RSS

[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 10

18 ส.ค.

Title : Could you tell me, Who am I?
Fandom : Haikyuu!!
Genre : BL , Comedy
Rating : PG
Pairing : Kageyama x Hinata

——————————————

ก่อนจะแข่งกีฬาทุกครั้งต้องมีการวอร์มอัพร่างกาย

ก่อนจะเริ่มทำอะไรสักอย่างต้องมีการเตรียมพร้อม

 

หากแต่เหตุการณ์บางอย่างก็สามารถเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

จะเตรียมตัวเตรียมใจตั้งรับมันก็ทำไม่ทัน

 

ความรู้สึกพิเศษที่เกิดขึ้นข้างในหัวใจ

เป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดและที่ไหน

 

อาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งที่อยู่ไกลตัวเรามากที่สุด

ไม่ก็เกิดขึ้นกับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดก็ได้

 

Chapter 10 :  สิ่งที่ชอบรองจากวอลเลย์บอล

 

Q : ความทรงจำที่ดีที่สุดในช่วงชีวิตการเล่นวอลเลย์บอล?

 

หน้าจอโทรทัศน์เผยภาพสองนักข่าวกีฬาคุยวิเคราะห์เรื่องความก้าวหน้าของทีมวอลเลย์บอลญี่ปุ่น   นับตั้งแต่ปี 2013 สถิติการเติบโตของวงการวอลเลย์บอลก็เพิ่มขึ้น   มีผู้เล่นที่โดดเด่นในสนามทั้งในประเทศและนอกประเทศกำเนิดขึ้นมามากมาย  จนเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของวงการวอลเลย์บอล

 

ณ ห้องพักนักกีฬาของสโมสรวอลเลย์บอล  ด้านหน้าของประตูมีกระดาษติดเอาไว้ว่า [กำลังให้สัมภาษณ์]  ภายในเผยภาพกลุ่มนักข่าวพร้อมอุปกรณ์อัดเสียงและสมุดบันทึกนั่งร่วมโต๊ะกับชายหนุ่มในเครื่องแบบนักกีฬาสีดำขลับ      บรรยากาศการให้สัมภาษณ์แลดูดำเนินไปอย่างราบรื่น

 

เขาคนนั้นฟังคำถามพลางครุ่นคิดเรียบเรียงคำพูดของตัวเอง   “ความทรงจำที่ดีที่สุดของผม… อืม….”  มือใหญ่นั้นเขี่ยโต๊ะ  จากนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏ

 

“ชมรมวอลเลย์บอลตอนม.ปลายของผมครับ   ชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะ  เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของผมเลย!”   พูดพลางหยิบเอารูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสตางค์   กระดาษรูปถ่ายซึ่งเก่าไปตามกาลเวลา…

 

บนภาพบันทึกเก่าๆเป็นรูปของสมาชิกชมรมวอลเลย์บอลในชุดแข่งสีดำส้มโดดเด่น   ใบหน้าของคนพูดแสดงออกถึงความคิดถึง   “ผมมีพี่ๆที่เก่งกาจ   เพื่อนๆที่ยอดเยี่ยม  แล้วก็คู่หูที่สุดยอดมาก”    สายตากวาดมองใบหน้าของทุกคน  กระทั่งโค้ช อาจารย์ที่ปรึกษา และผู้จัดการทีม

 

ความทรงจำในวัยเยาว์บางครั้งก็มิได้จบลงเพียงแค่โตขึ้น

 

แล้วสายตาก็หยุดลงที่คนหนึ่ง    “ตั้งแต่ม.ต้น ผมมุ่งมั่นว่าจะโค่นหมอนั่นลงให้ได้   เป้าหมายของผมจะเป็นจริงแล้วล่ะครับ”   ชายหนุ่มยิ้มละไมแสดงออกถึงความปลื้มปิติเมื่อหนึ่งถึงใครคนหนึ่ง  นัยน์ตามีประกายระยิบระยับภายในนั้น  ราวกับมันเป็นความฝันของชายหนุ่มมานานแสนนานแล้ว

 

มันจะคงอยู่กับเราจนกระทั่งเป็นผู้ใหญ่

 

“พี่ชาย ได้เวลาแล้ว!”  หญิงสาวตากลมโตนัยน์ตาและเส้นผมยาวยวงสีส้มเปิดกระตูเข้ามาตาม   ชายหนุ่มหันไปมองแล้วหันกลับมาโค้งคำนับให้กับเหล่านักข่าวอย่างมีมารยาท  รอยยิ้มของเขายังคงสดใสเหมือนเด็กหนุ่ม  สดใสและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

 

“หมอนั่นเป็นใคร  เดี๋ยวได้รู้ในสนามนะครับ”   บนสนามแข่งแห่งศักดิ์ศรีและความฝัน   สถานที่ซึ่งต้องอยู่รอดให้นานที่สุด ตราบจนเสียงนกหวีดสัญญาณแห่งชัยชนะจะดังขึ้น

 

ลูกวอลเลย์บอลกลมๆคือวัตถุบรรจุความทรงจำ

ความทรงจำในสิ่งที่สำคัญมากที่สุด

 

*********************************************************

 

การพบกันของปีกนั้นคือโชคชะตาที่สวรรค์กำหนดเอาไว้

 

            โดนฆ่าแน่…  นี่คือความคิดที่อยู่ในสมองฮินาตะ โชโยซ้ำไปซ้ำมาในเวลานี้     ภาพเหตุการณ์อันแสนสยองขวัญที่เคยพบเจอกรอกลับรวดเร็ว ซ้ำยังแจ่มชัดราวกับเล่นเครื่องเล่น Bluray อยู่ในหัว   สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่เขาเคยพบตั้งแต่แรกเจอจนปัจจุบันนอกจากเรื่องแข่งแพ้ ก็มีเรื่องของคาเงยามะ โทบิโอะนี่ล่ะ

 

เด็กหนุ่มซึ่งวิ่งหนีออกมาจากสถานการณ์อันมิควรหนีใช้สองมือเกาะเสาตรึงตาข่ายในสนามวอลเลย์บอลไว้แน่น  เหงื่อที่ซึมออกมาตามร่างมันช่างเย็นวาบ   เขาพลาดแล้วที่วิ่งมา  ไอ้ขาบ้ามันพาวิ่งมา  เขาวิ่งแบบไม่รู้ตัว แถมดันวิ่งแบบไม่คิดถึงผลลัพธ์ต่อจากนั้นเลย

 

โคอาล่าโชโยกำลังหน้าซีดตัวแข็ง…   แต่การกระทำของเด็กหนุ่มมันเป็นภาระให้พวกเพื่อนร่วมทีมที่เหลือ   “ทำอะไรของแกห๊า ฮินาตะ!!”   เสียงตะโกนโวยวายกู่ก้องใส่

 

“ทำอะไรโง่ๆอีกแล้ว”  สึกิชิมะมองดูอย่างเย็นชา   การซ้อมถูกขัดจึงเดินออกไปทางข้างสนามเพื่อพักดื่มน้ำแทน .. ไม่คิดจะใส่ใจปัญหาของเพื่อนร่วมทีมเลยสักนิด

 

นิชิโนะยะเป็นรุ่นพี่คนแรกที่เดินเข้ามาแตะไหล่ของรูปปั้นโคอาล่าเกาะเสา  “เป็นไรโชโย  ทำหน้าเหมือนเห็นผีมางั้นล่ะ”

 

เด็กหนุ่มผมสีส้มที่กำลังเสียขวัญหันมาหาลิเบอโร่ตัวเล็กด้วยสีหน้าบรรลุธรรม   “…ผมตายแน่ๆครับ โนะยะซัง…”   ใจของคนพูดลอยไปไกลถึงสวรรค์ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นสถานที่แบบไหนไปแล้ว

 

“หา?????”  คนฟังไม่เข้าใจและได้แต่ทำหน้างุนงง    รุ่นน้องที่รักก็ไม่ยอมพูดอะไรนอกจากหัวเราะแบบไร้ชีวิตออกมา….

 

“ฮินาตะ เกิดอะไรขึ้น?”  สึกาวาระเข้ามาสมทบในการสืบหาต้นตอการกลายร่างของรุ่นน้อง   ทว่าสิ่งที่ฮินาตะทำก็มีแต่เกาะอยู่นิ่งๆอย่างนั้น…

 

ออร่าว่างเปล่าของเด็กหนุ่มผมสีส้มทำเอารุ่นพี่ปีสามเหงื่อตก    “ทำแบบนี้เดี๋ยวไดจิจะโกรธเอานา ไม่ดีๆ”  รองกัปตันรีบเตือน

 

ระหว่างโดนกัปตันโกรธกับไปทำเรื่องชวนตายมา สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ….   “แฮ่…..”   ฮินาตะคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างคนบรรลุแล้ว…

 

ไม่นานทานากะก็เดินมาสมทบอีกคน  “เฮ้ย ฮินาตะ  เมื่อกี้ยังดีๆอยู่   เป็นไร????”   ชายหัวโล้นที่มีบทบาทในตอนที่แล้วต่อเรื่องไม่ติด

 

ฮินาตะกลับไม่ยอมพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น  วิญญาณของเด็กหนุ่มคงไม่ได้อยู่ในร่างอีกแล้ว    รองกัปตันทีมผมสีเทาอ่อนจึงหันไปถามคนที่น่าจะรู้เรื่อง  “ทานากะเกิดอะไรขึ้นน่ะ?  ฮินาตะเป็นอะไร?”  ให้ออกไปวิ่งกับคู่หูแต่กลับมากลายเป็นโคอาล่า  นี่มันอะไร?

 

หนุ่มวอลเลย์ที่กุมความลับของรุ่นน้องเอาไว้อ้าปากทำท่าจะบอก  หากแต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่รับปากคนที่เคารพและนับถือตนเองเป็นรุ่นพี่เอาไว้  ทานากะก็เลือกที่จะเบนสายตาไปทางอื่นอย่างเชื่องช้า   “ผมปวดฉี่กะทันหัน!  ไปห้องน้ำก่อนนะสึกะซัง!”

 

            เกียรติแห่งความเป็นรุ่นพี่ผลักดันให้ทานากะ ริวโนะสุเกะหนีไป….        

 

คนที่เหลือไม่เข้าใจอะไร ซ้ำยังซ้อมกันไม่ได้  สถานการณ์ภายในสนามวอลเลย์บอลเข้าขั้นสับสน   มนุษย์เกาะเสาโลหะก็ทำตัวเกะกะการซ้อมอยู่อย่างนั้น   พร้อมกับอีกมุมหนึ่งปรอทความอดทนของกัปตันซาวามุระที่ค่อยๆพุ่งดิ่งต่ำลงเรื่อยๆ   บอสลับอภิมหาจอมมารแห่งชมรมวอลเลย์บอลใกล้ลงมาสถิต ณ พื้นดินแห่งนี้ แต่ทว่าก่อนที่ความเลวร้ายจะบังเกิด…..

 

….ราชาจอมมารปรากฏตัว….

 

คาเงยามะ โทบิโอะเดินเข้ามาในโรงยิมด้วยรังสีสังหารที่แสนดำมืดและเย็นเยียบ  บรรยากาศรอบกายของเด็กหนุ่มผมสีดำคล้ายกับผ่านสมรภูมิรบที่แม่ทัพฝ่ายตรงข้ามหนีไปได้   เหล่าอีกาในสนามพากันเงียบอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ต้องมีคนส่งสัญญาณบอกกันก่อน

 

“ตัวหลักมาแล้วแฮะ   ต้นเหตุคงไม่ใกล้ไม่ไกลจากแถวนี้”  บล็อกเกอร์ตัวสูงสวมแว่นเหยียดยิ้มที่มุมปาก  ถ้าทุกคนฉลาดพอก็ต้องเดาได้ว่าราชาต้องเป็นต้นเหตุ

 

เงาสีดำทอดเข้ามาใกล้ร่างของโคอาล่าสีส้ม  ใกล้มากขึ้น..มากขึ้น…   ฮินาตะเงยสายตาขึ้นมาสบมองหน้าของเด็กหนุ่มเพื่อนสนิทถึงกับสะดุ้งหน้าซีด    นิชิโนะยะและสึกาวาระซึ่งอยู่ใกล้เริ่มจะหวาดเสียวแทน   ดวงตาสีดำทะมึนนั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน….

 

“แก…..”  แค่ขึ้นต้นก็ทำให้หลังของเด็กหนุ่มผมสีส้มเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นๆ    ตอนนั้นวิ่งหนีมาง่ายๆ  ตอนนี้แข้งขาดันกลายเป็นหินเหมือนเมดูซ่าจ้องตา….

 

“แกวิ่งหนีทำซากอะไร!!”  ประโยคแรกก็เริ่มด่าแบบจัดเต็ม   ไม่ด่าอย่างเดียว มือก็คว้าจับศีรษะที่มีเส้นผมสีส้มนั่น   ออกแรงบีบกระโหลกด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างโหดร้าย

 

ฮินาตะส่งเสียงร้องโวยวายอันเป็นภาพคุ้นชินของสมาชิกชมรม  “ก็มันตกใจอ่า!!    เจ็บๆๆๆๆ!!”  เกิดมา 16 ปีนั่นเป็นครั้งแรกที่มีเพื่อนสนิทผู้ชายสารภาพรัก….

 

คำตอบที่ได้รับมันชวนให้ของขึ้น   คาเงยามะยิ่งแผ่รังสีทะมึนออกจากร่างกายพร้อมกับออกแรงบีบเจ้าคนน่าเตะตรงหน้า    เด็กหนุ่มตรงเผชิญหน้ากับความสับสนและกังวลมาเกือบครึ่งเดือนเพราะใคร  ที่เกิดความรู้สึกแบบนั้นก็เพราะใคร  ทั้งหมดเพราะใคร!?   การตอบรับดันเป็นการวิ่งหนีเสียอย่างนั้น….

 

“คาเงยามะใจเย็นๆๆๆ”  รองกัปตันสึกาวาระซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดพยายามห้ามทัพ  คู่หูต่างส่วนสูงมีปากเสียงกันเป็นประจำก็จริง แต่จะปล่อยไว้ก็กระไรอยู่….

 

คาเงยามะกัดฟันก่อนจะตวาดเสียงดังออกมา    “ฉันนอนไม่หลับเพราะได้ยินโนะยะซังบอกว่าแกชอบฉัน!!”  วรรคแรกออกจากปาก  ลิเบอโร่หนุ่มที่โดนพาดพิงถึงก็ชี้หน้าตัวเองพร้อมกับมองไปหาคนข้างกายเพื่อหาความมั่นใจว่านั่นคือชื่อเขาใช่หรือไม่….?

 

“ตั้งแต่ตอนนั้นฉันก็สับสน กังวลเหมือนคนงี่เง่าแบบแก  เพราะการกระทำกับคำพูดเซ่อๆโง่ๆของแก!!”   คำพูดทั้งหลายที่ออกจากปากอย่างเป็นธรรมชาติทำให้หัวใจสับสน   เพื่อนสนิทที่ตัวเองคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง   ความสับสน กังวลมาพร้อมกับความกลัว…  กลัวความเปลี่ยนแปลง….

 

รู้ตัวอีกทีความรู้สึกไม่อยากสูญเสียก็สร้างบางอย่างในใจมากขึ้นเรื่อยๆ

 

จู่ๆก็บอกว่าชอบ  จู่ๆก็พูดจาทำซึ้ง   จู่ๆก็บอกว่าต้องการ  จู่ๆก็นึกอยากจูบ  ถ้าไม่โง่ดักดานเป็นก้อนหิน  ก็คงเริ่มรู้สึกแปลกๆ….  ดวงตาอันน่าสะพรึงกลัวจ้องเข้าไปในดวงตาสีส้มที่กำลังเสียขวัญและสับสน  กลัวที่จะชอบ แต่เพราะกลัวจะเสียมากกว่า จึงยอมที่จะ…..

 

มือปล่อยเพื่อนสนิทให้เป็นอิสระแล้วกำหมัดแน่น   “แล้วพอฉันบอกว่าฉันชอบแก แกวิ่งหนีทำไมฮ่ะ!!”   เสียงตวาดแผดลั่นดังทั่วสนามในโรงยิม  สักขีพยานที่มาร่วมรับรู้ทุกคนพากันอึ้ง….

 

ผู้ใหญ่ที่มีเพียงไม่กี่คนอ้าปากค้างไปหนึ่ง   ผิดกับอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมซึ่งมีดวงตาเป็นประกายชื่นชม   “มิตรภาพของวัยรุ่นสินะครับ”  ใช่เหรอ……

 

ความรู้สึกอันตรงไปตรงมาส่งผ่านไปถึงเพื่อนสนิท

 

เด็กหนุ่มเลือดร้อนคงลืมไปสิ้นแล้วว่ามีตัวละครประกอบฉากมากกว่าสองคน  ไม่ใช่มีแค่รุ่นพี่สองคนใกล้ๆ  แต่อยู่กันครบทั้งทีมภายในโรงยิมซึ่งมีเสียงก้อง   คำว่าชอบยังคงเป็นเสียงสะท้อนให้คนได้ยินอึ้ง  ใครที่รู้สึกตัวเร็วๆก็ถามคนข้างๆว่าเพื่อย้ำความมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิด

 

การสารภาพรักครั้งที่สองจากราชาสู่สามัญชนทำให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้าของคนพูด  กระนั้นสายตาก็มิได้หลบเลี่ยงไปทางอื่นเลย ยังคงจับจ้องที่เป้าหมายอยู่อย่างนั้น  ฝั่งคนฟังก็พยายามเรียบเรียงสิ่งที่ได้ยินในหัวสมองอันว่างเปล่า  ทั้งเรื่องที่ได้ยินตอนนี้ และเรื่องที่คาเงยามะอ้างถึง….

 

เขาพูดกับโนะยะซังแบบนั้นเมื่อไหร่กันนะ?    เด็กหนุ่มลืมเลือนไปเสียสิ้นแล้วว่าตัวเองเคยเริ่มบทสนทนานั้นที่ไหนและเมื่อไหร่   มีหลายครั้งที่เขาพูดถึงเซตเตอร์คู่หูลับหลัง  มีทั้งเรื่องดี ทั้งเรื่องแย่ๆ  คงเพราะพูดถึงหลายครั้ง บางเรื่องเด็กหนุ่มจึงลืมไปจากพื้นที่สมองที่มีจำกัด

 

แต่ถึงแม้เขาจะจำมันไม่ได้…  สิ่งที่เขารู้สึกได้ตอนนี้คือความรู้สึกตรงไปตรงมาของเพื่อนสนิท  คาเงยามะ โทบิโอะมักจะพูดจริงทำจริงอยู่เสมอ  แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนอยู่ข้างหลังตัวเขา ความเชื่อใจมีมากถึงขั้นเคยหลับตา ลูกบอลก็จะส่งผ่านมาถึงมือได้

 

สำหรับฮินาตะ โชโย… คาเงยามะ โทบิโอะคือ….

 

ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ   ดวงตาสีดำนั้นหรี่ตาจ้องเขม็ง   “สรุปว่าแกชอบฉันไหมฮ่ะ?   เจ้าเซ่อ”   สาบานได้ว่านี่คือฉากสารภาพรักอันแสนจริงจัง….

 

ฮินาตะทำหน้าตาเหม่อลอย   จนกระทั่งอดีตราชาเจ้าแห่งคอร์ทต้องกระทืบเท้าเรียกสติ    ปากที่ปิดสนิทก็อ้ากว้างทันที   “ชะ…ชอบดิ!”   ช่างเหมือนระบบตอบรับในโทรศัพท์ที่ตั้งเอาไว้แล้ว….

 

“ก็ดีแล้ว!!”  คาเงยามะตอบกลับด้วยสีหน้าระบายสีชมพูระเรื่อ   ถึงแม้จะมีความเคอะเขินก็ยังตวาดเสียงดังใส่เพื่อนสนิทได้….

 

“อะ…เอ้อ!  ตามนั้นแหละ!”   จบบทนทนากันแบบง่ายๆ   ดวงตาทั้งสองคู่ต่างจ้องไปที่อีกคน  ไม่มีคำพูดยืดยาวใดๆหลังจากนั้นอีก  จบง่ายไปไหม?

 

บทสรุประหว่างคนบ๊องสองคนทำให้คนที่เหลือไม่รู้จะทำหน้าแบบไหนดี  ควรจะยิ้มโล่งอกที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี  หรือควรจะทำหน้าอึ้งในความกล้า   หรือทำหน้าผวาที่เพื่อนร่วมทีมล้ำเส้นแบ่งเขตมิตรภาพออกไปแล้ว  เวลานี้ชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะอยู่ในภาวะนิยามไม่ถูก…

 

“ฮ่ะๆ  ดีแล้วนะที่จบลงด้วยดี”   สึกาวาระหัวเราะและยิ้มออกมา  ปัญหาหัวใจยาวนานของรุ่นน้องในที่สุดก็มาถึงบทสรุปเสียที   รุ่นพี่ก็โล่งใจไปหลายเปราะ..

 

หากแต่ชายคนหนึ่งไม่ได้คิดแบบนั้น   “พูดกันจบแล้วสินะ….”    ออร่าสีทะมึนแผ่กว้างมาจากด้านหลังของกลุ่มคนเจ้าของเสียงเอะอะ

 

บอสลับจอมมารคนสุดท้ายของชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะปรากฏตัว   กัปตันซาวามุระมีสีหน้านิ่งแฝงไปด้วยความเหี้ยมโหด  สร้างความหวาดผวาจนตัวสั่นให้พวกลูกนกปีหนึ่งที่เป็นอุปสรรคในการซ้อมกีฬาของคนอื่น…   มือใหญ่ๆนั้นคว้าเข้าที่คอเสื้อด้านหลังเจ้าพวกติงต๊อง…

 

“ขะ…ขอโทษครับ….”   น้ำเสียงของคู่หูนั้นแห้งผาก  จอมมารซาวามุระผู้แสนใจดี  ตอนนี้นั้นคือปีศาจที่ไม่อาจต่อกรด้วยได้….

 

ร่างกายทั้งสองกลายสภาพเหมือนไม้ถูพื้นที่โดนลากมาตามทางเดิน   จากนั้น…    “ออกไปวิ่งให้หัวเย็นกันซะ!”  แรงเหวี่ยงมหาศาลจากความโกรธของกัปตันก็พาทั้งคู่ลอยออกไปจากประตูโรงยิม….

 

โครม!!!!

 

กัปตันที่เปิดโหมดทะมึนปิดประตูเหล็กผนึกพวกรุ่นน้องเจ้าปัญหาไว้ภายนอก   สมาชิกในชมรมรวมไปถึงโค้ชและอาจารย์ที่ปรึกษาพากันอยู่ในความสงบ   ตอนนี้ทุกคนเลือกไม่ถูกว่าต้องตกใจเรื่องไหนก่อน เรื่องก่อนหน้านี้ หรือว่าเรื่องเมื่อกี้….

 

“ไดจิ โหดไปนิดรึเปล่า….”   เมื่อมีไฟก็ต้องมีน้ำ  เด็กหนุ่มผู้เป็นเพื่อนปีสามของร่างสถิตจอมมารเข้ามาดับอารมณ์ที่ร้อนระอุให้เพื่อน…

 

“แบบนี้ดีแล้ว  พวกเรากำลังซ้อม ไม่ได้กำลังเล่น”   รุ่นน้องทั้งสองช่างสร้างปัญหาเสมอต้นเสมอปลาย  เป็นแบบนี้ตั้งแต่ยื่นใบสมัครเข้าชมรม….

 

สึกาวาระหัวเราะเบาๆให้กับความเข้มงวดของกัปตันหนุ่ม  ฉากนี้ชวนให้นึกถึงครั้งแรกที่เคยโยนสองคนนั้นออกไป(?)   แล้วในตอนนั้นเองตัวละครหนึ่งที่ถูกลืมไปแม่จะยืนอยู่ใกล้ๆก็เอ่ยปากขึ้น    “สึกะซัง ไดจิซัง  สรุปว่าผมเป็นต้นเหตุเหรอ?”   นิชิโนะยะชี้หน้าตัวเอง  หากนี่เป็นคดีในการ์ตูนนักสืบ  นักเรียนปีสองคนนี้คงจะเป็นจำเลย….

 

กัปตันและรองกัปตันมองหน้ากันและกัน  ทั้งคู่ไม่มีความเห็นอะไรนอกจากใช้มือจับลงที่ไหล่ลิเบอโร่ตัวเล็ก   เป็นอันปิดฉากคดีความรู้สึกปริศนาของฮินาตะ โชโยและคาเงยามะ โทบิโอะเพียงเท่านี้….   สมาชิกทีมวอลเลย์บอลคาราสุโนะแยกย้ายกลับไปซ้อมต่อ…

 

นับจากนี้ความสงบสุขคงกลับมาเยือนโรงยิมพักใหญ่ๆ

ยินดีต้อนรับกลับมานะ

 

            เรื่องราวในโรงยิมจบลงแค่นั้น  หากแต่เรื่องราวนอกโรงยิมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น   สองคู่หูที่ถูกโยนทิ้งออกมาอย่างไร้เยื่อใยนั่งกอดเข่าจุ้มปุกบนขั้นบันไดด้านหน้าประตูโรงยิม  จู่ๆต้องมานั่งเงียบๆกันสองคนหลังพูดคุยความในใจมันก็ช่างประหม่า

 

ดวงตาคนละสีต่างเบนมองออกไปคนละทิศทาง  หลังจากตระหนักได้ว่าทำเรื่องโคตรน่าอับอายลงไปแล้ว  หัวใจของสองคู่หูก็เริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมา  เลือดมันสูบซีดไปทั่วใบหน้าให้กลายเป็นสีแดงก่ำ  ความรู้สึกที่มีให้คนข้างๆในเวลานี้มันไม่ใช่มิตรภาพอีกต่อไปแล้ว…

 

ชอบมากกว่าเพื่อนสนิท… ชอบมากกว่าคู่หู   หลังจากเปิดเผยความในใจก็เท่ากับขาสองข้างมันเดินก้าวข้ามเส้นที่ควรจะเป็นมาแล้ว..   ในที่สุดฮินาตะซึ่งเงียบมานานจนผิดวิสัยของตัวเองก็เหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มผมสีดำ

 

มาลองนึกดูตอนนั้นตัวเองพูดกับรุ่นพี่นิชิโนะยะไปด้วยนัยยะแบบไหนก็นึกไม่ออก  แต่ที่แน่ๆตอนนั้นคงจะไม่ใช่ความรู้สึกแบบตอนนี้กระมัง…  “มองอะไรฟะ”   คนที่ถูกจ้องทักมาโดยที่ไม่หันมามอง

 

“คาเงยามะ สรุปว่าตอนนี้พวกเราชอบกันใช่เปล่า?”   นิ้วมือเขี่ยพื้นบันไดข้างตัวเพื่อเล่นกับไรฝุ่น   ต่างคนต่างชอบอีกฝ่ายมากกว่าเพื่อนใช่ไหม?

 

คาเงยามะฟังแล้วเงียบไปพักหนึ่ง    ก่อนสายตาจะเหลือบเหล่มองมาเช่นกัน   “………ก็คงงั้นล่ะ…….”  คนหนึ่งชอบ อีกคนก็ชอบ ก็สรุปว่าชอบ…

 

….แล้วมันยังไงต่อล่ะ?…..

 

มือใหม่หัดก้าวข้ามเส้นคำว่าเพื่อนต่างไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป  แต่ไหนแต่ไรมาก็สนิทกันมากอยู่แล้ว  เวลานี้จึงไม่รู้ว่าควรจะทำตัวแบบไหน….   ฮินาตะ โชโยทำอะไรไม่ได้นอกจากเขี่ยพื้นเล่นกับไรฝุ่น    คาเงยามะ โทบิโอะก็มองจุลินทรีย์ในอากาศ

 

จนกระทั่งทั้งสองฝั่งไม่สามารถทนความเงียบต่อไปได้อีก   เปิดปากพูดพร้อมกัน   “คาเงยามะ/เจ้าเซ่อ”  สรรพนามช่างแตกต่าง…

 

จู่ๆพูดออกมาพร้อมกัน  เด็กหนุ่มผมส้มจึงเป็นฝ่ายเงียบให้อีกคนพูดก่อน  ด้วยการเงียบและจ้องมองใบหน้านั้นตรงไปตรงมา  คาเงยามะเห็นแบบนั้นแล้วเหลือบสายตาขึ้นสูง   “แกไม่ได้วิ่งหนีเพราะยี๊ความรู้สึกของฉันสินะ”   ตอนนั้นรู้สึกโกรธและกลัวในเวลาเดียวกัน….

 

ฮินาตะเบิกตาโต   ความจริงที่ได้ยินช่างน่าตกใจ   นี่คือสิ่งที่เพื่อนคู่หูคิด…   เขาวิ่งหน้าตั้งเพราะความตกใจ  ตอนหลังก็มานั่งกลัวว่าจะโดนจัดหนัก  สุดท้ายก็จบลงแบบนี้…  ไม่ได้คิดเลยว่าคาเงยามะ โทบิโอะจะคิดลึกซึ้งขนาดนั้น..   ตอนนี้เขารู้สึกว่าราชาที่น่ากลัวนั้น… น่าเอ็นดู?

 

ราชาก็พ่ายแพ้สามัญชนได้เหมือนกัน

 

สามัญชนฉีกยิ้มจนหน้าบาน   สองมือคว้าเกาะกอดเด็กหนุ่มผมดำเอาไว้แน่น   “ฉันชอบนายโคตรๆเลยคาเงยามะ!!”

 

“เฮ้ย!!  จู่ๆอย่ามากอดสิเฟ้ย!!!  ไอ้บ้านี่!!”   ราชาถูกคุกคามแบบตั้งตัวไม่ทันถึงกับเปลี่ยนสีหน้าตัวเองเป็นสีแดงสด  มือยันหน้าเจ้าโคอาล่าสีส้มให้ออกไปห่างๆ….

 

สำหรับฉันแล้วนายคือ….ปีก….

 

เสียงหัวเราะร่วนของฮินาตะ โชโยทั้งทำให้ คนฟังหงุดหงิด  ขณะเดียวกันก็รู้สึกเขินที่อีกฝ่ายแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเต็มที่อย่างนั้น…  ในที่สุดฝ่ามือราชาก็ฟาดเจ้าคนหน้าบื้อจนหงายคว่ำลงไปที่พื้น…   การกระทำแก้เขินจบลงที่ความรุนแรงอีกเช่นเคย….

 

“ตบหัวอีกแล้ว!  นายนี่มัน….!!”    เด็กหนุ่มผมส้มบ่นอุบ   หากแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็แลเห็นมือของเซตเตอร์ที่ยื่นมาให้….

 

….ในที่สุดก็ได้พบสิ่งที่ชอบรองจากกีฬาวอลเลย์บอล…

 

คาเงยามะจ้องมองมาด้วยสายตาที่จริงจัง  ฮินาตะเห็นดังนั้นก็คลี่ยิ้มและยื่นมือไปยังมือนั่น…    ในสนามสิ่งที่ส่งมาถึงฉันคือลูกบอล…  นอกสนามสิ่งที่ส่งมาถึงฉันคือ…. ความรู้สึกของนาย…   จากการจับมือก็แปรเปลี่ยนเป็นการผสานแน่น….

 

[ฉันชอบนาย]

 

สัมผัสที่อบอุ่นไม่นานก็เปลี่ยนเป็นการเหวี่ยงคนอ่อนซ้อมออกไปข้างหน้า    “วิ่งเว้ย!!   วิ่งไป!”   คาเงยามะวิ่งตรงดิ่งไปทางสนามเพื่อนำไปก่อน   ความซึ้งไม่กี่บรรทัดก่อนหน้านี้จบแล้ว….?

 

“เฮ้ยเดี๋ยว!  นายโกง!    อย่าออกตัวก่อนเด้คาเงยามะ!!”   ฮินาตะตะโกนไล่หลังพร้อมกับแหกปากวิ่งสุดแรงเกิดเพื่อไล่ตามเพื่อนสนิท….  ความซึ้งก่อนหน้านี้…..?

 

“นึกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้”  ประโยคนี้มาจากกลุ่มคนอยากรู้อยากเห็นกลุ่มหนึ่ง…..

 

สองนักเรียนปีหนึ่งแห่งโรงเรียนมัธยมคาราสุโนะ จังหวัดมิยางิ ออกวิ่งไปใต้แสงตะวันที่เริ่มคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ   ภาพนั้นชวนให้รุ่นพี่ซึ่งแอบมองจากทางหน้าต่างโรงยิมถอนใจอย่างอ่อนแรง…  แต่มันก็สมเป็นสองคนนั้นแล้วนี่นะ…  นกน้อยที่เพิ่งรู้จักความรู้สึกที่พิเศษกว่ามิตรภาพระหว่างเพื่อน

 

สิ่งที่อยู่เหนือมิตรภาพลูกผู้ชายในการ์ตูนกีฬา

 

ความรู้สึกพิเศษที่งอกเงยขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย  ตอนนี้พวกเรายังไม่รู้ว่าจะทำอย่างกับมัน…  สิ่งที่รู้คือไม่ว่าจะมีความรู้สึกแบบนี้  หรือไม่เคยรับรู้ถึงมัน  อีกฝ่ายก็เป็นคู่หูคนสำคัญอยู่ดี   นกกาตัวเล็กคงต้องหัดบินในท้องฟ้าใหม่นี้ไปอีกสักระยะ…

 

จากศัตรูกลายเป็นเพื่อนร่วมทีม

จากเพื่อนร่วมทีมกลายเป็นคู่หูที่จำเป็น

 

….จากคู่หูกลายเป็นคนสำคัญ…

 

———————————————

 

Free Talk : ตามพล็อตแล้วตอนหน้าอาจจะจบ…. ฮา แต่ไม่จบหรอก ไปจบที่ตอน 12 ไม่คิดว่าจะเขียนตามไทม์ไลน์ได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้ รู้สึกว่าฉากหวานๆในเรื่องนี้จะออกไปทางคอมเมดี้มากกว่า ที่สำคัญวางเอาไว้ว่าเป็นฟิคมิตรภาพของคู่หูมากกว่ารักโต้งๆด้วย เรื่องหลังจากที่ทั้งสองคนคบกันจะเป็นยังไงต่อก็เลยไม่ลงลึกมาก

ช่วงแรกของตอนนี้เป็นบทสัมภาษณ์ในอนาคตของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร(?)

 
4 ความเห็น

Posted by บน 08/18/2014 in Uncategorized

 

4 responses to “[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Chapter 10

  1. เซนะ

    08/19/2014 at 5:51 AM

    อยากได้ncอ้ะ >w<
    ฟิคคู่นี้ส่วนมากไม่มีฉากหวานๆเลย อยากได้ฉากหวานๆ อยากเห็นฉากคาเงยาม่าหึงแล้วลากหนูฮิไปจับกด555+

     
  2. Konekolennie

    08/19/2014 at 10:18 AM

    น่ารักมากเลยคะ สรรหาคำพูดมาบอกไม่ถูก ;//////; ฮินาตะกับราชาน่ารักมากๆเลยคะ รักกันแบบใสซื้อน่ารัก ชอบมากๆเลยค่า อ่านไปกรีดไป ////////

    แอบอยากเห็นฉากสวีทของสองคนนี้แต่เดาได้เลยว่าคงต่างคนต่างเขินกันจนไปไม่เป็นแน่เลยคะ //// รออยู่นะคะ

     
  3. maimoi

    08/19/2014 at 8:19 PM

    อร้ายยยยยยยยยยย ชอบบบบบบ สนุกมากกค่ะะะ เป็นการบอกชอบใสซื่อริงๆค่ะ555555 สมกับเป็นคู่หูพิลึกก ฮาาา

    โนยะซังง ต้องขอบคุณโนยะซังนะคะไม่งั้นคู่หูพิลึกคู่นี้คงไม่เกิดความรู้สึกเลิฟๆหรอกค่าา55555 รอตอนต่อไปค่ะะ❤ #จะจบแล้วหรือออ คร่อกก orz

     
  4. wboo

    08/20/2014 at 8:39 PM

    ชอบมากค่ะ ทั้งตลกทั้งซึ้ง แต่แอบอยากได้ฉากสวีทกันนะ

    ป.ล. ทานากะซังที่ออกไปข้างนอก ก็ไม่รู้เรื่องนี้น่ะสิ 555

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: