RSS

[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 7

02 ส.ค.

Title : Could you tell me, Who am I?
Fandom : Haikyuu!!
Genre : BL , Comedy
Rating : PG
Pairing : Kageyama x Hinata

——————————————

สิ่งที่กั้นขวางมิตรภาพของพวกเรา

ทำให้พวกเรายิ่งมองไม่เห็นตัวตนของตัวเองในสายตาของอีกคนหนึ่ง

 

ทั้งที่มันเคยแจ่มชัดว่าคืออะไร

ภาพมันเคยชัดเจนไม่มีเมฆหมอกมาบดบัง

 

ถ้าทุกคนสามารถพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาได้ทุกสิ่งอย่าง

ทุกคนก็จะไม่มีการเข้าใจผิดกัน  เข้าใจกันได้ทุกเรื่อง

 

คนเดียวยิ่งคิดก็จะยิ่งหลงทาง

ช่วยกันคิดสองคน  คงจะหาทางออกได้ง่ายขึ้น

 

Chapter 7 : ความรู้สึกของฉัน ความรู้สึกของนาย

 

เสียงลูกหนังกระทบส่วนประกอบบนสุดของร่างกายอย่างศีรษะดังต่อเนื่องเป็นระลอก   ตามมาด้วยเสียงร้องและเสียงโวยวายของผู้เสียหาย   แลดูคล้ายจะเป็นบรรยากาศที่น่าคุ้นเคยสำหรับชมรมกีฬา  แต่ทว่ามันหาใช่เรื่องปกติ  เพราะนี่แทบจะเรียกว่าการซ้อมทีมแทบไม่ได้

 

“เอ้า  รับสิ”  เด็กหนุ่มร่างกายสูงใหญ่เกินนักเรียนมัธยมปลายส่งลูกไปหาตัวล่อ    ท่าทางที่ใช้มันเรียกว่าเซ็ตลูกไม่ได้   มันคือการตบฟาดลูกบอลออกไปข้างหน้าชัดๆ

 

ผัวะ!!

 

เด็กหนุ่มผมส้มที่ตั้งท่ารอรับลูกแทนที่จะโดนมือ  กลับกลายเป็นโดนหัวเข้าเต็มเหนี่ยว…   ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะ  นี่มันครั้งที่ XX  ไม่สามารถนับเป็นตัวเลขได้เพราะไม่อยากจำนัก…   รุ่นพี่เพื่อนร่วมทีมเห็นสภาพรุ่นน้องลงไปนั่งกุมศีรษะกับพื้นที่รีบวิ่งมาหา

 

“โชโย!!   ยังไม่ตายใช่มั้ย!”  รุ่นพี่นิชิโนยะถามด้วยความห่วงใยและสีหน้าที่จริงจัง    ไม่เคยมีใครตายเพราะโดนลูกวอลเลย์บอลอัดใส่หัว  แต่มันก็ไม่แน่เหมือนกัน…..

 

เด็กหนุ่มผงกศีรษะแทนคำตอบให้รุ่นพี่   แล้วจึงหันไปหาคู่กรณี   “สึกิชิมะ!!  นายส่งดีๆหน่อยเซ่!”   ฮินาตะ โชโยรู้สึกเหมือนสมองใกล้จะทะลักออกมาทางปาก  นี่มันครั้งที่เท่าไหรกันแล้วที่เขาโดนลูกบอลอัดใส่กระโหลก

 

“อ่าว  นายบอกให้ฉันส่งลูกให้  แต่ไม่ได้ระบุว่าต้องส่งดีหรือไม่ดีนี่”   สึกิชิมะผู้เจ้าเล่ห์ยอกย้อนกลับมา  จริงจนคนโวยเถียงไม่ออก….

 

ฮินาตะกัดฟันกรอดๆ    รุ่นพี่ตัวเตี้ยกว่ามองหน้าอย่างสงสัย   “นายจะให้คนอื่นส่งให้ทำไม  ก็ให้เซ็ตเตอร์ส่งให้สิ  คุณสึกะไง  คาเงยามะไง หือ?”  มือชี้ทางรุ่นพี่ปีสาม แล้ววกไปทางรุ่นน้องปีหนึ่งอีกคนซึ่งตอนนี้นั่งดื่มน้ำอยู่ด้านข้างของสนาม

 

ดวงตาสีส้มเหล่ไปยังทิศทางที่คู่หูนั่งอยู่   ครู่หนึ่งดวงตาทั้งสองคู่สบกันเข้า  เขาก็รีบเบือนสายตาหนี   “…งืมมม…  ไม่เอาหรอกครับ  ผมจะเล่นกับคนอื่น”

 

“หา???”   ลิเบอโร่ประจำทีมไม่อาจเข้าใจเจตนาของรุ่นน้องได้   พูดจบฮินาตะก็กลับไปเผชิญหน้ากับลูกส่งอันโหดร้ายของ MB ต่อ…

 

“สึกิชิมะ!  เซ็ตลูกมาให้อีกที!”   แววตาจับจ้องไปทางคนที่ตัวเองดึงเข้ามาเอี่ยวในความอึมครึมของคู่หู   เขาน่ะ…จะไม่พึ่งคาเงยามะหรอก…

 

หมอนั่น…. ไม่ยื้อไม่รั้งว่าอยากส่งลูกให้เขาเลยสักนิด….

 

ท่าทีหลบเลี่ยงอย่างเห็นได้ชัดของฮินาตะ โชโยเมื่อครู่นั้น  ใช่ว่าเพื่อนคู่หูจะไม่รู้สึกอะไร  เพราะยามนี้ขวดน้ำในมือของคาเงยามะ โทบิโอะใกล้จะเดือดจนระเหยเป็นไอ…  เจ้าเซ่อนั่นกล้าหลบตาเขาเหรอ?   ดวงตาสีขนกาจ้องเขม็งไปทางการรับส่งลูกที่สุดแสนน่าหงุดหงิดระหว่าง WS คนบื้อ และ MB คนซาดิส

 

ไม่อยากเล่นกับเขาถึงขนาดนั้นแล้ว?

 

ถูกทิ้ง?  นี่คือสถานการณ์ของการถูกทิ้ง?    ความทรงจำในสมัยเรียนมัธยมต้นคล้ายกับจะกลับมาหลอกหลอน  เพื่อนร่วมทีมเลี่ยงที่จะเล่นร่วมกัน   แต่เมื่อเขาเข้ามาเรียนที่คาราสุโนะแห่งนี้   พื้นที่ว่างตรงนั้นมันเติมเต็มแล้ว  และตอนนี้คล้ายกับมันโดนลบเลือนไปอีก…

 

“……เจ้าบ้าเอ๊ย…..”   ทั้งที่เป็นคนพูดเองว่าจะรับบอลทุกลูกที่เขาส่งไปให้   พูดเองว่าชอบเขา  แล้วตอนนี้มันคืออะไรกันฟะฮ่ะ?

 

ความรู้สึกสับสนที่เคยเกิดขึ้นมาหลายวัน  จนถึงตอนนี้มันยิ่งกลายสภาพเป็นอย่างอื่นที่ไม่เข้าใจ   ยิ่งเห็นภาพคู่หูไปเล่นจับคู่กับคนอื่นในสถานการณ์แบบนี้ก็ยิ่งหงุดหงิด    สองคนในสนามที่เล่นไป ด่ากันไป  ที่ตรงนั้นน่ะ… มันเป็นที่ของเขา….

 

ความมืดมนของราชาแผ่ออกมามากขึ้นเรื่อยๆจากที่นั่งตรงนั้น   แผ่นหลังของโค้ชซึ่งเดินผ่านไปรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาทันที     กัปตันและรองกัปตันซึ่งคอยแอบมองมาพักใหญ่ๆก็เริ่มคิดว่าปล่อยไว้ไม่ไหว    บรรยากาศของทีมวอลเลย์บอลคาราสุโนะไม่ควรจะเป็นแบบนี้

 

ซาวามุระ ไดจิแตะแขนของเพื่อนร่วมรุ่นปีสาม   “สึกะ  ฉันจะไปคุยกับคาเงยามะกับฮินาตะนะ”    ความอดทนของกัปตันแลดูจะหมดแล้ว

 

“เดี๋ยวก่อนไดจิ”  สึกาวาระห้ามเพื่อนไว้ก่อน  พร้อมชี้ไปยังทิศทางที่เซ็ตเตอร์ผู้มืดมนนั่งอยู่   มองจากตรงนี้เห็นใครอีกคนเข้าไปร่วมฉากนั้น…

 

ตัวละครที่ไม่น่าเชื่อปรากฏตัว  เอสของทีมอย่างอาสึมาเนะ อาซาฮิผู้ตัวใหญ่แต่ตัว ตอนนี้ชายปีสามคนนั้นกำลังเดินไปนั่งข้างๆระเบิดเวลาอย่างคาเงยามะ โทบิโอะ  มันช่างเป็นภาพที่น่าถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นอนุสรณ์ความกล้าสำหรับในวันจบการศึกษา

 

ถึงแม้จะเป็นภาพที่ดูกล้าหาญมากขนาดไหน   จริงๆแล้วคนตัวใหญ่ใจเล็กกว่าตัวก็ไม่ได้กล้าหาญขนาดนั้นหรอก   ในใจของเด็กหนุ่มรู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย   สีหน้าบ่งบอกว่าสะกดกลั้นความผวาเอาไว้    ยิ่งคนข้างๆไม่หันมามองยิ่งน่ากลัวมากขึ้น…

 

“…ค…คาเงยามะ  ขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย?”    อาซาฮิเป็นฝ่ายเรียกความสนใจของรุ่นน้อง    ดวงตาสีดำขลับเหล่มาพร้อมกับใบหน้าที่หันมาอย่างเชื่องช้า…  อย่างกับฉากในหนังสยองขวัญ

 

“อะไรอีกเหรอครับ?”   คำว่า [อีก] ที่เสริมมาในคำพูดของเจ้าตัวหมายถึงมันมีครั้งอื่นๆมาก่อนแล้ว   ช่วงนี้พวกรุ่นพี่แลดูจะชอบมาคุยกับเขาจังนะ

 

“ทะเลาะกับฮินาตะเหรอ?”   ประโยคคำถามที่ไม่ใช่ว่าได้ยินเป็นครั้งแรกอีกเช่นกัน   คิ้วสีขนกากำลังขมวดเข้าหากัน  ความอึมครึมแผ่ซ่านกว้างขึ้นไปอีก

 

เห็นแบบนั้นแล้วรุ่นพี่ขี้ป๊อดก็ไม่กล้ารอคำตอบต่อมา  “ไม่ต้องตอบก็ได้นะ   ฉันเข้าใจๆ  มีปัญหากันแล้วมันก็น่าอึดอัดล่ะนะ  ฉันเข้าใจดีเลย”

 

คาเงยามะมองหน้ารุ่นพี่อย่างเงียบๆ  ความน่าอึดอัดนั้นมันไม่ได้เริ่มมาจากการทะเลาะกัน   แต่มันเกิดขึ้นก่อน และพัฒนามาเป็นสภาวะคล้ายกับทะเลาะกันในตอนนี้   ทำให้ต่างคนต่างไม่สามารถพูดคุยและมองหน้ากันได้อย่างสนิทใจได้  ไม่อาจเข้าใจกันได้…..

 

อาซาฮิใช้วิธีการเหลือบๆมองแล้วก็เกาแก้มแก้เก้อ     “ตอนที่นายบอกกับฮินาตะว่า ถ้ามีนายฮินาตะจะไม่แพ้ใคร  ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าพวกนายสุดยอดมากเลยนะ”  เป็นความรู้สึกเร่าร้อนที่คนได้ยินรู้สึกทึ่ง

 

“โนะยะซังกับคุณสึกาวาระก็พูดคล้ายๆกันกับคุณอาซาฮิไม่ใช่เหรอครับ?   ตอนนี้คุณอาซาฮิก็ยังมีคนส่งลูกให้  แต่ผมไม่ได้ส่งลูกให้ใคร  เพราะเจ้านั่นไม่เอา”   กลายเป็นว่าอดีตราชายิ่งแผ่ความหม่นออกมาใส่ ….

 

….คนที่มีคนต้องการ  กับคนที่ไม่มีคนต้องการ…

….มันต่างกัน….

 

พูดไปพูดมาเหมือนยิ่งเทสีดำใส่คาเงยามะ โทบิโอะให้หมองหม่นเข้าไปอีก   รุ่นพี่ตัวใหญ่ใจเล็กเริ่มรู้สึกแย่ที่ทำให้อีกฝ่ายแย่ลง  แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาคิดได้หลังจากตอนนั้นที่มีพวกเด็กปีหนึ่งที่ไม่ได้รู้จักอะไรกันเลยกลับเข้ามาป้วนเปี้ยน…  ในวันที่เขาหนีจากสิ่งที่เขารัก   หนีจากวอลเลย์บอล…

 

คนเราหนีสิ่งที่ตัวเองต้องการไม่ได้  เพราะเป็นสิ่งที่ชอบ

 

มือใหญ่จับที่ไหล่ของรุ่นน้อง    “ในคอร์ดต้องมี 6 คนช่วยกัน  WS ก็ต้องมีเซ็ตเตอร์ส่งลูกให้นะ”   ดวงตาสีดำขลับเบิกขึ้นกว้าง  สิ่งเขาเคยพูดเพื่อสอนรุ่นพี่  และสิ่งที่รุ่นพี่ย้อนกลับมาสั่งสอนเขา…

 

“ฉันเอาคำพูดนายมาพูด นายคงไม่ว่าหรอกนะ    ฮ่ะๆ…. อ่าว…?”   อาซาฮีหันมองข้างกายตัวเองอีกครั้งก็พบว่าเจ้านกกาที่บินไม่ขึ้นมันบินไปไหนแล้ว?   เมื่อหาเจอก็แทบลำสักน้ำลายตัวเอง  ไวปานสายลม  เด็กหนุ่มที่เคยนั่งตรงนี้ตรงดิ่งไปในสนามซะแล้ว!?

 

ที่ตรงนั้นของฉันมันเคยว่างเปล่า….  แล้วมีนายเข้ามาเติมเต็ม….

 

คาเงยามะตรงดิ่งเข้าไปหาเพื่อนคู่หูซึ่งตอนนี้ใกล้จะกลิ้งลงไปกับพื้นสนามเพื่อนอนนับดาว   ศีรษะของฮินาตะ โชโยโดนกระแทกไปกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้   แต่ตอนนี้มีบางอย่างที่เข้ามากระแทกใจของเพื่อนสนิทให้ตาสว่างขึ้น     เด็กหนุ่มในชุดวอร์มสีดำประจำทีมคาราสุโนะกระทืบเท้าใกล้ๆ

 

นายตะโกนมาที่ฉัน  บอกให้ฉันส่งลูกไปให้

 

“หือ?  ราชาจะมาร้องสิทธิอะไรกันล่ะเนี่ย?”   สึกิชิมะเป็นฝ่ายเปิดฉากสนทนาจิกกัดขึ้นมาก่อน   แต่สายตาของเด็กหนุ่มที่โดนจิกหาได้มองไปทางนั้น  สายตาจับจ้องที่เด็กหนึ่มผมส้มซึ่งกำลังนั่งมองหน้าเขาด้วยสีหน้างงและหวาดผวาผสมผสานกัน

 

นายบอกว่าดีใจที่มีฉันอยู่ด้วย

 

“…มะ….มีอะไรเหรอคาเงยามะ?…”  ฮินาตะอ่านสีหน้าและแววตาของอีกฝ่ายไม่ออก   มันช่างน่ากลัวเหลือเกินใบหน้าอ่านอารมณ์ยากแบบนี้ของคาเงยามะ โทบิโอะ

 

คนที่จะพานายไปสู่จุดสูงสุดนั้น   คนๆนั้น คือ……..

 

จู่ๆสองมือของคาเงยามะก็ยกร่างเจ้าคนเตี้ยกว่าลอยขึ้นมาจากพื้น  แล้วจับพาดไหล่มาเหมือนแบกกระสอบข้าวสาร    ฮินาตะร้องเหวอออกมาท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่อยู่ในโรงยอมขณะนี้    “มาด้วยกันฮินาตะ”   ไม่ใช่คำว่าเจ้าเซ่อ  เรียกชื่อเฉยๆไม่ได้ด่า….

 

“หา??   ฉันเดินเองก็ได้น่า!”   พูดไปก็ไม่ได้รับความสนใจ   เจ้ากระสอบข้าวสารสีส้มจึงโดนแบกออกไปในสภาพแบบนั้น…  ช่างเป็นภาพที่คุ้นเคยจริงๆ

 

สึกิชิมะมองตามแผ่นหลังของคู่บ๊องซึ่งเดินตรงดิ่งไปทางห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าชมรม   มือของ MB หนุ่มยกขึ้นมาขยับแว่นตาพลางถอนหายใจ    “สงบเสียที”   เป็นที่รู้กันว่าทุกคนจะไม่เข้าไปในห้องนั้นซักพัก….

 

ประตูห้องเปลี่ยนเสื้อปิดโครม  จากนั้นคาเงยามะก็เหวี่ยงกระสอบ…เอ๊ย  ร่างกายของเพื่อนคู่หูผมสีส้มไปทางเก้าอี้ตัวยาวระหว่างล็อกเกอร์แถวๆนั้น   ฉากเหมือนละครตบจูบในประเทศแห่งหนึ่งในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   แต่มันเป็นฉากคอมเมดี้  เมื่อนักกีฬาความยืดหยุ่นของร่างกายดีหาที่ลงจอดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ฮินาตะนั่งคุกเข่าบนเก้าอี้ตัวยาวพลางมองหน้าเพื่อนผมสีเข้ม   “จู่ๆลากฉันออกมาจากสนามทำไมอ่ะ???”   จะหาทางหนีก็ไปไม่ได้

 

ดวงตาสีขนกาหรี่มองหน้า   “หัวนายระบมรึยังฮ่ะ เจ้าเซ่อ”    ได้ยินคำถามแบบนั้นฮินาตะก็เผลอยกมือขึ้นแตะๆศีรษะตัวเอง

 

“ก็..เป็น.. เอ๊ย!   ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย  คนอื่นก็ส่งลูกให้ฉันได้น่า!”    เด็กหนุ่มผมส้มทำปากจู๋แล้วหันไปทางอื่น   คิ้วสีดำกระตุกเมื่ออีกฝ่ายหลบตา

 

ต่อมใจเย็นซึ่งมีไว้ใช้เพื่อพูดจากันดีๆของคาเงยามะ โทบิโอะลดลงมาอีกสองสามจุด  ภาพสึกิชิมะกับฮินาตะในสนามคิดย้อนแล้วน่าหงุดหงิด    “นายเป็นอะไรของนาย  ฉันไปทำอะไรให้?”

 

ทำไมต้องหลบหน้า  ทำไมต้องผลักไส 

เขาทำอะไรผิด  หรือว่าอีกฝ่ายอยากจะตัดใจ? 

 

คนถูกถามทำปากเป็นเส้นตรง    แรกเริ่มคนที่เปลี่ยนไปก่อนคืออดีตราชาเจ้าแห่งคอร์ทไม่ใช่เหรอ?   มิตรภาพของทั้งคู่มันสะดุดแบบไร้สาเหตุจากการทำตัวแปลกๆของอีกฝ่าย  แล้วมันก็บานปลายออกไปเรื่อยๆ    ฮินาตะเหลือบมองหน้าคู่กรณี

 

แล้วก็รีบเบี่ยงสายตาไปทางอื่น  เปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงอันแสนเบาหวิว   เบาจนโดนฝ่ามือฟาดเพื่อเผิดระดับเสียงให้ดังขึ้นอีก    “นายบอกว่าฉันเป็นคนที่ต้องส่งลูกให้……”    เหมือนเป็นหน้าที่….

 

คิ้วสีเข้มเลิกขึ้น  “ฉันพูดแบบนั้นเหรอ?”  เครื่องหมายคำถามลอยเต็มสมอง  ทั้งในแง่จำไม่ได้ และในแง่ไม่เข้าใจผสมกันในทุ่งข้าวสาลี….

 

“นายพูด!!”    ตัวล่อผมสีส้มชี้หน้าคนความจำสั้น   เหตุการณ์นั้นเพิ่งผ่านมาไม่ถึง 3 วันเสียด้วยซ้ำ   จำได้ติดตราตึงในสมอง  แม้ปกติจะไม่ค่อยจดจำอะไร…..

 

“…..แล้วมันยังไง…..”  ช็อกโกแลตจาก UFO ความงงเทราดลงมาในทุ่งข้าวสาลีสมองทึบ   ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้….

 

ฮินาตะกัดฟันก่อนตะโกนเสียงดังออกมาชนิดไม่กลัวคนข้างนอกได้ยิน    “แสดงว่านายไม่ได้เห็นว่าฉันเป็นคู่หู หรือเป็นเพื่อนของนายน่ะเซ่ะ!!”    โกโก้ครันที่บ่มอย่างดีแล้วระเบิดออกมาจากทุ่งข้าวสาลี…

 

พวกเราเป็นแค่เพื่อนร่วมทีมแบบผิวเผินตามตำแหน่งการเล่นงั้นเหรอ

 

อึ้ง… คำเดียวที่คาเงยามะ โทบิโอะนึกออกในตอนนี้คือคำว่าอึ้ง   เด็กหนุ่มได้กินโกโก้ครันเข้าไปจนอิ่ม…  นี่คือความในใจของเด็กหนุ่มผมสีส้มซึ่งหลบหน้าเขาอย่างกะทันหัน   สิ่งที่หมอนั่นคิดสวนทางกับสิ่งที่เขาคิดไปไกลมาก  และสิ่งที่เขากังวลก็สวนทางกับความจริงเช่นกัน….

 

“ฉันเสียใจมากเลยนะรู้เปล่า……..  ช็อกมากเลย…..”   ตัวที่ลีบอยู่แล้วยิ่งดูลีบเข้าไปใหญ่   บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากฮินาตะที่มักจะร่าเริงดูหมองหม่น

 

คาเงยามะจ้องมองหน้าตาที่เหี่ยวเฉาของฮินาตะ    “ถ้าเป็นฉันเมื่อก่อนก็คงใช่  ฉันเป็นเซตเตอร์มีหน้าที่ส่งลูกให้คนอื่นตบออกไปทำแต้ม  ทำทุกอย่างที่ฉันบอก”   แม้กระทั่งตอนที่พวกเราได้เล่นร่วมทีมด้วยกันเป็นครั้งแรกเพื่อเข้าชมรม…   การจับคู่กันเฉพาะกิจ..

 

ในดวงตาสีดำนั้นมีประกายของความจริงใจ    “แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้น    ฉันตั้งใจส่งลูกให้นาย  เพราะฉันอยากส่งให้”   อยากส่งลูกออกไปให้ถึงมือของนาย…  ไม่มีใครสะกัดนายได้ทั้งนั้น…

 

คนที่จะพานายไปยังจุดสูงสุด… คือ…ฉัน…

 

ฮินาตะหันใบหน้ากลับมา และแหงนหน้าจ้องมองเข้าไปยังแววตาของเพื่อนสนิทซึ่งยืนอยู่  ดวงตาสีเข้มซึ่งแตกต่างจากตัวเขา  สีหน้าและแววตาของคาเงยามะ โทบิโอะ  สีหน้าแบบที่เหมือนกับทุกครั้งที่บอกความในใจหรือสั่งสอนอย่างตั้งใจ  เซตเตอร์ที่มอบปีกอันมีค่าให้กับคนที่ไม่เคยมีแบบเขา…

 

“คาเงยามะ….”   ดวงตาของคู่หูจ้องตรงเข้าไปในดวงตาของฝ่ายตรงข้าม    มันสะท้อนภาพของคู่หูที่เชื่อใจกัน  แม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการเป็นศัตรูก็ตามที…

 

เด็กหนุ่มผู้เคยได้ชื่อว่าราชาขยี้ผมสีส้มของคนซื่อบื้อคิดมาก    “นายต้องการฉันไหม เจ้าเซ่อ?”  เซตเตอร์ที่คอยส่งลูกให้ในทุกๆที่ที่ยืนในสนาม

 

ต้องการไหม?   นัยน์ตาสีส้มเพ่งมองใบหน้าคนตรงหน้า   ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรในซับซ้อน  ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น..   เพราะมันมีคำตอบอยู่แล้วแค่ได้ยินคำถาม…  “ฉัน….”

 

สองมือของฮินาตะเอื้อมออกไป  “ฉันต้องต้องการนายอยู่แล้ว!”   คว้ากอดหมับรัดแน่นเข้าที่เอวของเพื่อนสนิทซุกใบหน้าเข้าพุงทันที..  การตอบรับร้อนแรงของเจ้าตัวล่อทำให้คนโดนกอดสะดุ้งตัวแข็งไปครู่หนึ่ง… ก่อนที่จะปลงๆไป… ปล่อยมันไป…

 

จะกอดตอบมันก็….  ทำแค่วางแขนลงบนที่ไหล่ทั้งสองข้างของคนที่นั่งคุกเข่าบนเก้าอี้   “…เออ…ดี…”  คาเงยามะตอบกลับเสียงเบาจากที่มักจะตะคอกใส่…

 

“นายต้องอยู่กับฉันนะ!”    ฟังแล้วไม่รู้จะถอนหายใจดีไหม.. ที่แน่ๆ… มันทำให้คนฟังรู้สึกประหม่า…

 

ดวงตาสีส้มจ้องดูกลุ่มผมสีส้ม  หมอนี่ชอบเขาในแบบเกินเพื่อนหรือจะเกินเพื่อน  เรื่องพวกนั้นเขาควรจะเลิกนึกถึงมัน?   ควรจะเลิกหลบหน้า ควรจะเลิกสับสน…  กลับเป็นพวกเราในแบบที่เคยจะเป็น…   เพราะเขาไม่อยากสูญเสียบางสิ่งไปอีกครั้ง….

 

ณ ตอนนี้ความสับสนในใจจะเป็นอย่างไรก็ช่าง…..

ขอแค่ที่ตรงนั้น… ในที่ๆเคยว่างเปล่าตรงนั้น…..มีนายอยู่ก็พอแล้ว……

 

ฮินาตะ โชโยยิ้มจนหน้าบาน  เด็กหนุ่มผมดำเพื่อนสนิทคงไม่รู้ตัวว่าเมื่อครู่นี้ตอนที่พูดความในใจออกมา  ใบหน้าที่จริงจังมันมีสีชมพูอ่อนๆแฝงผสมอยู่ด้วย   ไหนจะท่าทางแข็งๆแต่เสียงหัวใจแลดูดังจนเขาได้ยินในตอนนี้อีก   อยากหัวเราะออกมา แต่ก็กลัวโดนตบกระโหลก….

 

เขาไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้คาเงยามะ โทบิโอะเป็นอะไรไป  เจ้าท่าทางแปลกๆที่ทำให้เขาเผลอคิดไปว่าอีกฝ่ายชอบเขามากกว่าเพื่อนทั้งหลาย   เรื่องพวกนั้นช่างมันเถอะ..   สิ่งที่สำคัญกว่าคือได้เล่นวอลเลย์บอลด้วยกัน  อยู่ด้วยกัน พูดคุยกัน เป็นคู่หูกัน…

 

…นายบอกว่าถ้ามีนายอยู่ด้วย…ฉันก็คือสุดยอด…

 

ฉันต้องการนาย… นายต้องการฉัน…   พวกเราเป็นคู่หูกัน    ปีกที่แสนสำคัญของฉัน  ที่จะพาฉันไปยังจุดสูงสุด   “ฉันดีใจจริงๆที่เจอนาย ดีใจโคตรๆๆเลย”   สองแขนรัดแน่นเหมือนกอดตุ๊กตาหมี…

 

แต่ตุ๊กตาหมีดำ(?)ตัวนี้ไม่ใช่ตุ๊กตา..  “เออรู้แล้ว!   ไม่ต้องรัดแน่น!”  มือฟาดแก้เขินก่อนจะยันร่างอีกฝ่ายออกไปห่างๆเสียที    ใบหน้าตอนนี้ของเด็กหนุ่มกลายเป็นสีแดงก่ำไปแล้ว….

 

สะดุดตาสีส้มของฮินาตะเข้าอย่างจัง  “คาเงยามะ  นายหน้าแดงแป๊ดเลย”   ได้ยินแบบนั้นคาเงยามะก็รีบยกมือขึ้นมาปิดหน้า

 

“แค่เลือดขึ้นหน้าอากาศมันร้อน!”   แอร์ในห้องนี้อาจจะไม่มี  กระนั้นมันก็ไม่ได้ร้อนขนาดนั้น…   ตัวล่อผมสีส้มจ้องมองพลางกระพริบตาปริบๆ

 

เห็นแบบนั้นคาเงยามะก็ใช้มือดึงคอเสื้อด้านหลังของเพื่อนลากให้เดินไปทางประตูทางออก    “ไปซ้อมได้แล้ว  พวกเราหายไปนานเกิน”  บางทีอาจจะต้องขอโทษพวกรุ่นพี่ที่ทำให้เดือดร้อน

 

เด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ทางร่างกายทรงตัวเหยียบพื้นได้  ก็รีบยืนดักหน้าคู่หู   “คาเงยามะ  ส่งลูกให้ฉันด้วยนะ”   ริมฝีปากของเด็กหนุ่มฉีกยิ้มเจิดจ้า..   เอ่ยย้ำเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง…

 

รอยยิ้มนั้นคล้ายกับมีประกายระยิบระยับในสายตาของคนมอง   แม้คาเงยามะจะทำหน้าบูดและถอนหายใจ   วงแขนข้างหนึ่งกลับวาดมาโอบหลังคอ   “รู้แล้วน่า เจ้าบ้าฮินาตะ”   อ้อมกอดที่บางเบา…

 

นัยน์ตาสีส้มเบิกขึ้นทั้งยิ้มค้าง  เป็นครั้งแรกที่เป็นฝ่ายโดนกอดก่อน(?)    ครู่หนึ่งหัวใจของเด็กหนุ่มเต้นผิดจังหวะ  เต้นสะดุดเหมือนตกร่อง   แม้ยามที่วงแขนนั้นคลายออกไป  หัวใจที่ตกร่องก็ยังกระตุกๆอยู่   มือขวาที่ใช้รับลูกบอลจึงยกขึ้นแนบที่อกของตัวเอง….

 

คาเงยามะรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเงียบไปก็เหลือบมอง  “เป็นอะไรอีก?”   เจ้าอีกาขนสีส้มส่ายหน้าไปมาเงียบๆ  คนถามจึงหันไปสนใจลูกบิดประตูแทน

 

โครม!

 

ความซึ้งและความอบอุ่นโดนทำลายทิ้งในหนึ่งบรรทัด    เพียงแค่เปิดและดึงลูกบิดประตูเข้าหาตัว  ร่างของขบวนการอยากรู้อยากเห็นก็กลิ้งเข้ามาปานน้ำที่ไหลหลากลงที่พื้นห้อง….  ทานากะ  โนะยะ  อาซาฮิ  ซาวามุระ  สึกาวาระ  ยามากุจิ  และตามด้วยนายแว่นซาดิสซึ่งยืนเด่นอยู่คนเดียวขณะที่คนอื่นกองอยู่กับพื้น….

 

เซตเตอร์ต้องมีคนรับลูก  ส่วนทุกคนก็ต้องมีความเป็นทีม..   เพราะฉะนั้นแล้วปัญหาของสมาชิกในทีม ก็คือปัญหาของทีม…  “…… พวกนายคืนดีกันแล้วสินะ…?”  กัปตันทักทายด้วยรอยยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์อันน่าอับอายนี้   เด็กหนุ่มสองคนที่ถูกแอบฟังพูดไม่ออก…

 

“พวกรุ่นพี่………..”   ต่างคนต่างหัวเราะ  ร่วมด้วยช่วยกันหัวเราะแล้วก็ทยอยลุกกันขึ้นมาปานโดมิโนล้ม    ยืนแล้วเดินมาตบแขนให้กำลังใจรุ่นน้องกันคนละทีสองทีแก้เขิน

 

จะมีคนเดียวที่ไม่เขิน  และพร้อมจะก่อกวน   สึกิชิมะขยับแว่นตา   “คืนดีกันง่ายสมเป็นสัตว์เซลล์เดียว  ไม่มีระบบความคิดที่ซับซ้อน”  ได้ยินดังนั้นอดีตราชาก็เดินไปเผชิญหน้าปล่อยรังสีกัดกับ WS ปีหนึ่งผู้มีปากเป็นอาวุธ…

 

ในความเอะอะโวยวายกลบเกลื่อนความอายของรุ่นพี่ที่เผลอทำตัวอยากรู้อยากเห็น   มีฮินาตะ โชโยเพียงคนเดียวที่ยืนสงบ   มือของเด็กหนุ่มยังคงแตะอยู่ที่หน้าอก  หัวใจของเขาค่อยๆเต้นเป็นจังหวะปกติ…  ความรู้สึกเมื่อครู่มันวูบๆ…แล้วก็อบอุ่น….

 

“ฮินาตะ ไปซ้อมกันได้แล้ว!”   ความสงสัยนั้นพับเก็บไปก่อนเมื่อได้ยินเสียงเรียกของคู่หู    ดวงตาสีส้มมองภาพคนคุ้นเคยพลางยิ้มและรีบวิ่งตามออกไป…

 

….ดอกไม้ในใจของคู่หูได้รับการรดน้ำใกล้จะผลิบาน…

 

นกถ้าไม่ถูกตัดปีกทิ้งไป  ถ้าไม่เกิดมาบินไม่ได้ตั้งแต่แรก  ถ้าไม่ได้เป็นสายพันธุ์บินไม่ได้   นกก็ต้องหาทางรักษาตัวแล้วกลับไปบินได้ใหม่อีกครั้ง…   ปัญหาสักวันหนึ่งมันต้องคลี่คลาย  แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด  แต่มันกำลังเยียวยารักษาทีละเล็กทีละน้อย…

 

 

มิตรภาพนั้นเป็นอะไรที่ตัดไม่ขาด

เมล็ดพันธุ์ที่ซ่อนอยู่ในมิตรภาพก็ยังมิได้เหี่ยวแห้งไม่มีทางผลิดอก

 

ความรู้สึกใหม่ที่เกิดขึ้นจะนำพาไปสู่ท้องฟ้าที่กว้างกว่าเดิม

 

——————————

Free Talk : ตอนนี้เริ่มมีฉากสวีทขึ้นมาอีกนิดแล้ว 555 ต่อไปจะสวีทกันแบบดีๆ? ที่จริงตอนนี้เหมือนตอนจบเลยนะถ้าเป็นเรื่องสั้น แต่จะตัดฉับจบแค่ระดับมิตรภาพมันก็ค้างๆคาๆไปหน่อย มันต้องไปอีกหน่อยเพื่อตอบโจทย์ของชื่อเรื่อง(?)

 
2 ความเห็น

Posted by บน 08/02/2014 in Uncategorized

 

2 responses to “[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 7

  1. maimoi

    08/02/2014 at 10:40 PM

    กรี้ดดดดดดด มดขึ้นเต็มจออ!!! โชวโยยยยลูกกกกก ใจเต้นแล้ววววว อร้ายยยยยย รอตอนต่อไปปปป ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกก /////

     
  2. wboo

    08/04/2014 at 10:01 PM

    เขินมากอ่ะ ฟินนนนนนนนนนนนนน >\\\\\\\<

    ดีแล้วค่ะที่ยังไม่จบตอนนี้ อยากให้จบแบบรักกันไปเลยอ่ะ

    สู้ๆนะคะ รอติดตามตอนต่อไปอยู่ค่ะ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: