RSS

[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 9

17 ส.ค.

Title : Could you tell me, Who am I?
Fandom : Haikyuu!!
Genre : BL , Comedy
Rating : PG
Pairing : Kageyama x Hinata

——————————————

นกหลายชนิดนั้นอยู่กันเป็นฝูงใหญ่

หาอาหารด้วยกัน โบยบินย้ายถิ่นด้วยกัน ต่อสู้ด้วยกัน

 

การมีเพื่อนหรือทีมก็เช่นกัน

การได้อยู่ด้วยกันนั้นเป็นสิ่งจำเป็น

 

อาจจะมีหลายสิ่งที่ทำเพียงลำพังได้ แต่ก็มีหลายสิ่งที่ทำคนเดียวไม่ได้

มิตรภาพก็ทำบางอย่างได้  และทำบางอย่างไม่ได้

 

ถึงจะเคยหงุดหงิดเพราะการพึ่งพาอีกฝ่ายมากแค่ไหน

ขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงความสำคัญของอีกฝ่ายมากเช่นกัน

 

Chapter 09 : ลูกวอลเลย์บอลกลมๆ ก็เหมือนความรู้สึกกลมๆ 

 

            คนที่เคยยืนอยู่คนละฟากตาข่ายภายในสนาม  ยามมาอยู่ฝั่งเดียวกันก็คือเพื่อนพ้องทีมเดียวกัน

 

“โดดมาทางซ้าย!  รับเว้ย!”

 

เสียงฝ่ามือฟาดลูกหนังวอลเลย์บอลดังกึกก้องแสดงถึงความหนักหน่วง   เสียงลูกหนังกระทบกับท่อนแขนก็ดังจนน่าใจหาย..   หากเป็นคนนอกที่ไม่คุ้นเคยกับกีฬาวอลเลย์บอลก็คงอดคิดไม่ได้ว่าต้องบาดเจ็บ  แต่ทั้งหมดเป็นเสียงที่คนคุ้นเคยกับมันเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ

 

ฮินาตะ โชโยวิ่งไปทางซ้ายทีขวาทีตามคำสั่งของคู่ซ้อม   ดวงตาทั้งสองข้างจับจ้องไปที่ลูกบอลเป้าหมาย  รับบอลลูกแล้วลูกเล่าอย่างมานะอดทน  ความตั้งใจจริงนั้นทำให้กระทั่งเด็กหนุ่มพูดมากอย่างเจ้าตัวเงียบปากได้   ฝั่งคนเสิร์ฟลูกก็ช่างเหมือนเครื่องจักรยิงลูกก็มิปาน

 

“โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ!  สูงไป!”    เด็กหนุ่มผมส้มถอยหลังไปรับลูกไม่ทัน  ลูกบอลจึงร่วงผ่านเส้นด้านหลังไป   จาก 20 ลูกเพิ่งจะพลาดเป็นลูกแรก

 

“ชิ”  คาเงยามะเผลอสบถออกมาอย่างขัดใจ    จะเอ่ยว่าเป็นความผิดของอีกฝ่ายก็ไม่ได้  เพราะนี่เป็นความผิดพลาดของตัวเอง

 

ฮินาตะวิ่งไปหยิบลูกบอลกลับมาใส่ที่เก็บของมัน    ไม่ทันไรก็มีเสียงเรียกของโค้ชดังไล่หลังมา   “เปลี่ยนคนอื่นมาซ้อมตบ  คาเงยามะ ฮินาตะ พวกนายไปวิ่งในสนาม!”

 

“ครับโค้ช!”    โปรแกรมการฝึกซ้อมมีทั้งการฝึกกำลังกายและเทคนิกการเล่น ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ  ตัวเล่นในชมรมกีฬาแม้มีตำแหน่งที่ชัดเจน  แต่ทักษะในการเล่นจำเป็นต้องทำให้ได้ทุกด้าน  แล้วจึงแยกออกเป็นทักษะที่โดดเด่นเฉพาะคน

 

เด็กหนุ่มผมดำก้าวออกไปจากโรงยิมในทันที  ตามด้วยเพื่อนคู่หูผมสีส้มวิ่งตามหลัง   “คาเงยามะรอด้วย!”   คนที่ถูกเรียกแม้ใบหน้าจะเฉยชา  กระนั้นจังหวะก้าวเดินก็ช้าลง

 

พฤติกรรมของสองคู่หูอยู่ในการสังเกตของโค้ชผมสีอ่อนคาดผมทุกการกระทำ   “ในที่สุดพวกนั้นก็หายบ้ากันแล้วสินะ”  บรรยากาศการซ้อมแบบเดิมกลับมาสงบสุข

 

ครูที่ปรึกษาของชมรมซึ่งคอยจดบันทึกลงในสมุดเหลือบมองชายซึ่งยืนกอดอกเก็บข้อมูลผู้เล่น    “เด็กๆทะเลาะกันเร็วก็คืนดีกันเร็วนะครับ”  ชายซึ่งผ่านวัยเรียนมานานแล้วยิ้มแย้ม   การทะเลาะกันของเพื่อนผู้ชายถือเป็นจังหวะชีวิตที่วัยรุ่นต้องเคยเผชิญ

 

โค้ชอุไคแอบทำปากเบี้ยว    “พวกมันทะเลาะกันรึเปล่าเหอะ”   ในสายตาของผู้มีประสบการณ์สัยเรียนมาก่อน(?)รู้สึกว่ามันเหมือนสิ่งที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า [งอน] มากกว่าเสียอีก….

 

มือคนฟังยกขึ้นมาขยับแว่นตา   “สองคนนั้นไม่ได้ทะเลาะกันเหรอครับ?  ฮินาตะคุงกับคาเงยามะคุง?”   ชายผมสีอ่อนเหลือบสายตาไปทางประตูทางออกโรงยิมซึ่งเด็กเจ้าปัญหาสองคนนั้นเดินออกไป

 

“ความรู้สึกหวั่นไหวกับเพื่อนสนิท  วัยรุ่นมันก็ต้องเคยมีซักครั้งในชีวิตล่ะนะ”  คนที่ใกล้ชิดและรู้ใจกันมากที่สุด เข้าขากันมากที่สุด….

 

“หวั่นไหวกับเพื่อนสนิทผู้ชาย?   อุไคคุงเคยด้วยเหรอครับ?  ทำไมผมไม่เห็นเคยมีประสบการณ์แบบนั้นเลย?”   อาจารย์ทาเคดะทำหน้าตาแปลกใจและใสซื่อ   ชายคนที่เผลอพูดความลับสมัยเรียนมัธยมเป็นอันต้องรีบเดินหนีไปอย่างอับอาย…

 

“เฮ้ย!  พวกเด็กบ้าทั้งหลาย  มารับลูกมา!!”   ผลพวงจากการหนี  เหล่าสมาชิกชมรมวอลเลย์บอลจำต้องรับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อกันไป…..

 

ประสบการณ์ในชมรมกีฬาเป็นเรื่องเฉพาะคน

เรื่องที่เกิดขึ้นในชมรมกีฬาจะสมัยไหนก็คงคล้ายคลึงกัน

 

เด็กหนุ่มเลือดร้อนพลังเหลือล้นผลัดกันวิ่งนำวิ่งตามในสนามวิ่งกรีฑา   ถึงแม้จะเป็นคู่หูกัน เมื่ออยู่นอกสนามก็แข่งกันด้วยเรื่องไร้สาระอีกเช่นเคย    ทั้งที่ไม่มีผลแพ้ชนะ  สองหนุ่มกลับใช้เรี่ยวแรงในการวิ่งแข่งกันไปอย่างเปล่าประโยชน์…..

 

ฮินาตะวิ่งไปแหกปากไป  คนข้างๆแม้จะหงุดหงิดก็ไม่ตะคอกด่าออกมาให้เสียพลังงานไปเปล่าๆ   ดวงตาสีดำเพียงแค่เหลือบมองเป็นพักๆ   และทุกครั้งที่เหลือบมองไป  รู้ตัวอีกทีสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากนั่น…  ความทรงจำในห้องนั้นก็ปรากฏเรียกเลือดลมสูบฉีดขึ้นหน้าอย่างกะทันหัน

 

ขาสองข้างก็เร่งฝีเท้าเพื่อหนีไปจากภาพนั้นในทันที   “เฮ้ย!!  วิ่งเร็วไปไหน!”    ดวงตาสีส้มจ้องแผ่นหลังเพื่อนสนิทวิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ    ถูกทิ้งห่างก็รีบเร่งฝีเท้าของตัวเองบ้าง

 

                เพื่อนสนิทเขาจูบกันไหม?

 

เพื่อนผู้ชายสองคนคงไม่ทำกันแบบนั้นเป็นแน่  ต่อให้มุ่งแต่กีฬาไม่มุ่งเรื่องรัก  เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ต้องคิดได้ว่ามันไม่ปกติอีกต่อไปแล้ว   แม้ฉากหน้าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ข้างในจิตใจลึกๆก็ล่วงรู้ดีว่ามีสิ่งที่เปลี่ยนไปอยู่    เปลี่ยนไปทีละเล็กทีละน้อย….

 

การฝึกฝนทักษะทางร่างกายไม่ใช่แค่วิ่งรอบสนามรอบเดียวจบ   กว่าพลังกายของสองหน่อจะหมดก็ปาเข้าไปรอบที่ 4 และ 5  แล้วสุดท้ายปรอทพลังของทั้งคู่ก็ดิ่งลงต่ำเหลือแค่ 0 ในที่สุด….    เจ้าคู่หูที่ใช้พลังงานไปแบบเปล่าประโยชน์พากันนั่งแหมะบนพื้นหญ้าข้างสนาม…

 

“ม…เมื่อกี้ฉันว่าฉันหมดแรงก่อนนายนะ….”   ฮินาตะมั่นใจในความทรงจำเสี้ยววินาทีก่อนตัวเอง   เขาหยุดวิ่งหลังอีกฝ่ายแน่นอน

 

“เพ้อเจ้ออะไรของแก    ฉันไม่ได้แพ้”  คาเงยามะไม่ยอมรับ  ในความทรงจำเสี้ยววินาทีของเด็กหนุ่ม  เขาเชื่อว่าตัวเองหยุดวิ่งหลังอีกฝ่ายแน่นอน

 

เจ้าตัวล่อตัวจิ๋วแห่งคาราสึโนะกัดฟันมองหน้าคนเถียงที่ไม่มีทางยอมแพ้    ไม่มีพยานเถียงกันต่อไปก็คงไม่มีใครยอมรับว่าตัวเองแพ้   “วิ่งมากไป….ชักคลื่นไส้แฮะ….”   นั่งพักไม่ทันจะถึง 3 นาที  ร่างกายก็เริ่มจะตรงไปตรงมาต่อความเหนื่อยล้า

 

“เฮ้ย! อย่ามาอ้วกแถวนี้  กลืนกลับไป!”  คาเงยามะคว้าปิดปากเพื่อนข้างกายบังคับไม่ให้คายของเก่าออกมา   หมดแรงทีไรก็เป็นต้องอ้วกทุกที!

 

“งือๆ!!”  ฮินาตะดิ้นพล่านแต่ก็ทำตามคำสั่ง  อดกลั้นข้าวเที่ยงไว้ในกระเพาะแบบเดิม   แล้วทั้งคู่ก็นั่งนิ่งๆเพื่อสูดเอาบรรยากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอย่างสงบ…

 

ชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะซ้อมกันทุกวัน  บางครั้งก็ทั้งเช้าทั้งเย็น   ทั้งหมดก็เพื่อคว้าชัยชนะในสนามแข่งตามที่มุ่งหวังเอาไว้    สำหรับนักเรียนปีหนึ่งอย่างพวกเขา โอกาสไม่ได้มีแค่ครั้งนี้   แต่สำหรับพวกรุ่นพี่ปีสาม  การแข่งในปีนี้ถือเป็นครั้งสุดท้ายในช่วงชีวิตมัธยมปลายแล้ว   เพราะฉะนั้นทุกคนจึงทุ่มเทสุดตัวเพื่อความทรงจำและความปรารถนานั้น…

 

ตั้งแต่ยื่นใบสมัครชมรม เวลาก็ผ่านมาพักใหญ่แล้ว…  ความรู้สึกที่ได้สวมใส่เสื้อวอร์มชมรมวอลเลย์บอลครั้งแรก   การลงแข่งเต็มทีมครั้งแรก  ได้ใส่เสื้อฟอร์มแข่งขันครั้งแรก   ความปรารถนาหลายสิ่งของฮินาตะ โชโยก็ถูกเติมเต็มที่ชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะแห่งนี้เช่นกัน

 

ไม่ทันไรปีศาจในท้องของฮินาตะมันก็ร้องโครกคราก   “…. พอเริ่มหายเหนื่อยก็หิวขึ้นมาทันทีเลยแฮะ…”   มือลูบท้องต้องการพลังงานเสริม

 

“แกนี่มัน………..”  ปากอ้าจะต่อว่า  แต่ปีศาจในท้องของคู่หูก็สมเป็นคู่หูกัน  เพราะมันเริ่มเรียกหาพลังงานเสริมแล้วเช่นเดียวกัน….

 

ดวงตาต่างสีต่างเหลือบมองหน้ากันและกัน  ตามมารยาทที่ดีก็ควรรอให้ทุกคนซ้อมเสร็จกันก่อนแล้วจึงไปหาอะไรทาน   สิ่งที่ทั้งคู่ทำได้ก็คงจะเป็นการอดกลั้นเท่านั้น….   “หิวจังน๊า……”

 

ในหัวเริ่มนึกถึงเมนูอาหารหลังเลิกซ้อม  ซาลาเปา..  ร้านซาลาเปาอุ่นๆหน้าโรงเรียน  ซาลาเปาไส้หมูอันแสนอ่อนนุ่ม…   ดวงตาของสองคู่หูเหม่อลอยไปที่ก้อนเมฆสีขาวรูปร่างเหมือนของกินบนท้องฟ้า… จินตนาการบางทีก็ไม่ได้ช่วยให้หายหิว  มันทำให้หิวมากขึ้น…

 

ของนุ่มๆ…ของนุ่มๆ….   พลันสมองก็หลงคิดไปถึงเรื่องที่ทำเป็นลืมไป    “จูบมันก็ไม่ได้นิ่มเหมือนในการ์ตูนสาวน้อยแฮะ”   ฮินาตะหลุดปากออกมา……

 

พูดจบใบหน้าของคนพูดก็กลายเป็นสีแดงสดไปเอง   กวัดแกว่งแขนสองข้างอย่างร้อนรน   “… ฉันไม่ได้พูดอะไร ฉันไม่ได้พูดอะไรน๊า!!”   ภาพความทรงจำในวันนั้นมันยังติดอยู่แม้สมองปกติจะกลวงก็ตาม…..

 

คาเงยามะมองคนข้างๆแบบอึ้งทึ่ง…   ใบหน้าของฮินาตะเป็นแดงก่ำ  ทั้งท่าทางดิ้นเหมือนปลาโดนลวกน้ำร้อนแบบนั้นอีก…  ไม่ใช่ตัวเองเพียงเดียวที่ยังลบเลือนเรื่องในวันนั้นไปไม่ได้  คู่หูก็เป็นแบบเดียวกันไม่มีผิด…  ต่างคนต่างลืมไม่ได้ และคงลืมไม่ได้….

 

จูบครั้งแรกของพวกบ้าวอลเลย์บอลขึ้นสมอง…

 

“เจ้างั่ง!  แกจะพูดขึ้นมาทำไมเล่า!”   มือใหญ่ฟาดโบกเข้าหลังศีรษะคนเริ่ม   จะวันนั้นหรือวันนี้  คนเริ่มก็คือฮินาตะ โชโยทั้งนั้นล่ะ!

 

“อย่าตบหัวสิเฟ้ย!   ทำไงได้ นายบอกจะทำทำไมเล่า!”    ถ้าไม่มีคนตอบรับ เหตุการณ์นั้นก็คงไม่เกิดขึ้น  ตบมือข้างเดียวมันทำได้ที่ไหน!

 

คาเงยามะยื่นมือออกไปบีบแก้มเพื่อนคู่หูจนปากจู๋เป็นปลาหมึก   ใบหน้าราชาเจ้าแห่งคอร์ทเป็นสีแดงก่ำ   “ก็แค่ลองจูบว่ามันจะเป็นยังไงเว้ย!  ปากแกอย่างกับปลาหมึก  แถมยังแข็งเหมือนเซมเบ้อีก   หยุดพูดเรื่องนี้ไปเลย!!”   จำรายละเอียดแม่นได้อีก….

 

“หา!!   จูบแล้วพูดงี้เหรอ!??”   ฮินาตะเริ่มก่อกบฏใส่ราชาด้วยการตอบโต้ความรุนแรง   มือคว้าหมับดึงหูอีกฝ่ายกลับบ้าง…. ทว่าทันใดนั้นเอง….

 

…..ด้านหลังของทั้งคู่ปรากฏเสียงของตก….

 

เสียงของหล่นตุบตรงด้านหลังหยุดการต่อสู้ระหว่างราชากับสามัญชนลง    สองสายตาพากันหันไปมองตามที่มาของเสียง   ระดับสายตามองที่ต่ำสุดก่อน..   นั่นคือถุงใส่เครื่องดื่มเกลือแร่   เพิ่มระดับขึ้นไปอีกหน่อยเห็นหน้าแข็ง  เพิ่มขึ้นไปอีกนิดเห็นเสื้อวอร์ม  มองขึ้นไปอีกก็แลเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของรุ่นพี่หัวโล้น….

 

“ทานากะซัง”   รุ่นน้องปีหน้าผสานเสียงเป็นเสียงเดียวกัน    คนถูกเรียกค่อยๆยกมือที่สั่นเป็นเจ้าเข้าชี้หน้าเด็กหนุ่มทั้งสองคน

 

“พวกเอ็งจูบกันเหรอ!!!!”   ทานากะส่งเสียงแผดลั่นหลายเดซิเบล   ประโยคที่ได้ยินโดยบังเอิญเมื่อกี้คือความจริงหรือแค่หูฝาดไป

 

คล้ายกับสายฟ้าฟาดใส่สองคนที่ก้าวผ่านเส้นเขตแดนของเพื่อนสนิท   สองหน่อลุกขึ้นยืนร้อนรนอธิบายเรื่องที่รุ่นพี่ได้ยินในทันที    “ทานากะซังฟังอะไรผิดไปแล้วครับ!”    คาเงยามะหน้าซีดเป็นไก่ต้ม…

 

ทานากะพยายามทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้ยินเมื่อครู่  พูดถึงจูบ (キス)  หรือว่าจริงๆพูดถึง ชอบ (すき)  หรือว่าไม่ใช่อีก?  สุกี้ยากี้???   “……….งั้นพวกนายก็ชอบกัน………”  ยิ่งเปลี่ยนคำก็ยิ่งทำให้รุ่นพี่เข้าใจตรงข้ามไปมากขึ้น  จะความหมายแบบไหนก็สวนทางกับการเป็นเพื่อนกันทั้งสิ้น

 

“ไม่ได้พูดถึงคาเงยามะชอบผมครับ แต่พูดถึงคาเงยามะจูบผมตะหาก!”  ฮินาตะรีบแก้ความเข้าใจผิด   แต่มันยิ่งเหมือนราดนมข้นลงในน้ำแข็งไส… ยิ่งอร่อยเลย….(?)

 

“เจ้ามหาโง่เซ่อเอ๊ย!!  พูดบ้าอะไรของแก!”   คาเงยามะที่พยายามรักษาสถานการณ์ตบกระโหลกเพื่อนสนิท   ใบหน้าทานากะ ริวโนะสุเกะ ตอนนี้เหมือนเห็นผีก็มิปาน….

 

“นี่พวกนายสนิทกันถึงขั้นนั้นแล้วเหรอ!  ….ฉะ…ฉันยังไม่เคยมีจูบแรกเลย….”   ประเด็นที่ตกใจมันอยู่ที่ประโยคแรกหรือว่าประโยคหลังกันแน่…..

 

ราชารีบจับต้นแขนของรุ่นพี่คลาสสามัญชน(?)   “อย่าบอกคนในทีมนะครับ!”    ความลับอันนี้ควรจะฝังเอาไว้ที่นี่จบที่นี่….

 

ทานากะยังอยู่ในสภาวะจับต้นชนปลายไม่ถูก   รุ่นน้องชมรมวอลเลย์บอลที่ครั้งหนึ่งมองแล้วเป็นตัวปัญหา  เป็นเพื่อนสนิทตามกันต้อยๆ   อยู่ดีๆเด็กสองคนนั้นก็ก้าวหน้าไปถึงขั้นจูบกันเองแล้ว…  คู่หูทางการกีฬามันมีความสัมพันธ์กันถึงขั้นนั้นเลยเหรอ!!

 

สมองของรุ่นพี่ปีสองเกิดภาพจินตนาการฉากโรแมนติกของเพื่อนสนิทไกลเกินความเป็นจริงไปเรื่อยๆ   ฮินาตะเหลือบมองไปทางเพื่อนข้างกาย   “มันก็ไม่ใช่เรื่องลับขนาดนั้นนา   ทานากะซังก็ไม่ได้ปากเปราะขนาดนั้นหรอกน่า”   พูดอย่างใสซื่อ  แต่เหมือนด่าไม่รู้ตัว…

 

ดวงตาประดุจเหยี่ยวกินแฮมสเตอร์ของคาเงยามะเหล่มาทางคนไม่รู้ร้อนรู้หนาว   “เรื่องลับเว้ย  เพื่อนสนิทเขาไม่จูบกัน!”   เด็กหนุ่มหลุดประโยคที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมฉุกคิดโดยไม่รู้ตัว…

 

“….เพื่อนสนิทไม่ทำ…..”  ฮินาตะทบทวนข้อความนั้น  สิ่งที่พวกเขาได้ก้าวข้ามเส้นนั้น  ความรู้สึกในตอนนั้น…  เด็กหนุ่มนิ่งไปและอยู่ในห้วงความคิดทบทวนของตัวเอง…  เพิ่งจะรู้สึกตัว….

 

…..สิ่งที่เขากับคู่หูอย่างคาเงยามะ โทบิโอะเป็นอยู่….

 

ฝั่งเซตเตอร์ที่ยังร้อนรนอยู่กับเรื่องที่หลุดออกไปยังคงว้าวุ่นกับการกล่อมรุ่นพี่    ทางสุดท้ายที่เด็กหนุ่มนึกออกก็คือสิ่งที่เคยทำสมัยเข้าชมรมใหม่ๆ…..   “ถ้าเป็นรุ่นพี่ทานากะที่น่านับถือ  คงไม่บอกใครสินะครับ”  อาวุธสุดท้ายคือเธอ… คำว่า [รุ่นพี่] 

 

คำเพียงคำเดียวนั้นเหมือนแสงแห่งความหวัง   คำว่ารุ่นพี่ราวกับประกายแสงเจิดจ้าฉาบมาที่หัวใจของเด็กหนุ่มปีสองจนพองโต…     มือของทานากะกำแน่นแล้วชี้มาที่อกข้างซ้ายของตัวเองอย่างมาดแมน   “ไว้ใจพี่ได้แน่นอนน้องเอ๋ย!   ฉันเป็นคนปากพล่อยซะที่ไหนเล่า!”   ถ้าจมูกยืดยาวออกมาได้มันคงยืดออกมาด้วย

 

ทานากะดี๊ด๊าตัวลอยจากการยกยอของรุ่นน้อง   เด็กหนุ่มผมสีดำรู้สึกโล่งอกที่อาวุธสุดท้ายมันใช้ได้ผล   ดวงตาสีดำหันไปทางเจ้าคนเตี้ยที่เงียบไป   “ฮินาตะ  เป็นอะไร?”

 

ฮินาตะหลุดออกจากภวังค์ก็ก้มลงไปหยิบถุงใส่น้ำเกลือแร่ที่รุ่นพี่ทำหลุดมือขึ้นมา   “เปล่าๆ! “   หยิบเอาส่วนของเพื่อนส่งให้  แล้วเปิดขวดของตัวเองมาดื่มให้หายกระหาย

 

ไม่นานรุ่นพี่ในชมรมก็เริ่มกลับสู่สภาพเดิม   “เออใช่   ฉันตกใจจนเกือบลืม  ทาเคจังจะเลี้ยงเนื้อย่างหลังซ้อมเสร็จ  ไปฟาดกันให้เต็มที่เลยนะเฟ้ย!”  ทานากะนึกธุระที่หล่นไปพร้อมของออก   วันที่ผู้ใหญ่เป็นเจ้ามือ  วันนั้นคือวันเฉลิมฉลอง!

 

เนื้อย่างทำให้เด็กหนุ่มวัยกำลังโตตาเป็นประกายซ้ำยังน้ำลายสอ   เนื้อ… เนื้อไม่อั้นเพราะมีคนเลี้ยง…  ฝันหวานถึงเนื้อได้ไม่ทันไรก็โดนรุ่นพี่ลากกลับมาที่ความเป็นจริง    “แล้วพวกนายไปทำกันอีท่าไหนถึงจูบกัน….”   แม้จะรับปากว่าจะไม่บอกใคร  แต่ความอยากรู้มันห้ามไม่ได้…

 

เพื่อนสนิทที่ล้ำเส้นเขตแดนออกไปพากันสะอึก   ใบหน้าต่างมีสีชมพูระเรื่อประดับอยู่   “…..อยากลองดูว่ามันจะเป็นยังไงน่ะครับ…..”  คำตอบสุดแสนใสซื่อ…

 

ทานากะถอนหายใจออกมา  ความคิดแสนตื้นเขินอย่างอยากรู้ว่าจูบเป็นยังไงก็เลยลองกับเพื่อน   ความคิดแบบนี้ไม่เคยปรากฏในหัวของเด็กหนุ่มเลยสักครั้ง  แค่คิดว่าจะไปจูบกับเพื่อนร่วมทีมวอลเลย์บอล  ขนแขนก็พาลจะลุกชันโดยพร้อมเพรียง… ภาพก็นึกไม่ออกแล้ว…   แต่ถ้าเป็นผู้จัดการสาวสวยล่ะก็…..  จินตนาการดั่งฝันที่เป็นไปไม่ได้ก็เขินอายอย่างเป็นสุข

 

“เอาเหอะ… พวกนายนี่มันสนิทกันซะจริ๊ง….”    ลากเสียงสูงเน้นย้ำในความสนิทสนมเกินเหตุ   ทั้งเชื่อใจกัน  รักกัน(?)  แน่นแฟ้นกันเหลือหลาย….

 

รุ่นพี่ปีสองเดินจากไป  ความสงบเงียบระหว่างคนที่เหลือก็บังเกิดขึ้น…  มาเร็วไปเร็ว  ทิ้งระเบิดเอาไว้แล้วก็จากไปเฉยๆ    แล้วคาเงยามะก็นึกถึงสิ่งที่ต้องทำต่อไปขึ้นมาได้   “กลับเข้าโรงยิมเหอะ   เผื่อทานากะซังจะหลุดปากขึ้นมา”   ความลับที่มีแค่ 1 คนรู้ มันอาจจะแพร่ออกไปเหมือนแตกหน่อก็ได้…

 

“อะ…โอ้…กลับกัน”   ฮินาตะเดินตามหลังไปเมื่ออีกฝ่ายเดินไปก่อน…  หากแต่ยามมองแผ่นหลังของคาเงยามะผสานไปกับสิ่งที่สนทนากันก่อนหน้านี้   เด็กหนุ่มก็เริ่มตระหนักถึงเรื่องที่ไม่เคยคิดให้ดีๆมาก่อน….

 

ต่างคนต่างรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมทีมคนสำคัญ…

แต่ยามนี้ตระหนักได้ถึงสิ่งที่เริ่มจะเติบโตมากกว่านั้น….

 

เมล็ดพันธุ์ซึ่งเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆในช่วงหลายวันที่ผ่านมา    หากการจูบไม่ใช่สิ่งที่เพื่อนสนิทจะทดลองทำกันได้ง่ายๆ    ตัวเขาที่เอ่ยปากชวนออกไปง่ายๆ และคาเยามะที่ตอบรับง่ายๆ…  ลึกๆแล้วพวกเรามีความรู้สึก…..    คิดแบบนั้นแล้วปากที่ปิดสนิทก็เริ่มอ้าขยับ

 

“คาเงยามะ   เมื่อวันก่อน  นายคิดเหมือนกับฉันไหม…”   เสียงที่เปล่งถามออกไปเริ่มแผ่วลงเมื่อใบหน้าแปรเปลี่ยนสี….

 

“หา?”   เสียงนั้นถามกลับมาแม้ไม่ได้หันมามอง…  แต่อย่างน้อยก็หยุดเดินเพราะได้ยินคำถามแว่วๆแม้ไม่ชัดเจนนัก

 

นายคิดเหมือนกันไหมว่า…..    “นายคิดเปล่าว่าอยากจะลองจูบอีกรอบ……”   เสียงเบาแทบจะเรียกว่าพรายกระซิบ… มีอะไรพัดมาก็คงปลิวหายไป…

 

สำหรับนายแล้ว ฉันคือใคร..?

 

คาเงยามะที่ได้ยินคำถามนั้นหยุดก้าวเดิน  ขาทั้งสองหยุดนิ่งเหมือนโดนตรึงเอาไว้ตรงนั้น  เสียงที่แผ่วเบานั้นราวกับลูกวอลเลย์บอลที่รุนแรงสวนทางกัน…..  คล้ายกับมันขว้างมาโดนหลังเข้าอย่างจัง   ฮินาตะนั่นถามตรงไปตรงมา  ให้มองลึกเข้าไปในความรู้สึกของตัวเอง….

 

…ยามริมฝีปากสัมผัสกับเพื่อนสนิท…

…..มิได้มีความรู้สึกรังเกียจหรืออะไรสักนิด….

 

“ถามอะไรของแกวะ….”   เสียงทุ้มสบถในลำคอ   พลางหันกลับมามองหน้าเจ้าคนที่รอคำตอบอยู่  ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมสีส้มจ้องมาที่ใบหน้าคาเงยามะนิ่ง

 

แต่ไหนแต่ไรมาก็ทะเลาะกันจนเป็นเรื่องปกติ   เล่นวอลเลย์บอลด้วยกัน  ทานข้าวด้วยกัน  เป็นคู่หูที่อยู่ด้วยกัน  จนกระทั่งวันหนึ่งบังเอิญได้ยินรุ่นพี่บอกว่าความรู้สึกที่หมอนั่นมีให้มันมากกว่าเพื่อน   ในใจของเขาก็เริ่มเขวและหลงทาง  กลัวนั่นกลัวนี่…

 

สำหรับนายแล้ว  ฉันคือใคร…?  

 

ความรู้สึกสับสนเหล่านั้นสูญสลายไปเพราะไม่อยากสูญเสีย   เจ้าเซ่อที่คอยรับลูกของเขา  ไม่อยากกลับไปเป็นราชาผู้โดดเดี่ยว   อยู่กลางสนามเพียงลำพังไม่เหลือกระทั่งเพื่อนร่วมทีม  หรือกระทั่ง…..   สำหรับเขาแล้ว หมอนี่คือ…..  นับตั้งแต่ผ่านหลายเรื่องมา  นายคือ…..

 

“บางทีฉันคงชอบนายขึ้นมานิดๆ  ชอบแบบที่ไม่ใช่เพื่อน”     สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ความคิดของตัวเองที่มันอยู่เหนือทิฐิ….

 

ราชาได้ทิ้งมงกุฏและผ้าคลุมไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว

 

ดวงตาสีส้มสดใสของฮินาตะ โชโยเบิกโตขึ้น    คำพูดและสายตาของคาเงยามะ โทบิโอะบ่งบอกว่าเป็นความรู้สึกที่เผยออกมาอย่างตรงไปตรงมา  ไม่มีทิฐิ  ไม่มีการปิดบัง  เหมือนอย่างที่เคยพูดความรู้สึกออกมาทุกๆครั้ง   ความรู้สึกของคู่หูของเขา…. เซตเตอร์ของเขา…..

 

“เฮ้ย ฮินาตะ เงียบเพื่อ?”  คาเงยามะขยับก้าวกลับมาหนึ่งก้าว   เพียงแค่นั้นก็……

 

เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายก็สูบฉีดขึ้นมาบนหน้าทันที   “อ๊า!!!!!”    สมองกลับสั่งการให้สองขามันพาตัวเองวิ่งหนีไปเสียอย่างนั้น

 

“เฮ้ย!!!”     ได้ยินเสียงตวาดไล่หลังมาแต่สองขามันก็ไม่หยุดวิ่ง  วิ่งหนีออกไปจากตรงนั้น….  กะทันหันเกินไปจนตั้งตัวไม่ติด!

 

[ฉันชอบนาย]

 

ผลตอบรับที่ได้รับมาทำให้อดีตราชายืนอึ้งอ้าปากค้าง   ได้แต่มองแผ่นหลังของเพื่อนสนิทวิ่งหนีไปทางโรงยิมไม่พูดไม่จา  ไม่มีคำตอบอะไรเลยจากปากคนที่เป็นคนเริ่มถาม    สมแล้วที่เป็นฮินาตะ โชโย  วิ่งหนีเร็วปานสายลม  พลังกายเหลือล้นระดับสุดยอด….

 

แต่เวลานี้อยากด่ามากกว่าอยากชม!!     “ไอ้เจ้าบ้านี่!!!   แกชอบฉันไม่ใช่รึไง   แล้วทำไมวิ่งหนีวะฮ่ะ!!!!”  คาเงยามะแผดเสียงลั่นด้วยความไม่เข้าใจ    ที่เด็กหนุ่มใจกล้าทลายกำแพงทิฐิของตัวเองพูดออกมาเพื่อ!??    คำพูดนี้คงไปไม่ถึงคนที่วิ่งหนีไปไกลแล้ว

 

[ฉันชอบนาย]

 

พวกเรานั้นคือเพื่อนสนิทที่เริ่มต้นจากการเป็นศัตรู   เป็นคนที่ไม่คิดว่าจะเชื่อใจกันได้ตลอดชีวิต…  แต่พวกเราก็ก้าวผ่านจุดนั้นมาแล้วและได้กลายเป็นพวกพ้องที่แข็งแกร่งที่สุดของกันและกัน   รู้ตัวอีกทีก็เริ่มจะเป็นมากกว่านั้น…  ความชอบอย่างที่สองนอกจากวอลเลย์บอล

 

ความชอบอย่างที่สองนั้นคือ….?

 

สิ่งที่เติบโตอยู่ภายในเมล็ดพันธุ์คือดอกไม้    โซ่เล็กๆที่คล้องขาของนกเอาไว้ค่อยๆแตกสลายเพื่อให้พวกมันได้ออกบินบนท้องฟ้ากว้างอีกครั้ง…    ความสับสนที่พันธนาการความสัมพันธ์นี้เอาไว้กำลังจะคลี่คลาย  อีกไม่นานพวกเราคงได้ออกบินอีกครั้ง….

 

เด็กหนุ่มที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับชมรมกีฬานั้นอ่อนด้อยประสบการณ์

กระนั้นแล้วเด็กหนุ่มก็อายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น

 

นกน้อยยังสามารถบินไปได้ไกลมากกว่านี้

 

 

 

————————————————

Free Talk : นับถอยหลังสู่ตอนจบค่ะ ฮา ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะจบที่ตอนที่ 12 เลขจะสวยพอดี เพราะถ้า 13 มันก็เลขไม่ดีนะ =3=” แต่เผลอๆไปตามพล็อตมันอาจจะหดลงมั้ยนะ….

ในที่สุดคาเงยามะก็เป็นฝ่ายพูดออกไปก่อน ถึงจะใช้คำว่า [บางที] ที่เหมือนอาจจะก็เหอะ 5555 แต่ก็เป็นการยอมรับในแบบคนที่ไม่อยากยอมรับแล้วเหมือนกัน ฝ่ายฮินาตะตะหากที่ตื่นเต้นจนหนี กลายเป็นว่าลงเอยกันไม่ลงตัวเสียที แฮ่ (ขอแกล้งราชาอีกนิด)

ส่วนเรื่องคำพ้องเสียง อ้างอิงจากเสียงญี่ปุ่นค่ะ Kisu キス Suki すき ออกเสียงคล้ายกัน สลับตำแหน่งกัน ความหมายเปลี่ยน เคยใช้มุขนี้กับเรื่อง Love like Noodle มาแล้ว ได้เอามาใช้อีกจนได้ในคนละสถานการณ์ ฮา

 

 
1 ความเห็น

Posted by บน 08/17/2014 in Uncategorized

 

One response to “[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 9

  1. wboo

    08/20/2014 at 1:06 PM

    ว๊ายยย ราชายอมรับแล้ววววววว ฮิฮิ

    ป.ล. ฮาทานะกะมากอ่ะ 555

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: