RSS

[Snk Feat KnB Fic] Something in Cafe – White Day (Riren + KiKuro)

18 มี.ค.

Title : Something in Cafe

Fandom : Shingeki no Kyojin + Kuroko no Basket
Genre : Romance
Rating : PG
Pairing : Levi x Eren , Kise x Kuroko

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีที่มาแล้วสองตอน เป้นฟิคสั้นต่อๆกัน   ดูได้ที่ Other Fiction นะคะ  ตอนแรกกับตอนที่สองของเทศกาลสำคัญๆ ฮา

—————————————————————————————————-

 

วาเลนไทน์คือเทศกาลของการส่งความรัก

ในบางประเทศก็มีอีกเทศกาลหนึ่งต่อเนื่องจากเหตุการณ์ก่อน

มันคือวันหนึ่งในเดือนมีนาคม… วันอะไรกัน?

                วันที่ 14 มีนาคม บนถนนสายเดิมที่แสนคุ้นเคยของผู้คนในเมืองใหญ่   เส้นทางทอดยาวซึ่งมีความคึกคักและชีวิตชีวาตลอดจนค่ำคืนเมื่อร้านรวงปิดลง  ที่นี่คือย่านการค้าใหญ่เดิมๆที่เคยพูดถึงมาแล้วสองครั้ง  ฉากเดิมๆที่เปลี่ยนเพียงช่วงเวลาและเสื้อผ้าของผู้คนที่สัญจรไปมาเข้าออกร้านค้า  จะมีสิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือการประดับตกแต่งร้านรวงเข้ากับเทศกาลใหม่ที่มาถึง

 

ทั้งๆที่ไม่มีหิมะตก  แต่โดยรอบก็ตกแต่งด้วยของประดับโทนสีขาวหรือสีอ่อนหวานพาสเทลอ่อนละมุน   ร้านอาหารและของ Gift shop ต่างมีป้ายประดับด้านหน้าโฆษณาสินค้าที่มีโทนสีอ่อนหวาน  ที่สำคัญหลังจากวันวาเลนไทน์ก็ดูเหมือนวันนี้จะมีคู่รักเดินเตร่กันจำนวนไม่น้อย

 

“โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ”

 

เด็กสาวเรือนผมสีดำในชุดบริกรเสื้อเชิ้ตสีขาวกระโปรงสีดำและผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเปล่งเสียงราบเรียบ  สีหน้า แววตาและน้ำเสียงของเธอช่างแตกต่างจากพนักงานบริการที่ดี   อากัปกิริยาแบบนั้นชวนให้ผู้จัดการร้านที่ยืนมองอยู่ด้านหลังแคชเชียร์ไม่พอใจนัก

 

ใบหน้าไม่ค่อยรับแขกนอกจากพูดคุยกับบางคนของมิคาสะ แอคเกอร์แมนเป็นอะไรที่สอนเท่าไหรเจ้าตัวก็ไม่เคยปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง  การจะให้สาวหน้าสวยคนนี้ยิ้มอย่างสวยงามได้ก็มีแต่บอกให้ลูกค้าใส่หน้ากากเป็นบริกรคนหนึ่งในร้านเดินเข้ามาใช้บริการ…

 

แม้จะรู้ดีว่าต้องเตือนอะไร กระนั้นรีไวล์ก็ไม่อาจพูดอะไรได้มาก เพราะว่าเจ้าตัวก็มีสีหน้าที่บึ้งตึงเรียกตีนกาให้เพิ่มทุกครึ่งปีอยู่เหมือนกัน   และนี่ก็คือบรรยากาศในยามสายของร้าน Shingeki no Café  ร้านกาแฟชื่อดังแห่งหนึ่งบนถนนทอดยาวของย่านการค้า  สถานที่เดิมๆที่เคยปรากฏมาแล้ว

 

“หัวหน้าครับ  ลูกค้ามายืนรอจ่ายเงินแล้วครับ”  เด็กหนุ่มผมน้ำตาลเข้มเดินมากระซิบกระซาบใกล้ๆเคาน์เตอร์ระหว่างเดินถือจานชามที่เก็บมาจากโต๊ะของลูกค้า

 

ชายซึ่งคอยสังเกตพฤติกรรมของลูกน้องจึงต้องเปลี่ยนมาสนใจลูกค้าเสียแทน  แต่ไม่ลืมเหลือบมองไปยังเจ้าลูกน้องหนุ่ม  “เอเลน เนคไทด์ไม่เรียบร้อย  เอาของไปเก็บก็จัดการให้เรียบร้อยซะด้วย”

 

คนโดนทักรีบจับเนคไทด์ของตัวเอง  มันเบี้ยวเพราะความเร่งรีบกลัวออกมาทำงานไม่ทัน  “ครับ!   ผมจะรีบไปจัดการครับ!”   แล้วเอเลนก็รีบเดินดิ่งเข้าหลังครัวไป

 

เพื่อนวัยเดียวกันผมสีบลอนด์แอบมองผู้จัดการร้านกับลูกน้องจากโต๊ะที่นั่งใกล้ๆ   บริกรตัวเล็กหน้าหวานแอบขำ   จัดการเสิร์ฟขนมหวานและน้ำชาเสร็จก็เดินมาใกล้ๆแคชเชียร์เพื่อถามไถ่เรื่องที่สงสัย    “หัวหน้าเตรียมของให้เอเลนรึเปล่าครับ?”

 

คำถามนั้นพาให้ผู้ใหญ่กว่าเลิกคิ้วและจ้องมอง  “เตรียมของ?  เพื่ออะไร?”    อาร์มินได้ฟังคำตอบก็ทำหน้าตาเหวอๆใส่

 

“เอเลนให้ช็อกโกแลตหัวหน้าไม่ใช่เหรอครับ  วันนี้วันไวท์เดย์นะครับ  หัวหน้าลืมได้ยังไงน่ะครับ”   ชายอายุมากกว่าไม่อยากจะเชื่อ  ในเมื่อหน้าร้านมีป้ายโปรโมชั่นขนมและน้ำชาพิเศษอยู่แท้ๆ…..

 

ผู้ชายวัย 3X ไม่ทราบนามสกุลนิ่งไปพักใหญ่ๆ  มันไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้จักวันไวท์เดย์   เป็นถึงผู้จัดการร้านกาแฟมาหลายปีมีหรือจะรู้ว่าธรรมเนียมปฏิบัติมันเป็นอย่างไร   แต่เรื่องของเรื่องคือเอเลน เยเกอร์ไม่ได้มอบช็อกโกแลตให้  นั่นมันคือก้อนขนมถั่วแดงตะหากล่ะ….

 

ถั่วแดงกวนในวันวาเลนไทน์….

จะต้องตอบแทนในวันไวท์เดย์ด้วยหรือ….. 

                ที่แน่ๆเมื่อเช้านี้เขาก็จำใจให้ของตอบแทนช็อกโกแลตตามมารยาทที่ได้จากเพทราและฮันจิไปเรียบร้อยแล้ว….  สองสาวที่เรียกของไวท์เดย์แบรนด์เนมจากหัวหน้าทั้งๆที่ไม่ใช่คนรัก    อาร์มินที่ไม่ได้คำตอบจากผู้จัดการร้านถึงกับไปต่อไม่ถูก

 

“หมอนั่นให้ถั่วแดงกวนทำเอง  ฉันก็เลยลืมคิดไป”  เพื่อนสนิทของเอเลนมุมปากกระตุกอยากยิ้มแต่จำต้องกลั้นเอาไว้ไม่ยิ้มออกมา…  ไม่กล้าบอกว่าเข้ากันดี….

 

1 เดือนนับจากวันวาเลนไทน์ที่ผ่านไปจนถึงวันนี้  บรรยากาศรอบตัวของเจ้านายกับลูกน้องคู่นี้เปลี่ยนแปลงไปได้ประมาณ 1 สัปดาห์.. หลังจากนั้นทุกอย่างก็กลับเป็นเหมือนเดิมราวกับมนต์หมดฤทธิ์ไปแล้ว     อาร์มินไม่ทันจะอ้าปากพูดต่อก็มีลูกค้าโบกมือเรียก

 

“นายไปทำงานได้แล้ว”  รีไวล์ไล่อ้อมๆให้ไปทำหน้าที่     พร้อมๆกับเจ้าบริกรที่เข้าไปปรับเนคไทด์ก็เดินกลับออกมาพอดิบพอดี

 

“เอเลน”   ชายส่วนสูง 160 เซนติเมตรส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายไว้ก่อน   เจ้าเด็กอายุน้อยกว่าแต่ตัวสูงกว่าหันมาหา  ดวงตาสีเขียวมีประกายใคร่รู้

 

มองสบตาสีเขียวนั่นพักหนึ่งกลับเงียบ   “ไม่มีอะไร  นายไปทำงานให้ดีๆ”   ปัดมือไล่ไปพาให้คนโดนเรียกยืนงงไม่เข้าใจจุดประสงค์

 

เอเลนโค้งตัวและรีบเดินไปหาพวกลูกค้าที่ต้องการพนักงาน   ผู้จัดการร้านมองตามไปพร้อมกับครุ่นคิดในใจ  ท่าทีของเด็กหนุ่มที่ให้ช็อกโกแลต…ไม่สิ…. ถั่วแดงกวนวาเลนท์เมื่อ 1 เดือนก่อน  ยามนี้เดาไม่ออกว่าต้องการของตอบแทนหรือไม่.. กระนั้นแล้วเมื่อย้อนถึงเหตุการณ์วันนั้น  ภาพสีหน้าและแววตาที่อีกฝ่ายบอกว่าอยากจะทำของวาเลนไทน์ให้มันก็ลอยมาในสมอง

 

ต่างคนต่างทำงานจนไม่มีอะไรสานต่อจากวันนั้น   เหมือนการก้าวขึ้นบันไดแล้วลงกลับมาไม่ก็พื้นมันทรุด…  ไวท์เดย์… วันนี้คือวันไวท์เดย์  วันที่ชายหนุ่มซึ่งได้รับดอกไม้และช็อกโกแลตจากหญิงสาวต้องตอบแทนอะไรสักอย่าง   แม้จะเป็นถั่วแดงกวน… แต่มันก็คือความตั้งใจ….

 

ความต่างของวัยทำให้เดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร…

แต่ที่รู้คือคงมีคนบางคนทุรนทุรายในวันนี้เป็นแน่…..

 

                แต่ก่อนที่จะห่วงคนอื่น  ชายหนุ่มควรจะห่วงตัวเองเสียก่อนมากกว่า…  เอเลน เยเกอร์อาจจะไม่แสดงออกว่าต้องการอะไรตอบแทน  แต่ถึงกระนั้นเขาก็ควรจะตอบแทนอะไรบางอย่างให้กับอีกฝ่ายที่ตั้งใจทำให้เขา…  คิดได้ตั้งนั้นแล้วก็ต้องลงมือ

 

“มิคาสะ  มาเฝ้าแคชเชียร์แทน  ฉันจะเข้าครัว”  ส่งเสียงเรียกไปยังบริกรสาวที่กำลังเช็ดโต๊ะกับเอเลน เยเกอร์  แล้วชายผมสีดำหน้านิ่งพอๆกันก็หลบฉากออกไป

 

“สงสัยหัวหน้าจะทำมื้อเที่ยงแล้วล่ะมั้ง”   เอเลนแปลกใจหน่อยๆที่เห็นผู้จัดการละมือจากงานหน้าร้านเข้าไปในครัว  มองตามไปโดยไม่คิดสงสัย

 

เอิร์ดที่กำลังร่อนแป้งถึงกับสะดุ้งตกใจที่จู่ๆหัวหน้าเดินเข้ามาและเริ่มค้นตู้เย็นใหญ่   “หัวหน้าจะเอาอะไรครับ????  ถามก่อนก็ได้เผื่อจะไม่มี”

 

ดวงตาสีดำเหล่มองมายังเชฟประจำร้าน  สองมือถือกีวี่และสตอเบอรี่ซึ่งไม่น่าจะใช่ของที่ต้องการตามหา..   “เลม่อน”   คำเดียวสั้นๆได้ใจความ…  ของที่ต้องการ…..

 

White Day นั้นคือวันแห่งการตอบแทนความรู้สึก

                ข้างร้านกาแฟสไตล์ตะวันตกเป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งด้วยสไตล์ตะวันออก   ร้านซึ่งมีภาพรวมคล้ายกับโรงน้ำชาในญี่ปุ่นสมัยก่อน  สถานที่แห่งนี้คือร้านที่ได้รับความนิยมอีกแห่งในย่านการค้าขนาดใหญ่  ร้าน Kiseki no Café   ขนมในร้านเน้นโทนสีขาวเพื่อให้เข้ากับเทศกาลไวท์เดย์เช่นกัน

 

ชายสวมแว่นตาเรือนผมสีเขียวยืนจ้องเขม็งไปยังของตกแต่งโทนสีขาวในร้าน  สีหน้าบ่งบอกว่าไม่ค่อยพอใจนัก.. ในวงแขนหนีบตัวตุ๊กตา Mascot ของสาวน้อยเวทมนต์สุดคลาสสิคเรื่องหนึ่งเอาไว้ด้วย… เจ้าแมวดำมีลายพระจันทร์แหว่งที่หน้าผาก…

 

“ร้านเราวันนี้ไม่ควรใช้สีขาว สีดำจะเรียกโชคมาได้มากกว่า”  มิโดริมะบ่นที่เจ้าของร้านไม่ยอมทำตามลิขิตของโชคชะตา  แต่การประดับสีดำขัดกับเทศกาลมันคือการไล่ลูกค้า….

 

“ใช้สีดำก็เหมือนงานศพกันพอดี”   บริกรผิวสีเข้มเดินออกมาจากหลังครัวพร้อมกับชุดน้ำชาและขนมดังโงะ    ดวงตาใต้แว่นเหล่มอง

 

“หึ… อย่างน้อยก็ยังมีสีดำ”   คำพูดนั้นชวนให้อาโอมิเนะ ไดกิคิ้วกระตุก  ไอ้คำพูดแฝงความนัยแบบนี้มันเหมือนหลอกด่ากันชัดๆ

 

“เฮ้ยๆ   หลอกว่าอะไรฉัน”   เค้าไม่เรียกว่าหลอกว่า  แต่ควรจะเรียกว่าสื่อมาตรงๆเลยเสียมากกว่า  มิโดริมะไม่ได้กล่าวไว้….

 

อีกมุมหน้าของที่นั่งในร้านสไตล์ตะวันออก   หนุ่มหน้าตาดีเรือนผมสีเหลืองซื่งเป็นหน้าเป็นตาคอยเรียกลูกค้าผู้หญิงกำลังโดนรุมด้วยสาวๆที่มารับของขวัญในวันไวท์เดย์…    นี่คือชะตากรรมของคนที่ได้รับช็อกโกแลตวาเลนไทน์เยอะและไม่ยอมปล่อยผ่าน…

 

“เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ  ฉันต้องไปทำงาน”  คิเสะ เรียวตะพยายามปลีกตัวจากพวกลูกค้าสาว  การเกิดมาหน้าตาดีมันก็เป็นภาระ…

 

บริกรหนุ่มผู้เป็นหน้าเป็นตาของร้านรีบเดินหลบออกมาหลังครัว  เดินไปหยิบน้ำเปล่ามาซดเพราะต้องฉีกยิ้มจนปากแทบแห้งผาก…   วันปกติก็โดนรุมล้อม วันเทศกาลสำคัญก็ยิ่งโดนรุมยิ่งกว่า   ทั้งๆที่คนแปลกหน้าพยายามเข้าหา  แต่คนที่ตัวเองอยากเข้าหากลับชอบเฉยชาใส่…..

 

ประจวบเหมาะกับหันไปสบตาเข้ากับดวงตาสีฟ้าของบริกรหนุ่มที่เข้ามาหยิบอาหารออกไปเสิร์ฟเข้าพอดิบพอดี  “คุโรโกจจิ!”    ได้แต่เรียกชื่อแล้วอีกฝ่ายก็จากไปเสียเฉยๆ….

 

วาเลนไทน์เมื่อเดือนก่อน…

เขาไม่ได้รับช็อกโกแลตจากคุโรโกะ เท็ตสึยะ

                เพราะใครบางคนวางยาในช็อกโกแลตที่เขาตั้งใจทำให้อีกคนเพราะกลัวตัวเองจะไม่ได้  Sweet Valentine ที่วาดฝันเอาไว้ก็กลายเป็น Sad Valentine ไปในทันที…   หนุ่มผมสีเหลืองโดนเมินและเฉยชาอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์  หลังจากนั้นทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพปกติ.. ….ซึ่งนั่นก็คือคุโรโกะเฉยกับเขา…..

 

น้ำตามันอยากจะหลั่งรินออกมาด้วยความเศร้า   ของขวัญไวท์เดย์จะเป็นฝ่ายให้หรือฝ่ายรับ… มันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นแน่….     “คิเสะ  มีลูกค้าเจาะจงให้นายออกไปเสิร์ฟน้ำ!”   เสียงของเพื่อนร่วมงานเรียกมาจากด้านนอกครัว   จะให้สลดซัก 5 นาทีก็ยังไม่ถึง…

 

“รับทราบๆ  กำลังออกไปแล้ว…”   คิเสะเดินออกไปหยิบแก้วน้ำมาเทน้ำและเดินไปยังโต๊ะที่เพื่อนร่วมงานผิวเข้มชี้ไป

 

บริกรหนุ่มหน้านิ่งผมสีฟ้าอ่อนยืนมองชายหน้าตาดีคนนั้นจากมุมหนึ่งของร้าน  มองใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมืออาชีพเพื่อต้อนรับแขกพักหนึ่งแล้วกลับไปหลังร้านเพื่อเอาขยะในถาดไปทิ้ง    เมื่อร้านไม่วุ่นวายจึงหยิบวานิลาเชคในตู้เย็นออกดื่มเรียกพลังงาน

 

“วันนี้พวกนายดูเงียบใส่กันมากกว่าปกติรึเปล่าเท็ตสึยะ?”    ชายผมสีแดงเพลิงสวมผ้ากันเปื้อนเดินเข้ามาหา  สองมือถือแป้งสีขาวสำหรับทำโมจิและเต้าหู้สีขาวโพลน

 

ตาที่เรียบเฉยจ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงาน   “ไม่นี่ครับ  คิเสะคุงกับผมก็อยู่ในระดับเดิมๆล่ะครับ”   เป็นคำตอบที่เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากคนฟัง แต่ถ้าคนที่โดนอ้างถึงได้ยินคงหมดแรงทำงาน

 

“เรียวตะให้ช็อกโกแลตนายไม่ใช่เหรอ    วันนี้ก็เป็นวันไวท์เดย์แต่เงียบใส่กัน  เรียวตะคงเสียใจแย่”   สิ้นคำของอาคาชิ  ใบหน้าคนฟังแลดูตึงๆนิ่งกว่าปกติ

 

“ผมก็ไม่ได้ลืมหรอกครับ  ช็อกโกแลตเขียนว่า [ไอ้บ้า] คงลืมยากล่ะครับ”   ติดตาตรึงใจเสียเหลือเกิน  ช็อกโกแลตที่ทำตัดหน้า… เขาจึงไม่ได้ให้ของตัวเองที่ตั้งใจทำ  สุดท้ายก็ต้องเอาไปกินเองคืนนั้น…

 

อาคาชิ เซย์จูโร่จ้องมองหน้าเจ้าเด็กหนุ่มผมสีเย็น  เรียวปากยิ้มบางๆ   “น่าสงสารเรียวตะ  หมอนั่นคงต้องตรวจดวงกับชินทาโร่ทุกเช้าซะแล้วล่ะ”   ดวงอาจจะไม่ใช่เรื่องสำคัญ  แต่การที่ซวยซ้ำซวยซ้อนก็คงต้องพึ่งดวงบ้างเสียแล้ว…

 

คุโรโกะยืนมองพ่อครัวประจำร้านเดินไปปั้นแป้งโมจิเพื่อทำโมจิไวท์เดย์สำหรับขายหน้าร้าน   มือยกวนิลาเชคขึ้นมาดื่ม  ช็อกโกแลตที่ลืมยากแบบนั้น…  แล้ววันนี้ก็คือวันไวท์เดย์   ใช่ว่าจะลืมธรรมเนียมที่ควรจะเป็นหรอก    “ก็หวังว่าจะไม่โดนตัดหน้าอีกล่ะครับ”  คงไม่เกิดเรื่องซ้ำขึ้นมาอีก

 

Valentine กับ White Day คงไม่ซ้ำรอยเดิมขนาดนั้น

                คู่รักและเพื่อนฝูงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าออกร้านกาแฟในย่านการค้าสม่ำเสมอ  คนและคนเล่ามาใช้บริการแล้วจากไปตามเข็มนาฬิกาที่หมุนบอกเวลาไปเรื่อยๆ   จากเวลาเปิดร้าน 10 โมงเช้า  ในที่สุดก็ผ่านไปหลายชั่วโมงจนถึงเวลา 6 โมงเย็น…  พระอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้ากลับไปพักผ่อนที่หลังม่านเมฆ…

 

ขนมที่ทำมาขายตลอดทั้งวันเริ่มร่อยร่อ และในที่สุดก็หมดเหลือเพียงเครื่องดื่ม  แขกที่มาเยือนจึงบางตาลงไปจนกระทั่งหมดร้าน  พนักงานที่ทำงานมาเต็มเวลาก็เตรียมตัวกลับ    เอเลน เยเกอร์เองก็เช่นกัน  แต่เด็กหนุ่มยังไม่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า  มือยังคงทำงานเช็ดโต๊ะให้เรียบร้อยอยู่

 

แสงไฟอัตโนมัติในร้าน Shingeki no Café เปิดสว่างไสว   เหลือลูกค้าตามโต๊ะอีกเพียงไม่กี่โต๊ะก็คงได้เวลาเก็บกวาดร้านกันเสียที    “เอเลน ยังไม่เตรียมตัวกลับบ้านอีกเหรอจ๊ะ?”  หญิงสาวผมสั้นสีน้ำตาลส้มเดินมาทัก

 

“ยังครับคุณเพทรา  เดี๋ยวผมช่วยทำความสะอาดก่อน แล้วผมจะกลับ”   มองดูอีกฝ่ายที่แต่งตัวไพรเวทแล้ว คาดว่าคงมีนัดต่อ

 

“คงได้อยู่ปิดร้านกับหัวหน้าล่ะแบบนี้  ฮ่ะๆ  แล้วเจอกันพรุ่งนี้จ้ะ”  เพทราโบกมือให้และเดินออกไป  ป้ายที่หน้าประตูหมุนจากคำว่า Open เป็น Close

 

ความเงียบเหงาเข้ามาในทันที  เพื่อนๆก็กลับกันไปหมดแล้วเพราะมีธุระกันต่อ  ที่จริงเด็กหนุ่มก็ไม่ได้ขยัน  แต่การที่เขายังอยู่ที่นี่ก็เพราะว่าผู้จัดการร้านที่หายตัวไปในครัวตั้งแต่ตอนกลางวันนั่นล่ะ  หายไปนานจนน่าสงสัย…  ทำไมต้องหลบไปอยู่ในครัวทั้งวันด้วย

 

จนป่านนี้ยังไม่ออกกลับมายิ่งชวนให้สงสัยว่ากลับบ้านไปทางประตูหลังแล้วหรือเปล่า  เอเลน เยเกอร์จึงรีบจัดการทำความสะอาดโต๊ะและเดินไปหลังร้าน  ในห้องครัวยังคงเปิดแสงไฟสว่าง  กลิ่นของอาหารหอมๆยังคงอบอวลหลงเหลืออยู่

 

และใกล้ๆตู้เย็นก็เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มผมสีดำนั่งกอดอกหลับไหลอยู่บนเก้าอี้แถวนั้น   เป็นภาพที่น่าประหลาดใจยิ่ง   ‘หัวหน้ามานั่งหลับอยู่หลังร้านเหรอนั่น….’  เอเลนได้แต่สงสัยในใจ

 

เด็กหนุ่มเดินมาหยุดยืนใกล้ๆ   ไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะยืน  แล้วทำไมต้องมานั่งอยู่หน้าตู้เย็นด้วย… อย่างกับปู่โสมเฝ้าทรัพย์  “หัวหน้าครับ  ร้านปิดแล้วนะครับ  คุณเอิร์ดก็กลับไปแล้ว….”  ส่งเสียงไปก็ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก

 

เอเลน เยเกอร์ทอดมองใบหน้าคมซึ่งมีริ้วรอยของวัยอยู่บริเวณเปลือกตา  ภาพยามนั่งหลับไม่ใช่ภาพที่จะเห็นได้ง่ายๆจากหัวหน้าผู้คอยเคี่ยวเข็ญพนักงานอย่างพวกเขา    เด็กหนุ่มจึงเลิกปลุกและเดินย่องออกไปเก็บกวาดร้านให้เสร็จแทนแม้จะต้องทำคนเดียวก็ตาม

 

เมื่อเดินออกไปยกป้ายพับหน้าร้านกลับมาเก็บด้านในก็เจอกับพนักงานของร้านกาแฟข้างๆเข้า   เส้นผมสีเหลืองโดดเด่นมาก่อนในความสลัวของบรรยากาศที่เริ่มมืดค่ำ    “โอ๊ะ !  เอเลนัจจิยังไม่กลับบ้านเหรอ?”   ชายร้านข้างๆยิ้มแย้มแจ่มใส

 

แต่ใยคนที่โดนยิ้มให้กลับรู้สึกว่ามีความหมองแฝงอยู่   “คงต้องถามกลับล่ะว่าทำไมคิเสะถึงยังไม่กลับบ้านเหมือนกัน”   คงไม่ใช่อยู่ทำความสะอาดร้านเป็นแน่

 

“อ๋อ….  ตอนบ่ายๆรีบออกไปซื้อของก็เลยกลับมาช้าอ่ะน๊า”   เมื่อสังเกตดีๆจึงเห็นถุงกระดาษขนาดใหญ่อยู่ในมือของชายหน้าตาดีตรงหน้า

 

ถุงกระดาษใส่ของขวัญที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ได้มาจากคนอื่น

                เด็กหนุ่มบริกรตาสีเขียวจ้องมองแล้วเดาได้ไม่ยากว่ามันมีไว้เพื่ออะไร  เพราะนี่มันคือวันไวท์เดย์ยังไงล่ะ  “ไวท์เดย์ให้คุโรโกะสินะนั่น  แต่เพิ่งไปซื้อป่านนี้มัน………”   แลดูเหมือนลืมไปว่าต้องให้ตอบแทนอะไรอย่างนั้น

 

คนฟังหัวเราะเบาๆแฝงความแห้งเหี่ยว   “….ก็ตอนแรกกำลังตัดสินใจน่ะเอเลนัจจิ…  เค้าไม่ให้ช็อกโกแลตจะให้ของขวัญกลับก็ทะแม่งๆ  แต่ก็อดไม่ได้ล่ะนะ…..”

 

ประโยคที่ออกจากปากของเด็กหนุ่มผมสีเหลืองสูงใหญ่พาให้คนฟังรู้สึกตะหงิดๆ    ทบทวนประโยคนั้นในสมองอีกครั้งก็พบว่ามันผิดปกติ   วาเลนไทน์ในวันนั้น…  เอเลน เยเกอร์โดนไหว้วานให้ช่วยเหลือ  และคนที่ขอให้ช่วยก็คือคนที่อีกฝ่ายบอกว่าไม่ได้ช็อกโกแลต

 

“คุโรโกะไม่ได้ให้ช็อกโกแลตกับนายเรอะ?   วันนั้นมาขอให้ฉันช่วยสอน”   ปริศนาเมื่อเดือนที่แล้วกำลังเปิดเผยความจริง…

 

ดวงตาสีเหลืองเอียงคอมองคนพูดประโยคนั้น  “เอ๋?”    คุโรโกะ เท็ตสึยะไปขอให้เพื่อนร้านข้างๆสอนทำช็อกโกแลต  แต่วันนั้นไม่เห็นมีช็อกโกแลต… มันหมายความว่ายังไง?

 

“ก็คุโรโกะบอกฉันว่าจะทำให้นาย  แต่นายไม่ได้หรอกเรอะ?”   จบคำพูดนั้นคำว่า [ให้เขา] ก็ดังกึกก้องในหัวเหมือนเสียงระฆังของพระเจ้า  ภาพเหตุการณ์ในวันวาเลนไทน์ไหลย้อนมาเป็นฉากๆ

 

มือใหญ่รีบตะปบจับไหล่ของคนตรงหน้าเขย่าไปมาแทนคำขอบคุณที่ช่วยแถลงไขปริศนานี้   “ฉันไปก่อนนะเอเลนนัจจิ!”   แล้วคิเสะก็วิ่งจากไปอย่างไวว่อง   ปล่อยให้คนที่ช่วยเหลือแบบไม่รู้ตัวยืนงงหน้าร้านของตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น….

 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์  เขาทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง….

ด้วยการทำช็อกโกแลตให้กับคนที่ตัวเองชอบเพราะกลัวไม่ได้….

                ไปขอความช่วยเหลือจากคนของร้านข้างๆทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ชอบหน้าตัวเองเท่าไหร   แต่ใครจะไปนึกว่าคนที่ตัวเองชอบจะทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน…   ราวกับวิ่งสวนกันไปคนละทางทั้งๆที่มีเป้าหมายเดียวกัน…  เดือนที่แล้วที่ผ่านไปแบบ Sad Valentine นั่นน่ะ…

 

คิเสะ เรียวตะวิ่งกลับเข้ามาในร้าน Kiseki no Café   ดวงตากวาดมองหาว่าคนที่อยากเจอนั้นอยู่ที่ไหน   แต่กลับพบแค่เพื่อนร่วมงานร่างสูงใหญ่เหมือนไททันผมสีม่วงเสียแทน   “มุราซากิจจิ คุโรโกจจิไปไหนแล้ว!?”   รีบถามเพื่อนซึ่งกำลังหยิบคุกกี้เข้าปาก

 

อีกฝ่ายนิ่งไปหลายวินาทีไม่ให้คำตอบ   คล้ายกับต้องการรับรู้รสของคุกกี้ก่อนธุระคนอื่น   “เปลี่ยนชุดเดินออกไปแล้ว….”    คำตอบที่ได้ช้าไปหลายวินาทีพาดวงตาเบิกกว้าง

 

การรู้ช้าแม้แค่วินาทีเดียวก็เท่ากับว่าอีกคนเดินไปไกลจากเดิมแล้ว   ขายาวๆรีบจ้ำออกจากร้านคาเฟ่ทันทีไม่รีรอ  ตรงดิ่งไปตามทางที่มั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องใช้กลับบ้าน  เสียงสาวๆที่รู้จักตัวเองเรียกก็ไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทแล้ว  เวลานี้มีแต่อยากจะเจอคนๆนั้นให้เร็วที่สุดเท่านั้น…..

 

เขากลัวว่าตัวเองจะไม่ได้ช็อกโกแลตวาเลนไทน์อย่างที่หวัง  จึงทำอะไรบ้าๆออกไปเพราะกลัวจะผิดหวัง แต่กลายเป็นว่าคนๆนั้นตั้งใจทำมาให้แล้ว  แต่เพราะเขาทำแบบนั้นจึงอดช็อกโกแลตที่ควรจะได้…  ทำไมทำตัวเองให้ซวยขนาดนี้!!

 

                ทั้งๆที่พวกเราต่างก็คิดเหมือนกันแท้ๆ….

                ดวงตาสีเหลืองสะท้อนภาพของเด็กหนุ่มผมสีฟ้าซึ่งเดินอยู่ห่างออกไปอีกเพียงแค่ 10 เมตร   ขาที่ยาวเพราะส่วนสูงก็รีบวิ่งไปดึงกระเป๋าเป้ของคนๆนั้นเพื่อหยุดไว้ในทันที    ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างและรีบหันกลับมามองเจ้าคนพยายามกระชากกระเป๋า

 

“คิเสะคุงหรอกเหรอครับ  ผมนึกว่าโจรขโมยกระเป๋าซะอีก”   นัยน์ตานิ่งงันไม่ตกใจเหมือนตอนแรกที่หันมา  นิ่งอย่างที่เป็น

 

คิเสะเหนื่อยหอบเพราะรีบวิ่งมา  รีบสูดลมหายใจให้เรียกเสียงออกมาได้   “วะ…วาเลนไทน์  คุโรโกจจิทำช็อกโกแลตมาให้ฉันใช่มั้ย???”

 

คุโรโกะที่โดนถามเงียบสนิทไป  แววตาของหมาน้อยตรงหน้ากำลังรอคำตอบ  เป็นประกายคาดหวังสุดๆ   “ได้ยินมาจากเอเลนคุงเหรอครับ?”   ความลับที่ปิดตายมานานตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์

 

“อื้อ!   คุโรโกจจิทำจริงๆใช่มั้ย?   เอเลนัจจิบอกมาเป็นเรื่องจริงใช่มั้ย??   คุโรโกจจิก็ไปขอให้คนร้านนั้นสอนทำช็อกโกแลตเหมือนกัน”   จะมาดหรืออะไรก็ไม่มีเหลือแล้ว  มีแต่ความใคร่รู้ในคำตอบที่ตัวเองใฝ่หาเท่านั้น… คำตอบจากคนที่ชอบมากที่สุด…

 

ยิ่งโดนมองด้วยสายตาคาดหวังเสียเต็มประดา  คนที่ถูกถามคล้ายกับจนมุมโดยสิ้นเชิง  เพราะมันมีพยานบุคคล   “ครับ  ผมทำช็อกโกแลตให้คิเสะคุง  แต่ผมกินไปหมดแล้วล่ะครับ”

 

เวลานั้นรอบตัวของคิเสะ เรียวตะเหมือนกลายเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟ  พลุและดอกไม้ไฟในมโนภาพสว่างไสว  น้ำตาแทบไหลออกมาด้วยความยินดี   ใบหน้าซึ้งและปลื้มสุดฤทธิ์มันหมดมาดชายผู้เป็นหน้าเป็นตาของร้าน Kiseki no Café หมดแล้ว….

 

“……ดีใจ…..ดีใจจังเลยคุโรโกจจิ……”  ดีใจมาก ดีใจสุดๆ   ดีใจจนไม่อาจนิยามได้ว่าดีใจมากขนาดไหน

 

คุโรโกะจำต้องเบือนสายตามองไปทางอื่นเสียแทน  สายตาหมาน้อยที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเตรียมทะลักเสียขนาดนั้น  “แต่ผมไม่ได้ให้คิเสะคุง  คิเสะคุงให้ผม   ผมคงต้องเป็นคนตอบแทนไวท์เดย์ล่ะครับ”

 

“เอ๊ะ?  เห??   มีของขวัญไวท์เดย์ให้ฉันเหรอ???  จริงน่ะ??”  คิเสะหยิกแก้มตัวเอง  นี่มันเป็นความฝันกลางวันระหว่างที่วิ่งมาหรือเปล่า….. ดูเหมือนจะไม่ใช่….

 

เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนสดใสเดินเข้าไปใกล้เพื่อนร่วมงานที่ตามจีบตามบอกรักตัวเองมาตลอด    มือหยิบเอาของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้… มันคือผ้าพันคอไหมพรมที่แม้จะให้ในช่วงที่ใกล้หมดฤดูแต่ถึงกระนั้นก็ยังใช้ได้สักระยะ   ยามที่ของชิ้นนั้นพันลงบนลำคอของคนรับ…  คนรับรู้สึกเหมือนจะลอยได้…..

 

……..วัน White Day  คือวันของการตอบแทนความรัก…. 

                น้ำตามันจะไหลออกมาให้ได้เพราะความตื้นตันใจ  แต่ของขวัญที่คิดว่าคงหมดเพียงเท่านี้ มันกลับไม่ใช่….   “ขอบคุณสำหรับช็อกโกแลตครับคิเสะคุง”   เมื่อริมฝีปากทาบทับที่ข้างแก้ม….  ภาพทุกอย่างคล้ายกับกลายเป็นสีขาวโพลน….

 

ความรู้สึกที่เหมือนปาลูกบาสเก็ตบอลออกไปแล้วกระแทกกำแพงกลับมาซัดใส่หน้า…   ความรู้สึกนั้นมันเปลี่ยนเป็นปาลูกบอลออกไปแล้วมีคนมารับเอาไว้….    วงแขนอ้าออกโอบรัดร่างเด็กหนุ่มตรงหน้าเอาไว้แน่น   ใบหน้าที่เป็นสีแดงก่ำนั้นประดับรอยยิ้มกว้างแห่งความยินดี

 

เคยสงสัยว่าตัวเองไม่มีค่าอะไรในสายตาฝ่ายตรงข้ามสักเท่าไหร…

แต่มันคงไมใช่แบบนั้นใช่ไหม?

 

“ชอบ!  ชอบ! ชอบ!   ฉันชอบคุโรโกจจิมากๆเลยนะ  ชอบมากๆ  ชอบมากๆๆๆๆๆ!!”   คำสารภาพรักครั้งที่ล้าน  แต่กลับทำให้หัวใจคนฟังสั่นไหวได้ไม่น้อย….

 

“เดี๋ยวเด็กที่เดินผ่านมาก็ตกใจหรอกครับ”  หนุ่มหน้านิ่งผมฟ้าเปลี่ยนเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนเสียงข้างในหัวใจของตัวเองที่มันกำลังเต้นผิดจังหวะ….

 

….White Day มันสว่างไสว…เหมือนรอยยิ้มบางคน….

                เด็กอนุบาลเดินเรียงแถวกันกลับบ้าน   สายตาของพวกเด็กๆพากันจับจ้องพี่ชายทั้งสองที่มายืนกอดกันอยู่กลางถนนไม่สนใจสายตาใคร…   การตอบกลับของขวัญวันวาเลนไทน์นี้อาจไม่ใช่คำบอกรัก   แต่ถึงกระนั้นก็เหมือนได้เดินมาไกลกว่าที่น่าจะเป็น….

 

White Day หนึ่งนั้นได้เกิดปาฏิหาริย์สมชื่อร้าน….

แล้วอีกที่หนึ่งเล่า…?

                เอเลนยกเก้าอี้ตัวสุดท้ายขึ้นเรียบร้อยก็เป็นอันเสร็จภารกิจเก็บกวาดร้านหลังเลิกงาน  เดินตรวจความสะอาดเรียบร้อยอีกครั้งก็พบว่าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง   ผู้จัดการร้านเป็นคนรักความสะอาดมาก  เพราะฉะนั้นจึงปล่อยให้มันไม่เรียบร้อยไม่ได้

 

และเมื่อหันไปมองนาฬิกาก็พบว่าเวลาล่วงเลยไปจนเขาควรจะกลับบ้านเลยที    มือถอดผ้ากันเปื้อนเครื่องแบบออกแล้วจึงเดินไปหลังร้าน     “หัวหน้าครับตื่นรึยังครับ  ผมจะกลับแล้วครับ”

 

“ฉันตื่นอยู่”   เสียงทุ้มตอบกลับมาเรียบๆ    ร่างที่นั่งกอดอกหน้าตู้เย็นดุเหมือนจะตื่นมาได้พักใหญ่ๆ   คนเข้ามาบอกลาเห็นก็ยิ้มให้

 

“ผมเก็บกวาดโต๊ะเรียบร้อยแล้วนะครับ”  ชี้กลับหลังไปเผื่อว่าอีกฝ่ายจะเดินไปตรวจ   แต่น่าแปลกที่ผู้จัดการไม่ยอมเดินไป

 

“ไว้ฉันจะไปตรวจดูทีหลัง”   ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเรื่องของโต๊ะข้างนอก  กลับสนใจของที่อยู่ในตู้เย็น   ซึ่งมองจากมุมของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มไม่อาจเห็นได้ว่าอะไรอยู่ในนั้น… บานประตูตู้เย็นมันบังอยู่   บางทีอาจจะเป็นข้าวเย็นของอีกฝ่ายก็ได้…

 

เอเลนพับผ้ากันเปื้อนแล้วกล่าวลา   “งั้นผมกลับเลยนะครับ   หัวหน้าก็อย่าอยู่ดึกล่ะครับเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”  โค้งศีรษะให้

 

“เดี๋ยวก่อน  นายอย่าเพิ่งกลับ”   ก้าวขายังไม่ทันถึงก้าวได้แค่ตวัดกายกลับหลัง    เสียงของหัวหน้าก็ดึงคนถูกเรียกเอาไว้เสียก่อน

 

เอเลนหันกลับมาหาผู้จัดการร้าน Shingeki no café  คิ้วสีเข้มเลิกขึ้นอย่างสงสัย   ดวงตาก็จ้องด้วยความฉงน  และก็ยิ่งงุนงงเมื่อเห็นชายหนุ่ม 60 เซนติเมตรหยิบเอาของที่อยู่ในตู้เย็นออกมาตรงหน้าของเขาซึ่งสูงกว่า 10 เซนติเมตร  มันคือทาร์ตเลม่อน….

 

ทาร์ตเลม่อนที่คุ้นตา…แต่ไม่ใช่เมนูของร้าน

                “หัวหน้าอยู่ทำทาร์ตเลม่อนเหรอครับ???”  เด็กหนุ่มยิ่งแปลกใจหนักเมื่อรู้ที่มาของการนอนหลับหน้าตู้เย็นของอีกฝ่ายนั่น…..

 

รีไวล์ผงกศีรษะตอบ  ไม่ได้อยู่ทำทาร์ตเลม่อนก็คงเป็นแอปเปิ้ลหรอก  นี่มันเลม่อนชัดๆ   “ฉันทำให้นาย   รับไปซะสิ”  มือแกร่งยื่นทาร์ตขนมหวานให้กับเอเลนผู้มีสีหน้ามึนงง

 

“ครับ???  เนื่องในโอกาสอะไรเหรอครับ  วันเกิดผมก็ยังมาไม่ถึง……”   วันเกิดของเอเลน เยเกอร์คือปลายเดือนนี้  ไม่ใช่วันที่ 14 มีนาคมเสียหน่อย  แล้วทาร์ตนี้มันอะไรกัน….

 

หน้าผากที่ไม่ควรให้มีริ้วรอยเริ่มมีหยักตามการขมวดคิ้วของชายผมสีดำ   “นายทำงานในร้านกาแฟแต่นายความจำเสื่อมรึไง  วันนี้วันไวท์เดย์”

 

“ผมรู้ครับว่าวันนี้วันไวท์เดย์….งั้นนี่…หัวหน้าให้ตอบแทนวาเลนไทน์เหรอครับ….”  ถามกลับไปอย่างซื่อๆและชวนบื้ออย่างประหลาด…   ถ้าไม่ติดกับว่าถือขนมไว้ในมือ รีไวล์ก็อยากจะนวดขมับ

 

“ถึงนายจะใช้ถั่วแดงกวน  แต่ถือเป็นของขวัญวาเลนไทน์  นี่ของตอบแทนจากฉัน”   มือแกร่งยื่นไปให้อีกคนรับเอาไว้   ดวงตาสีเขียวจ้องทาร์ตเลม่อนซึ่งดูน่าอร่อยมากๆด้วยดวงตาที่ยิ้มยินดี

 

“ขอบคุณมากครับหัวหน้า  จริงๆผมได้ให้หัวหน้าก็พอแล้ว  แต่หัวหน้าให้ของไวท์เดย์กลับด้วย  ผมก็ดีใจครับ”  การที่ได้ของคืนจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ชื่นชมและชื่นชอบนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเอามากๆ….

 

ทาร์ตเลม่อนอาจจะไม่ใช่สิ่งของที่เก็บได้นาน….

แต่มันมีความหมายในตัวของมันเอง….

                รีไวล์มองใบหน้ายินดีของเจ้าเด็กที่ทำงานบริการยังไม่ดีนักเพราะบางครั้งก็ใบหน้าไม่รับแขก     ถึงจะยินดีด้วยสีหน้าและแววตา  แต่มือก็ไม่ยื่นมารับเอาทาร์ตเลม่อนไปเสียที  จะเคืองก็อยากเคือง… แต่ไม่ควรจะเคืองเพราะสีหน้านั้นบ่งบอกว่าดีใจมาก

 

ทาร์ตเลม่อนอันนี้เขาเคยคิดจะทำให้เด็กหนุ่มมาแล้วครั้งหนึ่ง… แต่เพราะอุบัติเหตุมันจึงไปเกิดใหม่ก่อนจะได้ทำหน้าที่ของมัน…   ภาพเหตุการณ์วันนั้นและกลิ่นหอมของขนทมชิ้นนี้ดึงให้ย้อนความทรงจำ    “ผมจำได้ว่าหัวหน้าเคยทำทาร์ตเลม่อนก่อนหน้านี้ครั้งนึง  แล้วเอาไปปาคิเสะ….”

 

เจ้าของฝีมือเหนือเชฟเงียบไปครู่หนึ่ง   เหตุผลที่ทำในตอนนั้นก็คงไม่ต่างจากตอนนี้   “ตอนนั้นฉันตั้งใจทำให้นาย  ตอนนี้ก็เหมือนกัน”

 

ดวงตาสีเขียวมองสบตาสีดำขลับเหมือนสีของขนกานั้น   ของที่ทำชิ้นเพียงชิ้นเดียวเพื่อบางคน….  อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหัวใจไหววูบ   “ทำให้ผมทำไมเหรอครับ..?”

 

ตอนนั้นและตอนนี้… ทาร์ตเลม่อนคือ…..    “เพราะฉันอยากทำให้นาย”   เลม่อนคือความสดชื่น สดใส  เหมือนภาพลักษณ์ที่ควรจะเป็นของเด็กหนุ่มวัยรุ่น….

 

การทำของชิ้นหนึ่งให้กับใครสักคนหนึ่งต้องมีเป้าหมาย….

อาจจะเป็นแค่ [อยากทำให้] แต่มันมีความหมาย….

                คนหนึ่งตั้งใจทำช็อกโกแลตให้ แม้จะกลายเป็นถั่วแดงกวนเพราะอีกฝ่ายไม่ชอบช็อกโกแลต ก็ยังเป็นของขวัญที่ทำขึ้นเอง   ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นก็ตั้งใจทำของทำมือให้ถึงสองครั้ง…  ในความเรียบง่ายเหมือนไม่มีอะไรนี้… แต่เจ้านายกับลูกน้องไม่ใช่สถานะที่จะมาทำอะไรให้กันและกัน…

 

คล้ายกับมีบางอย่างที่ทั้งสองคนพยายามนิยาม

…..แต่ก็ยังไม่ได้ทำ….

                เอเลนแม้ไม่เห็นหน้าของตัวเอง  แต่เขาก็เริ่มรู้ตัวว่าใบหน้าคงเป็นสีแดงอยู่ไม่น้อย  เสียงทุ้มที่พูดคำพูดเรียบง่ายเหมือนไม่มีอะไรมันสั่นสะเทือนในใจ   วันนั้นก็เหมือนกัน…เมื่อวันวาเลนไทน์ที่เหมือนต่างคนตั้งใจจะพูดอะไรออกมา แต่สุดท้ายก็หยุดไป….

 

ความลับของรสชาติเลม่อน วันนี้ความลับนั้นคงได้เปิดเผย…    สองมือของเจ้าหนุ่มตาสีเขียวยื่นออกไปหมายจะรับทาร์ต   “ขอบคุณนะครับหัวหน้า…”   ปลายนิ้วแตะปลายนิ้ว….

 

ปึง!!!!

                เสียงซาวน์เอฟเฟ็คผิดที่ผิดทางดังขึ้นอย่างน่าตกใจ  พร้อมกับบานประตูที่เปิดออกอย่างไวว่อง  และการปรากฏตัวของผู้ชายผมสีเหลืองซึ่งมีใบหน้าสดใสฉีกยิ้มแฉ่งจนจะกลายเป็นดอกทานตะวันไปแล้ว    คิเสะ เรียวตะมาพร้อมกับความสุขล้นปรี่

 

“รีไวนิจจิ!!!  ฉันได้ของขวัญไวท์เดย์จากคุโรโกจจิแล้ว  เย้!!!”   คนหนึ่งกำลังเย้…. แต่คนที่อยู่ในครัวตั้งแต่แรกเย้ไม่ออก……

 

“อ่าว?”   เมื่อไม่มีเสียงยินดีตอบ  คิเสะจึงเริ่มมองว่าเกิดอะไรขึ้น  และสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือโศกนาฏกรรม……

 

ทาร์ตเลม่อนที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อคนเพียงคนเดียวกลายเป็นอาหารให้แบคทีเรียบนพื้นไปเสียแล้ว   เอเลนทำหน้าตาเหวอเมื่อเห็นของหวานของตัวเองเละเป็นซาก…   คนทำนั้นหน้านิ่งปล่อยรังสีทะมึนออกมาจากตัว…  ดวงตาประดุจเหยี่ยวเหล่มองเจ้าคนมาผิดเวลานั่น…..

 

“อะ..เอ่อ… แหะๆ  ขอโทษที   พอดีว่ามองไม่เห็นน่ะว่ารีไวนิจจิอยู่ตรงนี้   ตัวเล็กไปหน่อยมองไม่เห็น”   ทำของเสียหายแล้วยังมิวายพูดจากระทบปมด้อยของผู้ชายสูง 160 เซนติเมตร……

 

ถ้าฝั่งหนึ่งเป็น Sweet White Day ได้…

…..มันก็คงเกิดเป็น Bloody White Day ขึ้นมาได้เช่นกัน…

                รีไวล์หักนิ้วเสียงดังกรอบชวนให้หวาดผวา    “……เจ้าเด็กเหลือขอเซ่อซ่า…..”  ณ วินาทีนั้นผู้ชายที่เหมือนจะโชคดีขึ้น  คงต้องพานพบกับความโชคร้ายตบท้ายไวท์เดย์เข้าเสียแล้ว………..

 

เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วกลับมาเกิดขึ้นใหม่  ทาร์ตเลม่อนเละๆกลายมาเป็นอาวุธปาใส่หน้าเจ้าคนทำลายบรรยากาศ  พร้อมกับการทรมานที่ไม่สามารถออกสื่อได้เพราะผิดภาพลักษณ์ร้านอาหาร   เอเลนยืนมองเหตุการณ์นั้นโดยที่ไม่ได้เข้าไปห้าม  …   และแล้วก็ไม่ได้รู้อยู่ดีว่ารสชาติของทาร์ตเลม่อนของหัวหน้าหนุ่มเป็นอย่างไร….

 

“ไม่ได้กินอีกแล้ว…..”     ความลับของรสชาติ…   ก็คงเหมือนความลับของคำพูดที่พูดค้างเอาไว้ในวันวาเลนไทน์   ยังไม่ถึงเวลานั้นสินะ….

 

ความรู้สึกที่ส่งต่อจากวันวาเลนไทน์มาสู่วันไวท์เดย์

มันยังคงไม่ปะติดปะต่อกันเป็นรูปเป็นร่าง…

ไวท์เดย์ของ Shingeki no café

…..ถูกบุกทะลวงด้วยแขกไม่ได้รับเชิญ….

                และคงมีอีกคนที่ต้องเจอกับเรื่องราวไม่ได้รับเชิญในวันไวท์เดย์เช่นเดียวกัน    แจน กิลชูไตน์ในระหว่างทางกลับบ้านแวะร้านสะดวกซื้อเพื่อหาซื้ออาหารกล่องไปอุ่นกับไมโครเวฟที่อพาร์ตเมนต์ ตามสไตล์ของหนุ่มโสดไม่ทำกับข้าวกินเอง และไม่กินขนมที่เหลือในร้าน

 

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนแกมปลายสีเข้มหยุดยืนหน้าตู้แช่อาหารแช่แข็งมากมายหลายยี่ห้อ   ยืนครุ่นคิดไม่ตกว่าจะกินอะไรดี….    “เมื่อเที่ยงมิคาสะกินอะไรแล้วนะ….”   นึกไม่ออกก็ต้องหาแรงบันดาลใจ…

 

ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงข้อความเข้าในโทรศัพท์ที่เก็บไว้ในกระเป๋าเป้    หมุนเอาเป้มาด้านหลังแล้วเปิดซิปออกเพื่อควานหาโทรศัพท์   แต่แล้วแจนก็พบอะไรบางอย่างซึ่งแปลกปลอมอยู่ในกระเป๋าเป้ของเขา  “อะไรวะเนี่ย….”  มือหยิบมันออกมาอย่างสงสัย…

 

มันคือกล่องของขวัญแบนๆเรียวๆสีแดงสดพันด้วยริบบิ้นสีขาวชวนให้สยองอย่างประหลาด…     บนขอบของฝากล่องมีชื่อของเจ้าของเขียนเอาไว้ด้วยปากกาสีดำอ่านยาก  แต่อ่านแล้วนัยน์ตานิ่งค้าง…  เพราะมันคือชื่อของ อาคาชิ เซย์จูโร่

 

แจนได้แต่งุนงงว่าของขวัญนี้มันคืออะไร  แล้วทำไมเขาต้องได้มันมา  วันนี้น่ะเป็นวันไวท์เดย์  แต่ที่แน่ๆเขาให้ช็อกโกแลตวาเลนไทน์ใครซะที่ไหนมีแต่ให้คนอื่น….  จนกระทั่งนึกถึงคำพูดส่งท้ายวันวาเลนไทน์ขึ้นมาได้…  เอาจริงดิ?   หรือมันจะเป็นของขวัญไวท์เดย์จริงๆ….

 

มือลังเลที่จะแกะกล่องของขวัญเพื่อเปิดดูของข้างใน    แต่ถ้าไม่แกะก็คงไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่…  ดูก่อนแล้วค่อยเอาไปคืนก็ได้?   “เอาวะ!”   ในที่สุดแจนก็ตัดสินใจเปิดกล่องแพนโดร่า(?)

 

บางทีมันอาจจะเป็น Strange White Day

 

กล่องสีแดงเพลิงถูกเปิดออกหลังจากริบบิ้นสีขาวที่ผูกเอาไว้โดนแกะออกไป   มือที่ลังเลค่อยๆเปิดฝาออกเปิดเผยของที่อยู่ภายใน.. และมันก็ช่างชวนตะลึง….     “เฮ้ย!  กรรไกรนี่มันอะไรกันวะเนี่ย!!”   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสะพรึงกับสิ่งที่อยู่ในห่อของขวัญ…. ยิ่งเจ้าการ์ดปริศนาก็ยิ่งทำให้ตะลึงงันเข้าไปอีก…

 

[…..เอาไปตัดให้หมดทุกอย่าง…  Happy White Day]     เอาไปตัดอะไร…… ข้อความปริศนาที่ไม่อาจแปลความหมายได้   นี่คือของขวัญไวท์เดย์ตามมารยาทที่แสนสยองขวัญ…..

 

ไม่ค่อยจะมีบทอยู่แล้วยังได้รับบทอะไรแบบนี้อีก…..

ไม่ต้องเขียนถึงเขาดีกว่าไหม????

                ณ วันแห่งสีขาว  วันแห่งการตอบแทนความรัก 14 มีนาคม  เหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นเกิดเป็นหลากหลายรสชาติเหมือนดังร้านอาหารมากมายที่ตั้งอยู่ในย่านการค้าที่แสนกว้างขวาง   บางคู่ก็เป็นรสหวาน บางคู่เป็นรสเปรี้ยว  อาจจะมีสขม  รสเผ็ด  มีรสชาติมากมายที่เกิดขึ้น…  ก็คงเหมือนขนมในวันไวท์เดย์ที่มีหลากหลายชนิดขอแค่เป็นสีขาวบริสุทธิ์…

 

ความรู้สึกนั้นยังไม่อาจเป็นรูปเป็นร่างที่แสนชัดเจน

แต่มันก็สามารถจับต้องได้มากกว่าแต่ก่อน

 

งานเทศกาลนั้นมีตลอดทั้งปี และตลอดทุกปี

 

White Day นี้ ความสัมพันธ์ยังเป็นสีขาวอยู่

 

—————————————–

Free Talk : ย้อนหลังไวท์เดย์ค่ะ! ช้าไป 4 เกือบ 5 วัน เพราะว่าวันที่ 14 ไม่ได้อยู่ไทย อยู่ระหว่างเดินทาง OTL” ก็เลยทำไม่ทัน มาย้อนเทศกาลนี้ก่อนจะได้ปรับตัวด้วยไม่ได้เขียนฟิคมา 10 กว่าวันแล้วมีภารกิจให้ติดๆขัดๆหลายอย่าง TvT

สำหรับตอนนี้คูรีเอเริ่มซวยบ้าง สลับกับวาเลนไทน์ที่เหลืองดำซวยหนัก…. บางทีนี่อาจจะเป็นฟิคไม่ค่อยหวานก็เป็นได้ 555 เหมือนฟิคแกล้งตัวละคร(?) ส่วนแจนก็ซวยไปเรื่อยๆแบบนั้นแหละ =3=!

เพราะมันเป็นฟิคเทศกาล สงกรานต์คงลงเอย(?)

 
1 ความเห็น

Posted by บน 03/18/2014 in Uncategorized

 

One response to “[Snk Feat KnB Fic] Something in Cafe – White Day (Riren + KiKuro)

  1. cloverbie13

    05/08/2014 at 8:04 AM

    อยากจะตายเอาให้ได้กับตอนที่หอมแก้มนั่นล่ะ ㅠㅠㅠㅠㅠ
    ทำไมทำอย่างงี้ แงงงงง คิเสะจะดีใจ จะเขินขนาดไหน
    คนทางนี้ดิ้นกว่านั้น ×10 เลยเหอะ 5555555555555555
    ถ้ามีตาทิพย์อาจมองเห็นหูกับหางงอกมาจากคิเสะ เรียวตะก็เป็นได้…
    ว่าแต่หัวหน้านี่ควรจะจัดการผู้ชายสีเหลืองได้แล้ว ทำไมจะวุ่นวาย 55555555555
    ทาร์ตเลม่อนนั้นรสชาติยังเป็นปริศนานะ เมื่อไหร่กันที่เอเลนนิจจิจะได้ลอง…
    มันเพราะใครกันมาขัดได้ทุกที… คนที่ได้กินแล้วน่ะ..

    อาคาแจนนี่ควรจะเป็นจริงซักที… 55555555555555555555

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: