัญสำนึกของหัวหน้าทหารที่แข็งแกร่งที่สุด  จะจับโยนออกจากเตียงก็แลดูจะรุนแรงเกินไปเสียหน่อย

 

“เอเลน  ตื่น  ทำไมนายมานอนที่นี่”  ในที่สุดความพยามครั้งที่สามก็เป็นผล   เจ้าเด็กชายผมสีน้ำตาลเข้มนัยน์ตาสีเขียวลืมตาได้เสียที

 

เด็กชายพลิกตัวมานอนหงายและใช้ดวงตากลมโตนั้นมองหน้าหัวหน้าทหาร   ปากคลี่ยิ้มใส่   “ตื่นแล้วครับ…. แต่ขอนอนต่อ….”   ตาปิดลงไปในพริบตา….

 

พฤติกรรมเหลืออดเกินคำนิยามว่าน่ารักที่มิคาสะ แอคเกอร์แมนพูดเอาไว้ขับให้ชายสูง 160 เซนติเมตรใช้วิธีสุดท้าย   รีไวยกร่างเล็กๆนั้นขึ้นมาพาดบ่าเหมือนพวกกระสอบด้วยกำลังร่างกายที่มีมากกว่าความสูง   หอบหิ้วเอาเอเลน เยเกอร์ออกไปนอกห้องนอน

 

ประจวบเหมาะกับเด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเด็กบ้าเดินผ่านมาพอดิบพอดี   “อรุณสวัสดิ์ครับหัวหน้ารีไว…เอ๋..?   เอเลน…???”     ดวงคนที่โดนจับพาดบ่าอย่างตะลึง

 

“เจ้าเด็กบ้านี่มาแอบนอนในห้องของฉัน”  อาร์มินพูดไม่ออกบอกไม่ถูก  ความสงสัยในยามเช้าว่าเพื่อนหายไปไหนกระจ่างในทันที

 

“ขอโทษด้วยครับ!  พวกเราหลับกันหมดแล้วเลยไม่รู้ว่าเอเลนออกไปไหน”  ยกมือขึ้นแนบทำสัญลักษณ์ความเคารพที่อก

 

ชายผู้เป็นหัวหน้าถอนหายใจ    “ฉันจะพาหมอนี่ไปอาบน้ำ  แล้วเจอกันที่กินข้าว”   ใบหน้าบึ้งตึงชี้กระสอบกิตติมาศักดิ์ที่หลับไหลได้แม้กระทั่งโดนพาเดินไปเดินมา…  จะหลับเพลินเกินไปแล้ว

 

อาร์มินผงกศีรษะตอบและมองตามแผ่นหลังของหัวหน้าซึ่งเดินห่างออกไปเรื่อยๆ   น่าเป็นห่วงสวัสดิภาพของเอเลน เยเกอร์  แม้ใจหนึ่งจะคิดว่าคงไม่เป็นไร เพราะตอนนี้เพื่อนสนิทเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่ง  ซึ่งหัวหน้าทหารก็ไม่น่าจะเกลียดเด็กซักเท่าไหร…

 

ที่น่าแปลกใจคือเอเลนในวัยเด็กซึ่งไม่ใช่คนเป็นมิตรกับใครง่ายๆ กลับแลดูจะติดพันหัวหน้ารีไวไม่น้อย  ทั้งๆที่อีกฝ่ายมองเผินๆแล้วเป็นคนที่น่ากลัว…   เมื่อนึกถึงตราปีกทีมสำรวจอาร์มินก็ยิ้มออกมา   มันอาจจะเป็นเรื่องของความชื่นชม…  ฮีโร่ในดวงใจ….

 

ตอนเด็กๆเคยฝันใฝ่ว่าจะเป็นทหารในทีมสำรวจเพื่อออกไปสู่โลกกว้าง…

แม้ในความเป็นจริงเมื่อโตขึ้นจะกลับกลายเป็นอีกอย่างหนึ่ง….

 

ความฝันนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามจุดเปลี่ยนต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต     น้ำเย็นๆราดลงบนศีรษะเจ้าเด็กน้อยที่ใส่เพียงกางเกงขาสั้นให้ส่งเสียงร้องดัง   ดวงตาสีเขียวที่สะลึมสะลือถึงกับเบิกกว้างตื่นเต็มตา   เป็นที่พอใจของคนกระทำยิ่งนัก

 

“เย็น!!!”  เอเลนร้องขึ้นและหนาวสั่น    ชายผมสีดำขลับซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างกันนักจ้องมองแล้วหยักยิ้มที่มุมปาก

 

อากาศภายในป่านั้นค่อยข้างเย็นกว่าในตัวเมืองเป็นปกติ   น้ำในบ่อน้ำในยามเช้าซึ่งยังไม่ตากแดดยามสายและเที่ยงยังคงมีอุณหภูมิต่ำ   เป็นน้ำที่เหมาะแก่การอาบเพื่อเรียกสติในมากที่สุด   เอเลนตวัดใบหน้าหันไปหาชายในเสื้อลำลองสำหรับสวมนอน

 

“ถือว่าลงโทษที่นายมานอนบนเตียงฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต”    ถึงจะเป็นเด็กแต่การแอบมานอนในห้องคนอื่นถือเป็นความผิด

 

“…..ก็พี่หัวล้านเอาผ้าห่มของผมไปนี่!….”   ความจริงเปิดเผยในเวลาไม่นาน…  เพราะไม่มีผ้าห่มก็เลยเปลี่ยนห้องนอนเสียเฉยๆ….  สรุปว่านี่เป็นความผิดของใคร?

 

รีไวถอนใจกับคำสารภาพ    “ก็ปลุกแล้วขอผ้าห่มคืน  ก็แค่นั้น  ทำไม่ได้รึไง เป็นลูกผู้ชายรึเปล่า?”   สั่งสอนให้รู้ถึงทางที่ควรจะทำ   ถ้าทำไม่ได้ก็แค่มุดเตียงคนอื่นที่ไม่ใช่เตียงเขา…

 

ห้องนอนของพวกทหารกลุ่มเด็กเป็นในลักษณะของเตียงไม้สองชั้น  ยกเว้นห้องของพวกผู้หญิงและหัวหน้าที่เป็นเตียงเดี่ยว   เรื่องการแบ่งที่นอนนั้น  เอเลน เยเกอร์นอนเตียงเดียวกับอาร์มิน อัลเรลโต้  ส่วนแจน กิลชูไตน์และโคนี่ สปริงเกอร์นั้นนอนเตียงเดียวกัน

 

เอเลนทำหน้าบูดบึ้งคล้ายกับไม่พอใจที่โดนสอนโดยคนที่ไม่ใช่พ่อแม่   “ก็ได้ครับ…แต่ถ้าไม่ได้คืน  ผมจะไปนอนห้องน้ารีไวอีก”  มันใช่เรื่องไหม….

 

รีไวเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปแล้วจริงๆ   จากหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตอนแรกคือการจับตามองเอเลน เยเกอร์ในร่างอายุ 15  เพื่อคอยระวังไม่ให้เกิดปัญหาจากการแปลงร่างเป็นไททันที่ยังไม่เข้าใจกันดีนัก  ส่วนตอนนี้ก็ต้องมาดูแลเอเลนอายุ 9 – 10 ขวบซึ่งกำลังเกรียนได้ที่อีก…

 

เป็นเด็กเจ้าปัญหาทั้งขึ้นทั้งร่อง

                เสียงถอนใจนั้นแลดูเหมือนจะไม่ได้เข้าถึงโสตประสาทของเด็กชายผมน้ำตาลเข้มที่กำลังอาบน้ำขัดตัว   จำต้องยอมรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น… การแก้ปัญหาคือต้องไปกำชับฝั่งโคนี่และแจนเสียแทนว่าไม่ให้ไปแย่งผ้าห่มเด็ก  ถ้าต้องโดนเด็กตามตลอด 24 ชั่วโมงคงไม่ดีแน่…

 

….เขาไม่ใช่คนเกลียดเด็ก….แต่ก็ไม่ได้ชินกับเด็ก….

                เวรทำอาหารวันนี้คืออาร์มิน   แจนและโคนี่  ส่วนพวกผู้หญิงนั้นมีหน้าที่ไปตัดและหาฟืน  ช่างสลับกันเสียนี่กระไรระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง   กลิ่นหอมของซุปอบอวลในห้องครัว โชยไปถึงห้องโถงซึ่งเป็นที่นั่งกินข้าว  อาหารง่ายๆประจำวันนี้ก็เป็นซุปเนื้อและมันฝรั่ง  ใส่แครอทของเหลือจากม้า(?)ที่ได้จากการปลูกข้างบ้าน

 

“เจ้าเอเลนยังไม่กลับเป็นปกติอีกเรอะ?”   แจนถามคนที่ได้เจอเด็กชายคนนั้นในยามเช้า   นี่ก็เริ่มจะนานเกินไปเสียแล้ว…

 

อาร์มินพยักหน้าตอบ   “อืม  เอเลนยังเป็นเด็กอยู่เลย  ไม่มีทีท่าว่าจะโตขึ้นด้วย”   ร่างกายและความทรงจำยังคงหยุดอยู่ที่เดิมไม่เคลื่อนที่

 

“เห้อ….  มันเป็นอะไรไปนะถึงได้เป็นแบบนี้   คุณฮันจิกำลังหัวหมุนเลยน่ะ”   โคนี่นึกถึงหญิงสาวสวมแว่นตาที่หมกตัวอยู่ในห้องยันเกือบเช้าตั้งแต่เกิดเรื่อง   คงพยายามคิดค้นทุกวิถีทางให้เอเลน เยเกอร์กลับมาเป็นปกติ   ตอนนี้ไม่มีใครกล้าให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปหรอก….

 

“มันนี่ตัวปัญหาจริงๆวุ้ย  มีแต่เรื่องเพราะมันทั้งนั้น!”   ชายผมน้ำตาลอ่อนบ่นอุบ  กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วที่เกิดเรื่องขึ้นแบบนี้

 

“แจน!   ห้ามพูดแบบนี้เด็ดขาดเลยนะ!”    ทหารหนุ่มผู้เป็นมันสมองของกลุ่มเตือน   เรื่องที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ใช่ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะไม่รู้สึกผิด…   รู้ตัวว่าเป็นปัญหาและคิดว่ามันเป็นภาระหนักหน่วงมากเกินจะวางบนบ่าตัวเองได้ทั้งหมด… การที่ต้องให้เพื่อนๆมาเผชิญอันตรายแบบนี้

 

….ตั้งแต่เด็กๆ….เอเลนจะปกป้องเขาเสมอ…

                โคนี่มองหน้าแจน กิลชูไตน์คล้ายกับเห็นด้วยกับอาร์มิน  คนโดนรุมสองอย่างเงียบๆหันหน้ากลับไปหาเตาทันที   ไม่นานเสียงฝีเท้าถี่ๆก็ดังมาจนถึงทางเข้าของห้องโถง   เผยให้เห็นร่างของเด็กชายอายุน้อยกว่าพวกหนุ่มๆวิ่งเข้ามา  ตามด้วยหัวหน้าทหารที่เดินตามหลัง

 

เอเลนเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเอง   ไม่รอตักซุปและหยิบขนมปังมากัดกินในทันที   กัดไปได้แค่ 1 คำ มือแกร่งพลันยื่นมาดึงก้อนขนมปังออกจากมือของเจ้าเด็กซนเจ้าปัญหา   “นายควรจะรอให้คนอื่นมาก่อน  ที่นี่ไม่ใช่บ้าน”   ต่อให้เป็นบ้านก็ควรต้องรอ….

 

“ถ้าเอเลนหิว  ก็ปล่อยไปเถอะค่ะหัวหน้า”   เสียงของมิคาสะ แอคเกอร์แมนนำมาก่อนจะเห็นตัว    เด็กสาวเดินเข้ามาพร้อมกับฟืนเต็มหลัง… เป็นภาพที่ขัดกับพวกผู้ชายที่ทำตัวเป็นแม่ครัวอย่างยิ่ง

 

เด็กน้อยยกมือขึ้นทำท่าเลียนแบบท่าทำความเคารพของทหาร    “ครับน้ารีไว!  ผมจะรอคนอื่นครับ!”   กลับกลายเป็นว่าเพื่อนสนิทสาวหน้าแตก  เด็กชายที่เติบโตมาด้วยกันกลับไปเชื่อฟังผู้ชายตัวเตี้ยๆคนนี้เสียนี่

 

“ดีมาก”  รีไวตอบสั้นๆและมองไปทางซาช่าและคริสต้าซึ่งเดินตามหลังมิคาสะมา   สามสาวล้วนแต่ทำหน้าที่เก็บฟืนได้ดีเสียจนสลับหน้าที่กับพวกผู้ชาย

 

ส่วนพวกผู้ชายก็ทำอาหารได้ดีเสียจนสลับกับพวกสาวๆเช่นกัน…   สามหนุ่มเห็นสมาชิกเริ่มมากันพร้อมหน้าก็ตักซุปใส่ถ้วยวางตามที่นั่งต่างๆ    “หอมจังเลย!!”   ฮันจิเข้ามาในห้องอาหารเป็นคนสุดท้าย  ใต้ตาช่างดำคล้ำเหมือนเป็นญาติของแพนด้า บ่งบอกว่าอดนอนมาหลายคืนแล้ว…

 

“คะ..คุณฮันจิไหวมั้ยคะ?”   คริสต้าเข้าไปช่วยพยุงเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเซไปหน่อยๆ   สาวแว่นผู้หลงใหลเรื่องของไททันกำลังวนเวียนอยู่ในความทรมานที่แสนหอมหวานอย่างการสืบค้นข้อมูล…

 

“ไหวๆ  โอ้… เอเลนตัวยังไม่โตขึ้นเลย”   ดวงตาใต้แว่นหันไปหาเอเลนซึ่งนั่งจับช้อนรอกินข้าวอยู่   ยังคงตัวกระเปี๊ยกกว่าผู้ชายส่วนสูงแค่ 160 เซนติเมตรเหมือนเดิม

 

นั่งเคียงกันแล้วเหมือนพี่ชายน้องชายยิ่งนัก….

ถ้าไม่ดูตีนกา…. กลายเป็นลุงหลานในทันที….

                ดวงตาสีเขียวจ้องมองคนพูดประโยคนั้นพลางกระพริบตาปริบๆไม่ยอมพูดอะไร   และเมื่อสมาชิกมากันพร้อมหน้า  เวลาของมื้อเช้าและการพูดคุยกันประจำวันก็เปิดฉาก   เด็กๆและผู้ใหญ่นั่งประจำที่จับช้อนและเริ่มลงมือกินอาหารของตัวเอง

 

“คิดหาวิธีอะไรได้บ้างรึยังล่ะยายแว่นกระหายเลือด”  ชายผมดำเหลือบมองหน้า  คนก่อเรื่องควรจะมีวิธีแก้ไขในใจบ้างแล้ว

 

“…อ่า…..ยังเลย  จะให้ลองแปลงร่างเป็นไททันอีกครั้ง เอเลนในตอนนี้คงทำไม่ได้หรอก”   ความทรงจำมันย้อนกลับคืนไปไกลเกินกว่าจะมาทำแบบนั้นได้… คงต่อต้านเป็นแน่แท้

 

สรุปว่ายังไม่มีทางออกนอกจากรอไปเรื่อยๆก่อน   หรือไม่…    “อาจจะต้องรักษาที่สภาพจิตใจของเอเลนล่ะมั้ง”   ความแปรปรวนทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นหลายๆครั้งหลังจากการแปลงร่างทดลองติดๆกัน  ผลกระทบแต่ละครั้งก็แตกต่างกันออกไป

 

เอเลน เยเกอร์ในวัยเด็กนั่งฟังพวกผู้ใหญ่คุยกันโดยที่ไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร  ดวงตาสีเขียวมองนิ่งๆแล้วก็ก้มหน้าลงกินซุปของตัวเองต่อ    หัวหน้าทหารและเพื่อนๆต่างมองไปที่เจ้าตัวปัญหา   การรักษาทางสภาพจิตใจจะต้องทำอย่างไร?   แล้วเด็กหนุ่มคิดอะไรอยู่ ณ ตอนนั้น?

 

ทำไมถึงกลายเป็นเด็ก…  และความทรงจำย้อนกลับไปไกลขนาดนั้น   รีไวมองไปทางเพื่อนทั้งสองซึ่งเป็นมิตรสหายจากเมืองชิกันชินะ   “พวกนายน่าจะรู้เรื่องในช่วงนั้นของเอเลนมากกว่า  คงต้องฝากให้พวกนายจัดการเรื่องนี้”   รู้ว่าตอนเด็กๆหมอนี่เป็นคนอย่างไร

 

มิคาสะมองหน้าหัวหน้าหนุ่มนิ่งๆ   ไม่มีเรื่องอะไรของเอเลนที่เธอไม่รู้  ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร ทำอะไรที่ไหน เกิดอะไรขึ้นบ้างเธอจำได้ทั้งหมดราวกับเรื่องของตัวเอง  แต่ตอนนี้….   “หัวหน้าคะ”   เด็กสาวเปล่งเสียงเรียก

 

ดวงตาคมเหลือบสายตาขึ้นมองใบหน้าของคู่สนทนาที่เรียกชื่อ    นับน์ตาสีดำขลับแบบเดียวกันจ้องมองมานิ่งๆ   “เธอจะคัดค้านอะไร?”

 

“เรื่องดูแลเอเลนฉันไม่มีปัญหาหรอกค่ะ  แต่ตอนนี้เอเลนกำลังเขี่ยแครอทลงในถ้วยของหัวหน้า”  สิ้นประโยคชายหนุ่มก็ก้มหน้าลงมองถ้วยซุปของตัวเอง….

 

แครอทสีส้มกองพะเนินเหมือนกองเลือดของไททัน…..

เป็นภาพที่ชวนให้อึ้งยิ่งนัก….

                แม้แต่ผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดก็ต้องมาเจอกับเด็กเกรียนที่สุด   เจ้าเด็กเลือกกินซดน้ำซุปอย่างสบายอารมณ์เมื่อถ้วยของตัวเองไม่มีสีส้มหลงเหลืออยู่อีก   ซ้ำเมื่อแอบเจอก็เขี่ยมาใส่ในถ้วยคนข้างๆอย่างแนบเนียนอีก  รีไวจ้องมองอย่างทะมึน….

 

บรรยากาศทะมึนเหมือนหลุมดำนั้นเรียกให้โคนี่ ซาช่า คริสต้า อาร์มินก้มหน้าก้มตากินอาหารของตัวเอง   ฮันจิที่อดนอนอยู่ในสภาพไม่ค่อยปกตินักจึงไม่ได้สังเกต   ส่วนมิคาสะ แอคเกอร์แมนนั้นมองคนที่เป็นเหมือนน้องชายอย่างชื่นชมเสียเหลือเกิน

 

“…..  เอเลน  นายไม่ควรเลือกกินแบบนี้   เจ้าเด็กบ้า……”   เสียงทุ้มเรียกให้เด็กชายหยุดมือแล้วมานั่งฟังคำสั่งสอน  มันจะมากไปแล้ว…

 

ดวงตาสีเขียวหันมองราวกับไม่รู้สึกผิด  “ผมไม่ชอบแครอทนี่ครับ  แต่จะทิ้งก็เสียดาย ให้คนอื่นกินดีกว่า”  เหตุผลเหมือนจะถูกต้อง  แต่มันก็ไม่ใช่!!

 

ดวงตาสีดำขลับจ้องตาเจ้าเด็กเกรียนที่กำลังอมช้อนอย่างน่าเตะ   เป็นการคิดที่มีเหตุผลมีผลมากในการแถเรื่องเลือกกิน   “นายต้องกินไม่งั้นนายจะไม่โต”   หยิบช้อนขึ้นมาตักแครอทที่โดนไล่ที่กลับไปยังที่ๆมันควรจะอยู่

 

เอเลนมองแครอทที่กลับมาอย่างอึ้ง   “ไม่เอา!  ผมไม่กินแครอท!”   มือจับช้อนเตรียมเขี่ยกลับไปให้   แต่บรรยากาศทะมึนก็แผ่ออกมาใส่ในทันที

 

“นายอยากกินแค่นี้ หรือว่านายอยากกินทั้งหัวแบบที่ม้ากิน? ฮึ?”   ดวงตาคมข่มขู่ทั้งสีหน้าและแววตา  สมกับเป็นพี่เลี้ยงเด็กมืออาชีพ(?)

 

เป็นเด็กเป็นเล็กริเลือกกิน  ในยุคที่อาหารถือเป็นของมีค่า  แม้จะเป็นผักที่แย่งม้า(?)ก็ต้องกินมันเข้าไปไม่ให้เหลือ   การมีชีวิตอย่างอดๆอยากๆไม่มีข้าวกินทุกมื้อนั้นชายหนุ่มเคยผ่านมาก่อนในวัยเด็ก  เพราะฉะนั้นเขาไม่ชอบเด็กที่เลือกกินอย่างยิ่ง….

 

แม้เด็กดื้อๆจะชวนให้นึกถึงเด็กที่เป็นเหมือนน้องสาว…..

                เด็กชายที่โดนข่มขู่ทำปากเป็นวงกลมด้วยความขุ่นเคือง    “ผมไม่ใช่ม้าแบบพี่คนนั้นซักหน่อย…”  แอบพาดพิงไปถึงคนนอกวง

 

“เฮ้ย!  นายว่าใครเป็นม้าฮ่ะ!????”  แจนโวยวายในทันทีที่โดนพูดถึง…  แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันเงียบไม่พูดอะไร  เพราะเอเลน เยเกอร์ยังไม่ได้พูดชื่อออกมาเลยว่าใคร  จะมีก็แต่คนที่ร้อนตัวขึ้นมาเอง

 

รีไวจ้องหน้าเด็กดื้อ  พูดดีๆแล้วเหมือนจะไม่ยอมฟัง  พี่เลี้ยงกิตติมาศักดิ์เดินไปหยิบแครอททั้งชิ้นมา  วัตถุสีส้มในมือแกร่งนั่นพาให้คนเห็นหวาดผวา   “นายจะกินแครอทในซุปดีๆ  หรือนายอยากโดนลงโทษด้วยแครอทสดๆ”   การยื่นข้อเสนอแบบดิบๆสมกับเป็นอดีตอันตพาล….

 

“หัวหน้าอย่าข่มขู่เด็กสิค่ะ  ไม่เป็นผู้ใหญ่เลย   ฉันจะกินแครอทของเอเลนเองค่ะ”  มิคาสะเหล่มองชายหนุ่มด้วยหางตา    การให้ท้ายเด็กเพราะเห็นว่าน่ารักมันไม่ถูกต้อง!

 

ชายผู้เป็นกฏของกลุ่มในตอนนี้ส่ายหน้าปฏิเสธข้อเสนอของเด็กสาวที่มีอาการเอเลนลิซึ่ม   เขาขยับแครอทไปจ่อหน้าเจ้าเด็กเลือกกิน    เอเลน เยเกอร์เริ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เหมือนโดนกดดัน  หรือหัวหน้าทหารจะทำเด็กร้องไห้แล้วจริงๆกันน่ะ….

 

“รีไว  อย่าทำเด็กร้องไห้ล่ะ  ไม่ดีๆ”  ฮันจิส่งเสียงเตือน   หน้าโหดเสียจนเด็กทารกเห็นก็ยังอยากร้องไห้  ถ้าทำเด็กเกรียนร้องไห้ได้อีกก็คงเป็นคนน่ากลัวจริงๆ…..

 

หัวหน้าทหารสูง 160 เซนติเมตรเห็นสีหน้าหงอๆหงอยๆของอดีตลูกน้องที่ตัวหดลงก็ถอนใจขึ้นมา   “ถ้านายกินแครอทในถ้วยนั้นหมด   ฉันจะให้นายขออะไรก็ได้ 1 อย่างเป็นรางวัลที่เชื่อฟัง”   ยื่นข้อเสนอเยี่ยงพี่เลี้ยงเด็กมืออาชีพ

 

ซาช่าแอบกระซิบกระซาบกับคริสต้าซึ่งอยู่ใกล้ๆทันที   “เอเลนต้องขออะไรแปลกๆแน่เลย…..”  ความรู้สึกมันฟ้องออกมาแบบนั้น….

 

….การยื่นข้อเสนอกับเด็กที่คาดเดาอะไรไม่ได้…

อาจเป็นเรื่องที่ผิด

                เอเลนนัยน์ตาสีเขียวเป็นประกายสดใสทันทีที่ได้ยินคำว่าขออะไรก็ได้   ของรางวัลจากการทนกินแครอทสีส้มพวกนี้เข้าไป   “ผมจะกินครับ!”  ตอบรับอย่างลูกผู้ชายแล้วใช้ช้อนตักแครอทเข้าปากของตัวเอง   ตั้งอกตั้งใจกินเสียเหลือเกิน… มันได้ผล….

 

รีไวมองดูให้แน่ใจว่าเจ้าเด็กเลือกกินจะไม่เล่นตุกติก   ได้แต่มองแล้วก็ถอนหายใจที่กลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กแบบนี้…  จะไม่ใส่ใจสนใจก็ได้  แต่เมื่อโดนดวงตาใสๆนั้นมองมาแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้  เพราะฝ่ายตรงข้ามเป็นแค่เด็กคนหนึ่งไม่ใช่ลูกน้อง….  และถึงเป็นลูกน้อง  เขาก็อ่อนผ่อนปรนให้เอเลน เยเกอร์หลายๆครั้ง

 

ตอนโตก็มีปัญหาให้เขาอย่างหนึ่ง  ตอนเป็นเด็กก็มีปัญหาให้เขาอีกอย่างหนึ่ง   สมกับเป็นเด็กเจ้าปัญหาที่ต้องดูแล…    “ก็กินได้นี่  ทีหลังอย่าเลือกกินอีก   มีคนอดอยากอีกเยอะ”

 

“เกิดอะไรขึ้นถึงมีคนอดอยากเหรอครับ?”    เด็กน้อยถามอย่างใคร่รู้   ทุกคนบนโต๊ะอาหารเงียบกริบไปเมื่อได้ฟังคำถามนั้น…..

 

เพราะการบุกทะลวงกำแพง Wall Maria เมื่อ 5 ปีก่อน  ส่งผลให้ไททันบุกเข้ามาในเมืองชิกันชินะ  และในที่สุดก็ลามไปถึงพื้นที่ใน Wall Maria ทั้งหมด  ผู้คนที่อพยพเข้ามาใน Wall Rose มีจำนวนมากเสียจนต้องมีกระบวนการกำจัดคนทิ้งเมื่ออาหารไม่เพียงพอ…  ส่วนใหญ่นอกจากเด็กๆถูกส่งออกไปเป็นอาสาสมัครจำกัดไททัน….

 

ซึ่งเด็กทั้งสามคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารในเวลานี้  ก็คือผู้รอดชีวิตจากการล่มสลายของเมืองชิกันชินะในวันนั้น  รวมไปถึงผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายมาแล้วจึงได้เป็นทหาร….  และได้พบกับเรื่องราวที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ   ถึงแม้เขาจะแข็งแกร่ง… แต่เขาคนเดียวไม่สามารถช่วยมนุษยชาติทั้งหมดได้….

 

วีรบุรุษที่โดนคาดหวังเอาไว้….แต่ทำไม่สำเร็จ….

                “เรื่องนั้นเด็กอย่างนายไม่จำเป็นต้องรู้   อย่าเลือกกินก็พอเจ้าเด็กบ้า”    เสียงทุ้มบอกปัดไม่บอกถึงสาเหตุที่แท้จริง  การจะบอกความจริงเรื่องครอบครัวเยเกอร์ให้ล่วงรู้… มันหนักหน่วงเกินไป…

 

เอเลนทำหน้าบูดบึ้งที่ไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ   “คราวหลังของผมไม่ต้องใส่แครอทนะครับพี่ม้า”   พานหันไปหาเรื่องใส่พี่ชาย(?)เป็นการระบายอารมณ์

 

“ก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ม้าไงเว้ย!   มันน่าถีบจริง!!”   แจนอยากจะมีเรื่องกับเด็กเป็นรอบที่หลาย  จะเป็นเด็กหรือโตกว่านี้ เอเลน เยเกอร์ก็เป็นคู่ปรับ.. เป็นน้ำกับน้ำมัน

 

“เฮ้ยๆใจเย็นแจน  เอเลนไม่ได้ว่านายยัดเยียดรสนิยมแบบม้าให้คนอื่นซะหน่อย”  โคนี่จับบ่าของเพื่อนสนิท  คำพูดนั้นมันเหมือนหลอกด่ากันอยู่ในที….

 

“แน่ใจนะว่าแกไม่ได้หลอกด่าฉัน?”   เด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนจ้องหน้าเจ้าหัวโล้นเกลี้ยง   นัยน์ตาโคนี่ สปริงเกอร์ช่างสดใสเหมือนหัวของเจ้าตัว…

 

รีไวจัดการอาหารของตัวเองอย่างเชื่องช้าตามเอกลักษณ์การกินอาหารของเจ้าตัว  พร้อมกับคอยมองดูว่าเด็กชายเอเลนจะไม่ตุกติกอะไรกับอาหารของตัวเอง  จนกระทั่งเด็กน้อยยกถ้วยซุปขึ้นมาซดน้ำจนหมดและต่อด้วยขนมปังอีก 1 ชิ้น..   คำสั่งที่ได้รับก็ลุล่วงไป

 

“ผมกินหมดแล้วครับน้ารีไว!    ต้องทำตามคำขอของผมนะครับ!”    หยิบถ้วยที่ว่างเปล่าไร้เศษซากของอาหารให้อีกฝ่ายได้เห็น

 

ณ เวลานี้คนยื่นข้อเสนอได้แต่ถอนหายใจ   “ได้  แล้วนายจะขออะไร  ถ้าเป็นเรื่องพาออกไปนอกกำแพงไม่มีทาง”  รีบพูดดักทางไว้ก่อน…  เพราะเมื่อวานนี้อีกฝ่ายพูดถึงเรื่องการได้เห็นโลกภายนอก….

 

ดวงตาของเจ้าหนูน้อยเป็นประกายขึ้นมา    ขยับปากเรียกคำขอออกไปอย่างมุ่งมั่น   “ทรีดีเกียร์ที่ตกลงกันไว้เมื่อวานครับ!”   รีไวรู้สึกเหมือนตัวเองพลาด…..

 

เมื่อวานนี้เขาพูดรับปากส่งๆและปัดๆไปเรื่องที่เด็กหนุ่มจะขอใช้ทรีดีเกียร์  ซึ่งเขาก็ปฏิเสธ  แล้วเจ้าเด็กตัวปัญหาก็ขอร้องแค่เกาะไปด้วยก็ได้…   เป็นคำขอที่สุดโต่งไร้ความกลัวเอามากๆ…  ซึ่งเขาก็ตอบส่งไปอีกว่าคราวหน้า  แล้วในที่สุดมันก็กลับมารัดคอตัวเองเหมือนงูที่ตีไม่ตาย….

 

หากเอเลน เยเกอร์ยังไม่กลับเป็นปกติ เขาจะเดือดร้อนแน่นอน

ใช่….เดือดร้อนแล้วจริงๆ…..

                พี่เลี้ยงเด็กกิตติมาศักดิ์กุมขมับจนคำพูด  การไปรับปากเด็กแล้วผิดสัญญามันก็ทำได้  แต่คงมีคนบางคนบนโต๊ะอาหารนี้เพ่งเล็งและคอยส่งรังสีทะมึนดำมืดมาใส่….   ดวงตาคมหันมองดูใบหน้าสดใสของเจ้าเด็กที่กำลังคาดหวังในคำตอบ  ตาเป็นประกายเสียเหลือเกิน

 

“….ก็ได้  ฉันรับปาก”   ยอมจำนนเพราะคำพูดของตัวเองที่ให้เอาไว้…..

 

“เย้!!”  เอเลนดีด๊ายินดีกับชัยชนะที่ได้รับเพราะการกินแครอท   ณ เวลานั้นพวกลูกน้องเริ่มสงสารหัวหน้าทหารขึ้นมาตะหงิดๆแต่ก็ช่วยไม่ได้…..

 

….กลับเป็นปกติเมื่อใด….คงมีเรื่องให้เอาคืนเยอะ….

                ครั้งหนึ่งเมื่อนานหลายปีมาแล้ว ชายหนุ่มเคยเป็นเหมือนพี่ใหญ่และพี่เลี้ยงของกลุ่มเพื่อนสนิท   นับจากวันนั้นชายหนุ่มก็ทำหน้าที่ผู้นำและผู้ตามภายในทีมสำรวจเพื่อมุ่งหน้าตามหาความหวังให้กับมนุษยชาติ…   จนกระทั่งบัดนี้ก็กลายเป็นพี่เลี้ยงของเด็กรุ่นใหม่ซึ่งจะเป็นกำลังให้กับอนาคตโดยสมบูรณ์….

 

ภาพความฝันในอดีตชวนให้รำลึกถึงความหลัง

เมื่อคนเรานึกถึงอดีตโดยไม่รู้ตัว

…..อดีตที่เป็นเหมือนภาพซ้อนจากบางคนในปัจจุบัน…..

 

————————————

Free Talk : คร่อก…. เกิดพลังไฟขึ้นมาตอน 3 ทุ่ม ทั้งๆที่ต้องไปนอนตอน 4 ทุ่ม ก่อนที่จะหลับแล้วผลัดไปพรุ่งนี้เช้าก็รีบเขียนเลย

เอเลนยังคงเกรียนๆอยู่เหมือนเดิม ส่วนเฮย์โจวก็เริ่มลำบากขึ้นทุกที แจนโดนแกล้งตลอด =3= เรื่องในอดีตของเฮย์โจวอ้างอิงจาก Visual Novel และ Spin-off ของเฮย์โจวที่เป็นเรื่องของฟารันแล้วก็อิซาเบลค่ะ ในมังงะ Spin-off ยังไปไม่ไกลมาก แต่ Visual นี่ออกมาเป็นเนื้อหาเต็มทีเดียว ถ้าไม่ได้อ่านต่อไปอาจจะมีสปอยได้ =w=” แต่จะไม่พูดถึงอย่างละเอียดมากค่ะ เพราะเป็นเรื่องของเอเลนกับเฮย์โจวมากกว่า

 
2 ความเห็น

Posted by บน 03/02/2014 in Uncategorized

 

2 responses to “[TitanFic] Kimi no na wa kibou (Levi x Eren) CH.02

  1. nicedog

    10/31/2014 at 11:41 AM

    ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ

    มาต่อเร็วๆนะค่ะ

    เอเลนน่ารักมากมายค่ะ

     
  2. milkmilkck

    10/31/2014 at 11:39 PM

    เอเลนน่ารักมากกก >< อยากจับก(อ)ดสักที #ใส่วงเล็บทำไม

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: