RSS

[BL Novel] Love is delicious : Love Menu 1 : Part 3

13 พ.ค.

โดยปกติร้านอาหารครัวราฟาเอลก็มีลูกค้าบางตาอยู่แล้ว  พ่อครัวสองคนจึงมีจังหวะได้แอบงีบระหว่างทำงานเป็นพัก ๆ สลับกันไป  และดูเหมือนว่าราฟาเอลจะอ่อนเพลีย  ฟานหยูจึงสามารถนอนกลางวันได้อย่างสบายใจไม่มีคนมากวน  บางทีอาจจะเป็นเพราะอายุที่ย่างเข้าเลข 4 ของอีกฝ่ายกระมัง  สังขารมันเริ่มไม่ไปตามความคึกคะนองพอที่จะอดหลับอดนอนยันเช้า

 

เวลาหมุนวนไปตามแนวเข็มนาฬิกา จนกระทั่งย่างเข้าสี่โมงเย็น  พ่อครัวทั้งคู่ก็จำต้องปิดร้านชั่วคราวเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพนักงานคนที่ 0.5 ซึ่งโดนแฟนหนุ่มลืมวันเกิด  การจัดทำมื้อพิเศษเพื่อปลอบขวัญหญิงสาว  และพ่วงการเตรียมการลับ ๆ บางอย่างไปด้วย

 

อาหารที่ทำไม่ใช่อาหารยากเย็นอะไร ออกจะเป็นของง่าย ๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่เมนูที่ทำเป็นปกติในร้านอาหารฝรั่ง  รายการอาหารซึ่งได้มาจากแฟนหนุ่มตัวละครสมทบ A เขียนแจกแจงรายละเอียดเมนูอาหารที่แฟนสาวชอบ  หน้าที่ของพ่อครัวสองคนคือการทำตามโพยนั่น

 

ราฟาเอลยืนเตรียมของคาวฝั่งหนึ่ง  ส่วนฟานหยูนั้นกำลังผสมแป้งแพนเค้กในอีกฝั่งหนึ่ง  การเว้นระยะห่างที่มีเพียงคนเดียวต้องการดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ  โดยมีดวงตาสีฟ้าสดใสของหนุ่มตะวันตกคอยเหลือบมองไปทางหนุ่มตะวันออกเป็นระยะ ๆ

 

สายตาที่ไม่ใช่เพียงแค่มองอย่างเดียว หากแต่ผสมรอยยิ้มชวนอึดอัด มันช่างทำให้คนโดนจ้องรู้สึกรำคาญโดยไม่แสดงออก   “มายืนทำใกล้ ๆ ก็ได้ ของสดมันไม่มีกลิ่นติดขนมหรอก”  ชายหนุ่มผมทองพูดพลางหยอกล้อกับไส้กรอกแท่งขนาดกลาง

 

ฟานหยูเหล่มองกลับไปด้วยปลายตา  แลเห็นมือใหญ่พยายามบีบเค้นปลายไส้กรอกแบบอกุศล   “ไม่เป็นไร  ฉันอยู่ตรงนี้สะดวกกว่า”  เตาก็มิได้กระจุกกันอยู่ที่เดียวเสียด้วย

 

ริมฝีปากคมผิวปากสบายอารมณ์  บรรจงจับมีดขึ้นมาปาดท่อนเนื้อสีสดให้เป็นขาปลาหมึก  ประหนึ่งปลาหมึกที่ยังไว้ตัวไม่ยอมอ้าขาออกมาเชิญชวนในตอนนี้   ผิวเรียบลื่นเต่งตึง  สัมผัสรุนแรงเกินไปเนื้อจะปริแตก  จัดการท่อนที่ 1 2 3 4 เรื่อย ๆ แล้ววางทิ้งไว้ยังไม่ทอดให้เรียบร้อย

 

เหมือนการเล้าโลมและทิ้งระยะให้เหยื่อทรมาณเล่น  “อาหารไทยบางอย่างฉันไม่ค่อยถนัดซะด้วยสิ”   มองดูรายการอาหารซึ่งบางอย่างต้องเปิดดูวิธีทำใน Google

 

“ที่หมอนั่นเขียนมาให้ไม่ใช่เมนูยากเย็นอะไร   นายทำไม่ได้?”  ยำวุ้นเส้น  ไส้กรอกทอด บาบีคิว  แพนเค้ก  เมนูค่อนข้างสะเปะสะปะ

 

“ทำได้สิ  รู้วิธีทำก็ต้องทำได้อยู่แล้ว  เหมือนกับการลองมีอะไรกับคนแปลกหน้า  ก็ทำได้นี่ ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการใหม่  Sex ก็เหมือนกัน”  ต่างกันแค่การชูรสกระมัง

 

เป็นการเปรียบเปรยที่สมกับเป็นพ่อครัวประหลาด

ควรจะเรียกว่า “หื่นกาม” ได้เต็มปากแล้วสินะ

 

หลานชายเจ้าของที่ดินถอนหายใจแผ่วเบา  ไม่ไปต่อประเด็นในเรื่องนั้นอีก  การทำอาหารที่เหมือนพยายามแทะโลมคนข้าง ๆ แบบนี้   สิ่งที่ควรจะจดจ่อคือเรื่องที่อยู่ตรงหน้าตะหาก  รวมไปถึงเรื่องที่ไปรับปากช่วยเหลือคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

 

“จะให้แฟนใบเฟิร์นสวมรอยว่าไม่ได้ลืมวันเกิดจริง ๆ น่ะเหรอ?”  อาหารมื้อนี้และเหตุการณ์หลังจากนี้เป็นการเตรียมการโกหกขนานใหญ่

 

คำพูดเชิงติติงไม่ชอบใจเรื่องโกหกพาให้คนฟังเลิกคิ้ว  “การโกหกเพื่อให้คน ๆ หนึ่งดีใจ บางครั้งก็จำเป็นหรอกนะ  เหมือนกับโกหกเรื่องบนเตียงที่ไม่ได้เรื่อง ว่ามันสุดยอดมาก”  อันหลังไม่ต้องบอกมาก็ได้…

 

“แบบนี้ถือว่าทำบุญหรอก เรียกกันแบบนี้รึเปล่านะ?”  ราฟาเอลทบทวนคำพูดของตัวเองเผื่อจะใช้ผิด   สำนวนที่ใช้ในเรื่องปกติ ๆ กลับไม่มั่นใจ

 

ฟานหยูซึ่งไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น ฟังแล้วก็เรียนรู้  การยืดหยุนเพื่อใครสักคนหนึ่ง  “นายคงทำบ่อย”  การโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกดี

 

“ฉันไม่เคยโกหก  ฉันพูดความจริงตลอดล่ะ”   ทุก ๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องการทำอาหารก็เหมือนการร่วมรัก  ทุกสิ่งอย่างแลดูจะไม่ใช่มุกตลก

 

เพื่อนร่วมงานเฉพาะกิจมองเรียบเฉย  แล้วเขาก็ไม่พูดอะไรอีก  ต่างฝ่ายต่างลงมือทำอาหารที่ตัวเองรับผิดชอบ  ผสมแป้งแพนเค้กเสร็จก็วางพักทิ้งไว้  เปลี่ยนไปจัดการกับเนื้อซึ่งต้องนำมาใช้ทำบาบีคิว  อาหารย่างที่เขียนบอกว่าขอแค่เนื้อ หอมใหญ่ พริกหยวกเท่านั่น

 

“หมักกับสับปะรดล่ะจะได้นิ่ม ๆ หน่อย” คำเตือนปนแนะนำที่ออกจากปากคราวนี้ ฟังดูธรรมดาจนไม่น่าเชื่อชอบกล

 

แต่ประโยคหลังจากนั้นก็ทำให้ต้องถอนความคิด   “ผู้หญิงที่หยาบกระด้างเคี้ยวยาก  ต้องทำให้อ่อนยวบซะก่อน  ตอนฝังไม้เสียบเข้าไปจะได้ง่าย ๆ”  อย่าจินตนาการตามจะดีกว่า…

 

“ไปจัดการวุ้นเส้นของนายเถอะ  แช่น้ำนานเกินไป จะพองเป็นเส้นบุกซะก่อน”  ฟานหยูเดินไปหยิบสับปะรดที่มีอยู่ในตู้เย็น

 

ราฟาเอลผิวปาก  ยำวุ้นเส้นเป็นอาหารไทยซึ่งทำได้ง่าย ๆ แต่รสชาติจะถูกปากคนทานหรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง  วุ้นเส้นที่แช่น้ำจนเปียกชุ่มและอ่อนยวบ  ช่างเหมือนร่างของคนที่ผ่านศึกในอ่างน้ำมาจนไร้ซึ่งเรี่ยวแรง  สองมือของเชฟโอบอุ้มวุ้นเส้นขึ้นจากชามพลาสติกเพื่อพักไว้บนชามไม้ให้ได้หายใจ   จากนั้นจึงหันไปตรวจดูวิธีทำใน Tablet ซึ่งวางเอาไว้ใกล้ ๆ

 

ใบหน้าคมยามตั้งใจลงมือทำอะไรบางอย่างก็แลดูจะปกติอยู่หรอก  ฟานหยูเหลือบมองแล้วก็โดนมองกลับพร้อมรอยยิ้ม  เจ้าตัวจึงหันกลับไปแล้วไม่สนใจอีก  จัดการหมักเนื้อให้เรียบร้อยเสียดีกว่า  ส่วนราฟาเอลนั้นไซร้ก็เริ่มศึกษาวิธีการร่วมรักกับวุ้นเส้นอย่างจริงจัง

 

ก่อนที่อาหารจะถูกทำร้ายไปมากกว่านี้…

ฉากในห้องครัวจำต้องถูกตัดออกไปเพื่อสวัสดิภาพของเรตติ้ง…

 

นักศึกษาหญิงในเครื่องแบบเดินจากรถไฟฟ้าและต่อรถ Taxi เพื่อกลับมายังบ้านซึ่งอยู่ข้างเคียงของร้านอาหาร  ตอนนี้เวลา 6 โมงเย็น  คำอวยพรวันเกิดก็ยังคงมีเข้ามาเรื่อย ๆ ทั้งทาง Social Network และข้อความในโทรศัพท์   วันเกิดนี้เธอควรไปฉลองกับเพื่อนฝูง  แต่เธอเลือกจะมาทานมื้อฟรีที่พ่อครัวข้างบ้านสัญญาเอาไว้

 

การโดนแฟนหนุ่มลืมวันเกิดมันก็ไม่เดือดร้อนซักเท่าไหร่ ปล่อยมันไป~ ปล่อยมันไป~ อย่างที่เป็น  เหมือนเพลง Let it –beep- ของภาพยนต์อนิเมชั่นชื่อดังเรื่องหนึ่งได้กล่าวเอาไว้   แต่เหมือนเธอมองดูโทรศัพท์ซึ่งกดต่อสายไปยังฝ่ายตรงข้าม  ใบหน้าเธอก็เริ่มเย็นชาขึ้นมาทันที

 

“ไม่รับ……….”  ปัญหาที่ปล่อยไปไม่ได้และทำให้เธอคาใจก็คือติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้นี่ล่ะ  ธุระอะไรกันจึงไม่ยอมบอกกัน…  หรือจะนอกใจจริง ๆ ?

 

ครั้งแรกไม่รับมีครั้งที่สอง ครั้งที่สองไม่รับ  ครั้งที่สามก็เก็บโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋าถือ  จากนั้นก็เข้าบ้านไปลบเครื่องสำอางและเปลี่ยนเสื้อผ้า  เสื้อยืดลายกระต่ายหน้าตาตลกสีชมพูถูกหยิบมาใส่กับกางเกงยีนส์ขาสั้น  เส้นผมที่เป่าไดร์ฟเรียบร้อยในตอนเช้า  ช่วงเย็นที่แค่ไปพบหน้าคนกลางบ้านก็ทำเพียงมักหางม้า และผูกจุกพุดเดิ้ลตรงผมด้านหน้า

 

แล้วเธอก็คีบรองเท้าแตะหนีบเดินออกจากบ้านตัวเองไปยังร้านอาหารข้าง ๆ  ป้ายร้านเป็นคำว่า Close เสียสละเวลาที่ควรจะมีลูกค้าเพื่อฉลองวันเกิดให้กับหญิงสาวผู้น่าเห็นใจ  การเทคแคร์ของเพื่อนร่วมงานชวนให้คิดว่าผู้ชายต่างชาติเอาใจเก่งดีนะ….

 

“มาแล้วค่ะ….”  ใบเฟิร์นเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าห่อเหี่ยวไม่สมกับเป็นวันเกิดของตัวเอง   ภายในร้านนั้นว่างเปล่า  สว่างไสวด้วยแสงสีส้มสลัว ๆ ของร้านอาหาร

 

ราฟาเอลกับฟานหยูยังคงทำอาหารอยู่ในครัวไม่ได้ออกไปต้อนรับ  หญิงสาวจึงเดินเข้าไปดูด้านในแทน   คนหนึ่งกำลังเริ่มทอดแพนเค้กบนกระทะ  ส่วนอีกคนยุ่งอยู่กับอาหารจานสุดท้ายอย่างบาบีคิว   “ไปนั่งรอก่อนก็ได้   จัดการเสร็จแล้วจะออกไป”

 

แต่….   “คิ้วหายไปนะ”  คำทักทายคำแรกของฟานหยูพาให้หญิงสาวข้างบ้านถลึงตาใส่ในทันที   ปริศนาอันลึกลับเมื่อลบเครื่องสำอางออก….

 

สาวข้างบ้านกำลังอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆเธอคว้าเอาไส้กรอกรูปปลาหมึกที่ทอดเสร็จแล้วมาเข้าปากชิ้นหนึ่ง  บางส่วนยังอยู่ในกระทะ  ความร้อนที่แผ่เข้าใส่ท่อนเนื้อพวกนั้นพาให้ขาที่แนบสนิทลำตัวค่อย ๆ อ้าออก  ไส้กรอกธรรมดา ๆ ได้กลายเป็นปลาหมึกโดยสมบูรณ์

 

แล้วใบเฟิร์นก็เดินออกไปด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์   “แย่จัง  ดูท่าทางจะอารมณ์เสีย  คำต้องห้ามเลยนะ”  ดวงตาสีฟ้าเหลือบไปทางคนปากเสีย

 

“ฉันแค่สังเกตว่ามันมีอะไรหายก็แค่นั้น”   วันที่เจอกันก่อนหน้านี้ยังมีอยู่  ต่อให้นั่นเป็นหน้าสดเหมือนกันก็ตาม อาจจะเกิดอุบัติเหตุ….

 

ราฟาเอลมองไปทางนาฬิกาที่ประดับอยู่บนผนัง   “ทุ่มนึงจะมาถึงรึยังนะ  เดี๋ยวที่เตรียมเอาไว้จะจืดชืดซะก่อน”   เสียงทุ้มบ่นถึงใครบางคน…

 

….การพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส…

เพื่อเอาใจพนักงานสาวคนที่ 0.5 ประจำร้านอาหาร

 

อาหารที่ปรุงเสร็จเรียบร้อยวางลงบนโต๊ะนั่งซึ่งใหญ่ที่สุดของร้าน  อาหารมื้อค่ำเพื่อฉลองวันเกิดแด่หญิงสาวแบบเล็ก ๆ เน้นความอบอุ่น…  แม้บรรยากาศจะดูเยียบเย็นก็ตามที  นอกจากเจ้างานที่หน้าบูด ก็มีพ่อแม่ซึ่งมาร่วมวงด้วย  เชฟหนุ่มสองคนยืนมองให้ใบเฟิร์นเป็นคนเริ่มตักเปิด

 

“เฟิร์น  วันเกิดนะ หน้าบูดไปเดี๋ยวก็โชคร้ายไปทั้งปีหรอก”   แม่ของเธอติติงใบหน้าของลูกสาว   เธอไม่อยากจะบอกเลยว่าหน้าปกติ แค่ไม่แต่งหน้า…

 

เธอหันไปทางชายสองคนที่เตรียมอาหารเอาไว้ให้  “ขอบคุณนะคะ คุณฟาน แล้วก็ราฟ”   พูดอย่างกับคนหลังเป็นของแถม

 

“ไม่เป็นไรหรอก  ถ้าไม่มีเธอ พวกเราคงแย่”  ราฟาเอลคลี่ยิ้ม  เพราะไม่มีคนมาล้างจานและทำความสะอาดร้านให้…   ความจริงในใจถูกเก็บซ่อนเอาไว้…

 

เธอหยิบส้อมขึ้นมาตักยำวุ้นเส้นฝีมือเชฟตะวันตก   ครั้งแรกของการปรุงยำวุ้นเส้นรสชาติไทย ๆ  เปลี่ยนวุ้นเส้นที่จืดชืดให้กลายเป็นอาหารที่เผ็ดร้อนกลมกล่อม   รสสัมผัสแรกที่ลิ้นแตะวุ้นเส้นอุ่น ๆ คือความเปรี้ยวของน้ำมะนาว รสเค็มของน้ำปลา และความเผ็ดของพริก  ผสมความหวานของน้ำตาล  ทุกส่วนผสมกลืนกินให้วุ้นเส้นต้องยอมศิโรราบละทิ้งความเขินอายของมันไป  กลายเป็นวุ้นเส้นรสใหม่ที่เร่าร้อนกว่าเดิม

 

“ใช้ได้รึเปล่า?”   เชฟหนุ่มเอ่ยถาม   อาหารที่ต้องเปิดตำราทำตามจะออกมาโดนใจคู่นอน เอ๊ย… คนกินหรือเปล่า  สะกิดไม่ถูกจุด ก็ไม่ทำให้รู้สึกดี

 

หญิงสาวนั่งเคี้ยวลิ้มรส  “รสชาติก็เหมือนยำวุ้นเส้นทั่วไปล่ะค่ะ”   คำตอบช่างเฉยชาสมกับที่อารมณ์ไม่ดีอยู่ซะเหลือเกิน

 

ฟานหยูเห็นปฏิกิริยาของคนทานแล้วแอบกลั้นยิ้ม   ไม่อยากแสดงออกว่าสะใจเล็ก ๆ ที่พ่อครัวฝรั่งเศสถูกทำลายความมั่นใจ  “ร่วมรักตามทฤษฎีสินะ”   พูดแกมประชดออกมาพลางเหล่มอง

 

ดวงตาสีฟ้ามองกลับด้วยรอยยิ้ม   “เริ่มเห็นด้วยแล้วเหรอ ว่า Cooking ก็คือ Sex น่ะ”  ยิ้มรับและไหลลื่นทำเนียนไปได้อีก

 

หลังจากนั้นหวัง ฟานหยูจึงไม่พูดอะไรนอกจากเชิญให้พ่อแม่ของนักศึกษาสาวลงมือทานด้วย    ดวงตาสีดำมองไปยังนาฬิกาภายในห้องโถง   จนป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าใครบางคนจะมาตามที่บอก  ใกล้เวลา 1 ทุ่มเข้าไปทุกที  อาหารก็ไม่ได้มากมายนัก

 

“ราฟาเอล  นายควรจะขอเบอร์โทรหมอนั่นเอาไว้  จะได้ตามได้”   มือดึงเพื่อนร่วมใช้ครัวเดียวกันออกห่างมาจากโต๊ะอาหาร  พูดเสียงแผ่วไม่ให้ได้ยิน

 

“ฉันต้องชักจูงผู้จัดการร้านนี่  ตอนนั้นเธอน่าจะเป็นคนขอ”  คล้ายกับทั้งหมดทั้งมวลลงทุนลงแรงคนเดียว  แล้วอีกคนไม่ช่วยเหลือเต็ม 100% เพราะมันไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

 

จะว่าถึง 40% หรือเปล่าก็คงไม่ถึง ช่วยตามมารยาท….

 

ถ้านี่คืออาหารมื้อหนึ่ง  อาหารมื้อนี้กำลังอยู่ในวิกฤตเพราะมื้อหลักนั้นยังไม่มา  ลูกค้าใกล้จะทานอาหารอื่นเสร็จหมดแล้ว  หัวใจหลักของมื้อนี้ที่สำคัญที่สุดจะให้หายไปไม่ได้   เห็นดังนั้นทั้งคู่จึงจ้องหน้ากันเองว่าจะทำอย่างไรต่อ  ซึ่งราฟาเอลคงไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้แล้ว

 

“มีอะไรรึเปล่าคะ   ท่าทางเหมือนมีอะไร?”   ใบเฟิร์นหันไปทางพ่อครัวที่แยกตัวออกไปกระซิบกระซาบกันอยู่สองคน  จะว่าจีบกันก็คงไม่ใช่…

 

วงแขนของพ่อครัวผมทองตวัดเข้ากอดคอชายข้างกายทันที  “เดี๋ยวขอตัวไปสวีทกันในครัวก่อนนะ  จะเตรียมอะไรดี ๆ มาให้”  ยิ้มละไมไม่ให้อีกฝ่ายสงสัย

 

หญิงสาวผงกศีรษะตอบแบบอึ้ง ๆ พลางมองตามราฟาเอลที่กอดคอลากฟานหยูเข้าห้องครัวกันไปสองคน   จะบอกว่าสนิทกันมากขึ้นแล้วก็คงไม่ใช่หรอก มองแบบนี้แล้วชักเป็นห่วงว่าพ่อครัวคนธรรมดาของเธอ(?)  จะรอดน้ำมือเชฟประหลาดไปได้อีกสักกี่น้ำ….

 

เข้าห้องครัวมาได้ชายหนุ่มผมดำก็ดันอีกฝ่ายออกห่างไปทันที  มีจังหวะทีไรเป็นต้องแทะต้องเล็ม  ผู้ชายด้วยกันมันไม่เสียหาย หากแต่มันน่ารำคาญไปเสียหน่อย  “แล้วจะทำไงต่อ จะถ่วงเวลาไปได้ถึงไหน?”  อาหารจานหลัก(?)ก็ไม่มาเสียที

 

“นั่นสินะ  จะทำยังไงกันดีล่ะเนี่ย  ที่ฉันต้องเสียแรงเสียน้ำนี่จะสูญเปล่ารึเปล่านะ”  ฟังดูเป็นการลงทุนลงแรงคุณภาพสูง….

 

ทั้ง ๆ ที่จัดการเรื่องวันลาของตัวละครสมทบ A ไปเรียบร้อย

เจ้าหนุ่มที่อ้างว่าติดงานพิเศษเพื่อหาเงินไปแต่งงานก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น

 

เกิดอุบัติเหตุ?  ป่วยกะทันหัน?  เรื่องที่บอกเล่ามาเป็นการเล่นละครสุดแนบเนียน?  ตอนนี้กำลังไปเตรียมเซอไพรต์อยู่?  อะไร ๆ มันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นสำหรับผู้ชายคนหนึ่ง  สกิลปลาไหลมันมีอยู่ในตัวผู้ชายบางคนและอาจจะหลายคน เพียงแค่ไม่รู้วิธีใช้

 

ฟานหยูมองดูคนที่ให้โอกาสแฟนหนุ่มของเด็กสาวข้างบ้าน  “ถ้าไม่มา  เรื่องของสองคนนี้จะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ”  จะสานต่อหรือจะจบลงเพียงเพราะวันเกิดเพียงวันเดียวก็เรื่องของเขา  ค่ำคืนวันนี้ก็จะผ่านไปแบบที่ไม่มีการแทรกสถานการณ์

 

“ถ้าใบเฟิร์นอารมณ์ไม่ดีแล้วไม่มาช่วย  ฉันก็ไม่มีเวลาคุยกับเธอแน่เลย”  ราฟาเอลผิวปาก  สรุปว่าเหตุผลที่ช่วยคืออะไรกันแน่…

 

ดวงตาสีดำจ้องไปยังดวงตาของฝ่ายตรงข้าม    “เริ่มต้นด้วยการโกหก ก็ไม่ถูกต้องแล้ว”  บางที่สิ่งที่สารภาพกับทั้งคู่ก็อาจไม่ใช่เรื่องจริงก็เป็นได้

 

คำพูดของฟานหยูมิได้เปลี่ยนสีหน้าที่ยิ้มแย้มของพ่อครัวฝรั่งเศสได้  อีกฝ่ายยังคงยิ้มละไมเสมือนไม่รู้สึกอะไรกับการที่จะโดนหลอก  การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ได้และไม่เสีย  มีแต่จะได้กำไรเสียมากกว่า  มือใหญ่ยื่นออกไปลูบศีรษะชายอายุน้อยกว่า

 

“จริงจังเกินไปแล้ว❤  ถ้าไปพูดตรง ๆ กับใครว่าSexห่วยแตกจะโดนตบเอานะ”  ขยิบตาและพูดออกนอกเรื่องไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

ไม่ทันไรประตูหลังร้านก็เปิดออก  เผยให้เห็นร่างที่เหนื่อยหอบของใครบางคนที่มาถึง   ร่างนั้นยืนจับขอบประตูประคองตัวเอง   มืออีกข้างถือถุงขนาดใหญ่เผยให้เห็นของข้างในที่โผล่พ้นขนาดถุงออกมา  หัวตุ๊กตาหมี Rilakkuma โผล่ออกมาทำหน้ามึนใส่ผู้คน

 

เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาปรากฏตัว…   “ยังทันมั้ย……….”  ตัวละครสมทบ A มาถึงหลังผ่านพ้นเวลาหนึ่งทุ่มมาได้ 10 นาที

 

…..ไม่ใช่การหลอกและสร้างเรื่อง…..

 

ฟานหยูจ้องมองผู้มาเยือนด้วยสายตาอึ้งอยู่เล็กน้อย   ส่วนราฟาเอล เอริคนั้นเดินไปกอดแฟนของสาวข้างบ้านหน้าตาเฉย   ความรู้สึกของคนที่ไม่ค่อยเห็นด้วยและเชื่อมั่นกับแผนการนี้เท่าไหรตอนนี้คืองง…   งงว่าเชฟหนุ่มผมทองเชื้อเรื่องนี้ขนาดไหน… ให้น้ำหนักในคำพูดคนแปลกหน้าด้วยงั้นเหรอ….

 

“มาช้าจนนึกว่าไม่มาซะแล้ว  รอจนหดเลย”  อะไรหด…    หนุ่มนักศึกษาไม่อยากจะถาม  เผื่อจะโดนอะไรที่ไม่พึงประสงค์

 

“ไปตามหาหมีชิวซะทั่วเมือง  กว่าจะได้ที่ใช่  เหนื่อย…   บึ่งเกือบทั่วกรุงเทพ…..”  ตุ๊กตาหมีหน้ามึนส่วนสูง 100 เซนติเมตร  ตัวใหญ่ได้โล่เลยทีเดียว…

 

ของขวัญที่แบกเดินทั่วเมืองคงรู้สึกน่าอับอาย  ดวงตาสีดำมองจ้อง  ในอดีตเคยแบกตุ๊กตาหมีแบบแกมบังคับใจกลางฮ่องกง  โดนสายตาคนจับจ้องแล้วรู้สึกอึดอัดสุด ๆ แต่เด็กหนุ่มอายุยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยตรงหน้าตั้งใจตามหาของมาให้แฟนสาว…

 

“ใบเฟิร์นอยากได้งั้นเหรอ?”   คำถามนั้นได้คำตอบคือการผงกศีรษะแบบเหนื่อย ๆ ของคนตอบ  ช่างเป็นคนดีเสียจริงนะ……

 

แล้วราฟาเอลก็ตบมือหนึ่งครั้งเป็นสัญญาน   “มาเริ่มเซอไพรต์ใบเฟิร์นดีกว่า  ช้า ๆ เดี๋ยวหมดอารมณ์กัน❤”    การปิดท้ายวันเกิดที่ควรจะเป็นวันแย่ ๆ ของสาวคนหนึ่ง….

 

เปลี่ยนวันที่ควรถูกบันทึกเป็นวันที่หม่นหมอง

ให้กลายมาเป็นวันที่มีความสุข….

 

พ่อแม่ของหญิงสาวซึ่งหน้าเริ่มมันเพราะไม่ได้ทาแป้งกำลังทานอาหารพลางดูโทรทัศน์   ส่วนตัวเจ้าของวันเกิดนั้นนั่งเท้าคางมองทุกอย่างแบบไม่อารมณ์ร่วม   เธอคอยเหลือบมองโทรศัพท์ของตัวเองเป็นระยะ ๆ ไม่มีการติดต่อจากแฟนหนุ่มมาเลยสักครั้ง

 

วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ  โดนลืมวันเกิดก็เคืองแล้ว  ติดต่อไม่ได้ชักจะเคืองมากกว่าเดิม  นี่ล่ะนะที่เขาว่าแฟนไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่  ไม่ใช่เพื่อนสนิท  ความคิดในแง่ลบมันออกมาแล่นในสมองอย่างห้ามไม่ได้  ต่อมสร้างมโนภาพในใจของนักศึกษาบัญชีกำลังทำงานอย่างหนัก

 

“นอกใจ…นอกใจใช่มั้ยเนี่ย….”   คนที่ไปนัดในวันเกิดแฟนนั้นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?  ถ้าเป็นผู้หญิงจะไม่เศร้าเท่าแฟนนอกใจไปหาผู้ชาย(?)เลย……….

 

ขณะที่ความคิดกำลังเริ่มทิ้งดิ่งไปยังเหตุการณ์เก่า ๆ ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของแฟนหนุ่ม  โทรทัศน์ก็ดับลงอย่างกะทันหัน   และหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยหลอดไฟดับลงไปทีละดวง  แต่ละคนเริ่มมองขึ้นไปบนเพดานอย่างสงสัย……..

 

แสงไฟดับลงทำให้ทุกอย่างอยู่ในความมืดมิด

 

“เอ๋?  ไฟตัดเหรอ  ใช้ไฟมากเกินไปรึเปล่าน่ะ”   บิดาของเจ้าหล่อนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด   มองไม่เห็นใครนอกจากเงาลาง ๆ ของคนข้าง ๆ

 

“หนูไปเปิดหน้าต่างดีมั้ย เผื่อแสงข้างนอกจะเข้ามาบ้างน่ะค่ะ”   ใบเฟิร์นมองออกไปด้านนอกเห็นไฟหน้าบ้านตัวเองยังเปิดอยู่  มีแต่ไฟของร้านอาหารที่ดับลงไป

 

“เดี๋ยวแม่เดินเอง  เดี๋ยวลูกสะดุดล้ม”    พ่อกับแม่อาสาจะไปเปิดหน้าต่างเอง  ทั้งคู่ลุกจากเก้าอี้และเดินไปตามหาหน้าต่างอย่างระมัดระวัง

 

ปล่อยให้เด็กสาวนั่งเงียบ ๆ กับแพนเค้กที่เริ่มเย็นชืดลง…   แพนเค้กที่มีลายวาดรูปดอกไม้..   ผลการเพนท์ช็อกโกแลตประหนึ่งเด็กประถมของฟานหยู  มองเห็นจากแสงสลัว ๆ ซึ่งทอดออกมาจากด้านนอก  วันเกิดของตัวเองแท้ ๆ ไฟเจ้ากรรมก็ยังดับอีก

 

การไฟฟ้าจะไม่ให้เธอโชคดีเลยเหรอ  กระทั่งการไฟฟ้าก็ยังมอบความซวยให้กับเธอในวันนี้  เธอยังไม่เบญจเพศเลยนะจะบอกให้ เพิ่งจะอายุ 20 เท่านั้นเอง  คิดแล้วอยากจะกริ๊ดออกมาดัง ๆ !!

 

….แปะ….

 

หากอาหารจากเชฟเป็นออเดิร์ฟ  อาหารจานหลักก็ถึงเวลาได้เผยโฉม  ในความมืดนั้นใครบางคนมาหยุดอยู่ด้านหลัง   และมีบางสิ่งบางอย่างที่แสนอ่อนนุ่มแตะลงที่ข้างแก้มทั้งสองจากฝั่งนั้น   สัมผัสที่เหมือนกับตุ๊กตาตัวใหญ่…   ใบเฟิร์นนั่งอึ้งค้างไปครู่หนึ่ง

 

“สุขสันต์วันเกิด”  น้ำเสียงที่คุ้นเคยขับให้เธอรีบหันกลับไปมอง  แม้ว่าจะมองเห็นเพียงเงาสลัว ๆ  แต่เสียงนั่นเธอมั่นใจ…  แม้ตอนนี้จะเห็นแค่หน้าหมีตัวยักษ์

 

ดวงตาใสจับจ้องจากหน้าหมีขึ้นไปยังใบหน้าคนถือ    “พี่เอ……….”สรุปว่าไม่ใช่แค่ตัวละครสมทบ A แต่ชื่อเองั้นเหรอ…..

 

แล้วแสงไฟภายในห้องโถงของร้านอาหารก็ติดกลับขึ้นมาอีกครั้ง  พร้อมกับสองร่างของเชฟหนุ่มที่เดินออกมาจากห้องควบคุมไฟซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับห้องครัว  “Surprise!!”   ราฟาเอลยิ้มแย้มแจ่มใส  ส่วนฟานหยูข้างกายนั้นยิ้มจาง ๆ แบบเจ้าตัว

 

แสงไฟสว่างจ้าเผยให้เห็นหมี Rilakkuma ที่เธอชอบเต็มตา  สองมือรีบคว้ามากอดเอาไว้   “นะ..นี่เซอไพรต์กันเหรอ…”  น้ำเสียงตะกุกตะกักจากความตื่นเต้น…

 

วินาทีนั้นฟานหยูอยากจะบอกความจริงว่าเปล่า…  แต่ถ้าพูดออกไปคงเจอคนข้าง ๆ ขัดขวางด้วยวิธีที่ไม่อยากนึกถึง  แฟนหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันเกาศีราะแก้เก้อ    “อะ..อืม ก็ประมาณนั้นล่ะ  ต้องขอบคุณเชฟสองคนด้วย”   เออออห่อหมกไป…

 

“ก็อย่างนั้นล่ะ   แฟนของเธอลงทุนมาขอร้องเลยนะ  ใครก็ต้องใจอ่อน”  สกิลแหลสดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มช่างน่าหมั่นไส้…

 

“สุขสันต์วันเกิดนะ ขอโทษที่แกล้งลืมวันเกิด”  ผู้ชายที่ลืมวันเกิดแฟนจริง ๆ เริ่มแหลสดไปด้วยอีกคน  ช่างเป็นการกระทำตบหัวและลูบหลัง….

 

ใบเฟิร์นกอดตุ๊กตาหมีแน่นและมองหน้าแฟนหนุ่มอย่างสดใส  ก่อนจะหันไปทางพ่อครัวทั้งสอง  “ขอบคุณนะคะ”  บางครั้งการโกหกมันก็จำเป็น….

 

ความรักกับการโกหกไม่ควรอยู่คู่กัน…

แต่บางครั้งเพื่อรักษามันไว้ก็จำเป็น…..

 

เชฟหนุ่มชาวจีนยืนมองพลางนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตของตัวเอง  ผลลัพธ์มันออกมาแตกต่างจากที่เขาเคยโดน  เพราะทางเลือกหลังจากที่ลืมพวกเขานั้นเลือกต่างกัน…  เขาเลือกที่จะปล่อยผ่านมันไป   ยืนเหม่อพักหนึ่งก็ต้องสะดุ้งเมื่อพ่อครัวผมทองยื่นหน้ามาใกล้ ๆ

 

“ฉันเกิดวันที่ 14 พฤศจิกายน   ขอของขวัญด้วยนะ   เอาตัวเองผูกโบว์ก็ได้”   ขอของขวัญกันแบบหน้าด้าน ๆ ไม่มีปิดบัง… เหลืออีกหลายเดือน….

 

“โทษทีนะ  ฉันลืมแล้ว”  ทำเบลอใส่วันเกิดนั้นไป และตอบกลับไปด้วยสายตาอันแสนเฉยชา…  ไม่ได้อยากรู้เลยสักนิด….

 

ฝั่งพ่อครัวชายสองคนก็เบลอใส่กันไป  ฝั่งพนักงานคนที่ 0.5 ของร้านกำลังมีความสุข   “พี่เอ  ช่วยล้างจานด้วยนะ”  ใบเฟิร์นเหล่มองไปยังแฟนหนุ่มที่ทำให้เพื่อนร่วมงานของเธอต้องมาช่วยลำบาก   เจ้าหนุ่มตัวละครสมทบหัวเราะแหะ ๆ ยอมรับชะตากรรมไป

 

ท่ามกลางเสียงหัวเราะ  ดวงตาสีเข้มของเชฟหนุ่มจากเกาะฮ่องกงจ้องมองใบหน้าของเพื่อนร่วมงานซึ่งกำลังขำขัน   มองและครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เรื่องวันนี้สำหรับเขามันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องของชายหญิงคู่หนึ่ง  ความรักของคนอื่นที่ไม่จำเป็นต้องไปยุ่งก็ได้  โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่เพื่อนสนิท….  แต่พ่อครัวราฟาเอลกลับสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะทำ….

 

หมอนี่น่ะ…. เป็นคนดีกว่าที่คิดงั้นเหรอ?

 

วันที่พิเศษไม่นานก็หมดเวลาสนุก  4 ทุ่มทุกคนก็เริ่มแยกย้ายและเก็บกวาดซากที่เหลือ  พ่อแม่ของพนักงานหญิงกลับบ้านไปอาบน้ำและเตรียมเข้านอน   คู่รักที่เป็นปัญหาช่วยกันล้างจานในครัว   ส่วนพ่อครัวสองคนแยกย้ายกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อคนหนึ่งไม่ได้ค้างที่นี่

 

ใบเฟิร์นยืนล้างจานด้วยสีหน้าแย้มยิ้มมีความสุข ทั้งที่งานนี้เคยทำไปงั้น ๆ แทบทุกวัน  รอยยิ้มขับให้ตัวละครสมทบ A ที่ชื่อเอต้องจ้องมอง   “อารมณ์ดีแล้วสินะ  ขอโทษด้วยนะ”

 

“ไม่เป็นไรหรอก  อุตส่าห์ไปหาหมีชิวมาให้ ลำบากแย่เลย”  มันก็หนักไม่ใช่น้อยเหมือนกันเมื่อต้องอุ้มขึ้นมา..  ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ๆ

 

นักศึกษาหนุ่มคลี่ยิ้ม  ในใจรู้สึกผิดที่ปิดบังความจริง  ทั้งเรื่องงานพิเศษที่ทำอยู่  ทั้งเรื่องเหตุการณ์วันนี้ที่ลืมไปจริง ๆ… หรือเขาควรจะสารภาพความจริง….   “เฟิร์น  คือว่า……”

 

“ลืมจริง ๆ ใช่มั้ย  นี่ร่วมมือกับพวกราฟมาโกหก ใช่มั้ยล่ะ?”   ดวงตาใสและใบหน้าไร้เครื่องสำอางยิ้มกว้าง  รอยยิ้มสดใสจนเดาไม่ถูกว่าโกรธหรืออะไรกันแน่…

 

ผู้ชายที่มีชนักติดหลังถึงกับสะอึกที่โดนจับได้   “…รู้ได้ไงอ่ะ…..”  ออกจะแนบเนียนขนาดนี้…  (ล่ะมั้ง)

 

“ถ้าพี่เอมาขอร้องพวกราฟให้ช่วยจริง ๆ  พี่เอจะรอดมาแบบครบ 32 ได้ยังไง ไม่มีอะไรสักหรอเลยเหรอ?”  คำพูดของแฟนสาวฟังแล้วไม่กล้าจินตนาการว่าน่าจะโดนอะไรบ้าง……

 

พ่อครัวชาวฝรั่งเศสนั้นเป็นคนแบบไหน  ทำงานด้วยกันมา 2 ปีก็พอจะรู้  ส่วนพ่อครัวชาวจีนที่อยู่คนละขั้นกันเลยนั้น  ก็คงไม่มีอำนาจตัดสินใจ และขอให้ราฟาเอลร่วมมือเป็นแน่   จะคิดยังไงแฟนของเธอก็ไม่มีทางรอดมาได้ครบถ้วนขนาดนี้หรอก  ประตูหลัง(?)ยังดีอยู่มั้ย…..

 

คนฟังได้ยินแบบนั้นก็ยกมือขึ้นมาเคาะหัวแฟนสาว   “จินตนาการอะไร…!   มองเพื่อนร่วมงานในแง่ร้าย”   แม้อาจจะจริงก็เหอะ….

 

“อ่าว  แล้วงั้นทำไมราฟกับคุณฟานถึงช่วยพี่เอล่ะ  มาช่วยโกหกกันแบบนี้”   รู้จักกันก็ไม่ใช่  เป็นแค่แฟนคนข้างบ้านที่ได้เจอกันไม่กี่ครั้ง….

 

บางครั้งคนที่เรารู้จัก….เราก็ไม่ได้รู้จักเขาทุกด้าน….

 

ตัวละครสมทบ A มองจานที่อยู่ในมือ  จานที่ล้างอย่างใสสะอาดและเก็บมันลงในที่ ๆ มันควรจะอยู่  กระทั่งถึงตอนนี้ที่ทุกอย่างจบลงแล้ว   บอกตามตรงว่าก็ยังสงสัย  สงสัยที่ได้รับความช่วยเหลือในเรื่องนั้น…  นัยน์ตานั้นหันมองไปทางเด็กสาวข้างบ้านซึ่งมาทำงานที่นี่บ่อย ๆ

 

“นั่นสินะ ทำไมถึงช่วย บางทีอาจจะเป็นเพราะเป็นแฟนเฟิร์นล่ะมั้ง”   เป็นคนอาจจะสำคัญของเพื่อนร่วมงานอันแสนสำคัญ….

 

สิ่งที่ไม่แสดงออกมาภายนอก

 

คนเราทุกคนล้วนแต่มีสิ่งที่เห็นจากภายนอก  และสิ่งที่เห็นจากภายใน   เหมือนอย่างอาหารที่มองเห็นรูปก่อนที่จะรู้รสของมัน   สวยงาม แปลก อัปลักษณ์  สิ่งที่ตาเห็นกับสิ่งที่รู้รส  อาจจะสวนทางกันก็เป็นได้….

 

หวัง  ฟานหยูเปิดประตูออกมาจากห้องนอนว่าง ๆ ซึ่งเขาใช้เป็นที่เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดธรรมดาเป็นชุดเชฟ  และจากชุดเชฟกลับเป็นชุดธรรมดา  ชายหนุ่มเดินออกมาก็ประจันหน้ากับฝ่ายตรงข้ามทันทีโดยไม่ต้องเดินหา…   พ่อครัวหน้าระรื่นที่ร่วมรักกับอาหารไม่รู้กี่ชนิดตลอดทั้งวัน

 

“วันนี้ส่งแค่บนนี้นะ  ง่วงแล้วล่ะ  ไม่มีแรงกระทั่งจะช่วยตัวเอง”  ถ้าเอ่ยปากหาคนช่วยรับรองได้ว่าไม่มีใครช่วยเหลือ…..

 

ดวงตาสีดำจับจ้องนิ่ง ๆ  แต่และวันมีอะไรให้อึ้งเกี่ยวกับชายตรงหน้านี้เสมอ  ทั้งในแง่ลบและอาจจะเป็นแง่บวก…  “นายควรจะไปนอน  นอนน้อยมาตั้งแต่เมื่อคืน”

 

“นั่นสิน๊า   แต่อยากได้อะไรมาไล่ฝันร้าย”  สองแขนอ้าออกหมายจะรอให้ใครบางคนเดินเข้ามาในอ้อมกอด  หนุ่มจีนมองด้วยสายตาสุดจะปลง

 

“ขอให้นายฝันร้ายก็แล้วกัน  ฉันไปล่ะ”  อาหารแช่แข็งก็ยังคงเป็นอาหารแช่แข็ง  ราฟาเอลผิวปากแกมเสียดายที่หลอกล่อไม่ได้ผล

 

แล้วชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นโบกมือให้ธรรมดา ๆ   “งั้นก็ราตรีสวัสดิ์กันแบบธรรมดา ๆ ล่ะเนอะ” รอยยิ้มดูอิดโรยง่วงนอนอยู่หน่อย ๆ   เพื่อนร่วมงานจ้องมองครู่หนึ่ง  แล้วฟานหยูยื่นมือไปตบไหล่ของคนตรงหน้า

 

“นาย  เป็นคนดีกว่าที่ฉันคิดไว้นะ”   สิ้นประโยคคำพูดนั้น  คล้ายกับดวงตาสีฟ้าครามที่มักจะเริงร่ามีความอึ้งเข้ามาแทนที่… เพียงแค่ชั่ววินาทีเท่านั้นเอง…

 

….คนประหลาด ๆ ที่เป็นคนดีระดับหนึ่ง ….

ราฟาเอล เอริค

 

บนโลกอันกว้างใหญ่ เจอเชฟก็หลายแบบ เจอเพื่อนร่วมงานก็ว่าเยอะ  ลูกค้าแปลก ๆ ก็ว่ามี  แต่คนที่คิดว่าอาหารกับการร่วมรักเหมือนกันเหมือนจะมีแค่ 1 ใน 1000 หรืออาจจะหนึ่งในหมื่น  ถึงแม้จะดูไร้สามัญสำนึกใส่อาหารและผู้คนที่รู้จัก  กระนั้นก็ยังมีข้อดีให้ได้เห็นบ้าง….สินะ….

 

            เชฟหนุ่มผมทองยืนมองใบหน้าพลางยื่นมือไปแตะต่างหูที่ฝ่ายตรงข้างสวมเพียงข้างเดียว  ต่างหูสีดำขลับ….  “ค้างมั้ย?”   คำเชิญชวนที่………

 

“ไม่”   แน่นอนว่าต้องโดนปฏิเสธ……….

 

วันที่ X เดือน O  อากาศเกือบจะไม่ค่อยดี

แต่วันนี้มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นล่ะค่ะ…

 

ขอบอกว่าวันนี้เกิดเรื่องดี ๆ ขึ้นกับฉันล่ะ ตอนที่ฉันเขียนบันทึกนี้ ฉันกำลังมองตุ๊กตาหมีไปยิ้มไป  แล้วก็มองไปที่หลังคาบ้านข้าง ๆ  รอยยิ้มก็เกิดขึ้นเองบนริมฝีปากของฉันเหมือนอย่างนางเอกในการ์ตูนผู้หญิงเลย  แต่สิ่งที่ฉันเจออยู่มันดันไม่ใช่การ์ตูนผู้หญิงนี่สิ

 

แฟนหนุ่มที่คิดว่าลืมวันเกิด เขาก็เอาของขวัญวันเกิดมาให้  แต่ยังไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ว่าง  วันหลังต้องถาม….   ส่วนคนข้างบ้านของฉัน  ท่าทางจะเป็นคนดีกว่าที่คิดล่ะค่ะ  หรือเพิ่งเป็นก็ไม่รู้?  ไม่อยากจะเชื่อว่าแฟนของฉันจะรอดมือมาได้แบบไม่เป็นอะไรเลย

 

จากเหตุการณ์วันนี้  ฉันมองราฟดีขึ้นนิดนึงล่ะค่ะ  ไม่รู้ว่าคุณฟานจะคิดเหมือนกันหรือเปล่า  หรือปิดตายความคิดตัวเองไปแล้ว  หวังว่าจะมีพนักงานธรรมดา ๆ มาที่ร้านนี้ด้วยนะคะ  ปีนี้ขอพรแบบนี้ก็แล้วกัน

 

พ่อครัวสองคนที่อยู่ข้างบ้านของฉัน

จะเป็นคู่หูที่ลงตัวได้รึเปล่านะ

 

บนฟุตบาทริมทางซึ่งมีมอเตอร์ไซด์รับจ้างขึ้นมาวิ่งเป็นระยะ ๆ ให้คนเดินได้ตกใจเล่น   ผู้คนทั้งในชุดทำงานและชุกลำลองเดินผ่านไปมาเพื่อมุ่งหน้าไปยังที่ต่าง ๆ   ณ จุดหนึ่งเผยร่างของนักศึกษาย้อมผมสีน้ำตาลกำลังเดินพลางรอปลายสายรับโทรศัพท์พลาง

 

จนกระทั่งมาหยุดที่หน้าร้าน 7 – 11 ก็มีเสียงตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก   “แม่เหรอ  ผมว่าผมหางานพิเศษได้แล้วล่ะ”   ดวงตาสีดำอย่างชาวไทยทั่วไปจ้องมองกระดาษสีขาวซึ่งเขียนชื่อร้านอาหารแห่งหนึ่งเอาไว้…..  ร้าน Rafael’s Kitchen

 

สูตรอาหารมันสามารถพัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ไม่หยุดนิ่ง

โลกของเราก็ยังคงหมุนต่อไปไม่หยุดนิ่ง

 

โบราณว่าไว้ว่าคนเราไม่สามารถรู้จักกันได้ทุกด้านภายในหนึ่งวัน  ต้องใช้เวลาศึกษากันและกัน  รวมไปถึงเรียนรู้จากคนรอบข้าง จากสังคมที่อยู่  เราก็จะได้รู้จักคน ๆ หนึ่งมากขึ้นเท่านั้น  เปรียบเหมือนไข่ฟองหนึ่ง  เรารู้จักว่าไข่นี้คือไข่ไก่ แล้วไข่ไก่ทำอะไรได้บ้าง…?   นี่เป็นคำถามที่ทุกคนตอบได้เป็น 100 อย่าง

 

พ่อครัวจะใช้ไข่ฟองนั้นทำออกมาเป็นเมนูแบบไหน

 

ตอนนี้พวกเราก็รู้จักกันมากขึ้น

นิดนึงล่ะมั้ง

 

 

 

 

——————————–

Free Talk : จบบทที่ 1 ค่ะ ต่อไปจะเป็นบทที่ 2 แล้วมีตัวละครมาเพิ่มอีกหนึ่งคน ฮา รุ่นพี่ของใบเฟิร์น ตอนนี้เป็นบันทึกของใบเฟิร์น ที่ว่าด้วยเรื่องมุมดีๆของราฟ ที่ดูแล้วจะมีน้อยนิดล่ะนะ….

ฟานถ้าเทียบกับราฟแล้วดูเป็นคนใจดำเลย มองเรื่องของคนอื่นแบบคนนอกที่ไม่อยากไปยุ่งมาก เพราะถือเป็นเรื่องของคนอื่น ส่วนราฟเป็นเพื่อนร่วมงานก็ช่วยเต็มที่ ถึงปกติจะเป็นคนแปลกๆก็เหอะ ในช่วงต่อๆไปก็จะมีเล่าถึงเพื่อนร่วมงานเก่าๆ และความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานใหม่
ปล. ตอนนี้ทำร้ายอาหารมากกว่าปกติซะอีก 555

 
1 ความเห็น

Posted by บน 05/13/2014 in Uncategorized

 

One response to “[BL Novel] Love is delicious : Love Menu 1 : Part 3

  1. ตป. | S.Luce

    05/13/2014 at 9:50 PM

    จริงๆ หนูก็ว่าราฟเป็นคนดีอยู่แล้วน่ะนะ แต่ดีแบบแปลกๆ 55555555555
    นี่ก็ผ่านมากี่พาร์ทแล้ว อิตานี่ก็จะชวนฟานขึ้นเตียงอย่างเดียวเลยนะ 55555555555

    คำผิดงับ
    – การยืดหยุน >> ยืดหยุ่น
    – เชื้อเรื่องนี้ >> เชื่อ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: