RSS

[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 8

05 ส.ค.

Title : Could you tell me, Who am I?
Fandom : Haikyuu!!
Genre : BL , Comedy
Rating : PG
Pairing : Kageyama x Hinata

——————————————

ท้องฟ้าหลังจากฝนตกมักจะมีทิวทัศน์ที่แสนสดใส

ปลอดโปร่งต้อนรับเหล่านกทะยานกลับมาโบยบิน

 

ในแง่ของทีม คาราสุโนะนั้นพร้อมที่จะบินสูงขึ้นเรื่อยๆแล้ว

แต่ในแง่ของคน ยังมีบางคนบินๆหยุดๆ เพราะเรื่องค้างคาใจ

 

หากถามว่าพวกเรามีความสัมพันธ์กันอย่างไร

แน่นอนว่าคำตอบก็ต้องคือ “เพื่อนสนิท” อยู่แล้ว

 

แล้วถ้าเกิดรู้สึกไหวๆในอกยามอยู่กับเพื่อนสนิท

มันหมายความว่ายังไงกัน?

 

Chapter 8 : First Kiss เรื่องของจูบครั้งแรก

 

            นับจากวันนั้น การนอนหลับก็กลับมาเป็นเรื่องง่ายๆอย่างที่เคยทำอยู่…

 

เสียงกริ่งสัญญาณบอกเวลาพักเที่ยวของโรงเรียนมัธยมคาราสุโนะดังก้องไปทั่วอาคารเรียนทุกชั้นปี    สำหรับนักเรียนคนอื่นมันเป็นสัญญาณบอกเวลาทานอาหาร  แต่สำหรับเด็กหนุ่มที่เผลอนั่งหลับมาตั้งแต่ต้นคาบเรียนสุดท้ายก่อนเที่ยง  เสียงกริ่งก็เหมือนกับเสียงนาฬิกาปลุกให้ตื่นนอน

 

คาเงยามะ โทบิโอะนั่งเท้าคางหลับคาหนังสือมาพักใหญ่  เปลือกตาอันหนักอึ้งค่อยๆเปิดออกให้เห็นภาพเพื่อนนักเรียนทยอยกันไปทานมื้อกลางวัน  สติสัมปชัญญะที่ไม่เข้าที่เข้าทางยังไม่สั่งการให้สมองรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ  หนึ่ง สอง สาม สี่……

 

จนกระทั่ง…   “คาเงยามะ!!  ไปกินข้าวกันเหอะ!”  เสียงเรียกชื่อของตัวเองดังขึ้น    เด็กหนุ่มผมสีส้มสดใสตัดกับเครื่องแบบสีทะมึนยืนโบกไม้โบกมือหน้าประตูห้องเรียนของคาเงยามะ โทบิโอะ

 

สติที่ยังล่องลอยจากการนอนกลางวันตื่นขึ้นทันที   หลังจากที่สองคู่หูปรับความเข้าใจกันได้แล้ว  ทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ  นอนหลับได้เต็มตื่น  พูดคุยกัน  ทานข้าวด้วยได้เหมือนเดิม  ความอึดอัดช่วงก่อนหน้านี้สลายหายไปทีละเล็กทีละน้อย

 

ดาดฟ้าที่เคยมีเพียงเด็กหนุ่มผมสีขนกานั่งทานข้าวเพียงลำพัง   วันนี้พื้นที่ตรงนั้นกลับมามีภาพของคนสองคน   กระทั่งอากาศก็ยังยินดีที่เห็นคู่หูคืนดีกันได้   แสงแดดในวันนี้ร่มรื่นเหมาะกับการนั่งแช่เสียจริง  อะไรๆก็กลับมาเป็นปกติ ราวกับที่หลบเลี่ยงหน้ากันเป็นเรื่องที่ผ่านไปนานแล้ว

 

“นายหยิบโคโรเกะฉันไปตั้งแต่เมื่อไหร่ฮ่ะ!?”    คาเงยามะสังเกตเห็นอาหารทอดกรอบในกล่องหายไปอันหนึ่ง  สะบัดหน้าไปก็เห็นเพื่อนข้างๆปากกลายเป็นปลาปักเป้า

 

“ไอ่อู้วววว”   ปากบอกไม่รู้ แต่หลักฐานมันคาตา   โคโรเกะที่รับยัดเข้าไปเต็มปากจนพูดเป็นคำออกมาไม่ได้นั่นล่ะ….

 

โดนแย่งไปหนึ่ง ก็ต้องแย่งกลับมาหนึ่ง  ตะเกียบมารของเซตเตอร์โฉบไปคีบไข่ม้วนออกมาจากกล่องข้าวของเพื่อนสนิท  ไม่ใช่แค่ชิ้นเดียว แต่มันเป็นสองชิ้น   ดวงตาสีส้มเบิกกว้างจะยื้อแย่งกลับมา  แต่คาเงยามะรีบยกกล่องข้าวตัวเองหลบเลี่ยงไป

 

“ไข่ม้วน 2 ชิ้น เท่ากับโคโรเกะฉันหนึ่งชิ้น  ห้ามเถียง!”  เด็กหนุ่มผมดำตวัดกายใช้แผ่นหลังของตัวเองบังข้าวกล่อง  จากนั้นก็คีบข้าวกับไข่ม้วนเข้าปาก

 

ฮินาตะจ้องแผ่นหลังคนงกพลางปล่อยรังสีอาฆาต   ไข่ม้วนสองชิ้นมันเท่ากับโคโรเกะ 1 ชิ้นตรงไหน  ขนาดอาจจะใช่  แต่ความแน่นมันแตกต่าง!   แต่บ่นไปก็เท่านั้นทำอะไรไม่ได้อยู่ดี   แล้วจู่ๆก็เด็กหนุ่มก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ ฮินาตะรีบชะโงกหน้าไป

 

“วิชาคณิตศาสตร์นายมีการบ้านรึเปล่า?   มึนตึบมากๆ!”  หนุ่มวอลเลย์บอลทำตัวประหนึ่งเป็นหนอนใช้คางเกาะต้นแขนเพื่อนสนิท

 

ดวงตาสีดำหลุบสายตาลงต่ำ  เห็นดวงตาสีส้มเป็นประกายรอคำตอบก็ชักสังหรณ์ใจไม่ดี   “ก็มีอยู่  น่าปวดหัวชะมัด”  อาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์คนเดียวกัน  การบ้านก็คงไม่ต่างกัน

 

“มาช่วยกันทำมะ?    เย็นนี้มาบ้านฉันดิคาเงยามะ”    ฮินาตะเอ่ยชวนด้วยสายตาเป็นประกาย  การบ้านทำคนเดียวคงไม่รอด  แต่สองคนอาจจะรอดก็ได้…

 

ทฤษฎีนี้มันใช้กับคนหัวทึบได้ด้วยเรอะ?

 

การเชิญชวนอย่างใสซื่อบริสุทธิ์  หากเป็นเรื่องอื่นอาจจะน่าคิดมาก  แต่สำหรับคู่หูซื่อบื้อแล้วมันไม่มีนัยยะอะไรแอบแฝงนอกจากการช่วยกันทำการบ้าน   หากช่วยกันทำแล้วไม่ได้เรื่อง  จะไปก้มหัวขอร้องคนที่ไม่อยากขอร้องก็คงไม่สาย…

 

“ก็ได้   วันนี้พวกรุ่นพี่ก็งดซ้อมพอดีนี่”   คาเงยามะตอบกลับ ก่อนจะยกมือขึ้นตบศีรษะเจ้าหนอนสีส้มที่ใช้คางไถไปไถมาบนแขนเขาอยู่ได้…

 

“โอเค!”    ฮินาตะยิ้มแป้นก่อนจะถอยกลับมาจัดการข้าวในกล่องอาหารของตัวเองต่อ   ยามที่ไม่โดนบอกปัด  เขารู้สึกอิ่มเอิบอย่างบอกไม่ถูก

 

รู้สึกดีใจที่ไม่โดนหลบหน้าอย่างวันก่อนๆ…

 

บทสนทนาต่างๆราบรื่น   สายตายามจ้องหน้าคุยกัน ไม่มีหลบเลี่ยงหรืออึกอัก  ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมจากก่อนหน้าที่คาเงยามะ โทบิโอะแปลกไป  เห็นแบบนั้นหัวใจของเพื่อนคู่หูก็ปิติยินดียิ่ง  รู้สึกมีความสุขจากคำพูดที่อีกฝ่ายบอกออกมาเมื่อวันวาน

 

ต้องการเซตเตอร์คนนี้ไหม?   แน่นอนว่าต้องการอยู่แล้ว   เพราะเป็นทั้งเพื่อน ทั้งคู่แข่งคนสำคัญ   เขาต้องการลูกเซ็ตจากคาเงยามะ   ดวงตาสีส้มจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มในเครื่องแบบแบบเดียวกัน  หัวใจมันก็รู้สึกหวิวๆ พาให้เขม็งสายตาจ้องไปพลาง จับอกตัวเองไปพลางว่าเป็นอะไร…

 

คาเงยามะที่รู้สึกถึงความเงียบและโดนจ้องจึงหันกลับมา   “มีอะไรเจ้าเซ่อ?  ข้าวติดคอ?”  เดี๋ยวพูดมากเดี๋ยวเงียบซะงั้น…

 

“มีช่องว่าง!”   ได้ทีตะเกียบอันว่องไวของตัวล่อก็พุ่งเสียบกลางชิ้นโคโรเกะ   หัวขโมยตัวจิ๋วฉกฉวยอาหารมาได้สำเร็จ!

 

“แก!!!”  คาเงยามะตวัดแขนรัดคอลิงขโมย  ฮินาตะรีบเคี้ยวๆกลืนอย่างไวว่องก่อนจะยิ่มร่าเย้ยหยัน   คนทำไม่ได้หวังให้คายคืนออกมา   ก็แค่เป็นการลงโทษเท่านั้น

 

เสียงหัวเราะมีชัยของคนหนึ่ง  เสียงกร่นด่าของอีกคนหนึ่ง   ทั้งสองเสียงผสานสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและอบอุ่นรอบกายของเด็กหนุ่มทั้งสอง   มันกลายเป็นความเคยชิน  กลายเป็นสิ่งที่ขาดหายไปแล้วรู้สึกแปลก  เรื่องพิเศษที่กลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดา…

 

เมล็ดพันธุ์ที่บ่มตัวอยู่ข้างในหัวใจของทั้งคู่

ปริบานอย่างเชื่องช้าโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สังเกตเลย

 

เวลาในโรงเรียนของคนไม่ขยันนั้นยาวนานเหมือน 1 ปี  ทันทีที่หลังเลิกเรียนสองคู่หูแห่งทีมวอลเลย์บอลมัธยมคาราสุโนะก็รีบกระโจนออกจากห้องเรียนอาถรรพ์   ทั้งสองมาเจอกันที่ทางเดินของอาคารเพื่อออกเดินทางต่อพร้อมกัน   จุดมุ่งหมายนั้นคือบ้านของฮินาตะ โชโย

 

ชมรมวอลเลย์บอลมีซ้อมหลังเลิกเรียนแทบทุกวัน   ดังนั้นการเดินกลับบ้านในเวลาเลิกเรียนพอดีจึงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น   นานๆทีเด็กหนุ่มทั้งสองจะได้เดินใต้ท้องฟ้าสว่าง เดินคุยกันไป เล่นกันไป เถียงกันไป  ฉากก็โดนตัดมาถึงหน้าบ้านตระกูลฮินาตะไวว่องเหมือนโกหก

 

“เห๊ะ?   ไม่มีคนอยู่บ้าน”    ลูกชายเจ้าของบ้านจับลูกบิดประตูก็พบว่ามันล็อก   ใช้กุญแจไขเข้าไปก็พบกับความว่างเปล่าและไฟที่ไม่ได้เปิด

 

“คงออกไปไหนล่ะมั้ง   แล้วคงลืมบอกนายด้วย”  คาเงยามะสันนิษฐาน  ลูกชายคนโตของบ้านฮินาตะคงโดนลืมไปเรียบร้อยแล้ว

 

เด็กหนุ่มรีบหันมองหน้าเพื่อนข้างกาย   “งั้นฉันก็ต้องหาไรกินเองดิ???”    นี่คือสิ่งที่ห่วงงั้นเหรอ….   ดวงตาสีดำขลับมองด้วยสายตาว่างเปล่า  เจ้าของคำพูดนี้กินแค่ไข่ดิบกับข้าวก็อยู่ได้แล้วแท้ๆยังจะห่วงอะไร…

 

“แล้วเราจะทำการบ้านกันหน้าประตูเรอะ  ทำไมไม่เข้าไปในบ้านฟะ!”   เซตเตอร์ผมดำตบกระโหลกเจ้าของบ้าน ให้รีบเข้าไป

 

“รู้แล้วน่าๆ!   นี่บ้านฉันหรือบ้านนายเนี่ย!”   ฮินาตะเปิดประตูผายมือเชิญคุณชายเข้าบ้านแกมประชดประชัน   เสร็จแล้วบานประตูก็ปิดลง……

 

บ้านที่ไม่มีใครอยู่  กับตัวละครเอกสองคน….

 

ดวงตาสีขนกาของคาเงยามะ โทบิโอะมองสำรวจห้องนอนเล็กๆที่รกรุงรัง   สมแล้วที่เป็นห้องนอนของฮินาตะ โชโย…  นี่เป็นครั้งแรกที่คู่หูร่วมทีมวอลเลย์บอลมาที่นี่   อย่างดีก็เคยเห็นแค่หน้าประตูบ้านของเจ้าหนุ่มผมสีส้ม  ภาพห้องส่วนตัวของฮินาตะไม่ได้แตกต่างจากที่เคยคิดเอาไว้นัก

 

เจ้าของห้องลากโต๊ะเล็กมาไว้ตรงกลางของห้อง   นั่งลงแล้วเริ่มคุ้ยกระเป๋านักเรียนตามหาสมุดการบ้าน    เจ้าบ้านนั่งแล้วแขกจึงนั่งตาม   “ห้องแกไม่ต่างจากที่ฉันคิดเท่าไหร่”

 

“หือ?  ยังไงอ่ะ?”  ดวงตาสีส้มจ้องมองด้วยประกายตาสนอกสนใจ

 

“รก”   คำเดียวก็ทำให้คนฟังหน้าบูด    เด็กผู้ชายส่วนใหญ่ก็มีห้องส่วนตัวรกๆกันทั้งนั้น   ความเรียบร้อยมันเป็นแค่ภาพลวงตาที่แม่มาปัดกวาดให้!

 

“ห้องนายก็คงไม่ต่างจากฉันหรอกน่ะคาเงยามะ!”    ฮินาตะจินตนาการเอาเอง   ห้องนอนของคนบ้าวอลเลย์บอลเหมือนกันก็ต้องรกเหมือนกัน…..

 

“ไม่ต้องมาวิจารณ์ห้องฉัน  ทำการบ้านได้แล้วเจ้าเซ่อ”    คาเงยามะใช้มือตบลงไปที่สมุดการบ้านของอีกฝ่าย   แม้ทั้งคู่จะเรียนคนละห้องกัน  การบ้านคณิตศาสตร์ก็เป็นชุดเดียวกัน   อาจจะเป็นเพราะครูผู้สอนขี้เกียจคิดการบ้านให้แตกต่างกันก็เป็นได้….

 

….แล้วความเบลอบังเกิด….

 

คณิตศาสตร์สำหรับคนที่ไม่เข้าใจก็เป็นเหมือนกับยาพิษ   ความเบลอหลังจากเห็นตัวเลขจะเริ่มออกฤทธิ์ในเวลากี่นาทีนั้นไม่มีทฤษฎีมารองรับ   แต่มีนักเรียนประถมยันมหาวิทยาลัยหลายคนที่มีได้รับความเสียหายจากพิษตัวเลขและสูตรคำนวน

 

คู่หูผู้แข็งแกร่งในสนามกีฬา  เมื่ออยู่ต่อหน้าสูตรการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ก็กลายเป็นพวกอ่อนหัด   นอกจากโจทย์การบ้านแล้วสมุดของทั้งคู่ก็ยังว่างเปล่า  กระดาษทดก็เขียนจบไว้แบบครึ่งๆกลางๆ   สีหน้าที่เคยสดใสก่อนหน้านี้ก็ช่างหมองหม่น….

 

“คาเงยามะ   คิดไม่ออกเลยอ่ะ นี่มันอะไรกันเนี่ย ภาษาต่างดาวเหรอ…..”  ฮินาตะมองดาวินชี่โค้ท(?)ในสมุด   ไม่เข้าใจเลยซักนิดเดียว

 

เด็กหนุ่มที่มีความฉลาด  แต่ดันไม่ค่อยเอามาใช้กับเรื่องเรียนทำตาขวาง   “เหลือทางสุดท้ายคือขอร้องเจ้าแว่นนั่น”   เจ้าแว่นที่พูดถึง… สึกิชิมะ เคย์….

 

“นายพูดงี้จะให้ฉันออกหน้าขอร้องใช่มั้ยล่ะ!    นายไม่ออกโรงก่อนบ้างล่ะ???”    คนที่โดนใช้ประโยชน์ชี้หน้าไม่พอใจ

 

เด็กหนุ่มผมดำชักสีหน้าไม่พอใจ   การก้มหัวขอร้องคนบางคนมันทำได้ง่าย  แต่มันคงไม่ใช่กับอริอย่างเพื่อนร่วมทีมใส่แว่นคนนั้น  ถึงแม้จะเคยขอร้องมาแล้วครั้งหนึ่งก็ตามที….   “ลองทำตามหนังสือเรียนก่อน  พวกเราคงไม่โง่ขนาดนั้น”   ไม่ได้โง่ขนาดนั้น…. ก็แค่…..

 

“อะ..โอ้!   หน้าที่ 13 การถอดรูท….อืม…..อืม…..”    สองหนุ่มลงมือทำการบ้านด้วยตัวเองกันอีกครั้ง   นับถอยหลังสู่อาการเบลอ…..

 

5 นาทีหลังจากนั้นอีกาสองตัวก็เหมือนโดนน็อก….

(ยังอุตส่าห์ทนได้ถึง 5 นาที)

 

ซากศพของอีกาที่กลายเป็นสีขาวซีดนอนเกยหน้ากับโต๊ะ   ดวงตาว่างเปล่า  ปากอ้าค้างปลดปล่อยวิญญาณที่ถูกทำร้ายจนบอบช้ำภายใน   5 นาทีที่ผ่านไป   ทั้งคู่ทำโจทย์คณิตศาสตร์ได้แค่ลอกมันลงไปใหม่ในกระดาษทด   ทั้งคู่ยังคงถอดสมการนี้ออกมาไม่ได้อยู่ดี….

 

“…..ช่างมันดีกว่ามะ…..  สึกิชิมะคงช่วยพวกเราได้….”  ฮินาตะยอมรับความพ่ายแพ้   ด้วยความสามารถของทั้งคู่คงไม่มีทางทำได้

 

คาเงยามะแม้ไม่อยากยอมรับ  แต่สิ่งที่ปรากฏในตอนนี้มันเห็นชัดแล้วว่าทั้งคู่ทำไม่ได้   ทางเลือกสุดท้ายที่จะทำให้ไม่ได้ศูนย์คะแนนก็คือหมอนั่นนั่นล่ะ…     คิดแบบนั้นแล้วมือก็ยกขึ้นมาปิดสมุดการบ้านของตัวเอง  ปิดผนึกมันไปก่อนชั่วคราว…

 

“บ้านนายมีอะไรกินมั้ยน่ะ?”    เด็กหนุ่มผมดำเอ่ยถาม   สมองใช้พลังงานไปเยอะ  ถึงเวลาที่ต้องหาพลังงานเข้าไปทดแทน

 

เจ้าของบ้านทำหน้าตาว่างเปล่า   “ไม่น่าจะมีอ่ะ   คงต้องรอให้ทุกคนกลับมาก่อน”  และอย่าคาดหวังว่าเพื่อนสนิทจะทำอะไรให้ทานได้… ไม่มีทาง…

 

ฮินาตะหันไปค้นของใกล้ๆ   ตอนนี้ทั้งคู่จำเป็นต้องมีอะไรมาใช้ทำฆ่าเวลา  พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นของที่น้องสาวลืมทิ้งเอาไว้   มือก็หยิบมันขึ้นมา   “เอาการ์ตูนของนัตสึไปอ่านก่อนมะ?”   การ์ตูนสาวน้อยที่เด็กประถมอ่าน….

 

หนังสือการ์ตูนหน้าปกหวานแหวววางลงบนโต๊ะ   ภาพของสาวน้อยตาโตยิ่งกว่าไข่ห่านยิ้มร่าอยู่บนหน้าปก   ตาโต ผมยาว จมูกนิดเดียว  คางแหลมชนิดแทงทะลุโต๊ะได้   เนื้อหายังไม่ต้องเปิดอ่านก็เห็นภาพเรื่องราวความรักสุดเพ้อฝัน ไร้พลังมิตรภาพของชายหนุ่ม…

 

“น้องแกอ่านการ์ตูนแบบนี้ด้วยเรอะ   น้องแกอายุเท่าไหร่”   คาเงยามะเปิดหนังสือแบบผ่านๆ    เนื้อหาข้างในเต็มไปด้วยสกรีนโทนแบบฟุ้งๆ ดอกไม้มากมาย  ตัวละครชายที่มีแสงส่อง(?)ข้างหลัง

 

“หกขวบอ่ะ”  สิ้นคำคู่หูผมดำก็สำลักน้ำลายตัวเอง   ช่างประจวบเหมาะกับที่เปิดเจอหน้าฉากตัวละครสองคนจูบดูดดื่ม  เนื้อหาการ์ตูนสาวน้อยที่เด็กหกขวบอ่านทำไมมันจึงโตเกินอายุแบบนี้!     ตัวละครในเรื่องเรียนอยู่ในชั้นมัธยมต้นเท่านั้นเอง

 

ฮินาตะเห็นอีกฝ่ายทำหน้าตาอึกอักใส่ภาพในหนังสือการ์ตูนก็ชะโงกหน้าไปมอง    ภาพพระนางจุมพิตกระแทกตาเข้าอีกคน  … เป็นครั้งแรกที่เปิดดูหนังสือการ์ตูนของน้องสาวแบบละเอียดๆ   การ์ตูนผู้หญิงมันโจ่งแจ้งมากขนาดนี้เชียว!   พี่ชายตะลึง!

 

คาเงยามะปิดหนังสือการ์ตูนแล้ววางมันกลับไว้ที่เดิม  ความเงียบงันเข้าปกคลุมรอบกายของเด็กหนุ่มมัธยมโสดสนิท 16 ปีทั้งสองไปพักใหญ่ๆ    ความสัมพันธ์รักๆใคร่ๆแบบในหนังสือการ์ตูนผู้หญิง  มันไม่ค่อยเกิดขึ้นกับตัวละครในการ์ตูนกีฬา….(?)

 

มันก็เกิดบ้างนะ 

แค่ไม่ค่อยเกิดในการ์ตูนวอลเลย์บอลบางเรื่องเท่านั้นเอง

 

เด็กหนุ่มผมส้มเหลือบมองหน้าเพื่อนร่วมทีมผมสีดำเป็นระยะๆ   อีกฝ่ายกำลังมองนั่นมองนี่คล้ายกับพยายามหาเรื่องคุยอยู่   เงียบกันไปเงียบกันมา  สายตาก็มาหยุดลงที่หน้าปกหนังสือการ์ตูนของน้องสาว   เรื่องราวความรักในแบบการ์ตูนน่ะ….  มีชีวิตมา 16 ปีไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนั้นเลย

 

“คาเงยามะ นายเคยมีจูบแรกมะ?”   ฮินาตะถามออกไปแบบซื่อๆแกมอยากรู้    เพียงพริบตาใบหน้าของเซตเตอร์ก็เหมือนมีระเบิดปะทุมาจากข้างใน

 

“ถามอะไรของนายฟะ!!   จะไปเคยได้ยังไง!”    คาเงยามะตะคอกเสียงดังกลับ  ใบหน้าเด็กหนุ่มเป็นสีแดงก่ำเหมือนมะเขือเทศ

 

นักเรียนนักกีฬาวัยมัธยม ชีวิตทุ่มเทให้กับวอลเลย์บอลมากกว่าเรื่องอื่น  กระทั่งเรื่องเรียนคะแนนก็ยังหลุดลุ่ย  มีหรือจะเคยสัมผัสความสัมพันธ์แบบมีดอกไม้บานสะพรั่งอยู่ข้างหลังแบบหนังสือการ์ตูนสาวน้อย  ชีวิตของเด็กหนุ่มมีแต่การซ้อมกีฬา  การแข่งขัน หยาดเหงื่อ น้ำตา ชัยชนะ ความพ่ายแพ้ แล้วก็มิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมทีม….

 

ผู้หญิงที่รู้จักก็มีแค่แม่ น้องสาวกับผู้จัดการ….

 

ฮินาตะนั้นคิดไปในทางหนึ่ง  ในขณะที่คาเงยามะคิดไปอีกทางหนึ่ง  ตัวกระตุ้นอย่างการ์ตูนสาวน้อยมันฉุดให้คิดถึงความรู้สึกที่เพื่อนสนิทมีให้ตัวเอง   [ชอบ]  เพื่อนสนิทที่บอกว่าชอบเขา  เห็นว่าเขาเป็นสิ่งจำเป็น….  ความรักในรูปแบบนั้น… มันเป็นแบบในหนังสือการ์ตูนนั่นสินะ?

 

….ความรักแบบที่ไม่ใช่มิตรภาพ…

 

ต่างคนต่างอยู่ในความเงียบ จมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองไปอีกพักหนึ่ง  กระทั่งเสียงของลมที่กระทบข้างนอกหน้าต่างก็ยังดังกว่าทั้งสองคน   จูบงั้นเหรอ….   ความรู้สึกที่ริมฝีปากของคนสองคนมาแตะสัมผัสกัน  มันเป็นความรู้สึกแบบไหน?

 

ยามนั้นดวงตาต่างสีสองคู่ก็เหลือบกลับมาพร้อมเพรียงกัน   สายตามองสบแล้วพากันสะดุ้งตกใจกันไป   “แกมีปัญหาอะไร??”    คาเงยามะเป็นฝ่ายถามก่อน   จ้องมองพาให้เกิดความอึดอัด

 

ฮินาตะจ้องไปที่หน้า  แล้วระดับสายตาก็ค่อยๆลดลงมาที่ริมฝีปากอันบูดบึ้งของคาเงยามะ โทบิโอะ   “จูบ  มันเป็นยังไงนะ?”

 

คำถามกึ่งการชักชวนแบบซื่อๆของคู่หูกำลังทำให้ภูเขาไฟในใจเพื่อนผมสีดำระเบิด   ใบหน้าของคนถูกถามเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ   ขณะที่คนพูดก็มีสีหน้าที่อมสีชมพูระเรื่อ     เพื่อนผู้ชายสองคนสมควรพูดเรื่องแบบนี้กันเหรอ?   เป็นประเด็นที่ไม่ควร…..

 

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง….!”   คาเงยามะปฏิเสธ   ประสบการณ์จูบกับคนเท่ากับศูนย์  แต่ประสบการณ์จูบพื้นและลูกวอลเลย์บอล  สองคนนี้คงเคยมาแล้วนับไม่ถ้วน…

 

ได้ยินแบบนั้นแล้ว…..     “มาลองกันป่ะ?”     ฮินาตะถามกลับ  สายตาของเด็กหนุ่มไม่มีการเบี่ยงหนีไปไหน   แฝงไปด้วยประกายอยากรู้อยากเห็น…

 

                                            …..การรดน้ำลงไปยังเมล็ดพันธุ์ที่กำลังแตกหน่อ….

คือการกระตุ้นการเจริญเติบโต

 

คำเชิญชวนนั้นฟังดูใสซื่อ  ซื่อและบื้อในเวลาเดียวกัน    คาเงยามะ โทบิโอะทั้งตกใจและเคอะเขิน  ซ้ำยังสงสัยและแปลกใจที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้นออกมา   ฮินาตะ โชโยมีความรู้สึกกับเขาเป็นพิเศษ  อุตส่าห์พยายามลืมเรื่องนี้ไปแล้ว  กลับเผลอคิดถึงมันขึ้นมาอีก

 

เจ้าหมาน้อยก็มองหน้าคล้ายกับรอคำตอบจากเจ้าของ    หากตอบว่า [ไม่เอา]  จะเป็นยังไง  แล้วถ้าตอบว่า [ก็ได้] จะเป็นยังไง   เส้นทางนี้ก็เหมือนทางแยกให้เลือก…   ยิ่งคิดมากก็ยิ่งทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดไปเสียเปล่าๆ   ในที่สุดคาเงยามะก็จ้องหน้าคนถาม

 

“ก็ได้  ก็แค่จูบ  มา!”   ตอบรับอย่างมาดราชา  แต่สีหน้านั้นแดงก่ำ   เจ้าหมาน้อยที่ได้ยินคำอนุญาตก็รีบขยับตัวคลานเข่ามานั่งแหมะตรงหน้า…  มันจะไวเกินไปแล้ว…

 

ดวงตาสีดำจ้องดวงตาสีส้มที่มองเขม็งก่อนจะยกมือขึ้นมาตบศีรษะ   “หลับตาสิฟะ!  จ้องทำไมเจ้าเซ่อ!”  ยิ่งจ้องยิ่งไม่กล้าเริ่ม….

 

“บอกดีๆก็ได้! ไม่ต้องตบหัว!”   ฮินาตะขยี้ผมของตัวเอง   แล้วนัยน์ตาก็ปรือหลับลงตามที่บอก   สีหน้าตึงเกร็งจนน่าขำใส่มากกว่ายื่นหน้าไปจูบ…

 

ความเงียบก่อตัวพร้อมกับความตื่นเต้น   มือของทั้งคู่เปียกเหงื่อจากการกำมือตัวเองไว้แน่น   ทีละเล็กทีละน้อย  ต่างคนต่างรู้สึกได้ว่าใบหน้าเข้าใกล้กันมาขนาดไหน…  ตื่นเต้นยิ่งกว่าการโอบกอดแบบมิตรภาพ….  แล้วเรียวปากนั้นก็กดลงอย่างแผ่วเบา….

 

….สัมผัสของริมฝีปากนั้น…. แห้งผากไปหน่อย…

แต่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะไปได้ โดยที่ไม่ต้องออกกำลังกาย

 

ลมหายใจของคนอื่นยามที่อยู่ใกล้ มันจะร้อนถึงเพียงนี้เลยเหรอ?    เสียงหัวใจสามารถเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาจากอก  แม้ไม่ได้เหนื่อยล้าจากการออกกำลังกายงั้นเหรอ?    ริมฝีปากของคนอื่น…   หากไม่ใช้นิ้วสัมผัส..  มันมีความรู้สึกแบบนี้งั้นเหรอ….

 

จูบครั้งแรกในวัย 16 ปีกับเพื่อนสนิทผู้ชาย  เพื่อนร่วมทีมวอลเลย์บอลซึ่งเป็นคู่หู    ราวกับเวลาในห้องแคบๆมันหยุดลงไปชั่วขณะ   ตัวตนของฝ่ายตรงข้ามในความคิดคำนึงก็คล้ายกับค่อยๆเปลี่ยนแปลง…    เมล็ดพันธุ์ที่อยู่ลึกข้างในใจใจแตกหน่อต้นอ่อน….

 

                แทนที่จะรู้สึกแปลกปลอมขยะแขยง… กับรู้สึกดีกว่าที่คิด….

 

ยามที่ผละถอยห่างกันออกมา  ต่างคนต่างมองหน้าอีกคนด้วยสีหน้าที่ซับสีระเรื่อเป็นมะเขือเทศกันทั้งคู่     ตัดสินใจที่จะเริ่มเอง  แล้วก็มานั่งเขินกันเอง  จูบแรก… จูบครั้งแรก…   ไร้ซึ่งบทสนทนาเพราะไม่มีใครกล้าเริ่มพูดขึ้นมาก่อน

 

จนกระทั่งคนหนึ่งทนไม่ได้  “เฮ้ยเจ้าเซ่ออย่าเงียบสิฟะ!   แกจะเงียบทำไม!”   คาเงยามะรีบคุยเพื่อไม่ให้ตัวเองดำดิ่งไปในความคิดสับสนมากกว่านี้

 

ฮินาตะยังปรับสภาพตัวเองไม่ทัน   เสียงที่เปล่งออกจากปากมีแค่ เอ๋?  เหอ? เอ่อ?  ฮ๊ะ?  และอีกหลายเสียงที่ไม่สามารถถอดออกมาเป็นตัวหนังสือได้    มือของอดีตราชาเจ้าแห่งคอร์ทจึงยื่นเข้ามาแตะที่ไหล่แห้งๆไม่สมกับเป็นนักกีฬานั่น…

 

“ฮินาตะ….”   เสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคย  ก็แค่เรียกเหมือนทุกครั้ง   ยามนี้กลับรู้สึกไหววูบที่ได้ยินชื่อของตัวเองจากน้ำเสียงเพื่อนสนิท

 

เจ้าของชื่อฮินาตะรีบลุกขึ้นยืนแบบเก้ๆกังๆ   “เมื่อกี้นายบอกว่าหิวใช่เปล่า  เดี๋ยวฉันไปหาข้าวกับไข่ให้!  รอแป๊ปนะ!”    สองขารีบวิ่งออกไปจากห้องของตัวเอง   ตอนนี้ในตู้เย็นมีอะไรก็คงกินได้กันทั้งนั้น  ต่อให้ไม่มีไข่ก็เถอะ…

 

“เฮ้ย!  ข้าวกับไข่เนี่ยนะ!”   คาเงยามะตะโกนไล่หลังไป  บทจะกินของชอบตัวเองก็รีบไปเอาเสียอย่างนั้น…   ไม่ต้องฉลาดมากก็รู้ว่าเป็นการเปลี่ยนเรื่อง…

 

…..หัวใจที่สั่นไหวกับมิตรภาพ…

 

ถึงแม้ต่างคนต่างอยู่คนละสถานที่  สิ่งที่ทั้งคู่ทำเหมือนกันคือยกมือขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากของตัวเอง   ส่วนนั้นยังคงร้อนวูบวาบ  จะเป็นการคิดไปเองหรือไม่มันก็ร้อนวูบ    หัวใจก็เต้นรัวมองเห็นภาพเพื่อนสนิทติดในสายตา  และความคิดหนึ่งก็แจ่มชัดข้างในสมองเหมือนๆกัน….

 

ถ้าพูดออกไปว่าอยากลองจูบอีก

มันคงพิลึกพิลั่นเป็นแน่แท้!!!

 

หากนกไม่หัดบิน  นกก็ทำได้แต่นั่งอยู่ในรังและมองขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้าง   ไม่อาจไปสัมผัสสิ่งที่นกตัวอื่นได้สัมผัส…   ทิวทัศน์ใหม่ๆ  สายลมใหม่ๆ   หากไม่ลองกางปีกออกไปสัมผัสมันดู ก็คงไม่รู้ว่าความรู้สึกนอกเหนือจากมิตรภาพนั้นมันเป็นแบบไหน…..

 

เจ้านกน้อยที่เคยบินได้ระดับหนึ่ง จำต้องหัดบินขึ้นไปให้สูงยิ่งกว่าเดิม

บินขึ้นไปเพื่อหาความหมายของสิ่งที่ซ่อนอยู่ในจิตใจตัวเอง

 

ความหมายที่แท้จริงของคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นเพื่อน

 

 

——————————————

Free Talk : จูบครั้งแรก~~ ฉากจูบมาเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ 55 จากที่ตอนที่แล้วยังไม่มีอะไร ก็เลยต้องโยนระเบิดใส่คู่บื้อเค้าซักหน่อยเป็นแรงกระตุ้น

บุคลิกของฮินาตะเป็นคนซื่อๆบื้อๆ เป็นฝ่ายเริ่มก่อนแบบงงๆได้ตลอด ส่วนคาเงยามะกับเรื่องแบบนี้ดูตื่นๆ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ อาจจะปฏิเสธแบบปากแข็งไปก่อน แต่ก็ทำอยู่ดี

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใสดีแท้~

 

 
3 ความเห็น

Posted by บน 08/05/2014 in Uncategorized

 

3 responses to “[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 8

  1. wboo

    08/07/2014 at 12:08 AM

    ว๊ายยยยยยยยย จูบกันแล้ว จูบกันแล้ว >\\\\\<

    เรื่องนี้มันเรื่อยๆ น่ารักๆ สนุกมากเลยค่า

    เอาอีก เอาอีก เอาอีก รอตอนต่อไปเด้อ

     
  2. maimoi

    08/10/2014 at 12:22 AM

    กรี้ดดดดดด คร่อกกก สลบ อยากลองอีกก็พูดเล้ยยย เอาให้ชัดเจนนน ไม่พิลึกกก //-// สนุกมักกก ชอบบบ น่ารักกกกกกกกอ่านไปจิกหมอนไป ฮา ขอบคุณค่ะ รอตอนต่อไปฮ้าาา

     
  3. rainyday515

    08/12/2014 at 2:10 AM

    ละ แล้วไหงไปขอเค้าจูบก่อนละเนี่ยฮินาตะเอ้ย ป้าจิเป็นลม -//////////-
    มาต่อไวๆนะคะ ชอบเรื่องนี้มากเบย อ่านรวดเดียวแปดตอนเลย ลุ้นว่าเมื่อไหร่ตอนหน้าจะมา อุกกรี๊ดดดด

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: