RSS

[BL Novel] Love is delicious : Love Menu 1 : Part 1

03 พ.ค.

อาหารนั้นมีสูตรเป็นพื้นฐาน  การกระชับและสานความสัมพันธ์กับผู้อื่นก็มีพื้นฐานของมารยาทมาเกี่ยวข้อง  นอกเหนือจากพื้นฐานเหล่านั้นก็คือวิธีการเฉพาะตัวของแต่ละคน  รวมไปถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ช่วยเป็นตัวเสริม  จะในฐานะเชฟหรือในฐานะคน ๆ หนึ่งก็เหมือนกัน

 

โลกที่ผู้คนอาศัยอยู่เป็นสังคมขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตา  ลักษณะนิสัยมีเป็นพันเป็นหมื่นล้าน  ส่วนผสมของอาหารก็เช่นกัน  มองลึกลงไปแล้วจะพบสิ่งที่คล้ายกันอีกมาก   ของทุกสิ่ง คนทุกคน ไม่สามารถอยู่ตามลำพังได้ ต้องเป็นสังคม…

 

รสชาติก็สามารถใช้นิยามความสัมพันธ์ของคนได้เหมือนกัน

 

            เปรียบคนสองคนเป็นเนื้อสองชนิด  จะเอามาทำอะไรได้บ้าง?  ทำอาหารจานแยก ทำอาหารจานเดียวกัน จะปรุงรสแบบไหน จะผ่านกรรมวิธีอะไร  จะทำคนเดียว จะช่วยกันทำ  เป็นอาหารชาติอะไร ความเป็นไปได้แตกแขนงเหมือนใยแมงมุม  ถ้าคิดกันเองสองคนไม่เกิดผลอะไร ก็จำต้องมีตัวกลางและคนรอบข้างเข้ามาเกี่ยวพัน

 

All people are stranger with each other at the first time,

but they connect with invisible line.

 

Someday those two guys will probably become a true buddy

 

 

{Love Menu 1}

{Diary of Girl Next Door}

 

 

แสงไฟนีออนริมถนนติดให้แสงสว่างเมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ลาลับท้องฟ้า   ป้าย Open หน้าร้านอาหารถูกพลิกกลับเป็น Close หญิงสาวในชุดเสื้อยืดลายแมวกางเกงกีฬาห้าส่วนเดินถูกพื้นภายในร้านอาหาร  ขมักเขม้นทำความสะอาดตามลำพังคนเดียวไม่มีผู้ช่วย  ช่างเหมือนซินเดอเรลล่าที่หลงมาอยู่ผิดที่ผิดทางในนิยาย Boy Love ตัวละครหญิงจึงไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร

 

ใบหน้าเปลือย ๆ ไม่มีสิ่งแต่งแต้มเมื่อไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยมีประกายขุ่นเคือง  เจ้าสิ่งที่ทำให้เธอทำหน้าบึ้งตึงก็คือพื้นที่มีรอยเหนียว  ซากอารยธรรมที่ลูกค้าทำหกเอาไว้แล้วไม่ได้เช็ดให้สะอาดตั้งแต่แรก  สาวคนนั้นคงมัวแต่มองหน้าเจ้าของร้านเสียจนไม่ระวังแก้วน้ำตัวเอง  ส่วนเจ้าของร้านก็มัวแต่ดูแลไม่ยอมทำ…

 

หญิงผู้รับหน้าที่ทำความสะอาด

เธอคือสมาชิกคนที่ 0.5 ของร้านอาหาร(?)

 

ทำไมจึงเป็นสมาชิก 0.5 คงต้องอธิบายภายหลัง  อยู่บ้านก็ใช่ว่าจะชอบทำความสะอาดหรอกนะ….   “ใบเฟิร์น  ทำเสร็จแล้วอย่าเพิ่งหนีกลับล่ะ มีของจะให้”  เธอฟังคำแล้วตอบกลับไปด้วยเสียง อื้อ ๆ  ไม่อยากตอบอะไรมากมาย

 

“ตอบแต่เสียงอื้อ ๆ ฉันจะเข้าใจว่าเธอทำอย่างอื่นอยู่นะ”  ดูเหมือนคนถามจะไม่พอใจในคำตอบผ่าน ๆ แบบนั้น  คิ้วเธอกระตุก

 

“ค่ะ!!!” หญิงสาวผมยาวแผดเสียงตอบเข้าไปในห้องครัวให้คนถามพอใจ  อย่าได้จินตนาการให้เธอแปดเปื้อนไปถึงไหน ๆ เลย…

 

อะแฮ่ม….   ฉันชื่อ ณัฐกานต์  พงศ์ไพบูลย์  เกิดเช้าวันอาทิตย์  พ่อแม่ก็เลยไปขอชื่อมงคลจากหลวงพ่อที่รู้จักกัน   ส่วนชื่อเล่นชื่อว่าใบเฟิร์น  เพราะพวกท่านอยากให้ลูกชื่อสองพยางค์   ตอนนี้เรียนอยู่คณะบัญชี ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง    บ้านของฉันตั้งอยู่บ้านเลขที่ 68 ซอย XX  ถนนเอกมัย แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา  กรุงเทพมหานคร  เป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน

 

อ๊ะ..เอ๊ะ  ฉันพูดมากไปแล้วเหรอคะ?   งั้นแนะนำตัวแค่คร่าว ๆ เพราะหลายคนคงไม่อยากรู้เรื่องของฉันสักเท่าไหร่   บ้านของฉันปลูกติดกับอาคารของเจ้าสัวที่มีชื่อว่าเอกนภา  คนแถวนี้รู้ว่าเจ้าสัวมีที่ดินเยอะมากมาก มากขนาดไหนฉันก็ไม่ตามสืบหรอก  ที่สำคัญตอนนี้ที่ข้าง ๆ บ้านของฉันเปิดเป็นร้านอาหารล่ะค่ะ  ร้านอาหารตะวันตกสไตล์คาเฟ่  ชื่อว่า Rafael’s Kitchen  ฉันกับที่บ้านเลยได้ฝากท้องกับบ้านข้าง ๆ ไม่ต้องเผชิญหน้ากับรสมือแม่ที่เปลี่ยนอาหารเป็นเถ้าถ่านได้ โดยที่ไม่ต้องเป็นยอดมนุษย์ในหนังซุปเปอร์ฮีโร่…..

 

ดวงตาสีดำของชาวสยามมองเข้าไปยังห้องครัว  เห็นแผ่นหลังของชายผมทองในชุดสีขาว เขาคนนั้นกำลังพยายามทำตัวเกาะแกะคนข้าง ๆ อยู่   เชฟที่นี่ชื่อว่า ราฟาเอล เอริค  ฉันเรียกเขาว่า ราฟ  คนออกเรียกไม่ชัดอาจจะกลายเป็นคำว่า [หลาบ] เขาบอกว่าเขามาจากนิวยอร์ค แต่เป็นคนฝรั่งเศส  อาศัยอยู่ที่เมืองไทยได้ 2 ปีแล้วล่ะค่ะแต่ยังพูดภาษาไทยแบบประหลาด ๆ ไม่รู้เรียนมาจากไหน

 

เชฟหนุ่มเดินออกมาจากภายในสถานที่ร่วมรักของเขากับอาหาร  ในมือแกร่งที่กระทำชำเราลูบเล้าอาหารมาทั้งวันยื่นกล่องพลาสติกใสสีอ่อนมาให้นักศึกษาสาวผมย้อมสีน้ำตาลอ่อน   “มื้อเช้านะไว้ทานกับที่บ้าน  ใช้ไมโครเวฟอุ่นไม่ต้องนาน  ไฟราคะร้อนรุ่มเกินไปแทนที่ข้าวจะรู้สึกดี มันจะไหม้เอา”  นี่คงเป็นเหยื่อ(?)รายสุดท้ายที่ชายหนุ่มร่วมรัก…เอ่อ  ทำอาหารในครัวนั่น

 

เธอผงกศีรษะหงึก ๆ  “ขอบคุณค่ะ กลับไปจะรีบแช่ในตู้เย็นจะได้ไม่เสียก่อน”  ของที่อยู่ในกล่องพลาสติกใสคือไก่อบสับปะรด  อย่าถามว่ากรรมวิธีเป็นอย่างไร…  เปิด Google จะได้วิธีการที่ถูกต้องเสียกว่า  อธิบายในที่นี้จะกลายเป็นภาคพิศดาร

 

แล้วฉันมาเกี่ยวข้องกับร้านนี้ได้ยังไงน่ะเหรอ?  นี่แหละคือที่มาของชื่อสมาชิกคนที่ 0.5 ล่ะค่ะ  ราฟบอกว่าเป็นคนข้างบ้านเลยไม่ต้องจ่ายค่าอาหาร  พ่อกับแม่เกรงใจก็เลยส่งฉันมาช่วยงานที่ร้านอาหารนี้เป็นพัก ๆ เป็นการตอบแทนน้ำใจ เพราะงั้นฉันคงเรียกตัวเองว่าเด็กทำงานพิเศษไม่ได้..  เป็นแค่คนมาช่วยเฉย ๆหรือที่เรียกว่าสมาชิก 0.5 นั่นเอง

 

ตอนแรกก็เคยหลงเสน่ห์เชฟหนุ่มรูปหล่อจนเก็บไปเพ้อ

แต่ความจริงมันกระชากกลับมาจากความฝัน…

 

ชายผมดำในชุดพ่อครัวสีดำเดินออกมาจากครัวอีกคน  เส้นผมสีดำขลับดูกลมกลืนไปกับสีเสื้อ  “บ้านอยู่ข้าง ๆ  ก็ไม่ควรกลับมืดค่ำหรอกนะ  กว่าร้านจะปิดก็ดึก  ไหนจะตื่นไปเรียนอีก  การจราจรในกรุงเทพตอนนี้เลวร้ายนี่”   ใบเฟิร์นฉีกยิ้มแห้ง ๆ ให้  ถ้าไม่ทำตอนนี้เจ้าของร้านก็ใช่ว่าจะทำกัน….

 

คนนี้คือคุณหวัง ฟานหยูค่ะ หลานชายของเจ้าสัวเอกนภาเจ้าของที่นี่   เป็นคนจีนแต่ผู้ภาษาไทยได้คล่องมาก ยกเว้นพวกศัพท์ยาก ๆ ที่ไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ใช้ผิด ๆ ถูก ๆ แบบราฟ เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีเลยล่ะค่ะ   ถ้านิยามแบบวัยรุ่นหน่อย ก็ Cool คนละขั้วกับพ่อครัวในร้านอีกคนอย่างสิ้นเชิง

 

“ฟานอยากใช้เวลาผ่อนคลายหลังเลิกงานกับฉันสินะ”  ถือโอกาสวาดวงแขนลงพาดโอบไหล่พ่อครัวเฉพาะกิจของร้าน

 

ดวงตาสีเข้มกว่าไม่แม้แต่จะเหล่มอง  “ร้านปิด ฉันก็กลับบ้านไปดูอากง”  หาได้ค้างที่ร้านอาหารแห่งนี้ทั้งที่ยังมีห้องว่าง  แม้มันจะสะดวกในการทำงานเช้ามากกว่า

 

“จะลองค้างซักครั้งไหม  เผื่อจะติดใจยิ่งกว่าในครัว”  ใบหน้าคมยื่นไปเป่าลมข้างใบหู คำเชิญชวนมองแล้วสยิวแทน….

 

ใบหน้าฟานหยูช่างเรียบเฉยเหมือนคนตายด้าน  สุดท้ายก็ใช้มือยันหน้าเจ้าพ่อครัวหื่นกามออกไปห่างๆ  “ไม่ดีกว่า  เผื่อจะสยองแทนติดใจ”

 

สองคนนี้เริ่มทำงานด้วยกันมาได้ 3 วันแล้วล่ะค่ะ  เวลาที่ฟังพวกเขาคุยกัน ฉันนึกว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันในครัวซะอีก…  อย่างกับหนังต่อสู้ต้นทุนต่ำไร้เสื้อผ้าที่หลายคนชอบเทรดแผ่นกัน แต่เป็น version ผู้ชายกับผู้ชาย  เมื่อก่อนมีราฟเพียงคนเดียว มันเหมือนผู้ชายช่วยตัวเองด้วย Sex Phone ตอนนี้มีคู่สนทนาด้วย ช่างเหมือนมีคู่ขาทำอะไรอยู่ในครัว  คนหนึ่งนิ่ง ๆ คนหนึ่งรุกใส่  เสริมสร้างจินตนาการได้ดีเลยค่ะ…

 

สองคนนี้เขาเป็นคู่หู(?)ที่ยังดูขาด ๆ เกิน ๆ

 

วันแรกที่ทั้งคู่เริ่มทำงานร่วมกันในครัวนั้น  ราฟกับคุณฟานหยูตกลงแบ่งงานกันด้วยประเภทของอาหาร  หยิบเมนูมาแบ่งออกคนละครึ่ง  ไม่เกี่ยวกับว่าใครถนัดอะไร  เพราะเชฟจีนต้องปรับรสชาติอาหารให้ถูกปากของลูกค้าคนไทย เรื่องความถนัดที่เคยมีจึงยกตั้งไว้เลย  วันนั้นชายหนุ่มจึงได้การบ้านกลับไปขนานใหญ่

 

วันที่สองของการทำงาน  อะไร ๆ มันก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แต่ก็ยังขาด ๆ เกิน ๆ อยู่  วันนั้นลูกค้าไม่เยอะ  ทั้งวันจึงหมดไปกับการลองปรับรสชาติอาหารของเชฟจีน  โดยมีเชฟฝรั่งเศสคอยช่วย…เอ่อ… ช่วยก่อกวนด้วยเรื่องอีโรติก  ท้ายของวันจึงจบลงด้วยชายหนุ่มมาขอให้เธอช่วยไปซื้อของให้หน่อย…

 

วันที่สามของการทำงานด้วยกัน   ใบเฟิร์นซื้อของมาให้ตามที่เชฟจีนออเดอร์ให้  ของนั้นก็คือเทปกาวนั่นเอง…  ชายหนุ่มชาวจีนลงมือแปะเทปกาวลงกลางห้องครัวเพื่อแบ่งฝั่งใครฝั่งมัน  ระหว่างการทำงานไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยว  เธอรู้สึกว่าหลังจากวันนั้นการรุกของเชฟฝรั่งเศสมันเพิ่มขึ้น….

 

สุดท้าย… สกิลเบลอของหลานชายเจ้าสัวเอกนภา

ก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วใน 3 วัน…..

 

ใบเฟิร์นมองไปทางหวัง ฟานหยูที่โดนเชฟประหลาด ๆ คนนั้นคอยแทะเล็ม  เธอรู้สึกเห็นใจแต่ไม่อาจทำอะไรได้  วันแรกที่เธอได้พบเขาจนถึงวันนี้  เธอรู้สึกว่าหนุ่มชาวจีนคนนี้ใกล้จะบรรลุวิทยายุทธปิดตายอารมณ์ความรู้สึก  ถ้าไม่มีคนปกติ ๆ อยู่ที่นี่บ้างคงแย่แน่ ๆ ตัวละครหญิงยิ่งมีบทบาทน้อยในเรื่องราวแบบนี้เสียด้วย…

 

“ฉันทำความสะอาดหมดแล้ว  ฝากราฟเก็บไม้ถูพื้นด้วยนะคะ”  เธอรีบยัดเยียดให้ชายผมทองมีของถือเต็มมือ  มือจะได้ไม่ว่างไปเกาะแกะคนรอบข้าง

 

“ฉันก็กำลังจะกลับ งั้นฉันจะเดินไปส่งหน้าบ้าน   ไปล่ะราฟาเอล  เจอกันพรุ่งนี้”   ใช้เพียงสายตามองเป็นการลาเพื่อนร่วมงานชั่วคราว  ช่างดูห่างเกินกันเหลือเกิน

 

“เมื่อไหร่จะเรียกราฟน่ะ  ราฟาเอลมันยาวเกินไปนะ เวลาจะหลุดปากคราง”  ใบเฟิร์นได้ยินก็ดึงแขนเสื้อของเชฟในชุดดำออกเดินไปอย่างไว

 

ชายหนุ่มและหญิงสาวเดินมาหยุดตรงหน้าประตูบ้านข้าง ๆ บ้านที่มีป้ายเล็กติดตรงใต้ตู้จดหมายว่า [พงศ์ไพบูลย์]  เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาส่งเลย  เพราะงั้นต่างคนต่างก็รู้ว่ามันเป็นข้ออ้างในการออกมาแบบไม่ต้องต่อความที่ไม่จบง่าย หากไม่ตัดบท

 

เธอยกมือไหว้ชายอายุมากกว่า   “ขับรถกลับดี ๆ นะคะคุณฟาน  ถนนกรุงเทพไม่ค่อยมีรถ แต่ระวังเด็กแว๊นนะคะ”  ใบหน้าใสประดับรอยยิ้ม  เตือนคนอายุมากกว่าอย่างเป็นห่วง

 

ฟานหยูเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายกับประมวลอยู่ว่าศัพท์เด็กแว๊นคืออะไร  ไม่นานก็นึกออก  “อ๋อ  คล้าย ๆ กับแก๊งค์ซิ่งสินะ”

 

สมาชิก 0.5 ของร้านครัวราฟาเอลสะดุ้งเมื่อโดนมอง   “เมื่อกี้เธอจงใจดึงฉันออกมาสินะ  ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้”  โดนทักท้วงเข้า  เธอก็ยืนใช้นิ้วจิ้มกัน….

 

“อ่า..อ่า… ฉันแค่คิดว่าขนาดฉันเป็นผู้หญิง ยังรู้สึกรำคาญที่ราฟพูดจาแทะเล็มเลย  คุณฟานเป็นผู้ชายก็คงอึดอัด”  หากไม่ได้ชอบผู้ชายด้วยกัน  เจอแบบนี้คงเซ็งแน่..  บางคนก็คงกลัว  แบบพวกลูกค้าผู้ชายที่หายไปเลยนั่นไง  ในเว็บบอร์ดคุณภาพเคยมีคนไปบ่นบ่อย ๆ….

 

ชายอายุมากกว่าจ้องมองหญิงผู้หวังดีนิ่ง ๆ ก่อนที่เขาจะยิ้มให้  “ขอบคุณที่เป็นห่วง”  ทั้งที่รู้จักกันได้ไม่นาน ไม่ถถึงสัปดาห์ด้วยซ้ำ

 

“พักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ รับมือราฟทั้งวันคงเหนื่อยแย่แล้ว  ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” เธอโบกมือไปมา  เธอชอบนะเวลาที่เขายิ้ม  แต่ตอนที่อยู่ในร้านจะหน้าตึง ๆ ชอบกล…

 

เรียวปากคมหยักยิ้มบาง   “นั่นสินะ  ราตรีสวัสดิ์”  แล้วเชฟจีนก็หันหลังเดินไปหารถยนต์ที่จอดไว้แถวนั้น  ใบเฟิร์นยังคงยืนมองจนกระทั่งเขาขับรถออกไป  ลูกค้าร้านไม่ได้มีมาก  ถ้าจะเหนื่อยก็ต้องเหนื่อยใจจนพาลเหนื่อยกายกับเพื่อนร่วมงานนี่ล่ะ….

 

บางครั้งและหลาย ๆ ครั้ง ต่อให้เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน  เธอก็คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะปริปากบ่นออกมาบ้าง  กลับไม่พูดอะไรออกมาเลยสักอย่าง  ถ้าเป็นผู้ชายทั่วไปคงมีต่อยหน้ากันไปแล้ว  ช่างมีความอดทนกับพ่อครัวหื่นกามได้ดีจริง ๆ  จนบางครั้งเธอก็คิดว่าราฟาเอล เอริคจงใจแกล้ง…. ก็เพราะหวัง ฟานหยูดูตายด้านแบบนี้น่ะสิ

 

“ถ้ามีคนธรรมดา ๆ มาเป็นเพื่อนคุยบ้าง  คุณฟานจะดีขึ้นกว่านี้มั้ยน๊า”   จากที่เหมือนน้ำแข็งที่ทวีความเย็นขึ้นทุกวัน   หรือปล่อยไว้นาน ๆ สองคนนั้นจะเสร็จกันเอง…..

 

ค่ำคืนวันนั้นก็เป็นอีกคืนหนึ่งที่เธอเฝ้าภาวนา…

ขอให้มีคนธรรมดา ๆ เข้ามาทำงานที่ร้านนี้บ้างเถอะ…..

 

ช่วงเวลาที่การจราจรแน่นขนัดที่สุดคือช่วงเช้า ช่วงเที่ยง และช่วงเย็นอันเป็นเวลาเลิกงานและเลิกเรียน  เป็นโชคดีที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในแนวของรถไฟฟ้า   นักศึกษาจึงสะดวกในการเดินทาง  อาจมีการต่อสู้แย่งชิงที่ขนส่งสาธารณะเล็ก ๆ เป็นบางวัน

 

แต่ละตึกคณะมีนักศึกษาในเครื่องแบบเดินเข้าออก  ระเบียบแต่ละคณะเข้มหรือผ่อนปรนสามารถดูได้จากสไตล์การแต่งตัวของแต่ละคน   และนอกจากเครื่องแบบธรรมดาก็มีเสื้อช้อป เสื้อกาวน์  ซึ่งเครื่องแบบเหล่านี้จะไม่โดนพูดถึงเพราะนี่คือคณะบัญชี…

 

นักศึกษาสาวข้างบ้านซึ่งวันนี้ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางมาอย่างดีนั่งทำหน้ามุ่ย  ชีทการบ้านบนโต๊ะยังคงไร้ซึ่งรอยปากกาเขียน  ใจของเธอล่องลอยคิดไปถึงเรื่องอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับการเรียน   ipad ของเธอเปิดหน้าเว็บไซด์รวมงาน Part-Time เพื่อรวบรวมข้อมูลอะไรบางอย่าง

 

ใบหน้าบึ้งตึงของเธอชวนให้เพื่อนร่วมโต๊ะสงสัย    ชายหนุ่มผมน้ำตาลซึ่งนั่งเล่นเครื่องเล่น PSP มาพักใหญ่ ๆ เงยหน้าขึ้นจากจอเกม   “เป็นอะไรไปล่ะเฟิร์น  ทำการบ้านอาจารย์ไม่ได้เหรอ  พี่สอนให้เปล่า?”

 

ใบเฟิร์นสะบัดใบหน้ารัว ๆ  เธอเงยสายตาขึ้นจาก ipad พลางจ้องหน้าหนุ่มนักศึกษาแต่งกายสะอาดสะอ้าน  “ไม่ใช่เรื่องการบ้านหรอกค่ะพี่”

 

“อ่า เหรอ  งั้นก็ดีแล้ว  พี่เล่นเกมต่อ”  คนถามก้มหน้าหาจอเครื่องเกมมือถือ  มือทั้งสองข้างกดรัว  ภาพในจอเป็นฉากอัศวินตะลุยกองทัพนับ 1000 คนตามลำพัง  เล่นไม่สนใจรุ่นน้องเลยทีเดียว…

 

แนะนำเพิ่มเติมค่ะ  คน ๆ นี้อาจจะเป็นแค่ตัวประกอบก็ได้ฉันก็ไม่รู้   ผู้ชายที่ติดพันเล่น PSP ข้างหน้าฉันชื่อ คณากร บุญพิทักษ์  หรือว่าพี่เชนค่ะ  เป็นพี่รหัสในคณะบัญชีของฉันเอง  พี่เขาอยู่ปี 3  อื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ  เหมือนหนุ่มมหาลัยทั่ว ๆ ไป  ธรรมดาเมื่อเทียบกับพวกคนในร้านนั้น….

 

คนธรรมดาที่เธอต้องการ….  แล้วใบเฟิร์นก็กลับมานั่งกลุ้มใจต่อ  เธอมองไปที่ ipad  ในนั้นเห็นข้อความประกาศรับสมัครพนักงานพาร์ตไทม์และประจำของร้าน Rafael’s Kitchen  เจ้าของร้านไม่ได้เป็นคนทำ แต่เจ้าหล่อนเป็นคนแอบทำขึ้นมาเอง…  และยังไม่มีใครติดต่อเข้ามาเลย

 

คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนยุคใหม่ชอบทำงานพิเศษตามร้านหนังสือ  ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาเก็ต  คงยากที่จะมาทำในสถานที่ซึ่งเดินทางลำบาก  สมาชิกคนที่ 0.5 ของร้านครัวราฟาเอลถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

….เธอจะต้องหาเหยื่อสังเวยเพิ่ม…ถึงจะช่วยคุณฟานหยูได้…

 

พี่รหัสไม่ได้เงยหน้ามาเห็นเองก็รู้ว่ารุ่นน้องนั่งถอนหายใจอยู่   “ถอนหายใจมากเดี๋ยวก็แก่กันพอดี”  คณากรเตือนสาววัย 20   ก่อนจะหน้าโทรมและต้องใช้เครื่องสำอางปิด

 

ดวงตาใสซึ่งแต่งแต้มด้วยอายไลเนอร์มองจ้อง  จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้  “พี่เชนเคยบอกว่ากำลังหางานพิเศษทำใช่รึเปล่าคะ?”   คำถามนั้นดึงสายตาคนเล่นเกมให้ออกจากเกมได้

 

“ฮ่ะ? เอ๋?  ก็ใช่นะ  พ่อแม่พี่เคยบอกให้ไปหา  แต่พี่ยังหาที่เหมาะ ๆ ไม่ได้หรอก”  คิ้วสีดำที่ลืมย้อมให้เป็นสีเดียวกับผมเลิกขึ้น  มือกดหยุดเกมเอาไว้ก่อน  อย่างน้อยก็ไม่คุยไปเล่นไป

 

ประโยคนั้นปลุกประกายความหวังในใจหญิงสาว   ตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันที   “พี่เชนลองไปทำงานที่ร้านอาหารแถวบ้านหนูมั้ย?”   เหยื่ออยู่ใกล้แค่นี้เองไม่ต้องไปตามหาถึงอินเตอร์เน็ต!

 

“หา??  ไอ้ร้านอาหารที่เฟิร์นเคยบอกน่ะเหรอ  พี่ยังไม่เคยโผล่ไปกินเลย  ลืมสนิท”   หนุ่มบัญชีปีสามตั้งท่าจะก้มลงเล่นเกมต่อ  ใกล้จะถึงบอสแล้ว

 

แต่โชคชะตาคงไม่อยากให้เขาปราบบอสได้ในวันนี้  มือเรียวทาเล็บสีแดงสดของรุ่นน้องมาจิกคว้าเครื่องเกมไปจากมือเสียก่อน  “งั้นดีเลย!  ที่นี่เงินดี งานไม่หนัก  พี่เชนลองมาทำงานนะคะ!”  เงินดีมั้ยไม่รู้  งานก็ไม่หนักจริง ๆ สิ่งที่หนักคือหนักใจ ซึ่งเธอเชื่อว่ารุ่นพี่คงไม่เป็นไร

 

การขายตรงของสาวบัญชีพาให้คู่สนทนาสงสัยในเจตนา “ไหงเชียร์จังเลยเนี่ย”  รุ่นพี่ยังไม่รู้ตัวว่าโดนหว่านล้อมให้เข้าไปเป็นเหยื่อสังเวย….

 

แต่ยังไม่ทันจะคุยต่อ  ดวงตาสีดำพลันเหลือบไปเห็นใครบางคน   “แฟนเฟิร์นมาโน่นแล้ว  เอา PSP พี่คืนมา  ไว้ค่อยคุยเรื่องนี้ก็แล้วกัน”   มือที่ใหญ่กว่ายื่นไปดึงเครื่องเกมกลับมาจากมือรุ่นน้อง

 

ใบเฟิร์นทำหน้ามุ่ย  ปฏิบัติการหาพนักงานร้านเพิ่มยังไม่สำเร็จ..  ตอนนี้ร้านต้องการสมาชิกคนที่ 3 ไม่ใช่แบบเลขทศนิยม   “งั้นไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่นะคะ  หนูไปก่อนนะ”  เธอรีบเก็บกระดาษชีทการบ้านใส่ในแฟ้มและลุกขึ้น   แฟนมาก่อนรุ่นพี่

 

นักศึกษาหนุ่มผูกเนคไทด์เรียบร้อยสะอาดสะอ้านโบกมือส่ง   ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องของร้านอาหารแห่งนี้  มีทั้งได้ยินจากปากรุ่นน้อง  มีทั้งอ่านเจอในเว็บบอร์ดคุณภาพแห่งหนึ่ง  ข้อมูลแต่ละอย่างที่ได้รับมันออกจะสวนทางกันอยู่…  ที่เหมือนกันคือไม่ค่อยมีลูกค้าผู้ชาย….

 

“รู้สึกว่าจะชื่อ…. Rafael’s Kitchen สินะ..?”  ชื่อที่เคยหลงลืมมันไปแล้วหลายครั้ง…  ร้านอาหารย่านอ่อนนุชใกล้บ้านของรุ่นน้อง

 

สิ่งที่ร้านอาหารครัวราฟาเอล เอริคยังขาดอยู่นั้น…

….ไม่ใข่พ่อครัวหรือเด็กทำความสะอาด แต่เป็นเด็กเสิร์ฟและแคชเชียร์….

 

อีกหนึ่งฉากรักได้เริ่มดำเนิน   ผักสดสีเขียวกรอบ  ออกแรงมากเกินไปก็ทำให้บอบช้ำและฉีกขาดได้  ประหนึ่งการขืนใจสาวน้อยบอบบางไม่ยินยอม   มือแกร่งสัมผัสใบผักกาดอย่างทะนุถนอม  จับพวกเธอเหล่านั้นผ่านน้ำที่เย็นฉ่ำ แล้วจึงโอบอุ้มร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงไปชำระกายก่อนเริ่มบรรเลงเพลงรัก

 

เสร็จสิ้นกระบวนการชำระล้างผักสด   เชฟหนุ่มเปลี่ยนมาจัดการกับเจ้ามะเขือเทศลูกเล็ก  ขนาดของมันเหมาะแก่การสะกิดลูบคลำ   ใช้มีดผ่ามันออกเป็นสอง  เผยให้เห็นเนื้อในสีเดียวกับพวงแก้มของหญิงสาวในภวังค์เคอะเขิน  เขินอายที่ถูกเปิดเปลือยให้เห็นเนื้อใน

 

ราฟาเอลหยิบชามก้นลึกสำหรับใส่สลัดออกจากในตู้  ด้านล่างโรยด้วยเกลือเพิ่มเสริมรสสัมผัส   ก่อนจะใส่ผักที่ผ่านการชำระเรือนกายมาแล้วลงไป   ตั้งรอไว้แล้วหันไปหยิบน้ำสลัดปรุงเองในตู้เย็นออกมา  น้ำสีขุ่นที่พร้อมจะทำให้พวกใบผักแปดเปื้อน  น้ำที่เกิดจากความรัก  ไม่นานนักเสียงครางเตือนว่าขนมปังกรอบได้ที่แล้วก็ดังมาจากเตาอบ

 

“เยี่ยมมาก”  เขามองผลงานของตัวเอง  น้ำสลัดละเลงลงบนผิวผักแสนบอบบาง   ทำให้พวกมันแปดเปื้อน  เลอะราคะพร้อมจะถูกกลืนกิน  ชายหนุ่มแลบเลียริมฝีปาก

 

ผักกาดที่เปรอะเปื้อนน้ำสลัด…

เป็นภาพที่อีโรติกมาก….

 

ทั้งหมดทั้งมวลที่ชายหนุ่มชาวฝรั่งเศสกำลังลงมือทำคือซีซาร์สลัด  อาหารมื้อเที่ยงช่วงพัก    “ฟาน  ลองซีซาร์สลัดของฉันไหม?”   เสียงทุ้มเรียกเพื่อนพ่อครัว

 

หันมองข้างตัวจึงเห็นเพียงความว่างเปล่า   เรียวปากคมหยักยิ้ม  คงไม่ได้เห็นจังหวะขั้นตอนการทำสลัดเลยสินะ  มองไปที่อ่างล้างจานเห็นจานเปล่าซึ่งมีร่องรอยการทานอาหาร   ดูเหมือนระหว่างที่เชฟหนุ่มกำลังมีอารมณ์กับพวกผักกาด  ฟานหยูจะทานมื้อเที่ยงเสร็จไปแล้วเรียบร้อย…

 

“ไม่รอกันเลย  ทานก่อนซะแล้ว”   เสร็จกิจของตัวเองไม่มีรอกัน  เหมือนคนที่ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ปลดปล่อยไปพร้อม ๆ กัน…

 

ราฟาเอลวางซีซาร์สลัดเอาไว้บนเคาน์เตอร์ครัว  เดินออกไปส่วนห้องโถงด้านหน้าไม่เห็นเงาอีกคน  เห็นดังนั้นจึงเดินขึ้นไปบนชั้นสอง  ที่ห้องนอนของเขาคงไม่มีอยู่แล้ว  แต่ห้องกลางนอกเหนือจากห้องนอนอีกห้องคงจะเจอ   แล้วก็เจอจริง ๆ

 

ใบพัดของพัดลมสร้างกระแสลมเย็น ๆ พัดให้ความชุ่มชื่นแก่ชายที่ปลดกระดุมเสื้อเชฟสีดำคลายร้อน   ดวงตาสีเข้มซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกตาที่หลับไหล   ราฟาเอลแอบยืนมองภาพนั้นพลางยิ้ม   มานั่งหลบร้อนอยู่ตรงนี้แทนที่จะอยู่ในห้องแอร์ของตัวร้านซึ่งเป็นที่ของลูกค้า  จริงจังเกินไปนะ..

 

ชายจากแผ่นดินใหญ่คงยังไม่ชินกับอากาศร้อนของเมืองไทย  แรกเริ่มที่หนุ่มตะวันตกมาจากนิวยอร์กก็รู้สึกไม่คุ้นเคยกับความร้อนรุ่มจากดวงอาทิตย์แดนสยามนี้เหมือนกัน  ความเร่าร้อนที่พระอาทิตย์ส่งผ่านมาให้โลก   เดือนเมษายนแทบจะต้องเปลือยกายทำอาหารในครัว

 

แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ทำ…  บทรักของเขาชอบที่จะใส่เสื้อผ้ามากกว่า

ชอบที่จะสัมผัสอีกฝ่ายโดยตรงมากกว่ามาถูกตัว…

 

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการทำอาหาร?  ก็นั่นน่ะสินะ…..   ชายผมทองสวมชุดพ่อครัวสีขาวเดินมาใกล้ ๆ เก้าอี้นั่งตัวยาว  ตรงที่เขามักจะใช้นอนดูโทรทัศน์  เข้ามาในระยะประชิดขนาดนี้ยังไม่รู้สึกตัวและเปิดตามาจ้องหน้า  บางทีเพื่อนร่วมงานของเขาคงจะหลับไหล

 

ในประวัติการทำงานที่ผ่านมา ชายหนุ่มไม่เคยทำงานกับชาวจีน  นี่เป็นครั้งแรก และคงเป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานกับคนนิ่งขนาดนี้  ยิ่งนิ่งและรับมือตนได้ดีมากเท่าไหร่.. ยิ่งอยากลองเคาะน้ำแข็งนั้นให้พังทลายลง…  ไม่ก็ละลายมันด้วยไฟราคะ.. ลิ้มรสชาติที่แท้จริงว่าเป็นยังไง

 

“น่าอร่อยจริงๆ”  ราฟาเอลแลบเลียริมฝีปากเจ้าเล่ห์   ร่างกายสูงใหญ่เคลื่อนขยับเข้าไปใกล้  โน้มใบหน้าลงไปใกล้  ใกล้ในระยะไม่ปลอดภัย….

 

หมายช่วงชิงสัมผัสที่ริมฝีปาก   แต่แล้ว….   “คิดจะทำอะไรของนาย ราฟาเอล”  ดวงตาสีเข้มกว่าเปิดขึ้นและจ้องเขม็งเข้าไปยังดวงตาสีฟ้าครามนั่น

 

ราฟาเอลจ้องกลับพลางกระพริบตาปริบ ๆ  ที่สุดก็หลุดยิ้มและถอยมาหัวเราะ  “น่าเสียดายจัง ตื่นซะแล้ว”  หรือไม่ได้หลับตั้งแต่แรก?  เงียบซะเหมือนรูปปั้น

 

“นายชอบลักลอบแทะเล็มเพื่อนร่วมงานตอนที่เขาหลับรึไง”  ฟานหยูเลิกเอนหลัง  สองมือติดกระดุมเสื้อเชฟซึ่งเปิดค้างไว้

 

“ก็ไม่แน่นะ  ฉันเคยทำรึเปล่าเธอต้องลองเธอเพื่อนร่วมงานเก่าของฉัน”  จะเคยทำหรือไม่เคยทำ  เพื่อนร่วมงานเก่าเหล่านั้นอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้

 

ฟานหยูถอนใจเบา ๆ  เขาไม่สามารถข่มตาหลับในที่แห่งนี้ได้  มันไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย  โชคดีแล้วที่ไม่เผลอหลับไป  ไม่งั้นเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้…    “นายไปทานข้าวซะเถอะ” มีพ่อครัวสองคนนอกจากทำอาหารเร็วขึ้น  เวลาพักก็สามารถผลัดกันได้ด้วย

 

แต่ยังไม่ทันจะลุกขึ้น  คู่สนทนากลับรั้งไม่ให้ลุกไปได้ด้วยการยื่นมือมาขวาง  ยังไม่ทันจะยกตัวก็ต้องคงร่างไว้แบบเดิม  “ยังพักอยู่  คุยกันดีกว่า  พวกเรายังไม่ได้คุยกันเท่าไหร่เลย”  ริมฝีปากคมยิ้มแย้ม

 

เชฟชุดดำจ้องเชฟชุดขาว  ในเวลางานสนทนากันอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะได้ยินประโยคอีโรติกเกี่ยวกับอาหารเสียเยอะ   “นายจะคุยอะไร?”   ระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่เพื่อนสนิทที่จะมีเรื่องคุยกันมากมาย

 

ราฟาเอลนั่งลงบนที่วางแขน  ฟานหยูหมดทางจะหนีในสภาพแบบนี้   จำใจต้องสนทนาด้วยจนกว่าจะมีลูกค้าหรือคนรู้จักโผล่มาชั้นล่าง   เกิดมา 27 ปี เจอคนแปลก ๆ มาก็มาก  แต่เจอหนักขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยทีเดียว  ผู้ชายที่หว่านเสน่ห์ใส่ทั้งผู้หญิงผู้ชาย….อาหารก็ด้วย

 

“อืม…. เรื่องอาหารไว้คุยกันในครัว  มาคุยเรื่องทั่ว ๆ ไปกันดีกว่า”  ทั่ว ๆ ไปที่ว่าขอบเขตกว้างเสียจนไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

 

“ทั่ว ๆ ไปของนายคงไม่ใช่พวกเรื่องบนเตียงหรอกนะ?”   เจอถามดักเอาไว้ก่อนราฟาเอลพยายามกลั้นหัวเราะ  คุยเรื่องนี้กันมันไม่แปลก  แต่มีคนต้องเลือกคุย…

 

“ถ้าอยากฟังก็เล่าได้  เรื่องบนเตียงจริง ๆ  ไม่ใช่เรื่องทำอาหาร”  ความสัมพันธ์ร่วมเตียงกับคนที่อาจจะไม่ใช่คนรัก  และอาจเป็นลูกค้าในร้านก็ได้….

 

หนุ่มจีนนิ่งเงียบไป  ชายหนุ่มก็ใช่ว่าไร้เดียงสาไร้ซึ่งประสบการณ์ อายุ 27 ผ่านชีวิตมานาน  แต่เพราะอายุขนาดนี้จะมานั่งเทรดคุยเรื่องบนเตียงกับเพื่อน  ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นเพิ่งผ่านครั้งแรกกันมาเสียหน่อย….  บทสนทนาไม่ช่วยให้อยากสานมิตรภาพ

 

“นายไม่คบใครบ้างรึไง? ราฟาเอล”   อายุฝ่ายตรงข้ามมากกว่าหลายปี  ข้อมูลนี้ได้มาจากทนายของคุณตาผู้ติดวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี

 

อีกฝ่ายไม่พูด  เขาจึงเป็นฝ่ายพูดก่อน  “นายเป็นไบสินะ?”   ประโยคคำถามของพ่อครัวจีนเรียกเสียงหัวเราะ  มองยังไงก็ใช่

 

“นั่นสินะ ฉันน่ะถ้าดับความกระหาย  อาหาร ผู้หญิง ผู้ชาย ก็ได้ทั้งนั้นล่ะ”  อาหารใช้ดับความหิวกระหายได้ฉันได้  การมี Sex ก็ดับความกระหายได้เฉกเช่นนั้น  มันต่างกันเพียงกระดาษคั่นมิใช่หรือ…

 

“อยากดับกระหาย ก็ดื่มน้ำซะสิ”   กระหายมากจะช่วยสาดน้ำดับ….

 

การทำอาหารก็เหมือนการร่วมรัก  การร่วมรักก็เหมือนอาหาร  ทั้งเป็นคนทำ เป็นคนเสพย์  “แล้วเธอล่ะฟาน  ที่ไม่ยอมอยู่ที่เมืองไทย  เพราะมีแฟนอยู่ที่จีนเหรอ?”

 

เขามองนิ่ง   “ก่อนหน้าจะมาที่นี่  ฉันเพิ่งโดนแฟนบอกเลิก”   คำตอบที่คนฟังควรขำ  หากแต่ราฟาเอลไม่ขำออกมาให้ได้ยิน  เพียงแค่ยิ้มแย้ม

 

เขาไม่เคยคบหากับใครได้ยาวนาน…

และเห็นอย่างอื่นสำคัญกว่า…  มันจึงไม่เคยใช่ความรักกระมัง…..

 

ในภาคทฤษฎีมีคนกล่าวว่า  ถ้าไม่ได้รักก็ไม่จำเป็นต้องรับปากคบกับใคร  แต่ในภาคปฏิบัติความเป็นจริง  ผู้ชายจะรับปากคบกับผู้หญิงสักคนหนึ่ง  ต่อให้ไม่มีความรู้สึกใด ๆ มันก็คบได้   หากมองในจุดที่ว่าไม่มีความรักให้ใคร  พ่อครัวทั้งคู่อาจจะเหมือนกันในจุดนั้น ต่างกันแค่เจตนาและการกระทำ

 

“แฟนเธอนี่ผู้ชายหรือผู้หญิง?”  ช่างเป็นคำถามทะลุปล้องไม่เกรงใจกัน…    ดวงตาสีเข้มกว่าจ้องเขม็งแฝงความเคืองเอาไว้ข้างใน

 

“………ผู้หญิง……..”เพื่อนร่วมงานชั่วคราวระยะสั้นคลี่ยิ้ม   ไม่มีกระทั่งคำขอโทษออกจากปาก  มันคือคำถามหยั่งเชิง?

 

ฟานหยูไม่ใช้คำพูดไล่ให้อีกฝ่ายลงไปทานข้าว  ให้มือปัดให้ไป   แต่คนตื้อมีหรือจะไปง่าย ๆ  การสนทนาแลดูจะไม่จบลงง่าย ๆ ระหว่างคนทั้งคู่….    “อยากคุยนักก็ไปคุยต่อในครัว  คุยที่นั่นก็ไม่ต่าง”

 

“คบกับผู้หญิง  แสดงว่าฟานไม่เคยนอนกับผู้ชายสินะ”  คนถูกถามสำลักน้ำลายตัวเอง คำถามส่วนตัวเจาะลึกอย่างกับสอบสวน

 

“……..ใครจะเคย…  ฉันไม่คิดจะทำแบบนั้น  ต่อให้เคยนอนกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักก็เถอะ”  แต่คนตรงหน้าต้องเคยแน่ ๆ ชายหนุ่มเชื่ออย่างนั้น  ดีแล้วที่ไม่ถามเรื่องพวกนี้ต่อหน้าสาวข้างบ้านซึ่งเป็นผู้หญิง… อย่างน้อยใช้งานทำความสะอาดก็ต้องให้เกียรติในบางเรื่อง

 

เจ้าคำถามทีเล่นทีจริงนี้ลากชายหนุ่มมาอยู่ในโซนอันตราย   ดวงตาสีฟ้านั้นช่างเจ้าเล่ห์เสียจริง  ถามหลอกล่อข้อมูลพวกนี้เพื่ออะไร….  หื่นกับอารมณ์ก็พอแล้ว  อย่ามาลงกับเพื่อนร่วมงาน…  ต่างคนต่างก็เงียบคล้ายกับดูเชิงว่าฝ่ายตรงข้ามจะพูดอะไรต่อ

 

เชฟฝรั่งเศสไม่แปลใจที่เชฟจีนเงียบ   ชายหนุ่มนึกเสียดายที่ไม่มีการต่อปากต่อคำ  หากเป็นเพื่อนร่วมงานเก่าที่นิวยอร์ก  จะมีบางคนอาละวาดร้านเกือบพัง    “ผ่านมาหลายวัน  ฉันเริ่มมองว่าเธอเหมือนอาหารแช่แข็งแล้วล่ะ”  แล้วก็ขำเบา ๆ

 

มือแกร่งยื่นไปจับคางฝ่ายตรงข้าม   “ถ้าไม่ใช้ความร้อนละลาย  ก็คงไม่รู้ว่ารสชาติเป็นยังไง”   แต่อาหารแช่แข็งส่วนมากมักจะไม่อร่อย….

 

….ไม่ต้องผ่านการปรุงรสอะไรอีกแล้ว…

 

คำว่าอาหารแช่แข็งฟังดูเหมือนคำดูถูก  ฟานหยูไม่อยากคิดให้ล้ำลึกไปกว่าคำว่าอาหารแช่แข็ง  ไม่ต้องการรู้ความนัยจากปากคนมีแนวคิดแปลก ๆ  ถ้าเขาเป็นอาหารแช่แข็ง  เชฟราฟาเอลก็เป็นไมโครเวฟพังนั่นล่ะ  ตัวควบคุมความร้อนมันคงพังไปแล้ว  เรี่ยราดเหลือเกิน

 

“นายน่าจะไปเป็นพวกโฮส  มากกว่าจะเป็นเชฟ”  ลักษณะนิสัยแบบนี้ไม่ว่าอยู่ประเทศไหนก็คงทำงานโฮสได้ดี  หรือมันจะไม่ท้าทาย….

 

“ไม่ล่ะ  ฉันชอบทำอาหาร  มันล้ำลึกกว่า  ตอนที่ฉันจับเครื่องครัวก็รู้ได้ทันทีว่าฉันหลงใหล”  มือที่เปลี่ยนอาหารไปได้ตามที่ต้องการ   ความร้อนรุ่มที่คุกรุ่นในห้องครัว

 

ได้คำตอบแล้วฟานหยูจึงถามต่อ  “นายมีอาจารย์รึเปล่า?”  คนที่เป็นต้นแบบของแนวคิด Cooking เท่ากับ Sex ล้ำจริง ๆ

 

“ไม่มีหรอก   ทำไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มรู้ว่ามันคือ Sex นี่เอง”  คนธรรมดาไม่อาจเข้าใจได้… วันดีคืนดีมีใครสักคนต้มมาม่าแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศเมื่อน้ำร้อนราดลงบนเส้นคงไม่ดีแน่…. โดนสิ่งเร้าทำให้พองตัวขึ้น ในที่สุดก็อ่อนยวบลงเมื่อได้ที่   หรือคนตรงหน้าจะเป็นแบบนั้น?

 

มือใหญ่ลากปลายนิ้วบนใบหน้าซึ่งมีผิวขาว   “เล้าโลม  ควบคุมร่างที่บิดเร้า เร้าปฏิกิริยา ออกมาเป็นอาหารจานเด็ด”  เชฟจีนยกมือขึ้นมาเบี่ยงมืออีกฝ่ายออกไป    เกาะแกะไม่เลิก…

 

“ฉันไม่คิดว่าการคุมเกมบนเตียงกับการทำอาหารมันเอามาใช้ด้วยกันได้หรอกนะ”   หากใช้แนวคิดแบบนั้นพ่อครัวที่ดีก็ต้องเก่งเรื่องบนเตียงไปด้วย

 

ดวงตาสีฟ้าครามมองเข้าไปในดวงตาอันเรียบเฉย   “ฉันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้   เหลือแค่ว่าเธอจะอยากรู้รึเปล่า”  วกกลับมาที่เดิมอีกตามเคย…หลอกล่อ….

 

“ถ้าแค่ทำอาหารในครัว ฉันจะทำ  แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นไม่ล่ะ”   บางครั้งคำชวนของอีกฝ่ายก็แยกไม่ออกว่าคือทำอาหาร หรือว่าการมี Sex…   ในรูปประโยคตอนนี้คงเป็นอย่างหลัง

 

สัญญาณอันตรายว่านี่คือ Red Zone

และเป็นสัญญาณบอกว่าวัดสะเดาะเคราะห์กำลังเปิดประตูรออยู่

 

โดนผู้ชายชวนขึ้นเตียง  ชีวิตมันคงจะแย่กว่าโดนผู้หญิงสาดน้ำใส่ในที่สาธารณะ  หรือปีนี้จะเป็นปีชงของชายหนุ่มกันแน่  หรือจะใช่?  ควรจะเดินไปหาปฏิทินดู   พัดลมมันยังส่ายหน้า แล้วคนโดนถามมีหรือจะพยักหน้าตกลง  ต่อให้ไม่มีความรักให้ใคร  แต่ร่างกายก็ไม่ได้มีอารมณ์ความรู้สึกกับผู้ชาย….

 

ราฟาเอลมองลึกเข้าไปในดวงตาสีขนกา   “ถ้าร่างกายเธอมันไม่มีปฏิกิริยากับผู้ชาย  ฉันเป็นรับให้ก็ได้นะ”   ฟังแล้วคนนิ่งตายด้านถึงกับสำลัก  บ้าบอไปกันใหญ่แล้ว…

 

ฟานหยูมองราฟาเอลด้วยสายตาว่างเปล่า  หมดคำพูดจะตอบโต้ในทันที   การทำงานร่วมกันวันนี้คือวันที่ 4 ครบสัปดาห์เขาควรจะเลิกมา  หากแต่ทำแบบนั้นก็เท่ากับการหนีความตั้งใจ ..  ฝ่ายตรงหน้าก็เหมือนนายพรานที่ล่อให้เหยื่อเข้าไปแล้วติดกับ

 

ฉากหน้าเวลางานเป็นเชฟ  ฉากหลังนอกเวลางานออกล่าเหยื่อมาทำอาหาร…  อันตรายของแท้   “ว่าไงล่ะ  ฉันโอเคนะ”   คนถามนั้นต้องการคำตอบ

 

ใบหน้าคมกดดันด้วยการยื่นเข้ามาใกล้  ใกล้ขึ้น… ใกล้มากขึ้น…  ฟานหยูยกมือขึ้นมาคว้าดึงเส้นผมหลังศีรษะของชายผมทองแล้วดึงออกห่างไป   “ร่างกายไม่มีปฏิกิริยากับผู้ชาย  ฉันก็รุกนายไม่ได้หรอกนะ”

 

ออกห่างได้มือก็ปล่อยให้เป็นอิสระ   คำตอบปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิงพาให้คนฟังพอใจ  บทสนทนาไหลลื่น  “ฉันคงยังใช้ความร้อนไม่พอ  อาหารแช่แข็งก็เลยไม่ละลายสักที”

 

“ทำอาหารทานเองไปเถอะ  พ่อครัวทานอาหารแช่แข็งคงดูไม่จืด”  ชายหนุ่มหยัดกายขึ้นลุกจากเก้าอี้  ไม่สนใจแล้วว่าจะโดนรั้งหรือห้ามไว้อีก

 

ราฟาเอลจึงลุกยืนบ้าง  “ฟังแล้วเหมือนโดนไล่ไปช่วยตัวเองชอบกล”   เดินไปโอบไหล่อย่างเนียน ๆ  เก็บทุกดอกทุกเม็ด   ทำกับข้าวทานเองกับการช่วยตัวเองสามารถโยงกันได้อีก

 

“ถ้าคิดได้ขนาดนั้น  จินตนาการของนายก็บรรเจิดจริง ๆ”  ความหมายที่ต้องการสื่อไปคนละโยด   ฟานหยูคิดเสียว่ามีกิ่งไม้มาเกี่ยวพัน…

 

รสชาติต้องห้าม… ซึ่งไม่ควรลิ้มลองมันอย่างเด็ดขาด….

มันอาจจะเป็นยาพิษ…

 

เสียงฝีเท้าก้าวขึ้นบันไดมาจากชั้นล่าง  ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ  พร้อมกับเงาที่ทอดเข้ามายังห้องนั่งเล่น  สองสายตาจ้องมองไปพร้อมกัน  เผยให้เห็นร่างในชุดสูทสีดำขลับ  สายตามองขึ้นไปยังใบหน้าเห็นแว่นตาและเค้าโครงหน้าที่คุ้นเคย   ผู้มาเยือนนั้นคือทนายหนุ่มของเจ้าสัวเอกนภา

 

“คุณฟานหยู คุณราฟาเอลอยู่นี่เอง  ผมเดินไปหาในครัวแล้วไม่เจอ”  วิศรุตโค้งศีรษะให้คนต่างชาติทั้งสอง  ทำเป็นไม่สนใจที่หลานชายของเจ้านายโดนเชฟหื่นโอบไหล่

 

“ว่าไงวิทย์  แวะมาทานข้าวเหรอ?”  หนุ่มฝรั่งเศสโบกมือให้   ชายสวมแว่นส่ายหน้าเบา ๆ  เรื่องทานอาหารในร้านแห่งนี้แทบไม่เคยปรากฏในสมอง

 

“เปล่าครับ  คุณเอกนภาวานผมเอาออเดอร์มื้อเย็นมาให้”   ทนายหนุ่มหยิบกระดาษสีขาวในกระเป๋าเสื้อส่งให้พ่อครัวประจำร้าน  คำไหว้วานของคนแก่ขี้เหงาคนหนึ่ง

 

เรื่องที่โทรหาได้กลับไม่โทรมา พอ ๆ กับเรื่องที่ส่งทนายมาตามที่ฮ่องกง แทนที่จะโทรบอกเอง   “เรื่องแค่นั้นน่าจะโทรหา”   ฟานหยูไม่ชินเสียที…

 

วิศรุตเบนสายตาไปมองสบ  “ท่านให้มาดูว่าคุณฟานหยูเป็นยังไงบ้างด้วยน่ะครับ”   ถึงแม้จะสนับสนุนให้ลองทำงานที่นี่  แต่ญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวก็ยังเป็นห่วงเรื่องการทำงานอยู่

 

เรื่องที่เอาไปรายงานได้คงบอกได้แค่ว่ากับเพื่อนร่วมงานสนิทกันดีกระมัง  ก็แค่โอบไหล่ คนต่างชาติเป็นเรื่องธรรมดา  ทนายความเลือกเรื่องที่จะนำกลับไปบอก  เห็นแค่ไหนก็บอกแค่ไหน  และเขาเชื่อว่าชายหนุ่มไม่มีทางตกหลุมพลางเชฟอีโรติกคนนั้นง่าย ๆ

 

ราฟาเอลอ่านรายการในกระดาษ   “โอเค  กำลังว่าง ๆ อยู่เลย จะทำไว้เลย  ร้านสงบ บทรักไม่ต้องรีบร้อน”  บรรเลงไปเรื่อย ๆ

 

ชั้นล่างซึ่งควรจะว่างเปล่าไม่มีลูกค้า  กลับมีโต๊ะหนึ่งถูกใช้งาน และไม่ใช่โต๊ะของทนายสวมแว่นตาที่เดินขึ้นไปตามเจ้าของร้าน  ซีซาร์สลัดในครัวก็หายไปวางอยู่บนโต๊ะนั้น  ราฟาเอลเลิกคิ้วสีทองแล้วเดินตรงไปเลื่อนเก้าอี้โต๊ะสำหรับ 4 คนตัวนั้น  ชายหนุ่มคลี่ยิ้มให้

 

“เป็นอะไรไปใบเฟิร์น  จัดการมื้อเที่ยงฉันเรียบเลย”   ร่างกายที่เหมือนจางหายไปเพราะความหม่นหมองแลดูแจ่มชัดขึ้นมาทันที

 

โจรขโมยซีซาร์สลัดคือสมาชิกคนที่ 0.5 ของร้านนั่นเอง  หญิงสาวในชุดนักศึกษานั่งทำหน้ามุ่ยเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ   “มื้อเที่ยงของราฟเหรอ  เห็นวางทิ้งไว้นึกว่ากินได้ ลูกค้าก็ไม่มี”   มือจับส้อมเขี่ยชามก้นลึกถูไถทั้งที่ไม่มีอะไรเหลือแล้ว

 

ท่าทางแปลก ๆ ของเธอชวนให้เชฟสงสัย  “หน้าตาแบบนี้ ทะเลาะกับแฟนเหรอ?”  สิ้นประโยคนั้น  ส้อมก็ปักลงกลางชามชนิดไม่กลัวแตก!

 

….ผู้หญิงมีเรื่องต้องห้ามหลายอย่างที่ไม่ควรไปสะกิด…

…..เพราะพวกเธอจะกลายร่างเป็นอีกโหมดหนึ่ง…

 

เสียงปักชามดังไปถึงบันได  ฟานหยูและวิศรุตเดินตามกันลงมาพร้อมกับมองหาที่มาของเสียง   คำตอบไม่นานก็หาได้เมื่อเดินมายังห้องโถงส่วนที่นั่งของร้านอาหาร   ชายสองคนมองหน้ากันเอง  ยังไม่เดินไปร่วมวงก็พอจะรู้แล้วว่ามีเรื่อง   วันว่างวันนี้แลดูจะมีเรื่องให้คนในร้านทำ

 

“ราฟาเอล  นายทำอะไรน่ะ?”    เพื่อนร่วมงานตำแหน่งพ่อครัวเดินมาพร้อมกับส่งสายตาว่างเปล่าให้ผู้ต้องสงสัย   คนถูกถามยักไหล่

 

“ฉันไม่ได้ทำอะไรนะ  กำลังถามใบเฟิร์นว่าเป็นอะไรเหรอ  ทะเลาะกับแฟนรึเปล่า”   จบคำพูดก็มีเสียงปักชามด้วยส้อมดังมาอีก.. อีกไม่นานจานจะต้องแยกออกเป็นสองท่อน

 

วิศรุตไม่อยากเข้าไปยุ่งปัญหาส่วนตัวของคนในร้าน ถึงแม้นั่นจะเป็นสมาชิก 0.5   เขาเดินเข้าไปหลังครัวเพื่อชงกาแฟดื่มเอง    ฟานหยูจะตามไปกลับโดนรั้งแขนไว้ไม่ให้ไป  ดวงตาสีฟ้ามองชักชวนแกมบังคับให้นั่งฟัง  จำใจเลื่อนเก้าอี้อีกตัวที่ว่างเพื่อนั่งลงสอบถามนักศึกษาสาวด้วยอีกคน

 

“กลืนกินของฉันไปหมดแล้ว ก็ต้องเล่าเรื่องเป็นการแลกเปลี่ยนด้วยล่ะ”   พูดประหนึ่งกลืนอะไรลงไปที่ไม่ใช่สลัด.. ซีซาร์สลัดนั่น…

 

ใบเฟิร์นมองหน้าชาวต่างชาติทั้งสอง  ทำหน้าเหมือนไม่อยากเล่า  สุดท้ายก็ยอมแพ้สายตาเจ้าเล่ห์นั่น   “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ   พรุ่งนี้วันเกิดฉัน…..”

 

สองหนุ่มทำหน้าตาแสดงอาการไม่รู้ออกมาคนละแบบ  ชายชาวจีนไม่รู้ไม่ใช่เรื่องแปลก  แต่คนข้างบ้านอย่างราฟาเอลนี่….   “อ่าวเหรอ วันเกิดใบเฟิร์น  เพิ่งรู้ งั้นจะทำของพิเศษ ๆ ไว้ให้นะ”  สมาชิกคนที่ 0.5 ไม่ได้ค่าแรง แล้วยังไม่ได้รับการเอาใจใส่เท่าลูกค้าหญิงทั่วไป…..

 

“ปัญหาตรงนี้แหละค่ะ   แฟนฉันลืม แล้วบอกว่าไม่ว่างค่ะ”  เธอจับส้อมในมือไว้แน่น  แล้วจับมันปักลงกลางชามก้นลึกเป็นครั้งที่สาม…

 

มันเหมือนมีมีดพุ่งเข้ามาปักกลางใจของผู้ฟังคนหนึ่ง

 

คุ้นไหม?  สิ่งที่กำลังฟังอยู่เหมือนภาพซ้อนของเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้  ดวงตาสีดำขลับเบือนมองขึ้นไปบนเพดาน  ทำตัวเหมือนฟังภาษาไทยไม่เข้าใจนัก วันเกิดแฟน  วันเกิด ผู้หญิงชอบให้ใส่ใจวันเกิด  ไม่กล้าพูดอะไรออกไปเลยทีเดียวเพราะมันเข้าตัว

 

“ก่อนหน้านี้ก็เคยให้ของขวัญแบบไม่ค่อยใส่ใจ”   มันมาอีกด้าม.. มีดปักหลังหนุ่มหน้านิ่งใกล้บาดเจ็บสาหัส  แลดูแฟนหนุ่มของนักศึกษาสาวจะเป็นคนประเภทเดียวกับเขา….

 

ราฟาเอลนั่งเท้าคางฟังพลางแย้มยิ้มอารมณ์ดี   “เป็นผู้ชายที่แย่ใช้ได้เลยนะ  ถ้าเป็นฉันไม่มีทางลืมเลยสักคน”   โดยไม่รู้ตัวก็เหมือนได้ว่าคนข้าง ๆ ไปพร้อมกันเลย

 

“คำว่าไม่ลืมสักคนของนาย  แสดงว่ามีหลายคนในเวลาเดียวกัน?”  เชฟจีนที่บาดเจ็บไปแล้วครึ่งตัวเหล่มอง  ไม่แสดงออกถึงท่าทีผิดปกติของตัวเอง  นิ่งมาก…

 

“ไม่มีสักคนตะหาก เพราะทุกคนไม่ใช่แฟน   เป็นลูกค้าที่ร้าน”   เป็นอาหารสำหรับดับกระหายหรืออะไร…  นายก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ดีสักเท่าไหร่เหมือนกันล่ะ….

 

“แต่ผู้ชายต่างชาติแบบพวกราฟ หรือว่าคุณฟานหยู ก็คงดูแลแฟนดีกว่าผู้ชายไทยอยู่แล้วมั้งคะ”   คำว่า[ไม่ใช่เลย] แปะหราอยู่กลางหน้าผากพวกผู้ชายเกรด B ….

 

ตรงหน้าของหญิงสาวล้วนแต่เป็นผู้ชายเกรด B  ซึ่งเธอรู้ว่าคนหนึ่งใช่  แต่ยังไม่รู้ว่าอีกคนก็ใช่เหมือนกัน  ใบหน้าหมองของคนอมทุกข์ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเงาดำเข้าแทรก  ความรู้สึกหวาดระแวงด้านลบของผู้หญิงกำลังถูกปลุกขึ้นมา  สายตาที่เธอมองชามก้นลึกช่างน่ากลัว

 

“บางทีเขาอาจจะมีนัดกับผู้หญิงคนอื่นก็ได้มั้งคะ…..”   ความหึงหวงและสัญชาตญาณถูก ๆ ผิด ๆ มันมาคู่กัน  คาดเดาล่วงหน้าเป็นฉาก ๆ ในใจถึงตอนจบเรียบร้อย

 

การจินตนาการของผู้หญิงนั้นล้ำลึกเกินกว่าผู้ชายจะเข้าใจได้

แฟนหายไป 1 ชั่วโมง พวกเธอสามารถจินตนาการเป็นกระดาษ A4 100 หน้าว่าเขาหายไปทำอะไรมา

 

ราฟาเอลและฟานหยูต่างนั่งฟังแบบไม่มีความเห็นเพราะทั้งคู่เป็นผู้ชาย  อยากจะพูดว่าเธอคิดมากเกินไป มันก็เหมือนเอาเรือไปขวางห้วงน้ำเชี่ยวที่มีคนแคระลอยพัดมา…(?)    ทนายวิศรุตคอยมองจากโต๊ะข้าง ๆ เฝ้ามองดูว่าทั้งคู่จะทำอย่างไรต่อไป

 

ในที่สุดเชฟชาวจีนในชุดพ่อครัวสีดำก็อ้าปากพูด  “บางทีแฟนของใบเฟิร์นอาจจะแค่ลืม”   ไม่มีอะไรในกอไผ่  มีแต่หน่อไม้…

 

หญิงสาวหันมองขวับ   “ทำไมคุณฟานหยูมั่นใจล่ะคะ?”  ไม่มีคำตอบใด ๆ ออกจากปาก  พูดออกไปก็เป็นการสารภาพว่าตัวเองเป็นผู้ชายประเภทไม่ใส่ใจแฟนเท่าที่ควรเช่นกัน  ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เขาขาดไป…

 

ประเด็นของผู้หญิงเพียงคนเดียวในร้านทำให้ผู้ชายสามคนเกิดอาการเงียบได้  ช่วยแก้ตัวให้คนที่ไม่รู้จักมันก็ไม่ใช่เรื่อง  แม้นั่นจะเป็นทางที่จะช่วยให้หญิงสาวสบายใจขึ้นก็ตาม  เวลานี้หวัง ฟานหยูเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของสเตลล่าที่เคยเอาน้ำมาสาดใส่… มันเป็นอย่างนี่นี่เอง  มุมมองของฝ่ายผู้หญิง

 

ความเงียบงันดำเนินไปสักพัก  นักศึกษาสาวก็ลุกขึ้นยืน   “ฉันกลับไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะคะ  เดี๋ยวกลับมาล้างจาน”  พนักงานคนที่ 0.5 ยังคงไม่ลืมหน้าที่  การล้างจานคงช่วยให้เธออารมณ์ดีได้บ้าง

 

ใบเฟิร์นเดินออกไป คนที่เหลือก็เริ่มบทสนทนาขึ้น   “ประเด็นของเรื่องนี้คือเรื่องไม่ใส่ใจนั่นล่ะครับ”  ประโยคนี้มันแทงใจดำหลานชายเจ้านายยิ่งนัก

 

“เหมือนใครกันน๊า~?”  ราฟาเอลเหล่มองไปทางเพื่อนพ่อครัว  สิ่งที่เขามองเห็นว่าขาดหายไปในตัวของชายชาวจีนก็คือสิ่งนี้

 

ฟานหยูทำหน้าเรียบเฉยไม่มีความเห็น  ไม่คิดจะบอกว่ามันเป็นการลอกเหตุการณ์แบบเดียวกันมาเลยทีเดียว  เขาไม่ได้มีความรักให้กับผู้หญิงที่คบด้วย  เขาจึงเห็นเรื่องงานและอย่างอื่นสำคัญมากกว่า  เมื่อมารู้ในมุมคนที่โดน  สิ่งที่เขาเป็นไม่ค่อยดีนักสินะ?

 

อาจจะแย่กว่าผู้ชายที่มองว่า Cooking = Sex เสียอีก

หรือไม่ก็พอ ๆ กัน… 

 

“คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเพราะความหึงหวงมีขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์บ่อยไปนะครับ”  ทนายหนุ่มอ้างถึงข่าวซึ่งมีมาให้เห็นบ่อย ๆ  ยิงกันบ้าง ฆ่าหั่นศพบ้าง….  ความรักนั้นมาพร้อมกับความเกลียดชัง

 

“ดีนะ  ที่ฉันไม่ค่อยเจอผู้หญิงที่ผูกมัด”   ราฟาเอลหยักยิ้ม    ถ้าเจอแบบนั้นพ่อครัวคนนี้คงโดนแทงตายแล้วเกิดใหม่ไม่รู้กี่รอบ….

 

ผู้ชายสามคนมานั่งพูดกันเรื่องผู้หญิงหึงโหดก็ไม่ใช่เรื่อง   ฟานหยูมองไปทางชายโต๊ะข้างซึ่งกำลังดื่มกาแฟ   “คุณทนายดูจะเข้าใจผู้หญิงดีนะครับ”  คาดเดาว่าคงไม่อยู่ในสถานะโสด

 

มือของคนฟังขยับแว่นตา  ดวงตาหลับลงพลางถอนหายใจเชื่องช้า  ความจริงบางอย่างเปิดเผยจากปาก  “ผมเคยแต่งงานแล้ว หย่าแล้วน่ะครับ”  ตอนนั้นร้านอาหารครัวราฟาเอลก็ถูกปกคลุมไปด้วยจุดไข่ปลา  สรุปว่าในที่นี้ทุกคนอาจจะพอ ๆ กันหมดก็เป็นได้สินะ…

 

เคยมีคนกล่าวว่าผู้ที่มีอะไรเหมือนกัน

มักจะถูกชักจูงโดยโชคชะตาให้มาพบกันในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง

 

 

———————————–

Free Talk : ตอนนี้เล่าเรื่องในแบบปกติ กับในแบบของบันทึกใบเฟิร์น ฮา ลองเขียนในแบบนั้นดู มุมมองที่มองสองคนนั้นจากบุคคลที่สาม

เรื่องนี้แรกเริ่มเดิมที เขียนพล็อตไว้ว่าเป็นเคสความรัก เคสๆไปเรื่อยๆ แต่ตอนหลังเอามาใช้แค่บางอันก็พอ เพื่อเอามาใช้เปลี่ยนแปลงตัวฟานหยูกับราฟ สองคนนี้ถ้าจะมานั่งจีบกันเนี่ย ราฟมันลากขึ้นเตียงได้ท่าเดียว 555 แล้วเรื่องจะไม่ใช่อีโรติกคอมเมดี้แล้ว มันจะเป็นอีโรติกหื่นแตกแทน

เลยต้องมีปัจจัยแวดล้อมมาทำให้สองคนนี้สนิทกันมากกว่าการเจอหน้าในครัวแล้วเจอแต่อะไรหื่นๆ….

ส่วนรุ่นพี่ของใบเฟิร์น คนนี้ไม่ใช่ตัวประกอบ แต่จะมีบทจริงๆจังๆทีหลัง บทของใบเฟิร์นมีไว้ดึงตัวละครตัวนี้เข้ามาเกี่ยวกับร้านครัวราฟาเอล แฮ่

 
1 ความเห็น

Posted by บน 05/03/2014 in Uncategorized

 

One response to “[BL Novel] Love is delicious : Love Menu 1 : Part 1

  1. ルーチェ・ตป.♥แจนน้อย (@scuroluce)

    05/08/2014 at 1:43 PM

    อ่านๆ ไปแล้วน้วย บทสนทนาเรื่องทั่วๆ ไปของเชฟนี่ดูเหมือนเฉพาะเรื่องยังไงไม่รู้นะ ราฟนี่ก็เชิญชวนตลอด 55555555555555

    ราฟชอบเนียน แต่ดูฟานก็เนียนไม่ใช่น้อย เนียนตีหน้านิ่งตอนเค้าพูดเรื่องแฟนกัน 55555555

    คำผิดงับ

    – ต้องลองเธอเพื่อนร่วมงานเก่า >> ลองถาม
    – หลับไหล >> หลับใหล
    – อาหารใช้ดับความหิวกระหายได้ฉันได้ >> ฉันใด
    – หื่นกับอารมณ์ก็พอแล้ว >> หื่นกับอาหาร ?
    – ไม่แปลใจ >> ไม่แปลกใจ
    – ตกหลุมพลาง >> ตกหลุมพราง

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: