RSS

[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 Special 1

15 พ.ค.

Title : 10 Centimeter of Love “ปิ๊งรักระยะสิบเซน”

Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  รีวัลย์ x อลิน  ,   อัศวิน  x จัน   (Levi x Eren ,  Erwin x Jean)

 

ALERT  :  เนื้อหาที่อ้างอิงในตอนนี้มีส่วนมาจากสปอย Attack on Titan ตอนที่ 56 กับ 57  คนที่ยังไม่ได้อ่าน  ให้อ่านสปอยหรือเก็บไว้ก่อนจะดีกว่านะคะ  

—————————————————————————————————-

 

จะมีสักคนไหมที่ไม่เคยเห็นนามสกุลของแฟนตัวเองมาก่อน?

 

บัตรประชาชน บัตรพนักงาน ทะเบียนบ้าน บิลค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เอกสารต่างๆนานาที่ควรจะมีชื่อ กลับไม่เคยได้เห็นเลยสักอย่างเดียว  คนรอบตัวก็ไม่เคยพูดถึง   ฟังดูแล้วมันอาจจะน่าเหลือเชื่อ  แต่ก็มีบางคนที่กำลังเป็นแบบนั้นอยู่จริงๆ….

 

ความลับและความรักมันไม่ควรอยู่คู่กัน

แต่ถ้ามันมีจะต้องทำยังไงกันล่ะ?

 

ตอนพิเศษ 1 : พระเอกกลับมาทวงคืนบัลลังก์

 

เสียงผู้รายงานข่าวในโทรทัศน์ดังจากห้องนั่งเล่นมาถึงภายในห้องนอนสำหรับนอนสองคน  เสียงสนทนาของชายหญิงผู้ประกาศข่าวบันเทิงยามเช้ากำลังพูดถึงเรื่องของคลิปวีดีโอในเว็บไซด์ Youtube  หากไม่ลืมตามาดูก็คงคิดว่าเป็นรายการวาไรตี้ภาคเช้ารายการหนึ่ง

 

ชายผมสีดำในชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงสเลคดำไปทั้งตัวเดินออกมาจากห้องครัว  มือถือแพนเค้กสามชั้นส่งกลิ่นหอมของแป้งและเนย ยามเช้าของวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เจ้าของห้องคอนโดมีเนี่ยมย่านพญาไทต้องทำอาหารเช้า…  จริงๆมันก็คือกิจวัตรประจำวันนั่นล่ะ..

 

นายรีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุลวางมื้อเช้าลงบนโต๊ะอาหารแล้วเดินไปยังห้องนอน  บนเตียงนอนเผยร่างเด็กหนุ่มนอนกอดผ้าห่มไม่ยอมลุก ชุดนอนลายไททันวิปริตสีฟ้าช่างดึงดูดสายตา  ใบหน้ายิ้มค้างบ่งบอกว่ากำลังฝันค้างอยู่  เห็นแบบนั้นแฟนอายุมากกว่าก็ถอนหายใจเบาๆ  ก่อนเดินไปนั่งลงตรงขอบเตียง

 

“ตื่นได้แล้วอลิน  ฉันทำมื้อเช้าเอาไว้แล้ว”  มือยื่นไปขยี้ผมเจ้านักศึกษาที่หมดเรี่ยวหมดแรง  เมื่อคืนนอนนิ่งเหมือนศพก็มิปาน

 

อลินขยับตัวนิดหน่อย แต่ไม่มีทีท่าว่าจะลุก  “ขออีกครึ่งชั่วโมงครับ…. ผมง่วงจัง….”  เรื่องของเรื่องคือเมื่อวานอยู่ที่โรงพยาบาลจนดึกดื่น

 

ภาพคนรักที่หมดสภาพจากการเรียนแพทย์ปีที่ 5 มันก็น่าเห็นใจ  กระนั้นก็ช่วยไม่ได้เพราะเจ้าตัวเป็นคนเลือกที่จะเดินในเส้นทางนี้เอง  เพื่อนสนิทคณะอื่นก็เรียนจบกันไปแล้ว   … เขาลืมไปคนหนึ่ง  ยังเหลือจัน สะกิดใจที่ต้องจบปีที่ 5 นี้อีกคน

 

“ฉันจะออกไปข้างนอก  เดี๋ยวกลับมา อย่าลืมตื่นมากินแพนเค้กด้วย”   อลินละเมอผงกศีรษะตอบ  เห็นแล้วช่างน่าขำ

 

“กลับมาถ้ายังเห็นนายนอนอยู่ฉันจะแบกไปอาบน้ำ”  รีวัลย์ขยี้ผมเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินออกจากห้องนอนไป  ปล่อยให้ว่าที่แพทย์ในอนาคตนอนอืดบนเตียงต่อ…

 

นับจากวันรับปริญญาของเพื่อนๆ….

นี่ก็ตั้ง 5 เดือนผ่านมาแล้ว….

                โขนกำลังสอบบรรจุเป็นครูที่โรงเรียนมัธยมไทยทันวิทยาลัย  ตามรอยครูคีตะที่เกษียณตัวเองมาได้สักพักใหญ่ๆ   ไร่นาก็ออกไปทำไร่..เอ๊ย… ทำงานในบริษัทอาหารกระป๋อง อยู่ฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์  ส่วนเบญจรูญก็ทำงานในสำนักพิมพ์การ์ตูนแห่งหนึ่ง  อานัติก็กำลังขมักเขม้นกับการเตรียมสอบนักบินอยู่  ทุกคนกำลังเดินไปในเส้นทางของผู้ใหญ่กันหมดแล้ว

 

ความรู้สึกของคนใกล้แก่คงจะเป็นแบบนี้… เขารู้สึกว่าเมื่อวานพวกเรายังเล่นบาสเก็ตบอลกันในสนามอยู่เลย  เป็นเด็กนักเรียนมัธยมต้นใส่เครื่องแบบกางเกงสีกากี  ลืมตาอีกทีก็พบความจริงว่าโตกันหมดแล้ว ตอนนี้อายุ 22 ปี  เข้าใกล้เบญจเพสกันไปทุกทีๆ….

 

แต่ก็ไม่แก่เท่าคนรักที่เป็นที่ปรึกษาบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านหรอก…   อลินนอนนิ่งบนเตียงได้ไม่ทันครบ 30 นาทีก็มีเสียงเคาะประตูหน้าห้องเข้ามาแทรก   “…….ใคร….นั่น……”  เจ้าของห้องคงไม่มายืนเคาะ ถ้าไม่ลืมกุญแจ

 

เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มไม่ยอมลุก  รอให้โอกาสอีกครั้งเผื่อจะเป็นคนที่เพิ่งออกไป  แต่เสียงปึงปังๆๆ ก็ดังซ้ำๆเรียกอยู่นั่นล่ะ  นักศึกษาหนุ่มที่ต้องการใช้เวลานอนจึงลุกขึ้นมานั่งทำตาขวาง  หยัดกายเดินออกไปที่ประตูทางเข้าห้องทันที

 

“……. มีธุระอะไรครับ…..”  ว่าที่แพทย์หนุ่มเปิดประตูออกไปพร้อมใบหน้าที่อิดโรย  เสื้อชุดนอนลายไททันวิปริตสีฟ้าช่างน่าตกใจ

 

หญิงสาวตัวประกอบ A ยืนเหวอไปพักใหญ่ๆ  “มีคนมาส่งของค่ะ แล้วเค้าติดต่อคนบนห้องไม่ได้”   นิติบุคคลถึงขนาดขึ้นมาตามด้วยตัวเอง…

 

อลินยืนงงพักใหญ่ๆ ทั้งง่วงทั้งไม่สติ   “ส่งของเหรอครับ?  อะไรหว่า….”  ยังคงเบลอและนึกไม่ออกว่าตัวเองสั่งอะไร  แต่คงไม่ใช่เขา  แฟนอายุมากกว่าสั่งซื้ออะไรมาตะหาก

 

“งั้นเดี๋ยวผมลงไปครับ”  ผงกศีรษะตอบเจ้าหล่อนไปแบบสะลึมสะลือ   แล้วก็ยืนค้างอยู่แบบนั้นเพื่อตัดสินใจว่าจะลงไปทั้งสภาพนี้ หรือว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าดี

 

สุดท้ายก็ไม่กล้าลงไปทั้งชุดนอนไททันวิปริต  กลัวว่าคนเห็นจะตกใจ อีกทั้งข้างในยังไร้ชั้นใน ยิ่งจะดูอนาจารเข้าไปใหญ่..   เด็กหนุ่มคณะแพทย์ปี 5 ลงลิฟต์มายังชั้นล่างเพื่อตามหาคนส่งของ  มองซ้ายมองขวาในล๊อบบี้เจอพนักงานFedex  ถึงกับทำหน้ามึน

 

“..เดี๋ยวนะครับ  ผมคิดว่าผมกับแฟนไม่น่าจะสั่งของมา…”  มองออกไปจากประตูล๊อบบี้เห็นรถส่งของ  พวกเขากำลังยกเบาะนอนโตโตร่สุดน่ารักลงมา

 

“แต่ที่อยู่มันเขียนว่าห้องนี้นะครับ”  พนักงานหนุ่มร่างกายบึกบึนหยิบบิลรับของออกมาให้อีกฝ่ายดู   ที่อยู่และบ้านเลขที่นั้นใช่เลย  แต่ว่า…….

 

“แต่ชื่อมันไม่ใช่นะครับ  ห้องผมไม่มีคนชื่อนี้  ไม่เคยปล่อยเช่าด้วย”   อลินตอบกลับไป  บางทีอาจจะเป็นกรณีส่งของผิดขนานใหญ่…

 

เจ้าของห้องที่แท้จริงก็ไม่อยู่  จึงต้องพึ่งพานิติบุคคลแทนให้ค้นชื่อลูกบ้าน  สรุปได้ความว่าส่งผิดเด็กหนุ่มนั้นแทบสบถออกมาด้วยความเคือง  กะว่าจะนอนยาวๆกลับโดนปลุกมาด้วยเรื่องแบบนี้…  กลับไปนอนตอนนี้ก็นอนไม่หลับแล้วนั่นล่ะ

 

“ขอโทษด้วยจริงๆนะคะ   คนสั่งอาจจะกรอกผิด  บริษัทส่งของก็เลยพลาดไปด้วย”   ทั้งคู่ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ที่รบกวนเวลาของอีกฝ่าย

 

นักศึกษาแพทย์ผงกศีรษะตอบไม่ต่อว่าอะไร  ถ้าส่งผิดแล้วไม่มีคนรับ เขาจะรับมันมาอุปการะไว้เองก็ได้…  เบาะนอนโตโตโร่นี้ราคาไม่ใช่น้อย   “ขอให้ตามเจ้าของเจอนะครับ”    เด็กหนุ่มเดินป้องปากหาว…

 

เวลาเขียนที่อยู่ ต้องตรวจสอบให้ถูกต้องเสมอ

 

ไหนๆตื่นมาแล้ว อลินจึงเดินไปที่ตู้จดหมายรวมของคอนโดมีเนี่ยมเผื่อจะมีจดหมายค้างคา  มือไขเปิดตู้แล้วล้วงเอาทั้งจดหมาย ทั้งประกาศโฆษณาออกมาทั้งหมด  กวาดออกมาเสร็จนึกขึ้นได้ว่ามีแพนเค้กฝีมือคนรัก จึงรีบกลับขึ้นห้องของตัวเองไป

 

คนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในคอนโดมีเนี่ยมไม่ถึง 10 ปี  แต่ที่ปรึกษาบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ลูกชายบ้านแย้มเก้ออายุ 15  ตอนนี้ก็ปาเข้าไป 22 ปีแล้ว  และอยู่มาก่อนหน้านั้นหลายปีแล้ว   ความมัธยัติชวนให้สงสัยจำนวนเงินในบัญชีเป็นบางครั้ง

 

แต่ก็ไม่เคยถาม เป็นแฟนใช่ว่าจะไปซอกแซกอยากรู้ได้

 

แพนเค้กสามชั้นมีเนยโปะ ราดด้วยน้ำผึ้ง ต่อให้เย็นไปบ้างแล้วก็ยังดูน่าอร่อย    อลินหยิบมานั่งกินหน้าทีวีพร้อมกับเปิด TV Series เรื่องเกี่ยวกับคู่หูนักสืบดูแกล้มมื้อเช้า   ระหว่างรอเกริ่นย้อนความจากแผ่นที่แล้ว   มือก็หยิบกองจดหมายและพวกใบปลิวขึ้นมาสำรวจ

 

มีทั้งแผ่นโฆษณาบ้าน  ร้านข้าวเปิดใหม่   วารสารสำหรับสมาชิก    หลายคนคงคิดว่ามันประหลาดแน่ๆ เมื่อจ่าหน้าซองทุกอย่างไม่มีชื่อของเจ้าของห้องเลย  จะเป็นชื่อของอลิน ไม่ก็เป็นชื่อตำแหน่งหน้าที่การงานของแฟนอายุมากกว่า  มันผิดวิสัย….

 

หากนี่เป็นเรื่องแนวฆาตกรรมหรือสืบสวนสอบสวน  คงสงสัยได้แล้วว่าเจ้าของห้องมีคดีแล้วหนีคดีมาหรือเปล่า  หรือไม่ก็ต้องการปิดบังตัวเองจากองค์กรลับ  บางทีอาจจะขโมยเชื้อแมงมุมออกมาจากองค์กรต่างประเทศ แล้วหนีมากบดานที่เมืองไทยก็ได้….

 

“โฆษณาบ้านชักส่งมาเยอะแฮะ”   ดวงตาสีเขียวจ้องดูโครงการต่างๆที่ส่งมา   จริงๆแฟนอายุมากกว่าก็เคยเกริ่นเรื่องหาบ้านที่อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ด้วยล่ะนะ

 

ทันใดนั้นอลินก็พบของแปลกปลอมบางอย่างในกองจดหมายจิปาถะพวกนั้น    สิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดช่วงชีวิตที่เคยคบกันมายาวนาน  8 ปีที่ไม่เคยได้เห็นของสิ่งนี้…มันคือ…… มันคือ…….

 

……มันคือบิลค่าน้ำ……

 

ราวกับได้เจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่   มือหยิบกระดาษลายเครือข่ายโทรศัพท์เจ้าหนึ่งที่กำลังทดลองใช้ 4G ขึ้นมามอง  ใช้กระดาษรีไซเคิลมาพิมพ์บิลงั้นเหรอ กระดาษหมด?  แต่ที่สำคัญกว่าคือ….   “เห………”   ชื่อที่จ่าหน้าซองบนจดหมายนั้น….   เป็นชื่อที่คุ้นเคยหากแต่มีบางอย่างที่น่าตกใจ….

 

ปริศนาบางอย่างบทจะเฉลยก็เฉลยๆได้ง่ายๆ

ขึ้นอยู่กับคนเขียนบท….

 

ท้องฟ้าของวันนี้หมองมัวคล้ายกับฝนจะตก   ฝนที่เมื่อก่อนหลายคนคงจะไม่ชอบ  แต่ตอนนี้ทุกคนเรียกร้องให้มันตกลงมาเสียทีจากความร้อนที่ทวีขึ้นทุกวี่ทุกวัน เมฆของวันนี้กลายเป็นสีเทาส่งสัญญาณว่าอากาศจะเย็นจากลมฝนในอีกไม่นาน

 

ณ บ้านหลังหนึ่งในซอยใกล้เคียงสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควาย  ภายในห้องนั่งเล่นเผยให้เห็นภาพของสมาชิกครอบครัวแย้มเก้อทั้งเลือดแท้ และเลือดเทียม(?) 3 คนนั่งหันหน้าเข้าหากันตรงโซฟา  บนโต๊ะมีจดหมายที่แกะแล้ววางเอาไว้

 

“ดูเหมือนพ่อแม่เกือบวนกลับมาถึงประเทศไทยแล้วนะคะ”   หญิงสาวผมยาวใบหน้าสวยแต่เย็นชาพูดเสียงราบเรียบ

 

ฟังดูเหมือนจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ  แต่นี่เป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีที่พ่อแม่ของมะขาม เอกมันต์เดินทางกลับมาเหยียบฝั่งทวีปเอเชีย  ทั้งคู่หายไปท่องเที่ยวและทำงานเนิ่นนานเสียจนบางคนคิดว่ามะขามเป็นลูกแท้ๆของบ้านแย้มเก้อไปแล้ว

 

“งั้นอาจจะได้เจอกันสิเนอะ  ดีจังเลย ไม่ได้เจอกันนานแล้ว”   คุณแม่ใบหน้ายังสาวหันไปมองสามี   เป็นเรื่องน่ายินดีนักที่พ่อแม่แท้ๆอาจจะได้มาเยี่ยมลูกสาว

 

คุณหมอคชาบิดาของตัวเอก Season แรกเกาศีรษะ   “ก็ดีล่ะ  แต่มะขามดีด้วยรึเปล่า”   เขาถามกลับไปยังอดีตดาวมหาวิทยาลัยกำแพงกุหลาบ

 

มะขามไม่มีคำพูดแสดงความคิดเห็นใดๆ  เธออยู่บ้านแย้มเก้อมานานจนรู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านจริงๆ  ชายหญิงตรงหน้าก็กลายมาเป็นเหมือนพ่อแม่จริงๆ  และเธอก็นับถือทั้งคู่เป็นพ่อแม่จริงๆด้วย   “ถ้ากลัวว่าหนูจะเครียดเรื่องสองคนนั้น    ไม่เลยค่ะ”   เธอชินกับบ้านนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

 

ผู้ปกครองทั้งสองมองหน้ากันและกัน  มะขามจะผ่านไปกี่ปีก็มีความนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง   ผู้เป็นเหมือนแม่บุญธรรมจึงเอ่ยถามคำถามหนึ่ง  “นี่มะขาม  ถ้าพ่อแม่ชวนให้ไปเดินทางด้วย จะไปมั้ย?  นี่ก็เรียนจบแล้วด้วย”   ไม่ใช่นักเรียน นักศึกษาแล้ว

 

มะขามเงียบไปเพียงไม่ถึงวินาทีก็ตอบกลับ   “ต่อให้พ่อกับแม่มาชวนไปต่างประเทศด้วย  ก็ไม่ไปหรอกค่ะ  ไม่มีอลิน”   อาการติดน้องชายไม่แท้ก็ไม่เคยเปลี่ยน…..

 

ไหนจะงานเทรนเนอร์ในคลับฟิตเนสชื่อดัง  เธอมีเรื่องให้ทำที่นี่อีกมากมาย  ไม่คิดจะไปไหนที่ไกลเกินอลิน แย้มเก้ออยู่หรอก  ต่อให้อลินไม่ต้องการเธอก็จะตามดูให้มั่นใจว่าน้องชายมีชีวิตที่ปกติสุขดี

 

เธอยังไม่มั่นใจว่าผู้ชายเตี้ยๆบางคนจะดูแลน้องชายได้ดี

ดูแลไปตลอดชีวิตน่ะ…. กลัวจะลงโลงไปก่อน…

 

ผู้ใหญ่สองคนคงไม่อาจรู้ความคิดอันน่ากลัวในสมองของลูกสาวได้  สาปแช่งเขยของบ้านยิ่งกว่าคุณพ่อที่เป็นหมอเสียอีก  คุณหมอคชาขยับแว่นตาแล้วถอนหายใจ    เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วมีสิทธิ์จะตัดสินใจทางเดินชีวิตด้วยตัวเองอย่างเต็มที่

 

“บ้านเอกมันต์นี่เลี้ยงลูกหลานแปลกดีจริงๆนะ”  ในใจก็นึกสงสัยว่าทายาทตระกูลนี้เขาเลี้ยงดูกันในรูปแบบ Survival ก็เป็นได้  ตัวอย่างแค่คนเดียวก็ชัดเจนแล้ว

 

“นั่นสิคะ  หนูเองยังแปลกใจเลย”  มะขามจ้องจดหมายที่วางอยู่  บางครั้งก็นึกสงสัยว่าถ้ามีญาติสักคนโผล่มา  คนๆนั้นจะผ่านชีวิตคล้ายๆกับเธอหรือเปล่านะ…

 

อารมณ์เหมือนสิงโตถีบลูกลงเหวเพื่อเอาชีวิตรอด(?)

 

                ณ ตอนนี้ที่อยู่อาศัยมาในบ้านแย้มเก้อมานานจนเกือบลืมว่าตัวเองนามสกุลเอกมันต์   ความคิดที่หวนกลับมาในรอบหลายปีก็กลับมา  นอกจากพ่อแม่ที่เดินทางไปทั่วโลก ระหว่างเดินทางไปทั่ว ตอนนั้นพ่อแม่จะมีลูกเพิ่มหรือเปล่า…เธอจะยังมีญาติๆหรือพี่น้องหรือเปล่านะ?

 

ทั้งอยากรู้และช่างมันในเวลาเดียวกัน   เพราะเธอมีน้องชายแสนน่ารักอยู่แล้ว   อลิน แย้มเก้อที่จะอายุเท่าไหรก็ยังน่ารัก  เสียอย่างเดียวที่โดนล่อลวงไปติดกับผู้ชายหน้าเดียว สูงแค่ 160 เซนติเมตร ความโสดของน้องชายไม่แท้จึงปลิวหายไปตั้งแต่อายุ 15!!

 

“ไว้พรุ่งนี้ค่อยบอกอลินก็แล้วกันนะ  อลินจะได้ทำตัวให้ว่าง”  คุณแม่ผู้ใจดีแย้มยิ้ม   ควรจะโผล่หน้ามาเจอพ่อแม่จริงๆของพี่สาวเสียหน่อย

 

“คงพาแฟนมาด้วยแน่ๆ….”   นายแพทย์ผมยาวสวมแว่นตานึกไปไกล   ไม่มีทางที่ลูกชายจะปล่อยให้แฟนตัวเองเฝ้าบ้านแหงๆ….

 

“หนูออกไปทำงานก่อนนะคะ  วันนี้มีงาน”    มะขามหยักยิ้มบางๆให้กับผู้ปกครอง   จะมีญาติโผล่มาหรือไม่โผล่มาก็ไม่สำคัญ  ขอแค่ไม่ใช่คนที่เหม็นหน้าก็พอแล้ว….

 

แช่งให้เลิกกัน อลินที่รักก็จะเป็นทุกข์

หญิงสาวจึงได้แต่เก็บความระทมไว้ในใจมายาวนาน…

 

หนุ่มออฟฟิศร่างกายไม่สูงใหญ่นัก ทั้งที่ตัวเอกนิยายบอยเลิฟส่วนใหญ่มักจะได้สรรพนามว่าร่างสูง เขาเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ 7-11 ริมถนน ถุงในมือมีของใช้ในบ้านราวกับแม่บ้านออกมาซื้อของเข้าบ้านก็มิปาน   ดวงตาคมจ้องมองดูใบเสร็จที่ได้มา  สิทธิ์แลกซื้อคราวนี้ก็ใช้ได้หลายอย่าง แต่ไม่มีของที่จะใช้เลยสักอย่าง

 

รีวัลย์เดินผ่านประตูล๊อบบี้ของคอนโดมีเนี่ยมเข้ามา  พนักงานส่งของและนิติบุคคลก็ยังตามหาเจ้าของเบาะนอนโตโตโร่กันอยู่   ชายหนุ่มหาได้สนใจ  เดินผ่านและตรงไปยังตู้จดหมายรวมของตึก..  สิ่งที่พบในนั้นมีแต่ความว่างเปล่า  ชวนให้สังหรณ์ใจไม่ดี

 

วันนี้บิลค่าน้ำควรจะมาแล้วหรือเปล่า     “หายไปหมด….”    คงจะพลาดแล้วที่มีกุญแจตู้จดหมายสองดอก….

 

ตั้งแต่อยู่ด้วยกันไม่ค่อยมีเหตุการณ์แฟนนักศึกษามาเปิดตู้จดหมายเองนัก  สิ่งที่ไม่เคยพลาดมาตลอด 8 ปี หรือจะพินาศสิ้นลงในวันนี้พร้อมกับกอซซิลล่าที่กลับมาบุกโลก  เพียงเปิดประตูเข้าไปในห้องก็พบแท่นประหารนั่งดู TV Series อยู่

 

คนที่น่าจะลงมีดหันมาหา  “พี่รีวัลย์กลับมาแล้วเหรอครับ ท่าทางเซเว่นจะคนเยอะ”    หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ลูไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

รีวัลย์มองสำรวจไปบนโต๊ะเห็นกองกระดาษจากตู้จดหมาย  ใบหน้าที่เรียบเฉยซ่อนความรู้สึกร้อนรนเอาไว้   “ใช่  นายอยากกินอะไร?  แพนเค้กน่าจะไม่อิ่ม”  ปากรีบถามคำถามเฉไฉ

 

“ข้าวผัดอเมริกัน!”  หนุ่มนักศึกษาตอบเสียงสดใส  ทุกอย่างดูปกติไปหมดชวนให้คิดว่ามันคงไม่มีบิลอะไรส่งมาในตอนนี้….

 

ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในคอนโดมีเนี่ยมหลังนี้ตัดผ่านบัตรเครดิตทั้งหมด  บิลของบัตรเครดิตก็ให้ส่งมาที่บริษัท  บิลใบเสร็จรับเงินจากค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า ค่าเคเบิลทีวี  จะมีก็แต่บิลค่าน้ำของคอนโดมีเนี่ยมนั่นล่ะที่ยังไงก็ต้องไปจ่ายเองกับนิติบุคคล

 

ถ้าความแตกก็แค่…..   “ได้ งั้นนายนั่งรอไปก่อน”  ชายหนุ่มผมดำเดินเข้าครัวไปพร้อมกับของที่ซื้อมา  หากความแตกจริงๆก็แค่สารภาพความจริงแค่นั้นเอง

 

เขาตัดสินใจจะบอกตั้งแต่เมื่อวันนั้นแล้ว….

 

อลิน แย้มเก้อมองตามแผ่นหลังของแฟนอายุมากกว่าไปจนกระทั่งลับสายตาหายไปในครัว  ภายนอกอาจจะดูนิ่งๆ แต่เขาเชื่อว่าภายในของอีกฝ่ายกำลังร้อนรนบางอย่างอยู่  อยู่ด้วยกันมานานจนสามารถมองออกได้  เด็กหนุ่มหยิบบิลค่าน้ำขึ้นมามอง

 

….รู้สึกตกใจไม่ใช่น้อย…..

 

มื้อเช้าแบบเต็มรูปแบบของวันนี้ คือ ข้าวผัดอเมริกันไร้ลูกเกด  ประดับด้วยไส้กรอกรูปปลาหมึก น่องไก่ทอด และไข่ดาวรูปดาว  ฝีมือพ่อบ้านมืออาชีพอย่างนายรีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุลยังคงสุดยอดเหมือนเดิม  มีแฟนทำอาหารเก่งก็ไม่จำเป็นต้องกินข้าวนอกบ้านถ้าไม่จำเป็น

 

ต่างคนต่างนั่งมองจานอาหารของตัวเองอย่างเงียบๆ  ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน  จนกระทั่งฝ่ายหนึ่งทนให้กับข้าวเย็นไม่ได้…   “อลิน  นายไม่มีอะไรจะถามฉันงั้นเหรอ?”    คนมีชนักเป็นฝ่ายถามก่อน

 

ดวงตาสีเขียวเงยขึ้นจากข้าวสีสวย   จับจ้องพร้อมรอยยิ้มจางๆ   “จริงๆก็มีล่ะครับ”   และแล้วบิลค่าน้ำของคอนโดมีเนี่ยมก็ถูกหยิบขึ้นมา

 

วินาทีที่เห็น ชายหนุ่มก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้มันต้องยาวแน่   จึงได้แต่ถอนหายใจ  ความลับที่ปกปิดมานาน 8 ปีไม่เคยจะบอก  จะโดนว่าอย่างไรก็คงเถียงไม่ออก   “เห็นแล้วสินะ”

 

ค่าน้ำอันลึกลับที่ไม่เคยได้เห็นบิลกับตา  ทุกครั้งต้องมีคนโฉบแอบเอาไปจ่ายไม่ให้รู้   “พี่รีวัลย์  เมื่อตอนงานรับปริญญา ที่เคยคุยกันน่ะครับ”

 

แค่เกริ่นนำก็รู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาทันที  ประหนึ่งนักโทษที่ใกล้โดนประหาร  “อืม  ฉันจำได้”   วันนั้นที่ฟ้ายังไม่ต้องการให้บอกความจริง…

 

ดวงตาที่แสนจริงจังมองสบตาสีดำเข้ม   “พี่รีวัลย์นามสกุลเอกมันต์เหรอครับ?”    นามสกุลที่คุ้นหูและได้ยินมันมาเกินครึ่งชีวิต… แทบจะทั้งชีวิตเลยทีเดียว

 

….นามสกุลของพี่สาวร่วมบ้านที่เติบโตมาด้วยกัน….

 

ชื่อจริงของที่ปรึกษาบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน คือ…..  รีวัลย์มองสบตาอลิน แย้มเก้อไม่มีเบี่ยงเบือนไปทางอื่น   ในเมื่อโดนจับได้แล้วก็ไม่มีอะไรจะโกหกอีกต่อไป   “……ใช่……”  ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ….  ชื่อที่แท้คือ นายรีวัลย์ เอกมันต์….

 

คบกันมา 8 ปีเต็มๆ รู้สึกเหมือนเพิ่งรู้จักกันวันนี้

 

นักศึกษาแพทย์ปี 5 ถึงกับพูดไม่ออกกับความจริงที่ชวนตะลึงนั้น  ความรู้สึกตอนนี้มันช่างหลากหลายปนเป  แต่ในนั้นไม่มีความโกรธอยู่เลย จะมีก็แต่ความงง อักษร ง.งู ลอยละล่องเต็มหัวไปหมด  แฟนกับพี่สาวไม่เคยมีทีท่าแสดงออกว่ารู้จักกันมาก่อน แต่กลับมีนามสกุลเดียวกันซักอย่างนั้น!

 

“อย่างที่นายเห็นบนบิลค่าน้ำคอนโดนั่นล่ะ  ฉันชื่อรีวัลย์ เอกมันต์”   โดนย้ำความจริงให้ประจักษ์อีกครั้งด้วยบัตรประชาชนที่ได้เห็นเป็นครั้งแรก

 

บัตรประจำตัวประชาชน  เลขที่  XX-XXX-XXXXX-16-0  นายรีวัลย์ เอกมันต์  เกิดวันที่ 25 ธันวาคม 25XX สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย นับถือศาสนาพุทธ  ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านคือคอนโดมีเนี่ยมแห่งนี้   มีรูปถ่ายตอนอายุน้อยกว่านี้แปะอยู่  หน้าตาแบบไม่ผ่าน App camera 360 องศา….

 

บัตรประชาชนไม่ว่าจะของใครก็ออกมาหน้าตาแย่จริงๆ   “ถ้ายังไม่พอ  ใบขับขี่ด้วยก็ได้”   ใบขับขี่ก็เขียนชื่อเหมือนกัน  เอกมันต์จริงๆด้วย…..

 

“พี่รีวัลย์น่าจะบอกผมตั้งแต่แรก….  ปิดบังตั้งนาน…”   อลินงุนงงไปหมด  เวลานี้ควรจะบอกว่ายินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งไหม?

 

“ฉันจำเป็นต้องปิด  เพราะว่าพี่สาวนาย”  ผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในเรื่องปิ๊งรักระยะสิบเซน(?)   พระรอง(?)ของ Season ก่อน

 

“มะขามรู้รึเปล่าครับ ว่าพี่รีวัลย์อาจจะเป็นญาติ…..”  คนไม่ค่อยถูกชะตากัน  โชคชะตากลับเล่นตลกให้เข้ามาเกี่ยวพันกันเสียนี่

 

หนุ่มวัยทำงานถอนหายใจ  “นายคิดว่ามะขาม เอกมันต์จะรู้เรื่องนี้งั้นเหรอ?”   หากรู้ความจริงก็คงเปิดเผยไปตั้งนานแล้ว….

 

อลินนวดขมับ  มะขาม เอกมันต์รู้ความจริงจะช็อกจนเป็นลมเข้าโรงพยาบาลมั้ย  จู่ๆก็มีน้า(?) ไม่ก็พี่ชาย(?) โผล่มาแบบงงๆซะอย่างนั้น   “ต่างคนต่างก็ไม่รู้สินะครับ….”  แฟนก็ไม่รู้….

 

“ใช่  รู้แล้วจะเดินไปถามว่าเธอเป็นหลานของฉันเหรอ  มันก็คงไม่เข้าท่าซักเท่าไหร”   เสียงทุ้มราบเรียบ  แต่มันก็จริงอย่างที่บอกนั่นล่ะ….  มันคงไม่เข้าท่าจริงๆ…

 

หากสลับสถานการณ์เป็นพี่รีวัลย์มาบอกเขาว่าเป็นญาติของมะขามแบบโต้งๆ  เขาก็คงเหวอไปเหมือนกัน  “สถานการณ์นี้ผมควรจะดีใจมั้ยครับ… รู้สึกยังไงดี?”   โดนปิดบังความจริงมานานขนาดนี้

 

รีวัลย์ยื่นมือออกไปแตะมือของอลิน   “ขอโทษตอนนี้คงจะช้าไปหน่อย  ขอโทษที่ปิดบังนายมานาน  ฉันอยากจะบอกนายหลายครั้ง  แต่ก็ไม่มีโอกาสซักที”   ชายหน้านิ่งยอมรับผิดแต่โดยดี  สีหน้าและแววตาบ่งบอกว่ารู้สึกผิด

 

เป็นแฟนกันมานานขนาดนี้

ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจะได้รู้ว่าโดนปิดบังความลับมาตลอด

 

หากนี่เป็นละครหลังข่าว ฉากหลังจากนี้คงจะเป็นนางเอกละมืออกห่างมาแล้วไม่ยอมจับ  จากนั้นก็เดินเข้าห้องไปเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเพื่อกลับบ้านแม่  นี่มันอย่างกับพล็อตนิยายพิศวาสแย่งสมบัติ  แต่งงานเพื่อล้างแค้น(?)  แต่ความเป็นจริงมันคือซิทคอม…..

 

เห็นแรคคูนหงอยไปแบบนี้ เจ้าหมาน้อยมีหรือจะเคืองได้  ถ้ารู้ตอนอายุน้อยกว่านี้อาจจะบ้านแตกแบบที่อ้างข้างต้นก็เป็นได้    “ไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ  พี่รีวัลย์ก็คงงงๆกับเรื่องนี้เหมือนกัน”   จู่ๆมารู้ว่าเป็นญาติกับมะขาม เอกมันต์  โลกมันก็กลมเกินไป

 

“แต่พี่รีวัลย์ควรจะบอกมะขามนะครับ”  อลินกุมมือแกร่งนั้นกลับ  เน้นย้ำส่งผ่านความตั้งใจ..   ควรจะเลิกปิดบังความจริง

 

“นายคิดอย่างนั้นเหรอ  ฉันไม่คิดว่ามันโอเค”  ชายผมดำเห็นต่างออกไป  วันที่ความจริงเปิดเผย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อาจจะขาดสะบั้นในวันนั้นเลยก็ได้

 

“แล้วจะเก็บเงียบไปอย่างนี้ต่อไปเหรอครับ  วันนึงพ่อกับแม่ถามพี่รีวัลย์จะทำยังไง?”   แค่นี้ก็ยังไม่ยอมรับทั้ง 100% เลย  หากความจริงที่ปกปิดเปิดเผย… ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น

 

สิ่งที่นักศึกษาหนุ่มเตือนมาก็เป็นความคิดที่ถูก  เขาไม่ควรจะปล่อยเรื่องนี้ให้ยืดเยื้อมานานขนาดนี้  ให้มันกลายเป็นเงื่อนซับซ้อน  แต่มันช่วยไม่ได้ในเมื่อคนเขียนทำให้มันเป็นอย่างนั้น(?)   เดินไปบอกโต้งๆว่าเธอกับฉันนามสกุลเดียวกัน  คงมีแววโดนยกเก้าอี้ฟาดใส่แล้วมีเรื่องกันเสียเปล่าๆ   แต่……

 

“ก็ได้  ฉันจะบอกพี่สาวนาย”  ได้คำตอบแบบนั้นเด็กหนุ่มก็พยักหน้ารัวๆด้วยความดีใจ  สงครามจะเกิดหรือไม่ค่อยว่ากัน….

 

ต่างคนต่างผสานนิ้วเข้าด้วยกัน  “ถ้านายไม่โกรธ  ก็พอแล้ว”   เรื่องที่น่าหวั่นใจมาตลอดหลายปีนั้นไม่เกิดขึ้นจริงก็พอแล้ว  เทียบกับการอาจจะมีเรื่องกับพี่สาวแฟนอีกสักครั้ง  มันดูจิ๊บๆ….

 

….อาถรรพ์รัก 7 ปีก็ผ่านมาได้ตั้งนานแล้ว…

 

เคยมีคนบอกว่า คู่รักคบกันได้ 7 ปีจะเริ่มมีอาถรรพ์เกิดขึ้น  จะรุ่งหรือจะร่วงดูกันที่ช่วงการก้าวผ่านครบรอบ 7 ปี  ซึ่งทั้งคู่ครบกันมาเกือบจะ 10 ปีอยู่แล้ว  สองสายตาสบมองกันอย่างเข้าใจ  บิลค่าน้ำนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความร้าวฉาน แต่ยิ่งทำให้เข้าใจกันตะหาก

 

อลินคลี่ยิ้ม   “แต่พี่รีวัลย์ต้องทำตามที่ผมบอกหนึ่งเดือนนะครับ  แล้วผมจะไม่เคืองจริงๆ”  ตอบแทนที่ปิดบังกันมาได้นานขนาดนี้

 

“ก็ได้  แต่ฉันก็ตามใจนายทุกวันอยู่แล้วไม่ใช่รึไง”   รีวัลย์ถามกลับ  เจ้าเด็กได้คืบจะเอาศอกกรอกตาไปมาทันที  มันก็ใช่ล่ะนะ

 

ชายหนุ่มผมดำมองดูฝ่ายที่กำลังครุ่นคิด  ริมฝีปากคมก็ยิ้มออกมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ   “ฉันจะตามใจนายมากกว่าปกติก็แล้วกัน”  จะอยู่บนอยู่ล่างก็จะไม่ห้าม(?)

 

ได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มก็ไม่ว่าอะไรแล้ว   “ว่าแต่….  ปิดได้สนิทขนาดนี้  ทำอะไรบ้างน่ะครับ   พวกบิลกับจดหมาย มันหายไปไหนหมด”

 

“ต้องอธิบายกันยาวล่ะนะ….”    แล้วชั่วโมงของการสืบสวนก็เริ่มเปิดฉากขึ้นตั้งแต่ตอนนี้… ผู้ชายที่เขียนโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาก่อน  เขียนโครงการปิดบังความลับของนามสกุลตัวเองด้วยหรือเปล่า…

 

ปฐมบทของการเปิดเผยความจริง..

คงเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้……

 

โบราณเขาว่า เกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น  เรื่องนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะกับเรื่องหาคู่  แต่มันใช้ได้กับทุกเรื่อง  ยิ่งเกลียดก็ยิ่งเจอ….  จะเป็นการนับถอยหลังสู่การรวมญาติ  หรือจะเป็นวันชะตาขาด  ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรนั้น  หากไม่ลองเดินไปก็ไม่มีใครรู้อยู่ดีว่าจะเจออะไร….

 

คนเราต้องมีความลับอยู่สักเรื่องสองเรื่อง

ขึ้นอยู่กับว่าผลกระทบของความลับนั้นมันรุนแรงขนาดไหน

ตอนหน้า…..

การพบกันของน้าหลาน(?)เอกมันต์

 

 

 

 

—————————

Free Talk : ตอนเริ่มต้นของตอนพิเศษค่ะ! เป็นตอนต่อของตอนจบที่มีค้างเอาไว้ เรื่องที่พี่รีวัลย์จะบอกความจริงเรื่องนามสกุลของตัวเอง สำหรับคนที่ไม่อ่านสปอยไททันมาก่อนคงจะงงแน่ เพราะมันสปอยมาก…. เรื่องนามสกุลของเฮย์โจว

มะขามกับคุณรีวัลย์เป็นญาติกัน เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง สวรรค์สาปให้คนไม่ถูกโรคกันกลายมาเป็นคนใกล้ชิด

งานนี้อลินคงต้องทำงานหนัก ฮ่าๆๆๆ

 

 
3 ความเห็น

Posted by บน 05/15/2014 in Uncategorized

 

3 responses to “[TitanFic] 10 Centimeter of Love SS2 Special 1

  1. firodendon

    05/15/2014 at 4:34 PM

    จริงๆ ถ้าโขนเรียนครู ก็น่าจะจบพร้อมจันนะคะ เพราะส่วนใกญ่ ครุฯ จะเรียนห้าปีกันหมดแล้ว ฮาาา แต่ก็อาจยังเหลือบางทีที่ยังไม่ปรับหลักสูตรมั้ง

    ไม่นึกว่าจะมีตอนต่อ ไม่อยากจะนึกปฏิกิริยามะขามเลยแฮะ //จะบ้านแตกไหมนะ(?)

     
  2. fray666

    05/15/2014 at 5:00 PM

    อาอูววววว รอลุ้นตอนต่อปายยยยยยย

    บ้านแย้มเก้อจะแตกมั้ยนะ หรือแร็กคูณจะเป็นฝ่ายกำชัยอีกรอบ / โดนเตะออกนอกบล็อกข้อหาเพ้อเจ้อ

     
  3. taraikari

    05/15/2014 at 9:40 PM

    เวลาจะผ่านไปกี่ปีมะขามก็ยังไม่เคยหยุดจิกกัดพี่ีรีวัลย์
    แล้วนี่ยิ่งมาค้นพบว่าเป็นญาติกันอีกคงมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นให้น้องอลินได้ปวดหัว
    อยากรู้จริงๆว่าสองคนนี้เป็นญาติฝ่ายไหนกัน
    ถ้าเป็น “ลุง” คิดว่ามะขามคงสะใจ
    อยากรู้จังว่าตกลงเป็นอะไรกัน แล้วน้องอลินจะให้พี่รีวัลย์ทำอะไร
    รอลุ้นตอนต่อไปค่ะ ^^

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: