RSS

[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 1

22 มิ.ย.

Title : Could you tell me, Who am I?
Fandom : Haikyuu!!
Genre : BL , Comedy
Rating : PG
Pairing : Kageyama x Hinata

——————————————

นักกีฬา ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็เหมือนกัน คือมีความมุ่งมั่นที่จะไปคว้าชัยชนะ

วัยรุ่นจำนวนมากในการ์ตูนกีฬาทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสิ่งที่เรียกว่า “ทีม” และ “เพื่อน”

 

….นางเอกของการ์ตูนกีฬาจึงมักจืดจางไปโดยปริยาย…

 

คนที่อยู่ข้างกายตัวเอกมากที่สุดคือเพื่อนร่วมทีมและคู่หู

คนที่โดนจับจิ้น(?)กับตัวเอกมากที่สุดก็คือคู่หู รองมาคือคู่แข่ง  

 

หากวันหนึ่งเพื่อนเกิดไม่ใช่เพื่อนขึ้นมาจริงๆ

แล้วเพื่อนคนนั้นกับเรา มันเป็นอะไรกันล่ะ?

 

Chapter 1 : ความหมายของคำว่าเพื่อน

 

            เสียงครูอธิบายสูตรวิชาคณิตศาสตร์เป็นเสียงเดียวที่ดังอยู่ในห้องเรียนขณะนี้   นักเรียนแถวหน้าจดจ้องกระดานดำด้วยความตั้งใจ  นักเรียนแถวหลังเริ่มใช้วิถีการเนียนหลับในห้องเรียน  ส่วนนักเรียนแถวกลางๆก็คละประเภทกันไป ว่าจะเป็นแบบแรกหรือว่าแบบหลัง  อันวิชาคณิตศาสตร์ถ้าไม่เข้าใจก็เหมือนฟังบทเพลงกล่อมเด็ก…  นี่คือบรรยากาศของห้องเรียนม.4/3

 

เด็กหนุ่มผมสีเดียวกับเครื่องแบบกักคุรันนั่งเท้าคางมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง   สายตาล่องลอยออกไปถึงก้อนเมฆรูปวอลเลย์บอล  ห่างไกลจากวิชาคณิตศาสตร์ตรงหน้าห้องไปทุกทีๆ  วันนี้ก็คงเป็นอีกวันที่คาเงยามะ โทบิโอะไม่ได้ความรู้จากการเรียนเข้าสมอง..  เซลสมองของเจ้าตัวโดนใช้ไปกับเรื่องวอลเลย์บอลเกือบหมดแล้ว  และอีกบางส่วนก็กำลังใช้จัดการเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างหนึ่งในใจอยู่

 

“คาเงยามะ  ลองมาตอบข้อนี้หน่อย”  อาจารย์หน้าห้องส่งเสียงเรียกเด็กหนุ่มที่กำลังเหม่อลอย    คาเงยามะหันไปมองโจทย์ยึกยือในกระดานดำแล้วทำสีหน้านิ่ง…

 

การหาองศาไม่ได้นำไปใช้ในคอร์ท เพราะมันใช้สัญชาตญาน เพราะฉะนั้น….   “ผมไม่ได้ฟังเลยครับ”   ทุกคนในห้องทำหน้านิ่งพร้อมกับจุดไข่ปลากระจาย….

 

หลายๆคนหน้าตาเหมือนจะฉลาด  แต่จริงๆก็เปล่า…..

 

คาบเรียนคณิตศาสตร์จบลงโดยทิ้งรอยชอล์กสีขาวเอาไว้ที่กลางหน้าผากของเด็กผู้ชายหน้าตาบูดบึ้ง ที่มาคงไม่ต้องเดาว่ามาจากไหน…  พร้อมถึงเวลาที่เสียงกริ่งสัญญาณของโรงเรียนดังเป็นจังหวะบอกเวลาพักเที่ยง  นักเรียนซึ่งเตรียมข้าวกล่องมาจากบ้านเริ่มหยิบข้าวขึ้นมาจับกลุ่มกับคนอื่น  คนที่ไม่เตรียมมาก็รีบออกไปทำสงครามที่โรงอาหาร

 

ส่วนคาเงยามะ โทบิโอะหยิบข้าวกล่องออกมาจากกระเป๋าและเดินไปหยุดตรงหน้าประตูห้องเรียน   ไม่นานนักประตูห้องเรียนก็เลื่อนเปิดอย่างรุนแรง  “คาเงยามะ!!  ไปกินข้าวกันเหอะ!!”  เพื่อนห้องม.4/1 ปรากฏตัวขึ้นตามเวลาเหมือนเดิมเป๊ะ

 

“เออ รู้แล้ว!”  มือคว้าหมับเข้าที่เสื้อช่วงไหล่เจ้าเพื่อนเสียงดังแล้วลากไปด้วยกัน  อยู่ด้วยกันก็เสียงดังกันทั้งคู่นั่นล่ะ…..

 

“วันนี้นายไม่หนีไปกินคนเดียวแล้วเหรอ???”   ฮินาตะมองคนข้างๆอย่างสงสัย   คำถามที่ทำคนโดนถามสะอึกเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อวาน

 

“ฉันไม่ได้หนี!  แต่เมื่อวานฉันลืมเอาข้าวกล่องมาตะหากเจ้าเซ่อ!”   ตบเข้าศีรษะแก้เก้อไป  เหยื่ออย่างฮินาตะก็เจ็บตัวไปแบบงงๆ….

 

เรื่องมันเหมือนเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน  วันที่ชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะซ้อมกันเหมือนปกติ  เซ็ตเตอร์ผมสีดำเข้มดันไปได้ยินอะไรที่ไม่ควรได้ยินจากพวกรุ่นพี่เข้า   หนึ่งวันหลังจากนั้นเขาก็เกิดอาการเครื่องรวนทำอะไรไม่ถูก

 

สมัยมัธยมต้นเจอปัญหาเพื่อนไม่คบ  พอเข้ามัธยมปลายเจอปัญหาเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ(?)  ไม่รู้จะตัดสินว่าแบบไหนดีกว่ากัน  เขานอนไม่หลับไปหนึ่งคืน เช้าอีกวันก็เบลอออกจากบ้าน  หลังจากนั้นก็เผลอหลบหน้าคู่กรณี  แต่ไม่ได้โดดซ้อมหรอกนะ….

 

หลังจากผ่านไปอีกหนึ่งคืนความคิดก็สงบลงเล็กน้อย…แต่เกิดคำถามหนักหน่วงในใจขึ้นมาใหม่  ว่าเขาควรจะวางตัวอย่างไรล่ะ?  ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แกล้งโง่ไปซะ หรือจะทำตัวดีกว่าเดิมขึ้นนิดหน่อย?   มันช่างน่าอึดอัดและสับสนที่รู้ว่าใต้รอยยิ้มของเพื่อนสนิท  มีอะไรมากกว่านั้น…..

 

เด็กหนุ่มเจ้าของรูปปากครึ่งวงกลมคว่ำรู้สึกได้ว่าโดนจ้องก็จ้องกลับ   “แกจะจ้องหน้าฉันอีกนานมั้ย!?”  ใจมันไม่สงบ….

 

“นายไม่ได้หนีก็ไม่หนี  ฉันสบายใจล่ะ  นึกว่าทำอะไรให้นายโกรธอีก เวลานายโกรธแล้วไม่ยอมพูดมันน่ากลัวชะมัด”  เด็กหนุ่มผมส้มซึ่งมีชื่อคล้องกับดวงตะวันยิ้มเจิดจ้า

 

คนมองเห็นแล้วสะอึก   “เซ่อจริง  ไม่ได้ทำอะไรจะกังวลทำไม”  คาเงยามะรีบหลบสายตา  ทำไมต้องกังวลว่าจะทำให้เขาโกรธขนาดนั้น… เรื่องเหมือนจะไร้สาระแต่ก็ดูมีสาระ….

 

“ก็ถ้านายโกรธแล้วใครจะส่งลูกให้ฉันล่ะ?” ฮินาตะก็ยังฉีกยิ้มแบบดวงตะวัน  รับส่งลูกกับคนในทีมนั้นทำได้  แต่การเล่นกับคนที่เข้าขากันมากก็ยิ่งดีใหญ่

 

คำพูดที่แสดงออกว่าตัวเองเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอีกฝ่ายหนึ่ง มันเหมือนเป็นคำพูดธรรมดาๆระหว่างคู่หูอดีตศัตรูสมัยมัธยมต้น  พูดกันบ่อยครั้งจนน่าจะชินชาไปแล้ว  แต่ใจของคาเงยามะกลับกระตุกเพราะคำพูดชี้โพรงของรุ่นพี่ในชมรมเสียอย่างนั้น…

 

มือที่มักใช้สัมผัสลูกวอลเลย์บอลยกขึ้นตบกระโหลกเพื่อนแก้เขิน    “ก็อย่าทำตัวบื้อๆเซ่อๆสิฟะ”  ใช้ความรุนแรงเป็นรอบที่สอง

 

ฮินาตะที่โดนกระทำมาสองครั้งลูบหัวตัวเองพร้อมทำหน้าบูด  “แล้วตบหัวฉันทำไมเล่า!?”  สองมือคว้าหมับเกาะกอดเข้าที่เอวเพื่อนสนิท

 

“อย่ามากอดนะเว้ย!!”   ผู้ชายใจว้าวุ่นตะคอกใส่และพยายามเหวี่ยงออกไป..    แต่ลูกลิง(?)สีส้มดันไม่ยอมปล่อยซะอย่างนั้น….

 

“จะกอด!  ใครจะทำไม!”  ดันหัวออกไป มือก็ยิ่งเพิ่มสกิลกาวเหนียวหนึบ  สุดท้ายก็ต้องเดินลากกันไปอย่างนั้นแหละ….

 

หลายต่อหลายครั้งที่เพื่อนสนิทผู้ชายมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันดีเกินไป…

ดีเกินจนทำให้คนอื่นรู้สึก………….

 

ออร่าเพื่อนสนิทกันปานจะกลืนแผ่มาตามทางเดินของอาคารเรียน  ทั้งน่าหัวเราะและน่าตะหงิดใจในเวลาเดียวกัน  ออร่านั่นแผ่มาจนถึงนักเรียนม.4 อีกสองคนที่ตั้งท่าจะเดินผ่านไปทางนั้นให้หยุดคิดหาเป้าหมายแห่งใหม่   ข้าวกล่องอาจจะรสชาติเปลี่ยนได้….

 

“พวกเราเปลี่ยนที่กินข้าวดีมั้ยสึกกี้”  ยามากุจิเอ่ยถามเพื่อนสวมแว่นซึ่งยืนอยู่ข้างกัน  ทางเดินข้างหน้านั่นไม่น่าเดินผ่านเลยจริงๆ

 

“ก็ดีเหมือนกัน  เดี๋ยวจะกินข้าวไม่อร่อยเพราะพวกสัตว์เซลเดียว”  เด็กหนุ่มตัวสูงขยับแว่นตา  ไปหาที่สงบที่อื่นคงจะดีกว่าไปอยู่ใกล้ๆคู่เด็กอนุบาล Bromance…..

 

Bromance คืออะไร?   มันคือคำผสมระหว่าง Brother + romance เป็นสายสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายสองคนที่ไม่ใช่คู่รักกัน  แต่สนิทกันเกินไปจนทำให้บางคนตะหงิด และบางคนอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลย มักจะเกิดขึ้นกับคนที่สนิทกันมาก อย่างเพื่อนร่วมทีม เพื่อนสนิท พี่น้อง

 

….คู่ตบฟ้าประทานบางคู่คงจัดไว้ในประเภทนั้นได้….

 

ดาดฟ้าในช่วงหน้าร้อนไม่ใช่สถานที่ซึ่งน่าจะมานั่งทานข้าว  กระนั้นเด็กหนุ่มทั้งสองก็ยังมาทานข้าวที่นี่อยู่ดี   สายลมที่พัดผ่านบนที่สูงนั้นเย็นสบายกว่าหลบอยู่ในห้องเรียนที่มีคนพลุกพล่าน  ทิวทัศน์ที่มองเห็นจากตรงนี้ก็ช่างกว้างใหญ่บรรยากาศดี

 

ฮินาตะเปิดกล่องข้าวของตัวเองอย่างอารมณ์ดี  ข้างในเป็นของที่เพื่อนข้างกายคุ้นตา  เพราะมันคือข้าวเปล่าและไข่ดิบ 1 ฟอง ข้าวคลุกไข่ดิบอาหารโปรดของอีกฝ่ายนั่นล่ะ   ส่วนในกล่องของของชายหน้าบึ้งผมสีเข้มก็เป็นเนื้อแฮมเบิร์กที่ไม่ร้อนเท่าตอนที่ทำเสร็จใหม่ๆ

 

นักวอลเลย์ผมส้มลงมือจัดการข้าวตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย  ผิดกับเพื่อนร่วมทีมโดยสิ้นเชิง  คาเงยามะใช้ตะเกียบคีบข้าวเข้าปากอย่างยากลำบาก…  ไม่ใช่เพราะใช้ตะเกียบไม่ถนัด  แต่จิตใจตะหากที่ไม่ค่อยสงบดีนัก  อยู่ด้วยกันสองคนก็อดคิดถึงเรื่องที่ได้ยินไม่ได้

 

“ขอเนื้อชิ้นนึง”  เหม่อได้ไม่นานเนื้อชิ้นหนึ่งในกล่องก็โดนฉกไปอย่างไวว่อง  คาเงยามะหันขวับไปถลึงตาใส่  เนื้อที่โดนขโมยเข้าปากอีกฝ่ายไปแล้ว

 

จะขโมยกลับ  ในกล่องนั่นก็มีแต่ข้าวกับไข่ดิบ….    “ทีหลังเอาข้าวที่มีเนื้อมาด้วย!”   แบบนี้มันช่างไม่ยุติธรรมกับคนมีกับ….

 

“พรุ่งนี้จะบอกแม่  พรุ่งนี้นะ!”  รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะอาจจะเชื่อไม่ได้  แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาใส่ใจ  คาเงยามะหรี่ตามองเจ้าคนนั่งเคี้ยวเนื้ออย่างเบิกบาน

 

“โอ้!  ไข่แฝดล่ะ โชคดีชะมัด!”   ตอกไข่ใบที่สองแล้วเจอไข่แฝด  ฮินาตะ โชโยยิ้มระรื่นประหนึ่งตบลูกวอลเลย์ได้คะแนน

 

คาเงยามะนั่งจ้องพักหนึ่งแล้วก้มสายตาลงที่กล่องข้าวของตัวเอง  จู่ๆก็นึกถึงครั้งแรกที่เจอะหน้ากันในสนามเมื่อสมัยมัธยมต้น    “ช่วงนี้นายเล่นดีขึ้นเยอะนี่  ใช้ได้”  ผลจากการซ้อมแยกและซ้อมกันเองอย่างหนัก  เทียบกับในอดีตแล้วค่อนข้างแตกต่าง

 

จู่ๆได้ยินคำชมเด็กหนุ่มผมส้มก็ตาเป็นประกายขึ้นมา   “เพราะฉันอยากอยู่บนสนามนานๆไง!  แล้วชนะไปพร้อมทุกคน!”  เป้าหมายคือศึกใหญ่ระหว่างเนโกมะกับคาราสุโนะ

 

อยู่บนสนามให้นานที่สุด  ก้าวผ่านกำแพงยักษ์ของพวกตัวสูงข้างหน้า ไปให้ถึงทิวทัศน์ที่ตัวเองอยากจะมองเห็น   เทียบกับสมัยมัธยมต้นไม่มีเพื่อนร่วมทีมที่แน่นอน  คนเซ็ตลูกให้ก็เป็นเพื่อนชมรมอื่น  ตัวเขาในเวลานี้ช่างโชคดีเสียจริงที่ตัดสินใจมาที่นี่… ตามรอยยักษ์ใหญ่ตัวจิ๋วมา ถึงแม้จะเริ่มต้นอย่างขลุกขลักแต่มันเปลี่ยนไปมากแล้ว

 

ตอนนี้เขามีเซ็ตเตอร์ที่พร้อมจะส่งลูกให้เขาเสมอแล้ว

 

เด็กหนุ่มผมสีเข้มกว่าเคี้ยวเนื้อจนแก้มกลม   “ต้องขอบคุณฉันนะเว้ย    เพราะฉันส่งลูกให้”  เอ่ยปากทวงบุญคุณจนเพื่อนสนิทหันมองขวับ

 

ฮินาตะกำหมัดแน่นแล้วชี้นิ้วโป้งใส่ตัวเอง  “นายสิต้องขอบคุณฉัน  ไม่งั้นนายจะส่งลูกให้ใคร”  คงได้เป็นราชาผู้โดดเดี่ยวไปตลอดชาติ

 

อดีตราชาผู้โดดเดี่ยวเหล่มองด้วยสีหน้าไม่พอใจที่โดนทวงบุญคุณกลับ   “แกไม่ใช่เหรอที่ขอร้องให้ฉันส่งลูกให้”  ต่างคนต่างจ้องหน้ากันเขม็ง

 

การมีเซ็ตเตอร์ในทีมวอลเลย์บอลเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับคนอื่น

 

แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมี  และเมื่อมีก็กลายเป็นคนที่เป็นศัตรูที่คิดว่าแข็งแกร่งที่สุด  โดนย้อนรำลึกความหลังแล้วตัวล่อที่แข็งแกร่งที่สุดของคาราสุโนะก็ทำปากยื่นหน้าบูด   มีลูกส่งลอยเข้ามือจากเซ็ตเตอร์  เป็นความปรารถนาที่อยากจะมีมาตั้งแต่มัธยมแล้ว….

 

“……เจ้าคนเผด็จการแบบนายยอมส่งลูกให้ฉันเองไม่ใช่เหรอ……”   ทำเสียงเบาประหนึ่งกระซิบหายไปกับสายลมผ่านได้….

 

“หา!?”  คาเงยามะถลึงตาใส่เมื่อได้ยินไม่ชัด   ฮินาตะยิ่งทำปากยื่นกำหมัดแน่น  มือสั่นไม่อยากยอมรับอะไรบางอย่าง

 

คนข้างๆคือพรรคพวกที่แข็งแกร่งที่สุด   เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในใจตั้งแต่พ่ายแพ้เมื่อสมัยมัธยมต้น   “ไม่เถียงแล้วก็ได้”    ไม่อยากยอมรับก็ต้องยอมรับ

 

ว่าที่ผ่านมาอีกฝ่ายมีอิทธิพลและผลักดันเขามากจริงๆ… ผ่านทางลูกบอลที่ส่งผ่านมาถึงมือ   “….ฉันโชคดี….”  เสียงเบาหวิว…

 

คู่สนทนาละมือจากข้าวกล่องพร้อมกับหันมองอย่างตั้งใจ   รอฟังว่าจะพูดอะไรอีก   แล้วก็ต้องสะอึกเมื่อเจอรอยยิ้มประหม่าๆของฮินาตะ โชโย    “ฉันโชคดีที่มีนายอยู่ด้วย  ฉันดีใจมากเลยล่ะ”   ไม่ว่าลูกส่งแบบไหน  ขอแค่นายส่งมาฉันจะตบมันออกไป

 

…..อดีตศัตรูที่อยู่คนละฝั่งของตาข่าย…..

…พวกเราคือคู่หูที่แข็งแกร่งที่สุด….

 

คุยไปคุยมากลายเป็นต้อนตัวเองเข้าประเด็นอันตราย   คาเงยามะเริ่มอยากตบปากตัวเองที่ชวนคุยเรื่องวอลเลย์บอล   แทนที่ใจจะสงบ  กลับกลายเป็นว้าวุ่นหนักข้อเข้ากว่าเดิมเพราะคำพูดสุดซึ้งของเพื่อนสนิท(?)ไปเสียอย่างนั้น

 

อย่างกับโดนสารภาพรัก(?)มาสองครั้งติดจากเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ(?)  อดีตราชาผู้โดดเดี่ยวตวัดใบหน้าหลบไปทางอื่น    “นายเป็นไรน่ะ? เป็นไร?”   ฮินาตะพยายามชะโงกหน้ามองว่าคนข้างๆเป็นอะไรไป

 

ถึงจะไม่มองหน้าตัวเอง คาเงยามะก็มั่นใจว่าหน้าที่ร้อนฉ่าไปหมดมันคงกลายเป็นสีแดงไปเรียบร้อยแล้ว  น่าขายหน้า!  น่าอับอายเป็นที่สุด   เขาไม่ควรชวนคุยเรื่องนี้ตั้งแต่แรก  ถ้าเป็นการแข่งขันวอลเลย์บอลในสนาม  ตอนนี้คะแนนคงเข้าขั้นวิกฤตจะแพ้แล้วล่ะ….

 

ในอดีตตรงที่ๆเขาเซ็ตลูกไปนั้น  ตรงนั้นไม่มีใครรอรับอยู่เลย  ทั้งที่มีเพื่อนร่วมทีม  แต่เหมือนตัวเองโดดเดี่ยวไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย…  กลายเป็นราชาผู้โดดเดี่ยว  ความรู้สึกนั้นมันช่างน่าหวาดกลัว  จนกระทั่งก้าวย่างมายังคาราสุโนะแห่งนี้…

 

….มีไอ้บ้าคนหนึ่งบอกให้ส่งลูกไปให้..จะตรงไหนก็จะไปรับ….

 

คิดจบแค่นั้นก็ดีดตัวเองออกมาจากความซาบซึ้ง    “เอาเนื้อไป  แล้วเลิกพูดทำซึ้งได้แล้วเว้ย!”   คราวนี้อดีตราชาเลือกใช้วิธีเอากับข้าวปิดปากแก้เขินแทนใช้ความรุนแรง   มือจับข้าวกล่องยื่นไปหาคนที่ยังไม่รู้เรื่อง

 

“ให้จริงดิ?  งั้นไม่เกรงใจล่ะนะ!”   ฮินาตะคีบเนื้อชิ้นใหญ่ไปใส่กล่องข้าวของตัวเองทันที    ไม่รับรู้ว่าทำให้ใครบางคนใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

คาเงยามะแอบมองใบหน้าซื่อ  อีกฝ่ายเป็นธรรมชาติมากแลดูมีความสุขซะเหลือเกิน     “แกเห็นฉันเป็นอะไรกันแน่?”   เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา

 

ดวงตาสีเข้มมองจ้องไปเพื่อรอคำตอบ   อีกคนตาสีต่างกันนั่งเคี้ยวเนื้อและพยายามกลืนมันลงคอก่อนจะพูด  กว่าจะกลืนลงไปได้มันก็ติดขัดเพราะเผลอกินชิ้นใหญ่เกินไปหน่อย   มือคว้าน้ำมาดื่มตามให้อาหารไหลลงคอไปง่ายๆ  จากนั้น……

 

“ฉันกับนายก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกันตั้งแต่แรกแล้วนี่”     ฮินาตะพูดออกมาจบประโยค  จิตวิญญาณของผู้ชายที่กำลังเข้าใจผิดอย่างแรงกล้าก็ดับสนิทไปทันที

 

พวกเราน่ะไม่ใช่เพื่อนกัน….แล้วเป็นอะไร?

 

ดวงตาสีส้มอันสดใสหลังจากทุบอกตัวเองให้เนื้อไหลลงไปสำเร็จ  ก็ตวัดหันมองไปทางเพื่อนข้างๆเพื่อพูดต่อ   “พวกเราเป็นคู่หูกันไง… อ่าว? คาเงยามะ!!”   ที่ตรงนั้นเหลือแต่ความว่างเปล่า  คนไม่อยู่  เหลือข้าวกล่องวางทิ้งเอาไว้อย่างเดียว….

 

การเข้าใจผิดเป็นชนวนของระเบิดเพลิงที่ยิ่งใหญ่….

 

ตั้งแต่เมื่อไหรก็ไม่รู้ขาทั้งสองข้างก็พาตัวเองกระโจนออกมาจากตรงนั้น   มาหยุดยืนอยู่ที่บันไดทางลงของดาดฟ้า  คำว่าไม่ใช่เพื่อนกันตั้งแต่แรกไหลเวียนอยู่ในโสตประสาทของเด็กหนุ่มอายุ 16 ปี คาเงยามะ โทบิโอะ  วันหนึ่งในชีวิตมัธยมปลายดันเจอเพื่อนผู้ชายสารภาพรัก!?

 

หัวใจที่ไม่เคยรู้สึกอะไรเลยกับคำพูดของฮินาตะ โชโย ตอนนี้มันดันรู้สึกช็อก   ประจวบเหมาะกับรุ่นพี่ร่วมชมรมผมเกรียนเดินผ่านมาพอดิบพอดี    ทานากะ  ริวโนะสุเกะ  ผู้คอยตามจีบผู้จัดการทีมเห็นรุ่นน้องทำหน้าเหมือนเห็นผีก็เดินเข้ามาทัก

 

“เฮ้ย คาเงยามะ  ทำหน้าเหมือนเจอผีตอนกลางวัน  มีอะไรเปล่า?”    เดินดิ่งไปกอดไหล่เซตเตอร์รุ่นน้องอย่างสนิทสนม

 

คาเงยามะเจอที่พึ่งหันไปจับไหล่สองข้างของรุ่นพี่    “คุณทานากะ  ถ้าเพื่อนบอกว่าไม่เคยคิดเป็นเพื่อน แล้วมันเป็นอะไรล่ะครับ?”   คนฟังเลิกคิ้วที่ไม่ค่อยมีขึ้น….

 

“ก็เป็นคนที่ชอบอ่ะดิ”   ทานากะตอบไปตามเรื่อง    คำตอบนั้นดึงเด็กหนุ่มซึ่งทั้งชีวิตมีแต่วอลเลย์บอลลอยออกห่างความจริงออกไปไกลกว่าเดิม….

 

….ไม่ได้คิดว่าเป็นเพื่อน…แต่เป็นคนที่ชอบสินะ….

(ใช่ซะที่ไหน!)

 

ความหมายของคำว่าเพื่อนสำหรับผู้ชายก็คือเพื่อน  แต่เพื่อนผู้ชายที่คิดว่าสนิทบอกว่าไม่ใช่เพื่อนเสียอย่างนั้น  ซ้ำร้ายยังไปพูดกับรุ่นพี่ว่าชอบ  พูดตรงๆต่อหน้าว่าไม่ได้เกลียด  สำหรับฮินาตะ โชโย  เขาไม่ใช่แค่เพื่อนและเซ็ตเตอร์คนสำคัญงั้นเหรอ….

 

“คาเงยามะ?  เฮ้ย คาเงยามะ?”   รุ่นพี่ปีสองโบกมือไปมาตรงหน้าของรุ่นน้องที่นิ่งค้างเป็นหุ่นยนต์หมดถ่าน   ใจลอยไปถึงไหนแล้วนั่น?

 

หลังจากนี้จะต้องตัวทำอย่างไร?

 

อยู่ด้วยกันเสมอๆจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา  หยอกล้อ ทะเลาะ โต้เถียงกัน เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดา  แต่เมื่อมีคนหนึ่งที่ไม่คิดว่ามันจบแค่คำว่าเพื่อน  อีกคนหนึ่งที่ไปล่วงรู้สิ่งนั้นก็อยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก….  ถ้ามันเป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องคิดไปเองล่ะนะ…

 

อีกานั้นสามารถโผบินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้เมื่อถึงเวลา

แต่บางคนก็เหมือนเพนกวินที่ได้แต่ยืนมองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่

 

จุดเปลี่ยนที่ทำให้อีกากลายเป็นเพนกวิน  หรือวันหนึ่งเพนกวินจะกลายเป็นอีกา

 

————————————–

Free Talk : คาเงยามะเข้าใจผิดไปไกลแล้วเพราะคำพูดของคนอื่น ส่วนฮินาตะยังไม่รู้สึกตัวเลยว่าตัวเองทำอะไรลงไป พูดไปตามที่คิด

ในเรื่องไฮคิวคำพูดที่สองคนนี้พูดกัน คนอ่านอ่านแล้วรู้สึกบิด(?)ตัวด้วยความเขินหลายครั้งเอามากๆ ตั้งแต่ตอนที่เจอหน้ากันแรกๆ ยันช่วงหลังๆที่สนิทกันเยอะแล้ว คือพูดกันเป็นธรรมชาติมากๆ…. พวกนายไม่อายเหรอ? 55555 มันให้ความรู้สึกแบบ Bromance มากจริงๆ คนสำคัญของกันและกันที่ดูมากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟนเนี่ย

ถ้าเล่นประเด็นนี้ที่ฮินาตะมันคงแกล้งไม่สนุก เลยจับที่ราชาจะแกล้งสนุกกว่าเยอะ ฮา

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน 06/22/2014 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: