RSS

[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Intro

21 มิ.ย.

Title : Could you tell me, Who am I?
Fandom : Haikyuu!!
Genre : BL , Comedy
Rating : PG
Pairing : Kageyama x Hinata

——————————————

คาราสุโนะนั้นคืออีกา  วิหคสีดำเงาที่สยายปีกโผบินขึ้นไปด้านบนของท้องฟ้า

มิตรภาพและการร่วมมือระหว่างทีมสามารถนำพาพวกเราไปยังทิวทัศน์ที่จุดสูงสุดนั้นได้

 

แต่ความรู้สึกบางอย่างไม่อาจสยายปีกบินได้เพียงแค่มิตรภาพเท่านั้น

 

พวกเราเป็นเพื่อน เป็นคู่หู เป็นอีกครึ่งหนึ่งที่สนับสนุนกันและกัน

ทั้งที่ครั้งหนึ่งพวกเราเป็นแค่คู่ต่อสู้ซึ่งยืนคนละฝั่งของกำแพงตาข่ายในสนามแห่งการชิงชัย

 

ผมนั้นคิดว่าตัวเองบินได้ และเขาก็ทำให้ผมนั้นบินได้

……แล้วมันมีอะไรกันล่ะที่ยังฉุดพวกเราเอาไว้กับพื้นดินกันล่ะ?….

 

อะไรบางอย่างที่อยู่ระหว่างพวกเรา ซึ่งพวกเราไม่อาจเข้าใจมันได้

 

 

[Could you tell me, Who Am I?]

 

 

มาจะกล่าวบทไป ถึงการพบกันระหว่างเด็กหนุ่มตัวไม่ได้เตี้ยมากผู้หลงใหลใน [ยักษ์ใหญ่ตัวจิ๋ว] ที่เคยเห็นผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในสมัยประถม   และเด็กหนุ่มผู้มีฉายาว่า [ราชาเจ้าแห่งคอร์ท] ซึ่งทำหน้าตาเป็นตูดได้ตลอดเวลา  ว่ากันว่าความเชื่อใจไม่อาจเกิดขึ้นได้ในหนึ่งวัน หรือเพียงแค่สบตา  และเป็นไปได้ยากที่จะเกิดขึ้นระหว่างคนที่เหม็นหน้า  แต่ทว่าปาฏิหาริย์นอกตำรากลับเกิดขึ้นระหว่างเด็กหนุ่มสองคนซึ่งไม่มีแนวโน้มว่าจะญาติดีกันได้

 

            นักกีฬาจะเชื่อใจกันได้อย่างง่ายดายก็ต่อเมื่อ…..

            ข้อที่ 1  เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเด็ก  =  ข้อนี้ตกไป

            ข้อที่ 2 เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน หรืออะไรทำนองนั้น  = ข้อนี้ก็ตกไปอีก

            ข้อที่ 3 เป็นเพื่อนร่วมทีมเก่า  =  ก็ไม่ได้เป็น

 

จะข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 หรือข้อไหนๆ ก็ไม่มีระบุว่าเป็นศัตรูหรือคู่กัดกันมาก่อน   เพราะในเสี้ยวหนึ่งของจิตใจคนเราย่อมมี [ความคลางแคลงใจ] ซ่อนอยู่  ไม่สามารถมีความเชื่อใจให้กับคนที่รู้จักกันได้ไม่นานอย่างเต็ม 100  หากจะมีกรณี 1 ใน 100 หรือ 1 ใน 1000 ขึ้นมา  คาเงยามะ โทบิโอะ และ ฮินาตะ โชโย คงอยู่ในกลุ่มนั้น….  การเปลี่ยนศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดมาเป็นเพื่อนพ้องที่แข็งแกร่งที่สุด…   เพื่อนที่เชื่อใจได้มากที่สุด….

 

ซึ่งความเชื่อใจเต็ม 100 นั้นเป็นสะพานข้ามแยก

ระหว่างคำว่า [เพื่อน] กับ [XXX]  ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

(โปรดเติมคำที่ชอบลงในช่องว่าง)

 

ภายใต้แสงอาทิตย์เจิดจ้าของหน้าร้อน  วันที่ X เดือนสิงหาคม  โรงเรียนมัธยมปลายคาราสุโนะ จังหวัดมิยางิเสียงจิ้งหรีดร้องทักทายราวกับคลายความร้อน    ไม่ทันไรก็มีเสียงเอะอะโวยวายเข้ามากลบเสียงของจิ้งหรีดเกาะต้นไม้ประหนึ่งเข้ามาขโมยความสนใจเสียอย่างนั้น

 

“เจ้าเซ่อ!!!   แกอย่ามัวแต่เหม่อสิเฟ้ย!!”  ใจกลางของสนามภายในโรงยิมเกิดสงครามหย่อมๆ  รุ่นพี่ข้างสนามยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาเอ็นดู(?)

 

“ก็เชือกรองเท้ามันหลุดพอดีอ่าคาเงยามะ!!”   และก็เหมือนประโยคเดิมด้านบน  พวกรุ่นพี่ข้างสนามยินมองภาพนั้นด้วยความเอ็นดู….(?)

 

นักเรียนปีหนึ่งสมาชิกใหม่ของชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะจับกลุ่มซ้อมเล่นกันในสนาม    เด็กหนุ่มส่วนสูงต่างกันเกินครึ่งของไม้บรรทัดยืนประจันหน้าด้วยบรรยากาศเดิมๆที่คนรอบข้างคุ้นชิน  ผมสีแสดและสีดำขลับของทั้งคู่บ่งบอกถึงความแตกต่าง

 

ฮินาตะยืนลูบแก้มที่เป็นรอยแดงแบบเดียวกับพื้นผิวลูกบอล   เขาไม่ได้ยินเหม่อเลยสักนิด   แต่เพราะรองเท้าเจ้ากรรมมันเกิดเชือกหลุดตะหาก  บอลที่ถูกส่งเข้ามาระหว่างเตรียมเกมเซ็ตใหม่เลยได้หน้ารับแทนมือ…   นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เจอฤทธิ์บอลของราชาเข้า…

 

คาเงยามะยืนตาขวางจ้องหน้าบื้อๆของอีกฝ่าย  สองขาก้าวเข้ามาหยุดใกล้ๆ พร้อมกับวาดวงแขนตบหลังเหยื่อคล้ายกับไล่ความเจ็บ     “โทษที  ไม่ได้มอง”

 

คนเจ็บหันไปยิ้มหน้าแป้นแล้น  ฉีกรอยยิ้มกว้าง    “ไม่เป็นไร  ยกโทษให้ก็ได้!”   แล้วสองคู่หูก็ลุกขึ้นเดินไปประจำที่โดยมีสายตาของเพื่อนร่วมทีมสวมแว่นซึ่งอายุเท่ากันเฝ้ามองด้วยความหน่าย…

 

สึกิชิมะเหล่มอง   “ทำตัวเหมือนเด็กอนุบาลมุ้งมิ้งกันซะจริง”    คำว่ามุ้งมิ้งไม่มีบัญญัติเอาไว้ในพจนานุกรม  แลดูเหมือนคำประชด….

 

“เมื่อกี้นายว่าอะไรนะสึกกี้?”  เพื่อนข้างกายซึ่งมีรอยตกกระบนใบหน้าเอ่ยถามเมื่อได้ยินไม่ชัด   แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมพูดซ้ำว่าตัวเองพูดว่าอะไรก่อนหน้านี้  ออกจะเป็นคำนิยามที่ไม่เหมาะจะนำมาใช้กับเพื่อนผู้ชายสักเท่าไหร่

 

….ท่าทีอันเป็นธรรมชาติจนน่าจะชินแล้วแบบนั้น….

 

พักหลังๆกลับมีบางคนเริ่มเกิดความรู้สึกคลุมเครือขึ้นมาในใจขึ้นทีละเล็กทีละน้อย      ตัวอย่างเช่นกัปตันทีมปีสามผู้ตัดผมทรงถูกระเบียบ(?) ซึ่งกำลังยืนกอดอกมองจากด้านข้าง   สายตาของเขากำลังทำงานเหมือนกล้องบันทึกภาพพฤติกรรมลูกทีมอย่างละเอียดเลยทีเดียว…

 

ท่าทางของกัปตันซาวามุระ ไดจิ แลดูน่าสังเกตกว่าคนในสนามเสียอีก   “ไดจิ  นายมีอะไรรึเปล่า?”   เพื่อนร่วมทีมผมเทาหันมอง

 

“กำลังมองว่าคาเงยามะกับฮินาตะสนิทกันดี  สองคนนี้ไม่ค่อยเหมือนอดีตคู่แข่ง”   นับตั้งแต่วันแรกที่รุ่นน้องสองคนเดินเข้ามาในโรงยิมเพื่อสมัครเข้าชมรม  วันนั้นทั้งคู่ยังไม่ญาติดีกันสักเท่าไหรเลย   แต่ไม่นานทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในช่วงเวลาเพียงสั้นๆ

 

สึกาวาระคิดตามแล้วนึกขำ  เหตุการณ์ทดสอบเข้าชมรมราวกับเพิ่งผ่านมาเมื่อวานนี้   การเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาพร้อมกับเหล่าสมาชิกใหม่   “ถือเป็นเรื่องดีหรอกนะ”  เด็กหนุ่มปีสามเฝ้ามองดูด้วยสายตาผู้ปกครองเฝ้ามองลูกชาย

 

“แต่ฉันว่านายคงไม่ได้คิดแค่เรื่องนั้นหรอก  ใช่รึเปล่าไดจิ?”  สมกับเป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมานาน   กัปตันทีมซึ่งโดนต้อนยิ้มกลบเกลื่อน

 

“ก็ไม่รู้สินะ…..”   มิตรภาพของนักกีฬามักโดนมองไปในรูปแบบอื่นได้เสมอ  บทสนทนาของทั้งคู่ลอยไปเข้าหูของบุคคลที่สามเข้าอีกคน

 

สมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลผู้เตี้ย(?)ที่สุดซึ่งตั้งท่าจะเข้าไปวุ่นวายกับผู้จัดการทีม นั้นเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นพวกกัปตันเสียแทน  จับใจความได้ว่าสองคนนั้นกำลังพูดถึงเรื่องของคู่หูเด็กใหม่   เด็กหนุ่มผู้มีข้อมูลบางอย่างจึงอยากร่วมแบ่งปันข้อมูลด้วย

 

“โชโยเคยบอกกับผมว่าชอบคาเงยามะมากนี่ครับ”  นิชิโนะยะเข้ามาร่วมกลุ่มสนทนาของพวกรุ่นพี่  หนึ่งประโยคของลิเบอโร่ทำให้ทุกคนเงียบกริบ

 

….แต่มีเสียงลูกวอลเลย์กลิ้งผ่านมา…..

 

เจ้าลูกวอลเลย์ปริศนานั้นหล่นมาจากมือของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง  กลิ้งเกลือกไปจนกระทั่งชนเข้ากับขาของเก้าอี้ข้างสนาม…  แล้วทุกอย่างก็คล้ายกับหยุดนิ่งไปพร้อมกับคาเงยามะ โทบิโอะที่ยืนมองพวกรุ่นพี่ด้วยสายตานิ่งค้าง    เมื่อครู่นี้เขาได้ยินอะไรแปลกๆเข้ารึเปล่านะ?

 

ในสมองของอดีตราชาแห่งคอร์ทเกิดคำถามและการประมวลผล  ชอบ?    คำว่าชอบนั้นหมายถึงความชอบ…   ชอบเขามาก?  ชอบเพื่อ?  หมายความว่า?  ฮินาตะน่ะนะ!?  เจ้าเซ่อหน้าบื้อที่เล่นวอลเลย์ด้วยกันทุกวันน่ะนะ!?  ตอนนี้คาเงยามะอยู่ในสภาวะอึ้งรับประทาน…

 

“อ่าว คาเงยามะ  ว่าไง?”  กัปตันซาวามุระเป็นคนแรกที่เดินไปหยิบลูกบอลขึ้นมาถือไว้ในมือ   เหล่ารุ่นพี่ในทีมได้แต่แปลกใจว่าไหงรุ่นน้องทำหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้น…

 

คำพูดว่านิชิโนะยะดังก้องในหัว จนกระทั่ง….  “ผมไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นครับ!”   เด็กหนุ่มผมสีเข้มแผดเสียงออกมาแล้วก็รีบวิ่งไปหยิบลูกวอลเลย์จากไป   รุ่นพี่เหลือพากันยืนอึ้งและงง    วิ่งไปไหน  นั่นไม่ใช่กลับไปสนาม วิ่งออกจากโรงยิมไปทำไม…..

 

“หมอนั่นเป็นอะไรรึเปล่าน่ะ?”  สึกาวาระรู้สึกแปลกๆ  อดีตราชาแห่งคอร์ทเป็นคนแปลกอยู่แล้ว(?) วันนี้ก็สร้างวีรกรรมแปลกๆขึ้นมาอีก…

 

“คาเงยามะก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่ครับ”  เทพพิทักษ์แห่งคาราสุโนะมองว่ารุ่นน้องแปลกเป็นปกติ….  พวกคนในสนามก็มองหาว่าบอลโดนเอาไปไหน…

 

สามหน่อไม่ได้ฉุกคิดถึงเรื่องที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้  มองหน้ากันและกันก่อนจะแยกย้ายไปซ้อมบ้างเมื่อสมาชิกทยอยเข้ามากันมากขึ้น  แล้วเรื่องที่สงสัยก็จบลงไปอย่างเงียบงัน…. ทั้งสามคนไม่ได้รู้เลยว่าจะเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น…..

 

ถ้าเกิดมีเพื่อนผู้ชายบอกว่าชอบจะทำยังไง?

 

ผู้ชายทุกคนคงไม่คิดว่าจะมีเพื่อนผู้ชายสักคนมาบอกว่าชอบตัวเองหรอก…    คาเงยามะกำลังเริ่มทำตัวเหมือนผู้ทรงศีลที่ต้องการฝึกจิตใจใต้น้ำตก  แต่เพราะที่นี่มันคือโรงเรียนไม่ใช่ภูเขา  จะเอาหัวแช่น้ำได้ก็มีแต่ใช้ก๊อกน้ำราดน้ำใส่ศีรษะตัวเองข้างโรงยิมเท่านั้น

 

คำพูดที่เรียบเฉยของรุ่นพี่นิชิโนะยะทำให้สมองของเด็กหนุ่มปั่นป่วน   นึกถึงหน้าเจ้าเอ๋อซึ่งเป็นคู่หูผสานเข้ากับคำพูดนั้นยิ่งสับสน  ชอบ?  ชอบเขา?  เอาจริงดิ?  ฮินาตะ โชโย ไอ้บ้าที่บอกว่าตัวเองบินได้  เพื่อนร่วมทีมซึ่งจำเป็น(?)ต้องมีตนอยู่ด้วยคนนั้นน่ะนะ…

 

คาเงยามะแผดเสียงดังออกมาผสานเสียงน้ำที่ไหลจากก๊อก   “บ้าไปแล้ว….!”    มันเป็นเรื่องบ้าบอที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา…

 

คิดแล้วก็ยื่นมือไปปิดก๊อกน้ำเมื่อรู้สึกสงบลงนิดหน่อย   แต่…   “คาเงยามะ!!    นายเป็นไรเปล่า!    จะซ้อมกันแล้ว!”    นึกถึงแกะ แกะก็โผล่มาทันทีที่คิดถึง    เสียงนั้นทำให้ผู้ทรงศีล(?)สะดุ้ง

 

ใจที่สงบไปแล้วเพราะสายน้ำมันสะดุดขึ้นมาใหม่   เงยหน้าหันหลังกลับไปก็เจอหน้าเจ้าเซ่อเพื่อนร่วมทีมเต็มสองตา   “ทำหน้าอย่างกับท้องผูก  นายเป็นไรเปล่าเนี่ย????”   ดวงตาสีส้มจ้องมอง

 

“หน้าฉันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว”    หน้าน่ะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว  หากแต่ข้างในอกที่รู้สึกวูบๆมันคงไม่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก

 

“นายไม่ได้เป็นไรจริงดิ?   ฉันทำอะไรให้นายโกรธรึเปล่า???”  เพื่อนคู่หูรู้สึกไม่สบายใจที่โดนจ้องหน้าด้วยสายตาแปลกๆ

 

เด็กหนุ่มผมสีเข้มกว่าเบือนสายตาไปทางอื่น  “เปล่า!”   ปากบอกว่าเปล่าแต่ท่าทางที่แสดงออกมาช่างทำให้คนถามสงสัย

 

“งั้นไปซ้อมกัน!   ไปๆ!”  ฮินาตะคว้าเอาลูกวอลเลย์ที่อีกฝ่ายพาติดตัวมาถือเอาไว้   จู่ๆวิ่งออกมาพาลคิดไปว่าเกิดไม่สบาย  แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่   โกรธก็ไม่ได้โกรธ  ไม่รู้ว่าเป็นอะไร  เกิดความเข้าใจก็ช่างมันเหอะ

 

คนหนึ่งคิดแล้วว่าช่างมัน  แต่คนค้างคาใจเกิดช่างมันไม่ได้    หนุ่มนักวอลเลย์ผมดำผู้มีใบหน้าบูดเป็นเอกลักษณ์ถลึงตามองหน้าเจ้าแกะ(?)ตรงหน้า  พาลให้แกะสะดุ้งเฮือก   “นายจ้องฉันทำไมเนี่ย!?”   สายตาช่างน่าผวา…

 

คาเงยามะมองพิจารณาคนที่เตี้ยกว่าเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า   นึกถึงเหตุการณ์งอแง(?)และอื่นๆที่ฮินาตะ โชโยเคยทำ   หลายต่อหลายครั้งที่ทำให้เขาหงุดหงิด  รำคาญใจ  และก็อีกหลายครั้งที่ทำให้เขาเป็นห่วง   เจ้าเซ่อนี่บอกกับรุ่นพี่ว่าชอบเขางั้นเรอะ….

 

….ถ้ามีฉันอยู่….

 

“แกชอบฉันเรอะ…..?”  นัยน์ตาสีเข้มจ้องเขม็งเค้นบังคับให้ตอบออกมา   ถามออกไปเสียเลยดีกว่าเก็บมาค้างคาใจเสียทีหลัง…

 

….แกก็คือสุดยอด….

 

ฮินาตะค่อยๆเอียงคอมองเพื่อนคนถาม   คิดยังไงถึงถามแบบนั้นออกมา  “ฮ่ะ?  ก็ไม่ได้เกลียดนี่”  คำตอบและใบหน้านิ่งซื่อนั้นจบคำถามซ้ำๆซากๆในหัวของเด็กหนุ่มลงไปในทันใด   ไม่ได้เกลียด…. แสดงว่าชอบจริงๆสินะ…..

 

เวลานั้นรอบตัวของเด็กหนุ่มนักกีฬาสองคนเป็นบรรยากาศที่แตกต่างกันมาก   หนึ่งคนมีเครื่องหมายคำถามลอยเต็มหลัง  ส่วนอีกคนนิ่งช็อกเพราะมีเพื่อนผู้ชายสารภาพความในใจ…  เพื่อนที่ไม่ใช่เพื่อน  แต่ดันเข้าขากันได้ดีราวกับเป็นคู่หูกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน….

 

คาเงยามะแย่งลูกวอลเลย์มาจากมือฝ่ายตรงข้าม   ซ้ำยังเดินกลับโรงยิมไปอย่างเงียบๆ   ท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้คนที่โดนถามคำถามแปลกๆงงมากขึ้นไปอีก  “เราตอบอะไรผิดน่ะ….”    เขาทำอะไรผิดงั้นเหรอ????

 

สองขารีบวิ่งตามเพื่อนกลับเข้าโรงยิมไป    “คาเงยาม๊า~!!   นายเงียบใส่ฉันทำไม!”    คำถามนี้คงไม่ได้คำตอบในวันนี้ล่ะนะ….

 

ทุกๆครั้งที่อยู่ในสนามและชีวิตประจำวัน

จะต้องมีคนๆหนึ่งอยู่ด้วยเสมอ

 

ประโยคที่ออกจากปากของรุ่นพี่มันไม่มีอะไร  แต่มันกลับกลายเป็นจะมีอะไร   คนสองคนที่อยู่ด้วยกันเสมอจนไม่ล่วงรู้ถึงความรู้สึก…วันหนึ่งกลับมีอะไรเข้ามากระตุ้น   ความเข้าใจที่ไม่ตรงกันเป็นบ่เกิดของการคิดไปเอง   อีกหลายๆวันต่อไปอาจจะเป็นเรื่อง….

 

สักครั้งหนึ่งในชีวิต อาจจะต้องเคยรู้สึกแปลกๆกับเพื่อนสนิท

ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา  นั่นคือจุดเปลี่ยนบางอย่างของพวกเรา

 

นี่คือคำถาม…  ระหว่างพวกเรานั้นมันมีอะไรเหรอ?

 

 

 

————————————–

Free Talk : ฟิคไฮคิวเรื่องยาว (มั้ง) เรื่องแรก ยังอยู่ในสภาวะแบบเดียวกับตอนที่เขียนไททันหรือว่าบาสแรกๆ คือกำลังทำความเคยชินกับตัวละครค่ะ ทำตัวให้ชินกับการเขียนตัวละครไฮคิวออกมาเป็นฟิค

ตอนแรกคิดไว้หลายรูปแบบมากว่าจะเขียนฟิคไฮคิวออกมายังไงดี คู่นี้มันก็มุ้งมิ้ง(?)ได้หลายแบบอยู่นะ 555 แถมออกแนวอยู่ด้วยกันตลอด จนขาดกันไม่ได้แล้ว กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่อยู่เป็นคู่หูกัน สไตล์แบบนี้มักจะไม่ค่อยรู้ใจตัวเองกันเท่าไหร แบบว่าชิน……….

หลังจากนี้จะพยายามปรับตัวเองให้เขียนฟิคได้ต่อเนื่องเหมือนเดิมแล้วค่ะ อ่า… ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนจริงๆ อะไรๆนอกแผนเกิดขึ้นได้เสมอแล้วมากระทบ OTL….

 

 
3 ความเห็น

Posted by บน 06/21/2014 in Uncategorized

 

3 responses to “[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Intro

  1. ตป. | S.Luce

    06/21/2014 at 4:32 PM

    มุ้งมิ้งงงงงงงง มันมุ้งมิ้งที่สุดเลยยยยย ฮินนะน่ารักกกก คาเกเองก็คิดไปลึก คิดไปไกลเลยนะ นี่แอบหวั่นไหวสินะ !!

    ขอให้พี่อายะมีเวลาเขียนต่อค่ะ เพี้ยงๆ
    ไฝ้ว์กับที่ทำงานสู้ๆ นะคะ

     
  2. bloodhana1

    06/21/2014 at 6:50 PM

    คาเกฮินะะะะ พี่อายะแต่งแล้ว เอิ้กก สนิทจนไม่รู้ตัว โนยะพูดแค่ชอบนะ ราชาไปไกลแล้ว 5555 ฮินาตะยัวเอ๋อๆอยู่ รอลุ้นความสัมพันธ์ของคู่บ๊องนี่ต่อไป

     
  3. elocinay

    06/22/2014 at 12:05 AM

    อ่านเเล้วรู้สึกฟรุ้งฟริ้งในจิตใจจจจ
    คาเกยามะต้องคิดไปเองเรื่อยๆจนชอบเองเเน่ๆ
    กรี๊ด รอตอนต่อไปนะคะะะ
    เชื่อว่าอ่านเเล้วตัองเขินเเน่ๆ ถถถถถ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: