RSS

[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 2

23 มิ.ย.

Title : Could you tell me, Who am I?
Fandom : Haikyuu!!
Genre : BL , Comedy
Rating : PG
Pairing : Kageyama x Hinata

——————————————

 

สิ่งหนึ่งยิ่งสำคัญมากเท่าไหร  อีกสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวพันก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น

รูปแบบของคำว่าทีมก็เช่นเดียวกัน ไม่สามารถขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปได้

 

กีฬาที่เล่นเป็นทีมมีหัวใจร่วมกันจึงเรียกว่าทีม

 

คู่หูเป็นคำนิยามของคนสองคนที่เข้าขากันได้เกือบทุกเรื่อง

ต่างคนต่างเกื้อหนุนสนับสนุนกันและกัน

 

เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีเซ็ตเตอร์ ลูกบอลก็คงมาไม่ถึงมือข้างนี้

มนุษย์น่ะไม่มีปีกหรอก แต่เส้นทางในการโบยบินมันสร้างได้

 

Chapter 2 : ความสำคัญของคำว่าคู่หู 

 

                ย้อนกลับไปเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน   กลางวันของวันหนึ่งในฤดูร้อนที่แสงแดดเจิดจ้าอาบโรงเรียนมัธยมคารุโนะ   ทุกอย่างนั้นแสนจะสงบสุข  แต่ใครเลยจะรู้ว่าเรื่องเล็กๆที่เกิดขึ้นในวันนั้น จะก่อเกิดเป็นฟางที่พร้อมจะกลายเป็นถ่านจุดไฟในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

 

เด็กหนุ่มมีความฝันที่อยากจะเห็นทิวทัศน์ในจุดที่สูงที่สุดในสนามแข่งขัน  แต่ในเวลานี้ทัศนียภาพเบื้องหน้าของเจ้าเด็กคนนั้นกลับถูกบดบังด้วยสมุดกองใหญ่   ฮินาตะ โชโยเดินเซไปเซมา คอยประคองไม่ให้ของที่สูงกว่าหัวของตัวเองถล่มลงมาก่อนจะถึงจุดหมาย

 

“หวา…..หวา……”   นักกีฬาชมรมวอลเลย์บอลตัวเป็นก้างคอยจ้องดูสมุดเล่มบนสุดของกอง   หล่นเมื่อไหร่ถือว่า game over เมื่อนั้น เพราะไม่มีทางก้มเก็บดีๆได้

 

ฮินาตะเผชิญหน้ากับความเสี่ยงตามลำพังบนทางเดินในอาคารอันเงียบเหงา   ท่าทางเก้ๆกังๆสะดุดตาผู้ชายร่างเล็กคนหนึ่งเข้าพอดี    รุ่นพี่ ม.5 ตำแหน่งลิเบอโร่เดินมาหยุดใกล้ๆร่างของรุ่นน้อง   “จะไปไหนน่ะโชโยไหวมั้ยนั่น?”  เสียงทักดึงคนมีภาระให้หยุดเดิน

 

“โนะยะซังเหรอ  สวัสดีครับ!”   อยากจะโค้งตัวสุดแรงเกิดเพื่อทักทายแต่ก็ทำไม่ได้…   แถมยังหันไปทักผิดทางเพราะมองไม่เห็นอีกตะหาก

 

นิชิโนะยะแอบขำ  ต่อให้หัวเราะออกมาต่อหน้าเจ้าตัวก็คงไม่เห็นอยู่ดี   “หลับในห้องเรียนเรอะนาย  เลยโดนทำโทษ”

 

“รู้ได้ยังไงน่ะครับ!”  รุ่นน้องผมสีส้มอึ้งและทึ่ง  หรือนี่จะเป็นสัญชาตญานที่แตกต่างระหว่างระดับชั้นเรียน    สุดยอด!!

 

รุ่นพี่ที่ส่วนสูงเพิ่มได้เพราะผมตั้งยิ้มภาคภูมิใจ  “เพราะฉันก็โดนใช้ให้ไปเอาของที่ห้องพักครูเหมือนกันน่ะสิ!”  โธ่….  เขาถึงว่าคนมีประสบการณ์ร่วมย่อมเข้าใจได้ดีที่สุด…

 

เป้าหมายคือที่เดียวกัน  รุ่นพี่รุ่นน้องทีมวอลเลย์บอลจึงตัดสินใจเดินไปด้วยกัน  กองสมุดที่บดบังทัศนียภาพในการเดินของฮินาตะโดนแบ่งไปครึ่งหนึ่ง    เด็กหนุ่มจึงกลับมาเดินแบบเริงร่าได้อีกครั้ง ทางเดินทอดยาว ทั้งสองก็คุยเรื่อยเปื่อยไร้สาระกันไป

 

“โนะยะซัง  ขากลับผมจะช่วยถือของไปที่ห้องเรียนตอบแทนนะครับ”   ดวงตาสีส้มเหลือบมองไปทางคนข้างๆ  รู้สึกเกรงใจ

 

“ไม่ต้องหรอกน่า! เพราะฉันเป็นรุ่นพี่  จะใจจืดใจดำให้นายเดินเซไปเซมาได้ไงเล่า”  รุ่นพี่ทั้งในชมรมและในชั้นเรียนประกาศกร้าว

 

จิตวิญญาณของความเป็นรุ่นช่างเปล่งประกายเสียจนทำให้รุ่นน้องกลายเป็นแฟนบอย  เจิดจ้าและน่านับถือสุดๆ!   สมกับเป็นผู้พิทักษ์ของคาราสุโนะ  ตัวเตี้ยแต่มีแผ่นหลังอันยิ่งใหญ่ไม่สมตัว!   ดูเหมือนประโยคหลังๆจะไม่ใช่คำชมสักเท่าไหร่….

 

โชคดีที่แต่ละความคิดของฮินาตะไม่ได้อยู่ในกรอบคำพูด   ชายที่โดนคิดถึงจึงไม่รู้ว่าโดนคิดถึงแบบไหน    “วันนี้พวกเราจะสลับตำแหน่งซ้อมกันอีก   นายเล่นกับคุณสึกะดีๆล่ะโชโย”   นิชิโนะยะบอกแผนการซ้อมประจำวันให้รู้

 

“โอ้ส!  แน่นอนครับ” รับคำเสียงดัง   ถึงแม้จะมีเพื่อนรุ่นเดียวกันเป็นคู่หู  การเล่นร่วมกับทีมคนอื่นๆก็เป็นเรื่องสำคัญ  จะพึ่งพาเซ็ตเตอร์เพียงคนเดียวไม่ได้

 

ทีมคาราสุโนะดังเดิมประกอบไปด้วยรุ่นพี่ปี 2 และ ปี3 เมื่อมีสมาชิกใหม่ปี 1 เข้ามา ย่อมมีตำแหน่งที่ซ้อนทับกันอยู่  ช่วงระหว่างเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่และเก่าจำเป็นต้องเล่นให้คุ้นเคยกับผู้เล่นทั้งหมด   การสลับเปลี่ยนตัวระหว่างแข่งขันจะได้ไม่เกิดปัญหา

 

และเป็นการละลายพฤติกรรมของราชาผู้โดดเดี่ยวในแบบหนึ่ง

 

สองร่างเดินมาถึงห้องพักครู  ภารกิจที่อาจารย์ลงโทษเด็กหนุ่มผู้ไม่เข้าใจบทเรียนจบลงโดยสวัสดิภาพ   แต่ภารกิจกองใหญ่ของนิชิโนะยะ ยู นั้นเพิ่งจะเริ่มขึ้น  กองสมุดขนาดเท่าๆกับของรุ่นน้อง แต่ด้วยส่วนสูงของคนถือที่ต่างกันก็ทำให้เห็นความลำบาก…

 

กระนั้นนักเรียนม.5 ที่โดนใช้มาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันลำบากราวกับชินแล้ว…   “นายกลับห้องเรียนไปเลยก็ได้นะ  เสร็จแล้วนี่”

 

“ผมจะเดินกลับพร้อมกันครับ  ไม่ให้ช่วยถือก็เป็นเพื่อนคุยได้ครับ”   ถ้าเป็นคนอื่นคงบอกว่าไม่ต้องการ  แต่เพราะเป็นรุ่นพี่ร่างเล็กจึงไม่มีคำปฏิเสธตอบกลับมา

 

แล้วทั้งคู่ก็กลับมาเดินบนเส้นทางเดิมอีก   อาคารเรียนเงียบๆที่ทุกคนกำลังนั่งเรียนอยู่ในห้อง   ระหว่างทางเดินผ่านหน้าห้อง ม.4/3  เด็กหนุ่มจึงแอบมองผ่านกระจกประตูเข้าไปสังเกตการณ์เพื่อนสนิทเสียหน่อย   เด็กหนุ่มผมดำทำหน้าเหมือนจะจริงจังกับบทเรียน  แต่เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายไม่ได้เข้าใจตัวหนังสือพวกนั้นหรอก….

 

“ทำไรน่ะโชโย?”    นิชิโนะยะมองไปทางรุ่นน้องที่กลายร่างเป็นจิ้งจกเกาะประตูห้องเรียนคนอื่น   โดนทักแล้วฮินาตะก็ถอยออกมา

 

“แอบมองคาเงยามะน่ะครับ  ถ้าไม่เคยติวด้วยกัน  ผมล่ะแทบไม่เชื่อว่าหมอนี่สมองทึบกว่าที่คิด”   สึกิชิมะเคยกล่าวว่าทั้งคู่มีสมองเป็นกล้ามเนื้อ……

 

รุ่นพี่ซึ่งผลการเรียนไม่ได้ดีเด่ไม่วิจารณ์อะไรออกมา  มันจะเข้าตัว…  มองอีกฝ่ายครู่หนึ่งก็เกิดนึกอะไรขึ้นมาได้   “อ่ะ ฉันเพิ่งนึกอะไรออก!”  ดวงตาสีส้มหันมองทันที

 

“ฉันว่าจะพูดตั้งหลายครั้งแล้ว  นายกับคาเงยามะนี่เจ๋งดี   ไม่เคยเล่นทีมเดียวกันมาก่อนยังเชื่อใจขนาดนี้  สุดยอดมากๆเลย”  ลิเบอโร่ร่างเล็กมองรุ่นน้องอย่างชื่นชม  นี่แทบจะเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอะไรแบบนี้   พวกรุ่นพี่คนอื่นๆก็รู้สึกแบบเดียวกัน

 

“ผมก็คิดว่าโนะยะซังกับพวกคุณอาซาฮิเจ๋งมากเลยนะครับ! เท่โคตร”  เจ๋งมากเสียจนเคยอิจฉา  ถ้าไม่ได้คำพูดของคู่หูเตือนสติคงเป๋

 

“อย่าพูดแบบนั้นเลยน่า เจ๋งอะไรกันเล่า!  ถ้านายพูดงี้ฉันหลังซ้อมเดี๋ยวฉันเลี้ยงการิการิคุง!”  ถ้าตัวของผู้ชายเตี้ยกว่า 160 เซนติเมตรยืดขึ้นมาได้ก็คงยืดไปแล้ว….

 

แล้วทั้งคู่ก็อวยกันไปอวยกันมาอยู่แบบนั้นประมาณ 3 นาที

….ตัดบทสนทนาช่วงนั้นออกไปเสียเถอะ….

 

หมดช่วงอวยกันเองไปแบบตัดบท  รุ่นน้องที่สูงกว่ารุ่นพี่ไม่กี่เซนติเมตรก็เริ่มเกาศีรษะครุ่นคิดคำพูดของหลายๆคน   นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนมาพูดทำนองนี้ให้ฟัง   ความสนิทสนมที่เกิดขึ้นอย่างงงๆของเขากับคาเงยามะ  ศัตรูเบอร์หนึ่งในอดีต ซึ่งกลายเป็นมาเป็นเพื่อนพ้องที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้

 

จะว่าตัวติดกันบ่อยๆก็…. ก็นั่นสินะ  หากไม่ใช่เขาไปตามคาเงยามะ  ก็เป็นอีกฝั่งอยู่แถวๆนั้นอยู่แล้ว   รู้ตัวอีกทีก็ทำอะไรร่วมกันตลอด   “ตอนแรกผมไม่คิดว่าจะเข้ากับหมอนั่นได้เลยครับ”

 

นิชิโนะยะฟังแล้วยิ้มแฉ่ง  ณ เวลานี้คนที่เข้ากันไม่ได้ น่าจะเป็นหนุ่มโย่งสวมแว่นกับคู่บ๊องนี่มากกว่า    “แล้วนายชอบหมอนั่นรึเปล่าล่ะ?”   มองคนที่สนับสนุนตัวเองเป็นอย่างไร

 

“ชอบมากเลยล่ะครับ!  แต่บางครั้งก็เหม็นหน้า!”  ฮินาตะกำหมัดแน่น   ด้านที่ดีของอดีตราชาผู้โดดเดี่ยวถือว่าดีมาก  แต่ส่วนที่ไม่ดีก็มากมายนัก….

 

คนฟังเบิกตากลมโตตั้งใจฟังพลางผงกศีรษะไปด้วย   ฮินาตะก้มลงมองฝ่ามือของตัวเอง   “วอลเลย์บอลสำคัญกับผมมาก  เพราะงั้นคาเงยามะก็ยิ่งสำคัญกับผมมาก”  คนที่ทำให้เขาโบยบินขึ้นไปได้..  ความประทับใจที่ได้แตะลูกวอลเลย์ในครั้งนั้นยังคงอยู่…

 

….มันสุดยอดมากๆ….

 

การจะโบยบินขึ้นไปยังทิวทัศน์ที่สูงสุด  ลำพังเพียงคนเดียวไม่สามารถทำได้  ต้องมีคนสร้างเส้นทางพาขึ้นไป… ซึ่งคนๆนั้นก็คือคาเงยามะ โทบิโอะ  นี่คือความเชื่อใจอันแรงกล้าที่เด็กหนุ่มสองคนมีต่อกัน   ทุกอย่างคล้ายจะดูดี แต่ภาพเจ้าคนหน้าบึ้งโผล่มาก็…..

 

“ถึงหมอนั่นจะเรียกผมว่าไอ้บ้า ไอ้เซ่อ ไอ้โง่ ไอ้เตี้ย….ก็เหอะ…”    ฮินาตะเหล่สายตามองออกไปด้านข้างทำปากขมุบขมิบ  แต่ละสรรพนามที่เรียกมันช่าง….

 

คำพูดอาจจะจบลงแบบไม่ซาบซึ้ง   แต่คนฟังรู้สึกซึ้งอย่างบอกไม่ถูก   “อ๋อเหรอ  งั้นพวกเราก็ไม่สำคัญเลยสิน่ะ”   พูดแกล้งให้คนฟังหน้าเสีย

 

“พวกโนะยะซังก็สำคัญกับผมมากนะครับ!”  ฮินาตะแผดเสียงจากใจจริง   แล้วเมื่อไหรพวกนายสองคนจะกลับห้องเรียนของตัวเองกันสักทีล่ะ….?

 

คำว่าชอบ ไม่ได้มีความหมายในเชิงชู้สาว หรือชู้หนุ่มเท่านั้น   คำกิริยาคำว่าชอบนั้นใช้ประกอบและแสดงความรู้สึกได้หลากหลาย   เพื่อนผู้ชายหนึ่งคนสามารถนิยามความชอบของตัวเองที่มีต่อเพื่อนอีกคนได้  มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติ  แต่…..

 

เรื่องเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกลายมาเป็นเรื่องเข้าใจผิดในวันนี้…..

 

หมุนกลับมายังเช้าวันหนึ่งถัดจากตอนที่แล้ว  เสียงนกร้องต้อนรับวันใหม่  แสงแดดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างของห้องนอน  แยงเข้าตาสีเข้มเหมือนขนกาที่ช้ำเลือดจากอาการอดนอนมาทั้งคืน   คาเงยามะ โทบิโอะนอนคลุมโปงใต้ผ้าห่มด้วยสีหน้าอิดโรย

 

เหยื่อของคำพูดเห็นเวลาบนนาฬิกา  ถึงเวลาที่ต้องตื่นและไปโรงเรียน  ทุกๆวันที่กระตือรือร้นไปโรงเรียนเพื่อไปชมรม  วันนี้ช่างรู้สึกหนักหน่วงที่ต้องเจอหน้าเพื่อนร่วมทีม…    เขาใช้เวลาอีกหนึ่งคืนก็ยังคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฮินาตะ โชโยดี

 

สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ…ทำตัวประหนึ่งไม่เคยได้ยินอะไรมาก่อน…..

 

ต่อให้คำพูดของอีกฝ่ายจะแสดงออกชัดเจนถึงความชอบในตัวเขา   ทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนสนิท เป็นคู่หู  เป็นเพื่อนร่วมทีมชมรมวอลเลย์บอล    นี่คงเป็นครั้งแรกที่สมองได้ใช้ไปกับเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องวอลเลย์บอล  ซึ่งเขาต้องการสนใจแต่เรื่องวอลเลย์บอลเท่านั้น!

 

ทุกอย่างจะดำเนินไปเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา

 

หน้าประตูโรงเรียนคาราสุโนะในยามเช้าก้เหมือนกับโรงเรียนมัธยมอื่นๆทั่วไป   เหล่านักเรียนเดินเข้ามาในหลายรูปแบบ  บางคนมาเป็นกลุ่มเพื่อน  บางคนขี่จักรยาน  บางคนเดินถือมื้อเช้าติดมือมา   บางคนเดินหาว  บางคนอ่านหนังสือ  ระดับความรีบร้อนขึ้นอยู่กับการตื่นนอนของแต่ละคน

 

อาสึมาเนะ อาซาฮิ นักเรียนชั้น ม.6 สังกัดชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะเดินผ่านประตูโรงเรียนมาพร้อมกับขนมปังหนึ่งแผ่นในมือ   ลิ้มรสชาติของยามเข้าอย่างเรื่อยเปื่อยไม่รีบร้อน   แต่เดินอย่างสงบได้ไม่นานก็ต้องสะดุ้งเมื่อหันไปเห็นเงาดำเข้า

 

“อะ….อรุณสวัสดิ์คาเงยามะ….”    รุ่นพี่ตัวสูงแต่ใจเล็กกว่าคนตัวเตี้ยยืนสั่นเป็นเจ้าเข้าเพียงแค่สบตากับรุ่นน้อง   วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น?

 

เซ็ตเตอร์ปีหนึ่งเดินมาด้วยสีหน้าทะมึน  จะว่าเป็นสีหน้าปกติของเจ้าตัว แต่วันนี้เงาดำมันคล้ำกว่าปกติหรือเปล่า?   ดวงตาสีเข้มเหล่มองมาทางรุ่นพี่จอมป็อด    “อรุณสวัสดิ์ครับ”   ทักกลับมาอย่างดีแล้วก็จากไป…

 

ทิ้งให้อาซาฮิยืนสั่นทั้งที่นี่คือหน้าร้อนอยู่ตรงนั้น    “…..เมื่อคืนคงฝันไม่ดีสินะคาเงยามะ…..”  เดาสาเหตุของความทะมึนจากความเป็นไปได้…

 

เช้านี้ยังไม่เจอหน้าคู่หูก็ใช่ว่าทั้งวันจะไม่เจอ  รอบเย็นที่ชมรมยังไงก็ต้องเจอหน้า  เด็กหนุ่มผมสีเดียวกับขนอีกากำลังทำตัวตั้งรับอยู่ตลอดเวลา   หารู้ไม่ว่ามันดูน่ากลัวผิดปกติเกินไป   จนกระทั่งอีกไม่กี่ก้าวก็เดินถึงอาคารเรียนแล้ว  ฟ้าก็กลั่นแกล้ง….

 

“อรุณสวัสดิ์คาเงยามะ!”  พูดถึงแกะ แกะก็โผล่มาอีกตามเคย  ฝ่ามือของฮินาตะแปะเข้ากลางหลัง  กดสวิตถ์เข้าเต็มๆ…..

 

ดวงตาคมเหล่มองกลับไปทันที   เจ้าแกะขนสีส้มสะดุ้งเฮือก   “นายนอนไม่หลับเหรอ?   หน้าอย่างกับโดนผีแพนด้าเข้าสิง!”   ดวงตามีเส้นเลือดแดงก่ำ  ขอบใต้ตาก็ดำคล้ำเป็นญาติแพนด้า

 

“เออ….ไม่ได้นอนทั้งคืน  แล้วฉันก็ไม่ใช่แพนด้าเว้ยเจ้าเซ่อ”  พูดไม่ออกว่าสาเหตุมาจากเจ้าบื้อที่กำลังถามเขานี่ล่ะ  ต้นเหตุ!!

 

ใบหน้าคาเงยามะ โทบิโอะตอนนี้เหมือนแพนด้าราวกับฝาแฝดยังจะกล้าเถียง   ฮินาตะจ้องมองคนรั้นด้วยสายตาว่างเปล่า   สภาพสะโหลสะเหลแบบนี้ปล่อยไว้อาจจะหมดลมก่อนได้ซ้อมช่วงเย็น   ความคิดดีๆจึงไหล่ผ่านสมองที่มีอยู่น้อยๆในทันใด

 

“ไปนอนที่ห้องพยาบาลเหอะ!”   พูดแล้วก็จับข้อมือฝ่ายตรงข้ามแล้วฉุดลากฉุดดึงให้ตามไปด้วยกัน   ตัดสินใจเองเสร็จสรรพไม่ถามความเห็น

 

“เฮ้ย!!!   ฉันยังไม่บอกว่าจะไปเลย!!”   ถึงจะโวยวายไปก็ไม่สามารถหนีเด็กหนุ่มมือตังเมไปได้อยู่ดี   พูดให้ถูกคือไม่กล้าฟาดออกไปไกลๆอย่างที่เคยทำเสียมากกว่า…..

 

ทุกภาพเหตุการณ์ถ่ายทอดสดให้ผู้สังเกตการณ์ได้เห็นครบทุกฉาก   บริเวณประตูโรงเรียนเผยให้เห็นร่างของเพื่อนสมาชิกชมรมวอลเลย์บอลสองหน่อ   หน้าตาเดิมๆ คนเดิมๆ  ฉากแบบเดิมๆปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง  สึกิชิมะและยามากุจิมาอยู่ผิดที่ผิดทางอีกแล้ว

 

“สองคนนั้นอะไรกันตั้งแต่เช้าน่ะสึกกี้”  ยามากุจิชี้ไปทางคู่หูคู่บ๊องที่ฉุดลากฉุดดึงกันเข้าไปในอาคารเรียน  ตั้งแต่เช้าตรู่ก็มุ้งมิ้ง(?)กันเลยเชียว

 

“วันๆของพวกสัตว์เซลเดียวน่ะ”   นักเรียนม.4 สวมแว่นตาขยับแว่นพลางตอบคำถามของเพื่อน   ไม่ใช่เรื่องที่พวกตนจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่อย่างใด  แล้วเด็กหนุ่มทั้งสองก็เดินเข้าอาคารเรียนไปเช่นกัน  ยามเช้าของโรงเรียนคาราสุโนะก็เป็นแบบนี้นั่นแหละ…..

 

ฉากที่พวกนายเข้ามาพากษ์ตอนจบจะเกิดติดๆกันทุกตอนมั้ย?

 

เปลี่ยนฉากแค่ไม่กี่บรรทัด  รู้ตัวอีกทีคาเงยามะ โทบิโอะก็มานอนแหมะอยู่บนเตียงห้องพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย   ดวงตาสีเดียวกับนกกากระพริบปริบๆพลางมองเพดาน  ต่อต้านแทบตาย สุดท้ายก็หนีไม่รอดอยู่ดี  และถึงแม้เตียงนอนจะกล่อมชวนให้หลับแค่ไหน  เขาก็ข่มตานอนไม่หลับ…

 

สาเหตุของอาการตาค้างมาจากเจ้าลิงสีส้มที่ยืนจ้องเขม็งมาจากข้างเตียงนั่นเอง…   ฮินาตะที่ควรจะกลับห้องเรียนดันไม่ยอมเดินไปเสียที  เจ้าตัวกลับคอยชะโงกหน้ามองว่าเมื่อไหรเพื่อนคู่หูจะหลับ   ยิ่งทำแบบนี้คนโดนมองก็ยิ่งข่มตานอนไม่ได้

 

“คิดว่าคนอื่นจะนอนหลับได้ไงฮ่ะเจ้าเซ่อ!?”   หมดความอดทนก็หยัดกายขึ้นมาตวาดใส่หน้า   ฮินาตะฟาดฝ่ามือไปตบเข้ากลางซี่โครงผลักเพื่อนกลับลงไปนอนแบบจุกๆ….

 

“นายก็แค่หลับตาแล้วนอนไปสิ!  นายไม่หลับตาแล้วจะนอนหลับได้ไงเล่า!”   ชี้หน้าใส่อย่างคนเหนือกว่า  ทำกับคนที่ชอบ(?)แบบนี้เรอะ!?

 

คาเงยามะจ้องกลับ ฝ่ายตรงข้ามเลิกคิ้วใส่จึงรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว แล้วตะแคงตัวหันหนีไปฝั่งผนัง    “แกไปได้แล้วฉันจะนอน!”   ปิดเปลือกตานับแกะ 1 2 3 4……..

 

“นอนจริงดิ?”  บทจะนอนก็ไม่ได้นอนง่ายๆ  เมื่อเจ้าคนเกาะแกะชะโงกหน้ามาดูหน้าอีก   สัมผัสได้ว่าเบาะเตียงไม่ห่างจากหน้าท้องมันยุบลงไปด้วยแรงกดของสองมือ

 

จิตใจว้าวุ่นมันก็ใช่ แต่ความหงุดหงิดที่เจ้าซื่อบื้อรบกวนไม่หยุดหย่อนมีมากกว่า   ท่านราชาพลิกตัวขึ้นมาคว้าเสื้อเพื่อนรุ่นเดียวกันโยนออกไปห่างๆเตียง   “เลิกกวนได้แล้วเว้ย!  ฉันจะนอน!!”   ฮินาตะลงไปนั่งจุมปุกกับพื้น  โดนไล่จนได้…..

 

เจ้านกต่อทำปากยื่นพร้อมกับลุกขึ้นยืน  ตอนนี้มองไปก็เห็นแต่แผ่นหลังของเซตเตอร์ที่ไม่ยอมหันมามองแล้ว   ไม่โวยวายแล้วจริงดิ?  ไม่พูดแล้ว?    “นายนอนแล้วจริงดิ?”    แกล้งเรียกอีกรอบ…

 

“ฉันไปแล้วนะคาเงยามะ!”   ออกเสียงให้รู้ว่าจะไปจริงๆแล้วนะ!

 

ไม่มีสัญญานตอบรับหรือแม้แต่สัญญานมือตอบกลับ  ฮินาตะจึงยอมออกจากห้องพยาบาลไปแต่โดยดี  เมื่อนึกถึงหน้าของอีกฝ่ายซึ่งแลดูอิดโรย   อดคิดไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรในใจหรือเปล่า  ช่วงที่ผ่านมาคู่หูมีอาการแปลกๆคล้ายกับมีเรื่องเครียดอยู่ในใจ…

 

คู่หูควรจะแบ่งปันปัญหาซึ่งกันและกันใช่หรือเปล่า?

 

เจ้าหนูเบอร์ 10 ก้าวผ่านประตูห้องพยาบาลได้แค่ก้าวเดียวก็หันกลับไปมองข้างในอีกรอบ   ดวงตาสีส้มจ้องมองไปทางเตียงนอนด้านใน   เด็กหนุ่มผมสีดำที่พลิกตัวหนีเขา ตอนนี้พลิกตัวกลับมาอีกทางหนึ่ง เผยให้เห็นใบหน้ายามหลับไหลของร่างทรงแพนด้า

 

“ไม่ยอมนอน แต่หัวถึงหมอนก็หลับ เหอะๆ”   ฮินาตะยืนมองจากประตูห้องพยาบาล  เจ้าคนวางมาดหมดสภาพไปเรียบร้อยแล้ว  น่าขำจริงๆ….

 

ใบหน้าขำขันไม่นานก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าที่กังวล  ยามจับจ้องไปยังเพื่อนที่คอยให้คำแนะนำ (แกมสั่ง)  หลายครั้งในสนามเขามีเรื่องกังวลใจ  เขาไม่เคยพูดอะไร  แต่อีกฝ่ายดันอ่านใจออกไปเสียหมด  แต่ทำไมพอเขาจะทำแบบนั้นบ้าง เขากลับมองไม่เห็นความกังวลใจของคาเงยามะเลยนะ?

 

[เวลาที่ลูกเซ็ตจากฉันส่งถึงแก  มีสักครั้งไหมที่แกจะโดนบล็อก!]

 

เซ็ตเตอร์ส่งลูกมาครั้งแล้วครั้งเล่า  เขาก็รับและตบออกไป ตบออกไป   เขามีคาเงยามะคอยหนุนอยู่ข้างหลัง  แล้วเขาจะหนุนหลังคาเงยามะกลับได้ยังไง?  เวลาแบบนี้ดันมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายมีปัญหาอะไรเสียอย่างนั้น  คิดแล้วน่าปวดหัวชะมัด…..

 

“ค่อยโผล่มาดูใหม่ก็แล้วกัน!”   ตัดสินใจแล้วก็กลับไปเข้าเรียน  เข้าช้ากว่านี้แทนที่จะได้นั่งในห้องอาจต้องยืนคาบไม้บรรทัดหน้าห้อง….

 

ตอนนี้ช่างมันเหอะก็แล้วกัน……..

 

เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก   เด็กหนุ่มที่คิดว่าตัวเองหลับไหลไปแค่ครึ่งชั่วโมง  รู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงออดบอกเวลาพักเที่ยง   ดังครั้งแรกยังพลิกตัวด้วยความขี้เกียจ  ดังครั้งที่สอง  มือทั้งสองข้างก็รีบยันร่างของตัวเองขึ้นมานั่งด้วยสีหน้าตกใจ

 

คาเงยามะสะบัดหน้าไปทางซ้ายและขวาหวังจากหานาฬิกา   อาจารย์ห้องพยาบาลที่เห็นลูกศิษย์ตื่นพอดีจึงช่วยบอก   “พักเที่ยงแล้ว  ไปหาอะไรทานซะด้วยนะ หลับยาวเลย”

 

“เที่ยงแล้วเหรอครับ????”    หนุ่มชมรมวอลเลย์บอลไม่ได้ตกใจเพราะมันเลยคาบเรียนไปหลายคาบ  แต่ตกใจที่ตัวเองหลับยาวเลยตะหาก  ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าจะไม่หลับ…

 

ตื่นแล้วเด็กหนุ่มก็ปาดเช็ดรอบปากเผื่อว่าจะนอนน้ำลายไหล    ตอนที่จะลงจากเตียงสายตาก็พลันเห็นของบางอย่างที่วางอยู่ข้างหมอนเข้าเสียก่อน     “นี่มัน?”

 

ข้างหมอนมีนมกล่องสตอเบอรี่วางเอาไว้อย่างดี    ใต้กล่องมีเศษกระดาษวางแนบเอาไว้   หยิบขึ้นมามองก็เห็นเพียงรูปวาดคนแลบลิ้นที่มีแค่ตากับปาก   ดวงตาสีดำจ้องเขม็งครุ่นคิดว่าเป็นของใคร   แต่เมื่อจ้องรูปวาดเขี่ยๆก็คล้ายกับเห็นเป็นหน้าคนให้ขึ้นมาชัดเจน….

 

“เพื่อนของเธอมาทำลับๆล่อๆหน้าประตูห้องหลายรอบเลยนะ  มาแทบทุกเลิกคาบเลย”   อาจารย์ห้องพยาบาลแอบขำ    หากแต่ขำพูดนั้นได้ฉาบให้คนฟังนิ่งเหมือนมีคอนกรีตมาโบก….

 

…..ตั้งแต่เช้า มันคือการแสดงออกว่าเป็นห่วง….

…..ปรารถนาดีแบบตรงไปตรงมา ไม่มีเสแสร้ง……

 

ดวงตาจับสีขนกาจ้องมองนมกล่อง   เจ้านมกล่องและกระดาษโน้ตวาดรูปหน้าแลบลิ้นซึ่งเหมือนเอาเท้าเขี่ยวาดมา…   “วาดห่วยแตกชะมัด…วงกลมยังเบี้ยว    แล้วรสสตอเบอรี่นี่มันอะไรฟะ……แทนที่จะซื้อขนมปังมาด้วย.. เจ้าเซ่อเอ๊ย……”   พูดไปงั้น  ทำหน้าตึงไปอย่างนั้น  แต่มือก็แกะหลอดมาดื่มแต่โดยดี….

 

เขาเคยกลัวว่าตรงที่เขาเซ็ตลูกไปจะไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย

 

เด็กชายหน้าเข้มกับนมรสสตอเบอรี่   นั่งดูดนมเฉยๆ  ไม่ทันไรใบหน้าก็มีสีแดงระเรื่อขึ้นมาระบายแบบไม่รู้ตัว   จะว่ามันคือสีของนมที่เข้ามาย้อมหน้าก็คงจะไม่ใช่….    คู่หูรับรู้ถึงทุกข์สุขกันเป็นเรื่องเกือบจะปกติ   แต่การที่มีคู่หูแอบชอบตัวเอง(?)แล้วมาทำแบบนี้นั้น….  เขาจะทำยังไงต่อไปดี?

 

แต่ตอนนี้มีเจ้าหน้าบื้อยืนยิ้มรออยู่ที่ตรงนั้น…..

 

เคยมีคนกล่าวว่าทุกสิ่งบนโลกใบนี้มีสิ่งที่ขาดหาย  จำเป็นต้องมีสิ่งมาเติมเต็ม  เพราะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบมาตั้งแต่ดั้งเดิม…   คำว่าคู่หูก็หมายถึงสองสิ่งที่เข้ามาเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน  ต่อให้ไม่พูดอะไร  ก็มีสายสัมพันธ์ร่วมกันอยู่ดี

 

…..คู่หูที่พร้อมจะอยู่ในที่ที่อีกคนต้องการ…..

 

อีกด้านหนึ่งบนทางเดินภายในอาคารเรียน   เด็กหนุ่มที่จุดประกายความซึ้งให้คนอดนอนกำลังเดินดูดนมกล่องรสสตอเบอรี่ด้วยสีหน้าที่เบิกบาน   ในวงแขนของฮินาตะอีกข้างหนีบนมรสเดียวกันเอาไว้อีกหลายกล่อง   มันมากเกินจะดื่มคนเดียวหมดได้.. ช่างน่าสงสัย….

 

หน้าตาร่าเริงกระตุกต่อมจิกกัดของเพื่อนร่วมชั้นม.4 ที่เดินผ่านมาพอดีซะจริงๆ   “โฮ่  ดูสิ  น่าสงสารคนตัวเตี้ยที่ต้องโด๊ปนมเอาป่านนี้”   เด็กหนุ่มสูงใหญ่และสวมแว่นตาเปิดเผยเหยียดมองคนสูงเกิน 160 เซนติเมตรมาแค่นิดหน่อย

 

คิ้วสีส้มกระตุก   “รุ่นพี่ชิมิสึให้มาเฟ้ย!   นายจะเอาด้วยเปล่าล่ะ!?”   ฮินาตะคว้านมกล่องยื่นไป  สึกิชิมะยักไหล่ไม่สนใจโดยสิ้นเชิง

 

“ไม่ล่ะ  เผื่อจะไปแย่งความสูง  ไปเถอะ”  ชายผู้เข้ามาปิดฉากเดินจากไปพร้อมเพื่อนซึ่งมักอยู่ในฉากเดียวกัน   ทิ้งให้เพื่อนร่วมทีมซึ่งมีแค่รุ่นพี่ลิเบอโร่ที่เตี้ยกว่ากำหมัดแน่นด้วยความแค้น    ฝากไว้ก่อนเถอะ!!!!    ความจริงที่เปิดเผยในตอนนี้  คนที่อยู่ในห้องพยาบาลคงไม่มีทางได้รู้อีกตามเคย…..

 

…….สรุปว่านมสตอเบอรี่…..มันเป็นของโหลสินะ…….

 

ความเข้าใจผิดทำให้อีกาตัวหนึ่งเริ่มจะตีปีกบินได้ลำบากเพราะความสับสน  ทุกเรื่องราวอันซาบซึ้ง มันมักจะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง…   ความเข้าใจผิดที่ทับถมมากขึ้นเรื่อยๆนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย  ตราบเท่าที่เรื่องราวยังไม่บานปลาย  ความสัมพันธ์ก็คงไม่เปลี่ยน   และยากจะเดาว่าเปลี่ยนไปทางไหน…

 

ตัวล่อในสนามแข่งขันเริ่มจะมีผลในชีวิตประจำวันเสียแล้ว…  

ล่อให้ความจริงห่างไกลออกไปเรื่อยๆ…. 

 

อีกาที่ชื่อว่าคาเงยามะจะกลับมาบินได้เมื่อไหรนะ?

 

 

—————————-

Free Talk : ฟิคเรื่องนี้มีไว้เพื่อรังแกคาเงยามะอย่างแท้จริง…. 555555

ฝั่งฮินาตะความรู้สึกที่มีให้คาเงยามะนี่คิดแบบซื่อๆเลยว่าเป็นเพื่อนคนสำคัญ ถ้าเกิดคาเงยามะไม่เข้าใจผิดไปไกลเพราะรุ่นพี่ สองคนนี้ก็คงมุ้งมิ้งสนิทกันไปแบบปกติ ไม่มีคนนึงรู้สึกตะหงิดๆทำอะไรไม่ถูก

บรรยากาศโทนเรื่องของไฮคิวเวลาซึ้งก็ซึ้ง เวลารั่วก็รั่ว เวลาดราม่าก็ดราม่า(?) พยายามจะให้เหมือนโทนต้นฉบับให้ได้ ฟิคกีฬานี่ยาก 5555 นี่เป็นฟิคไฮคิวเรื่องแรกด้วยที่เขียนยาวจริงๆจังๆ อะไรๆเลยยังขลุกขลัก แต่ถ้าไม่เริ่มก็ทำความเข้าใจให้ชินกับคาแรกเตอร์กับโทนเรื่องไม่ได้

 
4 ความเห็น

Posted by บน 06/23/2014 in Uncategorized

 

4 responses to “[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 2

  1. dollskitar

    06/24/2014 at 12:11 AM

    พี่อายะไม่เคยทำซึ้งได้เกิน 10 บรรทัดจริงๆ T-T สงสารคาเงะกลายพันธุ์เป็นสัปปะหลาดเข้าไปทุกทีแหล่ว /// พระเอก นายเอกเรื่องนี้ไอคิวเรี่ยดินสุดๆ…..ความคิดจะมาจูนเข้าด้วยกันตอนไหนเนี่ย ลุ้น!

     
  2. Gratuaidong

    06/26/2014 at 9:42 AM

    คู่นี้มันมุ้งมิ้งไปแล้วววว
    ตอนอ่านมังงะก็ยังรู้สึกว่ามันมุ้งมิ้งแบบต้นตำรับ //รุ่นพี่จะไม่สะกิดใจได้ยังไง
    โดยส่วนตัวก็รู้สึกว่าถ้าคู่นี้จะมาฟีเจอริ่งกันได้ก็คงต้องเริ่มจากอะไรแบบนี้ พออ่านฟิคพี่อายะเลยอ่านแบบไหลลื่นมากก ลุ้นกับคู่นี้ว่าเมื่อไหรเคะจะรู้สึกตัว55
    รออ่านต่อนะคะ /ฮา

     
  3. wboo

    07/02/2014 at 12:21 PM

    แอบสงสารคาเงยามะนิดๆ แต่ความฮามันมีมากกว่า 55555

     
  4. khhp

    07/31/2014 at 7:20 PM

    สงสารคาเงะจังงงค่ะะะะะะ555555555 เริ่มไปไกลละราชาาา ฮินะจังของท่านยังไม่รู้เรื่องเลยนะคะ555555555

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: