RSS

[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 4

12 ก.ค.

Title : Could you tell me, Who am I?
Fandom : Haikyuu!!
Genre : BL , Comedy
Rating : PG
Pairing : Kageyama x Hinata

——————————————

 

การถ่ายทอดข่าวสารมักมีความคลาดเคลื่อนอยู่เสมอ

จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง พูดผ่านไปเป็นทอดๆย่อมมีความผิดพลาด

 

จากข้อความที่ว่า “เด็กตกบันได” มันก็อาจกลายเป็น “เด็กตกสะบันไดสะพาน”

 

บางครั้งคนที่ได้ยินมาแบบถูกๆผิดๆ ก็มักจะเข้าใจผิด

ซึ่งนั่นขึ้นอยู่กับว่าคนรับสารมีวิจารณญาณมากขนาดไหนในการคัดกรอง

 

จากประโยคคำพูดเลื่อนลอยไม่น่าจะมีอะไรประโยคหนึ่ง

ถ้าคนรับสารเก็บเอาไปคิดมาก มันก็คงกลายเป็นเรื่องไปได้

 

Chapter 4 : การทดลองมีไว้เพื่อคลายข้อสันนิษฐาน

 

            จากวันแรกๆที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งคิดมากจนนอนไม่หลับ  วันนี้เกิดมีเด็กหนุ่มอีกคนที่ไม่อาจข่มตานอนหลับลงไปได้

 

ณ ห้องนอนที่ดูรกรุงรังสมกับเป็นเด็กหนุ่มของฮินาตะ โชโย  พ่อหนุ่มตัวล่อสุดแกร่งแห่งทีมคาราสุโนะกำลังอยู่ในภวังค์คิดไม่ตกมาหลายนาที  ใบหน้าบูดเบี้ยวจากการใช้ความคิด  สองมือยกขึ้นขยี้หัวที่ฟูฟ่องของตัวเองเป็นระยะๆ เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบไม่ออก…

 

 การบ้านวิชาคณิตศาสตร์มันช่างเหมือนภาษาต่างดาวที่คนหัวทึบแบบเขาไม่สมารถเข้าใจได้!!              

 

คงมีหลายคนหลงคิดว่าเด็กหนุ่มผมสีส้มสดใสคิดมากเรื่องอื่น  มันดันกลายเป็นเรื่องการบ้านวิชาคณิศตาสตร์ไปเสียได้…  ส่วนมากคาแร็กเตอร์ที่มีความสามารถทางกีฬาสูง  มักจะมีสเตตัสความสามารถทางด้านการเรียนที่ต่ำลงมาเป็นการแลกเปลี่ยน…  ทั้งนี้ทั้งนั้นกฏแบบนี้มักจะเกิดกับตัวเอกบางคนเท่านั้น….

 

“ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย!!”   ฮินาตะโยนปากกาลงกับโต๊ะ จากนั้นก็ถลาไปกลิ้งบนเตียงนอนของตัวเอง   ดูเหมือนเขาจะต้องเอากระดาษไปส่ง ไม่ก็พึ่งพาคนอื่น….

 

คณิตศาสตร์มันยากเกินไป  วิทยาศาสตร์มันก็ยากไป  ภาษาอังกฤษก็ยิ่งไม่เข้าใจ  จะวิชาไหนๆก็ร่อแร่….  มีพลังฮึดจากการติวแค่เฉพาะช่วงใกล้สอบเท่านั้น    เด็กหนุ่มนอนแผ่หราจ้องมองขึ้นไปยังเพดาน  ความเงียบเข้ามาครอบงำทีละน้อย..  ทีละน้อย….

 

พร้อมกับบทสนทนาที่พูดคุยกับสึกิชิมะที่แล่นผ่านเข้ามาในสมองอีกครั้ง  อาการแปลกๆของคาเงยามะ โทบิโอะ?  ท่าทางเลิกลั่กไม่เป็นธรรมชาติ แปลกๆไม่เหมือนอย่างที่เคยเป็น   ไหงกลายเป็นแบบนั้นไปได้?   เพราะว่าชอบงั้นเหรอ?  คาเงยามะชอบเขา?

 

“ชอบแบบไหนหว่า?”   คงจะไม่ใช่ชอบแบบเพื่อนผู้ชาย เพื่อนร่วมทีมแหงๆ   ถ้าเป็นแบบนั้นจะมีอาการแปลกๆแบบนั้นทำไม….

 

ฮินาตะกลิ้งตะแคงไปทางขวา แล้วก็กลิ้งกลับมาทางซ้าย แล้วก็กลับมานอนหงายมองเพดานอีก  คิดแล้วคิดอีกก็ยังคิดไม่ออกว่าคาเงยามะมาชอบเขาได้ยังไงกัน!?    “ไม่เข้าใจเล้ย!!”    ยากพอๆกับการทำความเข้าใจการบ้านวิชาคณิตศาสตร์เลยทีเดียว….

 

สุดท้ายเด็กหนุ่มก็หันไปคว้าเอาโทรศัพท์มาถือ  เปิดหน้าจอพิมพ์ข้อความขึ้นมา   [เค็นมะ  คาเงยามะแปลกๆไปล่ะ  ฉันคิดว่าหมอนั่นอาจจะชอบฉัน  แต่ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจแฮะ]   แล้วก็กดข้อความส่งออกไป….

 

ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองนานสองนาน…  บางทีอีกฝั่งหนึ่งของโทรศัพท์คงจะอึ้งอยู่… หรือไม่ก็ทำอย่างอื่นแล้วยังไม่ได้อ่าน  แม้ความเป็นไปได้จะเป็นอย่างแรกก็เถอะ  และในที่สุดเมื่อผ่านไป 5 นาที ข้อความจากเพื่อนต่างทีมก็ส่งตอบกลับมา

 

[แล้วโชโยอยากให้เป็นแบบไหนล่ะ?]   เค็นมะ เซตเตอร์ประจำทีมเนโกมะส่งข้อความกลับมาสั้นๆ ไม่ใช่คำตอบของคำปรึกษา  แต่เป็นคำถามกลับมา

 

เด็กหนุ่มที่กำลังไม่เข้าใจจ้องมองข้อความนั้นนิ่งๆ   “อยากให้เป็นแบบไหนเหรอ?”   แล้วสายตาก็ค่อยๆเบนขึ้นไปหาเพดาน….

 

….ครั้งแรกที่เขาได้พบกับคาเงยามะ โทบิโอะ….

 

นักเรียนมัธยมต้นสุดเก่ง เซตเตอร์ผู้ได้ฉายาว่าราชาเจ้าแห่งคอร์ท  คนที่เขาตั้งให้เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุด  เป็นเป้าหมายที่จะต้องกำราบให้ได้ในสักวันหนึ่ง  แต่แล้วทุกอย่างก็พลิกผันไปหมด…  เขาตามรอยยักษ์ใหญ่ตัวจิ๋วมายังคาราสุโนะ  ที่นั่น…ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดดันกลายมาเป็นเพื่อนร่วมทีมเดียวกัน….

 

ถ้าศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดกลายมาเป็นพวกเดียวกัน ก็เท่ากับว่าคนๆนั้นกลายมาเป็นเพื่อนพ้องที่แข็งแกร่งที่สุด  คุณสึกะสอนเขาไว้แบบนั้น  แรกเริ่มก็ไม่ค่อยจะยอมรับมันหรอก   หากแต่เวลาผ่านไป  เขาก็ยิ่งเข้าใจว่าคำว่าเพื่อนพ้องที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นเป็นยังไง….

 

คาเงยามะจะส่งบอลมาที่เขาเสมอ….

ต่อให้หลับตาก็จะมาถึงมือของเขาได้

 

ความสัมพันธ์แบบนั้นมันพัฒนามาจนเป็นมากกว่าเพื่อน  แต่เป็น [คู่หู]  เขาคิดแบบนั้นมาตลอดเลย…   ทิวทัศน์ที่หากไม่มีคาเงยามะ โทบิโอะ… เขาก็ไม่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สูงที่สุดได้  เป็นแค่อีกาที่ไม่สามารถบินได้…

 

“คาเงยามะ…. แปลกไปเพราะชอบเรา?   ชอบแบบ……”   ฮินาตะถามตัวเอง   แล้วความเงียบก็เขาครอบงำจนได้….  เพื่อนสนิท  คู่หูที่เป็นมากกว่าเพื่อน  เพื่อนผู้ชายคนนั้นชอบ….เขา?

 

“ว๊าก!!!!  $&$*@$(@_$_@$+$+@”   เจ้าคนทึ่มแผดเสียงออกมาลั่นห้องนอน   เสียงลำโพงแตกทำเอาห้องแทบสะเทือน…

 

สะเทือนไปถึงห้องอื่นภายในบ้าน    “พี่หนวกหูจังเลย!!”    น้องสาวร่างเล็กเลื่อนประตูเข้ามาตะโกนใส่   ภาพที่เด็กหญิงวัยใสได้เห็นคือพี่ชายดิ้นพล่านอยู่บนเตียงนอนอย่างกับคนเสียสติ

 

“….หนูไม่รู้ไม่เห็นนะ….”  นัตสึเลื่อนปิดประตูห้องนอนพี่ชายอย่างเงียบๆ  แล้วน้องสาวที่น่ารักก็จากไป   ภาพไม่ชวนให้จดจำเลยจริงๆ…

 

ในที่สุดฮินาตะที่ดิ้นเหมือนโดนน้ำร้อนก็สงบลง   เด็กหนุ่มเด้งตัวขึ้นมากอดเข่าและหมอน  ใบหน้ากลายเป็นสีแดงก่ำ…  เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามอง ใบหน้าก็ยิ่งโดนย้อมให้เป็นสีแดงสด   เพื่อนผู้ชายชอบเพื่อนผู้ชายด้วยกัน  เพื่อนที่เล่นวอลเลย์บอลด้วยกัน คิดมากกว่าเพื่อน?  มากกว่าเป็นคู่หู….

 

“ไม่หรอกน่า…. คาเงยามะอ่ะนะ?   หมอนั่นคิดอย่างอื่นนอกจากวอลเลย์บอลได้ที่ไหน”  ฮินาตะยักไหล่เข้าข้างตัวเอง   เจ้าคนหน้าตาเหมือนจะฉลาด  แต่ผลการเรียนต่ำลงเหวพอๆกันอย่างคาเงยามะ โทบิโอะน่ะ

 

เป็น-ไป-ไม่-ได้-อยู่-แล้ว

 

สองมือรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปหาเพื่อนต่างโรงเรียน   เขาไม่อยากให้คาเงยามะมาชอบเขาหรอก   ถ้าชอบแบบที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเพื่อน  เรื่องแบบนั้นมันคงน่าอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก   ถึงเขาจะชอบคาเงยามะมากขนาดไหน  แต่ก็อยู่ในขอบเขตของคำว่าเพื่อนนะ

 

แล้วฮินาตะก็กดส่งข้อความกลับไป…  โล่งใจแล้วก็หงายหลังกลับไปนอนลงบนเตียง    ยิ้มเบิกบานออกมาได้แล้ว   “ก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละน่า!”

 

ทว่าวูบหนึ่งกลับรู้สึกเสียดาย.. เสียดายอะไร…?   ฮินาตะหรี่ตาจ้องไปทางผนังห้องแล้วสลัดความคิดนั้นไป  จากนั้นนอนกลิ้งไปกลิ้งมาสุดท้ายก็นอนหลับไปง่ายๆ…   คนบื้อๆนั้นไม่สามารถคิดเรื่องที่ซับซ้อนได้เกิน 1 ชั่วโมง  ทฤษฎีนี้ดูเหมือนจะพิสูจน์ได้….

 

เหนือกว่าความรักในวัยเรียน… มันมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น

นั่นคือการพาทีมคาราสุโนะไปแข่งกับทีมเนโกมะตามสัญญา….

 

ทว่าทั้งที่ลมมันควรจะสงบ  ในวันรุ่งขึ้นที่อุณหภูมิความร้อนของฤดูกาลเพิ่มขึ้นอีก 2 ถึง 3 องศา  ชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะกลับมีบรรยากาศแปลกปลอมเกิดขึ้น   บางสิ่งที่เหล่าเพื่อนร่วมทีมรู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้น  ต้นเหตุมาจากนักเรียนม.4 สองคนที่อยู่ในสนาม….

 

กัปตันทีมอย่างซาวามุระ ไดจิจ้องมองไปทางรุ่นน้องด้วยสายตาสงสัย  สายตาของตัวละครแนวผู้ปกครองหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มผมสีส้มสดใสและอีกคนที่สีเหมือนขนกา  รุ่นพี่ปีสามรู้สึกถึงความเกร็งและไม่เป็นธรรมชาติระหว่างสองคนนั้น

 

“แปลกจังนะ….”   ทั้งที่ซ้อมเหมือนปกติ  ส่งลูกถึงกันแบบปกติ  บรรยากาศระหว่างคนสองคนกลับดูตะกุกตะกักเหมือนคนมีปัญหา

 

“ทะ..โทษที  ฉันรับลูกไม่ทัน  นายส่งใหม่ที”   ฮินาตะหันไปบอกกับเพื่อนคู่หูด้วยคำพูดสุภาพจนผิดปกติ  แล้วตามองไปทางไหน….

 

“ไม่เป็นไร  เดี๋ยวฉันส่งใหม่  นายไปยืนได้แล้ว”  ฝั่งคาเงยามะก็หันไปคนละทางเลย  ปกติต้องด่า(?)ไปแล้ว…..  ความผิดปกติชวนให้คนมองสงสัยมากขึ้น

 

“ไดจิจ้องไปที่สองคนนั้นอีกแล้ว  มีอะไรเหรอ?”   สึกาวาระเดินมาหยุดข้างๆระหว่างเดินมาพักดื่มน้ำ   คิ้วของเพื่อนร่วมรุ่นแลดูจะเริ่มย่น…

 

“สึกะ  นายไม่รู้สึกเหรอว่าคาเงยามะกับฮินาตะไม่ค่อยปกติ”   คุณพ่อหันไปถามความเห็นของคุณแม่(?) เรื่องเหล่าลูกชายที่เปลี่ยนไป…

 

เซตเตอร์ปีสามเลิกคิ้วขึ้น  เขามองไปทางรุ่นน้องทั้งสองตามคำบอก  “ใช่ว่าไม่รู้สึกล่ะนะ   สองคนนั้นเล่นด้วยกันเหมือนปกติ  แต่นอกนั้น…..”

 

นี่คือการจำลองสถานการณ์ในสนามวอลเลย์บอลคาราสุโนะ…   คาเงยามะส่งลูกให้ฮินาตะ  ฮินาตะก็ตบลูกไปอีกฝั่งหนึ่งของตาข่ายเหมือนปกติ   โดนพวกสึกิชิมะสกัดก็เป็นปกติ   แต่เมื่อทั้งคู่หันมาคุยกัน  ต่างคนต่างไม่ยอมสบตากัน   บทสนทนาก็จบลงแบบห้วนๆไม่มีเถียงหรือทะเลาะกันอีกตะหาก

 

“สองคนนั้นทะเลาะกันรึเปล่า?”   วันก่อนๆยังเหมือนพวกคู่รัก(?)บ๊องๆ  วันนี้ทำตัวเหมือนคู่รักระหองระแหง  กัปตันปีสามเริ่มสันนิษฐาน

 

สึกาวาระยิ้มแห้งๆ   “ถ้านับที่ด่ากันเป็นประจำๆ   ก็คงทะเลาะกันจนเป็นเรื่องปกติล่ะ”   แต่ครั้งนี้คงไม่ใช่การทะเลาะกันแบบนั้น….

 

สองรุ่นพี่รู้สึกไม่สบายใจที่เห็นคู่หูที่เข้าขากันได้ดีกลายเป็นแบบนี้   วอลเลย์บอลมันต้องต่อบอลกันเล่น  เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ที่ดีของเพื่อนร่วมทีมนั้นสำคัญที่สุด    ช่างเป็นตัวปัญหาตั้งแต่เริ่มเข้ามายันเล่นทีมเดียวกัน  ซาวามุระจึงหันไปกวักมือเรียกผู้ช่วยให้เดินมาหา   “โนะยะ ทานากะ มานี่หน่อย”

 

“มีอะไรเหรอครับคุณไดจิ?”  นักเรียนม.5 ทั้งสองรีบวิ่งมาตามคำสั่ง  ดวงตาแต่ละคนจ้องเขม็งรอคำสั่งจากกัปตันอย่างกะตือรือร้นจนน่าอึดอัด….

 

“พวกนายช่วยไปถามฮินาตะทีนะว่ามีปัญหาอะไรกับคาเงยามะรึเปล่า”   ได้ยินเรื่องที่ได้รับการไหว้วาน  สองหนุ่มไม่ค่อยจะเต็ม(?)พากันเบิกตาค้าง

 

“…ดะ…ไดจิ…..”  เพื่อนรุ่นเดียวกันอยากจะยกมือห้าม   แต่พูดไปกัปตันคงไม่สนใจ   คิดดีแล้วเหรอที่ให้สองหน่อนั่นไปคุยกับฮินาตะ โชโย…..

 

“ให้พวกผมไปถามฮินาตะเหรอครับ?   เดินไปถามโต้งๆเลยก็ดีนี่ครับ”   ลิเบอโร่ตัวกระเปี๊ยกชี้ไปทางเป้าหมายซึ่งเดินเตร่ไปเตร่มาในสนาม   หลังจากชี้ไปก็ได้เห็นภาพความผิดปกติของสองคนนั้นเต็มๆตา…  ทำไมแค่ยื่นลูกวอลเลย์บอลให้ต้องทำเหมือนส่งถ้วยราเม็งร้อนฉ่า…

 

พอเห็นแบบนั้นแล้วสองหนุ่มนักเรียนมัธยมปลายปีสองก็เริ่มจะเข้าใจสถานการณ์   “ฝากด้วยนะ  ฉันเชื่อว่าพวกนายต้องพูดกับฮินาตะได้”   จะต้องสืบเรื่องมาได้…….

 

รุ่นน้องพากันยกมือทำวันทยาหัตถ์รับคำบัญชาของรุ่นพี่   งานเข้าหารุ่นน้องนั้นเป็นงานของหมู่เรา…  หลังจากนิชิโนะยะกับทานากะจากไป  ชายซึ่งยืนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่แรกก็ถูกจ้องมองเข้าจนได้   ลางสังหรณ์ในใจคุณแม่(?)มันบอกว่าเขาจะมีเอี่ยว…..

 

“สึกะช่วยทีนะ  นายน่าจะคุยกับคาเงยามะได้”   กัปตันยื่นมือไปจับไหล่ฝากฝังความหวัง   ที่น่าเป็นห่วงคือส่งตัวปัญหาไปหาคนบื้อฝั่งโน้นนี่สิ….

 

“ทำไมนายไม่ไปคุยเองล่ะไดจิ….”   โดนถามกลับมาแบบนั้นกัปตันซาวามุระก็หัวเราะกลบเกลื่อน  ทั้งที่กัปตันน่าจะแก้ปัญหานี้ได้ด้วยตัวเองแท้ๆ….

 

แล้วเหล่ารุ่นพี่ก็กระจายกำลังกันไปซุ่มเข้าหารุ่นน้องเจ้าปัญหาทั้งสองคน  โดยที่แต่ละคนยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเพราะบทสนทนาที่ไม่มีอะไรเลยในวันนั้น….  เพียงแค่ประโยคเดียวที่นิชิโนะยะพูดออกมาแล้วบางคนดันมาได้ยิน…..

 

……ต้นเหตุก็มาจากพวกรุ่นพี่นั่นล่ะ…..

 

คาเงยามะเดินออกมาจากโรงยิมเพื่อหาที่ล้างหน้า   ทั้งหน้าและตัวของเด็กหนุ่มอาบไปด้วยเหงื่อจากการฝึกซ้อม   เมื่อเจอที่ล้างหน้าล้างมือก็รีบเดินไปเปิดก๊อกน้ำ   สายน้ำเย็นๆที่ไหลออกมาช่างเย็นชุ่มฉ่ำเมื่ออยู่ในหน้าร้อน  เรียกพลังชีวิตกลับมาได้บ้าง….

 

เหนื่อย…  หลังการซ้อมนิยามได้คำเดียวคือคำว่าเหนื่อย    ทั้งที่ซ้อมกันเหมือนทุกวัน  แต่ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเด็กหนุ่มรู้สึกว่ามันช่างเหนื่อยเหลือเกิน…  ความเหนื่อยที่มาจากข้างในใจและสมอง…  เหนื่อยที่ต้องเผชิญหน้ากับฮินาตะ โชโย  เหนื่อยที่ต้องทำเหมือนไม่รับรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

 

แล้ววันนี้ก็มีประเด็นให้เหนื่อยใจเพิ่มขึ้นอีก เพราะว่า……   “หมอนั่นทำตัวแปลกๆ”    พฤติกรรมของคู่หูมันผิดปกติไปจากเคย

 

ตั้งแต่วันที่เขารู้ว่าฮินาตะแอบชอบเขาอยู่  เจ้าตัวก็ไม่เคยจะปกปิด(?)  ทำตัวธรรมชาติ ยุ่งวุ่นวาย ยิ้มโง่ๆ ทำตัวเซ่อๆ  ทุกอย่างเหมือนเดิม ทว่าวันนี้กลับทำตัวแปลกๆ   พูดด้วยก็ไม่ยอมสบตา (นั่นเขาก็ไม่สบตาเหมือนกัน)  โดยปกติแล้วฮินาตะจะต้องจ้องมาจนเขาแทบตัวทะลุ

 

ไม่เข้าใจ….  หรือว่าเขาทำอะไรลงไป?   หรือเพราะเขาทำตัวไม่ปกติ?    เด็กหนุ่มกวักน้ำใส่หน้าตัวเองรัวๆให้สมองมันเย็น    ไม่เข้าใจ!  เริ่มไม่เข้าใจทั้งตัวเองและฝ่ายฮินาตะด้วย!

 

ภาพการเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาตินั้นอยู่ในสายตาของรุ่นพี่ที่ได้รับภารกิจทุกอย่าง  สึกาวาระมองแล้วไม่รู้จะยิ้มหรือจะถอนหายใจดี   ปกติคาเงยามะ โทบิโอะก็มักจะทำตัวแข็งๆแปลกๆ   ตอนนี้ภาพเด็กหนุ่มซึ่งแสดงออกว่าว้าวุ่นใจมันน่าขำ

 

ในที่สุดรุ่นพี่ผมสีอ่อนก็ตัดสินใจเดินไปหยุดข้างๆรุ่นน้อง   “มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่าคาเงยามะ?”   ยิงคำถามตรงไปตรงมาจนคนฟังสะดุ้ง

 

“คุณสึกาวาระหมายถึงอะไรครับ?”   คนถูกถามหันไปหาทั้งใบหน้าและเส้นผมที่เปียกชุ่ม   เห็นแล้วคุณแม่ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบผ้าขนหนูแถวนั้นให้คุณลูก(?)

 

“เห็นนายกับฮินาตะเหมือนจะทะเลาะกันก็เลยเป็นห่วงน่ะ”   ประโยคต่อมาก็ยิ่งทำให้คนมีชนักติดหลังสะดุ้งเฮือก

 

“….ไม่ได้ทะเลาะกันครับ  พวกผมไม่ได้ทะเลาะอะไรเลย”    ดวงตาสีดำเบือนไปทางอื่นอย่างคนโกหกไม่เก่ง   รุ่นพี่ซึ่งประสบการณ์สูงกว่าอมยิ้ม

 

“ถ้าไม่ได้ทะเลาะกัน  ระหว่างพวกนายเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า  เท่าที่ฉันเห็นเหมือนพวกนายจะอึดอัด ปล่อยไว้จะทะเลาะกันได้นะ”    คาเงยามะฟังแล้วสะอึก….

 

ใช่ว่ากับเพื่อนคู่หูไม่เคยทะเลาะกัน  เพียงแค่ไม่เคยทะเลาะกันเป็นจริงเป็นจังถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติด    ครั้งนี้มันไม่ใช่การทะเลาะ…   “ผมแค่ไม่รู้จะทำตัวยังไงดีน่ะครับ”

 

การทำตัวประหนึ่งไม่เคยล่วงรู้ความลับอะไรมาเลย

มันทำตัวยากจริงๆ  เมื่อเพื่อนกลายเป็นแบบนั้น

 

ยิ่งคิดวกวนกับเรื่องพวกนี้ก็ยิ่งทำให้ตัวเองสับสนตามไปด้วย  ถึงขนาดเก็บไปฝันว่าตัวเองเริ่มเขวไปทางนั้น  ฟ้ามืดเมื่อไหรก็เริ่มผวาขึ้นมาทันที   ทั้งๆที่เขาไม่อยากคิดถึงเรื่องอื่นนอกจากเรื่องวอลเลย์บอล ชีวิตนี้คือวอลเลย์บอล คือการเล่นวอลเลย์บอล!

 

รุ่นพี่สึกาวาระจ้องมองหน้าบึ้งตึงเหมือนภูเขาไฟอัดอั้นจะระเบิดของคาเงยามะ   “เกิดเรื่องอะไรขึ้นล่ะ  ทำไมนายทำตัวไม่ถูก?”

 

“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ….”   เซตเตอร์อดีตฉายาราชาเบี่ยงประเด็นไม่กล้าตอบ   แต่ยิ่งเบี่ยงก็ยิ่งทำให้คนมาเยือนอยากรู้มากขึ้นเท่านั้น…

 

“ยิ่งนายไม่พูด ฉันยิ่งคิดว่ามีนะ  เพราะที่ผ่านมานายมีอะไรจะวิจารณ์ตรงๆ พูดตรงๆ”   เด็กหนุ่มอายุมากกว่านึกไปถึงครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้เข้าทีม   คาเงยามะก็เคยเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาตรงๆให้เขาได้รับรู้  ในฐานะที่ทั้งคู่เล่นในตำแหน่งที่ซ้อนทับกัน

 

โดนย้อนคำกลับมาแบบนั้นเด็กหนุ่มผมสีขนกากำหมัดแน่น  กำแน่นเหมือนจะป่นก้อนหินให้เป็นผงได้  ปากที่ปิดเงียบเริ่มจะเผยความในใจ    “ผ…..ผม……ผม…ได้ยิน……”  ดวงตาจ้องเขม็งมาทางหนึ่งในตัวต้นเหตุ(?)

 

“………ผมได้ยินพวกรุ่นพี่พูดกันว่าฮินาตะชอบผม…..”   จบประโยคนั้นก็คล้ายกับมีอีกาบินผ่านมา ณ ที่นี้   คนฟังทำหน้าอึ้ง….

 

….เรื่องราวเล็กๆในวันนั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่….

 

หนึ่งในคนที่ทำให้เกิดเรื่องกลั้นขำ   สึกาวาระไม่อยากจะหัวเราะออกมา  เขาพยายามกลั้นทั้งยิ้มทั้งขำจนหน้าใกล้จะเบี้ยวเต็มที   ไม่คาดฝันว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้   คำพูดของนิชิโนะยะในวันนั้น  พวกเขาไม่ได้เอามาใส่ใจอะไรเลย แต่คนแอบได้ยินกลับ……

 

“อย่างนี้นี่เอง”   ได้รู้ที่มาที่ไปถึงกับหาทางออกให้ไม่ถูก  ครั้นจะบอกว่าเข้าใจผิดไป  เขาก็พูดไม่ได้  เพราะไม่รู้ว่าฮินาตะ โชโยพูดอะไรกับรุ่นน้องม.5เอาไว้บ้าง

 

“ผมนอนไม่หลับ หลับก็ฝัน  ผมคิดไม่ออกแล้วว่าจะทำยังไงกับฮินาตะดี!  ผมทำตัวปกติแล้ว แต่ผมก็……..!!”   ถ้ามีอะไรให้ต่อยได้ เด็กหนุ่มก็คงต่อยระบายอารมณ์ไปแล้ว

 

รุ่นพี่ผู้เป็นเสมือนคุณแม่ในชมรมเดินไปจับไหล่รุ่นน้องให้ใจเย็นลง  หน้าที่บูดเป็นปกติของคาเงยามะ โทบิโอะ  ตอนนี้มันจะบูดได้ถึงขนาดไหน    “ใจเย็นๆคาเงยามะ  นายอย่าคิดมาก  ไม่มีอะไรหรอก”

 

ถึงแม้อีกฝ่ายจะแนะนำแบบนั้น   ความรู้สึกที่พรั่งพรูออกมาหลังจากได้ระบายมันก็ช่างเหมือนก๊อกน้ำพัง   ดวงตาสีดำจ้องไปทางคนให้คำปรึกษา    ความอัดอั้นในอกเหมือนจะระเบิด   ทุกวันที่ผ่านมามันน่าอึดอัดมาก  มันช่าง…..ทั้งตอนหลับและตอนตื่น…..

 

ฝันเห็นตัวเองที่ชอบหมอนั่นกลับ….

ก็กลัวการนอนหลับขึ้นมาทันตาเห็น…..

 

“ฮินาตะอาจจะไม่ได้ชอบนายแบบ…เอ่อ….แบบนั้นก็ได้นะ”   สึกาวาระยิ้มแห้งๆ   เพื่อนผู้ชายกับเพื่อนผู้ชาย  สนิทกันมากเสียด้วย  ถ้าจินตนาการว่าตัวเองเจอซาวามุระมาสารภาพรักก็อาจจะผวาไปพักหนึ่งบ้างก็ได้…

 

คาเงยามะมองเหม่อออกไป   มันมีสิ่งที่เขาเริ่มรู้สึกกังวลตั้งแต่ฝันเมื่อคืนวาน   ตั้งแต่ร่างกายมันพาไปที่หน้าบ้านของฮินาตะ โชโย   นับตั้งแต่รู้ความรู้สึกของคู่หู…    “ผมกลัว……”

 

“กลัว?”   คนฟังเบิกตาค้าง   ชายผู้เก่งกาจอย่างคาเงยามะ โทบิโอะมีเรื่องอะไรให้กลัวอีก….

 

….ความกลัวที่ปรากฏขึ้นนับจากในอดีต….

 

ครั้งหนึ่งเด็กหนุ่มเคยได้ชื่อว่าราชาเจ้าแห่งคอร์ท  ราชาผู้โดดเดี่ยว  ราชาผู้สั่งการเพื่อนร่วมทีมอย่างไร้ความปราณี  ไม่สนใจว่าใครจะเล่นแบบไหน  ทุกคนจะต้องทำตามที่เขาสั่ง  จะต้องมารับลูก  ณ ที่ๆเขาต้องการ  รู้ตัวอีกทีเขาก็ไม่เหลือใครสักคนอยู่รอรับลูกที่ตรงนั้นเลย….

 

จนกระทั่งวันหนึ่งมีเจ้าบ้าคนหนึ่งเสนอตัวว่าจะโดดไปรับลูกเซตของเขาในทุกๆที่   ที่ว่างที่เขากลัวว่าจะมีแต่เพียงความว่างเปล่า  ที่ตรงนั้นมีคนเข้ามาเติมเต็ม  มีคนเข้ามาตอบสนอง   คนที่เขาจะส่งลูกให้ไปถึงมือ เจ้าเซ่อที่ยังไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร  แต่อยู่ตรงนั้น….ที่ๆเขาต้องการ….

 

ฮินาตะ โชโย……

 

ในเวลานี้ความกลัวครั้งใหม่จึงเริ่มก่อตัวขึ้น…  ทีละเล็กทีละน้อย  นับจากวันที่รู้ความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามผ่านทางคนอื่น…   พวกเราไม่ใช่เพื่อน …..  พวกเราเป็นอะไร?   สำหรับนายแล้วฉันคืออะไร?    และตัวฉันควรจะเป็นแบบไหน  เจ้าบ้าเอ๊ย…….

 

“ผมกลัวว่าผมจะเขวจนชอบหมอนั่นตอบครับ!”     อีกาตัวที่สองบินผ่านไป…    บินผ่านหัวของทั้งคู่ไป….

 

รองกัปตันสึกาวาระ โคชิยืนอึ้ง   แม้จะไม่เปิดเผยความรู้สึกที่อัดอั้นออกมาทั้งหมด  แต่เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขาเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด  ปัญหาของรุ่นน้องที่ดูเหมือนจะเล็กและน่าขำ… แต่ห้ามขำออกมาเด็ดขาด   ช่างใสซื่อ ไม่รู้จักอย่างอื่นนอกจากวอลเลย์บอลเลย

 

รุ่นพี่ซึ่งไม่ได้มีประสบการณ์แนวนี้มากไปกว่ากันเกาศีรษะใช้ความคิด   เขาควรจะแนะนำรุ่นน้องยังไงดี?   ในฐานะเซตเตอร์เหมือนกัน  ก็ต้องแก้ปัญหาแบบเซตเตอร์(?)     “ฉันเข้าใจล่ะ  …อืม……”

 

มือเอื้อมไปบีบไหล่ของรุ่นน้องปีหนึ่ง   “เอาแบบนี้ก็แล้วกัน  นายจะได้สบายใจ  ลองพิสูจน์ดูว่านายจะไม่หวั่นไหว”

 

“ครับ????”   เซตเตอร์อ่อนกว่าทำหน้าตามึนงง   เครื่องหมายคำถามลอยละล่องเต็มศีรษะ    แล้วสึกาวาระก็เริ่มถ่ายทอดวิธีการผ่านทางกระซิบกระซาบให้อีกฝ่ายนำไปปฏิบัติตาม….

 

วิธีการแก้ปัญหาแบบฉบับเซตเตอร์…คือ…..?

 

อีกฝั่งหนึ่ง ณ มุมของสนามภายในโรงยิม   ฮินาตะนั่งกอดเข่ากลิ้งลูกวอลเลย์บอลไปมาเหมือนของเด็กเล่น  ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมสีส้มคล้ายกับอยู่ในภวังค์ความคิด   หลังจากซ้อมกันเสร็จก็มาคิดได้ว่าตัวเองเผลอทำตัวผิดปกติใส่เพื่อนสนิทไปเสียแล้ว….

 

“เผลอไปซะแล้ว….โอย…..”    วันนี้เขานึกไม่ออกเลยว่าคาเงยามะทำหน้าตายังไงบ้าง  เพราะแทบไม่กล้ามองหน้า   ที่แน่ๆเขาไม่โดนด่าเลย ….

 

ลูกบอลส่งมาถึงมืออย่างทุกครั้ง  แต่เขานึกไม่ออกเลยว่าคู่หูทำหน้ายังไง  รู้สึกแปลกๆ คล้ายกับห่างๆกันไป  ไม่ด่าไม่ว่าเพราะชอบ?  คิดจบก็เริ่มขยี้หัวของตัวเอง……   จนกระทั่งเงยหน้าขึ้นมาก็พบภาพยากูซ่า…เอ๊ย….  รุ่นพี่สองคนยืนกอดอกเป็นกำแพงผงาดอยู่ตรงหน้า   “ฮินาตะ  มาคุยกันหน่อย!”

 

“ครับ???  ว่าไงครับทานากะซัง  โนะยะซัง?”   เจ้าคนซื่อจ้องมองด้วยสายตาเหรอหรา   จากนี้คือการเค้นหาความจริง…..

 

ช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างคู่หู…จำเป็นต้องแก้ไข….

 

จุดเริ่มต้นเล็กๆที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจผิด  ฟังดูเหมือนจะไม่มีอะไร   แต่หากในความสัมพันธ์นั้นมีบางอย่างที่พิเศษอยู่แล้ว  บางครั้งมันก็อาจจะเปลี่ยนไปเป็นพิเศษมากกว่าเดิมก็ได้  ความว้าวุ่นใจของวัยรุ่นก็เหมือนตรวนที่คล้องขาของนกเอาไว้… ไม่อาจโบยบินไปได้อย่างปลอดโปร่งอย่างเคย…

 

มิตรภาพนั้นเป็นพื้นฐานของความรู้สึกดีๆที่มีให้คนหนึ่งคน

ซึ่งมิตรภาพนั้นสามารถยืดหยุ่นพัฒนาไปเป็นแบบอื่นได้

 

กระทั่งเพื่อนผู้ชายก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้เหมือนกัน

 

 

 

——————————

Free Talk : ปั่นแหลกในรอบวันหยุด วันนี้ออกไปธุระข้างนอกทั้งวัน กลับมาถึงบ้านก็ปั่นไฟลุกเลย ได้หยุด 4 วันทั้งที 5555 (เปิดมาทำงานก็เจออบรมอีกแล้ว…)

ตอนนี้ว่ากันด้วยเรื่องของฝั่งคาเงยามะ ตอนหน้าก็คงเป็นฝั่งของฮินาตะรวมกับความคืบหน้าของสิ่งที่คาเงยามะจะทำต่อไป สองคนนี้เริ่มจะเขวกันเองแล้วนิดหน่อย อิๆ

 
2 ความเห็น

Posted by บน 07/12/2014 in Uncategorized

 

2 responses to “[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 4

  1. ฮันดาจองจากดาวชานม

    07/12/2014 at 12:39 AM

    ไม่อยากจะบอกว่าพี่อายะ(ขออนุญาตเรียกชื่อแบบสนิทสนม//มุงเป็นใคร) แต่งฟิคเรื่องนี้ได้ไหลลื่นมากกกกกค่ะ คืออ่านไปยังรู้สึกถึงความเป็นตัวละครตัวนั้นอยู่ ไม่สะดุดเลย
    อ่านไปยิ้มไปจริงๆ เขินอ่ะค่ะ คือคนนึงก็ซึ๊นนนนซึน คนนึงก็เอ๋อซะเหลือเกิน แต่ประเด็นคือซื่อบื้อและไม่ประสาเรื่องความรักทั้งคู่ อ่านไปลุ้นไปขำไป พวกคุณรุ่นพี่นี่รู้ตัวว่าตัวเป็นต้นเหตุรึยังคะ //แต่ยังไงก็ขอบคุณที่เป็นกามเทพจำเป็นให้แฟนๆฟิน -//////-
    รอมากๆว่าพี่อายะจะต่อฟิคเรื่องนี้วันไหนน อย่าดองเหมือนรีบอร์นเลยนะเคอะ (//โดนตรบ) สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้คู่รักฟ้าประทานและพี่อายะนะค้าาาา
    ปล.รักคู่เน้ที่สุดดดดด

     
  2. wboo

    07/12/2014 at 9:11 PM

    คิดว่าวิธีการของสึกาวาระคงทำให้เรื่องยุ่งขึ้นไปอีกแน่ 5555

    สู้ๆนะ ทั้งคาเง ฮินาตะ แล้วก็คนแต่งด้วย เพื่อให้เราได้อ่านฟิคสนุกๆนี้ต่อไปนะคะ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: