RSS

[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 3

06 ก.ค.

Title : Could you tell me, Who am I?
Fandom : Haikyuu!!
Genre : BL , Comedy
Rating : PG
Pairing : Kageyama x Hinata

——————————————

เพื่อนสนิทหรือคู่หู เป็นสายสัมพันธ์ที่หวั่นไหวได้ง่ายแทบที่สุด

แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนที่มีเพื่อนสนิท

 

…..โดยเฉพาะเพื่อนสนิทที่เป็นเพศเดียวกัน….

 

ครั้งหนึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาของชมรมเคยกล่าวเอาไว้ว่า

สีที่สามารถกลืนกินได้ทุกสีนั้นคือ “สีดำ”

 

ยามเมื่อเรื่องว้าวุ่นเข้ามาปั่นป่วนในหัวสมองจนหาทางออกไม่ได้

…..สภาวะแบบนั้นก็เรียกว่ามืดแปดด้าน ดำจริงๆ….

 

Chapter 3 :  สีที่กลืนกินได้ทุกสีสันนั้นคือสีดำอย่างแท้จริง

 

[กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ณ รังของอีกาคาราสุโนะ  มีอีกาตัวหนึ่งที่เกิดอาการบินไม่ขึ้นเสียอย่างนั้น]

 

ธรรมชาติของอีกาก็เหมือนกับนกชนิดอื่นๆที่โบยบินบนท้องฟ้าได้    นกที่สามารถบินได้แต่กลับบินไม่ได้นั้น จะมีก็แต่ลูกนก นกที่ปีกบาดเจ็บ นกที่ขี้เกียจบิน นกที่ถูกขังไว้ในกรง  หรืออาจจะเป็นนกที่ถูกผูกขาเอาไว้ด้วยบางสิ่ง  นั่นหมายถึงมีสิ่งที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับธรรมชาติของนกตัวนั้น ในขณะที่เพนกวินเป็นนกที่ไม่สามารถบินได้ แต่ว่ายน้ำได้(?)

 

อาการของนกที่บินได้แต่กลับไม่ยอมบินเปรียบเทียบแล้วก็คงเหมือนกับคนที่มีเรื่องกลัดกลุ้มอยู่ในใจ  มีความรู้สึกหนักหน่วงที่ยังไม่สามารถปลดเปลื้องมันออกไปได้  และสำหรับบางคนก็คงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำตัวแปลกๆได้ด้วยเช่นกัน…

 

สิ่งแรกที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกตอนเช้าคือเพดาน….

 

แต่สิ่งที่เขาเห็นก่อนหน้าเพดานคือความฝัน….   ความฝันที่หายไปสองสามวันเพราะว่านอนไม่ค่อยหลับ…  เด็กหนุ่มผมสีขนกาในชุดนอนสีเข้มยังคงนอนเหยียดร่างอยู่บนเตียง มองเหม่อขึ้นไปบนเพดานเพราะอารมณ์ค้างจากในความฝัน…

 

ในฝันพวกโค้ชเลี้ยงเนื้อย่างฉลองที่ทีมคาราสุโนะคว้าชัยในการแข่งขันมาได้…   ช่างเป็นความฝันที่น้ำลายสอและแสนสุขมาก… เนื้อติดมัน เนื้อสัน เนื้อ…..เพื่อนร่วมทีมทุกคนย่างเนื้อด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส  เฉลิมฉลองให้กับชัยชนะระดับประเทศ…บางคนร้องไห้อย่างกับคนซื่อบื้อ…

 

แล้วคนๆหนึ่งก็เดินมาหาเขาพร้อมกับนมสตอเบอรี่   ฉับพลันสีหน้านิ่งของคาเงยามะ โทบิโอะก็เปลี่ยนเป็นผวาเมื่อนึกถึงช่วงท้าย   ร่างกายเด้งตัวขึ้นจากเตียงแล้วลุกไปล้างหน้าแปรงฟันเพื่อไปโรงเรียนในทันที…..ภาพที่ฝันเห็นควรจะใช้น้ำราดลบมันออกไป…

 

“ฝันว่าฉันชอบเจ้าเซ่อนั่นตอบน่ะเรอะ   บ้าไปแล้วเว้ย!”  ต่อให้เพื่อนผู้ชายมาชอบ  แต่ไปชอบเพื่อนผู้ชายกลับมันไม่ใช่แล้ว!!   ตะคอกตัวเองเพื่อเตือนสติแล้วจึงเดินไปหาห้องน้ำ…  มิแคล้วได้เจ็บตัวเพราะนิ้วโป้งเท้าสะดุดขอบประตูเข้าอีก….

 

ต่อให้นอนหลับ…แต่ถ้าใจไม่สงบ….มันก็ตามไปหลอกหลอนถึงในฝัน

….เพราะเพื่อนสนิทมาชอบ…

 

ยามเช้าในหน้าร้อนที่เหมือนกับทุกๆวัน ณ เมืองมิยางิ ประเทศญี่ปุ่น  ผู้ใหญ่ออกจากบ้านไปทำงาน  เด็กๆออกจากบ้านไปโรงเรียน  วิถีชีวิตของชาวเมืองดำเนินไปอย่างปกติสุขเหมือนทุกวัน  ขณะที่ในหน้าจอโทรทัศน์พยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้จะมีฝนหน้าร้อนตก  ถึงอย่างนั้นท้องฟ้าก็ไร้เมฆพาให้คิดว่าพยากรณ์คงจะคลาดเคลื่อน

 

“…..ไปโรงเรียนล่ะครับ……”

 

เสียงยืดยานเปล่งออกจากปากนักเรียนชายผมสีส้มสดใสในเครื่องแบบ  เด็กหนุ่มคนนั้นเปิดประตูบ้านออกมาพร้อมกับเปลือกตาที่ปิดสนิทเป็นเส้นตรง ปากหาวหวอดเป็นเครื่องพ่นลมแต่ไม่อาจไล่ความง่วงของตัวเองได้….   ฮินาตะ โชโยยังคงสะลึมสะลือเหมือนวิญญาณสถิตนอนอยู่บนเตียงนอนภายในบ้าน

 

ร้อยละ 60% ของฉากนักเรียนตอนเช้า  ถ้าไม่ใช่วิ่งตาลีตาเหลือกคาบขนมปังแผ่นออกจากบ้านเพราะตื่นสาย  ก็คงเป็นสภาพเดินง่วงงันออกไปเหมือนวิญญาณไม่มีขา   หนุ่มนักวอลเลย์เดินล่องลอยจนพ้นหน้าประตูบ้านมาได้ทั้งที่ตาปิด  เซไปทางซ้ายทีขวาที

 

ละเมอโค้งทักทายคนแถวบ้านก็แล้ว   แต่เดินไปได้อีกสองก้าวก็ไปไม่รอด   “อุ!”  เท้าสะดุดพื้นถลาไปทางท่อระบายน้ำข้างทาง…

 

แต่ฟ้าคงยังไม่อยากให้ตัวล่อหนุ่มเจ็บตัวตั้งแต่เช้า  เมื่อมีแขนข้างหนึ่งยืนเข้ามากั้นพาดหน้าท้องผอมแห้งช่วยเอาไว้เสียก่อน   “มองทางด้วยสิเฟ้ยเจ้าเซ่อ!!”   เสียงเรียกเจ้าเซ่อที่คุ้นเคยดึงให้เปลือกตาคนง่วงเปิดเต็มอัตรา

 

ตาสีส้มเห็นท่อน้ำทิ้งข้างทางที่เกือบตกลงไป   กระพริบตาสองสามครั้งก็เริ่มคิดได้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น   แล้วสายตาก็เบือนไปทางคนข้างๆ  ฉีกยิ้มบางให้กับเพื่อนนักเรียนจากโรงเรียนเดียวกัน ทีมวอลเลย์บอลเดียวกัน    “โอ๊ะ….   ว่าไง อรุณสวัสดิ์คาเงยามะ”

 

คนผมดำที่ถูกทักเกิดอาการนิ่งค้างไป 3 วินาทีที่เห็นหน้าตายิ้มๆนั่น   มันช่างเป็น 3 วินาทีที่ยาวนานเมื่อเจ้าตัวกำลังคิดว่าทำไมเขาถึงมาโผล่ที่นี่???   เขาจำได้ว่าตัวเองเดินออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียน  ไหงขามันพาเดินมาที่นี่ล่ะนั่น… คนละทิศเลย!?

 

เขามาทำอะไรที่นี่ฟะ?

 

ทุกอย่างช่างดูเหมือนถูกจัดฉากวาร์ปมา….  พ่อหนุ่มเซตเตอร์ประจำทีมวอลเลย์บอลคาราสุโนะ  ในสมองของเด็กหนุ่มม.3 คิดวกวนถึงเรื่องตอนนี้   ทำไมขามันพาตัวไปทางอื่นแทนที่จะไปโรงเรียน?  รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่นี่แล้วเห็นเจ้าเซ่อฮินาตะกำลังจะตกท่อ…. เมื่อคืนเขาก็ฝันว่าตัวเองไปชอบหมอนั่นตอบ?  เพื่อ!??    ทำไม!? ทำไม!?   คำถามทำไม ทำไม ปรากฏออกมาเป็นร้อยๆข้อๆ

 

“คาเงยามะ?”   เสียงของฮินาตะแทรกผ่านเข้ามาในสมอง   ดวงตาโตเป็นไข่ห่านสีส้มนั่นกำลังจ้องอย่างสงสัยที่อีกฝ่ายเงียบไปเฉยๆ

 

หลุดออกจากภวังค์สามวินาทีก็ฟาดมือใส่กลางกบาลเพื่อนสนิททันที    “ตีหน้าบื้อทักอีกเรอะ!”  ได้ฝ่ามือมารฟาด วิญญาณที่ยังอยู่ในห้องนอนก็ลอยเข้าร่างในทันใด

 

“ตั้งแต่เช้าเลยเหรอ!?”  ฮินาตะกุมหัวตัวเอง   ลืมตาตื่นมาตอนเช้ายังไม่ทันถึงชั่วโมงก็โดนฟาด  นี่มันวันอะไรกันเนี่ย!?

 

“ทีหลังลืมตาเดินด้วย  ตกท่อเจ็บตัวขึ้นมามันเป็นปัญหา โง่จริง!”  คนเจ้ากี้เจ้าการนวดขมับของตัวเอง   อะไรดลใจพาขาเดินมาที่นี่ก็ไม่รู้  แต่ที่แน่ๆหลับตาตบวอลเลย์ว่าอันตรายแล้ว  หลับตาเดินยิ่งอันตรายกว่า…

 

“ไหงนายมาอยู่หน้าบ้านฉันได้ล่ะนั่น?”   ฮินาตะจ้องมองหน้าคนที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่   เช้ามาก็โดนคนด่า ความง่วงที่เคยมีมันเตลิดหายไปหมด  แล้วความสงสัยก็เข้ามาแทนที่    จ้องแล้วจ้องอีกให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เห็นภาพหลอนไปเองตอนเพิ่งตื่น

 

คาเงยามะสะดุ้งตัวแล้วรีบเบือนสายตาหนีไปทางอื่น   ตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่ามาโผล่ที่นี่ได้ยังไง  รู้ตัวอีกทีก็เดินมาแถวนี้… ออกนอกเส้นทางไปโรงเรียนอย่างสิ้นเชิง   สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงเฉไฉ   “ฉันก็แค่ผ่านมาแถวนี้พอดี”  คำตอบเรียกเครื่องหมายคำถามลอยเต็มหัวเพื่อนสนิท

 

“นายผ่านมาทำไรแถวนี้?   คนละทางกับโรงเรียนนะนั่น???”   ฮินาตะเริ่มคิดภาพแผนที่ในใจ  ทางไปโรงเรียนคือทางนั้น  บ้านเขาอยู่ตรงนี้  บ้านของคาเงยามะ โทบิโอะอยู่ตรงโน้น

 

นั่นเป็นคำถามที่คาเงยามะอยากถามตัวเองเช่นกัน…  สมองและร่างกายของเขามันชักจะเริ่มพิลึกพิลั่นเข้าไปทุกทีตั้งแต่ไปได้ยินเรื่องไม่เป็นเรื่องที่พวกรุ่นพี่คุยกัน  ดูเหมือนวันนี้จะยิ่งอาการหนัก…  อาการหนักถึงขั้นเดินแบบไม่รู้ตัวได้   “แกบอกให้ฉันมาแถวนี้รึเปล่า……”

 

“ฮ่ะ????  ฉันไม่ได้บอกให้นายมาเลยนะ????”   ฮินาตะทำหน้ามึนงงใส่   เซตเตอร์หนุ่มจึงเดินไปพึ่งเสาไฟฟ้าแถวนั้น…  เกาะเอาหน้าผากแนบเรียกสติสตางค์ของตัวเอง…

 

ฮินาตะเห็นท่าทางอันแปลกประหลาดของคู่หูก็ได้แต่งงมากขึ้นเรื่อยๆ    เด็กหนุ่มเดินไปจับไหล่จากด้านหลัง  “คาเงยามะ  นายป่วยอยู่รึเปล่า  ยังไม่หายรึเปล่า???”   ย้อนความกลับไปเมื่อวานนี้ ณ ห้องพยาบาล  หรือร่างกายของอีกฝ่ายจะไม่ค่อยปกติ?

 

นั่นสินะ… หรือว่าเขาจะป่วยเป็นอะไรสักอย่างไปแล้ว….

ทุกอย่างมันเป็นเพราะใครวะ!!!?

 

หลายวันก่อนเขาก็แค่นอนไม่หลับ  มาเมื่อคืนนี้เขาดันเก็บไปฝัน   งานฉลองชัยชนะที่มีเนื้อย่างและพวกเพื่อนร่วมทีม และยังมีเหล่าคู่แข่ง   ความฝันวัยรุ่นที่ดูเหมือนไม่มีอะไร เพราะเขาก็มักจะคิดถึงชัยชนะในการแข่งขันเป็นปกติ อะไรที่มันปกติ มันไม่ปกติเพราะเจ้านมสตอเบอรี่…..

 

ท้ายของความฝันนั่น  ทำไมเขาต้องกอดเจ้าเซ่อนี่ด้วย!?

 

ตื่นจากฝันก็ยังเดินมาที่นี่แบบไม่เข้าใจตัวเองอีก ทุกอย่างมันเป็นเพราะ….   “เพราะแกนั่นล่ะ!!!”  คาเงยามะ โทบิโอะตะคอกเสียงดังใส่เสาไฟฟ้ากระทบไปถึงคนข้างหลังรีบชักมือกลับไป   เช้านี้ฮินาตะรู้สึกเหมือนตัวเองได้กินเครื่องหมายคำถามจนอิ่มเลยทีเดียว…  คู่หูของเขาเป็นอะไรไปแล้วนั่น?

 

แล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบไปอีกพักหนึ่ง  ก่อนที่เซตเตอร์หนุ่มผมดำจะรีบสาวเท้าเดินตรงดิ่งไปแบบไม่รอคนข้างหลัง   คนถูกทิ้งทำท่าจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่าง  ไม่ทันไรฝ่ายนั้นก็หยุดเดินและหันมามองจ้อง   ดวงตาสีดำหรี่มองคล้ายกับส่งกระแสจิตเป็นคำสั่ง

 

“นั่นนายยืนรอฉันเหรอ??”   ฮินาตะผู้ใสซื่อรีบเดินตามมและถามออกไปเรื่อยเปื่อยไม่มีอะไรแอบแฝง   ทว่าคนโดนถามกลับจ้องเขม็งด้วยสายตาน่าสยองขวัญ….

 

“ทำไมฉันต้องรอ…….?  หือ….?”   คาเงยามะยื่นมือไปจับไหล่คนเตี้ยกว่า   ทั้งแรงกดทั้งสายตาช่างน่าหวาดผวา  เห็นแล้วความง่วงไม่เหลือ….

 

ดวงตาสีส้มจ้องกลับไปในดวงตานั่นอย่างใจกล้า    “ก็ปกตินายรอฉันนี่”   บอกออกไปตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

 

“นั่นมันที่ชมรม”  อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยความเร็วแสง….  ฮินาตะยิ่งทำหน้างงใส่   ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเถียง?

 

“ไม่ใช่แค่ที่ชมรมเว้ย  ในค่ายนายก็รอ!”   ฮินาตะชี้หน้ากลับต้อนให้อดีตราชาผู้โดดเดี่ยวสะดุ้งใกล้จะจนมุม    เขาจะเถียงแพ้เหรอ???

 

“เพราะแกตัวติดฉันตะหากเล่า!  แล้ววันนี้ฉันไม่ได้รอเว้ย!”   โยนความผิดให้เพื่อนคู่หูแบบดื้อๆ   สรุปพวกนายเถียงเรื่องมีสาระกันรึเปล่า…?

 

ดวงตาต่างสีจ้องใส่กันไม่มีใครยอมลงให้ก่อน   จนกระทั่งเด็กอนุบาลเดินผ่านไปพร้อมกับกระซิบกระซาบเรื่องพฤติกรรมของพี่นักเรียนมัธยมปลายก็ยังไม่รู้สึกตัว…   ไม่ได้รู้เลยว่ายืนเถียงกันอย่างกับคู่รักบ๊องๆ ทั้งที่เป็นแค่เพื่อนสนิทกันน่ะ….

 

ฮินาตะยื่นมือออกไปตบแขนเพื่อนสนิทด้วยสายตาที่ว่างเปล่า   “คาเงยามะ  ถ้านายป่วยก็กลับบ้านไปนอนเหอะนะ”

 

“ฉันไม่ได้ป่วย  ฉันก็แค่ฝัน….ฉันก็แค่………”  ทำตัวไม่ถูกเพราะว่าแกมาชอบฉัน  ก็แค่ฝันเห็นว่าฉันก็ไปชอบนายเหมือนกัน….  ประโยคที่เหลือเสียงดันกลืนหายไปเสียก่อน….

 

….ฉันไม่อยากโดนความรู้สึกของนายดึงไปในทางนั้นด้วย…

 

“แค่????  แล้วนายฝันอะไรน่ะ?”   ดวงตาสีส้มจ้องค้างไม่กระพริบตารอประโยคที่เหลือ

 

เด็กหนุ่มผมสีขนการู้สึกเหมือนโดนยัดเยียดให้ตัวเองเป็นคนบ้า  เขาซ่อนสีหน้าเลิกลั่กไว้ไม่ให้คนซื่อบื้อรู้    “ฉันจะเป็นอะไรก็ช่างฉันเหอะ!   ไปโรงเรียนกันได้แล้ว!”   ใช้เสียงตะคอกกลบเกลื่อนพร้อมกับคว้ากระเป๋าของเพื่อนเพื่อดึงให้เดินไปด้วยกัน   ฮินาตะที่โดนลากยิ่งทำหน้างงเป็นอีกาโดนจับกรอกให้กินเครื่องหมายคำถาม

 

“แล้วนายมาทำอะไรแถวนี้เล่า?  เฮ้ย เฮ้! คาเงยามะ!”   พยายามรั้งตัวเองไม่ให้เดินไปตามแรงดึงของฝ่ายตรงข้าม

 

กลายเป็นว่าโดนลากด้วยแรงดึงที่มากกว่าเดิม   “เงียบซะทีเจ้าเซ่อ!”  ซ้ำร้ายเด็กหนุ่มที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยยังโดนตะคอกกลับให้เงียบแทนที่จะได้คำตอบ…

 

“เงียบก็ได้!  แต่นายปล่อยฉันก๊อนนน!!”   การต่อรองของฮินาตะเป็นผลเมื่อคาเงยามะรู้สึกตัวแล้วปล่อยมือจากกระเป๋าเพื่อน   ปล่อยมือเสร็จก็เดินจ้ำไปข้างหน้าลูกเดียวไม่หันมามอง

 

อาการแบบนั้นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มผมส้มงงมากขึ้นไปอีก   “…..อะไรวะเนี่ย….”   ยกมือขึ้นมาเกาศีรษะอย่างสงสัย   แต่ไม่ทันจะได้คิดต่อก็สบตาเข้ากับดวงตาสีดำเข้มที่จ้องตรงมาจากเบื้องหน้า    สองขาก็ก้าวเดินตามไปอย่างอัตโนมัติก่อนที่ปากรูปเส้นโค้งคว่ำนั้นจะเปิดขึ้นเพื่อด่าเขาอีก….

 

สรุปว่าหมอนี่มาทำอะไรแถวนี้น่ะ?

 

คำถามในใจของฮินาตะว่าอย่างนั้น  คิดธุระของฝ่ายตรงข้ามไม่ออกซักเรื่องนอกจากแวะมาบ้านเขา   ตลอดเส้นทางเดินมันก็ไม่มีอะไรนี่หว่า?  แต่เจ้าตัวก็บอกว่าไม่ได้รอ  งั้นมาทำอะไร?  ช่วงนี้คาเงยามะก็ทำตัวแปลกๆชอบกล  พูดๆกันอยู่ดีๆก็หายตัวไปเฉยๆ  บางทีแตะตัวก็สะดุ้งอย่างกับโดนไฟช็อต  ไม่ค่อยจะปกติ… เช้านี้ก็ประหลาดเกินทน  ทำไมอ่ะ?  ทำไม? ทำไม? ทำไม?

บางอย่างมันชักจะเริ่มแปลกๆ

 

                “นายมองหน้าฉันทำไม?”   เมื่อรู้ตัวว่าโดนจ้องอยู่   คาเงยามะ โทบิโอะก็เหลือบมองหน้าคนข้างๆ   ดวงตาสีส้มจะจ้องไปถึงไหน…

 

“นายเป็นสัตว์สงวนห้ามมองเหรอ????”    พูดจบก็โดนฝ่ามือราชามารเอื้อมมาจับตั้งท่าจะบีบศีรษะ   ฮินาตะจึงเงียบปากไม่พูดอะไรปากเสียออกไป

 

ดวงตาสีส้มเหลือบมองคนข้างๆเป็นระยะๆ  เขาไปทำอะไรไปพูดอะไรให้อีกฝ่ายหรือเปล่า?   นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก   ราชาเจ้าแห่งคอร์ทเป็นคนประหลาดอยู่แล้ว  ตอนนี้ยิ่งประหลาดเข้าไปใหญ่   ปกติจะเป็นคนสั่งๆๆๆ  พูดๆๆๆๆ  ด่าๆๆๆ  แต่ตอนนี้กลับครึ่งๆกลางๆทุกอย่าง

 

อดคิดไม่ได้ว่าคู่หูเริ่มมีความลับ     “…คาเงยามะ…..”  ปากส่งเสียงเบาๆเรียกออกไปแบบหวาดหวั่นว่าจะโดนตะคอกกลับรึเปล่า   อีกฝ่ายนั้นเหล่ตามองมาตามคำเรียก

 

บางทีพวกเรา……   “มีอะไร?”  สองสายตาจ้องมองกัน…    ตอนนี้ระหว่างพวกเราคงจะมีบางอย่าง……

 

คงจะมีบางอย่างที่ไม่ค่อยปกติเกิดขึ้น…..   “เปล่า  นายลืมรูดซิปกางเกง”  สิ้นประโยคนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบไปอีกรอบ….    พวกนายจะคุยกันแบบได้เรื่องเมื่อไหร่?

 

คนฉลาดมาเจอกับคนฉลาด เกิดเป็นการหักเหลี่ยมเฉือนคมกัน

คนฉลาดหนึ่งคนมาเจอกับคนบ๊องหนึ่งคน  เกิดเป็นนิยายสำเร็จรูปอย่างหนึ่ง

ส่วนคนบ๊องหนึ่งคนกับคนบ๊องอีกคนมาเจอกัน  จะเกิดเป็น…..?

 

                คำตอบของสมการประหลาดอันนั้น  จะแก้จนได้ผลลัพธ์ก็ต้องเกิดจากคนบ๊องสองคน    ต่อให้การเรียนจะโง่มาก  แต่เรื่องสัญชาตญานก็ไม่ได้โง่เง่าขนาดนั้น คาบเรียนว่างซึ่งปล่อยให้นักเรียนทำการบ้าน  ฮินาตะ โชโยนั้นเดินมานั่งเกาะโต๊ะของเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปีที่สามแต่คนละห้อง

 

สึกิชิมะ เคย์ขยับแว่นตาและมองไปยังแขกไม่ได้รับเชิญอย่างเรียบเฉย   มือที่จับปากกาค่อยๆวางมันลงข้างกระดาษชีทการบ้าน   “มีอะไรก็พูดมาแล้วก็รีบๆไปซะ”

 

อีกฝ่ายพูดมาแบบนั้นแล้วเพื่อนร่วมทีมผมสีส้มก็รีบถามออกไปทันที    “นายคิดรึเปล่าว่าคาเงยามะทำตัวแปลกๆอย่างกับโดนอะไรกระแทกหัวมาหลายวันแล้วน่ะ”

 

“พวกนายมันแปลกเป็นปกติอยู่แล้ว  ถ้าแปลกไปมากกว่านี้คงใกล้เคียงคนบ้าแล้วล่ะนะ”  มาขอคำปรึกษาและขอความเห็น   แต่คล้ายกับจะได้คำด่ามาแทน….

 

“คาเงยามะทำตัวแปลกๆใส่ฉัน  เมื่อเช้าก็โผล่มาหน้าบ้าน  มาทำอะไรก็ไม่บอก  ด่าว่าเป็นเพราะฉันด้วย ฉันนึกไม่เห็นออกเลยว่าไปเหยียบเท้าหมอนั่นไว้รึเปล่า”  ขยับมาพิงพนักเก้าอี้แล้วกอดอกใช้ความคิด  วันนี้มันผิดปกติแบบสุดๆยิ่งกว่าวันก่อนๆ

 

            “แล้วทำไมนายต้องมาถามฉันด้วย  ฉันไม่ได้รับปรึกษาปัญหาสัตว์เซลเดียว  ไม่ได้อยากรู้เรื่องทะเลาะกันของเด็กประถม”   ดวงตาใต้แว่นมองหน้าคนบื้อด้วยสายตาเยาะเย้ย   ยามากุจิซึ่งนั่งข้างๆมองคนไม่อยากรู้

 

ฮินาตะเรียบเรียงความคิดและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละอย่าง   ปากก็เริ่มย่นตามการใช้ความคิดไปด้วย  ถ้าไม่ใช่เขาเผลอไปพูดอะไรไม่เข้าหู  ก็ต้องเป็นอีกฝ่ายทำเรื่องอะไรไม่ดีเอาไว้ อย่างเช่นทำของของเขาพัง   จะว่าทำรองเท้ากีฬาเขาพังแล้วเอาไปซ่อนก็คงไม่ใช่….

 

[ฉันอิจฉาพรสวรรค์ด้านกีฬาของแกที่สุด 

เห็นไอ้ก้อนความสามารถทางกีฬาเดินได้แล้วมันน่าหงุดหงิดนัก]

 

จู่ๆก็เผลอนึกถึงคำพูดที่โดนตอกหน้าเมื่อสมัยเล่นร่วมกันแรกๆ  มันก็ผ่านมายังไม่ถึงปี…   มือที่ใช้ตบลูกวอลเลย์ลูบเคราอากาศ   หรือว่าหมอนั่นจะเกิดอิจฉาเขาขึ้นมาอีกรอบ?  อิจฉาที่เขาเล่นดีขึ้นแบบก้าวกระโดด?    เด็กหนุ่มคงลืมไปว่าคิดไปสายตากรุ่มกริ่มมันก็แสดงออกมาชัด….

 

“ถ้านายไม่ปรึกษาแล้ว นายก็กลับห้องไป  ไปอ่านหนังสือจะได้ฉลาดๆ”  สึกิชิมะปัดมือไล่   แรกเริ่มก็ไม่ได้ตั้งใจจะยุ่งเรื่องของคนพวกนี้อยู่แล้ว…

 

ฮินาตะถลึงตาใส่คนที่มาพึ่ง   พึ่งไปโดนด่าไปนี่เขาเลือกคนถูกหรือเปล่า…   “หมอนั่นบอกว่าช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับ  คงจะเครียดอะไรอยู่”  ทำไมไม่บอกกัน……น่าเป็นห่วง….

 

“ถ้าหมอนั่นนอนไม่หลับเพราะฝันเห็นนายก็คงการ์ตูนสาวน้อยชะมัด  พวกนายกำลังเลียนแบบงั้นเรอะ?”   เรียวปากเหยียดยิ้มขำขัน  ทำตัวเหมือนพวกสาวน้อยวัยแรกแย้มเริ่มจะมี poppy Love อย่างนั้น

 

ประโยคนั้นเข้ากลางสมองเด็กหนุ่มอย่างจัง

 

การ์ตูนสาวน้อย?  การ์ตูนสาวน้อยแบบที่พวกเด็กผู้หญิงชอบอ่าน แบบที่น้องชอบอ่าน…. ฉันฝันเห็นเธอจนฉันข่มตานอนไม่หลับ   แบบการ์ตูนสาวน้อยสุดน้ำเน่าที่หนุ่มนักกีฬาไม่อาจเข้าใจและเข้าไม่ถึง

 

“หรือว่าคาเงยามะจะชอบฉันน่ะ?”  สิ้นข้อสมมติฐาน  เด็กหนุ่มสวมแว่นตาและเพื่อนอีกคนก็เกิดอาการเงียบกริบใส่… จุดจุดจุดจุด…..  ช่างคิดไปได้….ยังไม่ได้พูดอะไรเลย

 

คนฟังกลั้นขำไม่อยากจะหลุดหัวเราะเสียงดัง   “ถ้าใช่ก็สมกันดีนี่  ราชาสัตว์เซลล์เดียว กับทาสเซลล์เดียว”  ริมฝีปากหนุ่มแว่นเหยียดยิ้มที่มุมปากแบบเย้ยหยัน   เป็นอะไรที่สมกันดีสุดๆ….

 

“สึกกี้…  คาเงยามะกับฮินาตะเป็นผู้ชายนะ”    เด็กหนุ่มหน้าตกกระสะกิดเพื่อนให้นึกถึงเรื่องที่อาจจะลืมไป   สัตว์เซลล์เดียวมันไม่มีเพศ  แต่สองหน่อนั้นมีเพศนะ….

 

ฮินาตะนั่งเท้าคางใช้ความคิดจนหน้าผากและปากย่นไปหมด  อาการแปลกๆของเพื่อนสนิทจะมาจากเรื่องนั้นน่ะเหรอ?   ใช่เหรอ?  ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราทั้งคู่นั้น ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ความเป็นเพื่อนร่วมทีม หรือว่าเป็นคู่หูกันแล้วเหรอ?

 

เซตเตอร์ผู้พาเขาไปสู่ทิวทัศน์ที่สูงที่สุด…

พาเขาบินขึ้นไป ณ ที่ตรงนั้น…..

 

เรื่องราวมิตรภาพการ์ตูนกีฬาซึ่งดำเนินไปเป็นทีมและเป็นเส้นตรง… ยามนี้กลับมีสิ่งมากระทบให้มันกลายเป็นเส้นขรุขระ ซ้ำยังหลุดออกนอกเส้นทางไปไกล….

 

 

 

ขั้นตอนหนึ่งที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีต่อเพื่อนสนิท

ก็คือการคิดว่าต่างฝ่ายต่างชอบเกินเพื่อน

 

แล้วสีใหม่ก็จะหยดลงแล้วกลืนสีเดิมในที่สุด

 

 

—————————

Free Talk : หายไปนานเลย OTL” แบบว่างานเข้าแรงๆ เดือนนี้ก็มีอบรมหลายที่มาก อยากจะเอาคอมไปนั่งพิมพ์แต่มันช่างไม่อำนวยเอาเสียเลย TvT มันช่างบ่อนทำลายจินตนาการในแต่ละวัน

มาตอนนี้นอกจากคาเงยามะจะคิดไปไกลแล้ว ฮินาตะก็เริ่มโดนคนอื่นพาออกนอกเส้นทางความจริงไปแล้ว ต่างคนต่างก็คิดว่าอีกฝ่ายชอบตัวเองแบบที่ไม่ใช่เพื่อน แต่ของฮินาตะมันเพิ่งเริ่มต้น คาเงยามะนี่หลุดไปไกลจนตัวเองชักเริ่มคล้อยตามไปแล้ว 555

ปกติแล้วเราไม่เคยเขียนเรื่องที่เมะกับเคะเป็นคู่หูหรือว่าเป็นเพื่อนสนิทกันซักเท่าไหร   ถ้าเป็นเพื่อนก็เป็นแบบคู่กัดกันหน่อย  ไม่เหมือนคู่หูสมบูรณ์แบบสองคนนี้   พวกที่เป็นเพื่อนจ๋าาาาาา  มันต้องหาจุดเปลี่ยน  แถมไฮคิวตัวเองยังค่อนข้างจะเป็นคนหลุดโลกนิดๆ(?)  แต่ก็จริงจังเมื่อถึงเวลาจริงจัง   พอเขียนออกมาแล้ว… มันดูซิทคอมจริงๆนะ…. ฮา….

 
2 ความเห็น

Posted by บน 07/06/2014 in Uncategorized

 

2 responses to “[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 3

  1. wboo

    07/07/2014 at 8:00 PM

    ช่างคิดกันจริงๆเลย 5555

    รอตอนต่อไปค่ะ

     
  2. maimoi

    07/31/2014 at 7:45 PM

    คิดแบบขึ้นภูเขาลงทะเลกันแล้วววว เหยื่อคำพูดจริงๆ คู่พิลึกที่แสนน่ารัก5555555

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: