RSS

[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Final Chapter

23 ส.ค.

Title : Could you tell me, Who am I?
Fandom : Haikyuu!!
Genre : BL , Comedy
Rating : PG
Pairing : Kageyama x Hinata

——————————————

เด็กหนุ่มสองคนไม่เคยรู้จักความรู้สึกที่พิเศษ

นอกเหนือจากมิตรภาพและกีฬาวอลเลย์บอล

 

ในฐานะนักกีฬา พวกเขาเป็นนกที่สยายปีกกว้าง

แต่ในเรื่องความรัก  พวกเขาเป็นแค่ลูกนกมือใหม่หัดบิน

 

ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่เกินกว่ามิตรภาพนี้เป็นสิ่งแปลกใหม่

แล้วนกทั้งสองจะบินไปด้วยกันได้ไกลขนาดไหน

 

ยามที่พวกเราเติบโตมากขึ้น

คงยิ่งมองเห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนขึ้นเช่นเดียวกัน

 

Final Chapter:  คำตอบของคำถามที่ว่าพวกเราเป็นอะไรของกันและกัน

 

ซากุระโปรยปรายในฤดูใบไม้ผลิเป็นสัญญานบอกการเริ่มต้นของปีการศึกษาใหม่   ขณะเดียวกันม่านดอกไม้สีชมพูสดใสนี้ก็เป็นดั่งดอกไม้แสดงความยินดีให้กับนักเรียนที่จบการศึกษา…   ฤดูกาลนี้เป็นเทศกาลของการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆในชีวิต

 

เช้าของวันหนึ่งในเดือนมีนาคม ณ โรงเรียนมัธยมคาราสุโนะ จังหวัดมิยางิ   วันนี้เป็นวันพิธีการมอบประกาศนียบัตรจบการศึกษาให้กับนักเรียนชั้นปีสาม   บรรยากาศภายในโรงเรียนมีทั้งความสดใสและหงอยเหงาผสมผสานกัน  เพราะมันเป็นพิธีการซึ่งน่ายินดีและน่าอาลัยในเวลาเดียวกันสำหรับพวกรุ่นน้องที่ต้องมองส่งรุ่นพี่ออกไป

 

บริเวณโรงยิมและสนามกีฬามีการตั้งบอร์ดแสดงความยินดีให้กับกลุ่มนักกีฬาของโรงเรียน    เสียงสนทนาเอะอะดังมาจากหลายชมรมซึ่งอยู่โดยรอบ    ท่ามกลางเสียงเหล่านั้นมีร่างของเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนสีดำขลับก้าวเดินตรงไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย   ในมือมีกล่องบรรจุประกาศนียบัตรบ่งบอกถึงสถานะของเจ้าตัวว่าเป็นนักเรียนที่เพิ่งจบการศึกษา

 

คาเงยามะ โทบิโอะหยุดยืนตรงหน้าประตูโรงยิม  อีกฝั่งหนึ่งของประตูบานนี้คือชมรมวอลเลย์บอล   ความทรงจำมากมายอัดแน่นอยู่ในสถานที่แห่งนี้  เทียบกับห้องเรียนแล้ว… ชมรมเป็นสถานที่ซึ่งผูกพันยิ่งกว่า   แต่ดูเหมือนตอนนี้จะยังไม่มีคนมาเลย…

 

“คาเงยามะ!!!”   เด็กหนุ่มผมสีดำขลับซาบซึ้งกับสถานที่ได้ไม่นานก็มีเสียงอันคุ้นเคยเรียกมาจากด้านหลัง   ไม่จำเป็นต้องหันมามองก็รู้ได้ทันทีว่าคือใคร…

 

เจ้าของเสียงอันสดใสวิ่งตรงดิ่งมากอดคอคู่หูคนสนิท   “นึกแล้วว่าต้องอยู่นี่   พอฉันตื่นมานายก็หายไปซะงั้นอ่ะ”  ทำปากจู๋อย่างขัดใจ

 

ดวงตาสีเข้มกว่าเหล่มองด้วยปลายตา  “เห็นแกยืนหลับแบบเคลิ้มๆก็เลยขี้เกียจเรียก”   ยืนหลับในพิธีการถือเป็นความสามารถพิเศษ….

 

ฮินาตะ โชโยหัวเราะร่วน  ตั้งแต่ต้นพิธียันท้ายพิธี เด็กหนุ่มไม่ได้ฟังสิ่งที่อาจารย์ใหญ่หรือตัวแทนนักเรียนพูดเลยสักอย่าง….   “รู้สึกว่า… สึกิชิมะจะเป็นตัวแทนนักเรียนรึเปล่านะ?”    ความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องบนเวทีมันช่างเลือนลางและแยกไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนฝัน

 

“คงใช่ล่ะมั้ง  ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง  น่าเบื่อสุดๆ”  สองคนที่แสนสนิทกันย่อมทำตัวเหมือนกัน…   หากสังเกตดีๆจะเห็นขี้ตาที่เป็นเบาะแสว่าเซตเตอร์แห่งชมรมวอลเลย์บอลก็คงแอบหลับไปพักหนึ่งเหมือนกัน….

 

3 ปีในรั้วโรงเรียนมัธยมคาราสุโนะกำลังจะจบลง…

 

เด็กหนุ่มสองคนซึ่งในปีนี้อายุครบ 18 ปียืนมองหน้าประตูห้องชมรมวอลเลย์บอลด้วยกัน   ภาพความทรงจำตอนที่ยืนหาทางเกลี่ยกล่อมรุ่นพี่เพื่อเข้าชมรมราวกับเกิดขึ้นเมื่อวาน  รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านพ้นไปสามปีแล้ว…  หลังจากวันนี้ทั้งคู่จะไม่ใช่นักเรียนของที่นี่อีกต่อไปแล้ว…  จะไม่ใช่นักกีฬาวอลเลย์บอลของชมรมนี้อีกแล้ว…

 

“ฉันยังจำที่นายบังคับให้ฉันทำตามคำสั่งได้เลย   ยืนตรงนี้เป๊ะ  แล้วโดนด่า”   ฮินาตะคลี่ยิ้มกว้าง  ความรู้สึกเหมือนเห็นผีตอนที่เจอกันก็ยังจำได้แม่น

 

อดีตราชาเจ้าแห่งคอร์ทนึกตาม  “นั่นสิ   ตอนนั้นคิดแต่ว่าจะเข้าชมรมให้ได้   ยอมจับมือกับแกหลอกๆก็เอา   บ้าดี”  เป็นความคิดที่เด็กมากจริงๆในตอนนั้น…

 

“นายอ่ะโคตรน่ากลัวเลยเถอะตอนรู้จักกันใหม่ๆ!”  ปีศาจร้ายชัดๆ  ไม่มีอะไรที่น่ากลัวกว่าราชาที่ชื่อว่าคาเงยามะ โทบิโอะอีกแล้ว….

 

“ถ้านายทำตัวดีๆ ฉันจะด่าเรอะ?    ทำแต่เรื่องน่าหงุดหงิด น่าขัดใจ”  ฮินาตะที่โดนป้ายความผิดฝ่ายเดียวรีบเดินมาด้านหน้าแล้วจ้องตาคนพูด

 

“นายอ่ะเวลาโกรธก็ด่าฉัน  เวลาเขินก็ด่าฉัน   มีตอนไหนที่ไม่ด่า????”  คู่หูพูดจบประโยคนัยน์ตาสีเข้มก็หรี่มองคล้ายกับถามผ่านทางสายตาว่าอยากให้ตอบจริงๆเหรอ…..

 

คนโดนจ้องก็เดาได้ทันทีพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนสีเป็นสีแดงสดไปในทันใด   “ไม่ต้องตอบก็ได้………”    ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ   เป็นปริศนาต่อไปก็แล้วกัน…

 

คาเงยามะหยักยิ้มที่มุมปากอันเป็นเอกลักษณ์หลอนๆ(?))ของเจ้าตัว   แล้ววงแขนก็ตวัดกอดคอเพื่อนสนิทซึ่งสูงขึ้นมาหลายเซนติเมตร  แต่ถึงจะสูงขึ้นก็ไม่ได้สูงไปกว่าเซตเตอร์เบอร์ 9 แห่งคาราสุโนะอยู่ดี     สองหน่อพากันเดินเข้าไปด้านในของโรงยิม…

 

ชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะเคยถูกเรียกว่านกที่บินไม่ขึ้น…

จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีก่อน…  ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

 

สนามวอลเลย์บอลว่างเปล่าไร้การฝึกซ้อมแลดูเงียบเหงาและกว้างกว่าที่เคยเป็น   ทุกอนูยังคงเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อนที่เข้ามาครั้งแรก    “ไม่มีใครเลย  ไม่มีรุ่นน้องมาดักรอพวกเราเลยเหรอเนี่ย”  ฮินาตะบ่นอุบแบบผิดหวัง ใครจะคาดคิดว่าจะเป็นแบบนี้…

 

คาเงยามะเหล่มอง   “นี่นายคาดหวังว่าจะมีคนทำเซอไพรต์ส่งเรอะ”   ทักแล้วเจ้าคนหลุดปากก็ผิวปากกลบเกลื่อนไป

 

ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องด้วยการมองไปทางที่ใส่ลูกบอล   เจ้าคนสดใสรีบวิ่งไปหยิบขึ้นมาลูกหนึ่ง   “คาเงยามะ!   มาเซตลูกให้หน่อย!”   ส่งรอยยิ้มแจ่มใสที่ไม่ใช่ชื่อสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง…

 

เซตเตอร์คู่หูไม่มีปริปากบ่นอะไร  สิ่งที่ทำคือถอดเสื้อคลุมตัวนอกของชุดนักเรียนออกเพื่อความคล่องตัว   จากนั้นก็รับลูกยางที่อีกฝ่ายโยนมาให้    “รับ..!”   รับมาก็เซตออกไปในระยะที่ใช้ในการซ้อม…

 

ฮินาตะกระโดดง้างมือตบลูกวอลเลย์บอลไปยังอีกฝั่งหนึ่งของตาข่าย   สัมผัสที่ลูกบอลมาโดนมือ  ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เป็นความรู้สึกที่พิเศษเสมอ   โดยเฉพาะเป็นลูกบอลที่เซตมาด้วยเซตเตอร์อันเป็นคู่หูคนสนิท…  กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง  มันจะมาถึงมือได้แม้จะหลับตา…

 

“อีกลูกๆ!!”   เสียงสดใสเรียกร้องลูกต่อมา    คาเงยามะถอนหายใจเบาๆแต่ก็ทำตามที่ขอ   ลูกบอลจากมือหนึ่งส่งผ่านไปยังอีกมือหนึ่ง

 

ได้ตบบอลอย่างเต็มที่ไป 10 ลูก   ฮินาตะก็รู้สึกสดชื่นยิ่งกว่าได้ดื่มน้ำ    อดีตราชาเจ้าแห่งคอร์ทยืนมองพร้อมกับถอนหายใจ   ท่าทางกระตือรือร้นเป็นปลากระดี่ได้น้ำเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน   ไม่ทันไรยืนเฉยๆก็โดนลูกหลงจากเสื้อนักเรียนสีดำตัวนอกที่อีกฝ่ายโยนมาฟาดหน้า….

 

“ขอโทษ!  ไม่ได้มอง!”   จะขอโทษก็เท่านั้นเมื่อคาเงยามะเดินมาฟาดฝ่ามือใส่ศีรษะกลมๆกลวงๆ(?)นั่น   อุตส่าห์ทำดี(?)

 

ฮินาตะยืนลูบศีรษะของตัวเองไล่ความเจ็บ  ตั้งแต่ปีหนึ่งยันเรียนจบมัธยมปลายก็ไม่อาจหนีพ้นฝ่ามือมารของคู่หูไปได้…   “ตบส่งท้ายเรียนจบเลยวุ้ย….ฮึ่ม…..”   ไม่กล้าบ่นดังๆ ทำได้แค่ก้มหน้าบ่นมุบมิบเสียงเบาไม่ให้เจ้าตัวได้ยิน

 

เมื่อคาเงยามะทำท่าคล้ายจะได้ยินก็ผิวปากกลบเกลื่อนไป   แต่แล้วท่าทางทะเล้นก็ต้องหยุดนิ่งเพราะคำพูดของอีกฝั่ง   “จะว่าไป  นี่ก็อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่ได้ยืนตาข่ายฝั่งเดียวกับนายแล้วสินะ”   ครั้งสุดท้ายของการเป็นเพื่อนร่วมทีมเดียวกัน

 

นักกีฬาวอลเลย์บอลซึ่งยืนอยู่คนละฝั่งของตาข่าย

คือคู่แข่ง

 

เด็กหนุ่มผมสีส้มมองใบหน้าที่เรียบนิ่งของคู่หู   “V.Premier League…. ล่ะเนอะ”    ท้องฟ้าที่สูงไกลขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง….

 

“นายไม่เปลี่ยนใจแน่เรอะ?”  เซตเตอร์ซึ่งเล่นด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมปีหนึ่งถามเพื่อความแน่ใจ    ฮินาตะมองดวงตาสีดำนั่นแล้วก็ส่ายหน้าไปมา

 

“ไม่อ่ะ!  ถึงจะเหงาๆที่ได้อยู่ทีมเดียวกับนายแล้ว  แต่ฉันก็ยังอยากแข่งกับนายอยู่ดี!”   คู่แข่งคนสำคัญ.. กำแพงที่สูงชันที่สุดของเขา….

 

คู่หูคนสำคัญคนแรกและคนสุดท้าย…..

 

เด็กหนุ่มทั้งสองต่างเงียบงันกันไป  เส้นทางหลังจากนี้ของทั้งคู่อาจไม่ใช่เส้นขนาน  เพราะวันหนึ่งอาจได้กลับมาบรรจบกันในทีมชาติก็ได้    แต่ระหว่างนั้นคือการสั่งสมประสบการณ์ในการแข่งขันครั้งใหม่…  จึงจำต้องโผบินเพื่อให้ปีกแข็งแกร่งมากขึ้นกว่านี้  เพื่อให้อยู่บนเส้นทางกีฬานี้ต่อไปได้

 

คู่หูเจ้าของเสื้อเบอร์ 9 เคารพการตัดสินใจของอีกคน   ใช่ว่าไม่ปรึกษา  แต่เพราะปรึกษากันดีแล้วจึงไม่ขัดขวาง   “อย่าสร้างปัญหาให้เพื่อนร่วมทีมใหม่ของนายก็แล้วกัน  อย่าโชว์โง่ให้มาก”   ได้ยินแบบนั้นแล้วคนถูกหยามก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่

 

“นายก็อย่าไปเผด็จการใส่ชาวบ้านก็แล้วกัน!   ถ้าโดนเรียกว่าราชาอีกจะหัวเราะให้ท้องแข็งเลยคอยดู!”  จะเอาแต่ใจเหมือนเดิมไม่ได้แล้วนะ…

 

เด็กหนุ่มผมดำสบถในลำคอเมื่อโดนสบประมาท   แล้วฮินาตะก็ยื่นมือออกไปจับแขนทั้งสองข้างของคาเงยามะ   “ต้องรีบเป็นตัวจริงแล้วมาเจอกันในสนามนะ!  สัญญากันนะ!”

 

คำสัญญาระหว่างลูกผู้ชาย

 

อาจจะเป็นปีหรือสองปี  หรืออาจจะสั้นกว่านั้น   บนสนามการแข่งขัน  V.Premier  League ประจำปื  วันนั้นคงได้เห็นภาพนักวอลเลย์หนุ่มซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมเดียวกัน  กลายมาเป็นคู่แข่งสวมเสื้อคนละแบบ และยืนกันคนละฝั่งของตาข่าย   ศึกแห่งคำสัญญา….

 

คาเงยามะจ้องตาที่เป็นประกายคาดหวังของคนเตี้ยกว่า   เห็นแบบนั้นใครจะปฏิเสธได้   “เออรู้แล้วน่า  ย้ำจริง   ห่วงตัวเองเหอะเจ้าบ๊องเอ๊ย”    มือกำหมัดแล้วทุบเบาๆที่หน้าผากคนปากดี

 

“แอ่ก!   ไม่มีนายฉันก็เอาตัวรอดได้น่า!”    เจอคำพูดประหนึ่งไม่ต้องการกันแล้ว  เซตเตอร์คู่หูที่ใกล้จะเป็นอดีตก็จ้องตาขวาง

 

เจ้าคนผมส้มหน้าซีดรีบถอยออกห่างทันที..   เผลอหลุดความในใจ….   “จะคอยดูว่าแกจะเอาตัวรอดได้จริงๆมั้ย   เซตเตอร์ใหม่แกจะเจ๋งแค่ไหนกัน”   ความมั่นใจในตัวเองมาเป็นที่หนึ่งหาใครเปรียบได้…  สมกับเป็นราชาเจ้าแห่งคอร์ท

 

ฮินาตะมองคนมั่นใจในตัวเองสูงด้วยสายตาเข้าใจอย่างสุดซึ้ง    “นายอิจฉาใช่ป่ะ?”   พูดจบคิ้วและเปลือกตาของคนฟังมันเริ่มกระตุกขึ้นมา

 

“ไม่ได้อิจฉาเว้ย!”   ตะคอกกลับเสียงดังอย่างไวว่อง   ตอบมาแบบนี้ร้อยคนก็รู้ว่าประชด   คนใกล้ชิดรู้สึกถึงชัยชนะของตัวเอง

 

ซ้ำยังไม่กลัวตายด้วยการล้อเลียนเสียงและท่าทาง   “ไม่ได้อิจฉาเว้ย~~”    สองมือยกขึ้นมาปาดผมให้เรียบเพื่อความเหมือน…ที่มันเหมือนตรงไหน….

 

ล้อเล่นจบก็มีอันต้องกระโดดหนีลูกเตะของคาเงยามะ โทบิโอะ    รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเข้ามาทันที่บรรยากาศตึงเครียดที่โผล่เข้ามาในตอนได้ไม่ถึง  2 หน้า…  ยามที่อยู่ด้วยกันไม่เคยจะเครียดได้นาน   นับเรื่องเถียงกันคงจะมีมากกว่าจริงจังใส่กัน….

 

….เข้าใจกันมากที่สุด… เข้าขากันมากที่สุด….

…ชอบมากที่สุด…

 

เจ้าตีนผีพลังกายเหลือล้นอย่างฮินาตะวิ่งไปหลบหลังเสาขึงตาข่ายในสนาม…   ตัวก็โตไปหลบตรงนั้นมันจะอะไร…  ดวงตาสีดำขลับมองแบบปลงๆแล้วก็ปล่อยไปเพราะเปลืองแรงที่จะไล่เตะ   อายุเพิ่มขึ้น  การไล่ล่า(?)ก็ลดลงตามวัยไปด้วย….   ถึงแม้อีกฝั่งจะทำตัวกวนโอ๊ยน่าถีบทุก 5 นาทีก็ตาม…

 

คาเงยามะยืนมองภาพของเพื่อนสนิทที่มากกว่าเพื่อนสนิท   เจอกันครั้งแรกเป็นคู่แข่ง…   เจ้าเด็กผู้มีศักยภาพทางร่างกายและพรสวรรค์  เห็นแล้วน่าหมั่นไว้แต่ก็ต้องยอมรับ   ช่วงเวลาที่เป็นเพื่อนร่วมทีมกันนั้นมีทั้งเรื่องดีและเรื่องที่เหน็ดเหนื่อย…  แต่การได้เห็นฮินาตะ โชโยทะยานขึ้นเหนือกำแพงคู่ต่อสู้… ก็คล้ายกับได้เห็นทิวทัศน์ ณ จุดที่สูงที่สุดด้วยกัน  ความรู้สึกนั้นคงไม่มีทางได้สัมผัสหากมีเพียงคนเดียว

 

ถึงจะไม่ค่อยแสดงออกสม่ำเสมอ…. สำหรับเขาแล้ว…

หมอนี่คือ….คนที่สำคัญมาก…

                ต่อไปเวลาที่อยู่ด้วยกันจะลดน้อยลงไปกว่านี้… เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่ว่า….  “เฮ้ย ฮินาตะ…..”   คาเงยามะกรอกตาซ้ายทีขวาทีคล้ายกับคนมีความลับ   มือของเด็กหนุ่มวัย 18 ปีล่อกแล่กอย่างน่าประหลาด

 

ฮินาตะเห็นท่าทางแปลกๆก็เลิกคิ้วและเดินออกจากที่ซ่อนซึ่งไม่ช่วยอะไร   “มีอะไรอ่ะ?  ทำหน้าตาซะจริงจัง”   ดวงตาสีส้มกระพริบปริบๆ

 

ไม่ทันไรก็สรุปเองในสมองที่ค่อนข้างกลวงนั่น   มือยกขึ้นชี้หน้าคนเริ่มบทสนทนา  “อย่าบอกนะว่านายจะไปต่างประเทศ!    ใครทาบทามนายไป!!”

 

“ไม่ใช่เว้ย!!   ไม่ได้พูดซักคำว่าจะไปต่างประเทศไอ้เปื้อกนี่!”   สองมือจัดการดึงแก้มคนเดาสุ่ม   ใครจะเปลี่ยนใจง่ายๆเหมือนสั่งน้ำมูกแบบนั้น…

 

“แอ้วอาไออ่า!!!”   แก้มยืดเหมือนขนมโมจิทำให้ออกเสียงได้ลำบาก  เดาแล้วก็โดนทำร้าย!  เมื่อได้อิสรภาพคืนมาแก้มก็เป็นรอยแดง….

 

คาเงยามะ โทบิโอะยืนลังเลอยู่พักหนึ่ง  กว่าจะเปิดปากได้ก็ปล่อยเวลาผ่านไปเปล่าๆเกือบ 3 นาทีพอจะให้คนฟังหนีไปต้มมาม่ารอได้…   ในที่สุดมือก็ล้วงเอาอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง  ดวงตาสีดำเสมองไปทางอื่นด้วยใบหน้าซึ่งแอบมีสีแดงปรากฏนิดๆ   “มาอยู่ด้วยกันมั้ยวะ”   สิ่งที่อยู่ในมือซึ่งใหญ่ขึ้นตามอายุคือกุญแจบ้าน…

 

….คงเรียกได้ว่าเป็นของขวัญจบการศึกษา….

 

ฝั่งที่โดนชักชวนยืนอึ้งราวกับร่างกายโดนตรึงเอาไว้   ดวงตาสีส้มจับจ้องไปยังสิ่งที่เรียกว่ากุญแจปานได้เห็นมันเป็นครั้งแรกในชีวิต  คำชวนที่ออกจากปากเพื่อนสนิทซึ่งมากกว่าเพื่อนสนิทมันแทบไม่น่าเชื่อ   ยกมือขึ้นมาขยี้ตาก็ยังเห็นภาพกุญแจอยู่ที่เดิม….

 

ท่าทางเอ๋อๆของฮินาตะทำให้คนที่รวบรวมความกล้าพูดออกมาหงุดหงิด   “ฉันอุตส่าห์ตั้งใจถาม  แกยังจะยืนเซ่ออีกเรอะ…..”

 

ฟังแล้วเด็กหนุ่มก็ตื่นจากอาการตะลึงประมาณ 30%   “กุญแจบ้านนายเหรอ?  ไม่ใช่มั้ง?”   ต่อให้บื้อขนาดไหนก็ต้องคิดได้ว่าไม่ได้ชวนไปอยู่บ้าน…

 

ยิ่งฟังก็ยิ่งเห็นหน้าตาเหรอหรายิ่งทำให้คนถามเสียหน้าและหงุดหงิดเท่านั้น   “ตอบๆมาว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ก็พอเว้ย!?”   คาดคั้นจะเอาคำตอบให้จนได้…..

 

“ถ้าอยู่ด้วยกันฉันก็ต้องตื่นเช้าตรู่เดินทางไกลตั้ง  45 นาทีอ่ะดิ!”   เจ้าคนขี้เซาเริ่มคิดถึงผลเสียก่อนเป็นลำดับแรก  คนชวนรู้สึกเสียหน้า….

 

“เออ!!   ปกติมาเรียนแกก็เดินทาง 30 นาทีอยู่แล้ว!   จะเดินทางยาว 45 นาทีอีกซักรอบจะเป็นไรฟะ!”   เสียงทุ้มแผดเสียงลั่นเพื่อเค้นคำตอบ…   ความสะดวกและความต้องการของตัวเองเป็นที่ตั้ง   นี่คือพื้นฐานการเผด็จการของราชาที่ใช้กับสามัญชน

 

เด็กหนุ่มผมส้มมองหน้าอีกฝั่งด้วยสายตาว่างเปล่า  เอาสะดวกตัวเองสุดๆ…   คำพูดก็แกมบังคับ  ถึงจะไม่บอกว่าบังคับ แต่ถ้าปฏิเสธก็คงโดนอะไรสักอย่าง…  ฮินาตะยืนกอดอกสลับกับจับคางตัวเองไตร่ตรองใช้ความคิด..   มันเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักมากเลยสินะ…

 

“ถ้าแกจะคิดหนักขนาดนั้น  ถือซะว่าฉันไม่ได้พูด ลืมซะ!”    คาเงยามะตั้งท่าจะเก็บกุญแจใส่ในกระเป๋ากางเกง   เพียงพริบตาเจ้าหนุ่มเสื้อเบอร์ 10 ก็รีบไปคว้าแขนหยุดเอาไว้

 

“เดี๋ยวๆ!!  ฉันยังไม่ได้ตอบอะไรเล้ย!”    ฉุดยื้อไม่ให้เอากุญแจซึ่งควรจะเป็นของตัวเองเก็บไป   จะไม่ปล่อยให้คิดบ้างเลยเรอะ!?

 

แล้วลิงขโมยก็สามารถฉกเอากุญแจไปจากมือของเซตเตอร์ได้   ความสามารถระดับลิงแย่งกล้วย…    ได้มาก็รีบถอยออกมาห่างๆเพื่อไม่ให้โดนเจ้าของเอากลับไป    มือยื่นออกมาเป็นยันต์สะกัดไม่ให้ราชาเข้ามาใกล้ได้ ราวกับฉากในละครหลังข่าวที่นางเอกขู่จะโดดลงหน้าผา…

 

“เอากุญแจไปนี่สรุปว่าแกจะมาอยู่ด้วยกันหรืออะไร?”   คาเงยามะจ้องมองลิงขโมย  ตอนนี้ชักจะเรียกว่าลิงขโมยไม่ได้  เพราะมันเริ่มเหมือนตัวละครหนึ่งในนิยายแฟนตาซีชื่อดังตัวย่อ  LOTR ไปเรียบร้อยแล้ว….

 

ดวงตาสีส้มจ้องมองกุญแจในมือ My Precious…   อ่ะ ไม่ใช่….   “ไปๆกลับๆได้เปล่า?   ขี้เกียจตื่นอ่ะ  ตื่นเช้ามา 3 ปีแล้วนา”  ทำลายฝันซะเหลือเกิน……

 

มีคนกล่าวเอาไว้ว่าเหนื่อยกายไม่เท่าไหร่… เหนื่อยใจมันมากกว่า….

และยิ่งเป็นคนที่ชอบทำ… ถึงจะเหนื่อยใจก็ต้องทน…สินะ?

 

ราชาผู้เกิดมา 18 ปีเคยเป็นผู้ชนะและกุมเกมมาตลอด   แต่เมื่ออายุ 18  สถานการณ์แลดูจะเริ่มพลิกกลับเสียแบบนั้น…  ดวงตาสีดำจ้องมองฮินาตะที่ต่อรองด้วยสายตาเป็นประกาย  ควรปลง?   ทั้งๆที่อุตส่าห์พูดสิ่งที่ตรงกับใจซึ่งนานๆครั้งจะทำ….

 

“เออ……… อยากทำอะไรก็เชิญ”    สุดท้ายก็จำใจยอมแพ้    เพียงเท่านั้นเจ้ากอลลัม เอ๊ย…  เจ้าฮินาตะ โชโยก็กระโดดโลดเต้นเก็บกุญแจใส่กระเป๋ากางเกงของตัวเอง

 

แล้วเด็กหนุ่มผมส้มก็กระโดดมาหยุดตรงหน้าเจ้าของกุญแจ   “ขอบใจนะ!   ฉันดีใจโคตรๆเลย เหมือนตอนที่นายบอกว่าชอบครั้งแรก”

 

นายคือปีก ที่พาฉันไปยังทิวทัศน์ซึ่งไม่อาจเห็นได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง

 

คู่แข่ง เพื่อนพ้อง คู่หู คนสำคัญที่สุด…  คนที่ชอบมากกว่าใครๆ   ถึงแม้จะโดนตวาดได้ทุกวัน  มีเรื่องให้เถียงกันเป็นประจำ  เรื่องราวพวกนั้นล้วนแต่เป็นความทรงจำที่มีความสุข   เพราะอีกฝ่ายได้เข้ามาเติมเต็มความฝันในสนามแข่งให้เป็นความจริงขึ้นมาได้…   ถ้าไม่ได้เจอกัน… ก็คงไม่มีทางเปลี่ยนแปลง…

 

เพราะฉะนั้นนายคือคนสำคัญที่สุด….

 

คำพูดตรงไปตรงมาไม่มีการเสแสร้ง   แสดงออกถึงความรู้สึกที่มีให้โดยไม่ปิดบัง   เด็กหนุ่มที่ได้ฟังคำนั้นถอนหายใจเบาๆแล้วเอื้อมมือไปขย้ำไหล่คนตัวเตี้ยกว่าให้เข้ามาใกล้ๆ…  ก่อนจะเปลี่ยนสัมผัสนั้นเป็นการโอบกอด  อ้อมกอดแสดงความขอบคุณ…..

 

“ชอบนะ…….”   ขอบใจนะที่เป็นคู่หูกันมาโดยตลอดจนถึงตอนนี้…..

 

ฮินาตะแม้ไม่เห็นใบหน้าที่แดงก่ำของอีกฝ่ายก็รู้ได้จากเสียงที่ดังมาจากด้านในอกข้างซ้าย  ซึ่งตอนนี้ก็คงไม่แตกต่างกันหรอก….    “ฉันก็ชอบนายนะ”   ขอบใจนะที่จะอยู่ด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ……

 

ต่อให้บนเส้นทางสายกีฬาอันเป็นความฝันจะเดินกันไปคนละเส้นทาง

ต่อให้เป็นคู่แข่งและศัตรูคนละฝั่งตาข่ายบนสนามการแข่งขัน

 

นายก็คือปีก….ของฉัน…..

 

                สนามวอลเลย์บอลแห่งนี้ที่พวกเราได้เล่นทีมฝั่งเดียวกันเป็นครั้งแรก   ครั้งแรกที่มีคนวิ่งไล่ตามลูกบอลที่เซตอย่างเอาเป็นเอาตาย  ครั้งแรกที่มีเซตเตอร์ส่งลูกมาให้   ครั้งแรกที่เชื่อใจใครสักคน 100%  ครั้งแรกที่ได้รู้จักความรู้สึกที่มากกว่ามิตรภาพ….    ยามนั้นอาจจะมีแรงดึงดูดที่ช่วยผลักดันให้เด็กหนุ่มทั้งสองใกล้กันมากขึ้น……..

 

แต่….   “ยะโฮ่!  ได้เห็นช็อตเด็ดเลยเว้ยเฮ้ย!!”  เสียงเอะอะแผดลั่นทำลายบรรยากาศไปเสียสิ้น   เหล่าอดีตสมาชิกรุ่นพี่ของชมรมวอลเลย์บอลคาราสุโนะพร้อมด้วยเพื่อนร่วมชั้นปีที่ถูกลืมปรากฏตัว….

 

“ม….มากันตั้งแต่เมื่อไหร่!!!”   เจ้านกกาตัวปัญหาแห่งคาราสุโนะเปลี่ยนร่างเป็นซอสมะเขือเทศเพราะแขกที่มาเยือนอย่างกะทันหัน   ฉากอันหวานแหววเกินเพื่อนเมื่อครู่นี้หรือจะโดนเห็นกันพร้อมกันหน้า…..

 

สึกิชิมะซึ่งสูงใหญ่ยิ่งกว่าสมัยปีหนึ่งขยับแว่นตาด้วยท่าทางน่าคุ้นเคย    “มาตั้งนานแล้ว  แต่พวกนายคงลืมสังเกต  สมกับเป็นพวกซื่อบื้อ”   โดนตอกย้ำให้รู้ซึ้งถึงความเผลอเรอ….

 

นิชิโนะยะและทานากะผิวปากส่งเสียงล้อเลียนกันอย่างสนุกสนาน   อีกทั้งอดีตกัปตันและรองกัปตันอย่างซาวามุระและสึกาวาระก็หัวเราะเบาๆด้วยสายตาอันแสนอบอุ่น…   อดีตเอสอาซาฮิยืนเกาแก้มแก้เขิน   แล้วไหนจะพวกรุ่นพี่คนอื่นๆ….  วินาทีนั้นสองหนุ่มอยากจะวิ่งออกไปไกลๆ….

 

สามปีก่อนเด็กหนุ่มสองคนยังเป็นแค่ตัวปัญหาที่อยากเข้าชมรมวอลเลย์บอล

 

ซาวามุระ ไดจิมองดูรุ่นน้องทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มอบอุ่นบนริมฝีปาก    สิ่งที่เห็นผ่านเด็กหนุ่มทั้งสองคนคือความเปลี่ยนแปลง…   จากภาพพวกติ๊งต๊องสองคนที่พยายามเล่นละครหลอกว่าเข้าคู่เล่นเป็นทีมกันได้   ใครจะคาดคิดว่าในเวลาอันสั้นสองคนนั้นจะเกิดความเชื่อใจ 100% ซึ่งทำให้พวกเขาตะลึงได้ทุกครั้ง….

 

ซ้ำใครจะคิดว่าความเชื่อใจ 100% ของเพื่อนสนิทจะพาทั้งคู่มาไกลถึงขนาดนี้…    ความรู้สึกนี้คงคล้ายกับการมองดูลูกชายเติบโตขึ้น    สีหน้าและแววตาของซาวามุระแสดงออกถึงความอบอุ่นชัดเจนจนเพื่อนข้างกายรู้สึกได้   สึกาวาระหันมองพลางยิ้ม

 

“ทำหน้าตาเหมือนคุณพ่อที่ลูกชายเรียนจบเลยไดจิ”   คุณพ่ออายุ 21 ที่มีลูกชายตัวยุ่งอายุ 18 ปี เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว….

 

ชายหนุ่มหน้าเข้มหัวเราะออกมา    “นั่นสินะ   แล้วใครจะเป็นแม่ให้ลูกชายฉันล่ะ  ฮ่ะๆๆ”   พูดจบก็เกิดอาการ Dead Air ใส่กัน…

 

แล้วบทสนทนาของสองคนนั้นก็จบไปด้วยการแทรกฉากของชายคนหนึ่ง    “ไปหาอะไรกินกันเหอะ! ฉลองๆ!”   ทานากะส่งเสียงดังกลบบทสนทนาของทุกคน   เรื่องน่ายินดีของชมรมวอลเลย์บอลต้องจบด้วยการกิน

 

สมาชิกชมรมอยู่กันพร้อมหน้า  เสียงหยอกล้อจากพวกรุ่นพี่และเพื่อนรุ่นเดียวกันไม่มีหยุดปาก   คงจะเป็นสัจธรรมไปแล้วว่าความซาบซึ้งไม่มีทางเกิดขึ้นเมื่อไม่ได้อยู่กันตามลำพัง…. สองสายตาเหลือบมองกันแล้วเข้าใจกันเองโดยไม่ต้องพูดอีก….

 

“ค่อยว่ากัน”   คาเงยามะบอกมาแบบนั้น  ฮินาตะก็ผงกศีรษะตอบอย่างว่าง่าย   ความซึ้งมันอายุสั้น  กรุณาใช้สอยอย่างมีคุณค่า……

 

ความรักในการ์ตูนกีฬาก็เหมือนไฟกระพริบๆ

…..ต้องหาทางจุดนอกรอบ….

 

ณ  ที่ใดที่หนึ่งบนโลกอันกว้างใหญ่  ที่ๆใกล้แสนใกล้จนคาดไม่ถึง    เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งสูญเสียความเชื่อใจจากเพื่อนร่วมทีม   เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งไม่เคยมีเพื่อนร่วมทีมที่แท้จริง   เด็กหนุ่มสองคนนั้นถูกโชคชะตาชักนำพามายังโรงเรียนมัธยมคาราสุโนะ…  เป็นการกำเนิดคู่หูในตำนาน….

 

…..และการแข่งขันของทั้งคู่ก็จะเป็นตำนาน….

 

ค.ศ. 20XX   ภายในห้องพักนักกีฬาอันเงียบสงบ..   เผยร่างของชายหนุ่มในชุดวอร์มสีดำนั่งหลับตาพิงหลังเข้ากับผนัง  ข้างกายบนเก้าอี้ตัวยาวมีอุปกรณ์สื่อสาร  ของใช้ส่วนตัวและรูปถ่ายวางสะเปะสะปะ  ช่วงเวลาก่อนการแข่งขันคือการทำสมาธิ ทบทวน เพื่อให้การเล่นมีประสิทธิภาพที่สุด….

 

“คาเงยามะ  ลงสนามได้แล้ว”    เสียงเรียกของโค้ชขับให้ชายหนุ่มนักกีฬาถอดเสื้อคลุมสีดำเผยให้เห็นหมายเลข 9 บนแผ่นหลัง …

 

“มาดูกัน…ว่าใครจะอยู่รอดบนสนามเป็นคนสุดท้าย…..”    แล้วนักกีฬาผมสีดำขลับก็ก้าวออกไปสู่สนาม…. เพื่อสัญญาในวัยเยาว์

 

….ตำนานของสัญญา…

 

สเตเดี่ยมระดับประเทศที่บรรจุผู้คนจากทั่วสารทิศ   สนามการแข่งขันที่ใช้ตัดสินความเป็นหนึ่ง   เสียงเชียร์ของผู้ชมบนอัฒจันทร์ดังกึกก้องกังวาลและทรงพลัง   นักกีฬาสองทีมในเครื่องแบบต่างสีก้าวเดินลงมาในสนามเพื่อเตรียมพร้อม…   ยามนั้นเบอร์ 10 ในชุดทีมสีส้ม และ เบอร์ 9 ในชุดทีมสีดำยืนเผชิญหน้ากัน    แล้วเสียงสัญญาณนกหวีดเปิดการแข่งขันดังขึ้น…

 

 

ศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือเพื่อนร่วมทีมที่แข็งแกร่งที่สุด

คู่หูที่เชื่อใจมากที่สุด  ก็คือคนที่เข้าใจกันมากที่สุด…

คนที่เข้าใจกันและกันมาที่สุด…. ก็คือคนที่ไม่ต้องการสูญเสียไปมากที่สุด..

และคนที่ไม่ต้องการสูญเสียไปมากที่สุด…. ก็คือ  คนที่สำคัญมากที่สุด….

 

 

ความเข้าใจผิดเป็นตัวทลายเส้นคั่นที่มองไม่เห็นให้หมดไป

 

คำถามนั้นคงมีคำตอบแล้ว

 

 

Could you tell me, Who am I?

My answer is…………

 

 

 

-END-

 

 

————————————————-

 

Free Talk : จบแล้วค่าาาาา สำหรับฟิคไฮคิวเรื่องแรกของเราที่เป็นเรื่องยาว อาจจะลุ่มๆดอนๆไปบ้าง แต่ก็จบจนได้ TvT มันอาจจะไม่ยาวมากเพราะยังไม่ชินกับโครงเรื่องแนวกีฬา แต่ก็ออกมาจนจบได้ไม่ท้อไปก่อนก็ดีใจ!!

บางคนอาจจะคิดว่าหวานกันน้อยไปมั้ย… เรื่องนี้ตั้งแต่แรกวางเอาไว้ว่าเป็นมิตรภาพไม่หวือหวา มันก็เลยหวานน้อยแบบนี้ เป็นคาเงฮินะในฉบับของเรา * * คือไม่มากไม่น้อย บ๊องๆ(?)

ในตอนสุดท้ายนี้มีพูดถึงเรื่องของ V.Premier League ในการแข่งขันวอลเลย์บอลในญี่ปุ่น อันนี้เป็น top level ของการแข่งขันวอลเลย์ค่ะ เป็นพวกทีมสโมสรที่มีสปอนเซอร์จากพวกสินค้าต่างๆ ตัวอย่างทีมก็พวก Ozaka Blazer Saki , Panasonic Panthers , Suntory Subbirds ของผู้ชายจะมี 8 ทีมค่ะ

รายละเอียดหาอ่านคร่าวๆได้ที่นี่ http://en.wikipedia.org/wiki/V.League_(Japan)

ที่เขียนให้สองคนนี้แยกกันไป เพราะตั้งแต่แรกฮินาตะวางคาเงยามะไว้เป็นคู่แข่ง แล้วสองคนนี้ในมังงะอนิเมมีพูดถึงที่คุยกันว่าจะสิบปีข้างหน้า หรือนานกว่านั้น ก็อยากจะแข่งกันค่ะ สำหรับฮินาตะแล้วมองว่าต้องล้มคาเงยามะให้ได้ซักครั้ง ในฟิคนี้เลยเขียนไปในเส้นทางนั้น คือทั้งคู่ไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันแล้ว

แต่ถึงไม่ได้อยู่ทีมเดียวกัน ก็รักกันนะ❤
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาถึงตอนสุดท้ายนะคะ แล้วพบกันใหม่ในเรื่องต่อๆไปค่ะ อิๆ

Ayafee

 
2 ความเห็น

Posted by บน 08/23/2014 in Uncategorized

 

2 responses to “[HQ-Fic] Could you tell me, Who am I? (Kage x Hina ) Final Chapter

  1. wboo

    08/23/2014 at 10:57 PM

    อบอุ่นดีค่ะ ชอบบรรยากาศหวานๆแทรกมุกตลกแบบนี้จัง

    ป.ล. ตอนที่คาเงไม่ด่านี่ตอนไหนกันค้า อยากอ่านนนนน -.,-

     
  2. maimoi

    08/24/2014 at 10:25 PM

    จบบบบแล้วววว ขอบคุณค่าา สนุกมากกกก อบอุ่นนนมักกกกก อิ____อิ เขินนนนน น่ารักมากกเลยย อาาาห์ มิตรภาพพพพช่างงงงงง❤ /เพ้อแปปส์

    #แอบโหยหาฉากสวีท5555 แต่เรื่องนี้เราว่าเป็นแบบนี้ดีแล้วค่ะ นิ่มๆ สบายๆคงมิตรภาพ เพื่อนสนิทคนสำคัญ เพราะฉะนั้นเราจะรอสวีทเรื่องต่อไปค่ะะ ฮาา /หลบรองเท้าไรท์

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: