RSS

[BL Novel] Love is delicious : Love Menu 0 : Part 2

29 เม.ย.

ห้องครัวของร้านสะอาดสะอาดแลดูผิดภาพลักษณ์ของเจ้าของร้าน  ลักษณะภายนอกของราฟาเอล เอริคน่าจะเป็นคนไม่ใส่ใจความเรียบร้อยนัก  แต่มองอีกมุมหนึ่งก็คงจะมีพนักงานลับ ๆ คน ๆ เดียวคงไม่สามารถดูแลร้านอาหารขนาดกลางเพียงลำพังคนเดียวได้

 

ฟานหยูกวาดสายตามองรอบ ๆ อุปกรณ์เครื่องครัวทุกอย่างล้วนแต่มีสภาพที่ดี  หนุ่มฝรั่งเศสผมทองเดินผ่านหน้าไปหยิบของในตู้เย็นสองประตู   “จัดเก็บของเรียบร้อยจนไม่น่าเชื่อ”  พ่อครัวชาวจีนวิจารณ์ออกมาตรง ๆ

 

เรียวปากคมคลี่ยิ้ม  “ห้องครัวเป็นสถานที่สำหรับบรรเลงฉากร่วมรัก  ต้องดูแลให้ดีสิ”  คำตอบพาให้คนฟังหน้านิ่ง  ส่วนคุณทนายซึ่งยืนเยื้องไปด้านหลังมีสีหน้าชินชา

 

การทำอาหารเท่ากับ Sex  เพราะฉะนั้นห้องครัวก็เป็นสถานที่ทำอย่างว่ากับอาหาร…   ตรรกะพ่อครัวคนนี้ชวนให้อยากยกเลิกเมนูที่สั่งไป   “คุณฟานหยูต้องทำตัวให้ชินครับ  เดี๋ยวจะทานข้าวไม่ลง”   วิศรุตเอ่ยเสียงแผ่วราบเรียบ  คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์..

 

ดวงตาสีดำขลับจ้องมองอิริยาบถของพ่อครัว  แววตาที่มองเครื่องปรุงที่ใช้ประกอบอาหารช่างเจ้าเล่ห์และร้อนแรงในเวลาเดียวกัน   มันไม่ใช่สายตาที่ควรจะเอามาใช้มองอาหาร  ควรจะเป็นสายตาสำหรับมองแทะโลมสาว ๆ จะเหมาะสมเสียกว่า

 

“ฉันคิดว่านายคงมีคนมาทำความสะอาดห้องครัวให้มากกว่า”  อาจจะเป็นสาว ๆ ที่มาติดพันหรืออะไรแบบนั้น  บุคลิกไม่เข้ากับการปัดกวาดเช็ดถู

 

ราฟาเอลหยักยิ้มที่มุมปากเป็นปริศนา  “นั่งรอไปก่อนนะ  จะทำพาสต้าซอสมะนาวให้ เพราะรสชาติของเธอน่าจะอมเปรี้ยว”   เรียวปากคมหยักยิ้ม  ก่อนหน้านี้เจ้าตัวยังโดนเปรียบกับซาลาเปาอยู่เลย….

 

ผู้สังเกตการณ์ทั้งสองเดินถอยไปนั่งเก้าอี้ในครัวเพื่อจับตามอง  ราฟาเอลไม่มีทีท่าเกร็งเลยสักนิด  ซ้ำยังมีสีหน้าอารมณ์ดีเสียอีก  ชายหนุ่มเจ้าของร้านสัญชาติยุโรปวางส่วนประกอบจานหลักบนพื้นเคาน์เตอร์สะอาด  มือแตะสัมผัสเส้นพาสต้าที่ยังไม่ได้ต้มด้วยท่าทีอันเป็นเอกลักษณ์

 

ประหนึ่งการใช้มือลากจับต้องส่วนประกอบบนเรือนร่างคู่ควง

                หม้อที่ได้รับความร้อนจากเตาไฟทวีความร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ  โรยผงเกลือลงไปเพิ่มในน้ำ นี่คือพื้นฐานของการเล้าโลมเส้นสีเหลืองให้อ่อนนุ่มระทวยไปกับสิ่งที่ซึมเข้า  ระหว่างรอเวลาก็ละมือจากหม้อต้มไปยังเครื่องปรุงซอส  ชีส พริกหวาน มะนาว กระเทียม เกลือ ไวน์ขาว ไข่แดง

 

“ให้หลอมละลายในมือของฉัน  ใช้ความร้อนหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว”   คำพูดพึมพำชวนให้คนลอบฟังนึกสงสัยว่าทำอาหารหรือทำอะไรกันแน่  การร่ายมนต์ใส่หม้อเล็ก ๆ นั่น

 

นิ้วโป้งยาวไล้ปาดซอสที่เปรอะบนเรียวปากคม   สีหน้าไม่เหมือนคนชิมซอส  “แน่ใจนะครับว่าเขาทำอาหาร  แล้วผมจะทานอาหารนั้นได้?”  ดวงตาสีดำเหลือบมองทนายหนุ่มข้างกาย  อากงของเขาทานอาหารแบบนี้น่ะเหรอ

 

ทนายประจำตัวของเจ้าสัวเอกนภายิ้มจาง ๆ    “หลับตาแล้วจะคิดเป็นภาพหนังสดก็ได้นะครับ”  ทำจริง ๆ คงกลืนอาหารไม่ลงเป็นแน่….

 

“วิทย์ก็พูดเกินไปนะ  แค่วาบหวามไม่ได้โป๊เปลือย”   ชายสูงใหญ่พูดแทรกเมื่อคำสนทนาของคนรอเข้าหู  คำว่าเหรอฉายอยู่บนแว่นตาใส

 

จังหวะการขยับเคลื่อนตัวจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง  การเคลื่อนไหวไม่ปล่อยให้เปล่าประโยชน์  ทั้งทำอาหารและเก็บกวาดไปได้ในเวลาเดียวกัน  พาสต้าซอสมะนาวไม่ใช่เมนูที่ยาก  แต่เพราะเป็นเมนูที่ไม่ยากจึงดูฝีมือได้  ไม่นานชิ้นปลาแซลม่อนก็ถูกหยิบออกมาจากตู้เย็น  ดึงอีกหนึ่งเข้ามาในฉากรัก

 

มือใหญ่สัมผัสมันอย่างทะนุถนอม  เบามือไม่ให้เป็นรอยช้ำ  ไล้ทาเกลือและพริกไทยปานลูบผ่านหน้าท้องขาวนวลของหญิงสาว  ประกายวาบหวามสะท้อนอยู่ในแววตาสีฟ้าครามที่จับจ้องเนื้อปลานิ่ม  แล้วแซลม่อนที่ถูกเล้าโลมจนได้ที่ก็ถูกส่งไปอาบความร้อนในเตาอบเพื่อพาไปสู่สวรรค์

 

เมื่อทุกอย่างถึงจุดสุดยอดของมัน ก็ปล่อยให้ได้พักนอนราบบนจาน

 

พ่อครัวผู้กระทำการ sexual harassment ใส่ลูกค้าผ่านทางอาหาร เดินถือพาสต้าซอสมะขาวและแซลม่อนย่างสองจานมาวางตรงหน้าลูกค้ากิตติมาศักดิ์   กลิ่นหอมจากปลาอบเสร็จใหม่ลอยมาแตะจมูกคนรอ  การตกแต่งเรียบง่ายในจานสีขาวรูปสี่เหลียมจตุรัสทำในเวลาสั้น ๆ

 

ฟานหยูจ้องมองอาหารตรงหน้าด้วยสายตาจับผิด   ทุกอย่างออกมาดูธรรมดาและน่าจะทานได้  ไม่ได้ออกมาหน้าตาประหลาดเหมือนการบรรยายที่ว่าร่วมรัก   มือหยิบส้อมขึ้นมาเขี่ย ๆ  ไม่มีอะไรแปลกปลอมอยู่ในนั้น  การกระทำของหลานชายเจ้าของที่ช่างเรียกรอยยิ้มของคนมอง

 

“ไม่ใช่ยาพิษหรอก  ไม่ใช่ตัวกระตุ้น  ฉันไม่ชอบตัวช่วย  คนทานอาหารของฉันไปถึงจุดสุดยอดด้วยการถูกรสชาติสอดแทรกร่างกายเท่านั้น”  ชายหนุ่มแลบเลียริมฝีปากอย่างเย้ายวน

 

“แต่ฉันไม่ชอบให้คนแปลกหน้าแทรกผ่านเข้ามา”  ชายสวมแว่นตาฟังคำโต้ตอบของชายทั้งสอง  ความคิดอกุศลมันหวนมาอีกครั้ง  ถ้าหลับตาคงไม่คิดว่าพูดถึงอาหาร

 

หลานชายเจ้านายไม่ลงมือเสียที  คนกลางจึงเริ่มเบิกฤกษ์ก่อน   “ขอบคุณสำหรับอาหาร ทานนะครับ”  สองมือจับช้อนและส้อมเพื่อชิมรสพาสต้าของตัวเอง

 

“ทานดีๆนะ  อย่าให้ซอสขาวเปื้อนปาก  มันดูอีโรติก  น่าเลียปากมาก”  ราฟาเอลฉีกยิ้ม  เส้นพาสต้าที่เข้าปากไปแล้วแทบพ่นกลับออกมา…

 

หวัง ฟานหยูเหล่มองคนข้าง ๆ ที่ลงมือทานได้แบบปลอดภัย   สีหน้าของอีกฝ่ายเรียบเฉยเกินจะเดาว่ารู้สึกยังไงกับอาหารจานนี้   ชายผมดำสวมต่างหูข้างเดียวจึงจับอุปกรณ์ทานอาหารของตัวเองขึ้นมาถือ  เล็งชิมรสปลาแซลม่อนซึ่งถ้าทำไม่ดีจะมีรสคาวเป็นอย่างแรก

 

เนื้อปลามีรสหวาน ไร้กลิ่นคาวและสุกได้ทีไม่แห้งและร่วนเกินไป  ซอสมะนาวสัมผัสถูกปลายลิ้นก็รู้สึกถึงความสดชื่น          “รสชาติแตกต่างจากที่ฉันเคยทานมา”   นิยามได้ว่ารสชาติอร่อย….

 

“ถ้าเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแตก คงดีกว่า”   ราฟาเอลวางน้ำเปล่าลงข้างจานของชายหนุ่ม อย่างอื่นคงไม่แตก แต่จานอาจจะแตกก็ได้    ไม่อยากยอมรับ แต่ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายทำออกมารสชาติดีกว่าที่เขาเคยทำ  แม้นจะเป็นแค่เมนูที่ไม่ซับซ้อน

 

องค์ประกอบของอาหารเข้ากันสมบูรณ์แบบ  หลงเหลือความรู้สึกอร่อยตราตรึงเอาไว้ในรสสัมผัส  รูป รส กลิ่น  ทุกอย่างหลอมรวมกัน  เป็นอาหารจานพาสต้าที่ดีจานหนึ่ง ใส่ใจและใส่ความรู้สึก…..  คิดแค่นั้นก็รีบหยุดคิด  มิฉะนั้นจะโดนดึงเข้าไปในโลกวาบหวามกับอาหารของพ่อครัวตรรกะประหลาด

 

“เป็นยังไงบ้างครับคุณฟานหยู  อาหารของราฟาเอล?”   ทนายความสวมแว่นตาขยับขาแว่น   ในจานของฝ่ายนั้นไม่เหลืออะไรนอกจากใบสะระแหน่ตกแต่ง

 

เป็นพ่อครัวที่แปลก แต่ก็เป็นพ่อครัวตัวจริง…

 

ดวงตาสีฟ้าครามบนใบหน้าที่มีเสน่ห์จับจ้องใบหน้าหนุ่มลูกเสี้ยวไทย-จีน สายตาคาดหวังในคำตอบ  ในความคาดหวังนั้นแลดูมีบางอย่างซ่อนเร้นอยู่เช่นกัน  สายตาแบบที่คนใช้มองหลังการร่วมรัก…  มันควรใช้กับเวลานี้เหรอ?  ผู้หญิงอาจจะละลายเป็นวุ้น  แต่กับผู้ชายคงแปลี่ยนเป็นขนลุกแทน

 

“อร่อย  ไม่ได้ดีแต่ปาก”   กล่าวคำชมยอมรับตรงไปตรงมา  กระนั้นก็ไม่ได้หมายถึงว่า… เขาจะออกจากงานที่ฮ่องกงเพื่อมาทำตามคำขอของญาติสนิท…

 

“มีอย่างอื่นที่ดีกว่าปาก  ถ้าอยากจะลอง”  ฟานหยูจ้องกลับ  โปรดเติมคำในช่องว่างว่าอะไรกันที่ดีกว่าปาก  ส่วนไหนของร่างกายกันนะ

 

ตอบไปก็รังแต่จะลากยาว  มือเลื่อนไปแตะไหล่ของทนายชุดสูทดำ  “กลับไปหาอากงเถอะครับคุณทนาย  ไม่มีธุระอะไรแล้ว”

 

วิศรุตได้ยินดังนั้นจึงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเตรียมจัดการค่าอาหาร    มือใหญ่ของพ่อครัวยกห้าม  “ไม่ต้องจ่ายหรอก  ถือซะว่าเป็นมื้อต้อนรับหลานชายของ Mr. เอกนภา”  คำตอบที่ไม่คาดคิด

 

ได้ยินดังนั้นหนุ่มจีนจังโค้งศีรษะน้อย ๆ เป็นการขอบคุณ  “งั้นก็ขอบคุณสำหรับอาหาร  ขอให้กิจการไปได้ดี”  ชายหนุ่มบอกลา  ฝ่ายตรงข้ามก็หาได้มีท่าทางจะรั้งตัวไว้  กลับโบกมือลาเหมือนกับที่ทำกับลูกค้าโดยทั่วไป   แทะโลมลูกค้าไปทั่ว

 

ยกเว้นคำพูดที่เอ่ยขึ้นเป็นคำลา  ดวงตาสีฟ้าสะท้อนภาพ    “ฉันว่าเธอดูขาด ๆ อะไรไปอย่างนะ”  ขาด…. อะไรบางอย่าง?

 

ชายทั้งสองเดินออกจากห้องครัวไปยังประตูทางออก   เมื่อดันประตูออกก็สวนทางกับนักศึกษาหญิงผมยาวย้อมสีน้ำตาลอ่อนในเครื่องแบบกระโปรงทรงเอ  ลูกค้าคงเริ่มกลับเข้ามาในร้านอีกครั้ง  และแน่นอนว่าเป็นผู้ชายผู้หญิงอีกตามเคย   พ่อครัวเจ้าของร้านจึงไม่อาจออกมาส่งแขกได้  ยังคงโบกมือให้จากด้านหน้าครัว

 

ทนายวิศรุตเหลือบมองหน้าหลานเจ้านายข้างกาย  การพบกันพอจะเปลี่ยนใจชายหนุ่มได้บ้างหรือเปล่า  “เห็นคุณราฟาเอลทำอาหารแล้วคิดยังไงบ้างครับ?”

 

คนถูกถามเงียบไปครู่หนึ่ง   “มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร  แต่เหมือนดาบสองคม  ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับมือได้  หรือว่าชอบใจครับ”  เรียกลูกค้าและไล่ลูกค้าได้ในเวลาเดียวกัน  เฉพาะกลุ่มมาก รวมไปถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานคงลำบาก

 

หนุ่มฝรั่งเศสมิได้มีภาพลักษณ์แบบจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียด้วย

 

วิศรุตฟังแล้วคิดตาม  จริงอย่างที่ชายหนุ่มว่า  เพราะตัวเขาเองที่เป็นลูกค้าและคนกลางก็รู้สึก  แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มองด้านลบ  อย่างน้อยก็มีคุณตาของใครบางคนแถวนี้ล่ะที่มองอีกแบบ  ราฟาเอล เอริคไม่ใช่คนเลว แต่เป็นพ่อครัวที่แปลกตะหาก  บางทีสิ่งที่ชายหนุ่มผมทองต้องตามหา อาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่สามารถทำงานด้วยกันได้  อาจจะเป็น 1 ใน 100

 

“แต่ผมเห็นคุณฟานหยูรับมือคุณราฟาเอลได้ดีนะครับ  ผมทึ่งมาก”   ดวงตาใต้แว่นมองอย่างชื่นชม  มันใช่เรื่องน่านับถือเรอะ….

 

“….ก็แค่ทำเบลอน่ะครับ..ที่ผมเคยทำงานก็มีลูกค้าหลายแบบ  เพื่อนร่วมงานก็หลายประเภท..”   ปล่อยสมองให้ว่างเปล่า อย่าได้คิดจินตนาการตามไปกับคำพูดเหล่านั้นให้เกินไปกว่าอาหาร

 

สกิลทำเบลอของชายหนุ่มช่างน่ากลัว  การทำเบลอกับการปิดกั้นความใส่ใจออกจะคล้ายกัน  หวัง ฟานหยูเปิดประตูด้านข้างคนขับขึ้นไปนั่ง  ไม่มีความเห็นใด ๆ อีกเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

ทนายคนกลางรู้สึกว่าหนทางของการหว่านใจของเจ้าสัวเอกนภาคงยังไม่ได้ผล  หลานชายสุดที่รักยังไม่เกิดความคิดอยากทำอะไรที่เมืองไทยเป็นพิเศษ  เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความหาเจ้านายเพื่อบอกความคืบหน้าแล้วจึงเดินขึ้นรถฝั่งคนขับไป

 

ขณะที่ชายชาวจีนยังคงจับจ้องไปที่ป้ายชื่อร้าน  Rafael’s Kitchen  ร้านอาหารอันมีเอกลักษณ์  พ่อครัวมีฝีมือกับการทำอาหารที่แปลกไม่เหมือนใคร  คุณตาของเขาช่างเลือกคนมาเช่าที่…   พาให้นึกถึงประโยคที่พูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่นิวยอร์ค  ฝากฝัง?

 

อาจจะเป็นคนรักที่หลงใหลในคารม

อารมณ์เหมือนสาววัยกลางคนถูกใจโฮสสักคนหนึ่งเลยดูแล

 

การได้ทำงานกับเชฟที่มีฝีมือ ย่อมเป็นเรื่องดี เพราะจะได้เรียนรู้ศาสตร์และเทคนิคเฉพาะตัว  คำแนะนำบางครั้งก็ดีกว่าการลองผิดลองถูกให้สิ้นเปลือง  แต่ถึงกระนั้นแล้ว…  ความรู้ที่ว่าการทำอาหารเท่ากับการร่วมรัก จะมีคนมาสืบทอดสายมารแบบนี้จริง ๆ เหรอ

 

….เขามองว่าการทำอาหารเป็นเรื่องสนุก…

….แต่ก็ติดใจคำพูดบอกลานั้น….

                จากด้านในของร้านอาหารกึ่งคาเฟ่   ดวงตาคมสีเดียวกับท้องฟ้าของชายชาวตะวันตกจับจ้องไปยังรถยนต์ของทนายหนุ่ม จนกระทั่งมันเคลื่อนขับออกไปไกล  รอยยิ้มประดับบนใบหน้าไม่จางหาย  การมาเยือนของทนายวิศรุตในครั้งนี้มีเรื่องที่น่าสนใจมาด้วย

 

“หวัง ฟานหยูเหรอ?”   ชายผมสีดำขลับแบบชาวตะวันออก หลานชายชาวต่างชาติของเจ้าสัวเจ้าของที่   ภายนอกดูไม่ออกว่าเหมือนพ่อครัว  การพูดจาตอบโต้แต่ละอย่างชวนให้นึกถึงเพื่อนร่วมงานเก่าบางคน  บางคนที่ทำงานร่วมกันได้  นิสัยคล้ายแต่อินเนอร์ข้างในแตกต่างกัน

 

ดวงตาเหลือบไปมองกรอบรูปที่ตกแต่งบนชั้น   1 รูปซึ่งเหมือนกับร้านคาเฟ่ที่นิวยอร์ค   “ราฟ!  ตอนนี้ไม่เห็นลูกค้าเลย  น่าจะสอนฉันทำอาหารได้แล้วนะคะ”   นักศึกษาสาวผู้เข้ามาในร้านเมื่อไม่กี่นาทีก่อนปรากฏตัวพร้อมผ้ากันเปื้อน

 

“ไม่ได้ ๆ  ต้องรอให้ร้านปิดก่อนนะ  ถึงจะสอนเรื่องพวกนั้นได้”  นิ้วยาวยกขึ้นป้องปากประหนึ่งต้องสอนบทเรียนลับ ๆ ยามไม่มีคนอย่างนั้น

 

เด็กสาวทำหน้ามุ่ย   ชายผมทองยิ้มละไม   “เริ่มจากล้างจานนะใบเฟิร์น  ทำจนเลอะแล้วก็ต้องล้าง”  ปล่อยค้างไว้จะไม่ดี   เหมือนกับการทำความสะอาดหลังการร่วมรัก

 

“ฉันไม่ได้เป็นคนทำซักหน่อย…..”   เธอทำปากบู่แล้วจึงกลับเข้าหลังครัวไป   เพราะต้องการความช่วยเหลือจึงต้องยอมทำตามอาจารย์บอก    แม้อารมณ์เหมือนแม่บ้านที่ต้องมาเก็บกวาดเตียงที่เจ้านายทำเลอะเทอะหลังเสร็จกิจก็ตามที

 

ความจริงได้เปิดเผยว่าร้านสะอาดเพราะมีคนช่วย  เมื่อร้านเงียบงันลงชายร่างสูงใหญ่จึงเดินไปเปิดเครื่องเล่น  เสียงดนตรีคล้ายอยู่ในผับดังเคล้าบรรยากาศ  จังหวะทำนองที่เย้ายวนชวนเลื้อยไปหาโต๊ะอื่น   ศิลปะในการทำอาหารนั้นอีโรติก  เสน่ห์ของการทำอาหารให้คนรับลุ่มหลง….

 

เปลี่ยนคนที่ไม่ต้องการให้มีความต้องการ หิวกระหาย

ด้วยมือของพ่อครัว

 

การร่วมรักกับการทำอาหาร  ไม่มีตำราทำอาหารใดในจักรวาลนี้เขียนถึง   หากคนที่ใช้ไม่ใช่ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ก็มีสิทธ์โดนมีดหั่นเสต็กแทงเข้าทะลุตับไตไส้พุงได้  คุณสมบัติพ่อครัวที่จะมาใช้ศาสตร์นี้คงต้องนิยามตัวหนา ๆ ว่า [ต้องหน้าตาดี]

 

และพ่วง[หน้าด้าน]ไปด้วย

 

ท้องฟ้านั้นเริ่มเปลี่ยนสี  เข็มนาฬิกาหมุนเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนกลางวันและกลางคืน   ทนายวิศรุตทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จจึงเดินทางกลับบ้านของตน   ส่วนฟานหยูนั้นถูกพามาส่งยังที่พักในเมืองไทย  บ้านที่คุ้นเคยเหมือนบ้านหลังที่สองของเจ้าสัวเอกนภา

 

ขายาวก้าวผ่านประตูเข้ามาภายใน   เสียงดนตรีป๊อบของวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลียังคงดังในห้องนั่งเล่น   หากแต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้จึงแลเห็นว่าคนไม่ได้ดูทีวีแล้ว แต่เป็นทีวีกำลังมองคนดู   เจ้าสัวเอกนภาหลับไหลคาแท่งไฟไปเสียแล้ว  สังขารมันไม่จีรัง

 

ภาพที่น่าถอนใจนัก   “อากง  หลับบนโซฟาเดี๋ยวก็ปวดหลังหรอกครับ  ไม่ใช่หนุ่มๆแล้ว”   ฟานหยูเดินไปนั่งลงบนพื้นข้างโซฟาด้วยความห่วงใย

 

“…..อ่า….. ฟ้ากลับมาแล้วเหรอ   อั๊วดูบลูเรย์จบไปตั้งหลายแผ่น……”   เหมือนอย่างที่ทนายแว่นพูดไว้ไม่มีผิด  ดูคอนเสิร์ตก็จะหายงอนไปเอง   ถ้าให้ดีควรจะเลิกเรียกว่าฟ้าด้วย…

 

หลานชายถอนใจทั้งรอยยิ้ม   “ผมไปที่ร้านอาหารที่อากงบอกมาแล้วนะครับ  อากงติดใจพ่อครัวแบบนั้นได้ยังไง”  ไม่น่าไว้ใจ และอันตรายกับหัวใจคนแก่…

 

คิ้วบนใบหน้ามีริ้วรอยของวัยเลิกขึ้น  “ลื้อไปที่ร้านอาราฟแล้วเหรอ?  เป็นยังไงบ้าง  เขาเก่งเหมือนที่อั๊วบอกมั้ย?”   สีหน้าแววตาปานขายตรงอยู่….

 

“เก่งครับ แต่ประหลาดเกิน”  การทำอาหารเท่ากับเรื่องอย่างว่า  ถ้าไม่ได้ทำกับอาหารจริง ๆ คงคิดว่าเป็นมุกใช้ภาษาไทยไม่คล่อง….

 

เจ้าสัวเอกนภาหัวเราะร่วน   เป็นนิยามที่เจ้าตัวได้ยินแล้วไม่แปลกใจเลย  หากได้ยินคำพูดด้านดีอาจจะแปลกด้วยซ้ำ   “อั๊วก็เคยคิดแบบลื้อแหละ”   คำพูดนี้ชวนให้คนฟังแปลกใจ  เพราะเหตุใดคุณตาของเขาจึงเปลี่ยนความคิดไปเสียล่ะ?

 

หากเป็นคนเลวคงโดนไล่ไปนานแล้ว  แต่นี่แค่แปลก  “ควรจะยังคิดแบบเดิมนะครับ”   พ่อครัวที่ยัดความคิดอกุศลใส่ในอาหาร  ทำให้ศาสตร์การทำอาหารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

 

เมื่อคลี่ยิ้มใบหน้าก็มีรอยเหี่ยวย่นชัดเจน  “อั๊วคิดว่าอาราฟประหลาด  อั๊วก็คิดว่าลื้อนิ่งเกินไปล่ะฟ้า”  หลานชายผู้เรียบเฉย  สนใจเฉพาะเรื่องที่สนใจ

 

“นิ่งก็ดีกว่าประหลาดนะครับ  มีพิษมีภัยน้อยกว่า”  ฟานหยูตอบกลับ  จะให้ทำตัวร่าเริงสดใสก็ไม่ใช่บุคลิก  แท้จริงมันไม่ดีไปคนละแบบ

 

เสียงเพลงและแท่งไฟของชายสูงวัยไม่ได้ช่วยขับกล่อมบรรยากาศการพูดคุยให้จริงจัง   มือเหี่ยวย่นขยับเคลื่อนมาลูบศีรษะหลานชายอายุ 27 ประหนึ่งอีกฝ่ายยังคงเป็นเด็กอยู่   ดวงตาเปี่ยมความรู้สึกรักและห่วงใย  ถึงแม้นทั้งคู่จะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอด

 

“ลื้อยังไม่เปลี่ยนใจสินะ”   ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงความคิดที่จะกลับไปใช้ชีวิตที่จีนแผ่นดินใหญ่  กลับไปทำงานที่เดิม เป็นลูกน้องของภัตตาคาร

 

“ทิ้งงานในภัตตาคารไป มันไร้ความผิดชอบนะครับ”  ชายหนุ่มนิ่งฟัง น้ำเสียงของคุณตาช่างเหงาหงอย  งานภัตตาคารที่หามาด้วยตัวเอง…

 

“อั๊วอยากให้ลื้อมาอยู่เมืองไทยนะ  ไม่ต้องทำร้านอาหารที่นั่นก็ได้”   ใบหน้าที่อ่อนโยนนั้นพาให้พูดปฏิเสธคำขาดไม่ออก

 

เพื่อน ๆ มักจะพูดเสมอว่าเขาใส่ใจความรู้สึกของครอบครัว

มากกว่าความรู้สึกของแฟนสาว

 

มรดกและความรักที่ชายสูงวัยผมสีเริ่มซีดลงมีให้หวัง ฟานหยู   ชายหนุ่มเข้าใจดีว่าส่วนหนึ่งก็มาจากการชดเชยให้กับลูกสาวที่ต้องไปอยู่แดนไกลกับสามีชาวจีน  หลังจากที่พ่อแม่ของเขาจากไป  คุณตาก็ยิ่งเอ็นดูเอาใจใส่จนล้นมากขึ้นไปอีก โกรธไม่ลง

 

ที่ดินอ่อนนุชและที่ร้านอาหารซึ่งมีคนเช่าอยู่  อสังหาริมทรัพย์พวกนั้นเขาไม่ควรทิ้งขวาง ด้วยเหตุผลเรื่องความกตัญญู  ชายชราก็อายุมากแล้ว…. ดันไปติดใจพ่อครัวประหลาด ๆ เข้าให้อีก…   “รุ่นน้องของอากงฝากฝังนายราฟาเอลอย่างดีเลยเหรอครับ?”

 

“อืม  เขาไม่ได้บอกรายละเอียด แค่บอกไว้ว่าจนกว่าอาราฟจะค้นเจอสิ่งที่จำเป็น”  คิ้วคมเลิกขึ้น ความหมายของ [สิ่งที่จำเป็น] คืออะไร?  สามัญสำนึก?  ความเคารพในอาหาร?

 

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมาสนใจหรอก   “อากงทานข้าวเย็นรึยังครับ ถ้ายังผมจะไปทำให้”  พ่อครัวจีนหยัดกายขึ้นยืน

 

ชายชราเดินไปกดปิดเครื่องเล่นบลูเรย์   “มีกับข้าวแล้ว  อาราฟฝากมอเตอร์ไซด์รับจ้างมาส่งก่อนลื้อจะกลับมานี่ล่ะ”  คิ้วสีเข้มกระตุกเป็นจังหวะ   อาหารของพ่อครัวผู้นั้นยังตามมาหลอกหลอนถึงที่นี่งั้นเหรอ…

 

ดวงตาสีเข้มมองตามร่างญาติสนิทซึ่งเดินดิ่งไปหาห้องครัว ไม่มีลักษณะของคนแก่เตรียมใจมอบมรดกให้ลูกหลาย   คุณตาซึ่งมักจะเว้าวอนให้เขาทำโจ๊กรสเดียวกับแม่เคยทำ ตอนนี้กลับเปลี่ยนไป  ชายชรานั้นเริ่มติดรสมือของพ่อครัวมาดอีโรติก พูดจาคุกคามทางเพศ….

 

“อากงทานอาหารพวกนั้นด้วยความรู้สึกแบบไหนกันครับ….”   อาหารธรรมดา ๆ ที่ทำด้วยกรรมวิธีแฝงใจไม่บริสุทธิ์….

 

อาหารมือเย็นยังไม่เห็นว่าเป็นแบบไหน  แต่คงเป็นอาหารที่ดีอย่างที่เคยเป็น   “มันทำให้อั๊วรู้สึกเหมือนเป็นหนุ่มขึ้นมาใหม่”   ชายชรายิ้มแป้น   เป็นหนุ่มด้วยอะไร?   อย่างกับคนสูงวัยที่กระชุ่มกระชวยจากการได้ยุ่งกับเด็ก….

 

คุณตาเจ้าสัวเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว   “ฟ้า  ลื้อจะตัดสินใจยังไงก็แล้วแต่ลื้อนะ  แต่ยังไงอั๊วก็จะยกมรดกพวกนั้นให้ลื้ออยู่ดี”   ไม่คิดจะเปลี่ยนใจหรือยกให้ญาติ ๆ คนอื่น หรือแม้แต่บริจาคเป็นการกุศล  นี่คือความรักที่ชดเชยให้ลูกสาวที่จากไปและความรักที่มีให้หลานชายซึ่งต้องมีชีวิตตามลำพัง

 

หนุ่มชาวจีนถอนหายใจ  ถ้าตอบอะไรตอนนี้รังแต่จะโดนงอนกันไปอีกรอบ   “ผมจะเริ่มจากไปคุยกับคนที่เช่าที่อยู่ก็แล้วกันครับ”  วันนี้ก็ลืมไปเสียสนิทว่าควรจะคุยเกริ่นบ้างเล็กน้อย….

 

ในฐานะหลานแล้วตอนนี้เขาควรจะตัดสินใจอย่างไร?

การมาอยู่เมืองไทยนั้นดีกว่างั้นเหรอ?

 

นกโบยบินออกจากรังเพื่อไปหาอาหาร  แสงอาทิตย์สาดส่องปัดเอาความมืดสลัวของค่ำคืนให้กลืนหายไป  เลขบนหน้าปัดนาฬิกาเดินบอกเวลา 7 โมงเช้า   ร้านอาหาร Rafael’s Kitchen เปิดทำการเวลา 10 โมงเช้า ปิดเวลา 4 ทุ่ม โดยปกติแล้วเจ้าของร้านจะต้องตื่นไปซื้อของตั้งแต่ตี 4 ตี 5 แต่สำหรับร้านนี้มีป้าเจ้าของตลาดสดที่อยู่เขตอื่นให้ลูกน้องมาส่งให้   ราฟาเอล เอริคจึงมีเวลานอนทอดกายบนเตียงอย่างสบายอารมณ์

 

ชั้นสองของร้านอาหารเป็นที่พักของเจ้าของร้าน  ผนังติดวอลเปเปอร์สีเทามีลายสีขาวให้ความรู้สึกลึกลับ   แสงไฟสีส้มยิ่งทำให้ดูสลัวเหมือนอยู่ในสถานที่เที่ยวกลางคืน   1 ชั้น มีขนาดเท่ากับคอนโดมิเนี่ยม 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น

 

ห้องนอนด้านในสุดเป็นห้องนอนของพ่อครัวผู้มีเอกลักษณ์  ส่วนอีกห้องที่ปล่อยว่างปิดเอาไว้ไม่ได้ใช้แม้แต่เก็บของ  เหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมงจะต้องเปิดร้าน ชายหนุ่มผมทองก็ยังนอนเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นแผ่นอกมีกล้ามเนื้ออย่างสบายใจ

 

จนในที่สุดนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น  เข็มนาฬิกาหยุดลงที่เวลา 7 โมง 30 นาที  มือใหญ่ยื่นควานหานาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมบนโต๊ะข้างเตียง  กดปิดได้ก็หยัดกายขึ้นมานั่ง  เส้นผมที่หวีเรียบปรกลงมาเมื่อไม่จัดแต่ง  ดวงตาสีฟ้าเหลือบไปทางกรอบรูป

 

เรียวปากระบายรอยยิ้ม  “Good Morning”   อรุณสวัสดิ์อีกครั้ง  ชีวิตในสยามเมืองยิ้ม  กรุงเทพมหานครปีที่สอง

 

กว่าเชฟหนุ่มจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็กินเวลาไปอีก 1 ชั่วโมง  ใช้เวลาใกล้เคียงกับผู้หญิงที่ต้องแต่งหน้าหน้ากระจก ด้านข้างของห้องน้ำเป็นห้องแต่งตัว  ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แสดงออกว่าเจ้าของเป็นคนช่างแต่ง  แม้เวลาทำงานเสื้อผ้าไม่จำเป็นต้องเลือกมาก  กระนั้นก็เลือกอยู่ดีทั้งที่เป็นแค่ชุดพ่อครัว  วันนี้จากชุดเชฟสีขาวบริสุทธ์  ชายหนุ่มเลือกหยิบสีดำมีขอบสีแดงโดดเด่นขึ้นมาใส่

 

สรุปเวลาตอนนี้ปาเข้าไป 9 โมงเช้า  อีก 1 ชั่วโมงจะได้เวลาเปิดร้าน  ในที่สุดราฟาเอลก็ย่างก้าวลงจากชั้นสองไปที่ห้องครัว  ผมที่ปรกหน้าหวีเรียบเสยไปด้านหลัง  ชั้นหนึ่งบริเวณร้านเปิดไฟสว่างไสว   มองไปเห็นร่างของหญิงสาวในชุดนักศึกษากำลังเช็ดโต๊ะอยู่   เขาหัวเราะเบา ๆ

 

“Morning  ใบเฟิร์น  ขยันตั้งแต่เช้าเลยนะ”  คนถูกเรียกหันไปมองเจ้าของร้าน  สีหน้าของเธอบูดบึ้งทันทีที่ได้เห็นอีกฝ่าย

 

“คุณแม่บอกว่าราฟยังไม่เปิดร้าน  ก็เลยเอากุญแจสำรองในกระถางมาเปิด”   เจ้าของร้านช่างเอ้อระเหยเกินไปแล้ว  หน้าที่เปิดร้านอาจไม่ใช่หน้าที่ของเชฟ  แต่ร้านที่ไม่มีพนักงานช่วยก็ต้องทำเองสิ

 

หากมองไปหลังร้านก็จะเห็นวัตถุดิบสดใหม่ที่มาส่งตั้งแต่เช้า   “คนข้างบ้านเบอร์หนึ่งเลยนะ  เยี่ยมมาก น่ารักมาก  อยากถูกกลืนกินแบบไหนล่ะ”  ชายผมทองเอ่ยชมในความมีน้ำใจของเพื่อนบ้าน   แตคำถามด้านหลังมันออกจะ…..

 

ประโยคลามกหาได้มีปฏิกิริยากับคนฟัง   “ขนมปังปิ้งกับแยมสตอเบอรี่ค่ะ!”   เธอตอบไปในทันที   สามารถแปลภาษาได้รวดเร็วว่าเชฟหนุ่มต้องการถามอะไรออกมา

 

มื้อเช้าก่อนเวลาทำงานควรจะสงบอย่างนี้

 

หากแต่มันเป็นไปได้ยาก  เมื่อรถยนต์ยี่ห้อญี่ปุ่นคันหนึ่งขับเคลื่อนมาจอดในลานจอดรถด้านหน้า  ร่างที่ก้าวลงมาจากรถสูงโปร่ง   เรือนผมสีดำขลับสะท้อนแสงแดดเป็นเงา เช่นเดียวกับต่างหูสีนิลที่ใบหูข้างหนึ่ง  การแต่งกายด้วยเสื้อกล้ามดำและกางเกงห้าส่วน รองเท้าผ้าใบตัวย่อ  N  ขับให้เจ้าตัวดูอ่อนกว่าอายุจริง

 

ใบเฟิร์นซึ่งเดินมานั่งที่โต๊ะรอมื้อเช้ามองออกไปและเห็นแขกแปลกหน้าเข้า   เขาคนนั้นไม่เดินเข้ามาข้างใน  ดวงตาจับจ้องเข้ามาด้านในร้าน  ไม่ได้มองเธอ  กำลังมองอะไร?   แสงแดดเช้าอาจจะไม่ร้อนนัก  แต่ก็ร้อนรับหนึ่งเพราะที่นี่คือประเทศไทย  ชายหนุ่มกลับไม่เดินเข้ามา

 

ท่าทางแบบนั้นมันมีพิรุธเอามาก ๆ  “ราฟ  มีคนมาด้อม ๆ มอง ๆ หน้าร้าน…  เป็นพวกทวงหนี้รึเปล่า หรือว่ามาตามหาใคร?”   สาวนักศึกษาย้อมผมสีน้ำตาลอ่อนรู้สึกไม่ไว้ใจ  แม้นชายด้านนอกร้านจะหน้าตาดีก็ตามที  แต่สายตาเหมือนจ้องจับผิด

 

“ใครเหรอ?”   ราฟาเอลส่งเสียงตอบมาจากด้านในครัว  มือกำลังบรรเลงปลดเปลื้องขอบขนมปังออกไปจากเรือนร่าวขาวนวลของขนมปังแผ่น   ให้มองเห็นเพียงความเปลือยเปล่า

 

ใบเฟิร์นกวักมือรัว “มาดูเองสิคะ  น่าจะเป็นคนต่างชาติ”   เธอไม่แน่ใจระหว่างคนจีนกับคนไทย  เพราะคนไทยเชื้อสายจีนมีมากอยู่…

 

เชฟเจ้าของร้านเดินมาหยุดข้างโต๊ะของหญิงสาว   เจ้าหล่อนเหลือบมองเชฟผมทองอย่างไม่ไว้ใจ  หรือไปทำอะไรไว้อีกแล้วเลยมีเจ้ากรรมนายเวรมาตามหา   ราฟาเอลเดินมามองตามที่เธอบอก   “อ๋อ  ฟาน มาที่นี่อีกเหรอ  สงสัยจะติดใจความรู้สึกวาบหวาม”   มันไม่น่าจะใช่นะ….

 

“รู้จักเหรอคะ?”   ยังไม่ทันได้คำตอบ  แขกแปลกหน้าผู้มาเยือนก่อนเวลาเปิดร้านพลันเปิดประตูเข้ามาข้างใน  ไม่สนใจสัญลักษณ์ CLOSE ที่ติดอยู่

 

“อรุณสวัสดิ์ฟาน  ร้านยังปิดอยู่เลยนะ  ฉันยังไม่พร้อม”  คำพูดธรรมดาออกจากปากคนประหลาด ก็ฟังดูสองแง่สองง่ามไปหมด

 

ชายสูงใหญ่ขยับตัวเข้าไปใกล้  ฝ่ายตรงข้ามก็มิได้ถอยหนี  ใช้สายตาเรียบ ๆ มองกลับ  “งั้นเหรอ ฉันลืมมองไปว่าร้านของนายเปิดกี่โมง”  คำตอบสุดแสนจะไม่ใส่ใจ

 

คำพูดและสีหน้าเรียบ ๆ ไร้อารมณ์ตกใจและรู้สึกผิดเรียกรอยยิ้มของคนฟัง  “โทรมาถามสิ  จะให้เบอร์ไว้โทรหาก็ได้นะ”  คนที่ต้องรับความปรารถนาดีส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ต้องการ……

 

ร้านอาหารที่ฮ่องกงซึ่งเขาทำงานอยู่เปิด 6 โมงเย็น

เป็นเวลาที่เขาจำได้แม่นยำที่สุด  รองลงมาคือเวลาที่ถูกนัดหมาย

 

ดวงตาสีฟ้าจ้องหน้าชายชาวจีนผู้มาเยือนคล้ายกับมีความคิดบางอย่าง  แต่ชายหนุ่มก็มิได้พูดออกมา  เมื่อโดนจ้องกลับแทนคำถามก็ยิ้มตอบ   ระหว่างนั้นฟานหยูก็เหลือบมองไปทางนักศึกษาหญิงที่เข้ามาอยู่ในร้านตั้งแต่ยังไม่เปิด  เห็นถังน้ำและผ้าขี้ริ้วใกล้ ๆ โต๊ะก็พอจะเดาได้

 

นึกแล้วว่าไม่ได้ทำความสะอาดเองทั้งหมด  ต้องมีแม่บ้านลับ   “ขอโทษที่มารบกวนเวลามื้อเช้านะครับ”  หันไปทักทายฝ่ายหญิงอย่างสุภาพ ต่างจากคนแรกโดยสิ้นเชิง

 

ใบเฟิร์นรีบสะบัดใบหน้า   “ไม่เป็นไรค่ะ  คุณฟานเพื่อนราฟ  ทานมื้อเช้าด้วยกันมั้ยคะ”  กลายเป็นเพื่อนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…

 

ชายหนุ่มผมทองยักไหล่  รู้จักกันหนึ่งวันก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้   “ฉันกำลังจะบรรเลงเพลงรักกับขนมปังพอดี  ชอบแยมสตอเบอรี่รึเปล่า?”

 

“ไม่ชอบเท่าไหร่   เอาเป็นว่าฉันจะทำมื้อเช้าให้ก็แล้วกัน  หักล้างเรื่องเมื่อวาน แล้วก็แทนคำขอโทษวันนี้ ที่มารบกวนตอนที่จัดร้านยังไม่เรียบร้อย”   คำพูดของหวัง ฟานหยูชวนให้สงสัย  ยังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมาทำอะไรที่นี่

 

แต่ก็ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธความหวังดี  การผูกสัมพันธ์ด้วยการแลกเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องแย่  กับพ่อครัวด้วยกันถือเป็นการแลกประสบการณ์   ชายชาวฝรั่งเศสผายมือให้พ่อครัวจากแดนไกลเดินไปที่ครัว  นาน ๆ ครั้งจะได้มีโอกาสทานฝีมือคนอื่น

 

สิ่งที่ฟานหยูหยิบขึ้นมาไม่ใช่ขนมปังที่ทำค้างเอาไว้  กลับกลายเป็นข้าวเก่าและเครื่องปรุงจากในตู้เย็น  ข้าวต้ม?  ข้าวผัด?  ที่แน่ๆใบเฟิร์นคงจะอดกลืนกินขนมปังปิ้งแยมสตอเบอรี่ที่อยากแล้ว   โบกมือลาขนมปัง.. say hello to ข้าวอะไรสักอย่าง…

 

พ่อครัวหยิบหม้อขึ้นมาก็สรุปได้ทันทีว่าคือข้าวต้ม

 

ราฟาเอลเดินเข้าไปในครัวบ้าง  เข้าไปดูการทำอาหารในระยะใกล้ชิด   “ทำข้าวต้มเหรอ  ร้อนแรงตั้งแต่เช้า”  เม็ดข้าวเก่าพวกนั้นจะถูกแปรรูปไป    เรื่องบนเตียงที่จืดชืดยังเปลี่ยนได้  ข้าวเก่าก็ถูกเปลี่ยนได้เหมือนกัน  ให้ร้อนแรงขึ้นมาใหม่

 

หนุ่มจีนที่ถูกทักเริ่มเปิดสกิลเบลอ    “ฉันคงไม่ร้อนแรงยามเช้ากับอากงของฉันหรอก”   ผมของคุณตาก็ยังไม่เถิกโล้นเป็นกระจกสะท้อนแสง..

 

ชายผมทองผิวปาก  “แล้วติดใจอะไรฉันเหรอก็เลยมาอีก  ฉันคิดว่าจะไม่มาแล้วนะ” ยิ้มเจ้าเล่ห์ ธุระจริง ๆ ของเมื่อวานนี้คืออะไรก็ไม่อาจรู้

 

ฟานหยูสายตาจับจ้องไปยังหมูบนเขียง   สองมือจับมีดสองเล่มสับเป็นจังหวะรัว   “ที่ตรงนี้กำลังจะเป็นกรรมสิทธิ์ของฉัน   เท่ากับว่าต่อไปสัญญาเช่าของนายจะต้องตกลงกับฉัน”  ในอนาคตที่อาจไม่ได้อยู่เมืองไทย  จะไว้ใจปล่อยพ่อครัวคนนี้เช่าที่ได้หรือไม่

 

“เห?   รู้สึกเหมือนเธอเอาปลอกคอหนังมาสวมให้ไม่มีผิด”   ปลอกหนังสีดำมีโซ่ ข้อตกลงสัญญา SM…   จินตนาการได้หลุดโลก

 

จังหวะสับหมูกระตุกไป 1 จังหวะ  พยายามทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร   “ฉันไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงที่ฝากฝังนายไว้กับอากงของฉันต้องการอะไร  แต่กว่านายจะเจอมันน่าจะใช้เวลานานมาก  ฉันควรจะพิจารณาเรื่องสัญญา”  ผู้ชายคนนี้แปลกประหลาด…

 

ในฐานะหลานชายเจ้าของที่ แม้อยากปล่อยไป แต่ควรจะทำให้มันเรียบร้อย  ต่อให้ไม่ต้องการที่ตรงนี้ก็ตาม  “ฉันจะให้คุณทนายมาคุยกันอีกที”   คุยข้อตกลงเมื่อเปลี่ยนมือเจ้าของ..

 

“อืม ๆ  เข้าใจแล้ว  ขอเป็นภาษาอังกฤษนะ  ถ้าเป็นภาษาไทย พวกคำกฏหมายในสัญญายาก ๆ ฉันยังไม่ถนัด”  แต่คำลามกล่ะถนัดนัก….

 

ลืมไปหรือเปล่าว่าคู่สนทนาก็ไม่ใช่คนไทยเหมือนกัน

 

สนทนาแล้วเหมือนสนทนากับหุ่น  เพราะไม่ยอมมองหน้าเวลาพูดด้วย  จับจ้องสนใจแต่อาหารที่กำลังทำอยู่  แต่ถึงแม้ฟานหนูจะไม่สนมองหน้าราฟาเอล  สายตาคุกคามจากฝ่ายตรงข้ามก็คอยจ้องให้รู้สึกอึดอัดอยู่ดี   ปานจะมองให้ทะลุทะลวง

 

“ฉันไม่ใช่พวกผู้หญิง  คงไม่ชอบใจสายตาของนายหรอกนะ”  ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง  แต่เดาได้ว่าต้องมีสายตาเจ้าเล่ห์

 

คำพูดของฝ่ายตรงข้ามแทนที่จะทำให้เคือง  กลับทำให้ยิ้มแย้ม    “ฟานนี่ขาดอะไรไปอย่างจริง ๆ นะ  ฉันสัมผัสได้”  มือแกร่งยกขึ้นไล้ข้างใบหน้าพ่อครัวชาวจีนแบบไม่ทันตั้งตัว  มือที่จับมีดสองข้างถึงกับชะงัก

 

ร่างกายแข็งทื่อ แต่หาได้ถอยหนี   “นายเป็นหมอดูผู้หญิงที่อากงเปิดดูเมื่อคืนรึไง”   วลีสุดท้ายของประโยคช่างเหมือนลอกกันมา…  เรียนภาษาไทยจากโทรทัศน์?

 

ราฟาเอลยิ้ม    “เธอทำให้ฉันนึกถึงเพื่อนร่วมงานเก่า  พ่อครัวขนมหวานที่ทำงานกับฉันได้ดีระดับหนึ่งเลยล่ะ  เพราะเขาไม่ค่อยใส่ใจคำพูดของฉัน”  คำพูดนั้นฟังดูไม่ใช่คำชม… หรือจะเป็นคำชม….

 

“แต่เขามีบางอย่าง  ที่เธอยังขาดอยู่”   ดวงตาสีฟ้ามองเข้าไปในดวงตาสีต่าง  มองลึกเข้าไป…   ขาด..  สิ่งที่ขาดไปนั้น….

 

หากตัวเขา “ขาด”  อีกฝ่ายก็ “ล้น”

คนสองประเภทที่มองเห็นและเข้าใจอีกฝ่ายได้….

 

ในที่สุดฟานหยูก็ละสายตาจากอาหารที่ทำอยู่   ดวงตาสีดำขลับมองสบตาคนที่คุยด้วย  ชายตรงหน้าพูดจาปกติก็ได้เหมือนกัน  แต่เป็นคำพูดสั่งสอนที่ไม่ได้ดูตัวเองสักเท่าไหร่   หรือรู้ตัวแต่ไม่แก้ไขกันแน่  เดาไม่ผิดคงจะเป็นอย่างหลัง ซึ่งตัวเขาก็เป็น

 

ฟานหยูรีบเปลี่ยนเรื่อง   “เพื่อนร่วมงานเก่าของนายคงเหงาแน่  ไม่มีคนพูดจาแปลก ๆ ใกล้ตัว”  ในเมื่อเข้ากันได้ดีระดับหนึ่ง  ก็คงรู้สึกเหงาหูพิกล

 

“ไม่หรอก  ดาเรนเขาเป็นชู้รักของภรรยาคนอื่น  ปกติก็ไม่ใช้เวลาร่วมกับพวกเราอยู่แล้ว”   ฟังแล้วถึงกับสับหมูต่อไม่ได้…   นี่สินะเพื่อนร่วมงานเก่าที่สามารถทำงานร่วมกันได้ดี?   ก็แค่ระดับหนึ่ง….

 

ฟานหยูถอนหายใจ  ไม่น่าถาม   ช่างน่าสงสัยว่าสังคมเก่าของชายข้างกายนี้เป็นอย่างไร  “นอกจากชู้รักคนอื่น เพื่อนร่วมงานนายมีแบบไหนอีกล่ะ?”

 

มือใหญ่ยกจับคางใช้ความคิด   “มีแต่คนน่าอร่อย ยกตัวอย่างเช่น  เด็กเสิร์ฟชายที่อาจจะยอมเสียพรหมจรรย์ได้ด้วย Tip”  เพื่อนร่วมงานที่น่าอร่อย…

 

คนฟังเชื่อว่าคนอื่นคงมีอะไรแปลก ๆ อีก    “คงหาคนที่ทนนายได้ยาก”   ลูกค้าก็จะมีแต่ผู้หญิงและคนชอบของแปลก  ส่วนเพื่อนร่วมงานก็หวาดหวั่นว่าจะโดนโลมเลียแทนอาหารเมื่อไหร

 

ราฟาเอลหัวเราะ  เรื่องราวของร้านอาหารที่เคยทำอยู่นั้นเป็นเรื่องในอดีต   สิ่งที่จะดำเนินต่อไปในประเทศไทยนี้คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่  เริ่มต้นร้านอาหารใหม่  และอาจจะเป็นการค้นหาเพื่อนร่วมงานใหม่ด้วยตัวเอง  มิใช่การสัมภาษณ์ผ่านเข้าไปทำงานผ่านเจ้าของร้านตัวจริง

 

ดวงตาคมจ้องมองชายหนุ่มชาวจีนที่เพิ่งกลับไปจับมีดทำอาหารต่อ  หมูที่สับจนได้ที่แล้ววางพักเอาไว้ด้วยการปลุกรสอ่อน ๆ  จากนั้นเจ้าตัวก็หันไปดูน้ำซุปที่จะใช้ทำข้าวต้มง่าย ๆ ยามเช้า  การเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายแต่รวดเร็ว  รสชาติข้าวต้มจากชายผู้ใจเย็น คงร้อนรุ่มน่าดูเมื่อได้กลืนผ่านหลอดอาหาร…

 

เขานึกถึงคำพูดหนึ่งจากหญิงซึ่งเคยเป็นเจ้านายเก่า  การแยกทางจากร้านคาเฟ่ที่นิวยอร์ค มันไม่ใช่การบอกลาที่ไม่ดี  ไม่ใช่การลาออกและไม่ใช่การไล่ออก    นายควรจะเดินทาง’  หญิงคนนั้นบอกเอาไว้  บอกให้เขาจิ้มหาสถานที่ที่จะไปในแผนที่โลก

 

“เลิกจ้องฉันซะที  ฉันทำอาหารแบบปกติ  ไม่มีอะไรพิเศษแบบนาย”  ฟานหยูไล่แบบไม่อ้อม  การทำอาหารก็คือการปรุงอาหาร

 

ราฟาเอลหลุดจากภวังค์ความคิด  เผลอมองแล้วคิดไปไกล  โชคดีที่ตอนนั้นไม่จิ้มโดนอลาสก้าหรือเอเชียกลาง  “Simple Sex สินะ”  ใช่ที่ไหน…..

 

ในชีวิตนี้เขาเคยทำงานกับพ่อครัวแค่คนเดียว  และไม่ใช่พ่อครัวอาหารคาว   “ฟาน”  อาหารของเธอจะเย้ายวนขนาดไหน

 

ลีลาร่วมรักของพ่อครัวชาวจีนจะเป็นแบบไหนกัน   “มาลองทำงานด้วยกันไหม 2 3 วันก็ได้ หรือจนกว่าเธอจะกลับไปก็ได้  เธอจะได้รู้จักฉัน”  รู้จักให้ลึกซึ้ง…

 

มาช่วยกันทำให้ลูกค้าหิวกระหาย จนร่างกายทนไม่ได้

 

คำชักชวนนั้นดึงให้หลานชายเจ้าสัวเอกนภากันมอง  ตะลึงและตกใจ  ถามว่าเขาอยากรู้จักฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ คำตอบก็คือไม่ค่อย  จะรู้จักก็ได้ ไม่ก็ได้  แต่ฝีมือเป็นของจริงอย่างที่คุณตาบอกเอาไว้  มันอาจจะเป็นการก้าวขาเข้าสู่กับดักที่อากงวางไว้เพื่อลากดึงมาอยู่ประเทศไทย

 

“ฉันไม่ได้พูดเลยว่าอยากรู้จักนาย”  ดวงตาสีดำจับจ้อง   เป็นแค่เชฟที่บังเอิญได้มารู้จักกันหลังเหยีบแผ่นดินเมืองไทย

 

คิ้วสีอ่อนเลิกขึ้น   “ฉันว่าพูดนะ?”  คิดย้อนอีกครั้งมันก็อาจจะเป็นการทำความรู้จักก็เป็นได้…  เพื่อพิจารณาสัญญาเช่าร้านต่อไป…. ขุดหลุมฝังตัวเอง

 

นอกจากเรื่องนั้นแล้ว   หวัง ฟานหยูมีเป้าหมายในทางอาชีพ  คือการเป็นเชฟที่มีฝีมือ  จริงจังกับเส้นทางนี้  เพราะฉะนั้น…   “ก็ได้”  ชายหนุ่มรับคำท้า(?)   อย่างน้อย ๆ ก็มีอะไรให้เก็บกลับไปฮ่องกงมากกว่าครั้งก่อน ๆ

 

ราฟาเอลยิ้มกับคำตอบ   “ยินดีที่ได้ใช้ครัวร่วมกัน  ฉันจะคอยดูความร้อนแรงของเธอ”  พ่อครัวสองคนในห้องครัวอันเป็นสถานที่บรรเลงเพลงรัก  คือการร่วมรักแบบสอดผสาน

 

มือใหญ่ยืนมาเป็นสัญลักษณ์ของการกระชับมิตร   คนรู้จักที่แสนผิวเผิน  ลึกลับแต่ไม่น่าค้นหา…   “ทำอาหารตะหาก”    หนุ่มจีนยื่นมือไปสัมผัสตอบ  จากวันพรุ่งนี้ถึงวันสุดท้ายของการลองทำงาน  คงได้คำตอบในหลาย ๆ เรื่องซึ่งต้องตัดสินใจ

 

คนหนึ่งถูกส่งมาเพื่อให้ค้นเจอ “บางสิ่งบางอย่าง”  เพื่อคนรอบข้าง

คนหนึ่งนั้นขาด “บางสิ่งบางอย่าง”  ที่ควรจะมีให้กับคนรอบข้าง

 

ร้านอาหารนี้คือจุดนัดพบของรสชาติที่ขาด ๆ เกิน ๆ

 

ทว่ามุมหนึ่งที่สองคนนั้นอาจลืมไป หรือแม้แต่คนอ่านก็ยังลืมไปแล้ว  นักศึกษาสาวผมย้อมสีน้ำตาลกำลังนั่งท้องร้องด้วยความหิว สงครามในท้องกำลังดุเดือด  สายตาของเธอจับจ้องไปทางพ่อครัวสองหนุ่มซึ่งมัวแต่พูดคุยกัน  เจ้าหล่อนไม่รู้ว่าควรจะโมโหหิวหรือปลงแล้วไม่รอดี…

 

“หิวจะแย่แล้วนะ..จะจีบกันอีกนานมั้ยคะ….”  ใบเฟิร์นบ่นพึมพำแบบสิ้นหวัง    นี่สินะการเกิดมาเป็นผู้หญิงที่โผล่มาในนิยาย Boy Love(?)   แล้วเธอก็นั่งกดโปรแกรมไลน์ต่อไปเพื่อให้ลืมความหิวโหยในกระเพาะอาหาร  ถ้าไม่ได้ทานสักที  วันนี้จะไม่มาล้างจาน(?)….

 

บทสนทนาระหว่างชายสองคนนั้นช่างเหมือนพวกนิยายอีโรติกที่เคยอ่าน  หากหลับตาจะไม่มีทางเห็นภาพการทำอาหาร..  นี่ล่ะคือความพิเศษของ Rafael’s Kitchen  ไม่มีใครเหมือน และคงไม่มีใครเลียนแบบ ถึงจะมีพ่อครัวเพิ่มก็ไม่มีพนักงานธรรมดาอยู่ดี….

 

หรือนี่จะเป็นปฐมบทของการตามหาปาตี้เพื่ออัพเลเวลของชีวิต….

และเปิดทางไปสู่ “รสชาติ” ของความรัก….

 

ทนายสวมแว่นตาเดินผ่านประตูรั้วบ้านอันแสนอบอุ่น  นัยน์ตาเหลือบเห็นเจ้าของบ้านยังรับลมอยู่ในสวน เจ้าสุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ก็วิ่งเล่นอยู่ไม่ห่าง  ใบหน้าที่มีริ้วรอยของวัยแลดูมีความสุข  สองหูสวมใส่หูฟังสดับเพลงเชื่องช้า  เพลงภาษาจีนที่ชวนให้คิดถึงลูกสาว

 

ชายอายุเลขสามเดินไปหยุดข้างเก้าอี้  ทนายประจำตัวมาถึงชายชราจึงถอดหูฟังออก    “ดูคุณเอกนภามั่นใจนะครับ ว่าคุณฟานหยูจะไม่กลับฮ่องกง”   ดวงตาใต้แว่นจับจ้อง   ทุกครั้ง ทุกครั้ง ชายชราไม่เคยจะหว่านล้อมสำเร็จเลยสักครั้งเดียว

 

“ถึงอั๊วจะไม่ได้อยู่กับฟ้าตลอด  แต่อั๊วรู้จักนิสัยฟ้าดี”   ริมฝีปากหยักยิ้มเมื่อนึกถึง  ข้อเสียอย่างเดียวที่ทำให้ความรักไม่เคยไปรอด  แต่งานกลับไปได้…  นั่นคือการใส่ใจจริงจังกับเส้นทางเชฟ

 

ทนายวิศรุตเผลอคิดว่าทุกอย่างเป็นแผนการมาตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนหรือเปล่า  การที่อาคารหลังนั้นทำเป็นร้านอาหารตามที่รับปากรุ่นน้อง  ตบปากรับการฝากฝังง่าย ๆ  แต่มันคงไม่ใช่  เจ้าสัวเอกนภาไม่เจ้าเล่ห์ขนาดนั้น   เพราะจุด ๆ หนึ่งคนเราก็ต้องพบกับเส้นทางใหม่  แม้จะเดินทางบนเส้นทางเดิม ๆ  “คงต้องเตรียมเรื่อง Work Permit ล่ะครับ”

 

“คนหนึ่งก็ขาด คนหนึ่งก็เกิน  อั๊วว่าเป็นการจับคู่ที่ดีนะ”  เจ้าสัวใหญ่คลี่ยิ้มพลางมองไปยังท้องฟ้าซึ่งเริ่มเปลี่ยนสีฟ้าครามเป็นส้มอ่อน   สิ่งที่ขาดกับสิ่งที่เกินรวมกันจะเกิดเป็นสมดุลที่พอดีกัน

 

“ก็คงงั้นล่ะครับ” อาจจะมีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นในร้านอาหารแห่งนั้นก็เป็นได้…   หลังจากนี้ ….

 

เหมือนกับสูตรอาหาร.. ที่ไม่สามารถมีเพียงวัตถุดิบหลักได้

ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างรวมกันเป็นอาหารจานหนึ่ง

 

มนุษย์มีความหลากหลายทางนิสัย เชื้อชาติ ลักษณะภายนอก  การจะอยู่ร่วมกันต้องมีจุดร่วม    วัตถุดิบและการปรุงรสอาหาร ก็มีความหลากหลาย และมีข้อจำกัดในการใส่ส่วนผสม  เพื่อให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด  รสชาติความรักก็เช่นกัน…

 

พ่อครัวมีหน้าที่ปรุงอาหาร

แต่พ่อครัวเพียงคนเดียวไม่สามารถปรุงรสความรักได้

 

Rafael’s Kitchen เปิดบริการแล้ว

 

 

————————————

Free Talk : บทนำของเรื่องปาเข้าไป 40 หน้า A4… แถมคิดว่าจะเขียนรีไรท์อีกทีหลัง ฮา.. (ถ้างานไม่เข้า) ฉากหื่นๆใส่อาหารนี่มันเขียนยากมากจริงๆ ใช้คำสองแง่สองง่าม เขียนฉากเรท NC อาจจะง่ายซะกว่า TTvTT อ่า…อีโรติกคอมเมดี้(?)

สมาชิกในร้านอาหารยังไม่ครบ น้องใบเฟิร์นก็ไม่ใช่พนักงานประจำ แค่มาช่วยเป็นพักๆเฉยๆ

ปล. เรายังกินอาหารปกตินะ ฮ่าๆๆๆ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 04/29/2014 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: